แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 39597: การเรียนต่อเฉพาะทางยังเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ไหม?  (จำนวนคนอ่าน 6932 ครั้ง)
« เมื่อ: 02/12/23 เวลา 12:40:45 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เกริ่นก่อนว่า ผมเป็นแพทย์จบจากสถาบัน Top3 เป็นคนกรุงเทพฯ ตอนเรียนแพทย์ก็มีความหวังว่าจะเรียนต่อเฉพาะทาง แต่พอจบมาแล้ว ก็พบว่าการเรียนต่อเฉพาะทางนั้นยาก และมีข้อกำหนดผูกมัดที่บีบพวกเราจนเกินไป ตั้งแต่การไปขอทุนมาเรียนต่อ ซึ่งสาขาที่ผมต้องการต่อหาทุนใกล้ๆกรุงเทพได้ยากมาก และถ้าหากขอทุนมาก็ยังต้องไปใช้ทุนต่างจังหวัดอีก 3-5 ปี และสถานการณ์ที่ตอนนี้ตลาดแรงงานของแพทย์ล้นตลาด ทำให้ในความคิดผมการเรียนต่อเฉพาะทางดูเป็นหนทางที่ไม่ค่อยจะสดใสนัก
 
ผมมีความคิดว่าการเรียนต่อเฉพาะทางในสมัยนี้อาจไม่มีทางเลือกที่ดีสำหรับใคร หลายๆคน เนื่องจากข้อกำหนดทางแพทย์สภาที่"บีบ"แพทย์ที่จะเรียนต่อเฉพาะทางมากจนเกินไ ป รับ Free train ในแต่ละปีน้อยมากต้องการให้แพทย์กระจายไปยังต่างจังหวัด โดยที่ไม่ได้พัฒนาต่างจังหวัด ให้มีความน่าไปใช้ชีวิต
 
ปัจจุบันมีทางเลือกอีกมากมายสำหรับแพทย์จบใหม่ นอกจากการไปต่อเฉพาะทาง เช่น Aesthetics, Antiaging, GP, หรือเปลี่ยนสายไปอาชีพอื่นที่เราอาจได้ใช้การแพทย์เป็นข้อได้เปรียบ ฯลฯ
 
เพื่อนๆมีความเห็นว่ายังไงกับการเรียนต่อเฉพาะทาง ผมควรเลือกไปเรียนต่อเฉพาะทางหรือไม่ ขอคำแนะนำหน่อยครับ
ส่งโดย: Alabamian
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 3  
   
183.88.90.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 02/12/23 เวลา 20:12:30 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้ายังอยาก practice ทางการแพทย์อยู่, อยากทำงาน รพ.
ยังไงก็ควรจะมี board ครับ
 
GP ใน กทม หางานยากครับ
ส่งโดย: pipolulu
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 273  
   
184.22.247.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 02/15/23 เวลา 11:56:37 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

 มันดีสิ  ถ้า เรียนแล้ว  ใช้ทุนแล้ว ลาออกไปอยู่ รพ.เอกชน  รายได้ดี มีโอกาศใกล้ กทม.  เอกชนดีๆเค้าไม่รับ GP อะเนาะ
   ส่วนถ้าจะเลือกสายความงาม ระยะสั้นดีแน่ๆ  และง่ายกว่าไปเรียนเฉพาะทางเยอะ
ส่งโดย: blitzs
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2998  
   
110.164.66.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 02/16/23 เวลา 13:42:38 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ขึ้นกับว่าถามใคร
ถ้าถามสตาฟวัย 50+ แน่นอนว่าคำตอบคือต้องเรียน resident เท่านั้นถึงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะในยุคนั้น พวก cosmetic ยังไม่บูมขนาดนี้ และหมอจบ specialist มาเป็นที่ต้องการตัวมาก
 
แต่ถ้าถามสตาฟวัยน้อยกว่า 40 ลงมา คำตอบจะเปลี่ยนไป เพราะเป็นยุคที่ cosmetic เริ่มบูมแล้ว สวนทางกับตำแหน่ง specialist ในโรงพยาบาลเอกชนเริ่มเต็ม หลายคนจบ resident แต่ต้องผันตัวไปทำ cosmetic ก็เยอะ เพราะเวรดีๆในเอกชนถูกสตาฟวัย 50+ ยึดหัวหาดไว้หมดแล้ว
 
ถ้าอยากอยู่ รพ เอกชน กลางกรุง บอกเลยว่าคนจบพวก MS skin หรือ antiaging ยังดูมีตำแหน่งว่างมากกว่า specialist หลายสาขา ไม่นับคลินิกต่างๆในกรุงเทพฯ ที่หาหมอ cosmetic กันจ้าละหวั่น
 
บางคนคิดเอาเองว่าทำ cosmetic ไม่ยั่งยืน แต่จากที่สัมผัสมา ไม่มีใครที่ไปทำ cosmetic เต็มตัวแล้วบอกว่าผิดหวังนะ แต่คนเรียน resident แล้วบอกว่าผิดหวังเนี่ย มีเยอะมาก
ส่งโดย: Sucrea
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 10  
   
202.149.118.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 02/18/23 เวลา 16:00:52 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ปัจจุบันแพทย์ที่จบหลากหลายสถาบันมากอนาคตคงปีละ3500คนแน่ๆ แต่ตำแหน่งงานดีๆมีจำกัด ถ้าในกรุงเทพหรือรอบๆคือเต็มหมดแล้วในรพ สังกัดกทม ดีๆหรือเอกชนเงินสด การันตีคือเงินที่ให้1-2ปี พอหมดคือหมดเลย หลายคนเงินเดือนเหลือ7-8หมื่น ถ้ามองในแง่สวัสดิการไม่มีแบบรัฐ  อยู่เป็นGPรพช ยังอาจจะดีกว่าได้อายุราชการครบ25ปีก็ออกได้เป็นบำนาญละ  แต่ถ้าชอบวงการศึกษา ได้ updateความรู้ เรียนต่อดีกว่าอยู่แล้วแต่ผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นอย่างที่หวังครับ
ปล ช่วงเรียนบางสาขาบางสถาบันเครียดมากจนoff trainเป็นระยะๆหาข้อมูลดีๆครับ
ถ้ามองแค่เเง่เงิน เก็บตังช่วงที่เพื่อนเทรนกว่าจะจบsubboard ผมว่าเกิน10m ครับถ้าไม่ใช่สาขาสายหัตถการ ไปเรียนคงไม้คุ้มครับ
ส่งโดย: Pola
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 9  
   
1.46.147.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 02/19/23 เวลา 18:48:27 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สมัยก่อนคนชอบมองว่า GP ทำความงามไม่มั่นคง เป็น specialist ดีกว่าเยอะ แต่จากสภาพในปัจจุบันไม่เป็นแบบนั้น
 
- คนที่ไม่เรียนต่อแล้วเลือกไปทำสายความงามเต็มตัวตั้งแต่อายุ 25 ตอนอายุ 35 มีเงินเก็บหลักสิบล้าน บางคนมีคลินิกเป็นของตัวเองที่ทำกำไรหลักล้านต่อเดือน จ้างหมอรุ่นน้องมาทำอีกที ส่วนตัวเองก็ลอยตัวแล้ว ต่อให้ไม่ทำงานเลยก็มีกินมีใช้จนแก่
 
- คนเลือกเรียนต่อ ตอนอายุ 35 เพิ่งจบ subboard เซิ้งอยู่ในโรงพยาบาลรัฐ รอรับบำนาญตอนแก่
 
ราชการมันดีตรงมั่นคง การันตีว่าเราจะได้เงินอย่างน้อยเดือนละ 50-70k ไปจนแก่แน่นอน แต่ถ้าออกไปแล้วมีหนทางที่จะได้มากกว่านั้น สามารถเกษียณได้ก่อนเป็นสิบปี อันนี้ก็น่าคิด ว่าแบบไหนกันแน่ที่ถือว่ามั่นคงกว่า
 
สิ่งที่ไม่มั่นคงตอนนี้คือ specialist เอกชน เพราะงานหายาก คนจบมาแย่งงานกันเยอะ แต่ถ้าความงามยังมีเวลาทำเงินอีกนาน
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 02/19/23 เวลา 18:50:20 by simath »
ส่งโดย: simath
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 328  
   
223.24.63.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 02/23/23 เวลา 09:38:59 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

specialist เอกชน ในกทม. หางานยาก ละฮะ  มีเจ้าถิ่นหมดแล้ว
 
มีน้อย ใช้น้อย ค่อยบรรจง
ส่งโดย: luzeus
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1170  
   
183.88.217.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 02/24/23 เวลา 21:27:27 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

Specialist เอกชน งานหายาก โดนดีดออกง่าย ถ้าว่ากันตามตรง คนเปิดคลินิกเสริมความงามยังจะดูมั่นคงกว่าอีก
 
โดยเฉพาะ specialist สาขาที่ล้นตลาดหนักๆ คือพวก eye ent ortho xray ควรหลีกหนีไปให้ไกล
 
สาขาที่ยังพอจะบอกได้ว่ามั่นคง ก็คือสาขาที่ยังมีความต้องการของตลาดอีกมาก และหมอไม่น่าจะล้นง่ายๆ ก็คือพวก เมด ศัลย์ นิวโร จิตเวช พวกนี้ยังหางานง่ายอยู่
ส่งโดย: Sucrea
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 10  
   
223.24.150.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 02/27/23 เวลา 23:21:51 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ก็ปัญหาของระบบ สธ.ของประเทศในตอนนี้ คือ ปัญหาการกระจายของแพทย์ไงครับ  
กระทรวงก็เลยอยากจะให้แพทย์เฉพาะทางกระจายไปทำงานที่ส่วนภูมิภาคมากกว่าจะมา กระจุกในกรุงเทพ และปริมณฑล
การเขียนข้อกำหนดให้ลดการรับ free train แล้วรับคนที่มีทุนมากขึ้น ก็เป็นข้อกำหนดหนึ่ง (ถึงแม้ว่าเรียนจบไปจะเบี้ยวทุนอยู่ดีก็เถอะ)
ส่งโดย: Hybrid VI
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 6180  
   
49.237.18.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 03/01/23 เวลา 18:50:11 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เรียนต่อเพราะต้องการอยู่กทม.  Lips Sealed
 
เรียนต่อเพราะอยากเป็นหมอด้านนั้น  Wink
ส่งโดย: Innominate male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1943  
   
49.228.111.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 03/17/23 เวลา 18:19:19 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ปัจจุบัน แพทย์จบใหม่ ถ้าคิดจะทำงานใน รพ.เอกชนชั้นนำ ในกทม. ท่าจะยากครับ เพราะว่า อาจารย์โรงเรียนแพทย์เอาไปกินหมด
 ทั้งประเภท PT ที่จะเป็นอาจารย์จาก โรงเรียนแพทย์มาทำตอนเลิกงาน/ วันหยุด
รึ ประเภท FT ที่จะเป็นอดีตอาจารย์โรงเรียนแพทย์ ลาออกจากราชการมาทำเต็มตัว รึ มาทำตอนเกษียณแล้ว
และหลายๆอาจารย์ทำงานที่ รพ. เอกชน(ทั้งประเภท PT+ FT) จนอายุ 70+ ปีก็มี (อ้างว่าตัวเอง "ยิ่งแก่ ก็ยิ่งเก๋า" ผู้บริหาร รพ.เอกชนก็ไม่กล้าเชิญออก จนกว่า จะปลดระวางตัวเอง) อิ อิ อิ
ส่งโดย: Dr._Panya male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1916  
   
119.76.4.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 04/01/23 เวลา 09:15:52 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

แต่ผมว่า ถ้าเรียนจบแพทย์แล้ว ก็ควรจะเรียนต่อเฉพาะทาง ดีกว่า ยิ่งถ้าไม่มีปัญหาเรื่องสตุ้งสตางค์ แล้วยิ่งดี คือสามารถเลือกเรียนในสาขาที่เราอยากเรียนจริงๆ โดยไม่ต้องเอาเรื่องเงิน/ เรื่องงาน เป็นที่ตั้ง
เช่น บางคนอาจจะเลือกเรียน Psychi, Patho, Onco , etc. ครับ
ส่งโดย: Dr._Panya male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1916  
   
124.120.19.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 08/13/23 เวลา 00:08:23 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ขึ้นอยู่กับว่าต้องการอะไรนะ
ถ้ายังอยาก practice รักษาคน แนะนำเรียนต่อดีกว่า ชีวิตดีขึ้นเยอะ ภาระงานเหนื่อยลดลง ไม่จับฉ่าย มีเวลาหยุดเสาร์อาทิตย์ ทำงานมี quality มากกว่า quantity ถ้าไม่ชอบรักษาคนไข้ก็อาจจะเป็นสาขาสบายๆหน่อยประเภทไม่ต้องอยู่เวรชีวิตก็ด ีขึ้นแล้ว แต่เงินอาจจะไม่ได้เยอะขึ้นนะ ก็พอพอเดิมถ้าทำงานรพรัฐ
 
น้องเรียนจบสถาบัน Top 3 ยิ่งขอทุนมายังไงก็ได้เรียน  
พี่บ้านอยู่กทม. เหมือนกัน เชื่อไหมตอนหาทุนยากกว่าตอนสัมภาษณ์เรียนอีก คิดถึงตอนนั้นแล้วเหนื่อย (ปล. หารอบกทมเหมือนกัน) เอาจริงเรื่องการหาทุนเค้าแทบไม่ดูสถาบันหรือเกรดที่จบมาเลยสังเกตว่าเค้าเล ือกจาก 1. เส้น 2. คนที่เคยใช้ทุนในรพ. นั้นได้สิทธิ์ก่อน 3. คนที่บ้านอยู่จังหวัดนั้น  
 
หรือ way สุดท้ายคือตัดใจ free train ถ้าจะเรียนสถาบันเดิมที่จบมาแนะนำว่าลองไปคุยกับอาจารย์ post grad ที่ทำหน้าที่รับว่า profile ประมาณเราโอกาส freetrain เป็นไปได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็สถาบันรอง อันนี้คือข้อดีจบมาไม่ติดภาระผูกพันทุนใดใด ไปสมัครรพไหนที่ไหนก็ได้
ส่งโดย: yokp
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
49.228.18.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved. !--BEGIN WEB STAT CODE-->

Powered by