www.thaiclinic.com


พบยีนที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษามะเร็ง

นักวิจัยจากสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ยีนตัวหนึ่งอาจช่วยให้แพทย์คาดการณ์ได้ว่าคนไข้โรคมะเร็งรายนั้นจะตอบสนองการรักษาด้ วยเคมีบำบัดในทางบวกหรือไม่ โดยคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยบาเซิล พบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพิ่มมา กขึ้น ถ้าหากผลการตรวจพบว่า เนื้อร้ายมียีน ที่มีชื่อว่า SMAD4 ซึ่งผลดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อร้าย จากผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ 202 คน ที่รักษาด้วยเคมีบำบัดตามแบบมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ จากนั้นดูว่า เซลมะเร็งในแต่ละตัวอย่างมี ยีน SMAD4 จำนวน 2 ชุดหรือไม่ เพราะว่า ในเซลมะเร็งลำไส้ปกติแต่ละเซล จะมียีนที่ว่านี้อยู่ 2 ชุด คณะนักวิจัยพบว่า คนไข้ที่มีเซลที่มียีน เอสเอ็มเอดี 4 จำนวน 2 ชุด มีแนวโน้มหายจากโรคมะเร็งภายหลังการรักษาด้วยเคมีบำบัด มากกว่าคนที่ไม่มีหรือมียีนดังกล่าว ไม่ครบ 2 ชุด ถึง 3 เท่า ดร.ฌอง-หลุยวส์ บูเลย์  หัวหน้าคณะนักวิจัยบอกว่า คนไข้โรคมะเร็งลำไส้ส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบสนองเคมีบำบัด เพราะเนื้องอกต่อต้านการรักษา การค้นพบเช่นนี้ อาจช่วยไขปริศนาเรื่องของยีนและการต่อต้านการรักษา โดยนักวิจัยบอกว่า การตรวจหายีน SMAD4 อาจช่วยให้แพทย์ตัดสินใจรักษาได้อย่างถูกต้อง รวมทั้ง ช่วยยืดอายุขัยให้แก่ผู้ป่วย โดยที่อาจไม่ต้องมีการใช้ยาที่ไม่ทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นแต่อย่างใด ยาหลายขนานที่ใช้ในการรักษาแบบเคมีบำบัด ทำความเสียหายอย่างมากให้แก่ดีเอ็นเอของเซลมะเร็ง ซึ่งทำให้เซลต้องทำลายตัวเองในที่สุด


นักวิจัยสหรัฐระบุบรอคโคลี่ควบคุมมะเร็งเต้านม

นักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า ยาที่ทำมาจากบรอคโคลี่ สามารถควบคุมมะเร็งเต้านมในสุภาพสตรี  ไม่ให้ลุกลามภายใน 10 ปี   โดยนักวิจัยได้นำบรอคโคลี่มาผลิตสารประกอบชนิดหนึ่งที่สามารถต่อต้านมะเร็งได้อย่างม ีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความมั่นใจว่า ในอนาคตจะสามารถผลิตยาเม็ด บรอคโคลี่ สำหรับหญิงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม เพื่อให้ใช้ยาชนิดนี้ป้องกันตัวเองไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามกว่ายาดังกล่าวจะออกวางตลาดได้คงจะต้องใช้เวลาอีก 7-10 ปี โดยในขณะนี้ การทดลองยังอยู่ในขั้นของการทดลองกับสัตว์ ซึ่งนักวิจัยกล่าวอีกว่า น่าจะเป็นการง่ายกว่า ถ้าเราจะผลิตยาเม็ดป้องกันมะเร็ง เพราะการใช้ยาจะได้ผลชะงัดกว่าการรับประทานผักและผลไม้ในปริมาณมาก ๆ  ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า บรอคโคลี่ และผักอื่น ๆ เช่น  กะหล่ำ ประกอบด้วยสารซัลโฟราเฟน ซึ่งประสิทธิภาพสูงในการต่อต้านมะเร็ง  โดยสารดังกล่าวนี้จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเอนไซม์ เฟส ทู ซึ่งจะทำให้สารเคมีที่เป็นสาเหตุของมะเร็งมีสภาพเป็นกลาง และสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งได้ด้วย  อย่างไรก็ดี  สารในผักบรอคโคลี่ตามธรรมชาติ จะเป็นพิษถ้าได้รับในปริมาณมาก ๆ  ผลจากการทดลองพบว่า ถ้าให้สารตัวนี้ในปริมาณสูงเกินไปจะทำให้สัตว์ในห้องทดลองตายได้  นักวิทยาศาสตร์ บอกว่า  น่าเสียดายที่การสังเคราะห์สารเคมีตัวนี้ทำได้ยากลำบากและแพง  และด้วยเหตุผลนี้ทำให้ซัลโฟราเฟนเป็นตัวเลือกอันดับท้าย ๆ ในการพัฒนาเป็นยา  นักวิทยาศาสตร์จึงมองไปที่ทางเลือกใหม่ โดยสังเคราะห์สารเคมีขึ้นมาด้วยการตัดส่วนประกอบทางเคมีของซัลโฟราเฟน ที่ทำให้เกิดพิษออกไป และตั้งชื่อสารสังเคราะห์ตัวใหม่นี้ ว่า  อ๊อกโซเมท ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดพิษต่อร่างกายเมื่อรับประทานมากเกินไปได้


นักวิจัยระบุชายเป็นหมันอาจมีสาเหตุมาจากดีเอ็นเอ

นักวิจัยสหรัฐชี้ว่า ผู้ชายที่เป็นหมันทั้ง ๆ ที่ไม่พบอาการผิดปกติของอสุจิอาจมีสาเหตุที่มองไม่เห็น ซึ่งก็คือ มีความเสียหายเกิดขึ้นที่ดีเอ็นเอ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการทำให้ตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในอนาคต คณะนักวิจัยในคลินิกคลีฟแลนด์ของสหรัฐ กล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญต้องการให้มีการศึกษาเกี่ยวกับสเปิร์มของผู้ชายที่มีปัญหาในการมีลูก อย่างใกล้ชิดโดยทั่วไปแล้วภาวะเป็นหมันในผู้ชายวินิจฉัยได้ง่ายๆ จากการตรวจสอบสเปิร์มว่า รูปทรงปกติดีและว่ายไปมาได้แข็งแรงหรือไม่ หากคู่สมรสไม่สามารถมีลูกได้ตามวิธีธรรมชาติ และดูเหมือนว่า ผู้หญิงก็ไม่ได้เป็นหมัน ก็จะมีการใช้เทคนิคผสมเทียมต่างๆ เข้าช่วย ทั้งเทคนิคการผสมเทียมเด็กหลอดแก้ว หรือไอวีเอฟ  บางครั้งหมอก็ใช้วิธีการฉีด สเปิร์มเข้าไปในไข่ของผู้หญิง หรือที่เรียกว่า อิกซี่  แต่บางครั้งก็ใช้ไม่ได้ผล และจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ผู้ชายที่เคยใช้เทคนิคนี้จะถ่ายทอดปัญหาความผิดปกติในการมีบุตรให้กับลูกหลานต่อไปด้ วย พร้อมระบุอีกว่า คาดไม่ถึงว่า 62% ของผู้ชายที่เป็นหมัน มักมีดีเอ็นเอในสเปิร์มที่ไม่สมบูรณ์ โดยจากการตรวจสเปิร์มหนึ่งในสี่ของผู้ชายที่เป็นหมัน  กลับไม่พบความผิดปกติเลย  หากสเปิร์มที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วไม่สมบูรณ์ ถูกนำไปใช้ในการผสมเทียมกับไข่แล้ว ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถมีบุตร แท้ง หรือมีความผิดปกติในเด็กได้
 
นักวิจัยสหรัฐชี้ว่า ผู้ชายที่เป็นหมันทั้ง ๆ ที่ไม่พบอาการผิดปกติของอสุจิอาจมีสาเหตุที่มองไม่เห็น ซึ่งก็คือ มีความเสียหายเกิดขึ้นที่ดีเอ็นเอ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการทำให้ตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในอนาคต คณะนักวิจัยในคลินิกคลีฟแลนด์ของสหรัฐ กล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญต้องการให้มีการศึกษาเกี่ยวกับสเปิร์มของผู้ชายที่มีปัญหาในการมีลูก อย่างใกล้ชิดโดยทั่วไปแล้วภาวะเป็นหมันในผู้ชายวินิจฉัยได้ง่ายๆ จากการตรวจสอบสเปิร์มว่า รูปทรงปกติดีและว่ายไปมาได้แข็งแรงหรือไม่ หากคู่สมรสไม่สามารถมีลูกได้ตามวิธีธรรมชาติ และดูเหมือนว่า ผู้หญิงก็ไม่ได้เป็นหมัน ก็จะมีการใช้เทคนิคผสมเทียมต่างๆ เข้าช่วย ทั้งเทคนิคการผสมเทียมเด็กหลอดแก้ว หรือไอวีเอฟ  บางครั้งหมอก็ใช้วิธีการฉีด สเปิร์มเข้าไปในไข่ของผู้หญิง หรือที่เรียกว่า อิกซี่  แต่บางครั้งก็ใช้ไม่ได้ผล และจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ผู้ชายที่เคยใช้เทคนิคนี้จะถ่ายทอดปัญหาความผิดปกติในการมีบุตรให้กับลูกหลานต่อไปด้ วย พร้อมระบุอีกว่า คาดไม่ถึงว่า 62% ของผู้ชายที่เป็นหมัน มักมีดีเอ็นเอในสเปิร์มที่ไม่สมบูรณ์ โดยจากการตรวจสเปิร์มหนึ่งในสี่ของผู้ชายที่เป็นหมัน  กลับไม่พบความผิดปกติเลย  หากสเปิร์มที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วไม่สมบูรณ์ ถูกนำไปใช้ในการผสมเทียมกับไข่แล้ว ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถมีบุตร แท้ง หรือมีความผิดปกติในเด็กได้


Copyright(c)2001, All Right Reserved.

 

 

 

 

 

 

 

www.thaiclinic.com


ยาลดความอ้วนกับความดันต่ำ

ยาลดความอ้วนนั้น  บางครั้งอาจประกอบด้วยยาหลายชนิดปะปนกัน ซึ่งบางทีจะมียาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะร่วมอยู่ด้วย ซึ่งยานี้อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีความดันต่ำได้ครับ

แต่โดยทั่วไปถึงแม้ว่าไม่มียาขับปัสสาวะก็ตาม เมื่อรับประทานยาลดน้ำหนักไประยะหนึ่ง ร่างกายจะปรับตัวโดยการทำให้ความดันต่ำลงหัวใจเต้นช้าลงเพื่อให้เหมาะสมกับพลังงานที่ได้รับน้อยลง จะทำให้เกิดอาการหน้ามืดได้ครับ ซึ่งมักเกิดมากในผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายเสมอๆจะไม่ค่อยมีอาการที่ว่าครับ

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ยาลดความอ้วนนั้น ควรไว้เป็นทางเลือกหลังๆ ควรใช้เรื่องของการลดอาหาร ไขมัน ทานผัก ผลไม้ ออกกำลังกาย มากขึ้น  และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพราะยาอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ถ้าใช้ไม่ถูกต้องครับ

โดย  นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์  แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู


กลัวอ้วน ไม่ทานอาหารมื้อเช้าดีหรือไม่

ไม่ควรงดอาหารเช้า  ไม่ว่าจะต้องการลดความอ้วน หรือ ไม่ทานเพราะไม่อยากทาน หรือ ไม่มีเวลา

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก เนื่องจากร่างกายขาดอาหารมาทั้งคืน ดังนั้นเป็นมื้อที่ไม่ควรขาด ควรได้รับอาหารบ้างตอนเช้า หรืออย่างน้อยก็เป็นขนมปังกับนมสดหนึ่งถ้วย ถ้าเกิดกลัวอ้วน หรือ ไม่มีเวลามากนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนนั้น การรับประทานอาหารยังควรทานมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ส่วนมื้อเย็นถ้ากลัวอ้วน อาจทานอาหารพวกผัก ซึ่งสลัดผักจะดีกว่าทานผัดผักหรือทานผลไม้เช่นแอ็ปเปิ้ลจะดีกว่า

โดย พญ.รุ่งทิพย์ วรรณวิมลสุข  แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว


ทำไมตอนตั้งครรภ์ อาจเจ็บซี่โครง

ระยะที่ตั้งครรภ์นั้นร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อมีการยืดตัวมาก ร่วมกับการที่ท้องใหญ่ขึ้นก็จะดันกระดูกซี่โครงให้บานออกรวมทั้งดันกระเพาะอาหารให้เล็กลง จึงมีอาการเจ็บชายโครงทั้งจากระดูกซี่โครง และจากแก๊สในกระเพาะอาหารได้ครับ

การดูแลเบื้องต้น ควรรับประทานอาหารทีละน้อยแต่บ่อยๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สมาก และอาจจะใช้ความร้อนประคบบริเวณที่ปวดได้ครับ

 ถ้าปวดมากอาจจะรับประทานยาพาราเซตามอลได้ครับ

โดย นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์  แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู


Copyright(c)2001, All Right Reserved.