แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 37104: กระทู้ดร่าม่า " ข่าวเพิ่มค่าปรับแพทย์เป็นห้าล้าน" ว่างก็แวะไปแจม  (จำนวนคนอ่าน 1552 ครั้ง)
« เมื่อ: 08/23/18 เวลา 22:50:14 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ


ข่าวการเพิ่มค่าปรับแพทย์ที่จะลาออกจากราชการก่อนใช้ทุนหมดจากสี่แสนบาทเป็น ห้าล้านบาท ทุกคนคิดเห็นอย่างไรครับ ?
https://pantip.com/topic/37976466
 
ผมแจมขอนิดแล้วก็ปล่อยผ่านไป  
แต่ถ้าไม่ว่าง ก็ไม่เป็นไร เพราะอีกไม่นานกระทู้แบบนี้ ก็วนมาอีก ^_^
 
 
สรุปข้อดี-ข้อเสียสั้น ๆ ... ถ้า ขึ้นค่าปรับ เป็น ๕ ล้าน (หรือ ๑๐ ล้าน)
 
๑. ข้อดี .. น่าจะช่วยให้การลาออกในช่วงใช้ทุน (สามปีแรกหลังจากเรียนจบ) อาจ จำใจทนอยู่เพราะไม่มีเงิน แต่ หลังจากนั้นก็คงเหมือนเดิม ไม่ช่วยลดการลาออกของแพทย์ ปัญหามันสลับซับซ้อนกว่าเรื่องเงินมากมาย
 
๒. ข้อเสีย .. คนที่จะมาเรียน โดยเฉพาะ คนจน ก็จะยากขึ้น เพราะเมื่อสอบได้ จะต้องทำสัญญาชดใช้ทุน ซึ่งก็จะต้องหาคนมาค้ำประกัน (ข้าราชการ ซี ๖ ขึ้นไป ) ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ ครูอาจารย์ที่สอน  (ผมโชคดีที่ได้ อ.วัฒนา ขอนทอง เดินทางจากกำแพงเพชรมาเชียงใหม่ เพื่อเป็นผู้ค้ำประกันให้) แต่ถ้าเพิ่มเป็นห้าล้าน น่าจะหาคนมาค้ำประกันได้ยากมากขึ้นไปอีก
 
แล้วถ้าคนที่มาเรียนแพทย์ เป็นคนร่ำรวย (มีเงิน มีสินทรัพย์ พอที่จะค้ำประกัน) เงินห้าล้านสำหรับเขา ก็คงไม่สามารถป้องกันไม่ให้เขาลาออก คนที่จะลาออกยังไงเขาก็ลาออกอยู่ดี
 
ปล. สังคมมองว่า แพทย์ พยาบาล ฯลฯ ต้องเสียสละ .. แล้วเคยมองกันบ้างหรือเปล่าว่า ในต่างจังหวัดในอำเภอไกลๆ พวกเขาอยู่กันอย่างไร ? อย่าคิดเหมารวมว่า เป็นแพทย์แล้วต้องรวยทุกคน ..  ถ้าทำเฉพาะวิชาชีพแพทย์ รับราชการ อาจรับรองได้ว่า ไม่จน แต่ก็ไม่รวยมาก  ปัจจุบัน ถ้าเปิดคลินิก หรือทำ รพ.เอกชน ก็ไม่เหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้ว
 
สาเหตุที่ทำให้แพทย์ลาออกจากราชการ ... เคยมีการวิจัยมาเพียบ เมื่อไหร่จะเริ่มแก้ไข Huh    https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-02-2010& ;group=2 7&gblog=18

ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 35020 63156014 63156014   หมอหมู หมอหมู WWW Email
   
1.10.214.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 08/24/18 เวลา 07:12:33 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

OY[5NV.0RUJS,VS,^,KD8JT

ไม่เคยลี้หนีใจผู้ใด แรงมาเราก็แรงไป
กัดแกร่งแย่งชิงก้อนเงิน จนพบกับนาย . . .
ส่งโดย: SantaNiCo female
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1202  
   
125.27.185.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 08/24/18 เวลา 09:13:07 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

มักสรุปว่าระบบไม่ดี ก็คนนี้แหละครับrunระบบ ยกตัวอย่างง่ายๆ
1. แพทย์ไม่พอรัฐก็พยายามผลิตเพิ่มแต่มันก็ชิงลาออกเพราะบอกว่างานหนักเงินน้อย  
2. พอลาออกไอ้คนที่เหลือก็ยิ่งงานหนักเงินก็น้อยเท่าเดิม แล้วจะให้ไปเสกหมอจากไหนมาเพิ่ม
3. เงินไม่ได้น้อยมากมาย ดีกว่าสมัยก่อนมากแต่หลายคนไม่ได้ตั้งใจมาเรียนหมอเพื่อเสียสละดูแลเพื่อนมน ุษย์อย่างที่ปากว่าตอนสอบเข้าเรียน ใครอยากรวยควรไปทำมาค้าขายครับ อาจารย์ก็บอกไว้แล้ว
สรุปคือมันควรขึ้นค่าปรับมานานแล้วแต่มันมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะลูกบิ๊กๆใ นกระทรวงก็ล้วนเรียนแพทย์เลยยังไม่มีใครกล้าปรับขึ้นจนสถานการณ์มันสุกงอม
ส่งโดย: zinc male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1432  
   
110.77.206.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 08/24/18 เวลา 09:17:21 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

๑. ข้อดี .. น่าจะช่วยให้การลาออกในช่วงใช้ทุน (สามปีแรกหลังจากเรียนจบ) ปัญหามันสลับซับซ้อนกว่าเรื่องเงินมากมาย  
 
-- อย่างน้อยก็มีแพทย์อยู่ในระบบระยะหนึ่งครับ ปัญหามันซับซ้อนจริงครับ  
 
 ๒. ข้อเสีย .. คนที่จะมาเรียน โดยเฉพาะ คนจน ก็จะยากขึ้น  
-- เห็นมีข่าวว่าจะให้เขาค้ำตัวเอง  
 
ถ้าคนที่มาเรียนแพทย์ เป็นคนร่ำรวย (มีเงิน มีสินทรัพย์ พอที่จะค้ำประกัน) เงินห้าล้านเขาก็ลาออกอยู่ดี  
--- ถ้าเขายอมจ่ายก็คงให้ออก  แต่ผมว่าการจ่ายทันทีที่จบคงลดลงเยอะ
ส่งโดย: deep
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 259  
   
202.28.179.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 08/24/18 เวลา 10:57:49 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

อธิบายไปก็เท่านั้น คนส่วนใหญ่เขาคิดว่า นักเรียนแพทย์ รับทุนการศึกษาจากรัฐบาล เขาไม่ได้คิด ว่าจริงๆแล้วทุกคณะก็รับเงินอุดหนุนทั้งนั้น ค่าเรียนถึงได้ถูกกว่าเอกชน
 
และแพทย์น่าจะเป็นอาชีพเดียว ที่ถูกสังคมคาดหวังว่าต้องเสียสละ งานหนัก เงินน้อย ไกลบ้าน งานศพญาติพี่น้องตัวเองหรือพ่อแม่ป่วยเข้าโรงพยาบาล ยังลาไปเยี่ยมไม่ได้ งานลักษณะนี้ ถ้าเป็นอาชีพอื่นเขาไม่ทนหรอก แต่แพทย์ถูกคาดหวังว่าต้องทนได้
 
และน่าจะเป็นอาชีพเดียว ที่การย้ายที่ทำงานเพราะเรื่องรายได้เป็นเรื่องต้องห้าม ถ้าใครพูดถึงจะดูเลวมาก ทั้งๆที่อาชีพอื่นเขาย้ายงานไปที่ๆรายได้ดีกว่าเป็นเรื่องปกติ
 
ถ้าสังคมยังไม่มองแพทย์เป็น "คน" จะคุยกันยังไงก็ไม่มีทางเข้าใจหรอกครับ ปลงเสียเถิด
ส่งโดย: simath
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 265  
   
1.47.226.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 08/24/18 เวลา 11:13:21 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ลาออก = ประหาร   เอางี้ป่ะล่ะ

ส่งโดย: devilmanToT @.โหมดลั้นลา
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2129  
   
125.24.33.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 08/24/18 เวลา 12:09:02 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เบื่อพูดแล้วครับ แม้แต่เพื่อนยังไม่เข้าใจเลย
 
งานบางงาน คนนอกวงการไม่รู้ปัญหาหรอก ก็ปล่อยตามยถากรรม รอ set zero ระหว่างนั้นก็สะสมทุน ช่วงล่มสลายหากต้องรักษาพยาบาลก็ไปรพ.เอกชน หรือคลินิกพิเศษโรงเรียนแพทย์
 
มีคำถามไปยังผู้บริหาร รพ ท่านหนึ่งว่า  
.
"รู้ได้ยังไงว่า รพ ของคุณนั้นดี?"
.
ตอบ : "เมื่อผมไม่ต้องคอยตอบคำถามจาก เพื่อนๆ ครอบครัวและคนรู้จัก ให้แนะนำว่าควรจะรักษากับหมอคนไหน เพราะด้วยการวางระบบที่ดี ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะพบกับ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ท่านไหนก็ตาม"
.
จากหนังสือ Charting the Course: Launching Patient-Centric Healthcare แปลโดย Dr. Supharerk Thawillarp
 
ผมขอเสริม "คุณรู้ได้ไงว่าระบบการแพทย์ด้านการรักษาพยาบาลประเทศคุณดี?"
 
ตอบ "เมื่อผมไม่ต้องคอยตอบคำถามจาก เพื่อนๆ ครอบครัวและคนรู้จัก ให้แนะนำว่าควรจะรักษากับ รพ.ใด เพราะด้วยการวางระบบที่ดี ผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการรักษาอย่างดี ไม่ว่าจะไปรพ.ใด หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม"
ส่งโดย: megacure
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2157  
   
182.232.35.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 08/26/18 เวลา 11:11:56 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ก็นะ คนเค้า มองว่าแพทย์ต้องเสียสละอะนะ เค้ามองว่าแพทย์เอาภาษีคนไทยไปเรียน เค้าไม่ได้มองแพทย์ก็เป็นคน ไม่ได้มองว่า แพทย์ต้องได้รับสิทธิในเรื่องของเวลางานการนอน.  แม้แต่ตัวแพทย์ บางคนโดยเฉพาะระดับบนๆ โน สน โน แคร์ ตัวระดับทำงานก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน. ได้แต่บ่น ตามโซเชี่ยว ถ้าเป็นประเทศอื่นเค้ารวมตัวกันประท้วงไปนานแล้ว.  แล้วจะมาเรียกร้องอะไรในโซเชียว
ส่งโดย: jumpoo
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 230  
   
183.88.62.237 fwd for 192.1.10.123, 10.1.16.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 08/27/18 เวลา 11:44:52 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

  สงสัยครับว่า ตอนนี้สภาพการทำงานเพื่อใช้ทุนใน ตจว.นี่ เลวร้ายมากขนาดไหนครับ เป็นเกือบทุกจังหวัดไหม
   สมัยผมไปที่ๆไม่ได้อยากไป ไกลบ้านมากๆ แต่ก็ทนอยู่จนครบ3ปี รพ.ก็ไม่ได้น่าอยู่เท่าไหร่  
   ที่สมัยนี้ลาออกเยอะเพราะยังไงก็จะออก หรืองานหนักเกินไป+ระบบแย่จริงๆเลยออก?
ถ้าเหตุผลคือยังไงก็จะออกให้ได้  เปลี่ยนมาตราการยังไงก็คงกันไม่อยู่หรอก
ส่งโดย: Sazuke
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 230  
   
58.10.195.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 08/28/18 เวลา 08:20:18 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ไปอ่านกระทู้ดังกล่าวแล้ว
หลายๆ คน ยังตอบ คห.ไม่ตรงประเด็น
เขาถามว่าคิดเห็นยังไงกับนโยบาย ก็ตอบไปสิว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ผลกระทบที่ตามมาเป็นยังไง  
ไม่ใช่เอาแต่พูดว่าทำงานหนัก เงินน้อย ใครถามมิทราบ ??  
เอาแต่ปัจจัยตัวเองเป็นตัวตั้ง อย่างนี้ก็คงพูดจูงใจใครไม่ได้
ส่งโดย: Hybrid VI
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 6046  
   
1.1.200.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 08/28/18 เวลา 08:44:12 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

อ่านแล้วปวดหัว ก็ตามนั้นเถอะ อย่างน้อยจบมาก็มีงานทำ
ส่งโดย: doreus
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10519  
   
184.22.33.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 08/28/18 เวลา 14:06:22 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

คนค้ำไม่มีก็ค้ำตัวเอง หากเบี้ย ก็ทำเป็น Back List เหมือนธนาคาร ไปทำงานที่ไปกู้เงินอะไรก็ไม่ได้ หน่วยงานไหนฝ่าฝืนโดนปรับ 2-3 เท่า แบบนี้ได้ไหม
ส่งโดย: bigblue9
สถานะ: Junior Member **
จำนวนความเห็น: 91  
   
180.183.163.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 08/29/18 เวลา 17:34:27 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

วันนี้ว่างเลยอ่านกระทู้พี่หมอหมูอ่านคอมเม้นท์ (แต่ไม่จบ) อ่านไปอ่านมาก็ตกผลึกว่า ทำไมเราไม่ทำแบบนี้หละแฟร์ๆดีง่ายด้วย (แต่เค้าจะเอาแบบนี้รึเปล่าอีกเรื่องนึง) ตัดปัญหาเรื่องทำให้ระบบมันดีไปเลย เพราะอีก 10 ชาติก็ทำไม่ได้ 555
1. ตอนเรียนแพทย์ก็ให้ชำระค่าใช้จ่ายในการเรียนจริงไปเลย ใครคนที่ชำระได้ และในคนที่ชำระไม่ได้ก็ทำเรื่องกู้กับทางรัฐบาลไป ซึ่งก็ต้องมีสัญญาว่าจะชดใช้กี่ปีกี่บาทก็ว่ากันไป มีรายละเอียดให้สมเหตุสมผลมีที่มาที่ไป ไม่ใช่นั่งนึกทางใน นั่งเทียนแล้ว OK 10 ล้าน 10 ปีอะไรทำนองนั้น ส่วนที่ต้องมีหลักฐานค้ำประกัน ก็อาจจะค้ำประกันที่ 4 แสนเท่าเดิม คือถ้าเบี้ยว คนเบี้ยวจ่ายค่าปรับ ส่วนคนค้ำก็โดนไป 4 แสน ที่เหลือรัฐบาลต้องไปคนไล่บี้เอง หากหนีไม่จ่ายก็ติดเครดิตบูโรไรว่ากันไป คนที่จะกู้ก็ต้องคิดให้ดีว่าเรียนไหวไม่ไหว จบแล้วจะทำได้ครบกำหนดรึเปล่า เพราะอย่างน้อย รัฐบาลก็ไม่ขาดทุน ได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่ลงทุนไปคืน
2.กรณีจบไปแล้วเกิดมีปัญหาเพื่อนร่วมงานแย่เอารัดเอาเปรียบ ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ขอทำเรื่องย้าย ได้ไม่ได้อันนี้อยู่ที่ฝีมือแล้ว อาจลองถามพี่ๆหรือผู้ใหญ่ดู ต่อให้กันดารกว่า อย่างน้อยๆ ก็คงดีกว่าที่เดิม (รึเปล่า)
3. ถ้าถามว่ากรณีคนที่ขอทุนอยากเรียนต่อแต่ทุนที่ใช้ยังไม่ครบ ไปได้ไม๊ ส่วนตัวคงต้องให้จ่าย 4 แสนแรกก่อนและติดค้างทุนที่เหลือไว้+ทุนในการเรียนต่ออีก และทำสัญญาอีก 4 แสนต่อไปอีก (หรือตัวเลขเท่าไรค่อยว่ากันอีกที)
 
ปล. 1. ตัวเลข 4 แสนมาจากไหนผมไม่รู้ เอาตัวเลขมายกเป็นตัวอย่างให้ก่อนละกัน
 2. รัฐบาลออกค่าทำประกันชีวิตทุกคนไว้ให้หมด อย่างน้อยไม่ว่ากรณีไหนคนข้างหลังก็ควรได้รับสมกับความเสียสละที่น้องเค้าทำ ไว้

คติเตือนใจ:

1. เป็นแพทย์ไทยต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย.....

2. เลือกในสิ่งที่รัก

ประจักษ์ในเป้าหมาย

ค้นหาแรงบันดาลใจ

กัดไว้ไม่ปล่อยมัน


ดร. นิศรา การุณอุทัยศิริ
ส่งโดย: MK ลุยงานอย่างเดียว male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 6794  
   
49.231.244.*


« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 08/29/18 เวลา 17:57:57 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้าจะปรับแพงๆ ให้ทุนแบบทหาร ซิ  มีตำแหน้งข้าราชการแน่ๆ นับอายุราชการได้ตั้งแต่เรียน ได้ทุนจริงๆ มีที่พัก เงินเดือนตั้งแต่เรียน จบแล้วสามารถเป็นนายกได้ มีการเกณฑ์ชายหญิงไทยมาเป็นพนักงานในโรงพยาบาล และถ้าเต็มใจจะรับใช้บ้านพักในโรงพยาบาลก็ได้
 
 
 
 
ส่งโดย: only2b male
สถานะ: Junior Member **
จำนวนความเห็น: 79  
   
184.22.162.*


« ความเห็นที่ #14 เมื่อ: 08/29/18 เวลา 21:41:10 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เอาเลยๆ เห็นด้วยๆ
ส่งโดย: WeaReGroot
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 217  
   
27.145.176.*


« ความเห็นที่ #15 เมื่อ: 08/31/18 เวลา 15:23:53 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ปกติเค้าก็ลาออกกันตอนใช้ทุนครบ
ส่วนน้อยที่จะทนไม่ได้
 
ถ้าจะเพิ่มค่าปรับ ก็ต้องเพิ่มทุกวิชาชีพที่มีต้นทุนที่รัฐอุดหนุนสูง
แล้วก็ต้องมีทางเลือก หากคนที่อยากจะจ่ายก็ให้จ่ายค่าการศึกษาเองได้
รับรองมีการแบ่งแพทย์รวย แพทย์จน แน่นอน
ส่งโดย: Auikung
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2323  
   
27.55.227.*


« ความเห็นที่ #16 เมื่อ: 09/01/18 เวลา 10:55:55 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ตามสบาย
ส่งโดย: jumpoo
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 230  
   
171.98.30.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.