หน้าแรกเว็บบอร์ด หน้าแรกเว็บบอร์ด
   For MD.
   Doctorroom : Hot Zone
   Post reply ( Re: ภาพคนไทยหัวใจรักความถูกต้อง คัดค้านกฎหมายล้างผิดคนโกง )
ขอเชิญเพื่อนแพทย์พูดคุย แสดงความคิดเห็นครับ
หัวข้อ:
ใส่ชื่อ:
Email:
Add YABBC tags:
Add Smileys: <more...>
ข้อความ:

Disable Smilies




Topic Summary
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 15:54:13
ที่กรุงเทพ
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 15:55:57
ที่กรุงเทพ
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:01:33
องค์กรต้านคอร์รัปชันยื่นวุฒิฯคว่ำนิรโทษ
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:03:14

 
อธิการทุกมหาลัยไม่เอากฎหมายนี้
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:07:35

ควายฟ้าอดีตใส่เสื้อเหลืองทั้งนั้น มุขเก่าและ  Grin Grin
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:12:56

 
ู^^ขี้เท่อร์ ขี้ข้าไอ้ทักษิน เห็นแก่เงิน ไอ้ตัวสกปรก Grin
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:20:23
แพทย์ พยาบาล รพ.กรุงเทพ คัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:25:09
on 11/04/13 เวลา 16:12:56, knowต้านประชานิยม wrote:

 
ู^^ขี้เท่อร์ ขี้ข้าไอ้ทักษิน เห็นแก่เงิน ไอ้ตัวสกปรก Grin

 
^^ ควายฟ้าขี้ข้าประชาธิปัตย์ ไอ้โจรมาร์ค เห็นแก่เงิน ไอ้ตัวสกปรก  Grin Grin
 

จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 16:42:59
^คนตั้งเยอะตั้งแยะมาต่อต้านกันทั้งนั้น รู้แกวพวกเองทุกอย่าง มีแต่เอ็งเท่านั้นขี้เท่อร์และหมาเมืองเขมรที่ตาบอดเห็นผิดเป็นชอบ มีหน้ามาเถียงคอเป็นเอ็น สั้นๆโครตทุเรศ ไม่อายตัวเองเลยนะ ศักดิ์ศรีพวกเองไปไหนหมด ไอ้หน้าเงิน ไอ้นักรบไซเบอร์ประจำตัวทักษิน Tongue
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 17:04:25
70 ส.ว.รวมกลุ่มคัดค้านกฎหมายนิรโทษฯ แถลงคว่ำ พ.ร.บ.ช่วยแม้ว ... http://astv.mobi/AlgZ2ep
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 17:30:07
on 11/04/13 เวลา 16:42:59, knowต้านประชานิยม wrote:
^คนตั้งเยอะตั้งแยะมาต่อต้านกันทั้งนั้น รู้แกวพวกเองทุกอย่าง มีแต่เอ็งเท่านั้นขี้เท่อร์และหมาเมืองเขมรที่ตาบอดเห็นผิดเป็นชอบ มีหน้ามาเถียงคอเป็นเอ็น สั้นๆโครตทุเรศ ไม่อายตัวเองเลยนะ ศักดิ์ศรีพวกเองไปไหนหมด ไอ้หน้าเงิน ไอ้นักรบไซเบอร์ประจำตัวทักษิน Tongue

 
ม็อบควายฟ้ารับจ้าง ผลุบๆ โผล่ๆ เอาเฉพาะคนเลือกผู้ว่าก็หลักล้านแล้ว แค่นี้ทำเป็นคุย
 
ไอ้พวกขี้ข้าประชาธิปัตย์ ไอ้หน้าเงิน ไอ้นักรบไซเบอร์ประจำพรรคควายฟ้า ขยะจริงๆ  Grin Grin
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 20:48:43
      หลังแกนนำม็อบ( คือปชป.)ประกาศย้ายม็อบถาวร   จากแยกสามเสน(ใกล้รัฐสภาแค่คืบ)  ไปปักหลักอนุสาวรีย์ฯประชาธิปไตยแทน นั้น    เท่ากับโชว์ธาตุแท้แกนนำม็อบ( คือปชป.)ว่า   ไม่มีเจตนาคว่ำร่างพรบ.นิรโทษกรรม   เพราะที่ตั้งม็อบห่างไกลจากสนามรบแท้จริง( ห้องประชุมรัฐสภา)   ฟังนะ...อ้ายการที่ย้ายม็อบห่างจากห้องประชุมรัฐสภาออกไป    แกนนำม็อบย่อมแน่ใจว่า   ม็อบที่ตนต้มให้มาชุมนุม  จะไม่กรูกันเข้าไปในห้องประชุมรัฐสภาได้ง่ายๆ   คือว่า อยู่ๆฝูงม็อบของตน  จะไม่ปุบปับกลายเป็นตัวคว่ำร่างพรบ.นิรโทษกรรมโดยไม่คาดฝัน   กระผมถึงเรียนซ้ำๆว่า   ตราบใดแกนนำม็อบเป็นพรรคปชป.  หรือ เป็นผู้ควบคุมม็อบ   ร่างพรบ.นิรโทษกรรมก็จะผ่านฉลุย   เพราะเนื้อแท้พรรคปชป.(อดีตรัฐบาลที่สั่งยิงทิ้ง)ต้องการพรบ.นิรโทษกรรมมากก ว่าใครทั้งหมด , ครับ...
จากคุณ: Pearson โพสเมื่อวันที่: 11/04/13 เวลา 21:39:39
ขอร่วมคัดค้านกฏหมายฟอกผิดให้โจรที่ออกโดยควาย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/05/13 เวลา 05:29:17
รือข่ายแดงแตกคอเฉ่งนิรโทษกรรม “นช.แม้ว” ทำเจ๊ง “ปลื้ม” ทวิตเตอร์ ถ้า กม.นิรโทษฯ ไม่ผ่านศาล ทักษิณพัง เพื่อไทยจบ แต่ถ้าผ่านด่านศาลเพราะมีดีลทั้งศาลและระบอบเละ เช่นเดียวกับ “สมศักดิ์ เจียมฯ” เฉ่ง ถ้านิรโทษฯ พังทำแก๊งแดงในคุกต้องอยู่นาน “แม้ว” ต้องรับผิดชอบ เพราะยัดไส้ เพิ่มคดีตัวเองแบบครอบจักรวาล ย้อนไปถึงปี 2547 บีบเพื่อไทยผิดสัญญากับมวลชน
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในสังคม แม้แต่คนในเครือข่ายคนเสื้อแดง ล่าสุด ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์เสื้อแดง เอเชียอัพเดท และวอยซ์ทีวี ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว @KhunPleum แสดงความเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า “ถ้า พ.ร.บ.นิรโทษฯ ไม่ผ่านศาล ทักษิณพังเเละพังนาน หงายหน้าเเละเพื่อไทยจบ เเต่ถ้าผ่านด่านศาลเพราะมีดีลก็แสดงว่าศาลพังเเละระบอบเละ”
   
  ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกหนึ่งในเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อแดง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในบัญชีชื่อสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลว่า ถ้าครั้งนี้ พ.ร.บ.สุดซอยพัง แล้วเลยพลอยทำให้อิสรภาพของมวลชนในคุกต้องเนิ่นนานออกไปอีก ความรับผิดชอบอันดับแรกเลยอยู่ที่คุณทักษิณ
   
  “ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีเศษที่แล้ว ที่ผมเรียกร้องให้หาทางนิรโทษกรรม ก็เสนอว่าจะต้องแยกคดีทักษิณ ออกจากคดีมวลชนทั่วไป เพราะแม้คดีมวลชนทั่วไปก็ยากอยู่แล้ว แต่ถ้ายิ่งเพิ่มคดีทักษิณด้วย ความยากลำบากจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล (อย่าลืมว่า แม้แต่พวกนักวิชาการออกแนวเหลืองอย่าง คมสัน หรือโคทม ยังยอมรับในระดับหนึ่ง กับการให้นิรโทษกรรมระดับประชาชนธรรมดาออกมาก่อน) ครั้งนี้ ทักษิณ ไม่เพียง ยัดใส้ เพิ่มคดีตัวเองเข้าไป ยังเพิ่มสารพัดคดี ครอบจักรวาล ย้อนหลังไปถึงปี 2547 ชนิดที่หาเหตุผลรองรับไม่ได้เลย และทั้งยังสั่งให้พรรคเพื่อไทย ผิดคำพูด คำสัญญา กับมวลชนตัวเองเมือไม่กี่เดือนที่แล้วนี้เอง เรื่องจะไม่นิรโทษกรรมรวมเรืองการฆ่ากลางเมืองไปด้วย
   
  งานนี้ถ้าพัง และมวลชนติดคุกต่อ ก็โทษใครไม่ได้เลย (และอย่างที่คุณปลื้มว่า ต่อให้ไม่พัง ดันจนผ่านได้ ระบบก็พัง เสียหายต่อระบบมากเหมือนกัน)”
    ควายแดงตามท้องทุ่งตาสว่างแล้ว เหลือแต่ควายแดงหน้าจอกับมือปีนรับจ้าง  รวมทั้งพวกหัวเอียงซ้ายที่ผสมพันธ์กับทุนชั่วร้าย  เหยียบย่ำศพคอมเรดที่หลอกมาตายเพื่อแสวงหาอำนาจเท่านั้น
 
 
   
จากคุณ: ชาย IV โพสเมื่อวันที่: 11/05/13 เวลา 16:28:18

 
 Grin
จากคุณ: Pearson โพสเมื่อวันที่: 11/05/13 เวลา 17:00:21
Grin Grin Grin Grin
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/05/13 เวลา 17:10:59
ASTV เลิกถ่ายสดสามเสน! เซ็ง ปชป.ดีแต่หาเสียง ไม่จริงใจนำมวลชน
 
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000136730
 
ควายเหลืองด่าควายฟ้า http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000095063
 

 

 

 
 Grin Grin Grin Grin
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/06/13 เวลา 05:23:27
ผู้บริหารจุฬาฯ นำโดย “คุณหญิงสุชาดา” นายกสภา “หมอภิรมย์” อธิการฯ และศิษย์เก่า แวดวงการเมืองและนักแสดง “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, พิจิตต รัตตกุล, ญาณี จงวิสุทธิ์” ร่วมด้วยศิษย์ปัจจุบัน ตบเท้าเดินขบวนต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จี้คว่ำกฎหมายฉบับนี้ พร้อมตั้ง กรรมการจากคณะรัฐศาสตร์-นิติฯ วิเคราะห์สถานการณ์วางแผนแก้ไขระยะยาว พร้อมจัด 3 ขบวนเดินสายและสิ้นสุดที่บริเวณหอศิลป์ กทม.ร่วมร้องเพลงชาติและเพลงมหาจุฬาลงกรณ์
   
 
   
   
   
 
 
  วันนี้ (5 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 15.40 น.บรรยากาศที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีศิษย์เก่าและนิสิตปัจจุบัน รวมถึงคณาจารย์ และผู้บริหารจากทุกคณะ ได้ทยอยมารวมตัวบริเวณสนามหญ้าหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล เพื่อตั้งขบวนเตรียมเดินออกไปร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการคัดค้านร่างพระราชบัญญั ตินิรโทษกรรม ทั้งนี้ผู้ร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ต่างสวมเสื้อยืดสีดำ พิมพ์ข้อความด้านหน้าว่า “ต้านคนโกง” และด้านหลังคำว่า “จุฬาฯ เชิดชูคุณธรรม”
   
  จากนั้น เมื่อเวลา 16.45 น.กลุ่มผู้ชุนนุมชาวจุฬาฯ ในนามเครือข่ายจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรม ได้เริ่มออกเดินเท้าจากบริเวณด้านหน้าสนามหญ้าหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล มีผู้บริหารนำโดย ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี และ คุณหญิงสุชาดา กีระนันนท์ นายกสภาจุฬาฯ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนมากหลายพันคนจนเต็มสนามหญ้า ส่วนใหญ่เป็นศิษย์เก่าจุฬาฯ ซึ่งมีผู้มีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองหลายคน อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, ดร.พิจิตต รัตตกุล, นายเกียรติ สิทธีอมร, นายประสาร มฤคพิทักษ์ ขณะที่ดารานักแสดง อาทิ ญาณี จงวิสุทธิ์ และซูโม่โค้ก
   
  โดย ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าวว่า การมารวมตัวของชาวจุฬาฯ ในครั้งนี้ เพราะเป็นห่วงร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ผ่านวาระ 3 อย่างเร่งรีบผิดปกติ และมีการขยายระยะเวลา ซึ่งการนิรโทษกรรมดังกล่าวครอบคลุมไปถึงการทุจริตคอร์รัปชัน ในฐานะที่เป็นสถานบันการศึกษา ที่สั่งสอนคนให้เป็นคนเก่ง คนดี แต่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สุ่มเสี่ยมต่อคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งหาก พ.ร.บ.ผ่านวุฒิสภาแล้วต่อไปจะสอนเด็กได้อย่างไร โดยส่วนตัวอยากเสนอทางออกให้คว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้กลับมาแก้ไขให้ถูกด้วยเหตุและผล ทั้งนี้ แม้ขณะนี้ประธานวุฒิสภา ออกมาบอกว่าจะคว่ำ แต่ขอดูก่อนว่าจะมีปัจจัยอื่นที่จะส่งผลให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาหรือไม่ ทั้งนี้ ทางจุฬาฯได้มีการตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย อาจารย์จากคณะต่างๆ อาทิ คณะรัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ เป็นต้น มารวมพลังกันเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ในแต่ละวันที่จะเกิด เพื่อนำมาสู่การพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อได้ และมีแผนระยะยาวจะให้ความรู้แก่ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และประชาชนเกี่ยวกับกฎหมาย
 
  “ทางจุฬาฯได้ให้อิสระอย่างเต็มที่แก่นิสิต อาจารย์ และบุคลากรที่ต้องการไปร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มอื่นๆ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล และเป็นการแสดงพลังเพื่อเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้อง แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองนั้น มีอาจารย์ด้านกฎหมายที่คอยดูแลให้ความเข้าใจแก่นิสิต” ศ.นพ.ภิรมย์ กล่าว
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรม ประกาศจุดยืน 5 ข้อ ดังนี้ 1.ขอคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งสุดซอย อย่างถึงที่สุด โดยจะร่วมมือสนับสนุนการเคลื่อนไหวการต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมโดยสันติว ิธี 2.ขอเรียกร้องให้วุฒิสภา ได้พิจารณากลั่นกรองร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ด้วยความรอบคอบและเป็นอิสระ อย่างถึงที่สุด ไม่ให้ร่างกฎหมายซึ่งมีที่มาที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ และขัดแย้งต่อหลักการปกครองแบบประชาธิปไตยผ่านมือไปได้ 3.ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ทันที 4.ขอเรียกร้องและสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทุกคนและทุกกลุ่มองค์กรวิชาชีพต่าง ๆแสดงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตนเองเกี่ยวกับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ให้บ รรดา ส.ส. ส.ว.และพรรคการเมือง ซึ่งเป็นตัวแทนทางการเมืองของท่านได้อย่างเปิดเผย อีกทั้งตรวจสอบการลงมติของ ส.ส.ของท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า ส.ส. ส.ว.ลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง 5.ขอคัดค้านการใช้กฎหมายความมั่งคง ใช้อำนาจรัฐ และอิทธิพลทางการเมืองจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นคัดค้านร่างกฎหมายนิรโ ทษกรรมของประชาชน และขอต่อต้านการใช้ความรุนแรงในการเข้าควบคุม สลายมวลชนที่ชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยสันติวิธี
   
  สำหรับขบวนของจุฬาฯ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งเคลื่อนขบวนพร้อมกัน ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มนิสิตปัจจุบันจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยมุ่งไปทางสี่แยกปทุมวันแล้วเ ลี้ยวขวาเข้าสยามสแควร์ เพื่อแจกเอกสารแถลงการณ์รณรงค์ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มนิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่าที่มีความรู้ภาษาอังกฤษจะเดินแจกเอกสารแ ถลงการณ์และประชาสัมพันธ์กิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่บริเวณห้างสรรพสินค้ามาบุญครองได้รับทราบ และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มนิสิตเก่าสูงวัยจะค่อยๆ เดินมุ่งตรงไปยังเวทีด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยทั้งหมดจะเริ่มเดินจากมหาวิทยาลัยผ่านบริเวณด้านหน้าประตูใหญ่ ฝั่งถนนพญาไท ไปจนถึงสี่แยกปทุมวัน และสิ้นสุดขบวนที่เวทีด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในเวลา 18.00 น.เพื่อร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพลงมหาจุฬาลงกรณ์เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ
  ควายแดงตามท้องทุ่งตาสว่างแล้ว เหลือแต่ควายแดงหน้าจอกับมือปีนรับจ้าง  รวมทั้งพวกหัวเอียงซ้ายที่ผสมพันธ์กับทุนชั่วร้าย  เหยียบย่ำศพคอมเรดที่หลอกมาตายเพื่อแสวงหาอำนาจเท่านั้น
   
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/06/13 เวลา 12:43:40
จุฬาสนับสนุน ให้ผู้มีอำนาจสั่งการ และทหารเอามายิงเป้า
 
แบบนี้ทรราชอภิสิทธิ์หัวทะลุแน่ๆ  
 

 
 Grin Grin Grin Grin
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 05:18:19
(6 พ.ย.) มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา บางกอกน้อย และพญาไท จัดให้มีการแสดงพลังคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งที่ประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีมติขอคัดค้านร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ และขอให้วุฒิสภาใช้วิจารณญาณ ในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศชาติขณะนี้ โดยการไม่ผ่านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อเป็นการจรรโลงคุณธรรม และจริยธรรมของสังคมไทย และขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายใช้สติในการแก้ไขปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่โดยสั นติวิธี
 
มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงพลังคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
   
 
   
 
  เริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล มีการประกาศหยุดเรียนระหว่างเวลา 08.30 - 10.30 น. เพื่อเดินขบวนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ศูนย์การเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เดินนำขบวนผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา จากศูนย์การเรียนรู้มหิดล ไปยังประตู 6 ผ่านตลาดศาลายา และเข้าทางประตู 3 เดินกลับไปยังศูนย์การเรียนรู้มหิดล จากนั้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวแถลงการณ์คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมยืนแสดงเจตนารมณ์ 1 นาที หลังจากนั้น ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา จะร้องเพลงเทิดพระนามมหิดลโดยพร้อมเพรียงกัน
 
   
 
   
 
  ด้าน คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท นัดรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังเพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และยื่นหนังสือให้แก่วุฒิสภา ในเวลา 17.00น. จากนั้น ได้มีการเดินขบวนไปร่วมชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ เพื่อร่วมแสดงพลังคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกับเหล่ามวลชน
 
   
 
   
 
  ขณะที่เวลา 17.30 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตบางกอกน้อย ประกอบด้วยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประกาศนัดรวมพลคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีบุคลากร นักศึกษา คณาจารย์ และผู้บริหารได้ร่วมกันแต่งกายไว้ทุกข์ชุดขาว หรือดำ พร้อมสัญลักษณ์สีน้ำเงิน รวมตัวกันที่ลานพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนก เพื่ออ่านแถลงการณ์คัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
 
  ควายแดงตามท้องทุ่งตาสว่างแล้ว เหลือแต่ควายแดงหน้าจอกับมือปีนรับจ้าง  รวมทั้งพวกหัวเอียงซ้ายที่ผสมพันธ์กับทุนชั่วร้าย  เหยียบย่ำศพคอมเรดที่หลอกมาตายเพื่อแสวงหาอำนาจเท่านั้น
 
 
   
 
   
 
   
 
จากคุณ: Pearson โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 19:56:41
ชอบเอาข้อมูลโง่ๆมาโพสต่อ
 
อธิการเขานำขบวนแต่เขาก็ไม่ได้บังคับ หรือแจกเงินใครให้มาเดินด้วย เด็กมันจะเดินก็เพราะอยากจะให้ไอ้พวกชาติชั่วได้รู้ตัว  
 
 
็ได้ผล รีบหงอถอยใหญ่ คงกลัวไม่ได้แดกเงินกู้ต่อ  
 
ไอ้ขี้ข้าสมองน้อยเอ้ย รับจ้างมาโพสก็ให้มันดูฉลาดกว่านี้หน่อยก็ดีนะ
 
 Grin Grin
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 20:26:10
ชอบเอาข้อมูลโง่ๆมาโพสต่อ  
 
อธิการเขานำขบวนแต่เขาแกมบังคับ อาจจะแจกเงินใครให้มาเดินด้วย เด็กมันจะเดินก็เพราะโดนหลอก
 
ไอ้ขี้ข้าสมองน้อยเอ้ย รับจ้างมาโพสก็ให้มันดูฉลาดกว่านี้หน่อยก็ดีนะ  
 
 Grin Grin Grin
จากคุณ: Pearson โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 22:57:07
อย่าเอาสันดานชั่วๆของตัวเองมาตัดสินคนอื่น ที่เห่าออกมาไม่ทราบมีหลักฐานหรือไม่ ถ้าเอามาไม่ได้ เขียนมาลอยๆก็แปลว่าเลวระยำมากๆที่กล่าวหาเช่นนี้
 
อย่างว่าคนเลวก็มักจะคิดแต่เรื่องเลวๆของตัวเอง
 
 Grin Grin Grin
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 23:01:42
อย่าเอาสันดานชั่วๆของตัวเองมาตัดสินคนอื่น ที่เห่าออกมาไม่ทราบมีหลักฐานหรือไม่ ถ้าเอามาไม่ได้ เขียนมาลอยๆก็แปลว่าเลวระยำมากๆที่กล่าวหาเช่นนี้  
 
อย่างว่าคนเลวก็มักจะคิดแต่เรื่องเลวๆของตัวเอง  
 
 
จากใจ " เด็กจุฬา " ...ที่โดน " หลอก "... http://pantip.com/topic/31205236  Grin Grin Grin
จากคุณ: Pearson โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 23:15:24
นี่เหรอหลักฐาน มันไม่ได้บอกเลยว่าที่กล่าวหาข้างบนเป็นความจริง
 
 ก่อนเสพข่าวมั่วๆ ทำไมไม่หัดอ่านแถลงการณ์จริงๆบ้างล่ะ
 
http://pantip.com/topic/31194625
 
ก็ไม่เห็นว่าเขาจะหลอกตรงไหน ก็คือคัดค้านกฏหมายนิรโทษ ไม่ว่าจะเป็นคดีใดๆก็ตามแต่รวมการโกงด้วยและมันก็กลายเป็นกระแส เพราะไอ้รัฐบาลนี้มันโกงหน้าด้านๆเห็นๆ
ที่ด่าคนอื่น กล่าวหาคนอื่น ไอ้สมองน้อยจะรับผิดชอบอย่างไร หรือสันดานถ่อยเกินเยียวยา ด่าโดยไม่รับผิดชอบ ชั่วแล้วยังมั่วจริงๆ
 
 Grin Grin Grin
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/07/13 เวลา 23:37:35
เด็กมันโดนบังคับให้ไปเดิน พวกควายฟ้าใส่เสื้อเหลืองบอกทุกคนเต็มใจ  
 
พอยกตัวอย่างให้ดู ก็แถไปเรื่อย สรุปถ้าพรรคควายฟ้าโกงไม่ว่า เพราะพวกเดียวกัน
 
ที่ด่าคนอื่น กล่าวหาคนอื่น ไอ้สมองน้อยจะรับผิดชอบอย่างไร หรือสันดานถ่อยเกินเยียวยา ด่าโดยไม่รับผิดชอบ ชั่วแล้วยังมั่วจริงๆ  
 
 Grin Grin Grin Grin
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/08/13 เวลา 05:00:56
(6 พ.ย.) มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา บางกอกน้อย และพญาไท จัดให้มีการแสดงพลังคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งที่ประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีมติขอคัดค้านร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ และขอให้วุฒิสภาใช้วิจารณญาณ ในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศชาติขณะนี้ โดยการไม่ผ่านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อเป็นการจรรโลงคุณธรรม และจริยธรรมของสังคมไทย และขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายใช้สติในการแก้ไขปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่โดยสั นติวิธี
 
มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงพลังคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
   
 
   
 
     เริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล มีการประกาศหยุดเรียนระหว่างเวลา 08.30 - 10.30 น. เพื่อเดินขบวนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ศูนย์การเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เดินนำขบวนผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา จากศูนย์การเรียนรู้มหิดล ไปยังประตู 6 ผ่านตลาดศาลายา และเข้าทางประตู 3 เดินกลับไปยังศูนย์การเรียนรู้มหิดล จากนั้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวแถลงการณ์คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมยืนแสดงเจตนารมณ์ 1 นาที หลังจากนั้น ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา จะร้องเพลงเทิดพระนามมหิดลโดยพร้อมเพรียงกัน
 
   
 
   
 
  ด้าน คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท นัดรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังเพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และยื่นหนังสือให้แก่วุฒิสภา ในเวลา 17.00น. จากนั้น ได้มีการเดินขบวนไปร่วมชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ เพื่อร่วมแสดงพลังคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกับเหล่ามวลชน
 
   
 
   
 
  ขณะที่เวลา 17.30 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตบางกอกน้อย ประกอบด้วยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประกาศนัดรวมพลคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีบุคลากร นักศึกษา คณาจารย์ และผู้บริหารได้ร่วมกันแต่งกายไว้ทุกข์ชุดขาว หรือดำ พร้อมสัญลักษณ์สีน้ำเงิน รวมตัวกันที่ลานพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนก เพื่ออ่านแถลงการณ์คัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/09/13 เวลา 05:42:17
คนพาณิชย์ออกมาต้าน พ.ร.บ.สุดซอย เผยต้องการจุดประกายให้ข้าราชการกระทรวงอื่นๆ สู้ตาม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 พฤศจิกายน 2556 18:09 น.  
 
 
  ข้าราชการพาณิชย์ลุกฮือ รวมตัวหลังเลิกงานเป่านกหวีดต้าน พ.ร.บ.นิรโทษ เผยต้องการจุดประกายให้ข้าราชการกระทรวงอื่นๆ หลังเป็นกระทรวงแรกที่ลุกขึ้นสู้
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อเวลา 16.30 น. หลังจากเลิกงานได้มีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 100 คนรวมตัวกันหน้ากระทรวงพาณิชย์ ริมถนนสนามบินน้ำ และร่วมกันเป่านกหวีดเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งได้สร้างความสนใจให้แก่ประชาชนที่สัญจรไปมา
   
  ทั้งนี้ ข้าราชการรายหนึ่งระบุว่า ที่ออกมาคัดค้านเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าข้าราชการมีจุดยืนและต้องการยืนอ ยู่ข้างความถูกต้อง และต้องการแสดงให้เป็นตัวอย่างแก่ข้าราชการกระทรวงอื่นๆ ให้ออกมาคัดค้านความไม่ถูกต้อง และถือเป็นกระทรวงแรกที่ออกมาคัดค้าน โดยหวังว่าจะเป็นการจุดประกายให้ข้าราชการกระทรวงอื่นๆ ออกมาคัดค้านด้วย
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ข้าราชการได้มีการนัดชุมนุนหน้ากระทรวงเพื่อแสดงจุดยืนอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ย. 2556 และมีแผนจะชุมนุมลักษณะดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/10/13 เวลา 06:30:40
พรึ่บ! คน มช.แน่นศาลาธรรม ยื่นเฉียดหมื่นชื่อต้าน กม.ล้างผิดคนโกง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  6 พฤศจิกายน 2556 19:21 น.  
 
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - ชาว มช. ทั้ง นศ.-อาจารย์-บุคลากร-ประชาชน หลั่งไหลเข้าศาลาธรรม ร่วมยื่นหนังสือคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมส่ง 8,716 รายชื่อร่วมต้าน ประชาคมมหาวิทยาลัยชี้ การตัดสินใจทางการเมืองต้องเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตัว ส.ว.ระบุวุฒิสภายึดความถูกต้องเป็นหลัก
   
  นายวัชระ ตันตรานนท์ ส.ว.สรรหา รับหนังสือพร้อมรายชื่อผู้ที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากประชาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันนี้ (6 พ.ย.) ที่ศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ท่ามกลางนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรของ มช. และประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจำนวนมาก โดยนายวัชระได้รับหนังสือพร้อมรายชื่อ 8,716 รายชื่อจาก รศ.นพ.อำนาจ อยู่สุข รองอธิการบดีฝ่ายบริการ พัฒนาสังคม ศิลปวัฒนธรรม และกิจการพิเศษ ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านได้ชูแผ่นป้ายข้อความต่อต้านร่าง พ.ร.บ. พร้อมทั้งเป่านกหวีดเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างต่อเนื่อง
   
  ขณะเดียวกัน ดร.นัทมน คงเจริญ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มช. ในนามประชาคม มช. ได้อ่านแถลงการณ์ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การตัดสินใจทางการเมืองใดๆ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ใช่การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล นักการเมืองและสถาบันอำนาจต่างๆ ต้องยึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรมตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด
   
  สำหรับรายชื่อทั้งหมดที่ยื่นต่อ ส.ว.มาจากการเปิดจุดลงชื่อตามคณะรวม 9 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 2-6 พฤศจิกายน พร้อมด้วยรายชื่อจากแหล่งอื่นๆ และผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ อาทิ เพจ “ชาว มช.ร่วมแสดงจุดยืนคัดค้านการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม”
   
  ด้านนายวัชระกล่าวว่า จะได้นำรายชื่อส่งมอบให้ประธานวุฒิสภาต่อไป ซึ่งตนเชื่อว่า ส.ว.มีจิตสำนึกของความถูกต้อง ความรักชาติบ้านเมือง และการยึดมั่นในหลักนิติรัฐ ดังนั้นวุฒิสภาจะทำสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ยอมให้ใครมาทำลายหลักการของประเทศโดยไม่ถูกต้อง พร้อมที่จะดำเนินการให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด และจบลงอย่างรวดเร็วให้ได้
   
  ซึ่งชี้แนวทางที่เป็นไปได้ คือ การไม่รับร่าง หรือรับร่างแล้วตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ระหว่างวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแก้ไขร่าง อย่างไรก็ตาม การที่ประชาชนแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นสิ่งที่วุฒิสภาจะต้องสนองตอบความต้องการของประชาชนในทิศทางที่ดีที่สุด
   
  ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อ กลุ่มผู้คัดค้านประมาณ 500 คนได้เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณศาลาธรรม มุ่งหน้าสู่หน้ามหาวิทยาลัย ก่อนจะเลี้ยวกลับเข้ามาในมหาวิทยาลัย และกลับสู่ศาลาธรรม แล้วจึงสลายตัว
   
  ขณะที่กลุ่มนักศึกษาส่วนหนึ่งจากคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ในนามกลุ่มนักศึกษา มช.คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้แยกออกมาชุมนุมบริเวณด้านข้างอาคารศาลาธรรม โดยระบุว่าตัดสินใจไม่เข้าร่วมกับกลุ่มผู้คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ของ มช. เนื่องจากมีความเห็นเกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะเห็นพ้องกันในประเด็นการคัดค้านก็ตาม
จากคุณ: knowต้านประชานิยม โพสเมื่อวันที่: 11/10/13 เวลา 23:34:01

 
เจ้านายเอ็งฆ่าและสั่งเผาแล้วยังมีหน้าไปป้ายสีให้เค้า คลิปวิดีโอมีให้ดูกันทั่ว ไอ้หน้าเงิน หลอกเด็กสามขวบไป๊ ตุเร้ด Grin
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/11/13 เวลา 05:23:56
   
คนไทยในอังกฤษไม่น้อยหน้า ลุกฮือ!ต้านนิรโทษสุดซอย
วันเสาร์ ที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556, 20.59 น.
     วันนี้ 9 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศอังกฤษ กลุ่มคนไทยในประเทศอังกฤษ ได้นัดรวมตัวและลงชื่อคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมเดินขบวนถือป้ายประท้วงต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษไปรอบบริเวณ Old Palace Yard, House of Parliament (ลานพระราชวังเก่าสภาผู้แทนราษฎร)ทั้งนี้ยังมีการร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพล งปลุกใจอื่นๆ อีก นอกจากนี้คนไทยในอังกฤษยังมีการร่วมเป่านกหวีดพร้อมกันเป็นเวลา 2 นาที เพื่อแสดงพลังชาวไทยในอังกฤษให้ชาวโลกได้เห็น
 
อย่างไรก็ตามการร่วมนัดชุมนุมในครั้งนี้มีประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ  ทั้งคนทำงานเจ้าของกิจการ และนักเรียน ต่างมาร่วมแสดงพลังต่อต้านการนิรโทษกรรม ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของคนไทยในอังกฤษโดยมีผู้ชุมนุมมาร่วมมา กกว่า 500 คน
   ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กลุ่มคนไทยในอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า "พวกเราพี่น้องชาวไทยที่อาศัยอยู่ในอังกฤษได้มารวมตัวกันวันนี้เพื่อเรียกร้ องความยุติธรรมและความถูกต้องอย่างสันติวิถี ในการออกกฏหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ขาดความเป็นธรรมและมีนัยยะ ซ้อนเร้น มีเนื้อหาที่เป็นการสร้างมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องขึ้นในสังคมไทยซึ่งจะทำให้เกิ ดความเข้าใจผิดว่าการทุจริตคอรัปชั่นมิใช่สิ่งที่ผิด และสามารถหลุดพ้นจากการรับผิดได้ด้วยการนิรดทากรรม พวกเราจึงขอคัดค้านพ.ร.บ.นี้ และขอให้สมาชิกวุฒิสภาใช้ดุลยพินิจไม่รับร่างพ.ร.บ. พร้อมทั้งเห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่นำร่าง พ.ร.บ.นี้ขึ้นมาพิจารณาอีก
 
ทั้งนี้ทั้งนั้นทางทีมงานมิได้มีเจตนาที่จะต่อต้านบุคคลใด บุคคลหนึ่ง หรือมีเจตนาสร้างความแตกแยก การชุมนุมในครั้งนี้เกิดขึ้นในนามของประชาชนชาวไทยที่มีใจรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพสูงสุดของประชาชนชาวไทย
 
 
 
จากคุณ: Pearson โพสเมื่อวันที่: 11/11/13 เวลา 16:36:11
ไอ้สมองน้อย ชั่วแล้วยังโง่อีก โพสแต่ข้อมูลโง่ๆ ไอ้ควายหน้าเงิน ไปหลอกเด็กสามขวบที่เขมรโน่นไป๊
 
 Grin
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/12/13 เวลา 05:19:15
หอการค้าฯ จี้ปรับร่าง กม.นิรโทษกรรม ชี้ล้างผิดเกินไปขัดหลักสากลกระทบ ศก.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 พฤศจิกายน 2556 17:07 น.  
 
  หอการค้าทั่วประเทศและหอการค้าต่างประเทศแถลงจุดยืนจี้ฝ่ายนิติบัญญัติปรับป รุงกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย เหตุเป็นการลบล้างผิดที่เกินจากผู้ชุมนุมทางการเมืองขัดหลักสากล และจะกระทบต่อความเสียหายประเทศ โดยเฉพาะการลบล้างความผิดมาตรา 3 ขณะที่ กกร.เห็นชอบร่วมกันขอให้ทุกฝ่ายเร่งหาทางออกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประเ ทศ
   
  นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดแถลงจุดยืนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ สมาคมการค้าและหอการค้าต่างประเทศต่อร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า ขอเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ดำเนินการที่ถูกต้องต่อการพิจารณาร่างกฎหม ายนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองให้เป็นไปตามห ลักสากลและไม่ส่งผลกระทบให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศ
   
  ทั้งนี้ ตามกฎหมายได้มีการแปรญัตติเพิ่มเติมในมาตรา 3 ให้ครอบคลุมผู้กระทำความผิดในทางอาญาคดีทุจริตคอร์รัปชันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 รวมระยะเวลากว่า 9 ปี ซึ่งบางช่วงไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง ดังนั้นหอการค้าฯ จึงเสนอแนวทางดังนี้
   
  1. หากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลต่อการจัดอันดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ซึ่งจะกระทบต่อภาพลักษณ์ในการส่งเสริมการลงทุนของประเทศ รวมทั้ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวมีเนื้อหาสุ่มเสี่ยงขัดแย้งกับอนุสัญญาขององค์การส หประชาชาติเพื่อการต่อต้านทุจริต (United Nations Convention against Corruption : UNCAC 2003) ที่รัฐบาลไทยได้ให้สัตยาบันในการเข้าเป็นภาคีไว้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 ซึ่งจะส่งผลให้ขาดการยอมรับและความน่าเชื่อถือจากนานาอารยประเทศ
   
  2. จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น ทำให้การลงทุนและธุรกิจจะขับเคลื่อนได้ยาก มีการเคลื่อนย้ายการลงทุนไปประเทศอื่น ส่งผลกระทบในระยะยาว เป็นการซ้ำเติมประเทศในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้สูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน รวมถึงกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของประเ ทศในขณะนี้
   
  3. การลบล้างความผิดตามมาตรา 3 ทั้งหมดจะทำให้ผลของคดีทุจริตคอร์รัปชันทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ทั้งที่มีการตัดสินคดีแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีจะได้รับการนิรโทษกรรมทั้งหมด ซึ่งเป็นการล่วงละเมิดระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และไม่เป็นธรรมต่อคดีทุจริตอื่นๆ ที่มิได้อยู่ในกรอบ พ.ร.บ.ฉบับนี้
   
  4. ส่งผลให้เกิดความแตกแยก ขัดแย้ง และการเผชิญหน้าในทางสังคมมากขึ้น รวมทั้งทำให้เกิดการทำลายระบบคุณธรรมของสังคมไทยอย่างร้ายแรง จึงควรให้คดีทุจริตคอร์รัปชันได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมอย่ างเป็นปกติ
   
  นายอิสระยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ซึ่งประกอบด้วย สภาหอฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ว่า กกร.มีความเห็นร่วมกันต่อปัญหาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่กำลังนำไปสู่ก ารเผชิญหน้าในสังคมอย่างกว้างขวาง จึงขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการเพื่อให้เกิดทางออกและนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ โดยเร็วที่สุดเพื่อทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความเข้มแข็งของเศรษฐกิจประเทศ  
   
  “วันนี้ กกร.ยังไม่ได้มีมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เนื่องจากบางส่วนยังไม่ได้มีการสอบถามสมาชิกโดยเฉพาะส่วนของสมาคมธนาคารไทยแ ละ ส.อ.ท. ซึ่งหลังจากนี้แต่ละส่วนจะไปแถลงจุดยืนของตนเองต่อไป แต่เห็นตรงกันว่าต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรคงไม่ใช่หน้าที่เราที่จะตอบ” นายอิสระกล่าว
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกร.ไม่สามารถมีมติเป็นเอกฉันท์ได้ โดยเฉพาะ ส.อ.ท. เนื่องจาก นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทำให้รองประธานที่เข้ามาแทนไม่สามารถตัดสินใจ ประกอบกับยังไม่มีการสอบถามสมาชิกเช่นเดียวกับสมาคมธนาคารไทย
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/12/13 เวลา 16:20:40
"เนชั่น" ยอมถอย แนะ "ม็อบปชป." กลับบ้าน  
 
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 (go6TV) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 เวลา 01:00 เว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้เผยแพร่บทความ “ระวังกระแสตีกลับ ถอยเถิดครับ ปชป.” ซึ่งเขียนโดย นายปกรณ์ พึ่งเนตร โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
 
http://www.go6tv.com/2013/11/blog-post_5865.html
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/13/13 เวลา 04:06:36
อดีตทีมขุนพลศก. ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ หวั่นชาติพัง! อัดยับ ‘ปู’ ดื้อตาใสรู้ว่าพลาดแต่ไม่แก้!
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  31 ตุลาคม 2556 19:51 น.  
 
  อดีตขุนพลเศรษฐกิจข้างกาย ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ทั้ง ‘สมคิด-ทนง-ดร.โกร่ง-ธีระชัย-ปรีดิยาธร-ณรงค์ชัย-สมพล’ พร้อมภาคเอกชน ดาหน้าอัดแนวทางบริหารประเทศของรัฐบาล ‘ปูแดง’ ผิดพลาด พาประเทศลงเหว โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมบริหารกันจนเละ โรคคอร์รัปชันระบาด แถมดื้อตาใส รู้ว่าพลาดแต่ไม่ยอมแก้ไขทั้งด้านเกษตร-อุตสาหกรรม ทุกปัญหาสะท้อนทีมเศรษฐกิจยุคนี้ไร้ฝีมือ มีหน้าที่แค่ตรายางพรรคเพื่อไทย ไม่สนเศรษฐกิจชาติวิบัติ เตือนประชาชนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจด่วน!
 
   
 
  อาการถดถอยทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจทั่วโลก ทั้งวิกฤตจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา หรือเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่รอการฟื้นตัว รวมไปถึงเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายด้านจะออกมาเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อหาทางรับมือกั บสถานการณ์ดังกล่าว อันเนื่องจากนโยบายที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องการจะทำนั้นสวนทางกับทิศทางเศรษฐ กิจ แต่เสียงเตือนเหล่านั้นกลับถูกเมินเฉยอย่างสิ้นเชิง
   
  โดยเฉพาะเสียงเตือนของมือดีด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีทั้งทีมเศรษฐกิจในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และยังมีทีมเศรษฐกิจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 และ 2 ซึ่งคนเหล่านั้นได้พยายามสะท้อนปัญหาและคาดการณ์แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยที่กำ ลังถดถอยซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการบริหารของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อีกทั้งเป็นการชี้ให้เห็นการบริหารของทีมเศรษฐกิจชุดปัจจุบันกำลังดำเนินนโย บายผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัด
   
  อย่างไรก็ดี คีย์แมนเศรษฐกิจเหล่านี้มีทั้ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพาณิชย์ ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลทักษิณ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ในรัฐบาลทักษิณ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกมานั่งแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ในรัฐบาลทักษิณ
   
  นอกจากนี้ยังมี ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และอดีตประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นต้น
   
  ดังนั้น วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากจะใช้แนวทางแก้ปัญหาด้านการเมืองแบบสุดซอยแล้ว ยังสร้างปมปัญหาทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่วิกฤตครั้งใหญ่ที่บรรดาอ ดีตขุนพลทีมเศรษฐกิจของสองพี่น้องชินวัตรเองยังสุดทน ต้องออกมาป่าวประกาศให้สังคมรับรู้
   
  สมคิดฉะยิ่งลักษณ์บริหารพลาด 3 เด้ง
   
  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวในงานสัมมนาทางเศรษฐกิจในหัวข้อ “จับชีพจรประเทศไทย” เมื่อ 17 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านพ้นไปว่า เท่าที่เห็นพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ รู้สึกเป็นห่วงและอยากส่งสัญญาณเตือนภัยตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะปัญหาที่สะสมมานานและไร้การแก้ไขอย่างจริงจังเริ่มออกอาการ ซึ่งในระยะต่อไปคาดว่าจะฉุดรั้งให้ประเทศก้าวเข้าสู่ความถดถอยหากไม่มีการแก ้ไข จะกลายเป็นอย่างประเทศฟิลิปปินส์ ที่เศรษฐกิจถดถอยและมีความล้มเหลวในทุกมิติ จากบาป 3 ประการ
   
  ประการแรก คือ การบริหารประเทศที่ผิดพลาด
   
  ประการที่สอง คือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง
   
  และประการที่สาม คือ เมื่อรู้ว่าประเทศก้าวเข้าสู่ความถดถอยแต่ขาดการปฏิรูปแก้ไข ทำให้ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ระบบเศรษฐกิจล้มเหลว ทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
   
  ส่วนประเทศไทยจะเป็นแบบเดียวกับฟิลิปปินส์หรือไม่นั้น อาจให้คำตอบไม่ได้ แต่เริ่มเห็นอาการทรุดของเศรษฐกิจพร้อมๆ กันของ 4 เสาหลัก คือ ภาคการส่งออก การบริโภคในประเทศ ภาคการลงทุน ขณะที่การใช้จ่ายของรัฐบาล ในระยะสั้นนั้น ไม่เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ แต่หากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น เศรษฐกิจไทยอาจจะฟื้นขึ้นได้เช่นกัน แต่เป็นการเติบโตที่เปราะบาง
 
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/13/13 เวลา 14:51:36

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/14/13 เวลา 04:49:41
   ขวัญชัยประกาศชัดตัวใครตัวมัน ลั่นขอยุติบทบาททางการเมือง  
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ เปิดเผยท่าทีต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ว่า จะขอหยุดกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมดชั่วคราว โดยจะจัดรายการวิทยุที่ทำอยู่เป็นวันสุดท้ายในวันที่ 11 พ.ย.นี้ และเปิดเผยความรู้สึกในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วงนี้ต่อผู้ฟังรายการ ซึ่งทุกวันนี้ปรากฏว่า มีชื่อของตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับข่าวทางการเมืองหลายอย่าง โดยเป็นในลักษณะเตรียมการเคลื่อนไหว จัดตั้งเกณฑ์คนต่างๆ นานา ซึ่งยืนยันว่าทั้งหมดไม่เป็นความจริงเลย ตนเองไม่ได้จัดตั้งเตรียมคนเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองใด ๆ เลย
 
“แม้กระทั่งที่ ส.ส.อุดรธานี จะมาจัดเวทีปราศรัยในจังหวัดในช่วงกลางเดือนนี้ ผมก็ไม่ได้เข้าร่วมด้วยแต่อย่างใด เพราะถือว่าผมอยู่อย่างเสือ เมื่อถูกตีก็ต้องเข้าป่า ไม่ใช่ถูกตีแล้วร้องครวญคราง โดยหลังจากจัดรายการเสร็จสิ้น จะเรียกประชุมแกนนำ 20 จังหวัดภาคอีสาน และจากนั้นจะเดินทางลงใต้ไป จ.ภูเก็ต เพื่อพักผ่อนโดยจะใช้เวลาอยู่ต่างพื้นที่ครั้งนี้นานกว่าทุกครั้ง”
 
นายขวัญชัย กล่าวด้วยว่า จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวทีไหนๆ ก็ตาม รวมถึงเวที เมืองทองฯ ในวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/14/13 เวลา 16:53:14

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/15/13 เวลา 04:57:36
ทักษิณ'จุก!!สื่ออินโดฯตั้งคำถาม หากเชื่อว่าตนบริสุทธิ์ แล้วใยไม่กลับปท.สู้คดี
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤศจิกายน 2556 00:30 น.    
 
 
 
 
  จาการ์ตาโพสต์ - สื่อดังของอินโดนีเซีย แสดงความคิดเห็นถึงความวุ่นวายทางการเมืองในไทย ระบุ'ยิ่งลักษณ์' คิดผิดหรือไม่ก็พาซื่อคิดว่าถึงเวลานำ "ทักษิณ" พี่ชายกลับบ้านแล้ว ชี้สถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่อาจวางใจ เหตุกองทัพอาจก่อรัฐประหารได้ทุกเมื่อ พร้อมตบท้ายสุดแสบ ตั้งคำถามว่าหากอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเอง แล้วทำไมถึงไม่กลับมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม
   
  ในบทบรรณาธิการ "A dangerous sister’s love" ของหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ฉบับออนไลน์ ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี(14) มีใจความว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย อาจคิดผิดหรือไม่ก็พาซื่อทึกทักว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลของเธอจะอ้าแขนต้อนร ับ ทักษิณ ชินวัตร หลังเจตนานิรโทษกรรมแก่พี่ชายได้ส่งผลให้ทางตรงข้าม หลักฐานก็คือมีผู้ประท้วงกลุ่มต่างๆที่ต่อต้านทักษิณหรือแม้แต่ฝ่ายสนับสนุน อดีตนายกรัฐมนตรีเอง พากันออกมารวมตัวกันบนท้องถนน ซึ่งยิ่งลักษณ์และประเทศแห่งนี้อาจต้องจ่ายบทเรียนราคาแพงต่อการคำนวณพลาดแล ะมั่นใจเกินเหตุของนายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้
   
  บทบรรณาธิการของจาการ์ตาโพสต์บอกต่อว่าแม้จนถึงตอนนี้ทางกองทัพ ซึ่งมีประวัติอันยาวนานในการขับไล่เหล่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ยังคงเงียบเฉยเกี่ยวกับความวุ่นวายทางการเมืองระลอกล่าสุดนี้ แต่ด้วยเป็นที่ทราบกันดีว่าพวกเขามีความข่นเคืองกับทักษิณ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของเวลานี้เท่านั้นก่อนที่เหล่านายพลจะใช้ประเด็นภั ยคุกคามด้านความมั่นคงเป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร พร้อมแสดงความห่วงใยว่ามันจะกลายเป็นฝันร้ายของคนทั้งประเทศหากว่าทหารทำการ ฆ่าประชาธิปไตยในนามความมั่นคงและเสถียรภาพอีกครั้ง
   
  เนื้อหาของบทบรรณาธิการได้อธิบายความสถานกาณ์ในเมืองไทยให้ผู้อ่านได้เข้าใจ ว่า ทักษิณ เป็นบุรุษแห่งความแตกแยกในไทย โดยเขาได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวนาและชาวบ้านในชนบท แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็เป็นศัตรูหมายเลข 1 ของชนชั้นกลางในพื้นที่เมือง นักการเมืองชั้นสูงและกองทัพ ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปีในฐานความผิดคอรัปชันในปี 2006 และถูกสั่งยึดทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
   
  บทความเล่าต่อว่าพรรคเพื่อไทยได้ถอนกลับพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเมื่อวันจัน ทร์(11) แต่พรรคประชาธิปัตย์ได้คว้าโอกาสนี้และปลุกกระแสให้มีการนัดหยุดงานประท้วงเ ป็นเวลา 3 วันเริ่มตั้งแต่วันพุธ(13) ขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ก็ตระหนักถึงความผิดพลาดและเรียกร้องผู้ประท้วงยุติก ารชุมนุม
   
  หนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ได้แจกแจงความเป็นมาของพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่าเดิมที ร่างต้นของมันไม่ครอบคลุมแกนนำของทั้งฝ่ายต่อต้านและสนับสนุนทักษิณ แต่ในชั้นกรรมาธิการกลับมีการปรับแก้อย่างกะทันหันและเหมาเข่งทั้งหมด อันนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามันเป็นแผนช่วยเหลือทักษิณ
   
  สดท้ายบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ ได้ปิดท้ายอย่างเจ็บแสบว่าบางที ทักษิณ อาจไม่ได้กลับไทยอีกเลย แม้ว่าตอนนี้เขาก็เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยโดยพฤตินัย แต่เมื่อเขามั่นใจอย่างยิ่งว่าตนเองบริสุทธิ์ ทำไมจึงไม่ยอมเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมในไทย มันเป็นคำถามง่ายๆซึ่งมีเพียง ทักษิณ เท่านั้นที่สามารถให้คำตอบ
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/15/13 เวลา 17:11:00
ประชาธิปัตย์เครียดหนัก! อยากเข้าชื่อยื่นซักฟอก"ยิ่งลักษณ์" คนเดียวแต่ยังไร้ข้อมูล
 
แหล่งข่าวจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เปิดเผยว่า ล่าสุด ส.ส.ของพรรคได้ร่วมกันลงชื่อ เพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะรัฐบาลแล้ว โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน จะหารือกับวิปฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ เรื่องกำหนดนัดหมายวันไปยื่น โดยขณะนี้กำลังรวมรวมประเด็นและข้อมูลจาก ส.ส.ของพรรค และจากกรรมาธิการ ชุดต่างๆ อยู่ หากเสร็จทันในวันศุกร์ ก็จะยื่นทันที แต่หากยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือมีประเด็นทุจริต ที่ต้องยื่นถอดถอนด้วย อย่างช้าที่สุดก็จะยื่นในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย.นี้ เพื่อให้ทันกรอบเวลาก่อนปิดสภา
 
" ข้อสรุปในตอนนี้ คืออภิปรายฯ นายกฯ คนเดียว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยกเว้นในช่วง 1-2 นี้ จะมีส.ส.คนใดมีประเด็นของรัฐมนตรีคนอื่นเพิ่มเข้ามา" แหล่งข่าว กล่าว
 
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจาก ปชป.อีกผู้หนึ่ง ยอมรับว่า ปัญหาขณะนี้ คือ ประเด็นในการอภิปรายยังตกลงกันไม่ได้ โดยกำลังมีการประสานให้กรรมาธิการของพรรคหลายคนร่วมอภิปราย แต่ก็ถูกปฏิเสธ เพราะไม่มีประเด็นอภิปรายนายกฯยิ่งลักษณ์โดยตรง ทำให้ประเด็นหลักในขณะนี้ น่าจะเป็นเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง
 
ส่วนเรื่องการชุมนุมเวทีราชดำเนิน ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี และอดีต ส.ส.อีก 8 คนลาออกไปนำม็อบ แหล่งข่าว ยอมรับว่า ผู้ใหญ่ในพรรคก็เป็นห่วงว่า จะหาทางลงอย่างไร เพราะสถานการณ์เลยจุดสูงสุดไปแล้ว ล่าสุด ที่นายสุเทพประกาศจะยกระดับ ก็กำชับให้ส.ส.กทม.แต่ละคนนำขบวนแห่เชิญชวนมวลชนจากพื้นที่ตัวเองเข้ามายังเ วทีราชดำเนิน แต่หากเขตที่อยู่ไกลออกไปก็ให้นัดหมายกันมาตั้งขบวนใกล้ๆ ก็มี ส.ส.หลายคน ไม่เห็นด้วย เพราะไม่รู้แผน ว่าการยกระดับของนายสุเทพคืออะไร
 
"นายสุเทพ ยืนยันว่า การชุมนุมเอาแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้น ถ้าไม่ชนะก็เลิก และบอกด้วยว่า ต่อไปนี้ ส.ส.ไม่ต้องขึ้นเวทีแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นภาพของพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวโดยตรง แต่เป็นเรื่องของประชาชน โดยนายสุเทพบอกว่าจะไปเอาคนนอกมาขึ้นเวทีเอง" แหล่งข่าว ระบุ
 
http://www.go6tv.com/2013/11/blog-post_15.html?utm_source=feedburner& ;utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+Go6tv+(go6TV)
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/15/13 เวลา 21:03:18
ม็อบทำลายรถหลวงในพื้นที่สน.นางเลิ้ง
 
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 พ.ย.2556 ที่กองบัญชาตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. แถลงข่าวกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะเรียกมวลชนมาชุมนุมเพิ่มเติมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 15 พ.ย.นี้ โดยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมล่าสุด มีรายงานจำนวนผู้ชุมนุม พบว่า 1.กลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะนี้มีจำนวนประมาณ 700 คน 2.กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ(กปท.)ชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ขณะนี้มีจำนวนประมาณ 300 คน 3.กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ชุมนุมที่บริเวณหน้ากองทัพบก ขณะนี้มีจำนวนประมาณ 50 คน เนื่องจากส่วนใหญ่ได้เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ  
 
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นนักรบตะนาวศรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นไปปราศรัยบนเวทีของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่บริเวณ สะพานผ่านฟ้า โดยหลังจากที่ปราศรัยเสร็จ ได้ลงจากเวทีและมาทำลายรถยนต์กระบะของหลวง ซึ่งเป็นของกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งจอดอยู่ที่บริเวณหน้าที่ทำการกองกำกับการ สวัสดิภาพเด็กและสตรี ได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.นางเลิ้ง เรียบร้อยแล้ว
 
http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=702120&la ng=T&cat=&key=
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/16/13 เวลา 06:21:59
อดีตขุนพลเศรษฐกิจข้างกาย ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ทั้ง ‘สมคิด-ทนง-ดร.โกร่ง-ธีระชัย-ปรีดิยาธร-ณรงค์ชัย-สมพล’ พร้อมภาคเอกชน ดาหน้าอัดแนวทางบริหารประเทศของรัฐบาล ‘ปูแดง’ ผิดพลาด พาประเทศลงเหว โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมบริหารกันจนเละ โรคคอร์รัปชันระบาด แถมดื้อตาใส รู้ว่าพลาดแต่ไม่ยอมแก้ไขทั้งด้านเกษตร-อุตสาหกรรม ทุกปัญหาสะท้อนทีมเศรษฐกิจยุคนี้ไร้ฝีมือ มีหน้าที่แค่ตรายางพรรคเพื่อไทย ไม่สนเศรษฐกิจชาติวิบัติ เตือนประชาชนรับมือวิกฤตเศรษฐกิจด่วน!  
 ‘หม่อมอุ๋ย’ ซัดจำนำข้าว-รัฐบาลห่วยแตก
   
  ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ พ.ต.ท.ทักษิณเลือกเข้ามาทำหน้าที่แทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล และเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่จับตาเรื่องโครงการรับจำนำข้าวมาตลอด ล่าสุดออกมาเปิดเผยตัวเลขขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวว่า การรับจำนำข้าว 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า ขณะนี้ขาดทุนไปแล้วอย่างน้อย 425,000 ล้านบาท จากการรับจำนำข้าวทั้งหมด 48,870,000 ล้านตัน และหากคิดอย่างละเอียดจะขาดทุนกว่า 470,000 ล้านบาท
   
  วันนี้จะปล่อยให้รัฐบาลแก้ปัญหาเองไม่ได้ เท่าที่เห็นคุณภาพของคนในรัฐบาลนี้ ถ้าแก้ปัญหาเองประเทศจะเสียหายมาก และไม่อยากให้การแก้ปัญหาพยายามปัดผิดให้พ้นตัว แล้วบอกว่าตัวเองไม่ผิด เนื่องจากจะส่งผลเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม
   
  “เมื่อเริ่มโครงการนี้ในเดือนตุลาคม 2554 ท่านนายกฯ คงมองไม่เห็นว่าจะเกิดผลสูญเสียต่องบประมาณของชาติมากมายขนาดนี้ เพียง 2 ปีสูญเสียไปแล้วไม่น้อยกว่า 425,000 ล้านบาท ส่วนชาวนาได้รับผลประโยชน์ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่ง แต่กลับมีผู้อื่นที่มิใช่ชาวนาใช้ช่องโหว่ทำการคอร์รัปชันหาประโยชน์เข้าตนเ องไปมากกว่า 110,000 ล้านบาทในเวลา 2 ปี”
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/17/13 เวลา 06:36:51
คนลำปางรักชาติชุมนุมต่อเนื่อง รับลูกเลิกใช้สินค้า “ตระกูลชิน” ถอดถอน 310 ส.ส.
 ลำปาง - เครือข่ายคนลำปางรักชาติ ยังยืนหยัดต่อต้านการนิรโทษกรรมคนโกง พร้อมรณรงค์เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยกลางข่วงนครเมืองลำปางต่อเนื่อง ประกาศรับลูกไม่ใช้สินค้า “ตระกูลชิน” ไม่คบหา และถอดถอน 310 ส.ส. ชวน ขรก.หยุดงาน
   
  เมื่อช่วงค่ำของคืนที่ผ่านมา (15 พ.ย.) ที่บริเวณข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา กลางเมืองลำปาง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกระดมกวาด ล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลลอยกระทง
   
  รายงานข่าวจากจังหวัดลำปาง แจ้งว่า เครือข่ายคนลำปางรักชาติ ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพ ทั้งข้าราชการ ภาคเอกชน ประชาชน นักศึกษา รวมถึงเยาวชนกว่า 100 คน ยังคงมารวมตัวชุมนุมติดต่อกันต่อเนื่อง เป็นวันที่ 16 เมื่อค่ำวานนี้ (15 พ.ย.) โดยต่างพร้อมใจกันถือสัญลักษณ์ธงชาติ นกหวีด และป้ายประชาสัมพันธ์ ในการคัดค้านการนิรโทษกรรมคนโกง และรณรงค์ให้ประชาชนออกมาร่วมปฎิรูปประเทศไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ รวมถึงให้ทุกคนที่มาร่วมชุมนุมร่วมแสดงความคิดเห็นว่า จะหาทางออกให้แก่ประเทศไทยได้อย่างไร
   
  สำหรับกิจกรรมของกลุ่มเครือข่ายคนลำปางรักชาติในค่ำคืนที่ผ่านมา ยังมีการปราศรัย ให้ข้อมูลการทำงานของรัฐบาลในเรื่องต่างๆ ที่ทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย และดำเนินการแบบขาดจริยธรรม จนไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนที่จะให้บริหารประเทศชาติต่อไปได้อีก
   
  นอกจากนี้ ได้มีการเชิญชวนประชาชนร่วมดำเนินการใน 4 มาตรการ เช่นเดียวกับเวทีที่กรุงเทพฯ คือ ร่วมกันลงชื่อถอดถอน 310 ส.ส.ให้พ้นจากสภาฯ,ไม่คบหาสมาคมกับบุคคลเหล่านี้ เมื่อพบเห็นให้เป่านกหวีดไล่, ร่วมใจกันเลิกใช้สินค้าเครือข่ายของตระกูลชินวัตร และเชิญชวนข้าราชการอารยะขัดขืนโดยการหยุดงานทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้มีมวลชนออกมาต่อสู้เป็นจำนวนล้านคนขึ้นไป
   
  ส่วนการชุมนุมของเครือข่ายคนลำปางรักชาติจะหยุดการชุมนุมเป็นเวลา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย.56 เนื่องจากบริเวณข่วงนคร จะมีการจัดงานลอยกระทง
 
 
 
 
 
   
 
 
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/17/13 เวลา 16:58:08

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/18/13 เวลา 04:48:48
นิติธร” ซัดตำรวจยั่วยุที่นางเลิ้ง ฟาดปาก “ปิยะ” หยาบคาย จัดลอยกระทงประกวด “นางโง่”
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2556 17:37 น.    
 
ที่ปรึกษา คปท.ซัดตำรวจยั่วยุม็อบวานนี้ที่นางเลิ้ง เปิดทางนิดเดียวแล้วผลักดันกผู้ชุมนุมระทั่งไม่พอใจ ซัดโฆษก ศอ.รส.หยาบคาย ใช้คำป้ายสี “ม็อบระยำ” ตำรวจนางเลิ้งบุกค้นเต็นท์อาชีวะ อ้างหาอาวุธ ทำม็อบเดือดเป่านกหวีด เย็นนี้ลอยกระทงคลองผดุง พ่วงกิจกรรมประกวด “นางโง่” และเครื่องเล่น “ปิยะ” แถลงข่าวขอโทษ อ้างไม่ได้มองม็อบเป็นศัตรู แต่อีกด้านพบตำรวจชั้นผู้น้อยนินทาในไลน์สนุกปาก บอก “ยิงม็อบแม่งเลย”
   
  วันนี้ (17 พ.ย.) ที่ถนนราชดำเนินนอก เมื่อเวลา 14.10 น.นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมด้วย นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. แถลงข่าวประจำวัน โดย นายนิติธร กล่าวถึงกรณีที่นักศึกษาอาชีวะเกิดการกระทบกระทั่งกับตำรวจ สน.นางเลิ้ง ขณะที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปปักธงตามแนวด่านตำรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แย กนางเลิ้งวานนี้ ว่า เมื่อขบวนผู้ชุมนุมมาถึงแยกนางเลิ้ง พบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ นายนิติธรจึงได้เข้าไปเจรจาเพื่อที่จะขอผ่านทาง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เปิดทางให้ และขอให้ผู้ชุมนุมดันเข้ามา แต่นายนิติธร ไม่ทำตาม เพราะไม่ต้องการที่จะปะทะ
   
  จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเจรจาอีกครั้ง กล่าวว่าจะเปิดทางให้ แต่ก็พบว่าเปิดทางให้เฉพาะตรงกลางเท่านั้น ส่วนฝั่งซ้ายและฝั่งขวาไม่ยอมเปิดให้เข้า จึงได้เกิดการผลักดันกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจจนเกิดการปะทะกันขึ้น นายนิติธร มองว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่นั้นเป็นการยั่วยุสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุ นแรง ส่วนผู้ชุมนุมนั้นทำไปเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้รุนแรง และไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่อย่างใด
   
  เช่นเดียวกับกรณีที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นาย ที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทำร้ายร่างกาย จากการตรวจสอบนั้นพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองนายไม่ได้แสดงต ัวเป็นเจ้าหน้าที่ แต่พกพาอาวุธเข้าไปในเขตพื้นที่ชุมนุม เมื่อการ์ดขอตรวจสอบก็ขัดขืนปฏิเสธ จึงเกิดการปะทะกันขึ้น
   
  ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.ได้แคปเจอร์ภาพหน้าเว็บเพจของเดลินิวส์ออนไลน์ ซึ่งนำเสนอข่าวเหตุการณ์กระทบกระทั่งของกลุ่มผู้ชุมนุม คปท.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีการระบุข้อความแต่งเติมจากพาดหัวข่าวจริง ระบุว่า “เดลินิวส์ ยืนยัน ม็อบระยำ ทำร้ายตำรวจ” ซึ่ง นายนิติธร มองว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นคำที่รุนแรง หยาบคาย ใช้คำนิยามในเชิงลบกับกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงเป็นการสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่ง จึงขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว
   
  ทั้งนี้ จากเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันที่เกิดขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในระหว่างการตรวจสอบภาพถ่ายที่กลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้า ที่ตำรวจนั้นได้ถ่ายเอาไว้ เพื่อที่จะตรวจสอบหาตัวผู้กระทำความผิด ถ้าหากผิดจริง และไม่สามารถชุมนุมด้วยความสงบ อหิงสาได้ ก็จะขอเชิญให้ออกจากการชุมนุมไป
   
  เมื่อเวลา 15.15 น.ตำรวจสายตรวจ สน.นางเลิ้ง ในชุดนอกเครื่องแบบ ได้เข้าตรวจค้นเต็นท์ของเครือข่ายนักศึกษาอาชีวะปกป้องสถาบัน ภายในพื้นที่การชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โดยอ้างว่าเป็นการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ขณะเดียวกัน ผู้ชุมนุมที่ทราบเรื่องราวต่างแสดงความไม่พอใจและพากันโห่ไล่ เป่านกหวีด แกนนำต้องเข้ามาห้ามผู้ชุมนุม กระทั่งตำรวจสายตรวจล่าถอยออกไป
   
  สำหรับกิจกรรมของกลุ่ม คปท.ในช่วงเย็นวันนี้ จะมีการจัดกิจกรรมลอยกระทง โดยใช้คลองผดุงกรุงเกษมเป็นสถานที่ลอยกระทง มีกิจกรรมประกวดกระทงความชั่วร้ายของนักการเมือง การประกวดนางงาม ล้อเลียนนางโง่ และยังมีเครื่องเล่นให้ผู้ชุมนุมได้ร่วมสนุก อาทิ สาวน้อยตกน้ำ ม้าหมุน ปาโป่ง และยิงเป้านักการเมือง
   
  อีกด้านหนึ่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.แถลงข่าวขอโทษหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่มีข้อมูลปรากฏในโซเชียลมีเดีย ที่อาจมีเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมข้อความบางส่วนที่ไม่สุภาพ ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบ ก็ได้ดำเนินการลบออกแล้ว ยืนยันตำรวจยังยืนอยู่ในจุดที่ประกาศไว้ ผู้ชุมนุมเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่มีเหตุผลใดที่จะมองผู้ชุมนุมเป็นศัตรู
   
  อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการแชร์ภาพบนหน้าจอสมาร ์ทโฟน เป็นเนื้อหาการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน และตำรวจชั้นผู้น้อยถึงเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุม คปท.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวานนี้ โดยตำรวจฝ่ายสืบสวนนายหนึ่งระบุว่า ตนได้วิ่งหนีผู้ชุมนุมที่แยกสนามม้านางเลิ้ง กระทั่งตำรวจนายหนึ่งซึ่งคาดว่ามาจาก สน.ประเวศ ระบุว่า “ยิงแม่งมันเลย” และตำรวจหญิงอีกนายอย่างหลากหลายถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหนึ่งระบุว่า “บอกแล้วใครจ้างยิงหัวเราจะไปยิงให้” ก่อนที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนายนั้นระบุว่า หน้าที่เรารักษาความสงบ ซึ่งภาพดังกล่าวถูกแชร์และวิพากษ์วิจารณ์
 
 
   
 
 
 
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/18/13 เวลา 04:58:13
   สาวโบวี่แสดงพลังอารยะขัดขืน ร่วมลงชื่อถอดถอน สส  310  คน
วันนี้ 16 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอินสตาแกรมส่วนตัว @bowie_atthama ของ โบวี่ - อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ดารานางแบบชื่อดัง ได้โพสต์รูปภาพขณะเดินทางไปลงชื่อถอดถอน ส.ส. 310 เพื่อร่วมแสดงพลังอารยะขัดขืน ต่อต้านระบอบทักษิณ ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปราศรัยเอาไว้
 
โดยสาวโบวี่ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ร่วมลงชื่อถอดถอน สส. 310คน ที่ลงมติเห็นชอบกับพรบ.นิรโทษกรรม แบบลักหลับ!! (ย่องไปประชุมผ่านร่างกันตอนตี4 ของวันที่1พ.ย.) / สนใจร่วมลงชื่อไปดูวิธีได้ที www.jaikla.net #รีบหน่อยเห็นเค้าบอกว่าเปิดอีก3วัน"
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/19/13 เวลา 04:56:41
  ฉาวหางแดงประกาศหาคนชุมนุม ยัดหัวละ 500 หนุนมอบเมืองทอง
http://www.naewna.com/politic/77672
16 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการแชร์รูปภาพของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ครายหนึ่งที่ได้ประกาศข้อความผ่ านแฟนบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า งานparttime Event โดยมีข้อความระบุว่า "ขอโทษคร้าบบบบบบบบ มีพี่ฝากหาคนไปชุมนุม (เราก็ไปด้วย) ที่เมืองทอง วันอาทิตย์ที่17นี้ 6โมงเช้าถึงเที่ยง 500บาท จ่ายสด ใครสนใจอินบอคมานะครับ (ภายในวันนี้เสาร์16นะครับ) ใครไม่ชอบงานแบบนี้ผ่านนะครับ ขอโทษด้วยยยย"
 
ทั้งนี้ข้อความดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีเนื่องจากตรงกับวันที่  กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งได้มีการจัดงานชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ ลานเอนกประสงค์ เมืองทองธานี ในวันดังกล่าวอีกด้วย
     
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/19/13 เวลา 15:50:48
อ้างอหิงสา-อาวุธเพียบ! รวบการ์ดม็อบประชาธิปัตย์พกปืนเตรียมก่อเหตุ
 
19 พฤศจิกายน 2556 go6TV - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลาประมาณ 22.45 น. วานนี้ ทวิตเตอร์ "ทีมโฆษก ตร." หรือ @PoliceSpokesmen นำทีมโดย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความและภาพถ่าย ระบุว่า  
 
ด่านความมั่นจุดแยกผ่านพิภพของ สน. มักกะสัน ได้ร่วมกันจับกุม สอ. ธานินทร์ ขำสุภาพ อายุ 49 ปี สังกัด พล. 1 ในข้อหาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ พร้อมของกลาง  
 
1.ปืนขนาด 7.65 ยี่ห้อบาร์เร็ตต้า จำนวน 1 กระบอก  
2.กระสุนปืน ขนาด .32 จำนวน 6 นัด  
3.บัตรประจำตัวของการ์ดประจำจุดชุมนุม จำนวน 2 ใบ นำส่ง พงส.สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. เปิดเผยว่า มีกลุ่มบุคคลแสดงออกถึงเจตนารมณ์ในการปลุกระดม เพื่อขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ประกอบกับได้มีการกระทำที่ละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย โดยได้มีการจับกุมผู้พกพาอาวุธปืน อาวุธมีด และอุปกรณ์อื่นที่ใช้เป็นอาวุธได้อยู่ในพื้นที่ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีข้อมูลข่าวสารว่า มีการตระเตรียมการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลานาน และจะยึดพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาลและใกล้เคียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการ และรับรองแขกสำคัญจากต่างประเทศ
 
ประการสำคัญ อาจมีผู้ไม่หวังดีก่อเหตุระหว่างการชุมนุมเพื่อหวังผลสร้างสถานการณ์ให้รุนแ รง และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ หากไม่มีมาตรการป้องกันและควบคุมอย่างเหมาะสมอาจทำให้สถานการณ์ขยายลุกลามจน เกิดความรุนแรงเกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการบริหารราชการแผ่นดิน
 
ซึ่ง ผอ.ศอ.รส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ใช้ความอดทนในการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดหลักเมตตาธรรม นิติธรรม และหลักประชาธิปไตย ให้ตำรวจพึงระลึกถึงและยึดถือรัฐธรรมนูญ โดยตำรวจมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายกลับไปสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/20/13 เวลา 04:57:44
 มัลลิกาจี้เรียก ปาริชาต สอบปากคำ ชี้ต้องขยายผลจับกุมคนจ้างเผา
http://www.naewna.com/politic/78099
วันนี้ 19 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และนายธาริต เชิญนางปาริชาติ ภูนกยูง คนเสื้อแดงกลับใจ ที่เคยติดคุกจากคดีเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และธนาคารกรุงเทพจังหวัดขอนแก่น ที่ขึ้นเวทีราชดำเนินซึ่งกล่าวพาดพิงว่า มีแกนนำเสื้อแดงจ้างให้ไปเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นหลักฐานใหม่ที่เจ้าพนักงานต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะเจอมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  
 
ส่วนกรณีที่มีการแชร์ภาพนางปาริชาติ ถ่ายภาพคู่กับรถยนต์ป้ายแดง บ้านใหม่นั้น นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า เป็นภาพเก่าทั้งหมด โดยยืนยันว่านางปาริชาติ เป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนติดคุก และเสียบิดามารดาจริง ส่วนเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อนางปาริชาติ และยังมีความเคลื่อนไหวอยู่นั้น เป็นเรื่องของคนใกล้ชิดนางปาริชาติดำเนินการ ซึ่งนางปาริชาติยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปเล่นเฟซบุ๊คนานแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/20/13 เวลา 04:59:57
“จีดีพี” ไตรมาส 3/56 โตได้แค่ 2.7% ต่ำกว่าที่คาดไว้ “สภาพัฒน์” หั่นเป้าปี 56 เหลือ 3% ส่งออกเหลือ 0%
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 พฤศจิกายน 2556 10:47 น.  
 
 
“จีดีพี” ไตรมาส 3/56 โตได้แค่ 2.7% ต่ำกว่าที่คาดไว้ “สภาพัฒน์” หั่นเป้าปี 56 เหลือ 3% ส่งออกเหลือ 0%
 
   
เลขาฯ สศช. ยอมรับ “จีดีพี” ไตรมาส 3/56 โตได้แต่ 2.7% ต่ำกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์เอาไว้ เป็นผลจากการการใช้จ่ายผู้บริโภค และการใช้จ่ายภาคเอกชนขยายตัวลดลงจากไตรมาส 2/56 พร้อมหั่นเป้า “จีดีพี” ปีนี้เป็นรอบที่ 3 เหลือโตแค่ 3% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3.8-4.3% หลังส่งออกหดตัวเหลือ 0%
   
  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาส 3/2556 เติบโต 2.7% ลดลงจากไตรมาส 2/2556 ที่โต 2.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับสาเหตุหลักของจีดีพีไตรมาส 3/2556 ที่ปรับลดลง เนื่องจากการการใช้จ่ายผู้บริโภค และการใช้จ่ายภาคเอกชนขยายตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า
   
  ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าจีดีพีไตรมาส 3/2556 จะออกมาโต 2.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และโต 1.7% จากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2556 ที่โต 2.8% และ -0.3% ตามลำดับ
   
  อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้หั่นเป้าจีดีพีปีนี้เป็นรอบที่ 3 เหลือโต 3% จากเดิมคาดโต 3.8-4.3% เนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ และปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งปีมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายการผลิตของภาคเอกชนที ่ 2.5 ล้านคัน รวมทั้งการดำเนินงานตามแผนการลงทุนที่สำคัญของภาครัฐไม่เป็นไปตามเป้า และคาดว่าเงินเฟ้อทั้งทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ2.4% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2.3-2.8% ส่วนภาคการส่งออกนั้นได้ปรับประมาณการลงจากเดิมที่จะขยายตัว 5% เหลือเพียง 0%
   
  ส่วนปีหน้าคาดว่า จีดีพีจะเติบโตประมาณ 4-5% โดยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัว 7% ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนขยายตัว 2.7% พร้อมมองว่า ภาพรวมนั้นการลงทุนจะขยายตัวได้ 7.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะขยายตัวที่ 2.1-3.1%
   
  ทั้งนี้ การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจของ สศช. ตลาดมองว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทุกหน่วยงานได้พากันปรับลดมาแล้ว โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาคส่งออก ซึ่งล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัว 3.7% และในปี 2557 จะขยายตัว 4.8% ส่วนส่งออกในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1%
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/20/13 เวลา 05:02:47
"ทนง"จี้ รบ.ยกเลิกประชานิยม หวั่นฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 พฤศจิกายน 2556 16:44 น.  
 
  นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ว่า ช่วยเพิ่มการบริโภคของประเทศเพียงระยะสั้น และไม่ได้ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวและเบี้ยผู้สูงอายุ ที่พบว่าผู้ได้รับประโยชน์ไม่ใช่คนจนทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลควรทบทวนแนวทางการใช้นโยบายประชานิยมใหม่ เพื่อไม่ให้เป็นตัวชะลอเศรษฐกิจไทยในอนาคต และแม้ว่าสัดส่วนการว่างงานจะต่ำเพียงร้อยละ 1 แต่การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังชะลอลงอย่างต่อเนื่อง เพราะความสามารถด้านการผลิตส่วนใหญ่มาจากเทคโนโลยีของต่างชาติที่เข้ามาลงทุ นในไทย แต่ปัจจุบันการลงทุนจากต่างชาติลดลง และเคลื่อนย้ายไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ เวียดนามมากขึ้น ซึ่งหากไทยยังไม่พัฒนาแรงงานในปีหน้าเชื่อว่าการส่งออกของไทยจะเติบโตได้ไม่ มากนัก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/20/13 เวลา 05:39:46
โฆษกม็อบราชดำเนิน แฉมีคนจ้างสมุนแดงป่วนการชุมนุม จี้ “ปู” ปรามลิ่วล้อเลิกใส่ร้าย
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2556 16:36 น.    
โฆษกกลุ่มผู้ชุมนุมราชดำเนิน เผยจ้างสมุนแดงป่วนการชุมนุม เรียกร้อง “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” ปรามลิ่วล้อใส่ร้ายม็อบ เชื่อ 312 ส.ส.-ส.ว.ทาสประกาศไม่รับคำวินิจฉัยศาล รธน. เพิ่มคนร่วมม็อบเพิ่ม  
   
  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกการชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน แถลงว่า มีรายงานจากกการ์ดรักษาความปลอดภัยการชุมนุมว่า เวลาประมาณ 10.30 น. มีชายคนหนึ่งต่อว่าผู้ร่วมชุมนุม และพยายามจะเข้าไปทำร้าย การ์ดและผู้ชุมนุม จึงได้เข้าห้ามปรามและจับตัวมาสอบสวนในเบื้องต้น ได้ข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวชื่อว่า วัชรินทร์ ซื่อตรง อายุ 35 ปี โดยเจ้าตัวได้สารภาพว่าเป็นแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยได้รับการว่าจ้างวันละ 200 บาท จากนายอภิวัฒน์ รุ่งโรจน์ เพื่อให้เข้าร่วมชุมนุมและก่อความวุ่นวายในการชุมนุม
   
  ทั้งนี้ เบื้องต้นทางการ์ดรักษาความปลอดภัยได้ส่งตัวผู้ก่อเหตุไปส่งที่ สน.สำราญราษฎร์แล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวัน สอบปากคำ และดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป นอกจากการก่อความวุ่นวายในพื้นที่ชุมนุมแล้ว บรรดาลิ่วล้อรัฐบาลยังคงมีการใส่ร้าย ยั่วยุ ท้าทาย โดยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กลับไม่ห้ามปรามการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด
   
  “มีความพยายามประทุษร้ายแกนนำ และก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมมาโดยตลอด ทั้งการวางตะปูเรือใบ การจ้างคนมาก่อกวนการชุมนุม รวมถึงกระแสข่าวสไนเปอร์ ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การปล่อยข่าวเพื่อสร้างความขัดแย้งอย่างที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติระบุ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเราพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ร่วมชุมนุมอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความปลอดภัย แต่ขอให้แต่งชุดเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน”
   
  นายเอกนัฏกล่าวว่า วันนี้ยังมีการเปิดลงชื่อถอดถอน ส.ส.310 คนที่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นวันสุดท้าย โดยจะมีการปิดรับการลงชื่อถอดถอนในเวลา 22.00 น. ทั้งนี้มีรายงานว่า ขณะนี้รายชื่อทั้งหมดมีมากกว่า 1 แสนคนแล้ว และคาดว่าในช่วงเช้าของวันที่ 20 พ.ย.นี้ แกนนำการชุมนุมจะนำรายชื่อทั้งหมดยื่นต่อประธานวุฒิสภาได้
   
  ส่วนการที่ 312 ส.ส.-ส.ว.ที่แสดงท่าทีไม่รับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.นั้น ถือเป็นการไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ ซึ่งเป็นอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ เป็นการใช้อำนาจเผด็จการภายใต้ระบอบทักษิณ ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้มีคนมาร่วมชุมนุมที่เวทีราชดำเนินเพิ ่มขึ้นในวันที่ 24 พ.ย.นี้
   
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/21/13 เวลา 04:41:35
แดงยกทัพกดดันศาลรัฐธรรมนูญ โดนมวลชนนกหวีดเป่าไล่ตะเพิด
http://www.naewna.com/politic/78241
20 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.20 น.ได้มีกลุ่มประชาชนทั่วไปได้เดินทางมาติดตามคำวินิจฉัย พิจารณาคำร้องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 นั้น บริเวณด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญติดถนนแจ้งวัฒนะ  และมีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางด้วยขบวนรถ 5 คัน มายังบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถูกกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย ที่มาปักหลักอยู่ก่อนหน้านี้เป่านกหวีดไล่ จึงทำให้กลุ่ม นปช.ได้เลี้ยวรถกลับโดยทันที
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/21/13 เวลา 04:54:55
    จับแดงกลุ่มโกตี๋เข้าป่วนม็อบ
http://www.naewna.com/politic/78390
 20 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โดย นายกิตติชัย ใสสะอาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลรักษาความปลอดภัย ได้เปิดตัวสมาชิกการ์ดอาสาที่จะดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชุมนุมแยกมัฆวาน ภายหลังมีกรณีที่มีผู้ก่อความวุ่นวายปาวัตถุคล้ายระเบิดปิงปองฝ่ายเจ้าหน้าท ี่ตำรวจ
 
นายกิตติชัย กล่าวว่า การ์ดของ คปท.จะห้อยบัตรสีส้ม แล้วมีเลขบัตรประจำตัว นอกเหนือจากนี้ถือว่าไม่ใช่ สาเหตุที่มีการเปิดตัวครั้งนี้เพราะการต่อสู้ภาคประชาชนมีความเข้มข้นขึ้น ก็เลยจะต้องมีการ์ดอาสามาดูแลพี่น้องมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่จะเข้ามาสร้างความปั่นป่วน และการเปิดตัวครั้งนี้ให้ผู้ชุมนุมได้มั่นใจถึงความปลอดภัยในการชุมนุม
 
ส่วนบรรยากาศการชุมนุมในช่วงค่ำเป็นไปอย่างคึกคัก มีมวลชนทยอยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่องมากกว่าเมื่อวานนี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/22/13 เวลา 04:49:35
แรมบ้า” หน้าแหก แม่ทัพภาคที่ 4 ยันไม่มีทหารพรานชื่อ “เต้ย”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 พฤศจิกายน 2556 17:15 น.  
 
 
“แรมบ้า” หน้าแหก แม่ทัพภาคที่ 4 ยันไม่มีทหารพรานชื่อ “เต้ย”
 
 
“แรมบ้า” หน้าแหก แม่ทัพภาคที่ 4 ยันไม่มีทหารพรานชื่อ “เต้ย”
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นำบุคคลที่อ้างว่าเป็นอาสมัครทหารพรานชื่อ"เต้ย"มาแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล  วันนี้(21 พ.ย.) อ้างว่ารู้เห็นการขนอาวุธมาให้ผู้ชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน
 
   
แม่ทัพภาคที่ 4 หักหน้า “สุภรณ์” ยันไม่มีทหารพรานชื่อ “เต้ย” ที่กรมทหารพรานที่ 4 ตามที่ถูกกล่าวอ้าง และไม่มีกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 4 ขนอาวุธไปที่ชุมนุม บอกแค่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็หนักอยู่แล้ว
   
  พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณีที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำตัวนายเต้ย จักราช อายุ 23 ปี ที่อ้างว่าเป็นอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) สังกัดกรมทหารพรานที่ 42 อ.เทพา จ.สงขลา ร่วมแถลงข่าวการขนอาวุธเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมที่ถนนราชดำเนินว่า จากที่ตนได้พูดคุยและตรวจสอบไปยังต้นสังกัดกรมทหารพรานที่ 42 แล้วไม่พบว่ามีอาสาสมัครทหารพรานชื่อนายเต้ย หรือนายจักราช อยู่แต่อย่างใด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการพูดกันไปเอง และเรื่องที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดความเสียหาย ขอยืนยันว่านายเต้ยไม่ได้เป็นทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 42 แน่นอน และไม่มีทหารจากกองทัพภาคที่ 4 คนใดนำอาวุธปืนเข้าไปในที่ชุมนุมเพื่อจะสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
   
  “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการพูดกันไปมา ผมไม่ทราบว่ามีใครต้องการจะดึงทหารไปเป็นเงื่อนไขอะไรหรือไม่ แต่ยืนยันว่าทหารมีกฎระเบียบวินัยในการปฏิบัติตามหน้าที่ โดยเฉพาะการยึดมั่นตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้กำลังพลปฏิบัติตามหน้าที่ โดยทหารจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ซึ่งขณะนี้ภารกิจของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นหนักอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่มีทหารคนใดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการในเรื่องแบบนี้”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/23/13 เวลา 05:36:17
คลิป อัปยศ ทักษิณ แกนนำแดง เทิดทูน ฮุนเซน ทับถมบ้านเกิด
http://www.naewna.com/politic/78564
 22 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียล มีเดีย ได้มีการนำ คลิป “You Tube” ที่ชื่อว่า บุญคุณ ฮุนเซน ออกมาเผยแพร่ โดยเนื้อหาคลิป mv เพลงชุดนี้ เป็นคลิปในงานวันเกิดขึ้นสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ซึ่งมีแกนนำคนเสื้อแดงไปร่วมงานอย่างมากมาย อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี นายอดิสร เพียงเกษ อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นต้น
 
โดยนายวิสา ได้กล่าวขอบคุณสมเด็จ เดโช ฮุน เซนที่ดูแลต้อนรับ พร้อมระบุว่า ได้แต่งเพลงๆ หนึ่งในแก่สมเด็จ ฮุน เซน โดยเนื้อหาเป็นการยกย่องการสร้างกัมพูชาให้เจริญรุ่งเรือง สามารถขับไล่ผู้รุกรานได้อย่างกล้าหาญ และสร้างชาติสร้างประชาชนได้เป็นปึกแผ่น
 
ที่น่าสังเกตคือ คลิป mv เพลงชุดนี้ เมื่อร้องมาถึงช่วงที่ระบุว่า “เลือดนองท่วมน้ำตา สู้มาอย่างกล้าหาญ ขับไล่ผู้รุกราน อุดมการณ์ ประชาชน” ภาพ mv ที่ปรากฏว่าคือ การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาบริเวณแนวชายแดน ซึ่งกัมพูชายิงปืนใหญ่ถล่มเข้ามาในฝั่งไทย มีภาพความสูญเสียของอาคารบ้านเรือนในประเทศไทยด้วย เสมือนว่าประเทศไทยคือผู้รุกรานที่สมเด็จฮุน เซน สั่งทหารขับไล่
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/23/13 เวลา 22:26:18

 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/24/13 เวลา 06:51:46
  หมอก้องปลื้ม ครู -นศไล่คนชั่ว
http://www.naewna.com/politic/78748
23 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.สรวิชช์ สุบุญ หรือ หมอก้อง นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการนัดชุมนุมใหญี่ใ นวันที่ 24 พ.ย. 56 นี้ว่าตนพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการชุมนุมครั้งนี้ อีกทั้งยังได้ขอบคุณอาจารย์และนักศึกษาทุกสถาบันที่จะออกมารวมตัวกันในวันอา ทิตย์ที่จะถึงนี้ด้วย
 
โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า “ความรักชาติ รักความถูกต้องถูกปลุกให้ตื่นโดยทั่วกันทั้งประเทศ ขอบคุณอาจารย์และน้องๆทุกสถาบันที่เป็นกุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่งในการร่วมขับไล ่อำนาจเถื่อนในครั้งนี้ .. ผมจะรีบกลับไปเป็นอีก 1 พลังเสียงครับ”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/24/13 เวลา 07:11:53
ร้านเค้กชื่อดังติดป้าย สังคมชั่วร้าย24 พย ปิดร้านไปราชดำเนิน
http://www.naewna.com/politic/78772
วันนี้ 23 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกสังคมออนไลน์ได้มีการโพสต์และแชร์รูป โดยเฉพาะในเว็บเพจเฟซบุ๊ก"ล้านชื่อต้านล้างผิด" ได้นำภาพร้านอาหารร้านเค้ก Larna House  ชื่อดังใน กทม.มาเผยแพร่ โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ทางร้านนำป้ายไวนิลมาติดภายในบริเวณร้านโดยมีข้อคว ามในป้ายระบุว่า"สังคมชั่วร้าย ลูกหลานจะอยู่ยังไง 24 พ.ย. ปิดร้านไปราชดำเนิน"
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโลกสังคมออนไลน์ ต่างมีคนเข้ามากดถูกใจกว่าหมื่นไลค์และแชร์รูปภาพดังกล่าวอีกกว่า700 แชร์ โดยต่างเข้ามาชื่นชมในความกล้าหาญของเจ้าของร้านที่กล้าออกมาร่วมต่อสู้ขับไ ล่รัฐบาล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/24/13 เวลา 07:14:55
โลกออนไลน์จับผิดแรมโบ้ตอแหล อส เต้ย ที่แท้ ชายชุดดำ
http://www.naewna.com/politic/78789
วันนี้ 23 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าเฟซบุ๊กของ "เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ"ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊กตัวเอง โดยชาว Socil Networkได้มีรวบรวมภาพปัจจุบันและภาพในอดีตของ นายเต้ย จักราช อส.ทพ.สังกัดกรมทหารพราน 42 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พามาและอ้างว่ารู้เห็นการขนอาวุธสงครามเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมของนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์  มาเปรียบเทียบว่าใช่นายเต้ยหรือไม่   โดยข้อความที่ เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ โพสต์ไว้ทั้งหมดดังนี้
 
ในที่สุดก็รวบรวมภาพบางเรื่องมาร้อยต่อกันจนได้ ขอบคุณพี่น้องชาว Socil Network ครับ .... สุดยอดมาก
 
พิจารณาดูกันครับ อาจสาวต่อได้ถึงกลุ่มชายชุดดำด้วยซ้ำไปครับ .... การเมืองแบบโบราณ ไม่พัฒนาทั้งคน และการเมือง
 
credit ภาพจากเพื่อนๆใน FB ที่แชร์กันมาครับ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:12:58
มวลชนตะวันออกหลั่งไหล ร่วมขับไล่"ระบอบทักษิณ"
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 พฤศจิกายน 2556 10:30 น.  
 
มวลชนตะวันออกหลั่งไหล ร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
เตรียมรวมตัวเดินทางไปไล่ระบอบ"ทักษิณ"
 
มวลชนตะวันออกหลั่งไหล ร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
ชาวอำเภอศรีราชาและใกล้เคียง ไปร่วมคัดค้านในครั้งนี้
 
มวลชนตะวันออกหลั่งไหล ร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
อุปกรณ์ขับไล่ เป็นนกหวีด เตรียมพร้อมไปทุกคน
 
   
ศูนย์ข่าวศรีราชา - มวลชนอำเภอศรีราชา-ใกล้เคียง ขึ้นรถตู้-รถส่วนตัวกว่า 30 คัน เข้าร่วมขับไล่ "ระบอบทักษิณ" ที่ถนนราชดำเนิน
   
  วันนี้ (24 พ.ย.) ซึ่งเป็นวันรวมพลประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ที่ถนนราชดำเนิน ขับไล่"ระบอบทักษิณ"ออกจากประเทศ นายปัญญา เกิดชัย ผู้ประสานงานกลุ่มขับไล่ระบบทักษิณ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เดินทางด้วยรถตู้และรถยนต์ส่วนตัวประมาณ 30 คันไปร่วมการขับไล่ด้วย เนื่องจากระบอบทักษิณสร้างความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล ที่สำคัญไม่ยอมรับในระบอบประชาธิปไตย ทำอะไรผิดก็ไม่ยอมรับผิด
   
  นายปัญญา กล่าวว่า ขณะนี้มีตำรวจศรีราชาออกมาตั้งด่านสกัดมวลชนที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมขับไล่  ที่บริเวณถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ตรงข้ามโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา แต่กลุ่มประชาชนก็จะเดินทางไปร่วม แม้จะสกัดกั้นอย่างไรก็ตาม เพราะการขับไล่ระบอบทักษิณ ถือว่ามีมวลชนทุกสาขาอาชีพ และเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของมวลมหาประชาชน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:14:10
ประชาคม มข.ออกแถลงการณ์ "ไล่รัฐบาล" จวกพฤติกรรมไม่ต่างโจรปล้นชาติ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 พฤศจิกายน 2556 17:50 น.  
 
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ศรีนครินทร์ รพ.กาฬสินธุ์ รพ.อุดรธานี รพ.ขอนแก่น ร่วมแสดงพลังขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จวกหมดความชอบธรรมบริหารประเทศต่อหลังศาล รธน.ชี้แก้ปมที่มา ส.ว.ขัดมาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง พร้อมอ่านแถลงการณ์ในนามประชาคมมหวิทยาลัยขอนแก่นประณามรัฐบาล มีพฤติกรรมไม่ต่างจากโจร สมคบกันปล้นอำนาจไปจากประชาชน
   
  เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันนี้ (24 พ.ย.)ที่บริเวณลานด้านหน้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กลุ่มแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และคณาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงตัวแทนแพทย์จากโรงพยาบาลอุดรธานี โรงพยาบาลกาฬสินธุ์และโรงพยาบาลขอนแก่น ได้นัดรวมตัวชุมนุมแสดงพลังประกาศขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากไม่มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปมที่มาของ ส.ว.ขัดมาตรา 68 เข้าข่ายล้างการปกครอง
   
  โดยคณาจารย์ตัวแทนภาควิชาต่างๆ ของคณะแพทย์ศาสตร์ ได้ผลัดเปลี่ยนกันกล่าวแสดงความเห็นถึงการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้การควบคุ มชี้นำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล้มเหลว เต็มไปด้วยทุจริตฉ้อโกง ไม่ได้คำนึงถึงปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน มุ่งแต่กอบโกยผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ถือว่าหมดความชอบธรรมที่จะไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินต่อ
   
  ขณะที่บรรยาการการชุมนุมเต็มไปด้วยความคึกคัก พร้อมกับมีเสียงร้องตะโกน “ทักษิณ..ออกไป” “ยิ่งลักษณ์ ออกไป” สลับกับเสียงเป่านกหวีด
   
  นพ.ชวลิต ไพโรจน์กุล หนึ่งในอาจารย์แพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มข.กล่าวว่าชาวขอนแก่นจำนวนไม่น้อยได้ทะยอยเข้าร่วมชุมนุมที่ กทม.เพื่อไล่รัฐบาลทรราชย์ ส่วนที่เหลือยังอยู่ในขอนแก่น และพร้อมจะรวมตัวทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เห็นว่า มีคนจำนวนมากที่ไม่เอารัฐบาลชุดนี้แล้วเพราะสุดทนกับพฤติกรรมการบริหารประเท ศที่เต็มไปด้วยการทุจริจและทำทุกอย่างเพื่อให้อดีตนายกทักษิณกลับประเทศ
   
  ดังนั้น หลังจากนี้อาจต้องมีการหารือกันภายในระหว่างตัวแทนคณาจารย์คณะแพทย์และคณะต่ างๆของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อจะนัดหมายแสดงพลังกันอีกครั้งเพื่อประกาศอย่า งเป็นทางการว่า พวกเราจะไม่ยอมรับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกต่อไป
   
  ต่อมา นพ.อนัฆพงษ์ พันธุ์มณี อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น ได้อ่านแถลงการณ์ในนามประชาคมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฉบับที่ 2 ความว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อวันที่ 20 พ.ย.56 ที่ผ่านมาว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหม่าย
   
  รวมไปถึงเข้าข่ายการให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองในลักษณะที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  ตามมาตรา 68 อีกทั้งในกระบวนการการแก้ไขก็เป็นไปแบบรวบรัด ปิดบังบิดเบือนอย่างชัดเจน แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ได้ตัดสิทธิ์ ส.ส. ส.ว. ทั้ง 312 คน รวมทั้งประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภาก็ตาม แต่คนพวกนี้ถือว่าหมดความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิงแล้ว เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาระหว่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่ “มิชอบ” ในทุกขั้นตอน
   
  กรณีศาลตัดสินให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.นั้นขัดรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะได้นำเรื่องไม่บังควรขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งที่รู้ว่าอยู่ระหว่างการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงเป็นพฤติกรรมร่วมสมคบคิดกระทำความผิดครั้งนี้ด้วย จึงเป็นความชอบธรรมของประชาชนอย่างยิ่งที่ร่วมกันแสดงเจตจำนงขับไล่รัฐบาล เพระการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปมที่มาของ ส.ว.ขัด มาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
   
  ดังนั้น หากปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศชาติต่อไปจะทำความเสียหายต่อบ้านเมือง เพราะรัฐบาลมีพฤติกรรมไม่ต่างกับ “โจร” สมคบกัน “ปล้นอำนาจ” ไปจากประชาชนและบริหารประเทศชาติโดยจะไม่ยึดหลักนิติรัฐ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:19:57
http://www.naewna.com/politic/78810
24 พ.ย.56 ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ได้ร้องเรียนมาที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า หลังจากที่มีความพยายามสกัดมวลชนหลายหมื่นคน ซึ่งเดินทางโดยรถบัส เพื่อเข้าร่วมชุมนุม ถูกสกัด ในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมีรถน้ำมันขนาดใหญ่จอดขวางปิดถนน ทำให้ประชาชนนับหมื่นต้องเดินเท้า เพื่อพยายามหาทางเข้าร่วมชุมนุม ส่วนที่จ.นครศรีธรรมราช รถที่เข้าร่วมชุมนุมถูกสกัดโดยตะปูเรือใบ เป็นช่วงๆ รถหลายคันไม่สามารถเข้า กทม.ได้ แถมยังมีการตั้งด่านของตำรวจ หวังถ่วงเวลาไม่ให้เข้าร่วมชุมนุม ล่าสุด ประชาชนยืนยัน จะหาทางเข้าร่วมชุมนุม เพื่อโค่นระบอบทักษิณอย่างแน่นอน
 
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ชาวสงขลา นาทวี คลองแระกว่า 200 คันรถ ติดอยู่ที่อำเภอนาทวี ส่วนผู้ชุมนุมในจังหวัดกระบี่จ โดยสารรถบัส จำนวน 20 คัน รถตู้อีก 50 คัน ฝ่าตะปูเรือใบมาถึงแล้วราชดำเนินแล้ว และรถทัวร์ อีก 20 คันกำลังจะเดินทางมาถึง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:21:10
http://www.naewna.com/politic/78817
24 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโซเชียลมีเดีย ได้มีการแชร์คลิปที่ชื่อว่า “วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 คุณอยู่ที่ไหน” มีความยาว 1.50 นาที โดยในเนื้อหาคลิปนั้น เป็นการบรรยายการเมืองไทยที่เกิดความเสียหายจากการบริหารราชการแผ่นดินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร อาทิ ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวที่เสียหายแต่ไม่สามารถชี้แจง การออก ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย การออกร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่ต้องใช้เวลา 50 ปีในการชำระหนี้ “อนาคตของชาติ อยู่ในมือของคุณ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ราชดำเนิน ร่วมเป่านกหวีดให้เสียงดังไกลไปถึงลูกหลานของเรา”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:23:23
    http://www.naewna.com/politic/78877
24 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมที่เวทีประชาชนที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยว่า ผู้ชุมนุมได้ทยอยเข้าร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ใช้การเดินเท้าเข้าพื้นที่ชุมนุมเนื่องจากตลอดเส้นทาง  ถ.ราชดำเนิน เต็มไปด้วยมวลชน ส่งผลให้การจราจรติดขัด โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ต่างรวมตัวกันมาเป็นคันรถ ซึ่งบางส่วนก็มาแบบรถกระบะ บางส่วนก็เดินทางมาโดยรถหกล้อ ขณะที่ผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดจะโดยสารรถบัส หรือรถไฟ ทั้งนี้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เริ่มจับจองพื้นที่นั่งฟังการปราศรัยอยู่บริเวณด้า นหน้าเวทีปราศรัยยาวไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งยังล้นไปถึงถนนหลานหลวงด้วย
 
ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ข้างเวทีผู้ชุมนุมก็นั่งปักหลักแล้วโดยล้นเข้าไปในถนนดินสอ ขณะที่ด้านหลังเวทีผู้ชุมนุมได้นั่งปักหลักยาวถึงสนามหลวงแล้ว ซึ่งได้เข้าไปนั่งปักหลักเต็มพื้นที่สนามหลวงอีกด้วย โดยทางเวทีได้มีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงเพิ่มทั่วบริเวณพื้นที่ชุมนุม เนื่องจากวันนี้มีผู้ชุมนุมเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากนอกจากนี้ผู้ชุมนุมที่จะเ ข้าพื้นที่ชุมนุมได้ต่างหาซื้อนกหวีด ธงชาติก่อนเข้าพื้นที่ ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบพื้นที่ชุมนุมยังได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นคอยอำ นวยความสะดวกเป็นจุดทั่วพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้มีตำรวจชุดตะเวนขับรถดูความเรียบร้อยทั่วพื้นที่อีกด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:26:05
  ทางรถยนตร์มาไม่ได้ใช้เรือด่วน คลื่นมหาชนมุ่งสู่ถนนราชดำเนิน
http://www.naewna.com/politic/78862
24 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท่าเรือผ่านฟ้า มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมายังเวทีราชดำเนิน เพื่อร่วมชุมนุมต่อต้านโค่นล้มระบอบทักษิณและฟังปราศรัยของแกนนำ จนแน่นท่าเทียบเรือ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 04:50:10
รภาพที่ถนนราชดำเนินเกรียงไกร ยื่งใหญ่ งดงาม สู่สายตาชาวโลก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 พฤศจิกายน 2556 00:02 น.  
 http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000146029
วีรภาพที่ถนนราชดำเนินเกรียงไกร ยื่งใหญ่ งดงาม สู่สายตาชาวโลก
 
ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยระหว่างการรณรงค์ใ นกรุงเทพฯ วันอาทิตย์ 24 พ.ย.2556 นี้ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงจากอำนาจ ผู้เดินขบวนหลายหมื่นตบเท้าลงท้องถนนในเมืองหลวงของไทยอีกครั้งหนึ่งเพื่อปร ะท้วงสิ่งที่เรียกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกขับไล่ออกไปก่อนหน้านี้เข้าไปมีอิทธิพลต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน. -- Associated Press/Wason Wanitchakorn.
   
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- สำนักข่าวต่างประเทศได้นำภาพเหตุการณ์ประท้วงที่ถนนราชดำเนินเมื่อเวลาประมา ณ 15.30 น.วันนี้ กับอีกจำนวนหนึ่ที่ถ่ายตอนพลบค่ำ ออกสู่สายตาของชาวโลกและเว็บไซต์ข่าวหลายแห่งในเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และไกลออกไปทั่วย่านเอเชียได้นำทั้งภาพและข่าวเหล่านี้ออกสู่สายตาผู้อ่านผู ้ชมในแต่ละประเทศ
   
  ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับจำนวนผู้ชุมนุมในช่วงบ่ายว่ามีตั้ งแต่ 75,000 คน จนถึง 100,000 คน แต่ก็มีคำอธิบายต่อท้ายกำกับเอาไว้ด้วยว่า .. ผู้คนอีกจำนวนมากกำลังหลั่งไหลเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงขับไล่ "ระบอบทักษิณ"
   
  แต่ไม่ว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมในคืนวันอาทิตย์ 24 พ.ย.นี้จะมีจำนวนเท่าไรก็ตาม ภาพเมื่อตอนกลางวันได้บอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์กล่าวว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร กำลังเผชิญกับการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา.
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 05:40:16
สมบัติสะอิดสะเอียนระบอบแม้ว ลั่นเพื่อลูกหลานต้องกำจัดให้สิ้น
 http://www.naewna.com/politic/78919
วันที่ 24 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.45 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีต อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า การต่อสู้ของพวกเราในวันนี้เพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ ถ้ายังมีระบอบนี้อยู่วันข้างหน้าลูกหลานเราจะเป็นอย่างไร ใครอยากมีอำนาจหรือเป็นใหญ่เป็นโตต้องมีญาติอยู่ในระบอบนี้ ถ้าวันนี้เราไม่กำจัดระบอบนี้ให้สิ้นซาก วันข้างหน้าเราต้องเป็นทาสระบอบทักษิณ
 
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์เมื่อ 14 ตุลา 2516 ตนร่วมกับนิสิตนักศึกษาเรือนแสนร่วมต่อสู้กับเผด็จการทหาร แต่ในวันที่ 24 พฤศจิกานี้ ชาวไทยจะร่วมลบสถิติและเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ไม่ใช่การต่อสู้กับเผด็จการทหาร แต่เป็นเผด็จการยิ่งกว่า คือเผด็จการระบอบทักษิณ
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 06:15:26
จับผู้ชุมนุมม็อบประชาธิปัตย์ พร้อมอาวุธปืน กระสุน 70 นัดได้ที่ด่านตรวจหน้าพรรคเพื่อไทย
 
http://www.go6tv.com/2013/11/70.html
 

 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 07:19:33
เกณฑ์ นร.กศน.เข้าหนุนแดง
http://www.naewna.com/politic/78937
ผู้สื่อข่าวจ.ชัยภูมิรายงานว่าในช่วงเวลา09.00น.ทางเจ้าหน้าที่บุคคลากรทางก ารศึกษา รายหนึ่งอ้างว่ามีคำสั่งด่วนจากหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งแจ้งให้บุคคลากรทางการศ ึกษา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และนักเรียนนักศึกษาเครือข่ายศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนชัยภูมิกว่า1,500คนให ้มารวมตัวเดินทางไปศึกษาดูงานการชุมนุมที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน เบื้องต้นไม่มีบุคคลากรทางการศึกษาสามารถให้รายละเอียดใดๆในการเดินทางได้ จากการสอบถามนักเรียน กศน.รายหนึ่ง กล่าวว่า ได้รับการประสานไม่นานว่าให้เดินทางเข้าไปทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯโดยไม่ทราบมา ก่อน สำหรับการเดินทางไปกรุงเทพฯของ เครือข่าย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนในครั้งนี้ได้เตรียมรถบัสโดยสารขนาดใหญ่รอรับกว่า 20คัน
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 07:21:50
ปู" งัดวิชามารสกัดม็อบ "ตะปูเรือใบ-จับกุม-จม.ขู่เอาชีวิต"
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 พฤศจิกายน 2556 06:12 น.  
 
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000146051
ปู งัดวิชามารสกัดม็อบ ตะปูเรือใบ-จับกุม-จม.ขู่เอาชีวิต
 
   
รายงานพิเศษ
   
  คำประกาศเป้าหมายล้านคนบนถนนราชดำเนิน เพื่อยกระดับการชุมนุมขั้นสูงสุด ขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย ไม่เพียงส่งผลให้มวลชนจากทั่วสารทิศของประเทศ มุ่งหน้าสู่จุดหมายเดียวกัน นั่นคือ ราชดำเนิน ถนนแห่งประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากแต่ยังสร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงให้กับผู้กุมอำนาจ ด้วยเกรงว่าอำนาจที่ยึดครองอยู่นั้นจะสูญเสียไป
   
  จึงไม่แปลกที่นับเนื่องจากเริ่มมีการชุมนุมต่อต้านโค่นล้มระบอบทักษิณ กระทั่งการชุมนุมต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เราจึงพบเห็นทั้งการใช้กลไกรัฐ และกระบวนการใต้ดิน สกัดกั้น ข่มขู่ ขนมวลชนสู้ เพื่อให้มวลชนเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้า หรือสามารถเดินทางร่วมชุมนุมได้ สด ๆ ร้อน กลางดึกต่อเนื่องเช้าวันที่ 24 พ.ย. ที่กลุ่มมวลชนภาคใต้ ซึ่งเดินทางด้วยรถบัสกว่า 10 คัน มุ่งหน้าหน้าเข้ากรุงเทพฯเพื่อร่วมชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน แต่ระหว่างรถเดินทางมาถึงบ้าน ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ รถกลับเหยียบเข้ากับตะปูเรือใบ ที่โปรยไว้บนถนนเพชรเกษม ทำให้ต้องเสียเวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะเคลียร์พื้นที่เดินทางต่อได้
   
  หรืออย่างการใช้กฎหมายมาเป็นข้ออ้างสกัดกั้น ทำให้ผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุม เกิดความเกรงกลัว เช่น มีการปิดป้ายเตือนผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมไว้ตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เช่น ป้ายรถเมล์ ตู้โทรศัพท์ ในทำนองว่า ขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีชักชวนไปร่วมชุมนุมปิดถนน บริเวณรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และบริเวณใกลเคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง อาจถูกจับกุม ควบคุม ไปดำเนินคดีได้ จึงขออย่าหลงเชื่อ หรือให้การสนับสนุน เป็นต้น
   
  รวมถึงการออกประกาศเตือนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แจ้งเตือนบุคคลต่างด้าวๆ ต่าง ว่ากรณีเข้าร่วมชุมนุม หรือขึ้นปราศรัยบนเวทีทางการเมือง อาจทำให้ถูกถอนการอนุญาต หรือไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ ซึ่งลักษณะดังกล่าว ยังอาจทำให้เกิดเป็นประเด็นกล่าวหาในภายหลังได้ว่า ผู้ที่มาร่วมชุมนับหมื่นแสนนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย หากแต่เป็นคนต่างด้าว ที่แกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมีการจัดหามา หรืออาจสร้างสถานการณ์ว่าสามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวได้จากพื้นที่การชุม นุม อีกด้วย
   
  ยังไม่รวมถึงก่อนหน้านี้ ที่รัฐมีการขับเคลื่อนจะใช้กลไกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ จัดการกับแกนนำผู้ชุมนุมอย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และบรรดากลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนการชุมนุม รวมไปถึงการอ้างจะใช้กฎหมายอาญา จัดการกับผู้ที่เป่านกหวีด ทั้งที่ในทางกฎหมายจริงๆ แล้ว แค่ความผิดลหุโทษ
   
  นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่อต้าน หากเปิดตัวชัดเจนก็จะถูกข่มขู่ คุกคาม หมายเอาชีวิต อย่างรายล่าสุด ดร.วรพรรณ เรืองผกา อาจารย์มหิดล และบุตรสาว 2 คน ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 5 พ.ย.และ 17 พ.ย. ก็ได้รับจดหมายข่มขู่เอาชีวิต โดยจดหมายดังกล่าวมีถ้อยคำว่า “ตาย “เขียนด้วยเลือด และส่งถึงบ้านพัก ดร.วรพรรณ เมื่อวเนที่ 18 พ.ย. ในเวลา 23.00 น.
   
  ขณะเดียวกันก็ยังพบว่ามีการขนมวลชนเข้าสู้ เพื่อสะท้อนภาพรัฐบาลว่า ยังคงได้รับการยอมจากประชาชนให้อยู่บริหารงานต่อไป อย่างในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ พบว่าผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน) กลับมีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 23 พ.ย. ถึงผู้อำนวยการศูนย์กศน.ทุกแห่งในจังหวัด แจ้งขอให้ครู กศน. ทุกคนมาปฏิบัติราชการระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย. ที่สำนักงาน กศน. จ.ชัยภูมิ โดยในวันที่ 24 พ.ย.ให้เดินทางมาถึงสำนักงานฯตั้งแต่เวลา 06.00 เพื่อปฏิบัติราชการ โดยให้เตรียมเสื้อขาว และหรือเสื้อสีแดง รวมถึงเครื่องนอนมาให้พร้อมด้วย ซึ่งก็มีรายงานว่า แม้หนังสือดังกล่าวจะอ้างให้มาปฏิบัติราชการที่สนง.กศน. ชัยภูมิ แต่เป็นที่รู้กันว่า แท้จริงแล้วมุ่งหน้าสู่ สนามกีฬา รัชมังคลากีฬาสถาน ที่ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ(นปช.)
   
  เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมที่ก่อเป็นภาพสะท้อนความหวั่นเกรงต่อ การสูญเสียอำนาจของรัฐบาล ขณะเดียวกันก็กล่าวได้เป็นความเสื่อมทรุดในศรัทธาที่มีต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในสายตาประชาชน ที่นับวันยิ่งทบเท่าทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ หากแต่รัฐบาลก็ยังคงนิ่งเฉย ท่องคาถาการเสียงข้างมาก มาจากประชาชน และเดินหน้านำพาประเทศดำดิ่งสู่ห้วงหุบเหวลึกต่อไป
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/25/13 เวลา 16:58:48
คลิปเหตุการณ์ นิค นอตสติชซ์ นักข่าวเยอรมัน โดนการ์ดม็อบทำร้ายร่างกาย-ตร.เข้าช่วยเหลือ
 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5UTTJOalE1TWc9 PQ==&sectionid=
 

 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/26/13 เวลา 05:11:55
ประท้วงใหญ่สุดในรอบ 3 ปี!! สื่อนอกรายงาน “ม็อบนกหวีด” มาจิ๊บๆ แค่ “หลักแสน” ล้นกรุงเทพฯ เป่าไล่ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 พฤศจิกายน 2556 12:48 น.  
 
ประท้วงใหญ่สุดในรอบ 3 ปี!! สื่อนอกรายงาน “ม็อบนกหวีด” มาจิ๊บๆ แค่ “หลักแสน” ล้นกรุงเทพฯ เป่าไล่ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์”
  เอเจนซีส์ - อาร์ที สื่อรัสเซีย รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์จำนวนนับหลายแสนคนได้รวมตัวก ันบนถนนสายหลักแห่งประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทยเมื่อวานนี้(24) เพื่อร่วมเรียกร้องให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยลาออก ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของกรุงเทพฯ ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำนวนอย่างน้อย 20,000 คน ได้รวมตัวสนับสนุนรัฐบาลที่สนามสนามราชมังคลากีฬาสถาน ยืนยันจะปักหลักชุมนุมเพื่อสนับสนุนยิ่งลักษณ์ต่อไป
   
  โดยแกนนำผู้ชุมนุมม็อบนกหวีดที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินว่าจะมีผู้เ ข้าร่วมการชุมนุมที่จัดขึ้นใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจำนวนอย่างน้อย 1 ล้านคนเพื่อเดินดาวกระจายทั่วทั้งกรุงเทพฯ แต่ล่าสุดฝ่ายสันติบาลได้ประเมินว่า จำนวนผู้เข้าร่วมการประท้วงไล่รัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีจำนวนราว 200,000 คน รวมตัวกันบนถนนประวัติศาสตร์ทางการเมือง ที่สำคัญของไทยเมื่อวานนี้(24) ซึ่งนับว่าเป็นการประท้วงครั้งที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี ของไทย
   
  สืบเนื่องมาจากร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่เสนอโดยพรรครัฐบาลเป็นผลทำให้ เกิดการประท้วงคัดค้านเป็นเวลานานจนกระทั่งเกิดการรวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ขึ ้นในวันอาทิตย์(24) ซึ่งร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมนี้จะสามารถทำให้ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนีนอกประเทศ เดินทางกลับเข้ามายังไทยได้อีกครั้งอย่างถูกกฏหมาย รวมไปถึงอภัยโทษให้กับกลุ่มคนที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์ความไม่สงบท างการเมืองในปี 2010 ซึ่งในเหตุการณ์นี้กองทัพบกได้ออกมาควบคุมสถานการณ์ และมีผู้เสียชีวิตราว 90 คน
   
  และถึงแม้ว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ได้ถูกวุฒิสภาไม่รับไว้ด้วย มติเอกฉันท์ 141 เสียง แต่ทว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเดินหน้าปักหลักชุมนุมบนถนนต่อเพื่อพยายามที่จะโ ค่นล้มรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากพวกเขาเห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นแค่ร่างทรงของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำไทย
   
  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกมาเป็นแกนนำการชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ ได้ปราศัยบนเวทีชุมนุมท่ามกลางเสียงตบมือดังกระหึ่มไปทั่วว่า “รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้ยังไง? ระบอบทักษิณจะอยู่ได้ยังไง” ?
   
  และพบว่ามีผู้เข้าร่วมการประท้วงครั้งนี้จำนวนมากเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพ ื่อแสดงเจตจำนงค์ขับไล่รัฐบาล “ดิฉันมาถึงเมื่อวานนี้ มาพร้อมกับคาราวานรถบัสจำนวน 40 คันจากจังหวัดกระบี่” วิไลวรรณ คยาธาน เผยกับสื่อUPI “ดิฉันต้องการไล่ยิ่งลักษณ์ออกไป และมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา รัฐบาลชุดปัจจุบันได้หมดความน่าเชื่อถือลงแล้ว”
   
  ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งของกรุงเทพฯ กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำนวนอย่างน้อย 20,000 คน ได้รวมตัวที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ยืนยันที่จะชุมนุมเคียงข้างนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกล่าวหาม็อบนกหวีดว่า ต้องการยั่วยุเพื่อให้ทหารตบเท้าออกจากกรมกอง “มันไม่ได้สำคัญว่าผู้ชุมนุมฝ่ายต้านรัฐบาลจะมาจำนวนมากเท่าไร” แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ธิดา ถาวรเศรษฐ เผยกับเอเอฟพี “สิ่งสำคัญคือ หากพวกเขาพยายามก่อให้เกิดความรุนแรง มันจะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป”
   
  โดยผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายต่างประกาศเจตนารมณ์ที่จะยังคงเดินหน้าชุมนุมต่อไปใ นกรุงเทพฯซึ่งจะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ตำรวจต้องเพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันการรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยม็อบราชดำเนินได้ประกาศที่จะดาวกระจายไปตามสถานที่ราชการต่างๆ รวมไปถึงสถานีโทรทัศน์ในวันนี้(25) “ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้กำลังและทางตำรวจจะพยายามไม่ให้เกิดความสูญเสีย” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี ปิยะ อุทาโย เผยกับเอเอฟพี
   
  ยิ่งลักษณ์ที่กำลังเผชิญหน้ากับการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์นี้ได้เรี ยกร้องให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ “รัฐบาลไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งที่จะนำไปสู่ความรุนแรง” เธอกล่าวผ่านเฟสบุ๊ก และยังเสริมท้ายว่า ถึงแม้ว่าจะมีการประท้วงอย่างหนักบนท้องถนน แต่ประเทศยังไม่ถึงทางตัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/26/13 เวลา 05:13:47
ลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 พฤศจิกายน 2556 12:03 น.  
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
นายกมล สุขสมบูรณ์ รองปลัดสำนักนายรัฐมนตรี
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - รัฐบาลยังเดินหน้าเมกะโปรเจกต์จัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน จัดโรดโชว์ที่ อ.หาดใหญ่ จุดทุ่มงบ 8 พันล้าน แก้น้ำท่วม มวลชนพลังนกหวีดผิดหวัง ไร้เงา “ปลอดประสพ” ส่งรองปลัดสำนักฯ รับหน้าแทน เกณฑ์คนทั้งสงขลาเข้าร่วม
   
  เวลา 09.00 น. วันนี้ (25 พ.ย.) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัตรครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีกำหนดการให้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ใขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย พื้นที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแผนพัฒนา 3.5 แสนล้าน ของรัฐบาล และ จ.สงขลา ถูกบรรจุอยู่ในโครงการดังกล่าวด้วยเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ ด้วยงบประมาณ 8,000 ล้านบาท
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
   
  ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดิม ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการดังกล่าว ทำให้มีมวลชนจำนวนหนึ่งได้มาดักรอที่หน้าประตูทางเข้าหอประชุม แต่ปรากฏว่า ไม่มีแม้แต่เงารองนายกรัฐมนตรี และเป็น นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานพิธีเปิด และ รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นผู้กล่าวรายงาน และมี นายกมล สุขสมบูรณ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา ร่วมเป็นวิทยากร
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
   
  นายกมล สุขสมบูรณ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงเป็นผู้โชคดีในการได้รับการต้อนรับด้วยเสียงนกหวีดจากพลังมวลชนที่มาเฝ้า รอที่บริเวณหน้าหอประชุม ซึ่งนายกมล ก็ได้หันไปโบกมือ และยิ้มรับก่อนที่จะเดินเข้าหอประชุมไปอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงนกหวีดส่งตามหลังไปจนถึงประตูทางเข้า ในขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลสนครินทร์ นกรู้เข้าทางประตูหลังจึงไม่เจอพลังนกหวีด
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
   
  อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่มาร่วมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ พบว่ามาจากทุกอำเภอใน จ.สงขลา โดยได้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าทางออนไลน์ และมีการรับลงทะเบียนที่หน้าหอประชุมเพิ่มเติมด้วย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัย ตรวจค้นผู้เข้าร่วมประชุมอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วงเช้าจะเป็นการเสวนาชี้แจงในห้องประชุมใหญ่ ในหัวข้อ “แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ : ภาพรวมโครงการฯ และโครงการก่อสร้างในพื้นที่ จ.สงขลา ตามแผนงาน (Module B2’ B3)” และชี้แจง “กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน” และในช่วงบ่ายถึงเย็น จะมีการแบ่งกลุ่มย่อย “รับฟังความคิดเห็นของประชาชน” ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 โดยแบ่งผู้เข้าร่วมฯ ห้องละ 100 คน จำนวน 20 ห้อง โดยวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
   
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
   
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
   
 
“ปลอด” ปอดแหกกลัวพลังนกหวีดไม่กล้าโรดโชว์ 3.5 แสนล้านที่หาดใหญ่ (ชมคลิป)
   
   
   
 
 
   
   
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 “เจ๊ปิ๊ก” ปวีณา ผวาพลังนกหวีดสับขาหลอก ดอดเข้าหลัง รร.ซี.เอส.ปัตตานี (ชมคลิป)
 สตูลน้ำท่วมเริ่มลดแล้ว ขณะที่ผู้ว่าฯ เตรียมแก้ปัญหาน้ำระยะยาว
 ชาวสงขลาทำบุญ 30 วันการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราช
 ผวจ.นราฯ ตั้งศูนย์สงเคราะห์ช่วยเหลือ ปชช. สนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ
 ผู้ว่าฯ นราฯ ร่วมรำลึก “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า”
 
     
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/26/13 เวลา 05:14:16
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 พฤศจิกายน 2556 18:08 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
กลุ่มเสื้อแดงยึดสนามราชมังฯเป็นที่ชุมนุม
 
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
เทควันโด เก็บตัวใน กกท.
 
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
ยัดห่วงโดนหางเลข
 
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
กนกพันธุ์ รับปากดำเนินการให้
 
   
ASTV ผู้จัดการรายวัน - บรรยากาศการต่อสู้ทางการเมืองที่กำลังกำลังคุกรุ่นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการชุมนุมของคน “เสื้อแดง” หรือในชื่อ “กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (นปช.) ที่ใช้สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน(หัวหมาก) เป็นพื้นที่ปักหลัก แน่นอนว่าส่งผลกระทบโดยตรงถึงสภาพร่างกายและจิตใจของนักกีฬาทีมชาติไทย ที่กำลังเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่บริเวณใกล้เคียงเพื่อเตรียมเข้าแข่งขันศึก ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า จนต้องออกมาโอดครวญ เพราะอาจจะกระทบผลงานคว้าเหรียญที่ เนปิดอว์
   
   ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย มีโปรแกรมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2556 โดยหลายสมาคมได้เก็บตัวฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมอยู่ภายใน การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อาทิ สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย, สมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทย, สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย และทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย แต่นับจากเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “กลุ่มคนเสื้อแดง” ราว 3-5 หมื่นคน ได้เข้ามาใช้พื้นที่ในสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน(หัวหมาก) ทั้งในและนอกแสดงออกทางการเมือง จนเกิดเสียงดังตลอดค่ำคืน ทำให้นักกีฬาทีมชาติที่เก็บตัวอยู่ได้รับผลกระทบ
   
   โดย นายรามณรงค์ เสวกวิหารี 1 ในนักกีฬาเทควันโดไทย เปิดเผยว่า การชุมนุมดังกล่าวส่งเสียงรบกวนจนนอนไม่หลับมาหลายคืน “ตอนนี้เรามีนักกีฬาที่เก็บตัวอยู่ที่หอพักภายในกกท.กว่า 40 คน ทั้งชุดซีเกมส์ และชุดที่เตรียมแข่งรายการเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2013 ที่ประเทศอังกฤษ ช่วงปลายเดือนนี้ แต่หลังจากที่มีการชุมนุมกันที่สนามราชมังคลาฯ ได้ส่งผลถึงการเตรียมทีมอย่างมาก ผู้ชุมนุมมีการใช้เสียงดังมาถึงที่พัก จนทำให้นักกีฬานอนไม่หลับ กว่าพวกผมจะนอนกันได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ทางสมาคมฯจึงต้องงดการซ้อมช่วงเช้าไป ส่วนช่วงเย็นแม้จะซ้อมได้ตามปกติแต่ก็มีบางคนที่กลับจากการเดินทางไปเรียนก็ เจอปัญหาเรื่องการจราจรที่ติดขัดเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะให้ย้ายสถานที่ชุมนุม เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ที่จะต้องแข่งแล้ว ถ้ายังยืดเยื้ออยู่นักกีฬาอาจจะไม่ฟิตได้”
   
   ขณะที่ “โค้ชจุ่น” จตุพร ประมลบาล เฮดโค้ชทีมฟุตบอลหญิง กล่าวว่าแข้งเนื้ออ่อนไทยต้องอยู่กันอย่างลำบากมาก “ตั้งแต่มีชุมนุมมาเราใช้ชีวิตกันได้ลำบากมาก เสียงดังทุกคืน พอพูดปราศรัยจบตอนเที่ยงคืนกว่า ยังมีการเปิดเครื่องเสียงดังลั่นต่ออีกยันตี3-ตี4 ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเปิดเพลงให้ใครฟังกันดึกขนาดนี้ และเสียงยังดังจนนักกีฬานอนหลับไม่ได้เลย พอตื่นมาซ้อมก็ไม่เต็มที่ ตอนนี้เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนด้วยการซื้อที่อุดหูมาแจกไว้ใช้ตอนนอน  แต่ถ้ายังยืดเยื้อกันอยู่ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้ย้ายไปเก็บตัวที่อื่นก็ไม่ได้ คงต้องขอให้เลิกชุมนุมกันไวๆ เพราะเราจะต้องออกเดินทางไปพม่าวันที่ 6 ธันวาคมนี้อยู่แล้ว”
   
   ปัญหาการชุมนุมของคน “เสื้อแดง” ยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อทัพบาสเกตบอลอีกด้วย โดย นายมานิจ นิยมยินดี หรือ “โค้ชแซค” หัวหน้าผู้ฝึกสอนยัดห่วงชาย เผยว่า “เรื่องการชุมนุมอาจจะไม่กระทบต่อเราโดยตรง แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดมาในตอนกลางคืนบ้าง ซึ่งเราก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ คิดซะว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็คงต้องทนเพื่อชาติกันไป แต่ที่สำคัญแม้ไม่กระทบกับร่างกายแต่จะกระทบต่อสภาพจิตใจแน่นอน เพราะนักกีฬาเมื่อซ้อมเสร็จแล้วก็อยากจะพักผ่อนเต็มที่ไม่ใช่มีเสียงดังและเ กิดความระแวงอยู่แบบนี้”
   
   เรื่องดังกล่าวถือว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าของพื้นที่ๆ จะต้องดูแลสภาพความเป็นอยู่ของนักกีฬาทีมชาติ โดย นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการกกท. ได้รับปากต่อผู้สื่อข่าว MGR SPORT หลังจากได้ทราบเรื่องว่าเตรียมเข้าไปดำเนินการให้ “เรื่องนี้ผมพอทราบมาบ้างแล้วว่าการชุมนุมมีการส่งเสียงดังไปรบกวนนักกีฬาที ่พักอยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจากนี้ผมจะเข้าไปดูแลให้ โดยจะเข้าไปขอความเห็นใจกับทางผู้ชุมนุมให้ช่วยลดเสียงลงหน่อย แต่ทั้งนี้ผมก็เชื่อว่าจะไม่บานปลาย เพราะสัญญาเช่าสนามจะสิ้นสุดในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น”
   
   พร้อมกันนี้ “บิ๊กหนุ่ม” ได้กล่าวถึงกรณีที่สนามราชมังคลาฯแห่งนี้ต้องใช้เป็นสังเวียนรองรับการแข่งข ันรถแข่งรายการพิเศษ “เรซ ออฟ แชมเปียนส์ (ROC) 2013” ระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคมนี้ว่าจะไม่กระทบเช่นกัน “การเช่าสนามนั้นมีการติดต่อเข้ามาอย่างถูกต้อง ซึ่งผมเชื่อว่าจะไม่ส่งผลถึงการจัดเรซ ออฟ แชมเปียนส์แน่นอน ทางกกท.และผู้เช่าได้มีการตกลงร่วมกันแล้วว่าหากสนามเกิดความเสียหายทางผู้ช ุมนุมจะรับผิดชอบให้ทุกกรณี”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/27/13 เวลา 04:30:52
สุขุมพันธุ์” วอน จนท.อย่าทำตัวอำนาจมืด เอาถุงดำออกจาก “ซีซีทีวี” แยกวัดเบญจฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  26 พฤศจิกายน 2556 00:57 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สุขุมพันธุ์” วอน จนท.อย่าทำตัวอำนาจมืด เอาถุงดำออกจาก “ซีซีทีวี” แยกวัดเบญจฯ
 
   
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้มือดีที่เป็นเจ้าหน้าที่เอาถุงดำไปปิดกล้องในพื้นที่การควบคุมด ูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปเอาถุงดำออก อย่าทำตัวเป็นอำนาจมืด ดักคอเกิดเหตุร้ายในวัดต้องมีคนโทษว่ากล้องดัมมี่
   
   
 
   
  วานนี้ (25 พ.ย.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ @Sukhumbhandp ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบสังกัด ใช้ถุงดำมาปิดกล้อง CCTV ตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน จนถึงนาทีนี้ มันเป็นเรื่องความปลอดภัยครับ และผมรู้ถ้าเกิดเหตุร้ายในพื้นที่วัดเบญจมบพิตร หากกล้องใช้การไม่ได้ ต้องมีคนโทษว่า กล้องดัมมี่อีกแล้วใช่มั๊ยล่ะ ขอกันทีเถอะครับ ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ผมไม่เคยขออะไรมากกว่านี้ และไม่เคยขออะไรที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของผู้ใด ขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ผมก็สบายใจแล้วครับ ขอให้มือดีที่เอาถุงดำไปปิดกล้องในพื้นที่การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ไปเอาถุงดำออกเถอะครับ อย่าทำตัวเป็นอำนาจมืดเลย ขอบคุณล่วงหน้าครับ
   
  อนึ่ง ก่อนหน้านี้ น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุม โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นประธาน ว่า กรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีเพื่อดูสถานการณ์และตรวจสอบความปลอดภั ยในพื้นที่ชุมนุม พบว่ามีชาย 2 คน สวมเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ราชการ ได้ขึ้นรถกระเช้านำถุงดำมาคลุมกล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร บริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร เมื่อเวลาประมาณ 14.05 น.ขณะนี้กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นหน่วยงานใด เพื่อประสานขอให้นำถุงดำออก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง กรุงเทพมหานครไม่สามารถนำถุงดำออกเองได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/27/13 เวลา 04:31:36
ทม.ครวญ “อดุลย์” ป้ายสีตัดต่อภาพวงจรปิด เตรียมแจ้งจับ 2 มือดีคลุมกล้องเอาผิด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  26 พฤศจิกายน 2556 19:33 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กทม.ครวญ “อดุลย์” ป้ายสีตัดต่อภาพวงจรปิด เตรียมแจ้งจับ 2 มือดีคลุมกล้องเอาผิด
 
   
ทีมโฆษก กทม.เสียใจ โฆษกนครบาลใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหามือดีคลุมกล้องซีซีทีวีแยกวัดเบญจฯ ภาพตัดต่อ เตรียมเอาผิดแน่ แต่ไม่ฟันโฆษกเพราะยังต้องทำงานร่วมกัน
   
  วันนี้ (26 พ.ย.) นายวสันต์ มีวงศ์ ที่ปรึกษาผู้ว่ารายการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมทีมโฆษก กทม.แถลงชี้แจงกรณี พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษก บช.น.ออกมาให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่า กรุงเทพมหานครนำภาพชาย 2 คน ใช้ถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด ที่แยกวัดเบญจมบพิตร ปรากฏในเฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ว่าเป็นภาพตัดต่อ กทม.รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบไดัเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง โดยมีชาย 2 คน ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ใช้วัสดุสีดำปิดกล้องวงจรปิดที่แยกวัดเบญจมบพิตร
   
  และเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ปรากฏว่า ได้มีการนำถุงดำดังกล่าวออก ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ประสงค์ในการติดตั้งกล้องเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน และ กทม.ก็ทำงานคู่ขนานกับตำรวจนครบาลมาโดยตลอด ทั้งการใช้ภาพทางคดีซึ่งเป็นสิทธิ์ของกรุงเทพมหานครที่จะดำเนินการ ซึ่งการกล่าวหาว่า กทม.ตัดต่อภาพ ทำให้เกิดความเสียหาย เตรียมให้ฝ่ายกฎหมาย รวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับชาย 2 คนที่ปรากฏในภาพ ส่วนโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะไม่แจ้งความดำเนินคดี เพราะถือเป็นรุ่นน้อง และยังต้องประสานงานร่วมกัน
   
  ด้าน นางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.ระบุว่า การโพสต์ภาพดังกล่าวในเฟซบุ๊กของผู้ว่าฯ กทม.เป็นการปกป้องสิทธิของ กทม.เพราะกล้องวงจรปิดมีไว้ใช้เพื่อการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ส่วนชาย 2 คนที่ปรากฏในคลิป เชื่อว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่ขอแสดงความเสียใจกับชายทั้งสองคนที่อยู่ในองค์กรนั้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/27/13 เวลา 04:32:45
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 พฤศจิกายน 2556 18:08 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
กลุ่มเสื้อแดงยึดสนามราชมังฯเป็นที่ชุมนุม
 
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
เทควันโด เก็บตัวใน กกท.
 
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
ยัดห่วงโดนหางเลข
 
นักกีฬาโวย “เสื้อแดง” ราชมังฯทำ “ซีเกมส์” ป่วน
กนกพันธุ์ รับปากดำเนินการให้
 
   
ASTV ผู้จัดการรายวัน - บรรยากาศการต่อสู้ทางการเมืองที่กำลังกำลังคุกรุ่นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการชุมนุมของคน “เสื้อแดง” หรือในชื่อ “กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” (นปช.) ที่ใช้สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน(หัวหมาก) เป็นพื้นที่ปักหลัก แน่นอนว่าส่งผลกระทบโดยตรงถึงสภาพร่างกายและจิตใจของนักกีฬาทีมชาติไทย ที่กำลังเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่บริเวณใกล้เคียงเพื่อเตรียมเข้าแข่งขันศึก ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า จนต้องออกมาโอดครวญ เพราะอาจจะกระทบผลงานคว้าเหรียญที่ เนปิดอว์
   
   ทัพนักกีฬาทีมชาติไทย มีโปรแกรมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2556 โดยหลายสมาคมได้เก็บตัวฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมอยู่ภายใน การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อาทิ สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย, สมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทย, สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย และทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย แต่นับจากเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “กลุ่มคนเสื้อแดง” ราว 3-5 หมื่นคน ได้เข้ามาใช้พื้นที่ในสนาม ราชมังคลากีฬาสถาน(หัวหมาก) ทั้งในและนอกแสดงออกทางการเมือง จนเกิดเสียงดังตลอดค่ำคืน ทำให้นักกีฬาทีมชาติที่เก็บตัวอยู่ได้รับผลกระทบ
   
   โดย นายรามณรงค์ เสวกวิหารี 1 ในนักกีฬาเทควันโดไทย เปิดเผยว่า การชุมนุมดังกล่าวส่งเสียงรบกวนจนนอนไม่หลับมาหลายคืน “ตอนนี้เรามีนักกีฬาที่เก็บตัวอยู่ที่หอพักภายในกกท.กว่า 40 คน ทั้งชุดซีเกมส์ และชุดที่เตรียมแข่งรายการเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2013 ที่ประเทศอังกฤษ ช่วงปลายเดือนนี้ แต่หลังจากที่มีการชุมนุมกันที่สนามราชมังคลาฯ ได้ส่งผลถึงการเตรียมทีมอย่างมาก ผู้ชุมนุมมีการใช้เสียงดังมาถึงที่พัก จนทำให้นักกีฬานอนไม่หลับ กว่าพวกผมจะนอนกันได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ทางสมาคมฯจึงต้องงดการซ้อมช่วงเช้าไป ส่วนช่วงเย็นแม้จะซ้อมได้ตามปกติแต่ก็มีบางคนที่กลับจากการเดินทางไปเรียนก็ เจอปัญหาเรื่องการจราจรที่ติดขัดเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะให้ย้ายสถานที่ชุมนุม เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ที่จะต้องแข่งแล้ว ถ้ายังยืดเยื้ออยู่นักกีฬาอาจจะไม่ฟิตได้”
   
   ขณะที่ “โค้ชจุ่น” จตุพร ประมลบาล เฮดโค้ชทีมฟุตบอลหญิง กล่าวว่าแข้งเนื้ออ่อนไทยต้องอยู่กันอย่างลำบากมาก “ตั้งแต่มีชุมนุมมาเราใช้ชีวิตกันได้ลำบากมาก เสียงดังทุกคืน พอพูดปราศรัยจบตอนเที่ยงคืนกว่า ยังมีการเปิดเครื่องเสียงดังลั่นต่ออีกยันตี3-ตี4 ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเปิดเพลงให้ใครฟังกันดึกขนาดนี้ และเสียงยังดังจนนักกีฬานอนหลับไม่ได้เลย พอตื่นมาซ้อมก็ไม่เต็มที่ ตอนนี้เลยต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนด้วยการซื้อที่อุดหูมาแจกไว้ใช้ตอนนอน  แต่ถ้ายังยืดเยื้อกันอยู่ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้ย้ายไปเก็บตัวที่อื่นก็ไม่ได้ คงต้องขอให้เลิกชุมนุมกันไวๆ เพราะเราจะต้องออกเดินทางไปพม่าวันที่ 6 ธันวาคมนี้อยู่แล้ว”
   
   ปัญหาการชุมนุมของคน “เสื้อแดง” ยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อทัพบาสเกตบอลอีกด้วย โดย นายมานิจ นิยมยินดี หรือ “โค้ชแซค” หัวหน้าผู้ฝึกสอนยัดห่วงชาย เผยว่า “เรื่องการชุมนุมอาจจะไม่กระทบต่อเราโดยตรง แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดมาในตอนกลางคืนบ้าง ซึ่งเราก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ คิดซะว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็คงต้องทนเพื่อชาติกันไป แต่ที่สำคัญแม้ไม่กระทบกับร่างกายแต่จะกระทบต่อสภาพจิตใจแน่นอน เพราะนักกีฬาเมื่อซ้อมเสร็จแล้วก็อยากจะพักผ่อนเต็มที่ไม่ใช่มีเสียงดังและเ กิดความระแวงอยู่แบบนี้”
   
   เรื่องดังกล่าวถือว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าของพื้นที่ๆ จะต้องดูแลสภาพความเป็นอยู่ของนักกีฬาทีมชาติ โดย นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการกกท. ได้รับปากต่อผู้สื่อข่าว MGR SPORT หลังจากได้ทราบเรื่องว่าเตรียมเข้าไปดำเนินการให้ “เรื่องนี้ผมพอทราบมาบ้างแล้วว่าการชุมนุมมีการส่งเสียงดังไปรบกวนนักกีฬาที ่พักอยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจากนี้ผมจะเข้าไปดูแลให้ โดยจะเข้าไปขอความเห็นใจกับทางผู้ชุมนุมให้ช่วยลดเสียงลงหน่อย แต่ทั้งนี้ผมก็เชื่อว่าจะไม่บานปลาย เพราะสัญญาเช่าสนามจะสิ้นสุดในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น”
   
   พร้อมกันนี้ “บิ๊กหนุ่ม” ได้กล่าวถึงกรณีที่สนามราชมังคลาฯแห่งนี้ต้องใช้เป็นสังเวียนรองรับการแข่งข ันรถแข่งรายการพิเศษ “เรซ ออฟ แชมเปียนส์ (ROC) 2013” ระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคมนี้ว่าจะไม่กระทบเช่นกัน “การเช่าสนามนั้นมีการติดต่อเข้ามาอย่างถูกต้อง ซึ่งผมเชื่อว่าจะไม่ส่งผลถึงการจัดเรซ ออฟ แชมเปียนส์แน่นอน ทางกกท.และผู้เช่าได้มีการตกลงร่วมกันแล้วว่าหากสนามเกิดความเสียหายทางผู้ช ุมนุมจะรับผิดชอบให้ทุกกรณี”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/27/13 เวลา 04:33:51
มีชัย"ชี้การปฎิเสธอำนาจศาลฯ อันตรายต่อความสงบสุขปท. รัฐบาลยังดันทุรังบ้านเมืองจะเกิดกลียุค
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  26 พฤศจิกายน 2556 14:24 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มีชัยชี้การปฎิเสธอำนาจศาลฯ อันตรายต่อความสงบสุขปท. รัฐบาลยังดันทุรังบ้านเมืองจะเกิดกลียุค
มีชัย ฤชุพันธุ์ (แฟ้มภาพ)
 
   
"มีชัย ฤชุพันธุ์" เตือนผู้ที่ไม่รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อาจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย อันตรายต่อความสงบสุขของประเทศ หากสภาหรือรัฐบาลยังเดินหน้าต่อไป บ้านเมืองจะเกิดกลียุค ชี้การปกครองของบ้านเมืองไม่ได้อยู่ที่เสียงข้างมากอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน
   
  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา และอดีตประธานรัฐสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ตอบคำถาม ในเว็บไซต์ http://www.meechaithailand.com ถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญการได้มาของ สว.ที่ฝ่ายนิติบัญญัติเสนอนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและบอกว่าศาลไม่มีอำนาจรับเร ื่องร้องเรียนและเป็นการก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ แม้ท่านประธานรัฐสภาก็ไม่ยอมรับ ประชาชนอย่างผมควรจะเชื่อฝ่ายไหนดีครับ การที่ศาลมีคำวินิฉัยออกมาแล้วอย่างนี้แต่ไม่ยอมรับกันแล้วจะอยู่กันอย่างไร ครับ
   
  นายมีชัย กล่าวตอบว่า โดยทั่วๆ ไป เวลาที่ผู้ร้ายหรือผู้ทำผิดและถูกศาลตัดสินลงโทษ ส่วนใหญ่ก็มักจะพูดหรือคิดอยู่ในใจว่าตนเองไม่ผิด และไม่ยอมรับคำพิพากษานั้น แต่คนอื่นๆ ที่เขามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา เขาก็ปฏิบัติไป เอาตัวไปเข้าคุก หรือประหารชีวิต สุดแต่กรณี การที่คนทำผิดจะรับหรือไม่รับจึงไม่มีผลอะไร แต่บังเอิญคราวนี้คนทำผิดคือ ประธานสภา สภา และรัฐบาล เวลาออกมาประกาศว่าไม่ยอมรับ จึงมีผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คน และหลักการปกครองประเทศอย่างรุนแรง
   
  แม้ว่าในทางหลักนิติธรรมการปฏิเสธนั้นจะไม่มีผลในทางกฎหมายใดๆ แต่ก็อาจสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายและอันตรายต่อความสงบสุขของประเทศได้อย่าง มาก เช่น ถ้าสภาหรือรัฐบาลเดินหน้าต่อไปเสมือนหนึ่งไม่มีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างที่มีคนบ้าๆ คิดจะทำหรือเสนอให้ทำอยู่ บ้านเมืองคงเกิดกลียุค เพราะเท่ากับเอาน้ำมันราดลงไปบนกองเพลิง ประชาชนคงไม่ยอม และคงจะโกรธแค้นอย่างรุนแรง คนที่พูดหรือทำอย่างนั้นพร้อมทั้งครอบครัวจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตอย่างอน าถ อย่าเล่นกับความแค้นของประชาชนเป็นอันขาด
   
  ที่ถามว่าในฐานะประชาชนจะควรเชื่ออย่างไร คำตอบก็คือ เราเป็นประชาชน ไม่ใช่อันธพาล จึงต้องปฏิบัติตามคำตัดสินอันเป็นที่สุดของศาล ต้องประพฤติตนตามกติกาของบ้านเมือง การจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยย่อมทำได้และเป็นของธรรมดา แต่จะปฏิเสธหรือไม่ยอมรับหรือไม่รับรู้ เห็นจะไม่ได้ เพราะถ้าบ้านเมืองไร้ขื่อแป จะมีผลต่อเราโดยตรง ไม่เหมือนคนที่เป็นนักการเมืองที่กอบโกยเงินทองไว้ล้นเหลือ ที่ถึงเวลาเขาก็คงหอบเงินและลูกเมียไปเสวยสุขยังต่างประเทศได้
   
  ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกับคณะท่านออกมาพูดปฏิเสธไม่ยอมรับคำวิ นิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่ะ ท่านคงลืมไปว่าท่านยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ และอยู่ในกระทรวงที่รับผิดชอบการปกครองซึ่งต้องดูแลให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎก ติกา
   
  การปกครองบ้านเมืองนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเชื่อถือศรัทธาที่ประชาชนมีต่อผู้ปกครองบ้านเมืองด้วยเป็นสำค ัญ ถ้าประชาชนขาดความเชื่อถือศรัทธาแล้ว ต่อให้มีเสียงข้างมากอย่างไร ก็ถูลู่ถูกังไปได้เพียงระยะเดียว ไม่ว่าจะทำอะไรคนก็จะไม่เชื่อ มีแต่ความระแวงสงสัย ดูเหตุการณ์สองสามวันนี้ก็จะรู้ มีใครก็ไม่รู้เอาตะปูไปโรยเพื่อสกัดไม่ให้คนเดินทางมาชุมนุม ไม่ว่ารัฐบาล คนของรัฐบาล และตำรวจ จะออกมาบอกอย่างไรว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่ลองไปถามคนร้อยทั้งร้อย แม้แต่คนเสื้อแดงก็เถอะ เขาก็ปักใจว่าเป็นการกระทำของรัฐบาล คนของรัฐบาล และตำรวจทั้งนั้น และเมื่อเขาเชื่ออย่างนั้น เขาก็เลยต้องหาทางมากันให้ได้ ใครที่ไม่ได้คิดว่าจะมา ก็ทนอยู่ไม่ได้ ต้องพยายามออกมากันจนล้นฟ้าอย่างที่เห็น ด้วยความเชื่อที่ว่ารัฐบาลอำมหิต รังแกประชาชนโดยไม่สนใจว่าถ้ารถยางแตก ชาวบ้านจะเจ็บตายกันอย่างไร คนเป็นรัฐบาลถ้าถูกกล่าวหาอย่างนั้น จะบริหารงานต่อไปได้อย่างไร
   
  อ้อ บอกไว้ล่วงหน้าเสียเลยว่าใครจะเอาไปเผยแพร่อย่างไรก็ไม่ห้าม แต่อย่าไปดัดแปลง หรือไปพาดหัวให้ผิดไปจากต้นฉบับก็แล้วกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/27/13 เวลา 06:50:53
พินิจโผล่กลางราชดำเนินพกนกหวีดต่อต้านระบบทักษิณ
 
26 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมของมวลชนที่เวทีประชาชน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินนั้น ปรากฎว่า มีผู้มีชื่อเสียงในสังคม ทั้งด้านวิชาการ ดารานักร้องนักแสดง เข้าร่วมอย่างมากมาย แม้กระทั่ง นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรองนายกรัฐมนตรี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และปัจจุบันเป็นแกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 1 ในพรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมชุมนุมอยู่กับมวลชนด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:04:58
คนอุตรดิตถ์” บุกศาลากลาง ยัน “รัฐบาลปู” สิ้นสภาพแล้ว 312 ส.ส.-ส.ว.เปรียบเป็นกบฏ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 13:34 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“คนอุตรดิตถ์” บุกศาลากลาง ยัน “รัฐบาลปู” สิ้นสภาพแล้ว 312 ส.ส.-ส.ว.เปรียบเป็นกบฏ
 
“คนอุตรดิตถ์” บุกศาลากลาง ยัน “รัฐบาลปู” สิ้นสภาพแล้ว 312 ส.ส.-ส.ว.เปรียบเป็นกบฏ
 
“คนอุตรดิตถ์” บุกศาลากลาง ยัน “รัฐบาลปู” สิ้นสภาพแล้ว 312 ส.ส.-ส.ว.เปรียบเป็นกบฏ
 
   
อุตรดิตถ์ - คนอุตรดิตถ์ตบเท้าขึ้นศาลากลาง ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “ยิ่งลักษณ์” ชี้หมดสภาพ-หมดความชอบธรรมในการบริหารบ้านเมืองสิ้นเชิงแล้ว ชี้ 312 ส.ส.-ส.ว.ประกาศไม่รับอำนาจศาล รธน.ไม่ต่างจากกบฏ เรียกร้อง ขรก.เลิกทำตามคำสั่งรัฐบาลเถื่อน
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) นายธีรพงษ์ ศรีเดช แกนนำกลุ่มต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยกลุ่มพลังมวลชน ที่มาชุมนุมกันที่สนามริมทางรถไฟ ถนนสุขเกษม ตรงข้ามสนามกีฬาพิชัยดาบหัก ต.ท่าอิฐ อ.เมือง ได้รวมตัวกันเดินขบวนมาที่ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อนำช่อดอกไม้ และจดหมายเปิดผนึกมามอบแก่นายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมกับขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางต่อการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนในค รั้งนี้
   
  เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการแสดงออกทางการเมืองตามสิทธิขั้นพื้นฐานข องประชาชน และการชุมนุมดังกล่าวก็ปราศจากอาวุธ ไม่มีการใช้ความรุนแรง มีแต่นกหวีด และช่อดอกไม้ หรือไม่มีการเผาทำลายสถานที่ราชการแต่อย่างใด ไม่เหมือนกับม็อบครั้งที่ผ่านมา
   
  นอกจากนี้นายสมชัยได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อหน้าผู้ชุมนุมว่า นายกรัฐมนตรีหมดความชอบธรรม หมดสภาพการใช้อำนาจรัฐโดยสิ้นเชิง มาตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มา ส.ว.มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และนายกรัฐมนตรีได้รวบรัดนำกฎหมายที่มีมลทินขึ้นทูลเกล้าฯ
   
  ขณะเดียวกัน การที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประธานสภา ประธานวุฒิสภา ที่เห็นชอบกับการแก้ไขดังกล่าว 312 คน ได้แถลงปฏิเสธการยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีผลผูกพันทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 216 วรรค 5 ก็ย่อมชัดเจนว่า ส.ส.และ ส.ว. 312 คน พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่แถลงไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีสภาพไม่ต่างจากกบฏ กลายสภาพเป็นรัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ รัฐสภาก็ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปโดยฉับพลันทันที
   
  ประชาชนชาวอุตรดิตถ์จึงแจ้งให้ท่านทราบว่า ท่านกำลังปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ข้าราชการยืนอยู่บนความถูกต้องและเป็นธรรม อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ส่งเสริมและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยืนอยู่เคียงข้างประชาชน เพราะท่านคือข้าราชการ “ข้า” หมายถึง ผู้ทำงานในเชิงบริหาร “ราช” หมายถึง พระมหากษัตริย์ “การ” หมายถึง การกระทำ ดังนั้น “ข้าราชการ” แปลว่า ผู้ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณพระมหากษัตริย์ ในการให้บริการดูแลประชาชน
   
  แกนนำมวลชนชาวอุตรดิตถ์คนหนึ่งกล่าวว่า การที่ประชาชนต้องทำอย่างนี้ก็เพราะต้องการหลุดพ้นจากรัฐบาลระบอบทุนสามานย์  ที่บริหารประเทศผิดพลาด เช่น โครงการจำนำข้าว ก็นำงบไปละลาย เงินไม่ถึงมือชาวนา แต่ประโยชน์ไปตกแก่ผู้เกี่ยวข้อง
   
  หรือโครงการกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ก็กู้แบบนอกระบบ สภาตรวจสอบไม่ได้ ไม่มีความโปร่งใส ไม่มีโครงการรองรับที่ชัดเจน หากมีการโกงเกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบเพราะไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งเงินดังกล่าวต้องทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนต้องเป็นหนี้ไปอีก 50 ปี ต้องใช้หนี้ไปอีกชั่วลูกชั่วหลาน จะคุ้มกันหรือไม่กับโครงการรถไฟความเร็วสูง เพราะเส้นทางรถไฟความเร็วสูงก็ไม่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งที่จริงแล้วน่าจะทำแค่รถไฟรางคู่ก็น่าจะพอสำหรับบ้านเรา
   
  และสำหรับรถไฟความเร็วสูงนั้น ประเทศจีนเขาขอสัมปทานทำไมไม่ให้เขาทำ เพราะหากรัฐบาลไทยมาสร้างเอง ประสบการณ์ในการก่อสร้างก็ไม่มี อุปกรณ์ทุกอย่างก็ต้องจัดซื้อจากจีนอยู่แล้ว จะเอาเงินมาละลายเล่นทำไม หรือต้องการกำเงิน 2.2.ล้านล้านบาทไว้เพื่อจุดประสงค์อะไร
   
  สำหรับทางออกของประเทศไทยในวิกฤตครั้งนี้ รัฐบาลควรจะยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน โดยขอให้มีรัฐบาลพระราชทานปกครองต่อไปอีก 4 ปี ส่วนนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ทำงานกันอยู่ทุกวันนี้ต้องหยุด พักไป 5 ปี ใครมีคดีความอะไรก็ให้มาพิสูจน์กันในชั้นศาล
   
  เพราะหากยุบสภาแล้วเลือกตั้งกันใหม่ช่วงนี้ปัญหาก็คงไม่จบ ฝ่ายผู้แพ้ก็คงไม่ยอม ต้องประท้วงกันอีก ทำให้เกิดความวุ่นวายไม่จบสิ้น ประเทศไทยคงติดหล่มประชาธิปไตยอีกต่อไป ไม่ต้องพัฒนาไปไหนกันแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:09:25
คนกำแพงเพชรนัดตบเท้ามอบ “ดอกไม้-นกหวีด” ให้ผู้ว่าฯ บ่ายนี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 09:51 น.  
 
คนกำแพงเพชรนัดตบเท้ามอบ “ดอกไม้-นกหวีด” ให้ผู้ว่าฯ บ่ายนี้
  กำแพงเพชร - เครือข่ายชาวกำแพงเพชรต้าน “ระบอบแม้ว-ไล่รัฐบาลปู-ต้านล้างผิดสุดซอย” นัดหอบ “ดอกไม้-นกหวีด” มอบแก่ผู้ว่าฯ บ่ายนี้ ขอสัญญาไม่อยู่ใต้ระบอบทักษิณ พร้อมจัดรถให้คนเข้ากรุงฟรี
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) เฟซบุ๊ก-Line ของเครือข่ายชาวกำแพงเพชร ต่อต้านระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และต่อต้านกฎหมายล้างผิดสุดซอย ได้เผยแพร่ข้อความเชิญชวนสมาชิก และประชาชนชาวกำแพงเพชร ร่วมเดินทางไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกัน
   
  โดยระบุว่า “คนกำแพงเพชรฟังทางนี้ เราจะผนึกกำลังเดินหน้าหาเจ้าเมือง (ผู้ว่าราชการจังหวัด) ส่งมอบกำลังใจให้ท่านทำงานอย่างเป็นธรรม ให้ท่านสัญญาว่าจะไม่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ เพื่อนำความผาสุกสู่เจ้าของประเทศอย่างแท้จริง คือประชาชน ช่วยกันบอกต่อ วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 56 เวลา 13.00 น. รวมพลหน้าลานพระบรมรูป ร.5 หน้าที่ว่าการอำเภอเมือง 14.00 น. เดินทางสู่ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร
   
  และ 14.30-15.00 น. จัดขบวนที่ลานพระบรมรูป ร.5 ศาลากลาง ร่วมแสดงจุดยืน อ่านแถลงการณ์ และมอบช่อดอกไม้ นกหวีด และจดหมายจากประชาชนแก่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด
   
  ส่วนท่านที่ต้องการเดินทางไปร่วมเวทีราชดำเนิน กรุงเทพฯ จะมีรถบัส 1 คัน (50 คน) ออกเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ เช้ามืดวันที่ 28 พฤศจิกายน ครั้งนี้ต้องขอผู้ที่ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เพราะต้องนอนพัก 2 คืน (กลับวันที่ 30 พ.ย.) ท่านใดที่กายพร้อม ใจพร้อม เชิญลงชื่อที่เต็นท์หลังตลาดไนท์ หรือติดต่อ อ.สุวัฒน์ ครูแดง ครูตุ้ม คุณสายรุ้ง ได้เลยครับ...ด่วนนนนน ...จำนวนจำกัด"
   
  อนึ่ง ขณะนี้ประชาชนที่ไปติดต่อราชการที่ศูนย์ราชการจังหวัดต้องถูกตรวจตราอย่างเข ้มงวดจากอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) 9 นาย ตำรวจสายตรวจตำบลหนองปลิง 4 นาย ที่ประจำการอยู่บริเวณทางเข้าศูนย์ราชการ นอกจากนี้ยังมีการนำป้ายข้อความขอความร่วมมือจากผู้ที่จะเข้า-ออกศูนย์ราชกา รว่า เข้า-ออกได้เฉพาะช่วงเวลา 05.00-24.00 น.เท่านั้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:10:48
เริ่มแล้ว! คนพิจิตรรวมตัวบุกเป่านกหวีดศาลากลาง-สรรพากร บ่ายนี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 12:41 น.  
 
เริ่มแล้ว! คนพิจิตรรวมตัวบุกเป่านกหวีดศาลากลาง-สรรพากร บ่ายนี้
  พิจิตร - ชาวพิจิตรร่วมขับไล่ระบอบทักษิณรวมตัวแล้ว บ่ายนี้นัดบุกเป่านกหวีดศาลากลาง-สรรพากร
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) กลุ่มมวลชนชาวพิจิตรที่ประกาศตนขับไล่รัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมน ูญจำนวนเกือบ 1 พันคน ได้ทยอยมารวมตัวกันจัดเวที-ร่วมเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลกันที่บริเวณศูนย์การ ค้าพิจิตรพลาซ่า พร้อมเปิดปราศรัยถึงผลร้ายของการบริหารงานภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
   
  นายกรัฐมนตรี และคณะ อีกทั้งรัฐบาลยังประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร และคนไทยทั่วทั้งประเทศยอมรับไม่ได้
 
เริ่มแล้ว! คนพิจิตรรวมตัวบุกเป่านกหวีดศาลากลาง-สรรพากร บ่ายนี้
  นอกจากนี้ กลุ่มแกนนำยังได้ประกาศว่า เวลาประมาณบ่ายโมงเศษจะเคลื่อนขบวนไปเป่านกหวีดแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์อารยะข ัดขืนต่ออำนาจรัฐที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร และสำนักงานสรรพกรพื้นที่พิจิตร
   
  ล่าสุดกำลังตำรวจนับร้อยนายได้เข้าตรึงกำลังในพื้นที่รอรับกลุ่มมวลชนดังกล่ าวแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายคาดว่าจะไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นในการเดินขบวนครั้งนี้
 
เริ่มแล้ว! คนพิจิตรรวมตัวบุกเป่านกหวีดศาลากลาง-สรรพากร บ่ายนี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:12:10
ชาวสุรินทร์รวมพลเป่านกหวีดหน้าศาลากลาง จี้ ขรก.ไม่ยอมรับอำนาจคำสั่ง รบ.กบฏ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 12:34 น.  
 
สุรินทร์ - ชาวเมืองช้างรวมพลเป่านกหวีดหน้าศาลากลางจังหวัดฯ เรียกร้อง ขรก.-ปชช.ร่วมแสดงพลังปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจคำสั่งใดๆ ของรัฐบาลกบฏ ขาดความชอบธรรมบริหารประเทศ เหตุไม่ยอมรับกฎหมาย รธน.และอำนาจศาล ขณะทางจังหวัดฯ ปิดประตูเข้าออกศาลากลางทั้ง 4 ด้าน พร้อมระดมตำรวจ-อส.กว่า 100 นายคุมเข้ม ลั่นรวมพลเป่านกหวีดหน้าศาลากลางทุกวัน
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าประตูใหญ่ทางเข้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มมวลชนชาว จ.สุรินทร์ประมาณ 50 คน นำโดย นายคราศรี ลอยทอง ทนายความ, นายอัครเดช สุพรรณฝ่าย อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และนายศิริพงษ์ ไหวดี ทนายความ พร้อมรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียงได้มารวมตัวกันเป่านกหวีด ประกาศเชิญชวนประชาชนชาวสุรินทร์และเรียกร้องข้าราชการทุกหน่วยงานได้ร่วมแส ดงพลังปฏิเสธและไม่ยอมรับอำนาจคำสั่งการใดๆ ของรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
   
  โดยแกนนำผู้ชุมนุมปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง ระบุว่า รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขาดความชอบธรรมในการปกครองบริหารประเทศ เพราะเป็นรัฐบาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับกฎหมายและไม่ยอมรับอำนาจศาล โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด จึงถือเป็นรัฐบาลกบฏ โดยเฉพาะการที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยออกมาแถลงไม่ยอมรับอำนา จการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
   
  ทั้งนี้ การรวมตัวแสดงพลังดังกล่าว ทางแกนนำยืนยันว่าดำเนินการด้วยความสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ เป็นการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีการบุกยึดสถานที่ราชการแต่อย่างใด และจะมาชุมนุมเช่นนี้ในช่วงเย็นของทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง จนกว่าแกนนำการชุมนุมใหญ่ที่ กทม.จะสั่งยุติการชุมนุม โดยมีผู้คนทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ทางจังหวัดสุรินทร์ไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปใช้พื้นที่บริเวณ ด้านในของศาลากลางจังหวัด และได้สั่งปิดประตูทางเข้า-ออกศาลากลางทั้ง 4 ด้าน พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) กว่า 100 นาย มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในศาลากลางจังหวัดสุรินทร์อย่างเข้มงวด และต่อมากลุ่มมวลชนดังกล่าวได้ยุติการชุมนุมพากันเดินทางกลับบ้านโดยสันติ ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:14:13
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 11:34 น.  
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ชาวภูเก็ตจำนวนมากได้รวมตัวกันบุกยึดศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมปิดทางเข้า เพื่อมอบดอกไม้ และนกหวีดให้ผู้ว่าฯ พร้อมประกาศเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดทำงานในวันนี้ เพื่อออกมาร่วมต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และระบอบทักษิณ
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (27 พ.ย.) ประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนมาก ได้รวมตัวกันที่บริเวณสนามชัย อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมกันต่อต้านรัฐบาล และระบอบทักษิณ ภายหลังจากที่แกนนำการชุมนุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัด และศูนย์ราชการทุกจังหวัด
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  หลังจากรวมตัวกันที่สนามชัย ชาวภูเก็ตได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อมอบดอกไม้ และนกหวีดให้แก่ นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการให้กำลังใจข้าราชการ และเชิญชวนให้ข้าราชการหยุดงาน และออกมาอยู่ข้างประชาชน และปลดล็อกจากระบอบทักษิณ
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  โดยเมื่อเข้ามาภายในศาลากลางชาวภูเก็ตได้โห่ร้องขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณตลอดเวลา ที่รอผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มารับช่อดอกไม้ และนกหวีด โดยในช่วงเช้าวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ติดภารกิจไปเป็นประธานเปิดกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโครงการ “ภูเก็ต ภูมิพลัง แห่งองค์ภูมินทร์” ที่บริเวณป่าชายเลนบ้านอ่าวมะขาว ซอยกำไล ม.7 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต และระหว่างที่รอผู้ว่าฯ ภูเก็ตมารับช่อดอกไม้นั้น มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เดินทางไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดภู เก็ต (อบจ.) ซึ่งภายในศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการใน อบจ.ภูเก็ต หยุดงาน และออกมาอยู่เคียงข้างประชาชนร่วมกันขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และระบอบทักษิณ
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  อย่างไรก็ตาม ขณะที่รอผู้ว่าฯ ภูเก็ตอยู่นั้น แกนนำได้บอกแก่ผู้มาร่วมชุมนุมว่า ศาลากลางเป็นของทุกคน อย่าทำลายศาลากลางให้เสียหาย เพราะศาลากลางสร้างจากภาษีของประชาชน เป็นสมบัติของชาวภูเก็ตทุกคน และการมาวันนี้ไม่ได้มาไล่ผู้ว่าฯ แต่มาเชิญชวนให้ข้าราชการหยุดงาน และออกมาร่วมกันขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  อย่างไรก็ตาม ภายหลังสิ้นสุดภารกิจปลูกต้นไม้ นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มารับดอกไม้ และนกหวีดจากตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้เป่านกหวีดดังกระหึ่มไปทั้งศาลากลาง หลังจากรับดอกไม้แล้ว ผู้ว่าฯ ได้พูดกับผู้มาชุมนุม ว่า วันนี้ตอนเช้าผู้ว่าฯ ติดภารกิจไปปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หมู่ที่ 7 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต และทราบว่าพี่น้องชาวภูเก็ตจะถึงศาลากลางในเวลา 10.30 น. จึงได้มาพบ และรับช่อดอกไม้ที่แสดงถึงน้ำใจของพี่น้องชาวภูเก็ต และอยากจะเชิญชวนชาวภูเก็ตให้ร่วมกันปฏิบัติร่วมกับผู้ว่าฯและข้าราชการในจั งหวัดภูเก็ต 5 ประการ คือ
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  ร่วมกันพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาเกียรติยศของการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รักษาความชื่อสัตย์ สุจริตให้เป็นที่ปรากฏ อยู่ในวินัย และระเบียบของข้าราชการอย่างเคร่งครัด และจะเป็นพลเมืองที่ดีของแผ่นดินที่มีคุณธรรม จริยธรรม
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งรวมตัวอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ก็ได้มีชาวภูเก็ตอีกส่วนหนึ่งได้เดินณรงค์ไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการรวมตัวของชาวภูเก็ตในครั้งนี้เป็นไปด้วยความสงบ สันติ และรอยยิ้ม อยู่ในกรอบของกฎหมาย
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  อย่างไรก็ตาม ภายหลังมอบดอกไม้ให้ผู้ว่าฯ แล้ว ทางกลุ่มชาวภูเก็ตได้มีมติให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่บนศาลากลางออกไปจากศาลาก ลางภายใน 1 ชั่งโมง ซึ่งขณะนี้ เวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยังปักหลักอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งโห่ร้องเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดงาน และออกมาร่วมกับประชาชน
 
ชาวภูเก็ตบุกยึดศาลากลางแล้ว เรียกร้องข้าราชการหยุดทำงาน
  พร้อมนำรถออฟโรด จำนวน 3 คัน มาจอดปิดทางเข้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อไม่ให้มีการเข้าออก และการรักษาความปลอดภายในศาลากลางใช้กำลังอาสาสมัครรักษาดิน (อส.) ประมาณ 30 นาย รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบจำนวนมากหนึ่ง ส่วนประชาชนยังมีการทยอยเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:15:36
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 11:29 น.  
 
 
   
 
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
 
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
 
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
 
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
 
พลังมวลชนสงขลาเริ่มทยอยมาชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางแล้ววันนี้ (ชมคลิป)
 
   
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กลุ่มมวลชนชาว จ.สงขลา เริ่มทยอยเดินทางมารวมตัวชุมนุมที่หน้าศาลากลาง จ.สงขลา ตั้งแต่กลางดึก พร้อมระดมมวลชนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางในวันนี้ ด้านผู้ว่าฯ พบกลุ่มผู้ชุมนุมขอความร่วมมือการชุมนุมด้วยความสงบ ขณะที่ตำรวจสั่งเสริมกำลังเตรียมรับสถานการณ์
   
  เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (27 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลาเริ่มมีกลุ่มมวลชนชาวสงลาเดินทางมารวมกัน ประมาณ 300 คน และยังคงทยอยกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันแสดงพลังขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต่อต้านระบอบทักษิณ และร่วมปฏิรูปประเทศไทย ไปพร้อมๆ กับผู้ร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีทั้งการเป่านกหวีด และร่วมกันถือแผ่นป้ายขับไล่รัฐบาล ขณะที่ทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้จัดกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย ประมาณ 300 นาย เข้ามาเสริมร่วมกับกำลังของ อส. อีก 1 กองร้อย จำนวน 155 นาย เข้าประจำการอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มมวลชนชาว จ.สงขลา
   
  หลังจากช่วงดึกเมื่อคืนนี้ ได้มีกลุ่มมวลชนชาว จ.สงขลา ประมาณ 200 คน เริ่มไปปักหลักชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล และต่อต้านระบอบทักษิณ ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.สงขลา โดยเป่านกหวีด และชูธงชาติเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และเป็นการชุมนุมตามแนวทางของแกนนำที่กรุงเทพฯ ที่ประกาศระดมมวลชนชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดพร้อมๆ กันทั่วประเทศ และในวันนี้ กลุ่มมวลชนที่มาชุมนุมร่วมปักหลักชุมนุมต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้า
   
  ด้าน นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ได้เดินทางลงมาพบกับกลุ่มมวลชน และขอความร่วมมือให้ชุมนุมอย่างสงบ พร้อมกับกำชับเจ้าหน้าที่ห้ามใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด ขณะที่ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ พร้อมกับสั่งเสริมกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนอีก 1 กองร้อย เข้ามาเสริมในช่วงเช้าวันนี้ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1 กองร้อย
   
  ขณะที่ทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้จัดกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย ประมาณ 300 นาย เข้ามาเสริมร่วมกับกำลังของ อส. อีก 1 กองร้อย จำนวน 155 นาย เข้าประจำการอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มมวลชนชาว จ.สงขลา
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:17:08
กลุ่มพลังมวลชนกระบี่ปิดล้อมศาลากลาง ข้าราชการทยอยกลับบ้าน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 13:10 น.  
 
 
   
 
กลุ่มพลังมวลชนกระบี่ปิดล้อมศาลากลาง ข้าราชการทยอยกลับบ้าน
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่มพลังมวลชนกระบี่ปิดล้อมศาลากลาง ข้าราชการทยอยกลับบ้าน
 
กลุ่มพลังมวลชนกระบี่ปิดล้อมศาลากลาง ข้าราชการทยอยกลับบ้าน
 
   
กระบี่ - กลุ่มพลังมวลชนกระบี่ไม่เอาระบอบทักษิณ ประชิดศาลากลาง พร้อมเข้ามอบดอกไม้ และนกหวีดให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด รับด้วยท่าทียิ้มแย้ม พร้อมประกาศตนเป็นข้าราชการของพระราชา และทำงานเพื่อแผ่นดิน ส่วนข้าราชการทยอยกลับบ้าน
   
  ความคืบหน้าบรรยากาศการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ที่หน้าศาลหลักเมืองจังหวัดกระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัวกันจำนวนมากมากขึ้น และอย่างรวดเร็ว จาก 300 คน เพิ่มเป็นกว่า 3,000 คน จากนั้นในเวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มมวลชนได้เคลื่อนตัวไปยังหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ โดยมีนายวรวุฒิ สุทธิเกิด อดีตนาย อบต.คลองท่อม ใต้ อ.คลองท่อม เป็นแกนนำขึ้นปราศรัยบนรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง
   
  พร้อมประกาศเรียกร้องให้ข้าราชการ ลงมาร่วมชุมนุมกับประชาชน และนำช่อดอกไม้ไปมอบให้นายประสิทธิ์ โอสถานนท ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ห้องทำงานเพื่อขอให้มาอยู่ข้างประชาชน และเป็นข้าราชการที่ดีของประชาชน เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีความชอบธรรม ท่ามกลางเสียงเป่านกหวีดดังไม่ขาดสาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล และเจ้าหน้าที่ อส. รวมกว่า 100 นาย ตรึงกำลังบริเวณหน้าประตูศาลากลาง แต่ไม่การกระทบกระทั่งกัน
   
  นายวรวุฒิ สุทธิเกิด แกนนำกล่าวว่า การมารวมตัวกันของประชาชนเป็นการรวมตัวชุมนมุอย่างสงบ สันติ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง และการรวมตัวของประชาชนในวันนี้เพื่อแสดงให้รัฐบาลเห็นว่า ประชาชนไม่เอารัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
   
  ต่อมา ทางนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ลงมารับช่อดอกไม้และเป่านกหวีดที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมมอบให้ด้วยท่าทียิ้มแ ย้ม พร้อมกล่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตนเป็นข้าราชการของพระราชา ทำงานให้แก่พระเจ้าแผ่นดิน ก่อนที่จะขอตัวไปทำงานตามปกติ ขณะที่ประชาชนก็ยังปักหลักชุมนุมที่ด้านหน้าอาคารศาลากลาง ยังไม่มีการเข้าไปยึดภายในอาคารแต่อย่างใด แต่พบว่า พนักงานข้าราชการที่ทำงานอยู่ด้านในบางส่วนได้เก็บข้าวของออกมาร่วมชุมนุม และบางส่วนก็ได้เดินทางกลับบ้าน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตูทางเข้าอาคารทุกด้าน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:19:37
มวลชนสุราษฎร์ฯ บุกศาลากลางร่วมโค่นรัฐบาล วอนข้าราชการหยุดงาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 12:31 น.  
 
มวลชนสุราษฎร์ฯ บุกศาลากลางร่วมโค่นรัฐบาล วอนข้าราชการหยุดงาน
  สุราษฎร์ธานี - ประชาชนจำนวนมากร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดงานเพื่อร่วมกันต่อต้านระบอบทักษิณ ขณะที่แกนนำยันจะชุมนุมด้วยความสงบ ด้านตำรวจจัดกำลัง จำนวน 300 นาย คุมเข้มหวั่นเกิดเหตุความวุ่นวาย
 
มวลชนสุราษฎร์ฯ บุกศาลากลางร่วมโค่นรัฐบาล วอนข้าราชการหยุดงาน
  วันนี้ (27 พ.ย.) กลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนมากเดินทางมาร่วมชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อต่อต้านรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเรียกร้องให้ข้าราชการ พนักงานในศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี หยุดงานเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ร่วมกันต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม ล้มล้างการทำงานของรัฐบาล และต่อต้านระบอบทักษิณ ขณะที่พลังมวลชนทยอยรวมตัวทั้งบริเวณสถานที่ชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัด และบริเวณรอบๆ ยกเว้นบริเวณหน้าศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่มีการเคลื่อนไหวไปชุมนุม
 
มวลชนสุราษฎร์ฯ บุกศาลากลางร่วมโค่นรัฐบาล วอนข้าราชการหยุดงาน
  ขณะที่หน่วยงานราชการบางแห่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัด หยุดการทำงาน โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ล็อกประตู และงดบริการประชาชนชั่วคราว โดยที่ข้าราชการบางส่วนได้ทยอยเดินทางออกจากสถานที่ทำงานไปร่วมชุมนุมด้วย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กว่า 300 นาย ทั้งนี้ บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ขณะเดียวกัน ทางแกนนำยืนยันว่าจะไม่มีการทำลายทรัพย์สินทางราชการโดยเด็ดขาด และไม่ล่วงละเมิดการทำงานของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:21:05
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 14:00 น.  
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
  เจ้าหน้าที่ สธ.รวมตัวเป่านกหวีด รอหนุนม็อบโค่นทักษิณที่เดินทางมาจากเวทีราชดำเนินต่อเนื่องมาถึงกระทรวงพาณ ิชย์ ภายหลังเมื่อช่วงเช้าถวายพานพุ่ม “กรมพระยาชัยนาทนเรนทร” อธิบดีกรมสาธารณสุขพระองค์แรกในโอกาสครบรอบวันสถาปนา สธ.ระบุ คร.กรมอนามัย และ อย.ประกาศให้เจ้าหน้าที่หยุดงานแล้ว ด้าน “ประดิษฐ-ณรงค์” หลบออกจากพื้นที่แล้ว
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
  วันนี้ (27 พ.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น.ที่หน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.นำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้แทนหน่วยงาน สมาคม และองค์กรต่างๆ ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร อธิบดีกรมสาธารณสุขพระองค์แรก โดยทรงวางรากฐานการสาธารณสุขของประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยป ระเทศ เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรงกับวันที่ 27 พ.ย.ของทุกปี และประกอบพิธีสงฆ์อุทิศส่วนกุศลให้อดีตข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สธ.ที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้น รมว.สาธารณสุข ได้นำผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สธ.ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
   
  นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า ปีนี้ สธ.มีอายุครบ 71 ปี และครบ 95 ปีการสาธารณสุขไทย ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ โดยอายุคาดเฉลี่ยของคนไทยเมื่อแรกเกิดยืนยาวขึ้น โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล ปี 2556 ชายไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด 71.1 ปี ผู้หญิงเฉลี่ย 78.1 ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2532 ผู้ชายเฉลี่ย 65.6 ปี ผู้หญิงเฉลี่ย 70.9 ปี นอกจากนี้ คนไทยร้อยละ 99.9 มีหลักประกันสุขภาพและเข้าถึงบริการเมื่อเจ็บป่วยได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าในอีก 9 ปี คือปี 2565 คนไทยจะมีอายุยืน 80 ปี เท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น และมีอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีไม่น้อยกว่า 72 ปี
   
  นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ปัญหาการเจ็บป่วยของคนไทย เกิดมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น ในก้าวปีที่ 72 ของ สธ.จะเน้นการสร้างเสริมให้คนไทยมีความรอบรู้ทางสุขภาพด้วยนโยบาย สุขภาพดี เริ่มต้นที่นี่ เป็นการปรับแนวคิดให้ประชาชนตระหนักถึงการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสมเพื่ อมีสุขภาพดี และจะเดินหน้านโยบายปฏิรูป สธ.สร้างระบบบริการสุขภาพ การรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพแก่ประชาชนทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกสาขาบริการ โดยแบ่งออกเป็น 12 เขตบริการสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาศักยภาพสถานบริการในสังกัด ทั้งการดูแลรักษาโรคทั่วไป และโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เกิดขึ้นได้พร้อมพร้อมกันทั่วประเทศและมีมาตรฐานเดียวกัน ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางไปรับการรักษาถึง กทม.อีกต่อไป
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพิธีวางพานพุ่มกรมพระยาชัยนาทนเรนทร เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ สธ.ได้ทยอยออกมารวมตัวกัน เพื่อรอรับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ ซึ่งปล่อยขบวนมาจากเวทีราชดำเนินเดินทางโดยเคลื่อนรถกระบะกว่า 30 คันมายังกระทรวงพาณิชย์ และ สธ.ตามลำดับ นำโดย นายถนอม อ่อมเกตุพล ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ สธ.ได้เดินขบวนไปรอบกระทรวงฯ พร้อมเป่านกหวีด และตะโกนว่า “ออกมา” เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ สธ.ออกมาร่วมชุมนุม และเป็นการส่งสัญญาณสนับสนุนการเดินทางมาของกลุ่มผู้ชุมนุม ท่ามกลางการเฝ้าดูแลความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุมควบคุมฝูงชนจาก จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 1 กองร้อยมือเปล่า ซึ่งระหว่างนั้นกลุ่มเจ้าหน้าที่ สธ.ได้ตะโกนใส่กลุ่มตำรวจว่า “ให้ทำงานรับใช้ประชาชน” แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ขณะที่ นพ.ประดิษฐ และ นพ.ณรงค์ ไม่ได้อยู่ประจำกระทรวงแล้ว ซึ่งจากนั้นมีกลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยได้เข้ามาร่วมเป่านกหวีดรอรับผู้ชุมนุมด ้วย และมีการปราศรัยย่อยเพื่อขับไล่ทักษิณ และรัฐบาล
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
  ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเย็นวานนี้ (26 พ.ย.) นพ.ประดิษฐ ได้มอบให้ ปลัด สธ.เป็นประธานการประชุมร่วมกับอธิบดีกรมต่างๆ ให้พิจารณาการหยุดงานในวันที่ 27 พ.ย.ซึ่งเบื้องต้นมีกรมควบคุมโรค (คร.) กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีประกาศคำสั่งให้เจ้าหน้าที่หยุดงาน 1 วัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเดินทางมายังไม่ถึง สธ.ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 14 ไร่ มีประตูทางเข้าออกกระทรวงฯ 5 ประตู โดยพื้นที่ สธ.มีกรมต่างๆ ตั้งอาคารแยกออกจากกันกระจายทั่วพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานด้านสาธารณสุข อาทิ สภาการพยาบาล สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นต้น ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ด้วย
   
  ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งประกอบด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สธ.กลุ่มเครือข่ายผู้ป่วย เริ่มทวีความคึกคักขึ้นเรื่อย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้ทำการปิดประตูกระจกทางเข้าอาคารสำนักงานป ลัด สธ.ทำให้มีเสียงตะโกนด่าทอว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดประตูเพื่อเอาแอร์
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
   
 
จนท.สธ.ร่วมเป่านกหวีดรอหนุนม็อบโค่นทักษิณ หลังทำพิธีครบรอบวันเกิด สธ.
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/28/13 เวลา 07:23:37
ข้าวไทยสูญตลาดใหญ่ฟิลิปปินส์อีก 500,000 ตัน แพ้ข้าวเวียดนาม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 00:27 น.  
 
ข้าวไทยสูญตลาดใหญ่ฟิลิปปินส์อีก 500,000 ตัน แพ้ข้าวเวียดนาม
 
คนงานแบกกระสอบข้าวเข้าร้านค้าแห่งหนึ่งในย่านชานกรุงฮานอยวันอังคาร 26 พ.ย.2556 ขณะเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าเวียดนามน่าจะเป็นผู้ชนะการประกวดราคาจั ดซื้อข้าว 500,000 ตันที่นำเข้าเร่งด่วนเพื่อเยียวยาประชาชนที่ประสบภัยจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่แย ่นในช่วง 100 วันข้างหน้า ข้าวเวียดนามเฉือนข้าวไทยเนื่องจากขายราคาต่ำกว่า ฟิลิปปินส์เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดในโลกและเวียดนามเป็นผู้ส่งออกข้าวราย ใหญ่อันดับสองของโลกรองจากอินเดียเมื่อปีที่แล้ว. -- Reuters/Kham.
   
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์เปิดเผยในวันอังคาร 26 พ.ย.นี้ว่า เวียดนามดูจะเป็นผู้ชนะในการประกวดราคาจัดซื้อจัดหาข้าว จำนวน 500,000 ตัน เพื่อนำไปเลี้ยงดูประชาชนที่ประสบภัยซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่แย่นในช่วงต้นเดือนที ่ผ่านมา ซึ่งได้เปลี่ยนสถานการณ์ด้านอาหารในประเทศนี้ จากที่เคยยืนยันว่าจะไม่มีการนำเข้าข้าวอีกตลอดปี 2556
   
  รัฐบาลไทยเสนอขายข้าวสารชนิดเมล็ดยาวผสมเมล็ดหัก 25% ในราคา 475 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่เวียดนามเสนอขายข้าวชนิดเดียวกันในราคาตันละ 462.25 ดอลลาร์ และกัมพูชาไม่ร่วมการประกวดราคาครั้งนี้ นอกจากนั้น ยังคาดว่าเวียดนามจะลดราคาลงได้อีก ซึ่งกำลังการเจรจาเรื่องนี้ http://oryza.com รายงานอ้างแหล่งข่าว
   
  เวียดนามสามารถส่งมอบข้าวทั้งหมดได้ภายในเวลา 3 เดือน และจะส่งมอบงวดแรกอย่างน้อย 120,000 ตัน ภายในวันที่ 31 ธ.ค.ศกนี้ เว็บไซต์แห่งเดียวกันกล่าว
   
  องค์การอาหารแห่งชาติ (National Food Authority) ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับการนำเข้าข้าวและอาหารกล่าวก่อนหน้านี้ว่า อาจจะต้องการข้าวอย่างน้อย 200,000 ตัน เพื่อเลี้ยงดูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไห่แย่นในช่วง 100 วันข้างหน้า อีก 300,000 ตันจะเก็บในสต๊อก
   
  ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่แย่น ที่พัดกระหน่ำเข้าหมู่เกาะภาคกลางของประเทศในคืนวันที่ 8 พ.ย. สร้างความเสียหายอย่างสุดประมาณ จนถึงสัปดาห์นี้พบผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 6,000 คน อีกจำนวนมากยังสูญหาย
   
  เหตุการณ์ที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมล่าสุด ได้ทำให้ฟิลิปปินส์ สูญเสียข้าวในนาที่อยู่ในฤดูเก็บเกี่ยว รวมทั้งพืชผลการเกษตรอื่นๆ รวมทั้งไร่อ้อยอย่างมหาศาล ซึ่งจะทำให้การผลิตน้ำตาลลดลงด้วย
   
  ฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นประเทศนำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงหลายปีมานี ้เพื่อสนองความต้องการของประชากรราว 100 ล้านคน เนื่องจากเป็นประเทศเกาะมีเนื้อที่นาไม่พอผลิตข้าวเลี้ยงดูประชากร นอกจากนั้น นาข้าวกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ มักจะถูกพายุพัดเข้าทำลายอยู่เนืองๆ
   
  องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO (Food and Agriculture Organization) ประมาณการในเบื้องต้นสัปดาห์ที่แล้วว่า ฟิลิปปินส์ อาจจะต้องเพิ่มนำเข้าข้าวเป็น 1.2 ล้านตัน ในปี 2557 จาก 1.1 ล้านตัน ที่ประมาณก่อนหน้านี้
   
  ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ไทยได้เรียกร้องให้ฟิลิปปินส์นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นหลังจากการนำเข้าลดล งอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเรื่องนี้หลังพบหารือกับนายเกรกอรี โดมิงโก (Gregory Domingo) รมว.อุตสาหกรรมและการค้า ฟิลิปปินส์
   
  ฟิลิปปินส์ เคยเป็นตลาดใหญ่ของข้าวไทยในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ แต่ได้เริ่มเสียตลาดสำคัญนี้ให้แก่เวียดนาม ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ซึ่งเวียดนามขายข้าวให้ฟิลิปปินสน์ได้ทั้งหมด 750,000 ตัน.
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 ข้าวไทยสูญตลาดใหญ่ฟิลิปปินส์อีก 500,000 ตัน แพ้ข้าวเวียดนาม
 แอร์เวียดนามมีเสียวอีก เครื่องบินเล็กเอาท้องไถพื้นลงจอด
 เวียดนามเร่งสืบสวนคดียึดเฮโรอีน 229 กก. ที่ไต้หวัน
 วีรภาพที่ถนนราชดำเนินเกรียงไกร ยิ่งใหญ่ งดงาม สู่สายตาชาวโลก
 ชาวบ้านกว่า 4 แสนยังจมน้ำ เวียดรุมสวดเขื่อน 4 แห่งตัวการอุทกภัยครั้งใหญ่
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:50:33
พระวัดเบญจฯ โวยตำรวจกั้นแบริเออร์อีกครั้ง สุดอนาถตาก กกน.โชว์หน้ากุฏิพระ
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 19:48 น.    
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พระวัดเบญจฯ โวยตำรวจกั้นแบริเออร์อีกครั้ง สุดอนาถตาก กกน.โชว์หน้ากุฏิพระ
 
พระวัดเบญจฯ โวยตำรวจกั้นแบริเออร์อีกครั้ง สุดอนาถตาก กกน.โชว์หน้ากุฏิพระ
 
พระวัดเบญจฯ โวยตำรวจกั้นแบริเออร์อีกครั้ง สุดอนาถตาก กกน.โชว์หน้ากุฏิพระ
 
 
 
หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตร เผยตำรวจกลับมากั้นแบริเออร์ กำหนดเขตพื้นที่ใช้แก๊สน้ำตาอีกครั้ง ตำหนิ “บิ๊กแจ๊ด” ไม่เห็นหัวพระ-เณร อนาถตำรวจตากเสื้อผ้า กางเกงในหน้ากุฏิผู้ช่วยเจ้าอาวาส
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท หัวหน้าพระวิทยากรประจำพระอารามหลวง วัดเบญจมบพิตร ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลังจากที่ตนกลับจากการปฏิบัติศาสนกิจในภาคใต้กับเจ้าคณะภาค 17 ตนมาถึงหน้าวัดแล้ว แต่กลับเข้าวัดไม่ได้ ใช้เวลาอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าจะเข้าได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นแบริเออร์และรั้วลวดหนาม พร้อมป้ายข้อความ “เขตพื้นที่ใช้แก๊สน้ำตา ห้ามฝ่าฝืนกฎหมายเข้ามาโดยเด็ดขาด” ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ ที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไม่เคยคิดจะแก้ไขให้กับทางวัด
   
  พระมหาอภิชาติ กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลประะกาศให้พื้นที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นวัดประจำพระราชวังดุสิต และเป็นโบราณสถานของชาติไทย เป็นเขตพื้นที่ใช้แก๊สน้ำตา ห้ามฝ่าฝืนบุกรุกเข้ามาเด็ดขาด ซึ่งเห็นว่าพระภิกษุและสามเณร 80 รูปที่อยู่ในวัด คงไม่อยู่ในสายตาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเวลานี้พระวัดเบญจมบพิตรส่วนมากแขวนบาตรแล้ว
   
  นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยปราบจลาจลบางคน นำเสื้อเครื่องแบบชุดตำรวจปราบจลาจลสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น ผ้าขาวม้า และกางเกงชั้นในชายตากอยู่ริมรั้วของเจ้าคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ซึ่งเห็นว่า ตนสงสารที่พวกเขาต้องมาลำบาก แต่เขาทำไม่ถูก ภาพมันฟ้องอยู่แล้วว่าพวกเขาทำอะไรไว้ในวัด ตนถามว่าการทำแบบนี้สร้างความลำบากใจให้พระเณรมากแค่ไหน
   
  ก่อนหน้านี้ พระมหาอภิชาติ เคยร้องเรียนว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแท่นแบริเออร์และลวดหนามมาปิดกั้นทางเข้าออกวัด  ในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทำให้พระและสามเณรอยู่แบบอดอยากมาเป็นเดือน เนื่องจากไม่มีประชาชนเข้ามาทำบุญตักบาตร และพระสงฆ์ในวัดก็ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ สุดท้ายพระเณรต้องทำอาหารฉันกันเอง นอกจากนี้ตำรวจได้เข้ามาอาศัยวัดเป็นที่กินนอน ซ้ำยังทิ้งเศษขยะให้พระและสามเณรต้องตามเก็บเอาไปทิ้ง และยังใช้สถานที่ของวัดฝึกปราบจลาจล
   
  ภายหลังตำรวจได้นำแท่นแบริเออร์และลวดหนามออกไประยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาติดตั้งใหม่อีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมกับมีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายนำถุงดำครอบกล้องวงจรปิดบริเวณสี ่แยกวัดเบญจฯ อีกด้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:52:46
“นิวัฒน์ธำรง” โยนม็อบเรื่องการเมือง แต่กระทบ ศก.-ไม่ฟัง IMF เตือนจำนำข้าว
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 15:03 น.    
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“นิวัฒน์ธำรง” โยนม็อบเรื่องการเมือง แต่กระทบ ศก.-ไม่ฟัง IMF เตือนจำนำข้าว
นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์(แฟ้มภาพ)
 
 
 
รมว.พณ.โบ้ยไปถามเจ้ากระทรวงคลัง เหตุม็อบยึดสถานที่ เชื่อยังทำงานได้อยู่ ไม่น่าห่วง จี้ช่วยดูแลภาพลักษณ์ ม็อบยืดเยื้อกระทบ ศก. อ้างเลขาฯ UN ไม่เห็นด้วยยึดที่ราชการ ไม่ตอบสภาประชาชน ไม่รู้ใครคุยม็อบ ย้ำดู ศก. สภา ปชช.ต้องถามฝ่ายการเมือง ชี้ ถกรับมืออยู่แล้ว เผยสั่งหยุดผลิตข้าวถุงแล้ว หลังฝ่ายค้านอภิปราย ไม่เชื่อ IMF เสนอยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว ชี้จะนับรวมเงินที่ใช้ไปทั้งหมดไม่ได้
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ทำเนียบนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังว่า  เรื่องของกระทรวงการคลังต้องไปถามนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ซึ่งเราเชื่อว่าการทำงานยังทำได้อยู่ และเมื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจบไปแล้ว เราก็ต้องเริ่มทำงาน วันนี้ตนเข้ามาที่ทำเนียบแล้วก็จะกลับเข้ากระทรวงพาณิชย์ การทำงานไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กระทรวงไหนเปิดก็เข้าไปทำงานได้ ส่วนกระทรวงที่ไม่เปิดก็มีการจัดสถานที่และเครื่องมือเข้าไปทำงานได้ ส่วนที่มีการปิดศาลากลางในต่างจังหวัดต้องไปดูว่าปิดขนาดไหน ปิดเชิงสัญลักษณ์หรือไม่ คิดว่าการทำงานไม่มีอะไรน่าห่วง
   
  เมื่อถามว่า เรื่องการชุมนุมจะกระทบเสถียรภาพและภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ เพราะแม้แต่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็แสดงความเป็นห่วง รองนายกฯ กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องภาพลักษณ์ ทุกคนต้องช่วยกัน ตามระบบในสภาก็ผ่านไปแล้ว หากม็อบยังยืดเยื้อก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในสายตาของต่างชาติรว มถึงเรื่องท่องเที่ยว ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนคิดถึงประเทศชาติที่จะเดินตามระบบต่อไป ส่วนเรื่องที่เลขาฯ ยูเอ็นแสดงความห่วงใย เมื่อเช้าได้คุยกับ รมว.ต่างประเทศแล้ว ซึ่งนายบัน คี มูน แสดงความเห็นว่า การแสดงออกตามระบบประชาธิปไตยเขาเข้าใจ แต่การไปยึดสถานที่ราชการนั้นเขาไม่เห็นด้วย เขาไม่ต้องการให้ใช้มาตรการที่รุนแรง เพราะมันไม่ได้อยู่ในระบบ
   
  เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณ ประกาศว่าจะล้มระบอบทักษิณ และเสนอให้ตั้งสภาประชาชน นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบต้องไปถามนักการเมือง เรามีหน้าที่ก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ปัญหาต่อไป เมื่อถามว่า ในส่วนรัฐบาลจะส่งใครไปคุยกับม็อบ นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวว่า ทราบว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ได้แต่งตั้งตัวแทนไปพูดคุยกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เลยไม่ทราบ ทราบเพียงว่ารัฐบาลพยายามจะหาทางพูดคุยกับฝ่ายนั้น และการที่จะให้ไปคุยก็เพื่อที่ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อถามย้ำว่า นายสุเทพไม่ยอมเจรจาแต่จะเสนอให้ตั้งสภาประชาชนอย่างเดียว รัฐบาลจะทำอย่างไร นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามฝ่ายการเมือง ตนอยู่ฝ่ายเศรษฐกิจส่วนใหญ่ ซึ่งก็ทำงานด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องม็อบรัฐบาลไม่ได้อ่อนก็เป็นพี่น้องประชาชนทั้งนั้นจะไปทำอะไร
   
  เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีการประชุมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ขณะนี้อย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า จะมีการประชุมอยู่แล้ว ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกัน ทั้งเรื่องม็อบ และการเจรจาในเรื่องอื่นๆ
   
  รมว.พาณิชย์กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเรื่องการทุจริตการจัดทำข้าวถุงว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากไม่ได้ถูกพาดพิงและเกิดความเสียหาย เขาห้ามพูด ตนก็เลยไม่ได้ตอบ ตอบแต่เฉพาะเรื่องที่ถูกพาดพิงและเสียหาย เรื่องข้าวถุงก็ตอบไปบางส่วน และขอยืนยันว่าการทำงานมีหลายระดับ ทั้งฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติเรื่องนี้ผิดตรงไหน ถ้าฝ่ายนโยบายหรือฝ่ายปฏิบัติก็ต้องเล่นงานตรงจุดนั้น เรื่องที่พูดเป็นเรื่องของฝ่ายปฏิบัติส่วนใหญ่จึงปฏิเสธ มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย เพราะรัฐมนตรีและนายกฯ ไม่ได้เกี่ยวด้วย และเรื่องนี้มีการตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบอยู่แล้ว มีการรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้ามีข้อผิดพลาดหรือมีการกระทำผิดก็ต้องมีการดำเนินการเด็ดขาดตามกฎหมาย ซึ่งได้สั่งให้หยุดการผลิตข้าวถุงแล้ว ให้เคลียร์ทุกอย่างก่อนแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ ส่วนที่ระบุว่าเอาข้าวมาทำข้าวถุง 2.5 ล้านตันนั้นไม่จริงเพราะทำจริงแค่ 5 แสนตัน ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นอื่นๆ หากมีเบาะแสก็จะต้องไปดำเนินการาสอบสวน ทำให้ดีขึ้น เป็นสิ่งที่จะต้องทำโดยเร็ว
   
  เมื่อถามว่า การไปให้ปากคำกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รัฐบาลอาจจะถูกถล่มเรื่องข้าวถุง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช.ประเด็นหลักก็ต้องตรวจสอบ ว่ามีการกระทำผิดจริงหรือไม่ ใครกระทำผิดก็ต้องลงโทษ ตนส่งเสริมเลยว่าทุกภาคส่วนต้องมาร่วมกันจับขโมย ถ้ามีจริงการลงไปจัดการก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
   
  เมื่อถามว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการรับจำนำข้าว เพื่อลดภาระทางการคลัง รองนายกฯ กล่าวว่า อันนี้ต้องดูข้อมูลเพราะต่างประเทศไม่รู้ และตนเคยชี้แจงทำความเข้าใจเชื่อว่าต่างประเทศจะเข้าใจมากขึ้น ต้องดูข้อมูลว่าจริงๆ แล้วเสียหายอย่างนั้นจริงหรือไม่ การนำเงินมาใช้ก็ถูก ซื้อมาก็ขายไป แต่จะไปรวมเงินที่ใช้ทั้งหมดเป็นความเสียหายไม่ใช่ และต้องดูว่าเกิดการขาดทุนปีละ 2 แสนกว่าจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องที่ชาวนาขายข้าวแล้วยังไม่ได้เงิน ตนได้คุยกับสำนักงบประมาณและรมช.คลังแล้ว ก็ไม่มีปัญหาเพราะได้ทยอยจ่ายเงินแล้ว แต่ช่วงแรกการทยอยจ่ายเงินอาจยังไม่ทั่วถึง และเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ได้มีการเชิญตัวแทนสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสมาคมชาวนาทั้ง 3 สมาคมมาเป็นตัวแทน ให้มาอยู่ที่จุดรับจำนำข้าวเพื่อมาช่วยกันตรวจสอบ และดูแลผลประโยชน์ของชาวนา ซึ่งชาวนาจะได้รับความยุติธรรม ทั้งเรื่องความชื้นและน้ำหนัก เพราะหากมีใครปลอมแปลงเข้ามาก็ต้องถูกตรวจสอบ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:53:31
ผู้ชุมนุม 3 จว.ภาคใต้ปิดศาลากลาง- ขรก.บางส่วนเข้าร่วมด้วย
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 14:18 น.    
 
 
  ที่ จ.ภูเก็ต กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากศาลากลางจังหวัด ไปปิดถนนทางเข้าศาลากลางจังหวัดแทน แล้วตั้งเวทีปราศรัย แต่ว่าข้าราชการก็ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ประกอบกับประตูศาลากลางจังหวัดถูกล็อกกุญแจแน่นหนา พร้อมกับตั้งกรวยปิดไม่ให้รถผ่านเข้าออก ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ ขณะที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมนัดดาวกระจายไปตามหน่วยราชการในพื้นที่บ่ายนี้
   เช่นเดียวกันกับที่ จ.พังงา มีมวลชนปิดล้อมศาลากลางจังหวัดเป็นวันที่ 2 แต่ว่าจำนวนลดลงจากเมื่อวานนี้ โดยมีข้าราชการและพนักงานรัฐบางส่วนเข้าร่วมชุมนุมด้วย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งปิดศาลากลางอย่างไม่มีกำหนด
   ส่วนที่ จ.ชุมพร นักเรียนจากสถาบันการศึกษาหลักในพื้นที่ เดินทางมาร่วมชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัด เนื่องจากโรงเรียนต่างๆ รวม 22 แห่งทั่วจังหวัด ประกาศปิดเรียนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ส่วนบนศาลากลางจังหวัดไม่มีข้าราชการมาทำงานแม้แต่คนเดียว
   ส่วนที่ จ.สมุทรสงคราม กลุ่มพลังมวลชนชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งเคลื่อนไปตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อกดดันให้ข้าราชการหยุดงาน ส่งผลให้การจราจรบนถนนเอกชัยนั้นติดขัดอย่างหนัก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:55:08

ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 13:46 น.    
 
 
ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
  ชุมพร - กลุ่มพลังมวลชนทั้งชาวบ้าน นักเรียน และนักศึกษาจำนวนมาก รวมตัวปักหลักยึดศาลากลางพร้อมร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ ขณะที่ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าทำงาน ส่วนโรงเรียนในชุมพรต่างประกาศปิด จำนวน 22 แห่ง หวั่นเกิดอันตรายจากการชุมนุม
 
ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
  เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (28 พ.ย.) ที่หน้าศาลากลาง จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ภายในศูนย์ราชการ จ.ชุมพร สถานที่ปักหลักของกลุ่มพลังมวลชนจำนวนมาก มารวมตัวกันใช้เป็นพื้นที่กดดันให้หน่วยงานราชการทั้งหมดหยุดงานต่อต้านรัฐบ าลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และระบอบทักษิณ เป็นวันที่ 2 โดยวันนี้ได้มีนักเรียน นักศึกษากว่า 1,200 คน จากโรงเรียนศรียาภัย โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา วิทยาลัยอาชีวะศึกษาชุมพร และวิทยาลัยเทคนิคชุมพร โดยเป็นสถาบันการศึกษาหลักของ จ.ชุมพร เดินทางมาเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพลังมวลชนที่ปักหลักอยู่หน้าศาลากลางจังหวั ด เพื่อร่วมต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งนี้ ตัวแทนนักเรียน นักศึกษาได้ขึ้นแสดงความคิดเห็น และกล่าวโจมตีระบอบทักษิณ และรัฐบาลชุดปัจจุบัน
 
ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
  นอกจากนั้น ทางเครือข่ายคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเครือข่ายผู้ปกครอง มัธยมศึกษา จ.ชุมพร ได้ออกแถลงการณ์แจกจ่ายไปยังสื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ถึงกรณีคณะกรรมการมีมติให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษา เขต 11 จำนวน 22 โรงปิดเรียน โดยให้เหตุผลว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันบ้านเมืองอยู่ในภาวะล่อแหลม ไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีการชุมนุมเดินขบวน ปิดสถานที่ราชการ อันเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง
 
ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
  ทั้งนี้ เครือข่ายคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเครือข่ายผู้ปกครอง มัธยมศึกษา จ.ชุมพร เห็นควรว่าเพื่อป้องกันอันตรายจะเกิดกับนักเรียนในการเดินทางไป-กลับ ระหว่างบ้านพักและโรงเรียน ในสถานการณ์ไม่ปกติ จึงเห็นควรให้โรงเรียนปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 28-29 พ.ย.56 และให้โรงเรียนจัดสอนชดเชยให้นักเรียนในโอกาสต่อไป
 
ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศาลากลางจังหวัดเป็นอาคาร 4 ชั้น ใช้เป็นที่ทำงานของหน่วยราชการต่างๆ และบริเวณดังกล่าวเป็นศูนย์ราชการ จ.ชุมพร ใช้เป็นที่ตั้งของที่ทำการหน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจเกือบทุกกระทรวงทบวงกรม ปรากฏว่า ไม่มีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่มาทำงาน โดยประตูห้องถูกล็อกกุญแจ บางห้องมีเจ้าหน้าที่มาทำงานอยู่บ้างเพื่อดูแลทรัพย์สินภายในที่ทำงาน จึงทำให้ระบบงานราชการต้องหยุดไปโดยปริยาย
 
ศูนย์ราชการชุมพรร้าง! มวลชนทั่วสารทิศร่วมปักหลักขับไล่ระบอบทักษิณ
 
  ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมมีแกนนำ ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชน สลับกันขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยอย่างเผ็ดร้อน สลับการการสร้างสีสันด้านบันเทิง และร้องเพลงเป็นไปอย่างครึกครื้น โดยการชุมนุมจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และคู่ขนานกับการชุมนุมของกลุ่มแกนนำที่เวทีราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร จนกว่าจะได้รับชัยชนะ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:56:05
“ปุระชัย” ระบุเหตุโหวตไม่ไว้วางใจ “ปู” ทำงานห่วย จำนำข้าวเหลว
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 13:40 น.    
 
 
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ปุระชัย” ระบุเหตุโหวตไม่ไว้วางใจ “ปู” ทำงานห่วย จำนำข้าวเหลว
ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ (แฟ้มภาพ)
 
 
 
“ปุระชัย” เผยเหตุโหวตไม่ไว้วางใจ “ยิ่งลักษณ์-จารุพงศ์” ทำงาน 2 ปีไม่เข้าตา แถมเร่งรัดปิดปากฝ่ายค้านเร่งรื้อ รธน. ออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน จำนำข้าวเอื้อทุจริต ส่วนสถานการณ์การชุมนุมแนะทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน ผู้มีอำนายต้องยุติความรุนแรง ไม่ใช้ก่อเหตุเสียเอง  
   
  ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ กล่าวถึงกรณีที่ลงมติไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับนายจารุงพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ว่าในการอภิปรายครั้งที่แล้วได้งดออกเสียงเพราะเห็นว่าช่วงนั้นรัฐบาลเพิ่งเ ข้ามาทำงานและมาประสบปัญหากับอุทกภัยปี 54 แต่วันนี้ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้วจึงสามารถประเมินการทำงานได้ และที่ชัดเจนมากที่สุดใน 2 เหตุการณ์ คือ 1. เรื่องในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาแล้ว ทั้งนี้จากสองเหตุการณ์รัฐบาลได้กระทำการเร่งรัด ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการไปตัดสิทธิคนที่จะพูด ตรงนี้ควรเปิดโอกาสให้อย่างเต็มที่จะใช้เวลาก็วันก็ต้องให้พูด เพราะสภาคือสถานที่ที่แต่ละฝ่ายต้องได้แสดงความเห็นอย่างรอบครอบในการออกกฎห มายแต่ละฉบับ 2. เรื่องการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตรงนี้น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เพราะชาวนาจำนวนมากที่ไปจำนำข้าวยังไม่ได้เงิน ในขณะที่คนได้ประโยชน์โดยตรงคือคนกลาง ซึ่งเป็นพ่อค้า
   
  ส่วนสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้นั้น ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวว่า ประเทศไทยเรียนรู้มาตลอดเวลาว่าจะใช้วิธีที่ถูกต้องและวิธีที่ฉลาดอย่างไร นอกจากนี้ เราก็เคยมีบทเรีบยนมาจากในอดีตแล้วว่าการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงไม่ว่าฝ่ายไ หนเป็นผู้ชนะ หรือเป็นผู้แพ้ แต่คนที่สูญเสียแม้แต่ 1 คนก็คือคนไทยด้วยกัน ดังนั้น สถานการณ์ทางการเมืองไม่ว่าจบลงแบบไหนก็คือคนไทยด้วยกัน จึงอยากให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ความเป็นชาติเดียวกันที่ต้องสามัคคี หันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุและผล
   
  ทั้งนี้ ตนอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่อยากให้มีการไปปลุกระดมคนใส่ความคิดต่างๆ นานาเป่าหูประชาชนจนมองเห็นคนที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามเป็นศัตรู ทางออกของประเทศวันนี้คือฝ่ายไหนแรง อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องเย็น เอาขันติธรรมเข้ามาใช้อย่างมีสติ แล้วหันหน้ามาพูดกันด้วยเหตุและผล
   
  “ผมไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกเพราะประเทศไทยมีบทเรียนตรงนี้มาแล้ว และที่สำคัญอยากฝากถึงผู้มีอำนาจว่าจะต้องไม่ใช่ผู้ก่อปัญหา แต่ผู้มีอำนาจคือผู้ยุติความรุนแรงของปัญหา”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:57:12
มวลชนนครสวรรค์พรึบ! เข้าศาลากลาง มอบนกหวีดให้ผู้ว่าฯ เป่า
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 12:14 น.    
 
 
มวลชนนครสวรรค์พรึบ! เข้าศาลากลาง มอบนกหวีดให้ผู้ว่าฯ เป่า
ผู้ว่าฯขึ้นรถกล่าวกับผู้ชุมนุม
 
  นครสวรรค์ - ประชาชนชาวนครสวรรค์กว่า 3 พันคนเดินขบวนไปศาลากลางจังหวัด แต่ไม่ต้องการปิดล้อม ผู้ว่าฯ ยืนรอต้อนรับพร้อมกับเป่านกหวีดให้กำลังใจผู้ชุมนุม
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) เวลา 09.00 น. นายสุพัฒน์ ทบอุต แกนนำกลุ่มไม่เอา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้นัดมวลชนกว่า 3,000 คน รวมตัวกันบริเวณหน้าอุทยานสวรรค์ เพื่อเดินขบวนไปยังศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ ไปพบนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ โดยการเดินขบวนในครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ความสะดวกตลอดเส้นทา งจนถึงบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ มวลชนในขบวนต่างพากันเป่านกหวีดตลอดเส้นทางที่เดินไปยังศาลากลาง
 
มวลชนนครสวรรค์พรึบ! เข้าศาลากลาง มอบนกหวีดให้ผู้ว่าฯ เป่า
มวลชนกว่า 3 พันคนเข้าศาลากลางขอพบผู้ว่าฯ
 
  ต่อมาเวลา 10.00 น. ขบวนได้เดินมาถึงบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด พบว่าประตูทางเข้าได้ถูกปิด และ พล.ต.ต.สืบก์ศักดิ์ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดความคุมฝูงชนของ ภ.จว.นว.จำนวน 300 นายมายืนปิดอยู่หลังประตูทางเข้าทางกลุ่มได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ที่รั บผิดชอบบริเวณดังกล่าวว่ากลุ่มพวกตนเองมาอย่างสันติไม่คิดจะปิดล้อมศาลากลาง จังหวัดแต่อย่างใด
   
  หลังจากเจรจาตำรวจได้เปิดประตูให้มวลชนเข้าไป โดยมีนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ยืนรอกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดฯ โดยมีตัวแทนของกลุ่มได้เดินเข้าไปมอบนกหวีดและช่อดอกไม้ให้แก่ผู้ว่าราชการจ ังหวัดนครสวรรค์
 
มวลชนนครสวรรค์พรึบ! เข้าศาลากลาง มอบนกหวีดให้ผู้ว่าฯ เป่า
ผู้ว่าฯได้รับมอบนกหวีด
 
  โดยนายชัยโรจน์ได้กล่าวให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับได้เป่านกหวีด 3 ครั้ง และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบน้ำขวดจำนวนหนึ่งให้กับแกนนำด้วย และได้ขอตัวเข้าประชุมประจำเดือนต่อ เนื่องจากวันนี้เป็นวันประชุมประจำเดือนของจังหวัดนครสวรรค์พอดี จึงอยู่นานไม่ได้ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขอรับประทานอาหารกลางวันบริเวณด้านหน้าอาคารก่อนแล้วถ ึงจะแยกย้ายกลับ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:58:33
ขรก.-ปชช.เมืองช้างชุมนุมหน้าศาลากลาง ต้านรัฐบาล “ปูเน่า” เนืองแน่น
 
 
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2556 12:24 น.    
 
 
สุรินทร์ - กลุ่มประชาชน ข้าราชการ นักวิชาการ พ่อค้า ครู นักเรียนเมืองช้าง ชุมนุมปิดประตูหน้าศาลากลางจังหวัดฯ ต่อต้านรัฐบาล “ปูเน่า” และโค่นระบอบทักษิณอันชั่วร้าย เป็นวันที่ 2 สุดคึกคัก มวลชนลุกฮือเข้าร่วมเพิ่มเนืองแน่น ลั่นนัดชุมนุมปิดศาลากลางฯ ทุกวันจนกว่าได้รับชัยชนะ นำไปสู่ปฏิรูปประเทศไทย
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าประตูใหญ่ทางเข้าศาลากลาง จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มประชาชนชาวสุรินทร์ต่อต้านระบอบทักษิณและการบริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำโดยนายคราศรี ลอยทอง ทนายความ นายอัครเดช สุพรรณฝ่าย อาจารย์ ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และนายศิริพงษ์ ไหวดี ทนายความ พร้อมกลุ่มข้าราชการ อดีตข้าราชการจาก อ.เมืองสุรินทร์ อ.รัตนบุรี อ.สนม อ.ลำดวน และ อ.ปราสาท กว่า 600 คนได้มารวมตัวกันชุมนุมพร้อมปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงติดรถยนต์ เพื่อแสดงพลังอารยะขัดขืน ปฏิเสธไม่ยอมรับอำนาจและการสั่งการใดๆ ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ เนื่องจากไม่ยอมรับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และอำนาจศาลเป็นวันที่ 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรบนถนนธนสาร บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ช่วงแยกกาชาด ผ่านหน้าศาลากลางจังหวัดไปแยกหลักเมือง เป็นระยะทางกว่า 200 เมตร
   
  ทางด้านแกนนำได้ปราศรัยเชิญชวนประชาชนชาวสุรินทร์ และข้าราชการหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ปฏิเสธไม่ยอมรับอำนาจและไม่ปฏิบัติงานตามคำสั่งของรัฐบาล พร้อมร่วมกันเป่านกหวีดแสดงสัญลักษณ์ เสียงดังไปทั่วบริเวณหน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ดังกล่าว
   
  โดยในวันนี้นับว่ามีพลังมวลชนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งข้าราชการ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.สุรินทร์, ตัวแทนทนายความ, ครู นักเรียน จากโรงเรียนต่างๆ และนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมชุมนุมกันอย่างคึกคักและเพิ่มจำนวนมากขึ้ นกว่าวันที่ผ่านมา และได้นัดชุมนุมแสดงพลังหน้าศาลากลางจังหวัดฯ เป็นประจำทุกวันจนกว่าประชาชนจะได้รับชัยชนะ สามารถถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณอันชั่วร้ายให้หมดสิ้นไปจากประเทศ และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยได้สำเร็จ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 06:59:41
รองพ่อเมืองขอนแก่นรับนกหวีด พร้อมร่วมเป่ากับกลุ่มต้านระบอบทักษิณ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 14:12 น.  
 
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - รองผู้ว่าฯ รับนกหวีด พร้อมเป่าร่วมกับชาวขอนแก่นรักประเทศไทย ต่อต้านรัฐบาลและระบอบทักษิณ ยันชุมนุมสันติ อหิงสา ไม่ทำลายทรัพย์สินราชการ แต่ย้ำให้ข้าราชการขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาลที่หมดความชอบธรรมบริหารประเทศ
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ชาวขอนแก่นรักประเทศไทย ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โค่นล้มระบอบทักษิณ จำนวนมากชุมนุมเรียกร้องให้ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงอารยะขัดขืน ไม่ยอมรับการบริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะหมดความชอบธรรม โดยมีตำรวจปราบจลาจลประมาณ 50 นาย มารักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางขึ้น ไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปด้านในศาลากลางจังหวัด
   
  บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมต่างผลัดเปลี่ยนขึ้นมาให้ข้อมูลถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ ทั้งตะโกนเรียกร้องไปถึงข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ภายในศาลากลางจังหวัดให้ออกมาร่วมชุมนุม ร่วมแสดงอารยะขัดขืน ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลชุดนี้ สร้างความพอใจแก่ผู้ชุมนุมต่างเป่านกหวีด ตบมือตบ เสียงดังสนั่นลั่นศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเป็นระยะ
   
  ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้เตรียมดอกกุหลาบสีแดง และนกหวีดพร้อมสายคล้องลายธงชาติไทยจำนวนมาก มามอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกคน
   
  นางประวัณรัตน์ พิชญไพศาล หนึ่งในผู้ชุมนุม กล่าวว่า การเดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดวันนี้ เพื่อต้องการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับการบริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เพราะหมดความชอบธรรมไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้กระทำผิดหลายครั้งหลายครา กระทั่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความผิดไปแล้ว แต่ก็ยังดื้อด้านถึงขั้นออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจะเป็นแบบอย่างให้ประชาชนได้อย่างไร
   
  อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่หน้าศาลากลางจะชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา ไม่มีเจตนาเข้ามาบุกรุกทำลายทรัพย์สินทางราชการแต่อย่างใด จุดมุ่งหมายหลักต้องการมาปลุกสำนึกข้าราชการทุกหน่วยงาน ให้เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกมาร่วมกันปกป้องชาติ ปกป้องแผ่นดิน และร่วมกันต่อสู้ขับไล่ระบอบทักษิณให้พ้นไปจากประเทศไทย
   
  ทั้งนี้ เวลาประมาณ 12.00 น. นายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงมารับช่อดอกกุหลาบสีแดง พร้อมนกหวีดด้วยตัวเอง โดยได้เป่านกหวีดเสียงดังยาว สร้างความพึงพอใจให้ผู้ชุมนุมต่างเป่านกหวีดตาม พร้อมลั่นมือตบเสียงดังลั่น ซึ่งผู้ชุมนุมได้ขอร้องให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการหน่วยงานต่างๆ เป็นข้าราชการของประชาชน อย่ารับใช้นักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชัน หลังจากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้กลับขึ้นไปทำงานบนศาลากลาง
   
  สำหรับการชุมนุมของชาวขอนแก่นรักประเทศไทย ต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โค่นล้มระบอบทักษิณ ยังคงชุมนุมที่หน้าศาลากลางต่อไปจนถึงเวลา 15.00 น. โดยผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่ทำลายทรัพย์สินทางราชการ หรือยึดศาลากลางโดยเด็ดขาด แต่จะขอชุมนุมเพื่อเรียกร้องข้าราชการให้อารยะขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลที่หมดความชอบธรรม ซึ่งมีผู้ชุมนุมทยอยสมทบร่วมชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.มีผู้ชุมนุมมากกว่า 300 คนแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 07:00:43
ชาวนครศรีธรรมราชหลายพันคนฮือล้อมศาลากลางจังหวัด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 12:47 น.  
 
ชาวนครศรีธรรมราชหลายพันคนฮือล้อมศาลากลางจังหวัด
  นครศรีธรรมราช - ชาวนครศรีฯ รวมตัวกันตั้งขบวนเข้าปิดล้อมศาลากลาง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ข้าราชการออกจากศาลากลางเข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างสนุกสนาน ด้าน จนท.ตำรวจควบคุมฝูงชนคุมเข้มปิดทางเข้าศาลากลางไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไป
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมชาวนครศรีธรรมราช จำนวนหลายพันคน ซึ่งมีทั้งข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา พนักงานรัฐวิสาหกิจ ได้ทยอยมารวมตัวกันที่หน้าศาลากลาง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนั้นได้ร่วมกันทำกิจกรรมในเชิงสัญลักษณ์ด้วยการตั้งขบวนเข้าปิดล้อมศ าลากลาง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยการเดินไปโดยรอบศาลากลาง ขณะที่ข้าราชการบนศาลากลาง จ.นครศรีธรรมราช ได้ปิดประตูห้องทำงาน และออกมาจากศาลากลาง และได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างสนุกสนาน
   
  ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้าปิดล้อมทางเข้าศาลากลางไม่ให้ผู้ชุมนุมเ ข้าไปภายในตัวอาคาร ส่วนผู้ชุมนุมนั้นไม่ได้ละเมิดเขตหวงห้าม แต่ใช้วิธีการปิดล้อมไว้ในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ศาลากลาง จ.นครศรีธรรมราช ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไปแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 07:02:05
กลุ่มพลังมวลชนอ่างทองบุกศาลากลางพร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 17:44 น.  
 
 
   
 
กลุ่มพลังมวลชนอ่างทองบุกศาลากลางพร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาล
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่มพลังมวลชนอ่างทองบุกศาลากลางพร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาล
 
กลุ่มพลังมวลชนอ่างทองบุกศาลากลางพร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาล
 
   
อ่างทอง - กลุ่มพลังมวลชนชาวอ่างทองบุกศาลากลางจังหวัด พร้อมตะโกนขับไล่รัฐบาล ผู้ว่าฯ ออกมารับช่อดอกไม้มวลชนจึงแยกย้ายกลับโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) ที่บริเวณหน้าสนามหญ้าศาลลากลางจังหวัดอ่างทอง กลุ่มพลังมวลชน พ่อค้าประชาชน แพทย์ พยาบาล ชาวจังหวัดอ่างทอง ได้รวมตัวกันกว่า 300 คน นำโดยนายอรชุน ประสิทธิ์สมบัติ อดีตผู้สมัครผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคประชาธิปัตย์ นำกลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดอ่างทอง มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าสนามศาลากลางจังหวัดอ่างทอง พร้อมถือแผ่นป้าย คล้องนกหวีด และเป่าเสียงดังสนั่น พร้อมประกาศชักชวนให้ข้าราชการที่อยู่ในศาลากลาง ออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ออกมาพบประพูดคุยโดยกลุ่มผู้ชุมนุม และรับช่อดอกไม้จากนายอรชุน โดยกลุ่มพลังมวลชนใช้เวลา ตะโกนขับไล่รัฐบาลอยู่ประมาณ 30 นาที จึงแยกย้ายกันกลับโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่โดยรอบศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ และ อส.จำนวนกว่า 200 นาย ได้ทำการดูแลทางเข้าออกศาลากลางทั้งด้านหน้า และด้านหลัง พร้อมแจ้งให้ข้าราชการบนศาลากลางได้เลิกงานก่อนเวลา และให้ออกจากที่ทำงานกลับบ้านโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 07:03:20
มวลชนชาวชลบุรีกว่า 1,000 คน แสดงอารยะขัดขืนปิดล้อมศาลากลางชลบุรี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 17:07 น.  
 
ศูนย์ข่าวศรีราชา - มวลชนชาวชลบุรี และกลุ่มเสรีชนกว่า 1,000 คน เป่านกหวีดแสดงอารยะขัดขืน ปิดล้อมศาลากลางจังหวัด แสดงพลังไม่เอารัฐบาลปู-ระบอบทักษิณ ผู้ว่าฯ ต้องปิดประตู ตำรวจ-อส.นับพันนายป้องกันเหตุ พร้อมเจรจาขออย่าทำลายทรัพย์สิน หรือทำผิดกฎหมาย
   
  เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (27 พ.ย.) ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี หลังนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี รับทราบจากข่าวกรองว่า จะมีกลุ่มมวลชนชาวชลบุรี และกลุ่มเสรีชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาปิดล้อมศาลากลาง เพื่อแสดงอารยะขัดขืน ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมพวก และระบอบทักษิณไปจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงได้ปิดประตูทางเข้า-ออกทุกด้าน เพื่อตรวจสอบคนเข้า-ออกอย่างเข้มงวด
   
  โดยนำตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน จากตำรวจตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ประมาณ 500 นาย ตำรวจอาสา อพปร.ชุดราชสีห์พิทักษ์ราษฎร์ 11 อำเภอกว่า 500 นาย รวมทั้งหมดกว่า 1,000 นาย เข้าอารักขาป้องกันเหตุอย่างเข้มงวด พร้อมรถดับเพลิง
   
  ทั้งนี้ นายคมสัน ยังมอบนโยบายให้ปฏิบัติการด้วยความละมุนละม่อม อย่าโต้ตอบหากไม่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เพราะทุกฝ่ายก็คนไทย และเป็นชาวชลบุรีเหมือนกัน
   
  จนกระทั่งกลุ่มเสรีชน และมวลชนชาวชลบุรี ได้เดินทางกันมานับพันคน โดยนำธงชาติมาสะบัด และเป่านกหวีดเพื่อแสดงจุดยืนร่วมกัน เพื่อต้องการให้ข้าราชการ และศูนย์ราชการบนศาลากลางชลบุรี ไม่ต้องรับใช้รัฐบาล และระบอบทักษิณ เพราะนับจากวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ประชาชนเกือบ 2 ล้านคนออกมาแสดงพลังไม่ต้องการระบอบทักษิณ และคนในรัฐบาลยังไม่เคารพระบบนิติรัฐ ประกาศไม่ยอมรับศาลรัฐธรรมนูญอีก
   
  ต่อมา นายคมสัน ลงมาฟังปราศรัย พร้อมกับขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมอย่าให้มือที่สามมาก่อเหตุป่วนเผา หรือเข้ามาวุ่นวาย และทำลายทรัพย์สินของราชการ เพราะจะผิดกฎหมาย ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยินดีร่วมมือ และตอบว่ามาด้วยใจ ไม่คิดทำลาย หรือเข้าไปวุ่นวายในศาลากลาง เพียงแต่มาเปิดปราศรัยให้ข้าราชการที่รับใช้รัฐบาลอารยะขัดขืน หยุดทำงานเท่านั้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 07:05:01
มวลชน อ.หาดใหญ่ ดาวกระจายอารยะขัดขืนพรึบ! ทั้งอำเภอ (ชมมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 17:13 น.  
 
มวลชน อ.หาดใหญ่ ดาวกระจายอารยะขัดขืนพรึบ! ทั้งอำเภอ (ชมมคลิป)
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - มวลชนร่วมกันดาวกระจายรณรงค์อารยะขัดขืน ส่วนราชการหลายแห่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รองผู้ว่าฯ เต้น ลงพื้นที่รับฟังข้อเรียกร้อง ลดความตึงเครียด
 
มวลชน อ.หาดใหญ่ ดาวกระจายอารยะขัดขืนพรึบ! ทั้งอำเภอ (ชมมคลิป)
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) สถานการณ์การชุมนุมในส่วนของมวลชนใน อ.หาดใหญ่ ที่บริเวณสนามหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก หรือ ลานพระบิดา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)
 
มวลชน อ.หาดใหญ่ ดาวกระจายอารยะขัดขืนพรึบ! ทั้งอำเภอ (ชมมคลิป)
   
  ซึ่งเป็นที่ตั้งของเวทีรวมพลังมวลประชาชนร่วมขับไล่รัฐบาลทรราช และปฏิรูปประเทศไทย กลุ่ม ม.อ.รักชาติ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ม.อ. รวมทั้งประชาชนจากหลายพื้นที่ใน จ.สงขลา ประมาณ 1,000 คน มาร่วมกันชุมนุม และมีการขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และต่อต้านระบอบทักษิณ
 
มวลชน อ.หาดใหญ่ ดาวกระจายอารยะขัดขืนพรึบ! ทั้งอำเภอ (ชมมคลิป)
   
  จากนั้นได้เคลื่อนขบวนดาวกระจายไปยังส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งสำนักงานสรรพากรภาค 12 สภ.หาดใหญ่ และที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ทุกหน่วยงานแสดงอารยะขัดขืนหยุดงาน และเข้าร่วมชุมนุม ซึ่งสถานที่ราชการทั้งหมดยอมหยุดงานทันที โดยเฉพาะที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ นายพีรสิญฐ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ได้ลงพื้นที่พบกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อรับทราบฟังข้อเรียกร้อง และลดการเผชิญหน้า
 
มวลชน อ.หาดใหญ่ ดาวกระจายอารยะขัดขืนพรึบ! ทั้งอำเภอ (ชมมคลิป)
   
  และนอกจากกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่เข้าร่วมแล้ว ได้มีกลุ่มอาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกัน ประมาณ 200 คน ออกมามาร่วมกันเป่านกหวีด และตะโกนขับไล่รัฐบาลด้วย ถึงแม้ว่าเด็กเหล่านี้จะหูหนวก และเป็นใบ้ก็ตาม
 
   
   
   
 
   
   
   
 
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 07:06:30
แดงมหาสารคามบุกทำร้ายมวลชนไล่ระบอบทักษิณ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 พฤศจิกายน 2556 18:08 น.  
 
มหาสารคาม - คนเสื้อแดงมหาสารคามขับกระบะ 2 คันบุกเข้ามาทำร้ายผู้ชุมนุมที่ยืนรณรงค์ต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งปาขวดน้ำใส่ แล้วขับรถหนี ด้านกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลขี้ข้าทักษิณ ยันไม่กลัวพร้อมออกมาขับไล่รัฐบาลชั่วทุกวัน
   
  วันนี้ (28 พ.ย.56) ที่บริเวณริมถนนหน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคาม จำกัด กลุ่มต่อต้านรัฐบาลจากหลากหลายอาชีพ อาทิ บุคลากรทางการศึกษา บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลมหาสารคาม ข้าราชการเกษียณ นักเรียน นักศึกษา นักการเมืองท้องถิ่นกว่า 200 คน ได้รวมตัวกันยืนเป่านกหวีดเพื่อแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งตะโกนจะร่วมกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมกับประกาศเรียกร้องให้ผู้สัญจรผ่านไปมาเข้าร่วมแสดงออกในการขับไล่รัฐบ าล เพราะรัฐบาลบริหารงานล้มเหลว หมดความชอบธรรมบริหารประเทศ
   
  ต่อมามีรถยนต์ปิกอัพของกลุ่มคนเสื้อแดง 2 คันบรรทุกคนเสื้อแดงมาประมาณ 20 คนขับผ่านมาบริเวณดังกล่าว หลังจากจอดรถยนต์แล้วคนเสื้อแดงซึ่งเป็นผู้หญิงได้กระโดดลงจากรถยนต์ พร้อมกับถือด้ามไม้ติดธงแดงวิ่งเข้าไปหวังจะทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้า นรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายคน
   
  กระทั่งนายอดิศร วัฒนบุตร แกนนำเสื้อแดง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปดึงตัวหญิงผู้ก่อเหตุออกมาจากบริเวณดังกล่าว  บรรยากาศเริ่มเกิดความวุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อคนเสื้อแดงบนรถปิกอัพได้ปาขวดน้ำ เข้ามาใส่กลุ่มผู้ที่มาแสดงพลังต่อต้านรัฐบาล และโยนประทัดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่จะเคลื่อนรถออกไปจากจุดชุมนุม ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยืนยันเจตนารมณ์เดิมไม่กลัวกลุ่มเสื้อแดงที่ออกมาป ่วนและพร้อมจะมารวมตัวกันทุกวัน เพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 07:07:38
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 16:31 น.  
 
 
   
 
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
 
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
 
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
 
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
 
มวลชนยะลายึดพื้นที่ศาลากลาง หลังผู้ว่าฯ ไม่สั่งหยุดงาน
 
   
ยะลา - คืบหน้าม็อบต้านระบอบทักษิณยึดพื้นที่ศาลากลางจังหวัดยะลา กดดันข้าราชการที่ทำงานอยู่ในศาลากลาง หลังรองผู้ว่าฯ ระบุ ไม่สามารถสั่งข้าราชการหยุดงานได้
   
  วันนี้ (27 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลระบอบทักษิณรวมตัวหน้าศาลากลางยะลา และได้มีการยื่นหนังสือต่อ นายเดชรัฐ สิมสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ไปแล้วนั้น ปรากฏว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่พอใจ จึงใช้มวลชนทั้งนักศึกษา และประชาชนปิดล้อมประตูทางเข้าเป็นเวลากว่าชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ยอมเปิดประตูให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในบริเวณศาลากลางฯ ในเวลาประมาณ 12.30 น.
   
  หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายในบริเวณศาลากลางได้แล้ว ได้มอบนกหวีด และดอกไม้ให้แก่ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายใน และขอพบผู้ว่าฯ จ.ยะลา อีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ สั่งหยุดงาน 3 วัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในตัวอาคารศาลากลางหลังใ หญ่ โดยมี อส.ประจำศาลากลางยืนขวางประตูไว้
   
  จากนั้น นายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าฯ จ.ยะลา ได้เป็นตัวแทนลงมาพบกลุ่มมวลชนที่รวมตัวอยู่หน้าตึกศาลากลางหลังใหญ่ พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจแก่กลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ทางผู้ว่าฯ ติดประชุมไม่สามารถจะมาพบกับกลุ่มมวลชนได้ ซึ่งตนเอง และผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจสั่งหยุดงานได้ตามข้อเรียกร้องที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการ ทำให้แกนนำ และกลุ่มมวลชนไม่พอใจ ประกาศยึดพื้นที่บริเวณหน้าตึกอำนวยการหลังใหญ่ ตั้งเวที และตั้งเต็นท์เพื่อกดดัน และจะชุมนุมต่อเนื่อง เพื่อกดดันข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ โดยยังไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
   
  เบื้องต้นทางจังหวัดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมชุดปราบจลาจลไว้พร้ อมรับสถานการณ์ได้ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 11/29/13 เวลา 19:40:48
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ชี้กรณี 'หลวงปู่พุทธอิสระ' ขึ้นเวทีปราศรัยเกี่ยวกับการเมือง ถือว่าไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามคำสั่งมหาเถรสมาคม
 
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/89557.html
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:09:24
กทม.ตีปาก “ปิยะ เลี้ยงแกะ” ซัดป้ายสี ยันถมทรายจุดน้ำขัง น้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 พฤศจิกายน 2556 19:29 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กทม.ตีปาก “ปิยะ เลี้ยงแกะ” ซัดป้ายสี ยันถมทรายจุดน้ำขัง น้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ
น.ส.ตรีดาว อภัยวงค์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.นำ “ผู้การแต้ม” และผู้บริหารเขต 2 เขต แถลงโต้ “ปิยะ” เด็กเลี้ยงแกะรายวัน ป้ายสีกล่าวหาขนทรายและน้ำมันช่วยม็อบสร้างสถานการณ์ ยันทรายเอาไปถมจุดน้ำท่วมขังตรอกซอยรอบอนุสาวรีย์ ปชต.ส่วนน้ำมันเตรียมเอาไปเติมเครื่องสูบน้ำที่วัดสามพระยา ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟ
   
  วันนี้ (29 พ.ย.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ตรีดาว อภัยวงค์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร และผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แถลงข่าวกรณีที่ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้แถลงข่าวในวันเดียวกันนี้เวลา 11.00 น.ว่า คืนที่ผ่านมา (28 พ.ย.) เวลา 23.00 น.ตำรวจสายตรวจ สน.นางเลิ้ง พบรถบรรทุกขนาดใหญ่ของสำนักงานเขตพื้นที่ กทม.วิ่งจากแยกยมราช ผ่าน ถ.จักรพรรดิพงษ์ ถ.หลานหลวง มุ่งไปยังพื้นที่การชุมนุมเห็นว่ามีความผิดปกติจึงเข้าตรวจค้น พบภายในบรรจุถุงทราย 250 ถุง และแกลลอนน้ำมันบรรจุเต็ม 4 แกลลอน จากการสอบปากคำคนขับรถให้การว่า จะนำทรายไปถมน้ำขังบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และนำน้ำมันไปเติมเครื่องปั่นไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา และให้นำรถไปจอดไว้ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ทั้งนี้ ศอ.รส สันนิษฐานว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำไปให้มวลชนใช้เพื่อปีนเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม และสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
   
  น.ส.ตรีดาว กล่าวว่า กรุงเทพมหานครขอเรียนชี้แจงว่า คำแถลงของโฆษก ศอ.รส.ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของเจ้าหน้าที่ และข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งรถดังกล่าวเป็นรถของสำนักงานเขตพระนคร ที่วิ่งอยู่ในพื้นที่ สำหรับทรายที่อยู่บนรถบรรทุกเป็นทรายที่จะนำไปถมบริเวณที่น้ำท่วมขังในตรอก ซอก ซอยบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงกระถางต้นไม้ที่ผู้ชุมนุมทิ้งเศษขยะไว้เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคแล ะความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่
   
  ส่วนแกลลอนน้ำมันบรรจุเต็ม 4 แกลลอนนั้น เนื่องจากรถของกรุงเทพมหานครต้องไปเติมน้ำมันที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง แต่ในวันดังกล่าวรถติดมาก และจะต้องนำรถมาประจำการ เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือมีปริมาณน้ำล้นเอ่อ สำนักงานเขตพระนครได้สั่งการให้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้บริเวณวัดสามพระยา จึงเตรียมน้ำมันดังกล่าวเพื่อเติมเครื่องสูบน้ำ ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟ และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี ในการนำรถไปจอดไว้ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าตามปกติ และไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:09:59
กทม.ตีปาก “ปิยะ เลี้ยงแกะ” ซัดป้ายสี ยันถมทรายจุดน้ำขัง น้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 พฤศจิกายน 2556 19:29 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กทม.ตีปาก “ปิยะ เลี้ยงแกะ” ซัดป้ายสี ยันถมทรายจุดน้ำขัง น้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ
น.ส.ตรีดาว อภัยวงค์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.นำ “ผู้การแต้ม” และผู้บริหารเขต 2 เขต แถลงโต้ “ปิยะ” เด็กเลี้ยงแกะรายวัน ป้ายสีกล่าวหาขนทรายและน้ำมันช่วยม็อบสร้างสถานการณ์ ยันทรายเอาไปถมจุดน้ำท่วมขังตรอกซอยรอบอนุสาวรีย์ ปชต.ส่วนน้ำมันเตรียมเอาไปเติมเครื่องสูบน้ำที่วัดสามพระยา ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟ
   
  วันนี้ (29 พ.ย.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ตรีดาว อภัยวงค์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร และผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แถลงข่าวกรณีที่ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้แถลงข่าวในวันเดียวกันนี้เวลา 11.00 น.ว่า คืนที่ผ่านมา (28 พ.ย.) เวลา 23.00 น.ตำรวจสายตรวจ สน.นางเลิ้ง พบรถบรรทุกขนาดใหญ่ของสำนักงานเขตพื้นที่ กทม.วิ่งจากแยกยมราช ผ่าน ถ.จักรพรรดิพงษ์ ถ.หลานหลวง มุ่งไปยังพื้นที่การชุมนุมเห็นว่ามีความผิดปกติจึงเข้าตรวจค้น พบภายในบรรจุถุงทราย 250 ถุง และแกลลอนน้ำมันบรรจุเต็ม 4 แกลลอน จากการสอบปากคำคนขับรถให้การว่า จะนำทรายไปถมน้ำขังบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และนำน้ำมันไปเติมเครื่องปั่นไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา และให้นำรถไปจอดไว้ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ทั้งนี้ ศอ.รส สันนิษฐานว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำไปให้มวลชนใช้เพื่อปีนเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม และสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
   
  น.ส.ตรีดาว กล่าวว่า กรุงเทพมหานครขอเรียนชี้แจงว่า คำแถลงของโฆษก ศอ.รส.ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของเจ้าหน้าที่ และข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งรถดังกล่าวเป็นรถของสำนักงานเขตพระนคร ที่วิ่งอยู่ในพื้นที่ สำหรับทรายที่อยู่บนรถบรรทุกเป็นทรายที่จะนำไปถมบริเวณที่น้ำท่วมขังในตรอก ซอก ซอยบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงกระถางต้นไม้ที่ผู้ชุมนุมทิ้งเศษขยะไว้เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคแล ะความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่
   
  ส่วนแกลลอนน้ำมันบรรจุเต็ม 4 แกลลอนนั้น เนื่องจากรถของกรุงเทพมหานครต้องไปเติมน้ำมันที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง แต่ในวันดังกล่าวรถติดมาก และจะต้องนำรถมาประจำการ เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือมีปริมาณน้ำล้นเอ่อ สำนักงานเขตพระนครได้สั่งการให้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้บริเวณวัดสามพระยา จึงเตรียมน้ำมันดังกล่าวเพื่อเติมเครื่องสูบน้ำ ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟ และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี ในการนำรถไปจอดไว้ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าตามปกติ และไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:10:27
กทม.ตีปาก “ปิยะ เลี้ยงแกะ” ซัดป้ายสี ยันถมทรายจุดน้ำขัง น้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 พฤศจิกายน 2556 19:29 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กทม.ตีปาก “ปิยะ เลี้ยงแกะ” ซัดป้ายสี ยันถมทรายจุดน้ำขัง น้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ
น.ส.ตรีดาว อภัยวงค์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.นำ “ผู้การแต้ม” และผู้บริหารเขต 2 เขต แถลงโต้ “ปิยะ” เด็กเลี้ยงแกะรายวัน ป้ายสีกล่าวหาขนทรายและน้ำมันช่วยม็อบสร้างสถานการณ์ ยันทรายเอาไปถมจุดน้ำท่วมขังตรอกซอยรอบอนุสาวรีย์ ปชต.ส่วนน้ำมันเตรียมเอาไปเติมเครื่องสูบน้ำที่วัดสามพระยา ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟ
   
  วันนี้ (29 พ.ย.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ตรีดาว อภัยวงค์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร และผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แถลงข่าวกรณีที่ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้แถลงข่าวในวันเดียวกันนี้เวลา 11.00 น.ว่า คืนที่ผ่านมา (28 พ.ย.) เวลา 23.00 น.ตำรวจสายตรวจ สน.นางเลิ้ง พบรถบรรทุกขนาดใหญ่ของสำนักงานเขตพื้นที่ กทม.วิ่งจากแยกยมราช ผ่าน ถ.จักรพรรดิพงษ์ ถ.หลานหลวง มุ่งไปยังพื้นที่การชุมนุมเห็นว่ามีความผิดปกติจึงเข้าตรวจค้น พบภายในบรรจุถุงทราย 250 ถุง และแกลลอนน้ำมันบรรจุเต็ม 4 แกลลอน จากการสอบปากคำคนขับรถให้การว่า จะนำทรายไปถมน้ำขังบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และนำน้ำมันไปเติมเครื่องปั่นไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา และให้นำรถไปจอดไว้ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ทั้งนี้ ศอ.รส สันนิษฐานว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะถูกนำไปให้มวลชนใช้เพื่อปีนเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม และสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง
   
  น.ส.ตรีดาว กล่าวว่า กรุงเทพมหานครขอเรียนชี้แจงว่า คำแถลงของโฆษก ศอ.รส.ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของเจ้าหน้าที่ และข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งรถดังกล่าวเป็นรถของสำนักงานเขตพระนคร ที่วิ่งอยู่ในพื้นที่ สำหรับทรายที่อยู่บนรถบรรทุกเป็นทรายที่จะนำไปถมบริเวณที่น้ำท่วมขังในตรอก ซอก ซอยบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงกระถางต้นไม้ที่ผู้ชุมนุมทิ้งเศษขยะไว้เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคแล ะความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่
   
  ส่วนแกลลอนน้ำมันบรรจุเต็ม 4 แกลลอนนั้น เนื่องจากรถของกรุงเทพมหานครต้องไปเติมน้ำมันที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง แต่ในวันดังกล่าวรถติดมาก และจะต้องนำรถมาประจำการ เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือมีปริมาณน้ำล้นเอ่อ สำนักงานเขตพระนครได้สั่งการให้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้บริเวณวัดสามพระยา จึงเตรียมน้ำมันดังกล่าวเพื่อเติมเครื่องสูบน้ำ ไม่ใช่เครื่องปั่นไฟ และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี ในการนำรถไปจอดไว้ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าตามปกติ และไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:12:12
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โต้ข่าวถูกตัดน้ำ-ไฟ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  28 พฤศจิกายน 2556 18:12 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โต้ข่าวถูกตัดน้ำ-ไฟ
พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ
 
   
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ตบหน้าโฆษก ศอ.รส.ปูดข่าว รพ.ตำรวจ ถูกตัดน้ำตัดไฟไม่เป็นความจริง ระบุผู้ป่วยก็ไม่ได้วิตกต่อเหตุการณ์การชุมนุม ยอมรับมีอุปกรณ์พร้อมหากมีปัญหาฉุกเฉิน
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของ รพ.ตำรวจ ยังไม่ถูกตัดน้ำตัดไฟแต่อย่างใด แต่ทราบว่าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายอาคารถูกตัดไฟ โดยสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ซึ่งเป็นอาคารติดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้รับผลกระทบ แต่เนื่องจากอาคารดังกล่าวไม่มีคนไข้อยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และเครื่องเย็นสำหรับเก็บศพ ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้แก้ไขปัญหาสำรองชั่วคราวแล้ว พร้อมกันนี้ ยังกล่าวด้วยว่า หากมีการตัดไฟจริง มีความกังวลว่าคนไข้อาจจะได้รับผลกระทบ แต่ยืนยันว่า รพ.ตำรวจ มีแผนรองรับสำหรับกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายคนป่วย ส่วนห้องผ่าตัดฉุกเฉิน หรือ ห้องไอ.ซี.ยู.ยืนยันมีไฟสำรองเพียงพอ
   
  พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวด้วยว่า ทาง รพ.ตำรวจ ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ป่วยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และแผนรับมือ ซึ่งผู้ป่วยเองก็มีเข้าใจ และไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจ พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้คำนึงถึงผู้ป่วยและควรแสดงออ กหรือชุมนุมตามกฎหมาย ไม่ควรกระทำการที่อาจส่งผลกระทบต่อคนป่วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:12:26
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โต้ข่าวถูกตัดน้ำ-ไฟ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  28 พฤศจิกายน 2556 18:12 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โต้ข่าวถูกตัดน้ำ-ไฟ
พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ
 
   
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ตบหน้าโฆษก ศอ.รส.ปูดข่าว รพ.ตำรวจ ถูกตัดน้ำตัดไฟไม่เป็นความจริง ระบุผู้ป่วยก็ไม่ได้วิตกต่อเหตุการณ์การชุมนุม ยอมรับมีอุปกรณ์พร้อมหากมีปัญหาฉุกเฉิน
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของ รพ.ตำรวจ ยังไม่ถูกตัดน้ำตัดไฟแต่อย่างใด แต่ทราบว่าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายอาคารถูกตัดไฟ โดยสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ซึ่งเป็นอาคารติดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้รับผลกระทบ แต่เนื่องจากอาคารดังกล่าวไม่มีคนไข้อยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และเครื่องเย็นสำหรับเก็บศพ ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้แก้ไขปัญหาสำรองชั่วคราวแล้ว พร้อมกันนี้ ยังกล่าวด้วยว่า หากมีการตัดไฟจริง มีความกังวลว่าคนไข้อาจจะได้รับผลกระทบ แต่ยืนยันว่า รพ.ตำรวจ มีแผนรองรับสำหรับกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายคนป่วย ส่วนห้องผ่าตัดฉุกเฉิน หรือ ห้องไอ.ซี.ยู.ยืนยันมีไฟสำรองเพียงพอ
   
  พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวด้วยว่า ทาง รพ.ตำรวจ ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ป่วยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และแผนรับมือ ซึ่งผู้ป่วยเองก็มีเข้าใจ และไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจ พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้คำนึงถึงผู้ป่วยและควรแสดงออ กหรือชุมนุมตามกฎหมาย ไม่ควรกระทำการที่อาจส่งผลกระทบต่อคนป่วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:12:44
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โต้ข่าวถูกตัดน้ำ-ไฟ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  28 พฤศจิกายน 2556 18:12 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ โต้ข่าวถูกตัดน้ำ-ไฟ
พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ
 
   
แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ตบหน้าโฆษก ศอ.รส.ปูดข่าว รพ.ตำรวจ ถูกตัดน้ำตัดไฟไม่เป็นความจริง ระบุผู้ป่วยก็ไม่ได้วิตกต่อเหตุการณ์การชุมนุม ยอมรับมีอุปกรณ์พร้อมหากมีปัญหาฉุกเฉิน
   
  วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนของ รพ.ตำรวจ ยังไม่ถูกตัดน้ำตัดไฟแต่อย่างใด แต่ทราบว่าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายอาคารถูกตัดไฟ โดยสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ซึ่งเป็นอาคารติดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้รับผลกระทบ แต่เนื่องจากอาคารดังกล่าวไม่มีคนไข้อยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และเครื่องเย็นสำหรับเก็บศพ ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้แก้ไขปัญหาสำรองชั่วคราวแล้ว พร้อมกันนี้ ยังกล่าวด้วยว่า หากมีการตัดไฟจริง มีความกังวลว่าคนไข้อาจจะได้รับผลกระทบ แต่ยืนยันว่า รพ.ตำรวจ มีแผนรองรับสำหรับกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายคนป่วย ส่วนห้องผ่าตัดฉุกเฉิน หรือ ห้องไอ.ซี.ยู.ยืนยันมีไฟสำรองเพียงพอ
   
  พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวด้วยว่า ทาง รพ.ตำรวจ ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ป่วยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และแผนรับมือ ซึ่งผู้ป่วยเองก็มีเข้าใจ และไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจ พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้คำนึงถึงผู้ป่วยและควรแสดงออ กหรือชุมนุมตามกฎหมาย ไม่ควรกระทำการที่อาจส่งผลกระทบต่อคนป่วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:14:32
กลุ่มมวลชนเป่านกหวีดเมืองระยอง ยึดศาลากลางสำเร็จแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 พฤศจิกายน 2556 15:07 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่มมวลชนเป่านกหวีดเมืองระยอง ยึดศาลากลางสำเร็จแล้ว
 
กลุ่มมวลชนเป่านกหวีดเมืองระยอง ยึดศาลากลางสำเร็จแล้ว
 
กลุ่มมวลชนเป่านกหวีดเมืองระยอง ยึดศาลากลางสำเร็จแล้ว
 
   
ศูนย์ข่าวศรีราชา - กลุ่มมวลชนต่อต้านระบอบทักษิณ จ.ระยอง บุกยึดศาลากลางจังหวัดระยองได้แล้ว พร้อมขอร้องให้ข้าราชการฝ่ายปกครองหยุดงาน และให้ทยอยนำรถยนต์ออกจากศาลากลาง ขณะที่บริเวณจวนผู้ว่าฯ ได้รับคำสั่งให้ปิดทางเข้าออก และนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยเพียบ
   
  เมื่อเวลา 13.00.วันนี้ (29 พ.ย.) กลุ่มมวลชนต่อต้านระบบทักษิณ จ.ระยอง กว่า 100 คน ภายใต้การนำของ นายวิษณุ เกตุสุริยา สมาชิก อบต.ระยองเขต 1 และนางสายธาร ปิตุเตชะ น้องสาวนายก อบจ.ระยอง ได้บุกพังประตูเหล็กด้านหน้าทางเข้าศูนย์ราชการ จ.ระยอง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ อส.จำนวน 50 นาย เฝ้าดูสถานการณ์ และไม่สามารถต้านทานกลุ่มมวลชนนกหวีดได้ จนต้องปล่อยให้กลุ่มมวลชนคนเป่านกหวีดเข้าไปในศูนย์ราชการ
   
  กลุ่มมวลชนได้ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ทำงานภายในศาลากลาง กลับบ้าน และนำรถยนต์ออกจากศูนย์ราชการ เนื่องจากจะปิดประตูเพื่อยึดศูนย์ราชการ ทำให้ข้าราชการฝ่ายปกครองต้องรีบทยอยเดินทางออกจากศูนย์ราชการ
   
  ทั้งนี้ นางสายธาร ปิตุเตชะ 1 ในแกนนำมวลชนได้ขึ้นไปเจรจากับ นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการร่วมเจรจา ขณะที่กลุ่มมวลชนได้นั่งรอกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาสมทบ และรอคำสั่งจากแกนนำว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มมวลชนได้ตรวจค้นบุคคลที่จะเข้ามาภายในศูนย์ราชการ ขณะที่บางส่วนได้ยืนโบกธงชาติบริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าศูนย์ราชการ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ขับรถยนต์ผ่านไปมา และไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณเข้าร่วมการชุมนุม
   
  นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ขณะที่กลุ่มมวลชนนกหวีดได้บุกเข้าไปในศูนย์ราชการ มีเจ้าหน้าที่ศาลากลางบางรายใช้มือจับหน้าอกมวลชนซึ่งเป็นผู้หญิงจนสร้างควา มไม่พอใจให้แก่กลุ่มมวลชน และส่วนหนึ่งได้พากันเดินทางไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง เพื่อให้ดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว
   
  ส่วนบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนตากสินมหาราช ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ปิดทางเข้าออก โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยเป็นจำนวนมาก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:15:42
กลุ่มเสรีชนคนเมืองเพชรรวมพลังโค่นระบอบทักษิณที่ศาลากลางจังหวัด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 19:00 น.  
 
กลุ่มเสรีชนคนเมืองเพชรรวมพลังโค่นระบอบทักษิณที่ศาลากลางจังหวัด
  เพชรบุรี - กลุ่มเสรีชนคนเมืองเพชรบุรี รวมพลังโค่นระบอบทักษิณที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี
   
  เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (27 พ.ย.) กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเสรีชน คนเมืองเพชร รวมพลังโค่นระบอบทักษิณ ได้เคลื่อนตัวมาชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี ที่ออกมาร่วมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ให้บริหารประเทศ เพราะมีพฤติกรรมทุจริตคอร์ปชัน ไม่สนใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน มุ่งเน้นช่วยเหลือพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยการชุมนุมมีรถตั้งเครื่องเสียงเพื่อใช้ในการปราศรัย ที่มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนของประชาชนที่ต่างแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.อย่างเข้มงวด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:17:03
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 19:16 น.  
 
 
   
 
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
 
   
ชาวพิจิตรเดินเข้าศาลากลางอย่างสะดวก
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
ชาวพิจิตรเดินเข้าศาลากลางอย่างสะดวก
 
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคนผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
 
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
 
ผู้ว่าฯพิจิตรร่วมเป่านกหวีดท่ามกลางผู้ชุมนุมเกือบ 3 พันคน
พบสรรพากรต่อ
 
   
พิจิตร - ชาวพิจิตรเกือบ 3,000 คนร่วมใจพากันเดินขบวนไปยังศาลากลางจังหวัดพิจิตรเพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ ์ว่าไม่ต้องการรัฐบาลนี้ ด้านผู้ว่าฯลงมาพบปะผู้ชุมนุมพร้อมรับนกหวีดเป่าสร้างความพอใจให้กันผู้ชุมน ุมหลังจากนั้นได้แสดงพลังต่อที่สรรพากรจังหวัด
   
  วันนี้ (27พ.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มพลังมวลชนจำนวนเกือบ 3 พันคน นำโดยนายอาวุธ เดชอุปการ ได้พากลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่เป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทัษิณ ชินวัตร ที่เป็นพี่ชาย ได้รวมตัวกันไปที่ศาลากลางจังหวัดพิจิตร เพื่อเป่านกหวีดเป็นการแสดงพลังในเชิงสัญลักษณ์และเชิญชวนให้ข้าราชการออกมา ร่วมกับภาคประชาชน
   
  ซึ่งนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ออกมาพบกับมวลชน และกล่าวว่าตนเองชื่นชอบและเคารพในระบอบประชาธิปไตยรวมถึงเคารพกฎหมายอย่างเ คร่งครัด
   
  และกล่าวเพิ่มเติมว่า เคยมีนักประชาธิปไตยท่านหนึ่งเขียนหนังสือที่ท่านผู้ว่าฯพิจิตร ประทับใจ มีข้อความตอนหนึ่งว่า “เราจะขอต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้จะต้องเสียชีวิตหรือเสียเลือดเนื้อก็จะทำเพื่อให้ประชาชนได้พูดและแสดงออ ก” จากคำพูดดังกล่าวเรียกเสียงปรบมือและเสียงนกหวีดของผู้ที่มาชุมนุมชื่นชมกับ คำพูดของนายสุรชัย ผู้ว่าฯพิจิตร
   
  จากนั้นแกนนำมวลชนได้ยื่นข้อเรียกร้องขอให้ผู้ว่าฯพิจิตร สั่งให้ข้าราชการในบังคับบัญชาหยุดงาน 2 วัน คือ ในวันพฤหัสบดี-ศุกร์ ที่ 28-29 พ.ย.2556 ซึ่งผู้ว่าฯพิจิตร บอกกับผู้ที่มาชุมนุมว่าพวกท่านก็เหมือนกับผมคือเคารพกฎหมาย ดังนั้นจึงขอเรียนด้วยความสัตย์จริงว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีอำนาจสั่งให ้ข้าราชการหยุดงานได้ แต่ผู้ว่าฯมีอำนาจอนุญาตให้ข้าราชการลาหยุด ลากิจ ลาพักร้อน หรือแม้แต่จะลาไปแสดงความคิดเห็นส่วนตัวทางด้านการเมืองเราก็ไม่ขัดข้องและไ ม่ได้มองว่าเป็นศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
   
  ซึ่งคำตอบดังกล่าวสร้างความพอใจให้กับกลุ่มผู้มาร่วมชุมนุมและมีเป็นจำนวนมา กนำดอกกุหลาบมามอบให้เป็นกำลังใจให้อยู่เคียงข้างประชาชน จากนั้นก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นนกหวีดขอให้ผู้ว่าฯพิจิตร ร่วมเป่านกหวีด ซึ่งนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เมื่อรับนกหวีดจากกลุ่มผู้ชุมนุมมาแล้วก็กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าถ้าผมเป่านกหว ีดแล้วทำให้ทุกท่านที่มาชุมนุมมีความสุขและสบายใจผมก็ยินดีจะร่วมเป่านกหวีด กับท่าน
   
  จากนั้น นายสุรชัย ก็เป่านกหวีดท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไชโยโห่ร้องและเป่านกหวีดขานรับเสียง ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วศาลากลางพิจิตรเป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 5 นาที จนเป็นที่พอใจของผู้ที่มาร่วมชุมนุม
   
  จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก็แยกย้ายกลับ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 500 คน ก็ได้เคลื่อนขบวนต่อไปที่สำนักงานสรรพกรพื้นที่พิจิตร ถ.บึงสีไฟ อ.เมืองพิจิตร ซึ่งมีนายมณฑล รอยตระกูล สรรพกรพื้นที่จังหวัดพิจิตร ลงมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม มีการพูดคุยแบบเป็นกันเอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สร้างความพอใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป่านกหวีดและใช้มือตบพร้อมทั้งไชโยโห ่ร้องว่าปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงพลังขับไล่รัฐบาลระบอบทักษิณได้ สำเร็จลุล่วงภารกิจ
   
  จากนั้นได้เคลื่อนขบวนแห่ไปรอบๆตลาดเมืองพิจิตรจนถึงเวลา17.00 น. จึงได้แยกย้ายและสลายตัวไปพร้อมกับประกาศว่าจะรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นพร้อ มที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพตลอดเวลาหากรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนท ี่ชุมนุมอยู่ที่ราชดำเนินและทุกจุดที่ประชาชนดาวกระจายอยู่ดังกล่าวอีกด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:18:26
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 พฤศจิกายน 2556 18:14 น.  
 
  ชุมพร-ชาวบ้านที่ชุมพรกว่า 5 พันคน บุกยึดปิดตายศาลากลาง และศูนย์ราชการกลายเป็นอัมพาต ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติงานรับใช้รัฐบาลระบอบทักษิณ
 
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
  สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ที่ศาลากลางจังหวัดชุมพร ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เวลา 10.00 น. วันนี้ (27 พ.ย.) ได้มีประชาชน กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ต่างๆ จาก จ.ชุมพร กว่า 5,000 คน นำโดย นายกฤษณ์ แก้วรักษ์ นายโสภณ สงวนเชื้อ มารวมตัวกันที่หน้าศูนย์ราชการ บริเวณหน้าประตูทางเข้าศาลากลาง จ.ชุมพร เพื่อเรียกร้องให้ข้าราชการทั้งหมดหยุดปฏิบัติหน้าที่รับใช้ระบอบทักษิณ และรัฐบาลโจรที่ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ โดยมีข้าราชการบางส่วนลงมารับช่อดอกไม้ และร่วมเป่านกหวีดกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ขณะที่บางส่วนถือโอกาสเดินทางกลับบ้าน และบางคนยังคงปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่สำคัญอยู่ตามปกติแต่มีจำนวนน้อย แต่ข้าราชการระดับสูงภายในศูนย์ราชการที่รู้ตัวล่วงหน้าก่อนแล้วไม่ได้เดินท างเข้ามาที่ศาลากลางแต่อย่างใด
 
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
  ต่อมา เมื่อเวลา 13.30 น. แกนนำบนเวทีได้ประกาศจะให้บรรดาผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงเดินทางขึ้นไปบนศาลา กลางจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชั้น เพื่อตรวจสอบว่ามีหน่วยงานราชการใดยังปฏิบัติหน้าที่อยู่บ้างหรือไม่ โดยขอให้ นายชนการ ทิพย์ประเสริฐสุข ป้องกัน จ.ชุมพร ที่มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นผู้นำขึ้นไปตรวจสอบ ซึ่งปรากฏว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากลุกฮือตามขึ้นไปจำนวนมาก
 
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
  จากการเดินตรวจสอบทั้ง 4 ชั้น ของกลุ่มผู้ชุมนุม ปรากฏว่า ห้องทำงานของหน่วยงานราชการสำคัญๆ ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่อยู่จำนวนมากบนอาคารศาลากลางทั้ง 4 ชั้น ถูกปิดล็อกประตูไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานแต่อย่างใด ทำให้ระบบราชการกลายเป็นอัมพาตไม่สามารถทำงานรับใช้ระบอบทักษิณภายใต้การบริ หารงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ จึงเป็นที่พอใจของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมนับร้อยคนที่เดินขึ้นไปตรวจสอบ
 
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มเมื่อเดินมาถึงห้องของ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ชุมพร ที่อยู่บริเวณชั้น 2 ซึ่งห้องทำงานถูกปิดล็อก โดยมีเจ้าหน้าที่ อส. คอยยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่กว่า 10 นาย และมีป้ายกระดาษติดไว้ที่ประตูเขียนข้อความว่า “ผู้ว่าฯ ติดภารกิจ รับผู้แทนพระองค์” แต่ผู้ชุมนุมไม่เชื่อพยายามดันประตูที่ปิดล็อกกุญแจเข้าไป พร้อมเป่านกหวีดโห่ร้องกันลั่น
 
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
  ทำให้นายชนการ ต้องนำเอกสารหมายกำหนดการของผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาให้ดู และอ่านให้กลุ่มผู้ชุมนุมฟังว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยราษฎรในภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยขณะนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์นำชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทานสิ่งของไปมอบให้แก่ราษฎ รที่ประสบอุทกภัยตามพื้นที่ต่างๆ ใน จ.ชุมพร ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมยินยอม และเดินลงไปด้านล่างหน้าเวทีปราศรัย
 
ชาวชุมพรกว่า 5 พันคน ยึดศาลากลาง-ศูนย์ราชการ ห้าม จนท.ทำงาน
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศภายในศูนย์ราชการบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากยืนยันจะปักหลักตั้งเว ทีปราศรัยอยู่หน้าศาลกลาง จ.ชุมพร คู่ขนานกับเวทีที่กรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และไล่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และระบอบทักษิณออกไปจากประเทศไทย โดยมีแกนนำสลับกันขึ้นเวทีกล่าวโจมตีระบอบทักษิณอย่างดุเดือด โดยมีประชาชนโบกธง และเป่านกหวีดเสียงดังกึกก้องไปทั่วศูนย์ราชการ
   
  จากนั้น นายกฤษณ์ แก้วรักษ์ แกนนำบนเวทีประกาศว่า นับจากนี้เราจะปิดประตูเข้าออกศูนย์ราชการ จ.ชุมพร ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับศาลากลางจังหวัดทั้งหมด เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ราชการ รับใช้รัฐบาลระบอบทักษิณอีกต่อไป ยกเว้นให้ 2 หน่วยงานยังสามารถมาทำงานได้ คือ ศาลยุติธรรม ที่ต้องพิพากษาติดสินคดีให้ความยุติธรรมแก่ประชาชน และกองกำกับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร ออกตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนต่อไปได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:20:22

 
     
     
   
       
 
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภาคใต้ | ภาคใต้  
ภาคใต้ ข่าวภาคใต้  เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 พฤศจิกายน 2556 15:43 น.  
 
  ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ชาวภูเก็ต ยังเดินหน้าต้านระบอบทักษิณ เครือข่ายนักเรียน-นักศึกษา ดาวกระจายไปตามหน่วยงานราชการแสดงอารยะขัดขืน พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุม ขณะที่บรรยากาศบริเวณสนามชัยภูเก็ตยังคักคักต่อเนื่อง
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
  สำหรับบรรยากาศการเคลื่อนไหวของประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ที่ออกมาต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” ที่บริเวณหน้าสนามชัย อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันนี้ (29 พ.ย.) ยังคงเป็นไปด้วยความคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเที่ยวที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาร่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงพลังในการต่อต้านระบอบทักษิณ โดยเฉพาะในส่วนของนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
  ขณะที่คณะนักเรียน คณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภูเก็ต วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต เทคนิคภูเก็ต วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ซึ่งวันนี้ (29 พ.ย.) มีบางโรงเรียนได้ประกาศให้มีการหยุดเรียน ได้จัดทีมดาวกระจายเคลื่อนพลจากบริเวณหน้าสนามชัย ไปยังสถานที่ราชการ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต.เกาะแก้ว เทศบาลตำบลศรีสุนทร ที่ว่าการอำเภอถลาง สถานีตำรวจภูธรถลาง เทศบาลเมืองป่าตอง เทศบาลเมืองกะทู้ ที่ว่าการอำเภอกะทู้ สถานีตำรวจฉลอง เพื่อแสดงอารยะขัดขืนให้เห็นว่าคนภูเก็ตไม่ต้องการระบอบทักษิณ
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
  นอกจากนั้น บางส่วนยังดาวกระจายไปยังถนนสายต่างๆ เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนที่ยังเชียร์อยู่หน้าจอทีวีออกมาร่วมกันชุมนุม  ซึ่งตลอดเส้นทางที่ขบวนของประชาชน นักเรียน นักศึกษาขับผ่าน จะมีการโบกธงชาติ และเป่านกหวีดตลอดทาง พร้อมประกาศผ่านทางเครื่องขยายเสียง ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนภูเก็ตให้ออกมาร่วมชุมนุมกันให้มากๆ และมารวมตัวกันที่สนามชัยหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อตั้งแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านระบอบทักษิณ ท่ามกลางการดูแลรักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
  ขณะที่บริเวณเทศบาลตำบลศรีสุนทร อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (29 พ.ย.) กลุ่มมวลชนผู้ชุมนุมคัดค้านระบอบทักษิณ ได้เคลื่อนขบวนไปที่เทศบาลตำบลศรีสุนทร โดยมีนายสุนัย ปิ่นชัยศิริ รองนายเทศมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกวรวุฒิ ทรงยศ พร้อมด้วย นางสมจิต หลิมพัฒนาวงศ์ ปลัดเทศบาลและพนักงานเทศบาล ออกมาต้อนรับ และให้กำลังใจแก่ผู้ชุมนุม ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขอความร่วมมือให้ปิดทำการสำนักงาน โดยนายสุนัย ได้ให้ความร่วมมือ ปิดสำนักงานตั้งแต่ เวลา 13.00 น. วันนี้ (29 พ.ย.)
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
  ขณะที่บรรยากาศภายในศาลากลางจังหวัดภูเก็ตวันนี้ (29 พ.ย ) หลังผู้ชุมนุมบุกเข้าขอความร่วมมือหยุดปฏิบัติราชการเป็นเวลา 3 วัน โดยในเช้าวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.ยังคงเงียบเหงา ไม่มีข้าราชการมาปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด ประตูทางเข้าออกทั้ง 2 ด้านถูกปิด ขณะที่ประตูห้องทำงานของอาคารต่างๆ ก็ถูกปิด มีเพียงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งเดินตรวจตราดูแลความเรียบร ้อย และความปลอดภัยของสถานที่ราชการต่างๆ ในช่วงที่ข้าราชการหยุดงาน พร้อมดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมชุมนุมด้วย
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
   
 
   
   
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 เครือข่ายต้านทักษิณกระบี่ยังปักหลักศาลากลาง หนุนสภาประชาชน
 ตร.ภูธรสงขลาสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนหลวงพบลดลง งัดกฎหมายคุมเข้ม
 นราธิวาสลงนามความร่วมมือโครงการ TO BE NUMBER ONE
 พัทลุงอ่วมอีก! ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง น้ำป่าไหลทะลัก
 ชาวภูเก็ตเดินหน้าต้านระบอบทักษิณจัดดาวกระจายทั่วจังหวัด
 
     
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนอ่าน 952 คน
 จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง       ดีมาก
   1  2  3  4  5    
 
     
1  2  3  4  5
 
   
   
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1.  โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2.  ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3.  ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4.  เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5.  ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
   
 
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
 
   
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!
 
 
ชื่อ/e-mail ของคุณ :  *
   
 
  *
   กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
   
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360&#176; | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright &#169;1999-2013 Thailand Web Stat
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:21:51
มวลชนนกหวีดยะลา บุก “ศอ.บต.” พบ “ทวี” ถามความเป็นกลาง (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 พฤศจิกายน 2556 14:27 น.  
 
 
   
 
มวลชนนกหวีดยะลา บุก “ศอ.บต.” พบ “ทวี” ถามความเป็นกลาง (ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มวลชนนกหวีดยะลา บุก “ศอ.บต.” พบ “ทวี” ถามความเป็นกลาง (ชมคลิป)
 
มวลชนนกหวีดยะลา บุก “ศอ.บต.” พบ “ทวี” ถามความเป็นกลาง (ชมคลิป)
 
มวลชนนกหวีดยะลา บุก “ศอ.บต.” พบ “ทวี” ถามความเป็นกลาง (ชมคลิป)
 
มวลชนนกหวีดยะลา บุก “ศอ.บต.” พบ “ทวี” ถามความเป็นกลาง (ชมคลิป)
 
   
ยะลา - มวลชนนกหวีดยะลา ร่วมพัน บุก “ศอ.บต.” สอบถามความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่ “ทวี สอดส่อง” ยัน ศอ.บต. มีหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดๆ
   
   
   
 
  วันนี้ (29 พ.ย.) กลุ่มผู้ชุมนุมชาวยะลา ทั้ง คณะครู อาจารย์นักเรียน นักศึกษา จากวิทยาลัยเทคนิคยะลา โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง ประชาชน รวมทั้งข้าราชการบางส่วนร่วมพันคน ได้มารวมพลกันที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ยะลา และร่วมขบวนเดินรณรงค์ได้ถือธงชาติ ป้ายข้อความ ชาวยะลาคัดค้านระบอบทักษิณ เราคือประชาชน อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนชาวไทย พร้อมกับเป่านกหวีด ไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการออกมารวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมยะลา ครั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงออกถึงความไม่พอใจในท่าทีของ ศอ.บต. หลังจากเมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) มีเครือข่ายผู้นำศาสนา กลุ่มมวลชน สตรี นักศึกษาและประชาชน จาก 5 จชต. กว่า 1,000 คน ไปมอบหนังสือสนับสนุนรัฐบาล และมอบดอกไม้ให้กำลังใจแก่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต.
   
  โดยผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมากได้เดินเข้าไปยังบริเวณด้านหน้าอาคาร ศอ.บต. เพื่อเรียกร้องขอพบกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต. โดยมี ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาฯ ศอ.บต. ออกมาพบปะกับผู้ชุมชน ก่อนที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต. จะออกมาพบ และเชิญกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดเข้าไปร่วมพูดคุยภายในห้องประชุม
   
  โดยทางตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนักศึกษา ประชาชน และอาจารย์ จากสถาบันราชภัฏยะลา ได้กล่าวกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต. ว่า ทุกคนอาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่วันนี้กลุ่มมวลชนที่เป็นชาวยะลาส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณ และต้องการออกมาร่วมกันแสดงออก ไม่ได้ตั้งใจที่จะมาป่วน สร้างความเดือดร้อนอะไร นอกจากนี้ มวลชนยังเรียกร้องให้ทางเลขาฯ ศอ.บต. ตอบข้อสงสัยที่ว่า มีหรือไม่ที่ทาง ศอ.บต. ได้ขึ้นป้ายไวนิลสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และขอให้ทาง ศอ.บต. อย่ากระทำในนาม ศอ.บต. เนื่องจาก ศอ.บต. เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนดูแลข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการประดับผ้าที่อาคาร ศอ.บต. ด้วยเหตุใดจึงเป็นสีแดง และขาว หมายถึงอะไร
   
  ด้าน ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาฯ ศอ.บต.ได้ชี้แจงข้อซักถามในการประดับผ้าสีแดงขาว หน้าอาคาร ศอ.บต. ว่า เป็นการประดับตกแต่งสถานที่ในการรับเสด็จผู้แทนพระองค์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบ ลรัตนฯ ซึ่งเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ซึ่งสีแดงและขาวเป็นสีที่ทูลกระหม่อมหญิงทรงโปรด
   
  ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวกับผู้ชุมนุมชาวยะลา ว่า ที่นี่คือ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลประชาชนให้มีความเสมอภาคทุกศาสนา ทุกศาสนิก ทุกหมู่เหล่า เป็นศูนย์รวมของข้าราชการ และประชาชนจำนวนมาก จึงมียุทธศาสตร์ร่วมกันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ในการดำเนินงาน
   
  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวต่อว่า สิ่งที่ท่านบอกว่า ศอ.บต. จะไปสนับสนุนพรรคการเมืองใดขอเรียนว่า ไม่มี แต่ถ้าเป็นการกระทำของใครนั้นไม่ทราบได้ ถ้าในนามของ ศอ.บต. และส่วนตนเองนั้นไม่มี เราต้องให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนก็ทราบว่าปัญหาของภาคใต้ คือ ปัญหาความไม่สงบ และยิ่งใหญ่กว่าการที่จะเอาเรื่องบ้านเมือง หรือส่วนตัวมาใช้ในการบริหารราชการเป็นเรื่องของบ้านเมือง ซึ่งตนเองจะรับฟังเหตุผลของคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เอาจำนวนมาเป็นที่ตั้ง พี่น้องประชาชนอาจจะไม่ทราบว่า วันนี้สิ่งที่ ศอ.บต. ทำคือ ปกป้องคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย ซึ่งพื้นที่นี้มีความหลากหลาย ซึ่งทำอย่างไร ศอ.บต. จะปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนทั้งพุทธ มุสลิม และทุกศาสนิกให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ส่วนความรัก ความคิดเห็นส่วนตัวในเรื่องการเมืองนั้น อันนี้ ตนเองถือว่าจะต้องไม่มายุ่งกับทาง ศอ.บต. โดยจะสนับสนุนการแสดงออกทางด้านประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เท่านั้น
   
  ซึ่งหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับฟังการชี้แจงจากเลขา ศอ.บต. แล้ว ก็ได้รวมตัวกันเดินออกจาก ศอ.บต. กลับไปชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดยะลา
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:22:48
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน  28 พฤศจิกายน 2556 22:10 น.  
 
 
   
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
   
ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก "ครูหยุย มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก"
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
เปิดแผนลับรัฐบาล... ใช้ “เด็กกำพร้า” แทน “โล่กำบังม็อบ”!?!
 
   
มีที่ไหน? เกณฑ์ “เด็กกำพร้า” มาเป็น “โล่กำบังม็อบ!!” ทันทีที่รู้ข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนพลไปบุกยึด “กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็สั่งยกพลเด็กๆ จากสถานสงเคราะห์มารวมตัวในห้องประชุม รอม็อบมาถึงค่อยสั่งประจันหน้า ยังดีที่มีข้าราชการชั้นผู้น้อยทนดูไม่ได้ ถ่ายภาพประจาน ฟ้องนักสิทธิฯ เด็ก จนเรื่องแดง กลายเป็นประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์ ถามหา “สามัญสำนึก” ว่ามีเหลืออยู่บ้างมั้ย สำหรับคนสั่งการภายใต้กระทรวงนี้!!
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 11/30/13 เวลา 06:23:58
ขรก.-ปชช.บุรีรัมย์นับพันฮือร่วมเดินขบวนต้าน รบ.-โค่นระบอบทักษิณทั่วเมือง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 พฤศจิกายน 2556 14:07 น.  
 
บุรีรัมย์ - ชาวบุรีรัมย์หลายสาขาอาชีพ ทั้งข้าราชการ แพทย์ พยาบาล ครู พ่อค้า ประชาชน รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาร่วม 1,000 คน ลุกฮือรวมตัวที่อนุสาวรีย์ ร.1 เดินขบวนอารยะขัดขืนรัฐบาลไปทั่วเมือง พร้อมเป่านกหวีด โบกธงชาติไทยแสดงพลังต่อต้าน กม.นิรโทษกรรม และต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งปลุกกระแสพ่อค้า ปชช.ร่วมกันออกมาล้มล้างระบอบทักษิณ ขณะที่ ปชช.และขรก.หน่วยงานต่างๆ ออกมาปรบมือให้กำลังใจตลอดเส้นทาง
   
  เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (28 พ.ย.) ประชาชนหลายสาขาอาชีพทั้งข้าราชการ แพทย์ พยาบาล ครู อาจารย์ พ่อค้า ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา จากทั้ง 23 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” ร่วม 1,000 คน ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม และระบอบทักษิณ
   
  จากนั้นได้ร่วมกันเดินอารยะขัดขืนอำนาจรัฐบาลและต่อต้านระบอบทักษิณ จากพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ไปตามถนนเสด็จนิวัฒน์ผ่านวงเวียนประชาธิปไตย หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ก่อนเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พร้อมเป่านกหวีดและโบกธงชาติไทย เพื่อเป็นการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ทั้งประกาศเชิญชวนปลุกกระแสให้พ่อค้า ประชาชนออกมาร่วมกันแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณตลอดเส้นทางด้วย และเมื่อขบวนของประชาชนได้เคลื่อนไปถึงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์  ได้ยืนร้องเพลงชาติไทยอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ และได้เชิญชวนให้ตำรวจออกมายืนอยู่ข้างประชาชนด้วย
   
  ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางที่ประชาชนได้ร่วมกันเดินอารยะขัดขืนอำนาจรัฐบาลและต่อต้านระบอบ ทักษิณนั้น ได้มีประชาชนตามบ้านเรือน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ตามหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ที่ขบวนเดินทางผ่านได้ออกมาโบกมือและปรบมือให้กำลังใจในการแสดงพลังของกลุ่ม ประชาชนดังกล่าวตลอดเส้นทางด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:41:17
มติชินเต้าข่าว! รร.ฮาร์โรว์ยันไม่มีใครเป่านกหวีดใส่น้องไปป์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 22:23 น.  
 
 
   
 
มติชินเต้าข่าว! รร.ฮาร์โรว์ยันไม่มีใครเป่านกหวีดใส่น้องไปป์
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มติชินเต้าข่าว! รร.ฮาร์โรว์ยันไม่มีใครเป่านกหวีดใส่น้องไปป์
 
   
ASTVผู้จัดการ – อาจารย์ใหญ่โรงเรียนฮาร์โรว์ระบุข่าวลือเรื่องการเมืองในรั้วโรงเรียนเกี่ยว พันกับ “น้องไปป์” ลูกนายกฯ ไม่เป็นความจริงตามที่นสพ.ข่าวสด สื่อในเครือมติชนกระพือ ยังไม่มีการเมืองแทรกในโรงเรียน
   
  วันนี้ (30 พ.ย.) เว็บไซต์ของโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ได้เผยแพร่จดหมายจาก นายไมเคิล ฟาร์เลย์ อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนต่อกรณีที่วานนี้มีข่าวเผยแพร่ออกมาผ่านเว็บไซต์หนัง สือพิมพ์ข่าวสด สื่อในเครือมติชนระบุว่า วานนี้ (29 พ.ย.) มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายกฯ เผยว่า ขณะนี้มีผู้ปกครองบางคนในโรงเรียนนานาชาติที่ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ “น้องไปป์” บุตรชายของนายกฯเรียนอยู่ แสดงพฤติกรรมต่อต้านรัฐบาลภายในโรงเรียน โดยเป่านกหวีด ใส่ชุดติดตามของน้องไปป์ หรือบางครั้งใช้วาจาต่อว่า เมื่อน้องไปป์มาถึงที่โรงเรียน โดยผู้บริหาร รร.ฮาร์โรว์ยืนยันว่าไม่เคยเกิดเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด
   
  “ในห้วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับการกระทำที่ได้รับแรงกระตุ้นทางการเมือง ซึ่งกระทำกับความปลอดภัยภายในโรงเรียน ข่าวลือดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง” นายไมเคิลระบุ
   
  ทั้งนี้จดหมายของ รร.ฮาร์โรว์ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า แต่วันนี้โรงเรียนได้ประเมินแผนเกี่ยวกับความปลอดภัยอีกครั้ง เพื่อให้ความมั่นใจได้ว่าบุคลากรของโรงเรียนมีความระแวดระวังมากพอที่จะรักษ าความปลอดภัยของเด็กๆ โดยโรงเรียนจะเปิดเรียนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. นี้ตามปกติ นอกจากนี้ผู้บริหารโรงเรียนยังยืนยันกับผู้ปกครองด้วยว่าจะไม่มีเรื่องการเม ืองภายในสถานศึกษา
   
  จดหมายฉบับดังกล่าวของ รร.ฮาร์โรว์ ถือว่าขัดแย้งกับ รายงานของหนังสือพิมพ์ข่าวสดวานนี้ (29) ซึ่งอ้างแหล่งข่าวจากคนใกล้ชิดนายกฯ ที่ระบุด้วยว่า “เบื้องต้นทางโรงเรียนเรียกกลุ่มผู้ปกครองเหล่านี้ไปตักเตือนบ้างแล้วทำให้ก ลุ่มดังกล่าวแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจจนกระทั่งช่วงบ่ายวันนี้รถต้องสงสัยเป็นรถ ปิกอัพสีดำ ป้ายทะเบียนจ.สุราษฎร์ธานี มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คนแต่งกายด้วยชุดดำ มีสัญลักษณ์ธงชาติผูกที่ศีรษะ มาที่โรงเรียน เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบ ก็ขับรถหนีออกไป ซึ่งรายละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนอยู่ คาดว่าจะป็นกลุ่มผู้ปกครองหรือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลมาก่อกวนเป็นเชิงสัญลักษณ์  
   
  “รายงานข่าวแจ้งว่าขณะเดียวกันที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่งที่น้องไปป์เดินทางไป เรียนพิเศษเป็นประจำมีการโทรศัพท์ขู่ว่าจะมีการวางระเบิด ทางผกก.สน.วังทองหลาง เจ้าของพื้นที่ได้เข้าไปตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบผล ซึ่งได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว” สื่อในเครือมติชนระบุ
   
  • ข่าวจาก เว็บไซต์ นสพ.ข่าวสด : ลามถึงเด็ก! ผู้ปกครองนร.เป่านกหวีดใส่ "น้องไปป์" ลูกชายนายกฯ (29 พ.ย. 56)
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:43:30
แก๊งมอเตอร์ไซค์บุกทำลายเครื่องเสียงเวทีคณะธรรมยาตรา หน้า ปตท.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 03:55 น.  
 
แก๊งมอเตอร์ไซค์บุกทำลายเครื่องเสียงเวทีคณะธรรมยาตรา หน้า ปตท.
  ชายฉกรรจ์ซิ่งมอเตอร์ไซค์กว่า 10 คน บุกพังเวทีทุบทำลายเครื่องขยายเสียง ของกลุ่มคณะธรรมยาตราฯ ที่ปักหลักกดดันรัฐบาลลดราคาน้ำมัน-แก๊สลง 50% บริเวณหน้า ปตท.สำนักงานใหญ่
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 พ.ย.) มีความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กภายใต้ชื่อ สมาน ศรีงาม ระบุว่า เกิดเหตุการณ์มีชายฉกรรจ์ขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 10 คน เข้าทุบตีทำลายเวทีเครื่องเสียงของธรรมยาตรา สภาประชาชนปฏิวัติสันติ ที่บริเวณด้านหน้า ปตท. เมื่อเวลา 01.15 น.
   
  อนึ่ง ก่อนหน้าเมื่อวันนี้ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคณะธรรมยาตรา นำโดยแกนนำ นายสมาน ศรีงาม ประธานคณะฯ และนายสนิท ปานทอง กลุ่มรวมพลังปกป้องแผ่นดินไทยและพลังงานอีสานใต้ ได้ออกมาปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดี-รังสิต เพื่อเรียกร้องให้ ปตท.ปรับลดราคาแก๊ส-ราคาน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง และต้องการให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกมารับผิดชอบถึงกรณีคำตัดสินของศาลโลกที่มี ต่อคดีปราสาทเขาพระวิหาร ด้วยการลาออก โดยจะปักหลักอยู่เรื่อยไปจนกว่ารัฐบาลจะทำตามเงื่อนไข
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:44:30
แพทย์พยาบาลนางรองบุรีรัมย์เดินอารยะขัดขืน บุกอำเภอเป่าปรี๊ดโค่น “ระบอบทักษิณ”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 09:23 น.  
 
บุรีรัมย์ - แพทย์ พยาบาล นร. นศ. และ ปชช.ชาวอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ กว่า 500 คน รวมพลังเดินอารยะขัดขืนรอบเมืองนางรอง ก่อนเคลื่อนขบวนบุกที่ว่าการอำเภอ มอบดอกไม้ และนกหวีดนายอำเภอ ขรก. ให้ร่วมต่อต้าน และไม่รับใช้ระบอบทักษิณ พร้อมถือป้ายโจมตีการทำงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว เผย นอภ.นางรองร่วมเป่าปรี๊ด
   
  บ่ายวานนี้ (29 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์ พยาบาล นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ กว่า 500 คน ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณถนนสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม หน้าโรงพยาบาลนางรอง อ.นางรอง เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์โดยการเป่านกหวีด และโบกธงชาติเพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ พร้อมกันนี้ ยังได้ถือป้ายที่มีข้อความต่างๆ เช่น ไม่เอาระบอบทักษิณ ไม่เคารพศาลอันธพาลครองเมือง ชาวนาไม่เอาระบอบทักษิณ รวมทั้งป้ายต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และโจมตีการทำงานของรัฐบาล เดินอารยะขัดขืนไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง
   
  พร้อมทั้งรณรงค์เชิญชวนให้พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนร่วมกันลุกขึ้นมาต่อต้านระบอบทักษิณซึ่งได้รับการตอบรับจากพ่อค้า  ประชาชนต่างออกมาปรบมือให้กำลังใจตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน บางคนได้ออกมาร่วมเดินแสดงพลังด้วย
   
  หลังจากเดินแสดงพลังในเขตเทศบาลเมืองนางรองแล้ว ยังได้มีการเคลื่อนขบวนไปยังที่ว่าการอำเภอนางรอง เพื่อมอบดอกไม้ และนกหวีดให้แก่ นายชนาส ชัชวาลวงศ์ นายอำเภอนางรอง และข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ว่าการอำเภอเพื่อเชิญชวนให้ร่วมกันออก มาแสดงพลังต่อต้านและไม่รับใช้ระบอบทักษิณ ทั้งนี้ นายชนาส นายอำเภอนางรอง ได้ออกมารับดอกไม้พร้อมเป่านกหวีดด้วย
   
  นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกับแพทย์ พยาบาล และประชาชนที่ไปแสดงพลังร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่บริเวณหน้าที่ว่าอำเภอนางรอง ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการแสดงพลังแล้ว กลุ่มมวลชนดังกล่าวได้แยกย้ายกันเดินทางกลับโดยไม่ได้บุกเข้าไปภายในอาคาร หรือเปิดเวทีปราศรัยแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:45:38
มธ. นัด 8 โมงเช้า หอประชุมใหญ่แสดงจุดยืนต้านระบอบแม้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 03:04 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มธ. นัด 8 โมงเช้า หอประชุมใหญ่แสดงจุดยืนต้านระบอบแม้ว
 
   
มธ.แถลงจุดยืน ยันร่วมเคลื่อนขบวนใหญ่ ชวนศิษย์มธ.ทั่วประเทศ รวมตัวหอประชุมใหญ่ 8 โมง ก่อนเดินสมทบที่เวทีราชดำเนิน
   
  เมื่อเวลา 22.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า บนเวทีราชดำเนิน พิธีกรได้รายงานสถานการณ์หน้ามหาวิทยาลัย ว่านักศึกษา ถูกชายสวมชุดสีดำ ยิงเสียชีวิต 1 ราย ขาดเจ็บสาหัส 2 ราย นอกจากนี้กลุ่มนปช. ยังได้เผาร้านค้า ซอยรามคำแหง 24 ซึ่งรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ได้อยู่ระหว่างเข้าควบคุมเพลิง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องรับผิดชอบ
   
  จากนั้น เวลา 22.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า กลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้ออกแถลงการณ์และประกาศจุดยืน โดยจะรวมพลังร่วมกับมวลชนต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งนี้ มธ.ได้ออกมาร่วมที่เวทีราชดำเนิน ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และกระทรวงการคลัง ตั้งแต่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา มธ. มากับการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ปี 2475 ธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นเรื่องของเรา ดังนั้นต้องมายืนที่นี่ เพื่อร่วมแสวงหาชัยชนะร่วมกัน ขอเชิญชวนพี่น้อง มธ. ทุกรุ่นทั่วประเทศ ออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ โดยนัดรวมตัวกันที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในเวลา 8.00 น. เพื่อเดินมาสมทบกับมวลชนที่เวทีราชดำเนิน อย่างไรก็ตามขอให้ชาว มธ. มาร่วมจารึกประวัติศาสตร์ เพราะประเทศไทยเป็นของเรา ไม่ใช่ของตระกูลชินวัตร เราจะไม่ยอมให้ชินวัตร ดูดประเทศไทยอีกต่อไป
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:46:31
อธิการบดี “รามคำแหง” โวยไร้ตำรวจเหลียวแลเหตุนองเลือด ร้องลูกศิษย์ช่วยออกมาปกป้อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 03:29 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อธิการบดี “รามคำแหง” โวยไร้ตำรวจเหลียวแลเหตุนองเลือด ร้องลูกศิษย์ช่วยออกมาปกป้อง
ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
อธิการบดีรามคำแหงโวยตำรวจไม่ส่งคนมาดูแล อ้างติดดูแลเสื้อแดง หลังเกิดเหตุปะทะเสื้อแดงลูกศิษย์ตาย-เจ็บระนาว แถมด้านหลังมีทั้งยิงปืน-ปาระเบิด เตือนรัฐถ้าส่งตำรวจมาดูแลไม่ได้ถือว่าอยู่คนละข้างกัน พร้อมเรียกร้องลูกศิษย์มาช่วยดูแลพี่น้อง
   
   
 
   
  วันนี้ (1 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ถึงกรณีที่เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ งชาติ (นปช.) กับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ว่า ภายในมหาวิทยาลัยนักศึกษาก็ยังรวมตัวกันอยู่ เท่าที่ดูก็ยังเป็นห่วงซึ่งกันและกัน ที่น่าเศร้าคือตนได้ประสานงานกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งเข้ามาตำรวจมาดูแลสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิงปืนในซอยรามคำแหง 24 ด้านหลังมหาวิทยาลัย ตำรวจก็บอกว่าการจราจรติดขัด ไม่สามารถมาได้
   
  ทั้งนี้ ตนเองดูแลลูกศิษย์ด้วยโทรศัพท์มือถือกับมือสองมือ และหัวใจที่มีให้กับผู้ชุมนุมในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ ไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม ตนก็ดูแลเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความไม่ความปลอดภัย เจตนาของตนที่ให้ลูกศิษย์เข้าไปในมหาวิทยาลัยเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันกับข ้างนอก เมื่อเข้ามาแล้วปรากฎว่าขอความร่วมมือจากทางตำรวจที่จะให้มาช่วยดูแลกลุ่มบุ คคลที่ยิงเข้ามาบริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัย ซึ่งขนะนี้บาดเจ็บไปแล้ว 10 คน เสียชีวิตไปไม่ทราบว่าหนึ่งหรือสองคน ก็ไม่ได้รับคำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระเบิด ไม่ว่าจะเป็นระเบิดปิงปองหรืออะไรก็ตาม ก็มีเข้ามาเป็นระยะๆ แต่หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาก็เงียบไป
   
  “เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในบ้านเมือง ถ้ารัฐบาลมีความมั่นใจว่าจะสามารถดูแลสถานการณ์ได้ ตรงนี้ท่านต้องมีความมั่นใจที่จะส่งกำลังตำรวจเข้ามาดูแลลูกศิษย์ของผม ไม่ใช่ปล่อยให้เราให้อยู่ในสภาพที่จะต้องดูแลกันเองในลักษณะเช่นนี้ จะทำให้สถานการณ์แย่ลง” ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว
   
  ทั้งนี้ ตนเป็นเป็นหนึ่งใน กตร. ได้แจ้งกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีบางคน รวมทั้งได้คุยกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 โดยตรง ก็ได้รับคำตอบว่ามาไม่ได้ มาไม่ถึง อยู่ในซอยรามคำแหง 24 ตอนแรกบอกว่าอยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ต้องดูแลกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ ตนก็บอกไม่เป็นไร ตนจะช่วยเคลียร์ประตูหน้าให้ ก็ยืนคอยอยู่ บอกว่ากำลังจะมาแล้ว ยืนคอยอยู่พักใหญ่ก็ไม่มี อ้างว่ายังติดอยู่ในซอยรามคำแหง 24 การจราจรมันติดขัดกันอย่างนี้ ราชมังคลาฯ กับรามคำแหงคงจะอยู่ไกลกันเหลือเกิน
   
  “ ถ้าท่านไม่สามารถที่จะส่งคนขึ้นมาดูแลลูกศิษย์ลูกหาผมได้ ขอเรียนตามตรง รัฐบาลกับผมก็อยู่คนละข้าง ถ้าเป็นรัฐบาลอยู่แล้วไม่สามารถที่จะรักษากฎเกณฑ์กติกาบ้านเมืองได้ ไม่สามารถที่จะดูแลคนมือเปล่าได้แบบนี้ ผมว่าใช้ไม่ได้ ผมเองไม่ได้เลือกข้าง ไม่ได้เลือกใคร แต่วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองว่าลูกศิษย์ลูกหาผมนั้นโดนยิง โดนทำร้ายขนาดนี้ ผมคิดว่าใช้ไม่ได้” ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว
   
  อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวต่อว่า ตนได้คุยกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และนายอารี ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ก็บอกว่าเป็นมือที่สามที่เข้ามา ก็ไม่เป็นไร ถึงมือที่สาม มือที่สี่ มือที่ห้าอย่างไรก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องมาดูแล ไม่ใช่ปล่อยปะละเลยให้ลูกศิษย์เราต้องเผชิญหน้าลูกกระสุนกันแบบนี้ ในขณะนี้ด้านหลังมหาวิทยาลัยไม่ปลอดภัย เพราะมีเสียงดังเป็นระยะ ขณะนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้มาอยู่ด้วยกัน ลูกศิษย์ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าไมโครโฟน โทรศัพท์มือถือ และนกหวีดที่เขาใช้กันอยู่ แม้จะย้ายจุดชุมนุมไปยังลานหน้าสำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประมวลผล (สวป.) แต่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัย ถ้าบ้านเมืองเป็นแบบนี้
   
  ทั้งนี้ ตนได้บอกลูกศิษย์ให้ระมัดระวัง ช่วยกันดูคนแปลกหน้าเข้ามา อย่าให้เกิดสถานการณ์ที่เราไปยั่วยุคนอื่นเขา ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ให้ใช้วิธีการที่ละมุนละม่อม อย่าให้เกิดปัญหากัน ขอให้ใช้สันติวิธีในการที่จะประท้วงและเคลื่อนไหว ซึ่งลูกศิษย์ยังมีอยู่พอสมควร ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็คงจะไม่ไปไหน ตนเองก็อยากจะเชิญชวนลูกศิษย์ลูกหามาที่นี่ ช่วยกันดูแลเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กัน ส่วนนักศึกษาที่อื่นและนักเรียนอาชีวะไม่ทราบว่ามีใครบ้าง แต่เท่าที่ดูเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่าสิทธิที่เขาจะทำได้ ซึ่งตนก็จะอยู่ที่มหาวิทยาลัย ขณะนี้ลูกศิษย์กำลังเกาะกลุ่มอยู่
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:47:50
ชี้ “ไอ้โม่ง” ตัดไฟฟ้า-ถอดคอนโทรลเครื่องปั่นไฟ “กสท บางรัก” คาดโยนบาปฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 20:36 น.  
 
ASTVผู้จัดการ - ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เผยมีคนคลุมหน้าตาไม่ทราบกลุ่มเข้าไปใน กสท บางรัก ตัดไฟทำเว็บไซต์ล่ม ก่อนที่จะมีผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา ด้านผู้บริหารเครือเอเอสทีวี ผู้เสียหายชี้เบื้องต้นมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทำตัวเป็นผู้ประท้วง ตรงดิ่งไปยังห้องควบคุมระบบไฟฟ้า ถอดตัวคอนโทรลเครื่องปั่นไฟและล่าถอยทันที คาดสวมรอยโยนความผิดม็อบ เผย กสท กำลังเร่งแก้ปัญหา ส่วนเว็บผู้จัดการจะรีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด
   
 
  วันนี้ (30 พ.ย.) นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ถึงกรณีที่มีการตัดกระแสไฟฟ้าในอาคารอินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (IDC) ของ กสท บางรัก ทำให้เว็บไซต์ที่รับฝากเซิร์ฟเวอร์อยู่ภายในอาคารดังกล่าวใช้การไม่ได้ ระบุว่า ผู้ชุมนุมได้ประกาศไปเมื่อคืนวานนี้ (29 พ.ย.) ว่าจะเข้ามาที่สำนักงานใหญ่ กสท โทรคมนาคม หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสำนักงานบริการลูกค้า และสำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตนก็เข้าใจอย่างนั้นและได้คอยต้อนรับเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและไม่ให้เข้าไปใน ตึกได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ที่พัก หรือห้องน้ำ พอช่วงเช้าผู้ชุมนุมได้เข้าไปที่ทีโอที แต่ไม่ได้มาที่ กสท
   
  แต่เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีการตัดกระแสไฟฟ้าที่อาคาร กสท บางรักแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน มาจากกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ เพราะมีการคลุมหน้าคลุมตากันมา เห็นว่าที่ผ่านมาผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะไปแบบเปิดเผย ไม่เคยมีการทำลายข้าวของ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือมีใครเสียหาย และเห็นว่าพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมชุมนุมใช้ความรู้สึกมาเพื่อต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ กสท บางรักแจ้งว่า มีการคลุมหน้าคลุมตาเข้ามา และสวมชุดดำ หลังจากคนกลุ่มดังกล่าวไปตัดกระแสไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วก็มีกลุ่มใหม่เข้ามาอีก กลุ่มหนึ่ง ก็คือกลุ่มของผู้ชุมนุม เท่ากับมีอยู่สองกลุ่ม ซึ่งพอไปถึงสักพักก็กลับออกมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น คาดว่าจะไปแสดงสัญลักษณ์เฉยๆ เป็นไปได้ว่าคนกลุ่มแรกจะไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม
   
  นายสังวรณ์กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการตัดระบบไฟฟ้า ประกอบกับเครื่องเจเนอเรเตอร์ ซึ่งปั่นไฟกรณีที่ไฟดับไม่สามารถทำงานได้ เมื่อใช้การไม่ได้ก็จะต้องใช้แบตเตอรี่ ซึ่งเลี้ยงกระแสไฟได้ 2-3 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นเว็บไซต์ก็จะดาวน์ไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถทำงานได้ แต่ในส่วนอินเทอร์เน็ตเท่าที่ตรวจสอบไม่น่าจะเสียหาย ถ้าหากหาอุปกรณ์ติดตั้งสามารถต่อสายไฟใช้ได้ เครื่องเจเนอเรเตอร์ใช้ได้ ก็จะสามารถใช้งานได้อย่างเดิม ส่วนชายชุดดำที่เข้ามาในอาคารดังกล่าว ได้รับรายงานว่าเบื้องต้นมีประมาณ 100 คน ไม่เยอะมาก ซึ่งปกติเวลาผู้ชุมนุมไปดาวกระจายจะไปหลักร้อยคน ซึ่งขณะนี้พยายามจะเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด ผู้บริหารก็ร้อนใจอยากให้บริการได้เร็วขึ้น และยังเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย เราจะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกระทบกับการทำธุรกิจ  
   
  ด้านนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ ผู้บริหารเครือเอเอสทีวี ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากเหตุขัดข้องดังกล่าวระบุว่า หลังจากที่ตรวจสอบข้อมูลและวิเคราะห์เบื้องต้น พอสรุปได้ว่า มีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ทำตัวเป็นผู้มาประท้วงหน้าตึก กสท บางรัก โดยใช้เวลาอยู่ไม่นานนัก แล้วก็มีการบุกเข้าไปภายในตัวตึก ตรงไปยังห้องควบคุมระบบไฟฟ้า ถอดตัวคอนโทรลของเครื่องปั่นไฟออกไป และล่าถอยออกไปทันที การกระทำเช่นนี้น่าจะเป็นการสวมรอยและโยนความผิดให้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เพราะ ตึก กสท เป็นแหล่งศูนย์กลางของสื่อทางเลือกเกือบทั้งหมดของประเทศ ซึ่งทางตึก กสท เริ่มการจ่ายกระแสไฟได้ตามปกติแล้ว ทางเว็บผู้จัดการเองก็จะรีบแก้ไขและเปิดให้บริการโดยเร็วที่สุด
   
  ช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวASTVผู้จัดการ ได้เดินทางเข้าไปที่สำนักงาน กสท โทรคมนาคม บางรัก โดยสอบถามฝ่ายรักษาความปลอดภัย ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับคำตอบว่า คนกลุ่มดังกล่าวเข้ามาช่วงเวลาก่อน 14.00น. เล็กน้อย และถอดอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าออก รวมถึงระบบไฟสำรอง ทำให้ระบบไฟฟ้าของศูนย์การสื่อสารดับสนิทเมื่อ 15.10น. กระทั่งมีการประสานงานและแก้ไขจึงทำให้ไฟฟ้ากลับมาอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 17.35น.
   
  ทว่า เมื่อผู้สื่อข่าวแจ้งขอดูจุดที่กลุ่มผู้ก่อการได้เข้าปฏิบัติการเมื่อช่วงบ่ าย และกล้องวงจรปิด ทางเจ้าหน้าที่กลับบ่ายเบียง โดยระบุว่าอยู่ในจุดด้านในตึก ซึ่งไม่สามารถเข้าไปได้โดยง่าย ทำให้ผู้สื่อข่าวถามไปต่อว่า อย่างนั้นแสดงว่าผู้ที่เข้าไปตัดไฟเป็นคนที่รู้จุดและสถานที่ต่างๆ ของ กสท โทรคมนาคมเป็นอย่างดีใช่หรือไม่ เจ้าหน้าที่กลับไม่ตอบอะไร เพียงบ่ายเบียงว่าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรักไปแล้ว
   
  เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางต่อไปที่ สน.บางรัก ก็พบเพียงเจ้าหน้าที่ร้อยเวรผู้รับแจ้งเหตุ โดยเมื่อสอบถามถึงการรับแจ้งความและแจ้งเหตุทางเจ้าหน้าที่กลับลังเลและตอบว ่า ต้องสอบถามกับผู้บังคับบัญชาซึ่งไม่อยู่ที่สถานี ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งเหตุก็ไม่อยู่ โดยบอกว่าออกไปปฏิบัติหน้าที่ข้างนอก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:48:53
ปธ.กมธ.ซัด ตร.ปทุมฯ ละเมิดสิทธิเจ้าทุกข์ถูกแดงถ่อยทำร้าย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 20:30 น.  
 
ประธาน กมธ.ตำรวจสภาฯ เฉ่งตำรวจปทุมธานีทาสระบอบทักษิณ ละเมิดสิทธิเจ้าทุกข์ หลังถูกแดงถ่อยรุมทำร้ายระหว่างชุมนุมโค่นระบอบทักษิณ เตรียมเรียกร้องเวร พร้อมผู้กำกับตำรวจแจง ลั่นจะตามไล่จี้ให้ถึงที่สุด
   
  วันนี้ (30 พ.ย.) นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงปทุมธานี ที่นำโดยโกตี๋ หรือนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุ ทำร้ายที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่หน้าห้างโลตัสตรงข้ามกับศาลากลางปทุมธานี โดยมีนายศุภสวัสดิ์ พันธุ์โภคา อายุ 35 ปี ถูกของแข็งฟาดศีรษะแตกยาว 10 ซม. และนายวิชาญ ชาญอุตสาห์ อายุ 54 ปี คิ้วขาวแตก รถยนต์กะบะฟอร์ดถูกทุบกระจกแตก และถูกฟันจากของมีคมเสียหายตกข้างทางว่า ตนได้ติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเห็นว่าการชุมนุมแสดงออกความเห็นทางการเมืองสามารถทำได้ตามกรอบรัฐธรรม นูญ แต่ไม่ใช่การใช้กำลังเข้าประทุษร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มเสื้อแดงปทุมธานีเข้าข่ายอันธพาลหลายครั้งแล้ว แต่ที่น่าเสียใจคือ ทราบจากฝ่ายผู้เสียหายที่บาดเจ็บว่า ตำรวจเจ้าของสำนวน รับแจ้งความแล้ว แต่กลับละเมิดสิทธิโดยไม่ให้เจ้าทุกข์อ่านทวนบันทึกประจำวัน ซ้ำยังไม่ให้คัดสำเนาบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีในทาง แพ่งอีกด้วย เพราะกรณีนี้มีทรัพย์สินเสียหายหลายรายการทั้งรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และทราบว่าทางเจ้าทุกข์จะนำทนายความเข้าแจ้งความอีกครั้ง
   
  “จึงขอเตือนตำรวจว่า ควรปรับพฤติกรรมให้เข้ากับยุคสมัยได้แล้ว เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการ กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ต้องเป็นต้นธารที่ดีของความยุติธรรม ก็ควรทำตรงไปตรงมาตามสิทธิของผู้เสียหายที่กฎหมายกำหนด อาจผิดเข้าข่าย ม.157ละเว้นอีกคดี”
   
  อย่างไรก็คาม ตนจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะจะเชิญร้อยเวรเจ้าของคดีกับผู้กำกับ สภ.อ.เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการแน่ ทั้งนี้เพื่อองค์กรตำรวจเองที่ต้องยอมรับว่ามีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีในสายตา ของประชาชนในช่วงนี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:49:47
นิด้าโพลชี้ ปชช.กว่า 79% ต้องการระบบการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงไม่ได้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 15:40 น.  
 
นิด้าโพลชี้ ปชช.กว่า 79% ต้องการระบบการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงไม่ได้
  นิด้าโพล สำรวจความเห็น ปชช. 6 แนวทางปฏิรูปประเทศของ สุเทพ ชี้กว่า 79% เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งที่ซื้อเสียงไม่ได้ และกว่า 69% อยากให้แก้ปัญหาทุจริตคอรัปชันเด็ดขาด ขณะที่ นักวิชาการวิเคราะห์ ความเห็นประชาชนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม แต่กลุ่มใหญ่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงไม่ได้ ปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปขั้นพื้นฐาน คือ การศึกษา สาธารณสุขให้เป็นวาระแห่งชาติ
   
  ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “6 แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 - 29 พฤศจิกายน 2556 จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,234 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ เกี่ยวกับข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.) ไม่เกิน 1.4
   
  จากผลการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอ 6 แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 79.09 ระบุว่า เห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงไม่ได้ ขณะที่ ร้อยละ 18.15 ระบุว่าไม่เห็นด้วย และ ร้อยละ 2.76 ระบุว่าไม่แน่ใจ
   
  ประชาชน ร้อยละ 67.10 ระบุว่า เห็นด้วยกับแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด เช่น การแก้กฎหมายให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ ขณะที่ ร้อยละ 27.63 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และ ร้อยละ 5.27 ระบุว่าไม่แน่ใจ
   
  ประชาชน ร้อยละ 69.61 ระบุว่า เห็นด้วยกับการให้นักการเมืองเคารพและให้อำนาจประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่ ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 5.43 ระบุว่าไม่แน่ใจ
   
  ประชาชน ร้อยละ 49.11 ระบุว่า เห็นด้วยกับการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ต้องให้ตำรวจเป็นตำรวจของประชาชนและให้ความดีความชอบแก่ตำรวจ และให้อยู่ใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่ ร้อยละ 42.22 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และ ร้อยละ 8.67 ระบุว่าไม่แน่ใจ
   
  ประชาชน ร้อยละ 79.90 ระบุว่า เห็นด้วยกับการปฏิรูประบบราชการ ให้ข้าราชการอยู่ในระบบคุณธรรมแทนระบบอุปถัมภ์ ขณะที่ ร้อยละ 17.18 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และ ร้อยละ 2.92 ระบุว่าไม่แน่ใจ
   
  และท้ายสุด ประชาชน ร้อยละ 78.93 ระบุว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงปัญหาพื้นฐานการศึกษา คมนาคม ขนส่ง สาธารณสุข ต้องทำเป็นวาระแห่งชาติขณะที่ ร้อยละ 16.21 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และ ร้อยละ 4.86 ระบุว่าไม่แน่ใจ
   
  รศ.ดร.สุรสิทธิ์ วชิรขจร อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ผลการสำรวจ พบว่า จะมีกลุ่มที่เห็นด้วยอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่เห็นด้วยในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง มากกว่า ร้อยละ 78 ใน 3 ประเด็น ได้แก่ ให้มีระบบเลือกตั้งที่ซื้อเสียงไม่ได้ การปฏิรูประบบข้าราชการ และการแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐาน 2.กลุ่มที่เห็นด้วย ประมาณ ร้อยละ 67 - ร้อยละ 69 ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน และการให้อำนาจประชาชนอย่างแท้จริง และ 3.กลุ่มที่ยังก้ำกึ่งในประเด็นของการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งในความจริงแล้วข้อเสนอทั้ง 6 เป็นเพียงนามธรรม ในแต่ละมิตินั้นมีระบบกลไกลในการขับเคลื่อนและมีหน่วยงานคอยกำกับดูแลอยู่แล ้ว เช่น ระบบการทุจริตการเลือกตั้ง ก็มีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งคอยดูแล หรือการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ก็มีสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติควบคุมกำกับดูแล หรือแม้แต่การปฏิรูปข้าราชการ ก็มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ซึ่งปัญหาหลักจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายหรือกฎหมายแต่อย่างใด แต่สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือ ควรจะทำอย่างไรให้หน่วยงานเหล่านี้ปฏิบัติและทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการบังคับการใช้กฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศสิงคโปร์ที่มีความเข้มงวดมากในเรื่องนี้ ซึ่งบทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดในคดีทุจริตคอร์รัปชัน คือ การประหารชีวิต ซึ่งก็มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง สำหรับในประเด็นสุดท้าย คือการแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานการตนมองว่าควรเน้นไปที่ระบบการศึกษา ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาไทยในบ้านเรายังต้องพัฒนาอีกมาก จากหลาย ๆ งานวิจัยจะพบว่า การศึกษาเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงควรเน้นในเรื่องระบบการศึกษามากกว่าด้านอื่น ๆ แต่รัฐบาลกลับไม่ได้ให้ความสำคัญหรือมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต ่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:51:21
กทม. จวก ศอ.รส. บิดเบือนหนุนน้ำมัน-กระสอบทราย หวังเอาใจใคร?
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 03:08 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กทม. จวก ศอ.รส. บิดเบือนหนุนน้ำมัน-กระสอบทราย หวังเอาใจใคร?
นายวสันต์ มีวงษ์ (แฟ้มภาพ)
 
   
กทม. ซัด ศอ.รส. ไม่สำนึกให้ร้ายโดยไม่สอบข้อเท็จจริง เหน็บบิดเบือนอ้างสนับสนุนน้ำมัน-ถุงทรายให้ม็อบปชป.เพื่อเอาใจใครบางคนหรือ ไม่ ย้ำหากพบหน่วยงานหรือบุคลากรในสังกัดทำผิดกฎหมายให้โฆษก ศอ.รส. พูดให้ชัดเจน และดำเนินคดีได้เลย
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่30พ.ย. เวลา 20.15 น. นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร และนางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองโฆษกของกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวกรณี พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวหา กรุงเทพมหานครให้การสนับสนุนน้ำมันและถุงทรายกับกลุ่มผู้ชุมนุม
   
  นายวสันต์ มีวงษ์ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ชี้แจงไปแล้วว่าทรายดังกล่าวจะนำไปใส่กระถางต้นไม้ที่มีประ ชาชนนำเศษอาหารมาทิ้งเพื่อช่วยดับกลิ่นและใส่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังบริเวณรอ บอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนน้ำมันจะนำไปใช้เติมเครื่องสูบน้ำ แต่ทางโฆษก ศอ.รส. ยังได้ออกมากล่าวหาว่ากรุงเทพมหานครจะนำไปช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมน ุม ซึ่งสิ่งที่พูดเป็นการสร้างปมขัดแย้งกับทางกรุงเทพมหานคร แทนที่ท่านจะขอโทษที่เข้าใจผิดกลับกล่าวหากรุงเทพมหานครในลักษณะวางตัวไม่เป ็นกลาง
   
  ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยดี มีการจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำจุดตรวจต่างๆ ปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจตามที่ขอความร่วมมือมา หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันน่าจะหารือหรือแจ้งมาที่กรุงเทพมหานครโดยตรง ไม่ควรให้สัมภาษณ์ไปในทางที่พาดพิงหรือสร้างความเสียหายให้กรุงเทพมหานคร คนที่เป็นโฆษกหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานใดมีหน้าที่ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ด ีให้องค์กร ให้ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชน วางตัวเป็นกลาง
   
  แต่วันนี้ท่านกำลังกล่าวหากรุงเทพมหานครให้ได้รับความเสียหาย และกำลังบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อเอาใจใครบางคนหรือเปล่า หากมีหน่วยงานหรือบุคลากรของกรุงเทพมหานครกระทำผิดขอให้กล่าวออกมาตรงๆ ชัดเจน และดำเนินคดีได้เลย หน่วยงานของรัฐต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่โน้มน้าวใจ หรือข่มขู่ประชาชน ไม่ควรเป็นปมความขัดแย้งของคนในสังคม
   
  ขณะที่นางเบญจทราย กียปัจจ์ กล่าวว่า พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ต้องมีสติก่อนเตือนประชาชน เพราะสิ่งที่ท่านพูดจะทำให้ประชาชนมีอารมณ์มากขึ้น และสร้างความลำบากใจให้ตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยตามจุดต ่างๆ หน่วยงานควรมีการหารือกันก่อนจะพูดหรือทำอะไร โดยเฉพาะสิ่งที่จะสร้างความเสียหายให้อีกหน่วยงาน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/01/13 เวลา 07:55:18
เหยื่อกระสุนการ์ดแดงดับแล้ว 1 สาหัสอีก 1 ยอดรวมเจ็บ 6 ราย-เผายางรถยนต์หลังรามแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  30 พฤศจิกายน 2556 21:52 น.  
 
 
   
 
เหยื่อกระสุนการ์ดแดงดับแล้ว 1 สาหัสอีก 1 ยอดรวมเจ็บ 6 ราย-เผายางรถยนต์หลังรามแล้ว
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เหยื่อกระสุนการ์ดแดงดับแล้ว 1 สาหัสอีก 1 ยอดรวมเจ็บ 6 ราย-เผายางรถยนต์หลังรามแล้ว
 
เหยื่อกระสุนการ์ดแดงดับแล้ว 1 สาหัสอีก 1 ยอดรวมเจ็บ 6 ราย-เผายางรถยนต์หลังรามแล้ว
 
   
เหยื่อกระสุนการ์ดแดงดับแล้ว 1 ถูกยิงที่ศีรษะด้วยลูกซอง หลัง ม.รามฯ รอยต่อสนามราชมังคลาฯ ยังเอาศพออกมาไม่ได้ ขณะอีกรายถูกยิงที่หน้าอก-ลำตัว-ขา อาการสาหัส ขณะยอดรวมเหยื่อกระสุนเพิ่มเป็น 6 รายแล้ว เริ่มเผายางรถยนต์หลังราม เสียงปืน-ประทัดยักษ์ดังเป็นระยะ
   
   
 
   
  มีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.เศษที่ผ่านมา นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ถูกยิงบริเวณประตูรั้วหลังมหาวิทยาลัยรามคำแ หง จนได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย โดยผู้บาดเจ็บวัยรุ่นรายหนึ่งถูกยิงเข้าราวนมซ้ายทะลุหลังอาการสาหัส หัวใจหยุดเต้น เพื่อนๆ รีบนำส่งโรงพยาลแล้ว โดยมือยิงคาดว่าเป็นการ์ดเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
   
  ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ตั้งเวทีปราศรัยหน้าหอนาฬิกา ด้านหน้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา และมีการกระทบกระทั่งกับคนเสื้อแดงที่ผ่านมาเพื่อจะไปชุมนุมที่สนามราชมังคล ากีฬาสถานอยู่หลายครั้ง ขณะที่มีนักศึกษาประมาณ 2 พันคนยังอยู่ภายในมหาวิทยาลัย
   
  ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น.เศษ มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด บริเวณหลังมหาวิทยาลัยรอยต่อกับสนามราชมังคลากีฬาสถาน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ถูกยิงบริเวณ ขา และลำตัว มีอาการสาหัส 1 ราย หลังจากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ จนเวลาประมาณ 21.30 น.ที่ผ่านมา ก็ยังมีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นอยู่ตลอด
   
  แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุยิงนักศึกษาเป็นทหารพรานจากค่ายปักธงชัย ที่คนเสื้อแดงนำมาเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมใ นสนามราชมังคลากีฬาสถานกว่า 20 คน
   
  ต่อมามีรายงานว่า บริเวณปากซอยรามคำแหง 61 คนเสื้อแดงได้นำชายฉกรรจ์ขึ้นรถกระบะมาจำนวนหนึ่ง ทำให้นักศึกษาที่ปิดถนนอยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงต้องตรวจตราเข้มงวดมากขึ ้น เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลในพื้นที่ดังกล่าว และมีการประกาศให้นักศึกษาอยู่แต่ภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น
   
  นายอภิมุข ศิลปชัย แกนนำนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผย"เอเอสทีวี"เมื่อเวลาประมาณ 21.40 น.ว่า ขณะที่นักศึกษาชุมนุมโดยสงบ ก็มีชายฉกรรจ์ยิงปืนเข้ามาจากนอกมหาวิทยาลัย ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.แพทย์ปัญญา ปลอดภัยแล้ว 1 ราย และยังมีเสียงปืนเป็นดังอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเป็นการยิงกราดเข้ามาจากทางหลังมหาวิทยาลัย ขณะที่นักศึกษาจะรวมตัวกันอยู่ในลานพ่อขุนจนถึงเช้า ไม่ออกไปปะทะด้วย และจนขณะนี้ก็ไม่มีตำรวจมาดูแล ทั้งที่ได้เรียกร้องไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว และ สน.หัวหมากเคยรับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลก็ไม่ได้ส่งมา
   
  เมื่อเวลา 23.00 น.นายอภิมุขเปิดเผยกับ"เอเอสทีวี"เพิ่มเติมว่า มีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีก 2 คน รวมมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใดสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย  แต่ยังมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ
   
  มีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้บาดเจ็บทราบชื่อแล้วคือ นายอรรถพล ทองบุปผา ถูกยิงกลางหลัง ส่วนอีกคนเป็นชาวกัมพูชา และมีผู้ถูกแทงอีก 1 คน ขณะที่ด้านหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีการเผายางรถยนต์ทำให้มีควันเกิดขึ้น และมีเสียงปืนดังเป็นระยะๆ ขณะที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยยังนั่งอยู่อย่างสงบ โดยมีหลังปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยมาเทศนาให้สติ
   
  ส่วนผู้ที่ก่อเหตุยิงนักศึกษาครั้งนี้ เป็นทหารพราน ที่เชื่อว่า นักการเมืองภาคอีสานที่มีฉายา"แรมโบ้"เป็นคนพามา
   
  สำหรับรายงานข่าวที่ว่ามีผู้เสียชีวิตนั้น ยืนยันแล้วอย่างน้อย 1 คน ถูกยิงด้วยปืนลูกซองที่ศีรษะ บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยรามคำแห่งต่อกับสนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่รถพยาบาลยังเข้าไปเอาศพออกมาไม่ได้
   
  นอกจากนี้มีนักศึกษาอีก 1 คนซึ่งถูกยิงขณะกำลังโบกรถให้ไปอีกด้าน โดยถูกยิงที่หน้าอก ลำตัว และขา จนล้มลง อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และมีโอกาสเสียชีวิตสูง
   
  สำหรับอาวุธปืนที่นำมาใช้คาดว่าเป็นปืนสั้นและปืนลูกซอง
  รวมทั้งประทัดยักษ์และระเบิดที่ได้ยินเสียงประปราย แต่คาดว่าไม่มีอาวุธหนักอย่างอื่น
   
  ด้านแฟนเพจ "FM. 91 Trafficpro"ของตำรวจจราจร ได้รายว่า มีผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวโรงพยาบาลรามคำแหง 3 คนคือ
  (1.) นายจีระพงษ์ คลองชาตรีพงศ์ อายุ 25 ปี ขาขวาเหนือเข่า จำนวน 1 นัด
  (2.) นายฉัตรชัย คำประสงค์ อายุ 23 ปี แขนขวา 1 นัด
  (3.) นายเสน่ห์ จันทร์เกิด อายุ 33 ปี แขนขวา 1 นัด
   
  ผู้บาดเจ็บรักษาตัวที่ รพ.แพทย์ปัญญา 2 คนคือ
  (1.) นายบุญ อายุ 30 ปี ด้านหลัง 2 นัด
  (2.) นายอรรถพล หอมบุปผา อายุ 19 ปี ต้นขาซ้าย 2 นัด
   
  ส่วนผู้เสียชีวิต คือ นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 21 ปี ด้านข้างชายโครงซ้าย จำนวน 2 นัด
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเมื่อเวลา 24.00 น. นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนได้ไปเยี่ยมนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ได้รับบาดเจ็บ และรักษาตัวที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา โดยมีผู้บาดเจ็บเข้ามา 8 ราย รักษาแผลแล้ว กลับไปได้แล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 รายที่เหลืออยู่บาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีที่เสี่ยงต่อชีวิต โดยผู้บาดเจ็บที่เป็นนักศึกษายังสปิริตดี เล่าว่าโดนยิงขณะออกไปตามเพื่อนนักศึกษากลับมา และตนขอให้ทุกคนปลอดภัย
   
  ต่อมาเวลา 00.05 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เดินทางมายังมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อให้กำลังใจนักศึกษา ขณะที่บรรยากาศบริเวณลานพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั้นตึงเครียดอย่างหนัก นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่กล้าออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อกลับเคหะสถาน โดยให้เหตุผลว่ามีมวลชนคนเสื้อแดงล้อมพื้นที่ไว้ หากออกมาข้างนอกจะถูกจู่โจมเข้าทำร้าย ยิง แทง ทุบตีจนถึงแก่ชีวิตได้ ขณะเดียวกันเนื่องจากสถานการณ์ตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถเข้ามาถึงในมหาวิทยาลัยอย่างสะดวก ส่งผลให้นักศึกษาและผู้ชุมนุมจำนวนมากขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และชุดปฐมพยาบาล
   
  ขณะเดียวกัน เวทีปราศรัยของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เคลื่อนย้ายจากหอนาฬิกาด ้านหน้ามหาวิทยาลัย มายังหน้าอาคารสำนักวิชาการและประเมินผล (สวป.) ซึ่งอยู่ติดกับหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพื่อให้ห่างจากจุดปะทะด้านหลังมหาวิทยาลัย และควบคุมผู้ชุมนุมได้ง่าย โดยมีนายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมด้วยนายสมหมาย สุระชัย รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และผู้บริหารประเมินสถานการณ์เป็นระยะ
   
  และเวลา 00.45 น. นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ยืนสงบนิ่ง เพื่อไว้อาลัยแก่นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว นักศึกษาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก่อนที่จะมีการปราศรัยต่อไปอย่างต่อเนื่อง บางส่วนปักหลักพักค้างภายในมหาวิทยาลัยเพื่อรอให้ถึงช่วงสว่าง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 06:06:39
คปท.แฉตำรวจซุกกระสุนปืนลูกซอง-ระเบิด-ถุงน้ำมันเตรียมระเบิดหม้อแปลง-ซุ่มย ิงผู้ชุมนุม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 18:04 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คปท.แฉตำรวจซุกกระสุนปืนลูกซอง-ระเบิด-ถุงน้ำมันเตรียมระเบิดหม้อแปลง-ซุ่มย ิงผู้ชุมนุม
 
คปท.แฉตำรวจซุกกระสุนปืนลูกซอง-ระเบิด-ถุงน้ำมันเตรียมระเบิดหม้อแปลง-ซุ่มย ิงผู้ชุมนุม
 
คปท.แฉตำรวจซุกกระสุนปืนลูกซอง-ระเบิด-ถุงน้ำมันเตรียมระเบิดหม้อแปลง-ซุ่มย ิงผู้ชุมนุม
 
คปท.แฉตำรวจซุกกระสุนปืนลูกซอง-ระเบิด-ถุงน้ำมันเตรียมระเบิดหม้อแปลง-ซุ่มย ิงผู้ชุมนุม
 
   
ที่ปรึกษา คปท.โชว์หลักฐานหลังมวลชนผลักดันตำรวจออกจากพณิชยการพระนคร พบถังดับเพลิงผูกระเบิด กระสุนปืนลูกซอง ถุงน้ำมัน แกลลอนน้ำมัน หนำซ้ำหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงเอาน้ำมันไปราด ใช้ถุงน้ำมันผูกไว้ ซัดจงใจสร้างสถานการณ์เผาป้ายสี และซุ่มยิงผู้ชุมนุมเหมือนเด็กรามฯ ยืนยันชุมนุมปราศจากอาวุธ ชี้ตำรวจสลายการชุมนุมนอกกรอบ ยิงแก๊สน้ำตาอย่างเดียว
   
 
  วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่สี่แยกนางเลิ้ง เมื่อเวลา 17.35 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ในฐานะคณะกรรมการแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็ นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข (กปปส.) แถลงข่าวพร้อมด้วยอาวุธที่ทางฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้ในการก่อเหตุสร้าง สถานการณ์ โดยระบุว่า ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาตลอดเวลา แม้แต่ช่วงที่ผู้ชุมนุมกำลังกินข้าว อีกส่วนหนึ่งที่ซุ่มอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้โยนแก๊สน้ำตาใส่ฝูงชนตลอดเวลา
   
  หลังจากนั้น ได้มีการเคลื่อนย้ายมวลชนเพื่อผลักดันให้เจ้าหน้าที่ออกไป โดยเคลื่อนย้ายมวลชนไปที่แยกเทวกรรม เพื่อผลักดันให้เจ้าหน้าที่ออกไปจากจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร หลังจากที่เราเข้าคุมพื้นที่ได้ และเคลียร์พื้นที่ พบอุปกรณ์ต่างๆ ที่พบในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ถังดับเพลิงผูกระเบิดไว้ กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 9 ถุงน้ำมัน แกลลอนน้ำมัน ตรวจสอบแล้วเป็นน้ำมันเบนซิน น้ำมันโซลาร์ อีกส่วนหนึ่งเป็นน้ำมันเครื่อง โดยลังที่ใส่ถุงน้ำมันมีป้ายกระดาษแปะไว้ว่าเป็นของหน่วยงานไหน ส่วนหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง ปรากฏว่ามีการเอาน้ำมันไปราดไว้ และเอาถุงน้ำมันผูกไว้ เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสร้างสถานการณ์ ถ้าสถานการณ์ขยายวงออกไปมาก และเข้าใกล้สู่เวลาค่ำ ก็อาจจะใช้วิธีการเผาอาคารมหาวิทยาลัย และใส่ร้ายผู้ชุมนุม ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีการซุ่มยิงจากกระสุนปืนลูกซองที่พบ พี่น้องที่นี่ก็จะโดนเหมือนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง
   
  เราขอยืนยันว่าเราชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าจะทำหน้าที่ก็ไม่ควรนำอุปกรณ์อื่นเข้ามา การสลายการชุมนุมต้องเริ่มจากการใช้น้ำธรรมดา ไม่ใช่น้ำแรงฉีด หรือแรงอัดเพื่อหยุดยั้งฝูงชน ก่อนที่จะใช้แก๊สน้ำตาและน้ำแรงดัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาแนวบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ พณิชยการพระนครและแยกเทวกรรม ใช้แก๊สน้ำตาตลอดเวลา จะใช้น้ำก็ต่อเมื่อลมพัดไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการพ่นน้ำออกมาเพื่อไม่ให ้แก๊สน้ำตากระทบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องดูแลลูกน้องให้ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่มีการสร้างสถานการณ์ สิ่งเหล่านี้สื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวก็จะเห็นได้ว่าอยู่ในพื้นที่ของตำรวจท ั้งสิ้น นี่เป็นบางส่วนที่เราเอามาได้ ซึ่งเบื้องต้นได้ถ่ายภาพเป็นหลักฐานไว้
   
  นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.และคณะกรรมการแกนนำ กปปส.กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ซึ่งรับผิดชอบการสลายการชุมนุมโดยตรง อย่าทำพฤติกรรมเยี่ยงนี้กับผู้ชุมนุมที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ยิ่งทำเช่นนี้มวลมหาชนจะเพิ่มขึ้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 06:47:46
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 13:28 น.  
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
  ศิษย์เก่า-อธิการฯ ม.รามคำแหง ยืนยันตรงกัน รถเคลื่อนย้าย นศ.ออกจากพื้นที่ไปยังวัดพระราม 9 ถูกกลุ่มชายชุดดำดักซุ่มโจมตีและคอยซุ่มยิง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัยได้ เผยตำรวจยังไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ เหตุหมดหนทางจัดการกลุ่มชายชุดดำ
   
  วันนี้ (1 ธ.ค.) น.ส.สุภาภรณ์ แก้วประสิทธิ์ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าว ASTVผู้จัดการออนไลน์ เพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีความช่วยเหลือจากอธิการบดี ม.รามคำแหง มาถึงแล้ว โดยได้นำรถเข้ามาเพื่อขนส่งนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาผู้หญิงและผู้สูงอายุไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย โดยทราบมาว่าจุดหมายปลายทางที่จะไปส่งคือวัดพระราม 9 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถส่งตัวนักศึกษาออกไปได้ โดยรถคันแรกที่ขนส่งนักศึกษาออกไป พบว่าไม่สามารถออกไปนอกรั้วมหาวิทยาลัยได้ เนื่องจากโดนดักตีจากกลุ่มชายชุดดำ
   
  ด้าน ผศ.ดร.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ตนพยายามจะเคลื่อนย้ายนักศึกษา ม.รามคำแหง ทั้งหมดประมาณ 2,000 คน ออกนอกมหาวิทยาลัย แต่ไม่สามารถกระทำได้ เพราะทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย หรือเปิดประตูมหาวิทยาลัย จะมีชายชุดดำ มือสั่งการคอยซุ่มยิงนักศึกษา หรือทำร้ายนักศึกษา ตนจึงได้ประกาศทำความเข้าใจกับนักศึกษาให้อยู่อย่างสงบ และอยู่ในที่ปลอดภัย ส่วนการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น จนถึงขณะนี้ก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปยังมหาวิทยาลัย หรือจัดการกับชายชุดดำเหล่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ตอนนี้มีนักศึกษา ม.รามคำแหง ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมดกี่คน แต่มหาวิทยาลัยจะช่วยเหลือนักศึกษาทุกคนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่ทาง ทปอ.จะหยิบยกข้อเสนอปิดการเรียนการสอนมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในวันที่ 5-10 ธ.ค.นี้ ในส่วนของ ม.รามคำแหง ขอดูผลการประชุมของ ทปอ.ก่อน ว่า ทปอ.มีแนวทางอย่างไร ม.รามคำแหง ขณะนี้ตนขอแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยก่อน
   
  ทั้งนี้ ม.รามคำแหง ทั่วทั้งประเทศประกาศให้หยุดการเรียนการสอนและกิจกรรมทุกประเภท ในวันที่ 2-3 ธ.ค. 2556
   
  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในขณะนี้กรุงเทพฯส่งรถ 10 คัน เพื่อเข้าไปเคลื่อนย้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงออกจากมหาวิทยาลัย และตนได้ส่ง นายสัญญา จันทรัตน์ ที่ปรึกษา เข้าไปประจำพื้นที่ และประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยเราจะเอานักศึกษาออกมาให้หมด
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
   
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
   
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
   
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
   
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
   
 
ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
   
 
 ข่าวที่เกี่ยวข้อง
 ชุดดำกราดยิง นศ.รามอีกช่วงเช้า - ศิษย์เก่าเผยแจ้ง ตร.191 แต่บอกให้รอไปก่อน ผู้มีอำนาจยังไม่สั่งให้ช่วย
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 จุฬาฯ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ
 “อ๋อย” ไร้น้ำยา!! ช่วย นปช.ออกพื้นที่ได้ แต่ช่วย นศ.รามฯไม่ได้
 ทหารช่วย นศ.ออกจาก ม.รามคำแหง แล้ว - เอราวัณแจ้งเพิ่มตาย 4
 ร.ร.-มหา'ลัยปิดเรียนเพียบ 2 ธ.ค. รวมแล้วกว่า 20 แห่ง!!
 ชายชุดดำเหิม! ดักซุ่มโจมตีรถเคลื่อนย้าย นศ.รามฯ ตร.ยังนิ่งไม่จัดการ
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 06:54:19
“เจ เจตริน” ชุมนุมหน้า สตช. ยันจบ ป.ตรี ไม่มีใครจ้าง ด้านเมียส่งน้ำช่วยม็อบ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 22:45 น.  
 
“เจ เจตริน” ชุมนุมหน้า สตช. ยันจบ ป.ตรี ไม่มีใครจ้าง ด้านเมียส่งน้ำช่วยม็อบ
  “เจ เจตริน” ออกมาแล้ว ชุมนุมหน้า สตช. ยันจบ ป.ตรี ไม่มีใครจ้าง “ปิ่น เก็จมณี” ส่งน้ำช่วยม็อบ ด้านดาราชื่อดัง “ท็อป ดารณีนุช-หมอก้อง” ร่วมแสดงพลังอย่างกล้าหาญ บอกที่ไหนต้องการกำลังเสริมจะไปที่นั่น เพราะเราจะไม่นิ่งดูดาย พึ่งผู้รักษากฎหมายไม่ได้ก็ต้องพึ่งพลังของพวกเรา ขณะที่ “กอล์ฟ เบญจพล” โพสต์ข้อความภาพ “ตำรวจ-นายกฯ ต้องรับผิดชอบ” เหตุ นศ.รามฯถูกยิงดับเมื่อคืนที่ผ่านมา
   
  หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 พ.ย.) เกิดเหตุกลุ่มนักศึกษารามคำแหง ปะทะกับเสื้อแดง บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มนักศึกษา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 53 ราย เสียชีวิต 4 ราย โดยตำรวจไม่เข้าไปช่วยเหลืออ้างเข้าไม่ถึง แต่ตรึงกำลังแน่นราชมังคลากีฬาสถานที่เสื้อแดงและนักการเมืองพรรคไทยขึ้นปรา ศรัย กระทั่งเช้าก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือนักศึกษารามฯ แต่พอแกนนำเสื้อแดงประกาศยกเลิกการชุมนุมชั่วคราว บรรดาตำรวจทั้งหลายกลับอำนวยความสะดวกอารักขาคนเสื้อแดงออกจากราชมังคลาฯ อย่างไรก็ตามภายหลัง ทหาร ร.11 พัน 1 รอ.และ กทม.ได้เข้าช่วยเหลือนักศึกษารามฯ และพาไปหลบภัยยังวัดพระราม 9 เป็นการชั่วคราวแล้ว
   
  ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความหดหู่สะเทือนใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไท ยอย่างยิ่ง ผิดหวังในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งยังได้มีการโจมตีไปยังรัฐบาลที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นโดยไ ม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อโซเชียลต่างๆ ในส่วนของคนบันเทิงเองก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้มากมาย รวมถึงแสดงความอาลัยไปยังครอบครัวผู้สูญเสียด้วย
   
  กอล์ฟ เบญจพล เชยอรุณ golfbenjaphon โพสต์รูปภาพที่มีข้อความว่า “ตำรวจอยู่ไหน นายกฯทำอะไรอยู่ นักศึกษารามคำแหง คือ ความรับผิดชอบของคุณ ไปช่วยเขากลับบ้านซะ” พร้อมบรรยายใต้ภาพว่า “ทำอะไรกันอยู่ ไม่เข้าใจอ่ะ!!”
   
  ปอ ภัคพร ภูวะปัจฉิม “แย่มาก!!! คุณทำร้าย ปชช.ได้ยังไง ทำไมไม่ไปช่วย นศ.รามฯเมื่อคืน”
   
  หลิว มนัสวี กฤตานุกูลย์ lewmanas “พิจารณาตามความเป็นจริงกันนะคะ เป็นอย่างที่ ศอ.รส.ประกาศว่าน้องๆ นักศึกษารามคำแหง ยิงกันเองจริงหรือ #เจ็บปวดคนไทยฆ่ากันเอง” และ “โปรดหยุดการกระทำที่โหดร้ายเถอะค่ะ”
   
  หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ kong_sarawit “ศอ.รส.ประกาศว่า น้องๆ นศ.รามฯยิงกันเอง... เอ๊ะแล้วไอ้เสื้อดำมันถืออะไรในมือ? มันเป็นคนกลุ่มไหน ? มันเป็นลูกน้องใคร ? แต่ที่สำคัญคือ ... พวกคุณต้องการให้คนเหล่านี้ ไล่ฆ่าพี่น้องคนไทยต่อไป จริงๆเหรอHuh”
   
  นก สินจัย เปล่งพานิช noksinjai “เจ็บปวดและหมดหวังกับคน ที่ควรมีสำนึกในหน้าที่ รู้สึกติดกับดักความคิดของตัวเองคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร...สุดท้ายก็ได้แต่ สวดมนต์และแผ่เมตตา หยุดอ่านความคิดเห็นต่างๆ หยุดเติมเชื้อไฟแห่งความโกรธเกลียดใส่ตัว “สติ” ท่องไว้”
   
  หนุ่ม อรรถพร ธีมากร noom_attaporn “ขอไว้อาลัยแด่นักศึกษาที่จากไป” และ “ภาพล่าสุด ขอให้นักศึกษาปลอดภัยจากกระสุนปืนและระเบิด”
   
  ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรหม tukky66 “อีก4 วัน จะถึงวันพ่อหลวงแห่งชาติ เรามาร่วมมือกันทำให้ 5 ธันวา มีแต่รอยยิ้ม ความรัก และ ความสามัคคี กันเถอะ เพื่อ พ่อ เพื่อ แผ่นดิน ตอนนี้ไปกันใหญ่แล้ว มียิงกัน มีระเบิด มี นศ.ตาย การสูญเสียเริ่มขึ้นแล้ว ขอไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต คุณคือฮีโร่ เทวดาจับคนผิดมาลงโทษให้ได้ด้วยเถิด ก่อนอะไรจะไปมากกว่านี้ ขอให้ผู้บริสุทธิ์ โชคดี ขอส่งแรงใจให้คนดี ทุกคน ใครไม่ดี กรรมก็ตามสนองในไม่ช้า รวมถึงข้อความที่ว่า “สาธุ อธิษฐาน ขอให้บ้านเมือง สงบร่มเย็น”
   
  เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า gracekanklao “ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวมถึง นศ.รามฯทุกคนอย่างสุดซึ้งค่ะ”
   
  ปิ่น เก็จมณี วรรธนะสิน kejmanee “ขอให้สื่อ ช่วยเสนอข่าวที่จริง และชัดเจน... ห่วงมาก น้องๆ ที่รอความตายอยู่หลายคน ช่วยทำไรกันหน่อยค่ะ”
   
  โย ยศวดี หัสดีวิจิตร yoyossavadee “ขอไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การปะทะเมื่อคืน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องนักศึกษาคะ การสูญเสียในครั้งนี้ยากเกินกว่าจะทดแทนได้ ขอพระเจ้าทรงเสริมให้กับครอบครัวของน้องด้วยคะ ยามนี้จะเดินไปทางนั้นใช้สติและเข้าใจให้ดี อีก 4 วันจะถึงวันสำคัญที่สุดของประเทศ วันที่เราจะต้องนึกถึงบุคคลที่เป็นที่รักของปวงชนชาวไทยและเป็นบุคคลที่มีคว ามรักความห่วงใยอย่างเปี่ยมล้นให้กับคนไทยทุกคน ในหลวงของเราจะเสียใจและเสียน้ำตาที่เห็นพี่น้องคนไทยห้ำหั่นกันเอง นึกถึงพ่อหลวงของเราให้มากๆนะคะทุกท่านยามนี้ที่เราต้องดูแลตัวเองขอให้เอาเ มตตานำหน้า ในเมื่อตำรวจยามนี้พึ่งไม่ได้ ก็พึ่ง 2 ขา 2 มือของเราเอง เราคงห้ามการชุมนุมไม่ได้ แต่ขอให้เป็นไปด้วยความสันติคะ เราจะประกาศให้โลกรู้ว่า ธ.ค. 2556 เราประกาศชัยชนะด้วยสงครามมือเปล่า! ขอให้เราใฝ่ดีอย่าตอบโต้ความชั่วด้วยชั่ว มือเราสะอาดขอพระเจ้าคุ้มครองและอวยพรคนไทยทุกคน Pray For Thailand!”
   
  นุสบา ปุณณกันต์ nusbapunnakanta “ขอวอนสื่อเสนอข่าวอย่างเป็นธรรม ขณะนี้น้องๆ หลายร้อยคนตกอยู่ภาวะอันตรายเป็นตายเท่ากัน ไม่มีใครเข้าคุ้มภัยเลย”
   
  ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย vrzopleum “ขอแสดงความเสียใจกับนักศึกษารามฯที่เสียชีวิตครับ ตัวผมเองก็จบรามฯเหมือนกันเลยรู้สึกเสียใจมากที่พี่น้องเสียชีวิต “ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ก็ไม่มีใครควรโดนฆ่าตาย” #อย่าดราม่าการเมือง #ที่นี่เป็นที่แสดงความเสียใจคนเสียชีวิต #ไม่ใช่ที่พูดเรื่องการเมือง”
   
  ปั้นจั่น กวิน อิ่มอโนทัย punjankawin “ปฏิญาณอะไรกันไว้ก็ทำให้ได้อย่างที่พูดน่ะครับ ผู้รักษากฎหมาย”
   
  แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม pharunyoo “สื่อปิด ทุกอย่างได้ แต่ปิดความจริงไม่ได้”
   
  นอกจากนี้แล้วในช่วงเย็นยังมีเหล่าดาราชื่อดังออกมาแสดงพลังอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนักร้องชื่อดัง “เจ เจตริน วรรธนะสิน” ยังมาปรากฏตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อร่วมขับไล่ทรราช ขณะเดียวกันภรรยาสาว “ปิ่น เก็จมณี” เองก็ขนน้ำมาหนึ่งคันรถเพื่อมามอบให้ผู้ชุมนุมที่ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสกัดเ มื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นก็มีนักแสดงชื่อดัง “ท็อป ดารณีนุช โพธิปิติ” ที่นอกจากจะเดินทางมาร่วมสมทบกับผู้ชุมนุม พร้อมกับ “หมอก้อง สรวิชญ์” แล้ว ท็อป ยังได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว topdaraneenute โดยมีข้อความว่า “ทัวร์แม่บุญเสริม แหว่งที่ไหน?เสริมที่นั่น..คล้ายบ่อนวิ่ง แต่เราคือม็อบวิ่ง!!! เพราะเราจะไม่นิ่งดูดาย พึ่งผู้รักษากฎหมายไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพลังของพวกเรา”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 06:55:55
พลัง ปชช.โค่นระบอบทักษิณบุรีรัมย์ฮือปิดหน้าศูนย์ราชการ ไล่ รบ.ทรราช
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 15:51 น.  
 
บุรีรัมย์ - พลัง ปชช.โค่นระบอบทักษิณที่บุรีรัมย์ ฮือรวมตัวปิดหน้าศูนย์ราชการจังหวัดฯ เป่านกหวีดแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาลทรราช พร้อมชูป้าย และผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตีรัฐบาล “ปูเน่า” ท่ามกลาง ตร.นปพ. และ อส.กว่า 50 นาย คุมเข้ม ทั้งปิดประตูเข้า-ออกทุกด้าน เพื่อป้องกันยึดศูนย์ราชการ
   
  วันนี้ (1 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มมวลชนหลายสาขาอาชีพจากอำเภอต่างๆ ที่ จ.บุรีรัมย์กว่า 200 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณประตูทางเข้า-ออก ด้านหน้าศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์หลังใหม่ ตั้งอยู่บนถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากได้มีการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กนัดหมายให้มารวมตัวกันเพื ่อร่วมประกาศชัยชนะของมวลมหาประชาชนพร้อมกัน
   
  ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนที่มารวมตัวหน้าศูนย์ราชการ ได้มีการเป่านกหวีดแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมบชูป้ายความข้อต่างๆ และผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีรัฐบาลทรราช ขี้ข้าระบอบทักษิณอย่างต่อเนื่อง
   
  ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์(นปพ.) และ อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) กว่า 50 นาย คอยรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งบริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการที่กลุ่มมวลชนรวมตัว แสดงพลัง รวมทั้งคอยรักษาความปลอดภัยรอบอาคารศูนย์ราชการอย่างเข้มงวดด้วย
   
  อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชาชนมาแสดงพลังขับไล่รัฐบาล และต่อต้านระบอบทักษิณดังกล่าว ไม่ได้มีความพยายามที่จะเข้าไปด้านในของศูนย์ราชการ เพียงแค่ต้องการมาแสดงพลังบริสุทธิ์ของประชาชนเท่านั้น
   
  ทั้งนี้ แม้กลุ่มมวลชนจะไม่ได้พยายามเข้าไปด้านในศูนย์ราชการ แต่ทางจังหวัดฯ ได้ปิดประตูทางเข้า-ออก พร้อมใช้กุญแจล็อกอย่างแน่นหนา และให้เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเข้า-ออก อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งปิดป้ายด้านหน้าด้วยว่า “สถานที่ราชการ ห้ามเข้านอกเวลาราชการ” โดยจะเปิดประตูให้เพียงเจ้าหน้าที่ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้า-ออกเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มมวลชนบุกเข้าไปยึดศูนย์ราชการ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 06:57:14
มวลชนคนพิจิตรไม่เอา “รัฐบาลปู” ฮือปิดประตู ถนนเข้าออกศาลากลาง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 14:46 น.  
 
พิจิตร - มวลชนชาวพิจิตรไม่เอารัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมตัวปิดประตู ถนนเข้าออกศาลากลางจังหวัด แต่ยอมเปิดประตูให้ผู้ค้าสินค้าธงฟ้า โอทอปได้ 1 ช่อง พร้อมประกาศตั้งเต็นท์ค้างแรม ชุมนุมยืดเยื้อ
   
  วันนี้ (1 ธ.ค.) กลุ่มพลังมวลมหาชนชาวพิจิตร ที่ประกาศจุดยืนไม่เอารัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รวมตัวกันปิดประตู และถนนทางเข้า-ออกศาลากลางจังหวัดพิจิตร โดยช่วงเช้ามีมวลชนกลุ่มนำกระแสประมาณ 30 คน มาใช้เครื่องขยายเสียงเปิดปราศรัย จากนั้นมีกลุ่มมวลชนทยอยมาสมทบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วจึงปิดทางเข้า-ออกศาลากลางจังหวัด ท่ามกลางกำลังตำรวจเกือบ 300 นาย ที่มาควบคุมสถานการณ์โดยปราศจากความรุนแรง
   
  อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีการเจรจาขอให้เปิดประตูทางเข้า-ออก 1 ช่อง เนื่องจากภายในศาลากลางจังหวัด มีการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีกลุ่มโอทอป และร้านค้าเกือบ 300 ราย ต้องขนสินค้าเข้า-ออก ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยอมรับเงื่อนไข แต่ยังรวมตัวกันตั้งเวทีปราศรัย และจะตั้งเต็นท์ค้างแรมเพื่อชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งส่อเค้าว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเย็นและค่ำ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 06:58:53
โฆษกผู้ว่าฯ กทม.อัดยับ หน.พท.ปลุกแดงปะทะรามฯ “คุณชาย” ส่งรถ 10 คัน ช่วย นศ.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 14:01 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
โฆษกผู้ว่าฯ กทม.อัดยับ หน.พท.ปลุกแดงปะทะรามฯ “คุณชาย” ส่งรถ 10 คัน ช่วย นศ.
วสันต์ มีวงษ์ โฆษกส่วนตัวม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.(แฟ้มภาพ)
 
   
โฆษกผู้ว่าฯ กทม.ย้อน พท.เชิญแถไม่ได้เตรียมถุงทราย น้ำมัน ก่อเหตุ ย้ำผิด ม.18 กม.มั่นคงฯ ซัดน่าเกลียดสุด หน.พท.ขึ้นเวที่ปลุกปั่น จนแดงปะทะ นศ.รามฯ พร้อมเอาผิดกลับ พท.ข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาหนุนม็อบ “คุณชาย” เผยส่งรถ 10 คัน ช่วย นศ.รามฯ พร้อมประสานใกล้ชิด
   
  วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่ศาลาว่าการ กทม. นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกส่วนตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.และที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่โฆษก กทม.ตอบโต้ ศอ.รส.ว่าไม่ได้เตรียมถุงทราย และน้ำมัน เพื่อเตรียมไว้ก่อเหตุร้าย ว่า จากที่ได้ติดตามข่าวสารในโซเชียลมีเดียจะเห็นว่า ภาพถ่ายผู้ชุมนุมที่กำลังขนถุงทรายในพื้นที่ที่มีการชุมนุมในฝ่ายของนายสุเท พ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กกปส.ก็เป็นถุงบรรจุทรายในลักษณะนี้เหมือนกัน และก็เห็นว่ามีการใช้เครื่องปั่นไฟเหมือนกับที่ กทม.มี โดยการกระทำทั้งหมดนี้เป็นการกระทำผิด ม.18 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่า พรรคเพื่อไทยอยากจะทำอะไรก็ทำ เชิญตามสบาย แต่สิ่งที่น่าเกลียดที่สุดคือ รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาราชมังคลาฯ ยุยงปลุกปั่น สร้างความขัดแย้ง จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ดังนั้นสมาชิกพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากทีมกฎหมายเพื่อไทย ยื่นเอาผิด ผู้ว่าฯ กทม.-ปลัด กทม.-ผอ.เขต ข้อหาสนับสนุนผู้ชุมนุม เมื่อใด กทม.จะดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นกัน
   
  ทั้งนี้ยืนยันว่า กทม.ได้ชี้แจงไปแล้วว่าทรายดังกล่าวจะนำไปใส่กระถางต้นไม้ที่มีประชาชนนำเศษ อาหารมาทิ้ง เพื่อช่วยดับกลิ่นและใส่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังบริเวณรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไ ตย ส่วนน้ำมันจะนำไปใช้เติมเครื่องสูบน้ำ
   
  ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สวัสดีครับ กราบเรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพ สถานการณ์ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะนี้กรุงเทพมหานครส่งรถเข้าไปเคลื่อนย้ายนักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัยจำนวน 10 คัน และผมได้ส่งที่ปรึกษา สัญญา จันทรัตน์ เข้าไปประจำพื้นที่ และประสานงานอย่างใกล้ชิด ณ มหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีเสียงระเบิดเป็นระยะ เราจะเอานักศึกษาออกมาให้หมดครับ”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:01:08
มาแล้ว! ชาวปากน้ำโพฮือบุกศาลากลางเจอผู้ว่าฯ สั่งปิดประตู ระดมกำลังป้องเต็มอัตรา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 12:51 น.  
 
นครสวรค์ - สรส.นำมวลชนชาวปากน้ำโพ กว่า 500 คน เดินเท้าปิดศาลากลางจังหวัด กดดันรัฐบาล ขณะที่ตำรวจ และ อส. ต่างเร่งวางแนวรั้วลวดหนาม พร้อมระดมกำลัง อาวุธครบมือ ป้องกันศาลากลางอย่างเต็มที่
   
  วันนี้ (1 ธ.ค.) นายสุพัฒน์ พรมอุต เลขาฯ สมาพันธ์รัฐวิสาหกิจนครสวรรค์ พร้อมด้วยมวลชนชาวนครสวรรค์ กว่า 500 คน ซึ่งเป็นกลุ่มขับไล่รัฐบาลต้านระบอบทักษิณ ถือป้ายกระดาษ ป้ายผ้าที่มีข้อความค้านระบอบทักษิณ และต่อต้านการทำงานของนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รวมตัวกันหน้าป้ายอุทยานสวรรค์ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จัดขบวนพร้อมรถขยายเสียง ก่อนเคลื่อนขบวนมวลชนเดินเท้ามุ่งหน้าไปปิดศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์
   
  ตลอดระยะทางมีการเปิดเพลงปลุกใจ และกลุ่มแกนนำผลัดกันประกาศเรียกร้องให้ประชาชนชาวเมืองปากน้ำโพ ร่วมขบวนขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่บริหารงานจนประเทศเสียหาย และเป็นรัฐบาลที่ปฏิเสธอำนาจตุลาการ ท่ามกลางความสนใจของประชาชน 2 ข้างทางที่ยืนรอเข้าร่วมขบวนมุ่งสู่ศาลากลางจังหวัด
   
  ระหว่างการเดินเท้ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดถนนกลางสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ ประมาณ 30 นาที เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านตัวเมืองนครสวรรค์ รับทราบถึงจุดยืนของการชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ ก่อนจะเดินเท้าต่อไปยังหน้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีประชาชนเข้าร่วมขบวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
   
  เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปถึง ประตูหน้าศาลากลางจังหวัดพบว่า มีการวางแนวรั้วลวดหนามป้องกันไว้อย่างแน่นหนา มีการวางกำลังตำรวจชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน และ อส. จำนวนกว่า 200 นาย พร้อมอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน เช่น กระบอง โล่ ป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งภายในมีหัวหน้าหน่วยงานราชการอยู่กันครบ เนื่องจากมาร่วมพิธีวันดำรงราชานุภาพ ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น.
   
  ขณะที่ นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ยังไม่ออกมาเจรจาต่อผู้ชุมนุม แต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปิดประตูทุกด้านของศาลากลางจังหวัด เพราะเกรงจะก่อความเสียหาย ทำให้ กลุ่มผู้ชุมนุมจังหวัดนครสวรรค์ จึงปักหลังบนถนนสวรรค์วิถี หน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์
   
  จากนั้น นายสุพัฒน์ พรมอุต เลขาฯ สมาพันธ์รัฐวิสาหกิจนครสวรรค์ ได้เปิดปราศรัยอยู่หน้าประตูศาลากลางจังหวัด ว่า การประท้วงครั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการเข้าไปชุมนุมภายในพื้นที่ศาลากลางจ ังหวัดเท่านั้น ตามนโยบายของเวทีส่วนกลางที่ให้ทุกจังหวัดยึดสถานที่ราชการ รัฐวิสากิจ เพื่อกดดันรัฐบาลให้ประกาศยุบสภา และลาออก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:02:11
ประชาคม ม.อ.หาดใหญ่ ประณามไอ้ชั่วยิง นศ.รามฯ เรียก “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบ (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 12:41 น.  
 
 
   
 
ประชาคม ม.อ.หาดใหญ่ ประณามไอ้ชั่วยิง นศ.รามฯ เรียก “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบ (ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ประชาคม ม.อ.หาดใหญ่ ประณามไอ้ชั่วยิง นศ.รามฯ เรียก “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบ (ชมคลิป)
 
ประชาคม ม.อ.หาดใหญ่ ประณามไอ้ชั่วยิง นศ.รามฯ เรียก “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบ (ชมคลิป)
 
ประชาคม ม.อ.หาดใหญ่ ประณามไอ้ชั่วยิง นศ.รามฯ เรียก “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบ (ชมคลิป)
 
ประชาคม ม.อ.หาดใหญ่ ประณามไอ้ชั่วยิง นศ.รามฯ เรียก “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบ (ชมคลิป)
 
   
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกแถงการณ์ประณามผู้ไม่ประสงค์ดีทำร้ายนักศึกษารามคำแหงจนถึงแก่ชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ประณามตำรวจเลือกปฏิบัติต่อประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบ และคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไข
   
  เวลา 10.45 น. วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่หน้าโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลุ่มประชาคมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มารวมตัวกันเพื่อแสดงเจตนารมณ์ และอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 หลังจากมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่มีการทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงจนท ำให้เกิดการเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทางประชาคมฯ จึงขอประณาม และเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งประกาศจุดยืน ซึ่งก่อนจะมีการแถลงการณ์ ทั้งหมดได้ร่วมยืนไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของนักศึการามคำแหงเป็นเวลา 1 นาที และมีการอ่านแถลงการณ์ โดย ศ.นพ.กรีฑา ธรรมคำภีร์ ผู้ประสานงานประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีเนื้อหาในแถลงการณ์ดังนี้
   
  แถลงการณ์ ประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฉบับที่ 2
  จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่มีการทำร้ายนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วยอาว ุธสงครามต่างๆ โดยผู้ไม่ประสงค์ดี ตั้งแต่คืนวันเสาร์ ที่ 30 พ.ย.2556 จนกระทั้งถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดการเสียชีวิตของนักศึกษา และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการกระทำที่คุมคามสวัสดิภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่รอบม หาวิทยาลัยราคำแหง เช่น การข่มขู่ การลอบทำร้าย การเอายาง การใช้อาวุธ และการปิดล้อมมหาวิทยาลัยราคำแหงอย่างต่อเนื่องจนถึงกระทั่งปัจจุบัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณ าจักร พ.ศ.2551 ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง หรือพยายามควบคุมสถานการณ์ และปกป้องสวัสดิภาพของประชาชแต่อย่างใด อีกทั้งพบว่ายังมีการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนที่ต่างกัน ดังที่มีหลักฐานเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ทำให้สถานการณ์รุนแรง และบานปลาย
   
  ในขณะที่มีเหตุการณ์ข้างต้นดังกล่าว ยังคงมีผู้บริหารประเทศระดับรัฐมนตรีหลายคน โดยเฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ขึ้นปราศรัยบนเวทีรัชมังคลาฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดคุณธรรมจริยธรรม และหลักนิติรัฐอย่งรุนแรง เท่ากับเป็นการแสดงถึงการกระทำการขัดต่อกฎหมายความมั่นคงที่ได้ประกาศใช้โดย รัฐบาลเสียเอง การกระทำดังกล่าวเป็นหนทางในการสร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงจนยากเกิดการแก้ ไข และนำไปสู่ความรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
   
  ทางประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงขอประณามเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งขอประกาศจุดยืน ดังนี้
   
  1.ประณามการกระทำของผู้ไม่ประสงค์ดี ในการสร้างสถาการณ์ความรุนแรงจนทำให้นักศึกษา และประชาชนได้รับบาดเจ็บล้มตาย
  2.ประณามการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่ไม่ปฏิบัติการในก ารควบคุมความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเลือกปฏิบัติต่อประชาชนที่มความเห็นต่างจากรัฐบาล
  3.ประณามการกระทำของรัฐมนตรีในคระรัฐบาล ที่ขึ้นเวทีปลุกระดม สร้างความเกลียดชังต่อประชาชนที่มีความเห็นต่าง และกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อการบังคับใช้พระราชบัญยัติการรักษาความมั่นคง ในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ที่รัฐบาลเป็นผู้ประกาศใช้
  4.ขอให้สื่อสารมวลชนต่างๆ นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา และไม่บิดเบือน
  5.ขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมาอย่างเร่งด่วน และเปิดเผยต่อสาธารณะ
  6.ประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไข
   
  นอกจากนี้ ศ.นพ.กรีฑา ธรรมคำภีร์ ผู้ประสานงานประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ประกาศให้บุคลกรทุกคนแต่งกายในชุดสีดำ หรือสีขาว เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต และขอให้ทุกคนเกาะติดสถานการณ์อยางใกล้ชิ ดและเตรียมตัวพร้อมเคลื่อนไหวทุกเมื่อหากมีการเรียกรวมกำลัง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:03:08
สื่อนอกรายงาน “ตำรวจ” ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบต้านที่ทำเนียบฯ - ตัวเลขม็อบปะทะ “ดับ 2 เจ็บ 45”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 13:22 น.  
 
สื่อนอกรายงาน “ตำรวจ” ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบต้านที่ทำเนียบฯ - ตัวเลขม็อบปะทะ “ดับ 2 เจ็บ 45”
  เอเอฟพี/เอเจนซีส์ - สื่อเอเอฟพีและสื่ออาร์ทีของรัสเซียรายงาน การประท้วงรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เคยสงบกลับเปลี่ยนเป็นความรุนแรง หลังจากมีการปะทะเกิดขึ้นในคืนดึกวันเสาร์ (30 พฤศจิกายน) ระหว่างผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลท่ามกลา งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นผลให้มียอดล่าสุดผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 45 ราย และล่าสุด เอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบต้านที่สะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบฯ ด้านนอกทำเนียบรัฐบาล และบริเวณใกล้เคียงในเช้าวันอาทิตย์ (1)
   
  ในเช้าวันอาทิตย์ (1) เอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำใส่ม็อบต้านที่สะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบฯ ซึ่งผู้ประท้วงพยายามที่จะฝ่าเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล โดยม็อบฝ่ายต้านพยายามที่จะเปลี่ยนทำเนียบรัฐบาลไทยให้กลายเป็น “สภาประชาชน” ในขณะที่นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คอยติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากกองบัญชาการในที่ซึ่งไม่เปิดเผย
   
  โดยตำรวจปราบจลาจลได้โยนระเบิดแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วงหลั งจากที่ผู้ประท้วงพยายามรื้อแบริเออร์กีดขวาง และตัดขดลวดหนามที่วางไว้รอบๆทำเนียบตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งมีหน่วยความมั่นคงรักษาการอย่างแน่นหนา รวมถึงหน่วยทหารที่ไม่มีอาวุธ รายงานจากผู้สื่อข่าวเอเอฟพี
   
  ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้รายงานยืนยันกับเอเอฟพีว่า ยอดล่าสุดของการเสียชีวิตหลังจากการปะทะในขณะนี้อยู่ที่ 2 ราย และมีจำนวนผู้บาดเจ็บราว 45 ราย ซึ่งสื่ออาร์ทีของรัสเซีย รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีการสาดกระสุนเกิดขึ้นในการประท้วงเพื่อขับไ ล่รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในดึกคืนวันเสาร์ (30 พฤศจิกายน) ใกล้กับสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเป็นสถานที่เหล่าผู้สนับสนุนรัฐบาลเพื่อไทย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ “คนเสื้อแดง” จำนวนอย่างน้อย 20,000 คน ที่ได้ปักหลักอยู่ อ้างจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในบริเวณใกล้เคียง
   
  โดยพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตและบาดเจ็บนั้นเกิดจากถูกยิงและถูกมีดแทง ซึ่งสถานการณ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ทราบเพียงคร่าวๆ ว่า ความรุนแรงได้เกิดขึ้นหลังจากม็อบต้านได้ปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล หรือคนเสื้อแดง ที่ได้เดินทางมาชุมนุมด้วยรถโดยสารสาธารณะที่สนามกีฬาแห่งชาติไม่ห่างจากมหา วิทยาลัยรามคำแหง อ้างจากเอเอฟพีและเอพี
   
  พบว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 รายได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน และอีก 5 รายได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงด้วยมีดหรือด้วยก้อนหิน รายงานตัวเลขจากโรงพยาบาลรามคำแหง และโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาที่เปิดเผยกับรอยเตอร์
   
  ในเช้าวันเสาร์ (30 พฤศจิกายน) กลุ่มม็อบต้าน หรือที่เรียกว่า “กลุ่มคนเสื้อเหลือง” ได้พยายามบุกเข้าทำเนียบรัฐบาลที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองกรุงเทพฯ และกลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนได้เข้าทำลายรถโดยสารสาธารณะใกล้กับสถานที่ชุมนุม ของคนเสื้อแดง รายงานจากเอเอฟพี
   
  ในขณะที่ยูเซอร์ของเว็บไซต์ราว 750,000 ยูเซอร์ ในไทยที่ใช้บริการของบริษัทองค์การโทรศัพท์ หรือ TOT ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ เนื่องจากมีเหตุขัดข้องทางเทคนิค ซึ่งทางบริษัท TOT ไม่ได้ออกมาอธิบายชัดเจนว่า เหตุขัดข้องนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วงหรือไม่ แต่มีรายงานก่อนหน้านั้นว่า มีกลุ่มผู้ประท้วงม็อบฝ่ายต้านได้รวมตัวอยู่ในบริเวณบางส่วนของบริษัท TOT รวมถึงยังรวมตัวในช่วงสั้นๆ ใกล้กับบริทัท กสท คมนาคม หรือ CAT และสถานีโทรทัศน์หลายแห่งที่สำคัญของประเทศ
   
  ตลอดระยะเวลา 6 วันที่กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางการประท้วงขับไล่รัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ ปี 2010 เป็นต้นมา ที่มีผู้ชุมนุมนับแสนคนรวมตัวเรียกร้องให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออก และกำจัดระบอบทักษิณ “มีกลุ่มผู้ประท้วงม็อบต้านหลายสิบคนได้กรูเข้าทำลายรถบัสที่ขนคนเสื้อแดงเพ ื่อเข้าร่วมการชุมนุมด้วยอิฐตัวหนอน และเก้าอี้พลาสติก ทั้งๆ ที่ยังมีผู้โดยสาร (ผู้ประท้วงกลุ่ม นปช.) อยู่บนรถ” ช่างภาพเอเอฟพีที่อยู่ในที่เกิดเหตุรายงาน ในขณะที่พยานที่เห็นเหตุการณ์เผยกับรอยเตอร์ว่า มีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกทำร้ายร่างกาย
   
  และเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า หลังจากมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ทางตำรวจได้ขอกำลังเสริมจากทางกองทัพจำนวน 3,000 นาย เข้าประจำเพื่อรักษาความปลอดภัยในเมืองหลวงของประเทศ โดยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี ปิยะ อุทาโย ได้แถลงผ่านทางโทรทัศน์ว่า “นับตั้งแต่คืนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ทหารออกปฎิบัติการณ์รักษาความปลอดภัย”
   
  อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการปะทะเกิดขึ้น แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้สั่งให้คนเสื้อแดงยุติการชุมนุม “เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ยุ่งยากสำหรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทบในอนาค ต ทางแกนนำจึงตัดสินใจที่จะยุติการชุมนุมเพื่อให้พี่น้องเสื้อแดงเดินทางกลับบ ้าน”
  ธิดาได้ประกาศกับที่ชุมนุม อ้างจากเอเอฟพี
 
สื่อนอกรายงาน “ตำรวจ” ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบต้านที่ทำเนียบฯ - ตัวเลขม็อบปะทะ “ดับ 2 เจ็บ 45”
การปะทะระว่างม็อบต้าน(อยู่ด้านล่าง) และม็อบหนุน(อยู่บนรถโดยสารสาธารณะ) ในวันเสาร์(30 พฤศจิกายน)
   
 
สื่อนอกรายงาน “ตำรวจ” ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบต้านที่ทำเนียบฯ - ตัวเลขม็อบปะทะ “ดับ 2 เจ็บ 45”
ผู้ประท้วงม็อบต้านถือก้อนหินเป็นอาวุธ ในวันเสาร์(30 พฤศจิกายน)
   
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 สื่อนอกรายงาน “ตำรวจ” ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบต้านที่ทำเนียบฯ - ตัวเลขม็อบปะทะ “ดับ 2 เจ็บ 45”
 ฟังชัดๆ คำสัมภาษณ์บีบีซี สปีกอิงลิชแข็งแรงของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” (ชมคลิป)
 “ยิ่งลักษณ์” ให้สัมภาษณ์บีบีซี ปฏิเสธยุบสภา-ท่องคาถาปกป้องประชาธิปไตย
 “บลูมเบิร์กบิสซิเนสวีค” ชี้ “ประเทศไทย” ยังติดหล่มการเมือง เพราะมี “นักเลือกตั้ง” ที่ไม่รู้จักคำว่า..ยอมแพ้”
 สื่อนอกอ้างนักวิเคราะห์ชี้'ปู'กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยุบสภาหรือสลายชุมนุม
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:04:00
2 เวทีปฏิรูปประเทศไทยที่ จ.สงขลายังคึกคักไม่หยุด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 11:45 น.  
 
2 เวทีปฏิรูปประเทศไทยที่ จ.สงขลายังคึกคักไม่หยุด
   
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ที่ชุมนุมมวลชนที่ จ.สงขลา ยังคึกคัก เวทีที่ศาลากลางจังหวัดมีคนเข้าร่วมกว่า 3 หมื่น ขณะที่ใน ม.อ.หาดใหญ่ ก็หลักพัน ท่ามกลางเสียงปรบมือ และโห่ร้องด้วยความพึงพอใจตลอดเวลา
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ต่อเนื่องสู่การปฏิรูปประเทศไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 พ.ย.) ณ เวทีหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.สงขลา ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก  มีประชาชนชาวสงขลาจากทุกสารทิศกว่า 3 หมื่นคนเดิน ทางมาเข้าร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่ศาลากลางจังหวัด และยังล้นไปถึงหน้าเทศบาลนครสงขลา โดยทุกคนที่มาจะถือธงชาติอยู่ในมือ แขวนนกหวีดในคอ และคาดศีรษะด้วยธงชาติ ในการปราศรัยของแกนนำจะมีเสียงนกหวีด และเสียงโห่ร้องในความพึงพอใจ และความสะใจ
   
  สำหรับไฮไลต์จะอยู่ที่การถ่ายทอดการปราศรัยของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากช่องบลูสกาย ที่ขึ้นเวทีปราศรัยพบกับผู้ชุมนุมที่ถ่ายทอดไปทุกเวทีทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงถึงแผนการดำเนินการที่จะยึดกระทรวงต่างๆ ในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) ซึ่งถือว่าเป็นวันแห่งชัยชนะ รวมทั้งให้เครือข่ายทั่วประเทศยึดศาลากลางจังหวัดแ ละปิดไม่ให้ข้าราชการเข้าทำงานในวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค.นี้
   
  สำหรับเวทีชุมนุมของ จ.สงขลา อยู่ภายในศาลากลางจังหวัดสงขลา ไม่มีความจำเป็นต้องยึด เพียงนำพลังมวลชนชาวสงขลามาปิดช่องทางเข้าศาลากลาง และหน่วยราชการในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดทั้งหมด ข้าราชการก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปทำงานได้ ซึ่งในวันนี้ (1 ธ.ค.) จะมีการประชุมซักซ้อมแผนการของแกนนำทั้งหมด และนัดหมายผู้ชุมนุมมาร่วมชุมนุมกันให้มากขึ้นอีก โดยชุมนุมกันต่อเนื่องไปจนถึงเช้าของวันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. พร้อมปฏิบัติการปิดศาลากลางจังหวัดสงขลา ห้ามข้าราชการเข้าทำงานทันที
   
  อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การชุมนุมที่ จ.สงขลา ก็ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสารักษาดินแดน ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับในพื้นที่ จ.สงขลา ยังมีการตั้งเวทีชุมนุมกันอีกแห่งที่บริเวณลานเสาธงหน้าอนุสาวรีย์พระบิดา ภายในบริเวณรั้วของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งก็มีประชาชนจากภายนอกมหาวิทยาลัย ร่วมกับคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของ ม.อ. รวมแล้วกว่า 1 พันคน สลับสับเปลี่ยนการเข้าร่วมตลอดเวลา
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:04:51
ชาวกาญจน์รวมพลังขับ “ไล่รัฐบาล-โค่นระบอบทักษิณ” ต่อเนื่อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 15:25 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ชาวกาญจน์รวมพลังขับ “ไล่รัฐบาล-โค่นระบอบทักษิณ” ต่อเนื่อง
 
ชาวกาญจน์รวมพลังขับ “ไล่รัฐบาล-โค่นระบอบทักษิณ” ต่อเนื่อง
 
ชาวกาญจน์รวมพลังขับ “ไล่รัฐบาล-โค่นระบอบทักษิณ” ต่อเนื่อง
 
   
กาญจนบุรี - ม็อบขับไล่รัฐบาลเริ่มทยอยปักหลักที่ศาลากลางเมืองกาญจนบุรี ส.ส.ปชป.นำจอโปรเจกเตอร์ชมถ่ายทอดสดเวทีส่วนกลาง ด้าน ผกก.กาญจน์ นำกำลังเตรียมป้องกันการบุกรุก เชื่อไม่มีเหตุรุนแรง
   
  เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (1 ธ.ค.) กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มทยอยเดินทางมาที่สนามหญ้าภายในศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ถ.แสงชูโต ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นำโดย นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำ โดย พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเฝ้าระวังการบุกรุกศาลากลาง เชื่อไม่มีเหตุการณ์รุนแรง สั่งเข้มห้ามใช้กำลังเด็ดขาด
   
  สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ประชาชนได้ทยอยเดินทางมาที่ศาลากลางอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีจำนวนไม่มากนักแต่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก อีกทั้งสภาพอากาศกำลังเย็นสบาย โดยพิธีกรได้เปิดเพลงปลุกใจเป็นระยะ จากนั้นได้นำจอโปรเจกเตอร์มาติดตั้ง และถ่ายทอดสดสถานการณ์ และรับฟังการปราศรัยจากเวทีส่วนกลาง
   
  นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันกล่าวว่า ที่ตนทั้ง 2 คนเดินทางมาที่ศาลากลางในวันนี้ก็เพื่อต้องการมาดูแลประชาชนที่มาชุมนุมร่วม ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตนเข้าใจและเชื่อมั่นประชาชนทุกคนที่เดินทางมาในวันนี้จะต่อสู้ด้วยอหิงสา ปราศจากอาวุธ และอยู่ภายใต้ของกฎหมาย และเรายืนยันว่าพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจะช่วยกันดูแลทรัพย์สินของทางราช การ คือ ศาลากลางจังหวัดที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน
   
  และเชื่อว่าอีกไม่นานประชาชนจะเดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางเพิ่มขึ้นเป็นจ ำนวนมาก เพื่อมาช่วยกันรักษาความถูกต้องตามหลักนิติรัฐ และหลักนิติธรรม ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า กลุ่มมหามวลชนคนรักชาติจะอยู่ภายใต้กรองกฎหมายทุกคน และขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาล หรือผู้ที่มีอำนาจทั้งหลายว่า ในเมื่อมีประชาชนออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ห้ามใช้ความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนโดยเด็ดขาด ห้ามใช้ความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่กระทรวงการคลัง ห้ามใช้ความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์ราชการบริเวณถนนราชดำเนิน  รวมทั้งห้ามใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มนิสิตนักศึกษาทั้งหลายในมหาวิทยาลัยรามคำแ หง
   
  เราต่างก็ทราบกันดีแล้วว่า นักศึกษาถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทำร้ายโดยใช้อาวุธปืนยิงจนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ ็บอีกหลายราย เรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ขอร้องพวกชายเสื้อดำทั้งหลายขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ผมขอเรียกร้องผู้มีอำนาจในรัฐบาลที่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของกลุ่มชายเสื ้อดำอย่าได้ทำลายนักศึกษาอีก ประชาชนที่เขาออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ภายใต้รัฐธรรมนูญ และขอยืนยันว่าประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี ที่เดินทางมารวมตัวขับไล่รัฐบาลที่ศาลากลางในวันนี้จะปฏิบัติตนรักษาสิทธิ รักษากฎหมายภายใต้กฎหมายทุกประการ เราจะไม่ละเมิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะชุมนุมกันอย่างสงบต่อไป
   
  ด้าน พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองของเราอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีกลุ่มประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแสดงสัญลักษณ์ และแสดงความคิดเห็นทางด้านการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด หรือสีใด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จำเป็นจะต้องออกมาปกป้องทรัพย์สินของทางราชการ อีกทั้งจำเป็นจะต้องออกมาดูแลความสงบเรียบร้อย และปกป้องประชาชนไม่ให้ได้รับอันตราย
   
  สำหรับกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูร ณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ทุกคนที่เดินทางมาแสดงจุดยืนภายในศาลากลางในวันนี้ ล้วนแต่เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี แกนนำเองก็เป็นชาวกาญจนบุรี จึงเชื่อได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น และตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายห้ามทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนอย่างเด็ดขาด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:07:33
มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 17:48 น.  
 
  นครศรีธรรมราช - มวลชนผู้ชุมนุมในจังหวัดนครศรีธรรมราช เคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 นครศรีธรรมราช เรียกร้องให้เสนอข่าวตามข้อเท็จจริง และตรงไปตรงมา เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมากขึ้น ขณะที่ ผอ.สั่งสอบเจ้าหน้าที่ หลังนักจัดรายการวิทยุเสื้อแดงขู่สั่งให้สอบสวนฐานไปร่วมชุมนุมศาลากลาง
 
มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
  ความเคลื่อนไหวสถานการณ์ในการชุมนุมพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (1 ธ.ค.) กลุ่มผู้ชุมนุมชาวนครศรีธรรมราช จำนวนมากซึ่งได้ใช้พื้นที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจุดชุมนุม ได้เคลื่อนขบวนออกจากศาลากลางจังหวัด หลังจากนั้นได้เดินเท้ามุ่งหน้าไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 นครศรีธรรมราช กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเข้าไปเรียกร้องให้สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เปิดพื้นที่ให้แก่ภาคประชาชนมากขึ้น
 
มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
  ขณะที่ผู้ชุมนุมได้ส่งตัวแทน จำนวน 10 คน นำโดยนายละม้าย เสนขวัญแก้ว รองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช นายวิสุทธิ์ บุญชูวงศ์ เข้าไปพบกับ นายวิรัตน์ นิ่มวิจิตร ผอ.สทท.11 นครศรีธรรมราช ผู้บริหาร และเข้าไปในอาคารสถานีเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ และยื่นข้อเรียกร้องให้ สทท.11 นครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนพื้นฐานของความตรงไปตรงมา และเปิดพื้นที่ให้แก่การเสนอข่าวการชุมนุมให้มากขึ้น โดยนายวิรัตน์ ได้รับข้อเสนอทุกข้อก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางกลับศาลากลางจังหวัดนครศรีธรร มราช โดยสถานการณ์เป็นไปอย่างมีระเบียบและสงบเรียบร้อย
 
มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
  อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ หลังจากที่มีการชุมนุมเกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิรัตน์ นิ่มวิจิตร ผอ.สทท.11 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการเสนอข่าวการชุมนุม เนื่องจากเห็นว่าอาจส่งผลกระทบ ขณะเดียวกัน ได้มีนักจัดรายการวิทยุเสื้อแดงอาวุโสรายหนึ่ง ซึ่งมักแสดงออกด้วยการข่มขู่นักจัดรายการวิทยุรุ่นหลังๆ หากแสดงความเห็นต่างผ่านโซเชียล มีเดีย ในทำนองไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล โดยจะแสดงความเห็นเชิงข่มขู่ลงไปในโซเชียล มีเดีย ของแต่ละคน
 
มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
  และรายล่าสุดนั้น นักจัดรายการเสื้อแดงรายนี้ได้โทรศัพท์แจ้ง นายวิรัตน์ ในเชิงให้ดูแลลูกน้องทำนองว่าลูกน้องแสดงออกถึงความไม่เป็นกลางด้วยการเข้าไ ปร่วมชุมนุม หรือโพสต์รูปภาพที่ได้เข้าร่วมการชุมนุม หรือแสดงสัญลักษณ์สีธงชาติ นกหวีดในโซเชียลมีเดีย ทำให้นายวิรัตน์ ถึงขั้นสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ในสถานีอย่างน้อย 3 คน โดยอ้างว่าเป็นการสอบข้อเท็จจริงตามการร้องเรียน
 
มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
  สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ราย เบื้องต้นนั้นพบว่า ต่างแสดงออกนอกเวลาราชการทั้งสิ้น โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนด้วยการไปร่วมกับครอบครัว และบางรายไม่ได้ออกไปด้วยซ้ำ ทำให้บรรยากาศการทำงานภายในช่อง 11 นครศรีธรรมราช เป็นไปด้วยความตึงเครียดของเจ้าหน้าที่
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:08:35
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 17:43 น.  
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
  ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กลุ่มพลังมวลชนทั่วพื้นที่ภูเก็ต ต่างรวมตัวหน้าศาลากลางจังหวัด พร้อมแบ่งกำลังดาวกระจายทั่วเมือง และชวนประชาชนร่วมขับไล่รัฐบาลต่อต้านระบอบทักษิณ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
  เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (1 ธ.ค.) สำหรับบรรยากาศกลุ่มพลังมวลชนชาวภูเก็ต ได้ออกมารวมตัวกันอยู่บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก โดยมีการแบ่งกำลังดาวกระจายไปพื้นที่อำเภอกะทู้ เพื่อเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และขับไล่ระบอบทักษิณ และอีกทั้งให้ประชาชนมาร่วมนั่งฟังการปราศรัยของแกนนำจากพื้นที่กรุงเทพมหาน ครผ่านจอโปรเจกเตอร์ทางช่องบลูสกาย
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
  ซึ่งในวันนี้ (1 ธ.ค.) เป็นวันอาทิตย์ ตรงกับวันหยุดงานของประชาชน ทำให้มีประชาชนกว่า 2,000 คน ได้เดินทางมายังบริเวณดังกล่าว
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
  อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวแทนผู้ชุมนุม เช่น นายอำนวย คุ้มบ้าน นายธีรวุธ ศรีตุลารักษ์ และแกนนำคนอื่นๆ ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันพบปะกับผู้ชุมนุม เพื่อให้การชุมนุมมีความต่อเนื่องในการเรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนแสดงพล ังต่อต้านรัฐบาล และขับไล่ระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด จนกว่าจะได้รับชัยชนะ
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
  ในส่วนการรักษาความปลอดภัย ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบคอยรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณกลุ่มผู้ชุมนุมหน้าศาลากลาง จังหวัดภูเก็ต
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
พลังมวลชนภูเก็ตกว่า 2,000 คน ทยอยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเนืองแน่น
   
 
   
   
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 คนภูเก็ตไม่กลัวฝนร่วมต้านระบอบทักษิณคึกคักหน้าศาลากลาง
 เริ่มแล้ว “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า”มีนักแข่งเข้าร่วมเพียบ
 เริ่มแล้วงาน“ชาวภูเก็ตพร้อมใจภักดิ์ รักพ่อหลวง”
 มวลชนนครศรีฯ เคลื่อนขบวนปิดล้อมช่อง 11 ร้องเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง
 ลุกฮือ! กลุ่มกระบี่ไม่เอาระบอบทักษิณเข้ายึดศาลากลางอีกรอบ
 
     
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/02/13 เวลา 07:09:32
กลุ่มรักในหลวงหวงแผ่นดินราชบุรีบุกชุมนุมศาลากลาง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 ธันวาคม 2556 18:54 น.  
 
ราชบุรี - ประชาชนกลุ่มรักในหลวงหวงแผ่นดินจังหวัดราชบุรี บุกประชิดประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดราชบุรี เรียกร้องผู้ว่าฯ เปิดประตูให้ประชาชนเข้าไปชุมนุม โดยยินยันจะชุมนุมกันอย่างสงบ จนผู้ว่าฯ ยอมเปิดประตูให้
   
  เมื่อเช้าวันนี้ (1 ธ.ค.) ที่บริเวณประตูทางเข้าออกศาลากลางจังหวัดราชบุรี ได้มีประชาชนกลุ่มรักในหลวงหวงแผ่นดินจำนวนมากเดินทางมาชุมนุมปราศรัยกล่าวโ จมตีการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำโดยนายแพทย์นิคม มะลิทอง แพทย์จากโรงพยาบาลราชบุรี นายน่วม ห่วงทอง ข้าราชการบำนาญ นายพันณรงค์ ประจักษ์จิตร และ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี มีประชาชนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เป่านกหวีด ปรบมือ และร้องเพลงปลุกใจอยู่หน้าประตูทางเข้าท่ามกลางแสงแดด และอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาภายในศาลากลางได้
   
  ส่วนบรรยากาศภายในศาลากลางจังหวัดราชบุรี นายณรงค์ ครองชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้มีการระดมกำลังตำรวจ และ อส. รวมกว่า 200 นาย จัดแบ่งกำลังคอยดูแลความสงบเรียบร้อยตามจุดสำคัญต่างๆ เพื่อป้องกันการเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบบริเวณศาลากลาง แม้ประชาชนกลุ่มผู้ชุมนุมจะยืนยันและรับปากว่าจะชุมนุมด้วยความสงบ ไม่มีการก่อเหตุ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ยอมอนุญาต ทําให้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะอยู่ค้างคืนที่หน้าศาลากลางจนกว่าจะมีการเป ิดประตู
   
  ต่อมา นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูศาลากลางจังหวัดเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาใช้ พื้นที่ภายในศาลากลางได้ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขไม่เข้ามาทําลายทรัพย์สินของทางราชการ
   
  สําหรับบรรยากาศมีอดีตนายทหารนอกราชการยศร้อยตรี พวน อินทร์ชํานาญ แต่งชุดทหารเข้ามาร่วมชุมนุม และปราศรัยบนรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง พร้อมพยายามเชิญชวนให้ทุกคนออกมาร่วมชุมนุมด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:13:08
“เจ เจตริน” เอาอีก สตช.คืนนี้ ด้าน “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” สู้ไม่ถอยที่ บช.น.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 20:26 น.  
 
“เจ เจตริน” เอาอีก สตช.คืนนี้ ด้าน “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” สู้ไม่ถอยที่ บช.น.
"เจ เจตริน"
  “เจ เจตริน” เอาอีก เตรียมลุย สตช.อีกคืนนี้ ด้าน “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” กับ “ตุ๊ก ชนกวนันท์” สู้ไม่ถอยที่ บช.น.
   
  ชัดเจนแล้วว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ประกาศไม่ออก ไม่ยุบสภา ยินดีทำทุกอย่างเพื่อความสงบสุข แต่ไม่บอกว่าจะทำยังไง ด้านมวลชนผู้ต่อต้านระบอบทักษิณก็ยังสู้ไม่ถอยเช่นกัน เมื่อคืน “เจ เจตริน วรรธนะสิน” นักร้องชื่อดังเจ้าพ่อแร็ปเมืองไทยก็โดดขึ้นรถของแกนนำต่อต้านระบอบทักษิณ คว้าไมค์ประกาศต่อต้านระบอบทักษิณที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคืนนี้เจก็เปิดเผยว่าจะไปร่วมอีก แต่ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน
   
  ทางด้านหน้า บช.น.ที่ตลอดทั้งวันตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตา และฉีดน้ำแรงดันผสมสารเคมี และล่าสุดก็ได้เปิดฉากยิงกระสุนยางนั้น ก็มีเหล่าดาราไปร่วมชุมนุมไม่ย่อท้อ ไม่ว่าจะเป็น “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ดาราผู้กำกับและผู้จัดละครก็ไปร่วมต้านไม่หวั่นอันตราย เช่นเดียวกับ “ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ” ที่ถึงแม้จะมีลูก 2 คนที่ต้องดูแล แต่วันนี้ก็ขอลุยแก๊สเหมือนกัน “เปิ้ล จารณี สุขสวัสดิ์” ก็มาส่งเสบียงให้ผู้ชุมนุม นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีดาราคนอื่นที่ไปร่วม และที่ส่งกำลังใจประกาศเจตนารมณ์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกมากมาย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:14:07
ม.หาดใหญ่แถลงการณ์อัดยับ ตร.เลือกปฏิบัติ นศ.รามฯ ถูกยิงไล่ส่งซ้ำ “ปู” ควรลาออก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 19:01 น.  
 
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ม.หาดใหญ่ แถลงการณ์โดยกลุ่มนักวิชาการ บุคลากร และนักศึกษา ประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปกป้อง นศ.รามคำแหง เลือกปฏิบัติ อัดซ้ำ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ควรลาออก
   
  วันนี้ (2 ธ.ค.) จากกรณีเกิดเหตุการณ์ชุมนุมการเรียกร้องทางการเมือง และมีการทำร้ายนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงจนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรง ซึ่งกำลังกลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่สามารถหาทางออกได้ กลุ่มนักวิชาการ บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เป็นกลุ่มนักวิชาการ บุคลากร และนักศึกษาที่มีหน้าที่การดูแลสังคม
   
  จึงขอออกแถลงการณ์ดังนี้ 1.ประณามการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่ไม่ดูแลความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน จนทำให้เกิดการเสียชีวิตซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงที่รัฐบาลต้องดูแล และปกป้องชีวิตของคนไทยทั้งประเทศโดยไม่เลือกปฏิบัติ 2.ขอเรียกร้องให้หยุดการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา อันจะนำไปสู่การบาดเจ็บ และสูญเสียชีวิต ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เลือกปฏิบัติในการดูแลประชาชน และหยุดทำร้ายประชาชน 3.ขอให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ด้วยการลาออก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:15:24
กลุ่มพลังมวลชนโค่นล้มระบอบทักษิณ บุกศาลากลางอ่างทองเป่านกหวีด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 20:04 น.  
 
อ่างทอง - กลุ่มพลังมวลชนโค่นล้มระบอบทักษิณ บุกศาลากลางปราศัยแสดงจุดยืนไม่เอาระบอบทักษิณ ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ม
   
  วันนี้ (2 ธ.ค.) กลุ่มพลังมวลชนโค่นล้มระบอบทักษิณชาวอ่างทองกว่า 100 คนนำโดยนายสมประสงค์ เปาอินทร์ ได้นำมวลชนชาวอ่างทอง ที่โค่นล้มระบอบทักษิณมาปักหลักปราศรัยที่บริเวณหน้าศาลกลางจังหวัดอ่างทอง โจมตีขับไล่รัฐบาลที่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณให้ออกไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อม อส.กว่า 100 คนให้ความดูแลและรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางเข้าออกของศาลากลางจังหวัดอ ่างทอง
   
  การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ที่มาดูแลความสงบ กลุ่มพลังมวลชนต่อต้านระบอบทักษิณในครั้งนี้ได้ถือธงชาติไทยโบกส่งเสียง พร้อมเป่านกหวีดเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พร้อมสลับกันออกมาปราศัยโจ มตีการทำงานของรัฐบาล
   
  นายสมประสงค์ เปิดเผยว่า การออกมารวมตัวปราศรัยในครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยอมรับรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" และเปิดเวทีปราศัยโจมตีการบริหารงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมเรียกร้องให้ข้าราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ข้างประชาชน
   
  สำหรับการรวมตัวเป่านกหวีดของกลุ่มพลังมวลชนที่ต่อต้านระบบทักษิณในวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากกลุ่ม นปช.กลุ่มเสื้อแดงได้ออกมาเคลื่อนไหวในตอนบ่ายโมงเพื่อให้กำลังใจผู้ว่าราชก ารจังหวัดและให้กำลังใจรัฐบาล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:16:41
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000149336
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 20:19 น.  
 
ศอ.รส.หน้าหงาย ภาพยันชัด ตร.ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุม
  เผยภาพตำรวจปราบจลาจลยิงปืนใส่ผู้ชุมนุมที่สะพานชมัยมรุเชฐ สวนทางคำพูด “ปิยะ อุทาโย” โฆษก ศอ.รส.ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้แค่โล่-กระบอง และแก๊สน้ำตา
   
  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.แถลงเมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (2 ธ.ค.) ว่า ตำรวจใช้เพียงโล่ กระบอง และแก๊สน้ำตา ในการควบคุมสถานการณ์เท่านั้น ไม่มีการใช้ปืนยิงกระสุนจริงใส่แต่อย่างใด ส่วนการใช้กระสุนยางเป็นหนึ่งในขั้นตอนการปฏิบัติ แต่จะนำมาใช้หรือไม่นั้นขอเวลาในการตรวจสอบว่ามีใครถูกยิงด้วยกระสุนยางหรือ ไม่
   
  อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ ช่างภาพสื่อมวลชนสามารถจับภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปราบจลาจลใช้ปืนยิงใส่ผู ้ชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ โดยสอดปากกระบอกปืนผ่านรอยขาดของสแลนที่ตำรวจใช้กำบังตัวจากสายตาผู้ชุมนุม ทำให้บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐเป็นจุดที่ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก โดยผู้บาดเจ็บรวมถึงช่างภาพหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ด้วย ขณะที่รถข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีราก็ถูกยิงเป็นรูปเช่นกัน
   
  นอกจากนี้ ยังมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดปราบจลาจลยิงหนังสติ๊กใส่ผู้ชุมนุมด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:17:45
อธิการบดี ม.รามฯ ประณามมือสังหาร นศ.ประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 19:53 น.  
 
 
   
 
อธิการบดี ม.รามฯ ประณามมือสังหาร นศ.ประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อธิการบดี ม.รามฯ ประณามมือสังหาร นศ.ประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด
 
อธิการบดี ม.รามฯ ประณามมือสังหาร นศ.ประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด
 
อธิการบดี ม.รามฯ ประณามมือสังหาร นศ.ประกาศหยุดเรียนไม่มีกำหนด
 
   
อธิการบดีรามคำแหง ประณามมือสังหารนักศึกษา ยันไม่ได้เป็นศัตรูกับ สตช.ด้านศิษย์ปัจจุบันร้องผู้ว่าการ กกท.-รมต.ลาออก และให้รัฐเยียวยามาตรฐานเดียวกัน ประกาศงดกิจกรรมทุกประเภทจนกว่าเหตุการณ์ปกติ
   
  วันนี้ (2 ธ.ค.) ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง แถลงข่าวพร้อมด้วยนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์การปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.- 1 ธ.ค.กล่าวว่า ขอประณามใครก็ตามที่ก่อให้เกิดความรุนแรงกับนักศึกษา หรือใครก็ตามที่ใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองอย่างเสรีเกินขอบเขตจนเป็นเหตุทำ ให้เกิดเหตุการณ์ มีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
   
  ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้เป็นศัตรูกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนเป็นมิตร เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในคืนวันเกิดเหตุมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยได้ เพราะติดขัดหลายประการ รวมถึงปัญหาการปิดซอยรามคำแหง 24 อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอชื่นชม พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ โพธิ์สวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก ที่มีความพยายามเข้ามาช่วยเหลือนักศึกษา สำหรับการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่ก่อเหตุยิงนักศึกษารามคำแหง เสียชีวิตนั้น ได้มีการประสานงานไปยัง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว
   
  ขณะที่ นายอภิมุข ศิลป์ชัย ผู้ประสานงานกลุ่มนักศึกษาและศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ในส่วนของนักศึกษา ขอเรียกร้อง 2 ข้อ ดังนี้ คือ 1.ขอเรียกร้องให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสนามกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ลาออกภายใน 2 วัน เนื่องจากอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการชุมนุม เพราะสนามกีฬาเป็นพื้นที่ที่ก่อให้เกิดความสามัคคี มิใช่ก่อให้เกิดความแตกแยก และ 2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาและช่วยเหลือนักศึกษาและประชาชนทุกคน ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการชุมนุมในครั้งนี้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
   
  ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ออกประกาศ ระบุว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติในบ้านเมือง และขยายในวงกว้างไปทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอประกาศงดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยทุกประเภทที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) และกองงานวิทยาเขตบางนา (รามคำแหง 2) สำหรับส่วนภูมิภาคให้จัดการเรียนการสอนและกิจกรรมตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะกลับคืนสู่ความปกติ
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:18:51
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 16:09 น.  
 
เชียงราย - เสื้อแดงเชียงรายยังอาละวาดไม่หยุด ยกพวกไปปลดป้ายพรรค ปชป.สาขาเชียงรายลงกระทืบจนแตก พร้อมเผาพริกเผาเกลือแช่งซ้ำ ก่อนลุยถึงบ้านประธานสาขาพรรค ตร.ห้ามกลับเจอสวนกลับบอกรู้กฎหมายดี
   
   
 
  วันนี้ (2 ธ.ค.) กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงรายที่ชุมนุมอยู่ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อปกป้องรัฐบาลชุดปัจจุบัน และสำนักงานราชการในพื้นที่ พร้อมด้วยรถยนต์ประมาณ 10 คัน และมวลชนประมาณ 100 คน พากันเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่
   
  โดยจุดแรกไปยังสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จ.เชียงราย เลขที่ 111/33 หมู่ 19 ต.รอบเวียง อ.เมือง ซึ่งเช่าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นครึ่ง อยู่ตรงข้ามโรงเรียนสันติวิทยา จากนั้น น.ส.จิรนันท์ จันทวงษ์ แกนนำกลุ่มลูกคนเมืองรักชาติเชียงราย นางเกษนีย์ ชื่นชม แกนนำกลุ่มเชียงราย 49 นายจิระโชติ อุ่นนะ แกนนำกลุ่ม นปช.เชียงราย 52 นำมวลชนลงไปกลางถนนหน้าสำนักงานซึ่งปิดประตูด้านหน้าและไม่เปิดดำเนินการในว ันดังกล่าว
   
  กลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้เครื่องปราศรัยโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซึ่งเป็นแกนนำการชุมนุมที่กรุงเทพฯ และนายเจริญ กาวิล ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ประจำ จ.เชียงราย ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง รวมทั้งจุดประทัดเสียงดังกึกก้อง จนทำให้ประชาชนและครูนักเรียนที่อยู่บริเวณดังกล่าวตกใจไปตามกัน ก่อนที่คนเสื้อแดงจะทำการปลดป้ายพรรคประชาธิปัตย์ออก และพากันกระทืบจนแตกเสียหาย แล้วนำพริก-เกลือออกมาเผาหน้าสำนักงาน ก่อนจะปราศรัยโจมตีอยู่พักใหญ่
   
  บรรดาแกนนำได้ปราศรัยตลอดทางว่าต้องการประชาธิปไตย และไม่ต้องการให้มีกลุ่มคนมาทำลาย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์มาเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่หลายครั้ง จึงขอให้รู้ว่าเชียงรายเป็นพื้นที่สีแดง จึงไม่ควรจะกระทำอีก ไม่เช่นนั้นคนเสื้อแดงก็จะออกมากระทำการเช่นนี้เรื่อยๆ
   
  จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงได้พากันเคลื่อนขบวนต่อไปยังบ้านของนายเจริญ กาวิล ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จ.เชียงราย เลขที่ 144/2 ซอย 1 สันติราษฎร์ หมู่ 21 ต.รอบเวียง อ.เมือง ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังแฟลตตำรวจ ห่างจาก สภ.เมือง และ บก.ภ.จว.เชียงราย เพียงเล็กน้อย
   
  โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำป้ายที่ถือมาตลอดรายทางไปติดไว้ที่ประตูรั้วบ้านนาย เจริญ มีข้อความโจมตีการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ก่อนจะมีการเผาพริกเผาเกลือ ทั้งด้านหน้า-ลานภายในบ้านตามธรรมเนียม แต่ช่วงเวลาดังกล่าวนายเจริญไม่อยู่บ้านจึงไม่มีการกระทบกระทั่งกัน
   
  อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจของ สภ.เมืองเข้าไปดูแลความสงบหลายนาย และได้เตือนไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงล้ำเข้าไปในเขตบ้าน ทำให้เกิดมีปากเสียงกับแกนนำคนเสื้อแดงนานพอสมควร โดย น.ส.จิรนันท์ได้เตือนให้ตำรวจหยุดพูด เพราะพวกเขาต่างทราบข้อกฎหมายดี รวมทั้งให้ตำรวจที่มาเตือนระวังการใช้คำพูดด้วย ขณะที่คนเสื้อแดงระบุในทำนองเดียวกันว่า ตำรวจบางนายใช้คำพูดไม่ถูกต้อง และพวกเขารู้กฎหมายดีกว่านักกฎหมายเสียอีก
   
  อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ก็ไม่บานปลายไปมาก โดยมีเพียงการปราศรัยต่อว่าให้ตำรวจที่ไปดูแลความสงบเท่านั้น แต่ก็ทำให้คนที่อาศัยอยู่ที่แฟลตตำรวจตกใจเสียงอึกทึก ก่อนที่คนเสื้อแดงทั้งหมดจะพากันเคลื่อนขบวนไปปักหลักที่เวทีชั่วคราวหน้าศา ลากลางจังหวัดต่อไป
 
 
   
         
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
   
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
   
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
     
         
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
   
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
   
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
     
         
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
   
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
   
   
 
แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 
   
     
         
   
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 รักเชียงใหม่ 51 บุกไทยพีบีเอส-NBT ห้ามแพร่ข่าว กปปส.-ขู่ฝ่าฝืนเจอปิดหรือเผา
 แดงเชียงรายอาละวาดไม่หยุด บุกทำลายป้าย ปชป.-ลุยบ้าน ปธ.สาขา
 ชาวปากน้ำโพปักหลัก กางเต็นท์-ตั้งเวทีปฏิรูปหน้าศาลากลางข้ามคืน
 แดงพะเยารวมตัวฉีกแถลงการณ์ “สุเทพ”
 แดงแพร่บุกศาลากลาง เผาโลง-หุ่น “เทือก” กลางถนน
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:19:48
นายกสภา ม.รามฯ ยัน มีสไนเปอร์ซุ่มยิง นศ.รามคำแหง ดับ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  2 ธันวาคม 2556 17:10 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายกสภา ม.รามฯ ยัน มีสไนเปอร์ซุ่มยิง นศ.รามคำแหง ดับ
นายวิรัช ชินวินิจกุล นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง
 
   
“วิรัช ชินวินิจกุล” นายกสภา ม.รามคำแหง ระบุสไนเปอร์ซุ่มยิงนักศึกษารามคำแหง จากตึกสูง เป็นเหตุการณ์ร้ายแรง เผยอธิการบดีขอความช่วยเหลือแล้ว แต่ ตร.นิ่งเฉยไม่สนใจดูแลความปลอดภัยนักศึกษา ตั้งข้อสังเกตวางแผนเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามหรือไม่
   
  วันนี้ (2 ธ.ค.) นายวิรัช ชินวินิจกุล รองประธานศาลฎีกา ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะกันที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ว่า นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.รามฯ) ได้มาหารือกับตนเมื่อวันที่ 28-29 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่าเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองน่าจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จึงได้สั่งปิดมหาวิทยาลัย ซึ่งตนก็เห็นด้วยและขอให้ดำเนินการทันที โดยในวันเกิดเหตุวันที่ 30 พ.ย.กลุ่มนศ.ม.รามฯ ก็ได้ตั้งเวทีปราศรัยที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพที่สามารถกระทำได้ กระทั่งในช่วงดึก ตนได้รับรายงานจากอธิการบดีว่า มีเหตุปะทะกันบริเวณ ม.รามฯ ซึ่งก่อนเกิดการปะทะก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เต็มพื้นที่โดยรอบ แต่เวลาผ่านไประยะหนึ่งตำรวจกลับหายไปหมด ไม่มีอยู่ในพื้นที่แม้แต่คนเดียว ต่อมาฝ่ายตรงข้ามก็ได้เข้ามารุมทำร้ายกลุ่มนักศึกษาม.รามฯ ซึ่งเรื่องดังกล่าวคล้ายกับเป็นการวางแผนเพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม โดยตนได้ประสานไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งตำรวจและทหาร แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือเลย ซึ่งในคืนนั้นกลุ่ม นศ.รามฯ ต้องขึ้นไปหลบอยู่บนอาคารจำนวนกว่า 2,000 ราย
   
  นายวิรัช กล่าวอีกว่า จากการสอบถามนักศึกษาทราบว่าสาเหตุที่ไม่ออกมาด้านนอกอาคาร เนื่องจากมีชายชุดดำดักซุ่มยิงปืนสไนเปอร์จากบนตึกสูงใส่กลุ่มนักศึกษา ขณะที่บางคนพยายามวิ่งฝ่าเมื่อหลุดออกไปได้ กลับพบกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนดักรุมทำร้าย โดยปิดล้อมทั้งประตูด้านหน้าและด้านหลังของมหาวิทยาลัย ทำให้กลุ่มนักศึกษาไม่สามารถออกจากมหาวิทยาลัยได้เลย ในคืนนั้นจึงต้องลำเลียงส่งเสบียงน้ำและอาหารให้กับกลุ่มนักศึกษาที่ติดอยู่ บนอาคาร จนกระทั่งในช่วงเที่ยงของวันที่ 1 ธ.ค.มีสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ตนถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตนก็ได้ชี้แจงไปว่ามีนักศึกษาติดอยู่บนตึกประมาณ 2,000 คน และไม่สามารถออกมาได้ เพราะถูกดักซุ่มยิงดังกล่าว ต่อมาหลังให้สัมภาษณ์ผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เข้ามาช่วยกลุ่มนักศึกษาออกจนมาได้ทั้งหมด
   
  “เหตุการณ์ที่ผ่านมาถือว่าเลวร้ายมาก ที่มีชายชุดดำใช้สไนเปอร์ดักยิงนักศึกษา ม.รามฯ จากที่สูงจริง และหน่วยงานด้านความมั่นคงโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สนใจดูแลความปลอดภัยใ ห้กับกลุ่มนักศึกษาแม้แต่น้อย ซึ่งตนเคลือบแคลงใจว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใครกันแน่ โดยเหตุการณ์นี้ชาวรามคำแหงลูกพ่อขุนจะจดจำไปตลอดชีวิต” นายกสภา ม.รามคำแหง กล่าว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:20:43
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 17:09 น.  
 
 
   
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
กลุ่มพลัง นศ.มณฑลภูเก็ตบุกกองบังคับการตำรวจเรียกร้องต้องอยู่ข้าง ปชช.
 
   
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กลุ่มแนวร่วมพลังนักศึกษามณฑลภูเก็จ กว่า 1,000 คน เดินทางบุกกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจอยู่ข้างประชาชน และร่วมขับไล่รัฐบาล ต้านระบอบทักษิณ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (2 ธ.ค.) กลุ่มแนวร่วมพลังนักศึกษามณฑลภูเก็จ กว่า 1,000 คน ประกอบด้วย นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นักศึกษาวิทยาเทคโนโลยีภูเก็ต นักเรียนโรงเรียนสตรีภูเก็ต นักเรียนโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย และนักเรียนโรงเรียนต่างๆ นำโดย นายชินวัฒน์ บุรี ในฐานะประธานกลุ่มแนวร่วมพลังนักศึกษามณฑลภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้เคลื่อนขบวนเดินเท้าออกหน้าบริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
   
  จากนั้นได้เดินไปตามถนนดำรง เลี้ยวขวาสี่แยกโรงเรียนสตรีภูเก็ต เลี้ยวซ้ายเข้าทางหน้าโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ผ่านสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และเลี้ยวขวาเข้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และขับไล่ระบอบทักษิณ และให้ยืนเคียงข้างประชาชนตลอดไป โดยได้เป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ และประกาศผ่านทางเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนภูเก็ตให้ออกม าร่วมชุมนุมกันให้มากๆ
   
  อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เสน่ห์ ยาวิละ พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว 3 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมรับปากว่าจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 50 นาย ซึ่งทำให้กลุ่มนักศึกษาพอใจ และได้เดินทางกลับมายังบริเวณหน้าศาลากลางเหมือนเดิม
   
  โดยในขณะนี้ที่บริเวณหน้าศาลากลางภูเก็ต ได้มีกลุ่มพลังมวลชนชาวภูเก็ต รวมทั้งนักเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมออกมาชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาล และขับไล่ระบอบทักษิณ กันอย่างเนืองแน่นเต็มพื้นที่
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:21:38
ศาลากลางราชบุรีหยุดงานหลังถูกกลุ่มพลังมวลชนปิดทางเข้า
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 16:13 น.  
 
 
   
 
ศาลากลางราชบุรีหยุดงานหลังถูกกลุ่มพลังมวลชนปิดทางเข้า
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศาลากลางราชบุรีหยุดงานหลังถูกกลุ่มพลังมวลชนปิดทางเข้า
 
ศาลากลางราชบุรีหยุดงานหลังถูกกลุ่มพลังมวลชนปิดทางเข้า
 
ศาลากลางราชบุรีหยุดงานหลังถูกกลุ่มพลังมวลชนปิดทางเข้า
 
   
ราชบุรี - กลุ่มพลังมวลชนหลายสาขาอาชีพรวมพลที่หน้าศาลากลางจังหวัดราชบุรีและปักหลังน อนพักค้างคืนสนามหญ้าหน้าศาลากลาง พร้อมปิดประตูทางเข้า-ออกศาลากลาง จนข้าราชการเข้าไปทำงานไม่ได้ จนต้องปิดการทำงาน 1 วัน
   
  เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (2 ธ.ค.) หลังจากที่กลุ่มพลังมวลชนหลายสาขาอาชีพนัดรวมพลที่หน้าศาลากลางจังหวัดราชบุ รี และปักหลังนอนพักค้างคืนกันที่สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดราชบุรี พร้อมเปิดเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล มีแกนนำหลายกลุ่มร่วมขึ้นรถขยายเสียงกล่าวปราศรัยเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ นำโดยนายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล อดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ นายแพทย์นิคม มะลิทอง แพทย์โรงพยาบาลราชบุรี นายบุญมาก และนางกัลยา ศิริเนาวกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ การติดตั้งเวทีคู่ขนานกับเวทีในกรุงเทพมหานคร และจอโปรเจ๊กเตอร์เพื่อติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
   
  สำหรับบรรยากาศเช้าวันนี้ ได้มีการติดป้ายเป็นกระดาษเอ 4 เขียนว่า "ปิดทำการ" ติดประกาศไว้ทุกประตูทางเข้า-ออกศาลากลางจังหวัดราชบุรี ประตูทางเข้า-ออกสำนักงานอัยการเขต 7 ประตูทางเข้า-ออก องค์การบริหารส่วนจังหวัด ประตูทางเข้า-ออกที่ว่าการอำเภอเมือง ไม่ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานในสถานที่ราชการ
   
  นอกจากนี้ ยังมีการ์ดของกลุ่มมวลชนหลายคนคอยยืนคุมประตูทางเข้า-ออกไม่ให้ข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำงานภายใน ส่งผลให้ผู้ที่เดินทางจะมาทำงานไม่รู้เกิดการสงสัยและพยายามโทรศัพท์ และสอบถามกันว่าจะมีการทำงานในวันนี้อีกหรือไม่ บางคนที่มาทํางานแต่เข้าไม่ได้จริงเดินทางกลับ
   
  ขณะที่นางกัลยา ศิริเนาวกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาธิปัตย์ และนายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล ได้ขึ้นรถติดเครื่องขยายเสียงไปรอบตัวเมืองราชบุรีเพื่อขอเชิญชวนให้ประชาชน ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านและร่วมกันโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่ศาลากลางจังหวัดราชบุรี
   
  นายกฤษฎา ให้วัฒนานุกูล เปิดเผยว่า จากการปักหลักชุมนุมเมื่อวานนี้เห็นนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ยังพูดไม่ชัดเจนว่าจะให้ทุกคนหยุดทำงานหรือไม่ วันนี้เราจะกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เพื่อขอคำยืนยันว่าจะให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่บนศาลากลางทุกคนหยุดงานหรือไม ่
   
  สำหรับบรรยากาศหน้าศาลากลางจังหวัดราชบุรีได้มีการสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าท ี่ตำรวจ และกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส. ) เฝ้าตามจุดสำคัญรอบพื้นที่สถานที่ราชการใกล้เคียง โดยกำลังส่วนหนึ่งได้ช่วยกันขนเอกสารทางราชการออกจากห้องส่วนราชการเพื่อนำไ ปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ห้องทำงานของส่วนราชการบนศาลากลางได้ทยอยปิดทำการชั่วคราว แต่ยังคงมีบางห้องที่ยังเปิดทำงานเป็นปกติ
   
  นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ยังเดินทางมาดูแลสถานการณ์ พร้อมกล่าวว่า การประกาศปิดศาลากลางนั้น ตนไม่มีอํานวนหน้าที่ ต้องเป็นมติของ ครม.เท่านั้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมจะปิดศาลากลาง ก็คอยดูแลความสงบเรียบร้อยเท่านั้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:22:37
ชาวปากน้ำโพปักหลัก กางเต็นท์-ตั้งเวทีปฏิรูปหน้าศาลากลางข้ามคืน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 15:25 น.  
 
นครสวรรค์ - มวลชนชาวปากน้ำโพ ปักหลักกางเต็นท์-ตั้งเวทีปราศรัยหน้าประตูทางเข้าศาลากลางข้ามวันข้ามคืน แต่ฝ่าอส.-ตร.เข้าศาลากลางไม่ได้ ด้านรองผู้ว่าฯยันขรก.ยังทำงานตามปกติ หยุดตาม “สุเทพ” สั่งไม่ได้
   
  วันนี้(2 ธ.ค.56) กลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ผลักดันการปฏิรูปประเทศ ยังคงปักหลักชุมนุมกันที่หน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีการกางเต็นท์บนถนนสวรรค์วิถี ตั้งแต่ช่วงสายวานนี้(1 ธ.ค.56) เป็นเวทีคู่ขนานกับเวทีกรุงเทพมหานคร จนกว่าจะได้รับชัยชนะตามข้อเรียกร้องของกปปส. โดยมีการถ่ายทอดสัญญาณสดเหตุการณ์ในกรุงเทพฯให้กลุ่มผู้ชุมนุมนครสวรรค์ดูสล ับกับการปราศรัยของแกนนำตลอดทั้งวัน
   
  นายสุพัฒน์ ทบอุต เลขาธิการสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจนครสวรรค์ กล่าวว่า กลุ่มของตนไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดได้ เพราะตำรวจมีการป้องกันศาลากลางไว้อย่างแน่นหนา ทางกลุ่มจึงเลือกปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางแทน เพื่อกดดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดประตูให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปจัดตั้งเวทีปราศรัยในศาลากลาง
   
  อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังไม่มีเหตุรุนแรง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมใช้พื้นที่หน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัดตั้งเวที ขนาดเล็ก และผลัดกันแสดงความคิดความเห็นทางการเมืองเท่านั้น เจ้าหน้าที่พนักงานประจำศาลากลาง ยังคงเข้าไปทำงานภายในศาลากลางจังหวัด โดยใช้ประตูด้านหลัง แต่ไม่สามารถนำรถทุกชนิดผ่านเข้าไปในพื้นที่ศาลากลางได้เพราะมีการวางแนวรั้ งลวดหนามทุกช่องทาง
   
  นายสมดี คชายั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ข้าราชการยังคงต้องทำงานตามปกติเหมือนเช่นเคย ไม่สามารถหยุดราชการตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขากปปส. ประกาศ ข้าราชการจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ต่อเมื่อมีมติและคำสั่งของคณะรัฐมนตรีเท ่านั้น หากไม่มีข้าราชการที่ต้องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องทำหนังสือขอลาหยุดราชการตามกฎระเบียบของทางราชการ
   
  ขณะที่ภายในศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ มีกำลังตำรวจเมืองปากน้ำโพ ปักหลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
   
  พล.ต.ต.สืบก์ศักดิ์ ชวาลวิวัฒน์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ย่างต่อเนื่องในตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ด้านในของศาลากลางจังหวัดน ครสวรรค์ได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ต่อต้านระบอบทักษิณ ได้ยึดพื้นที่บริเวณหน้าประตูศาลากลางจังหวัดเป็นพื้นที่ทำการชุมนุม ตั้งเวทีปราศรัยตังแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
   
  ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวต้องใช้กำลังตำรวจจำนวนมาก จึงเรียกกำลังเสริมจากหลายท้องที่ในจังหวัด เนื่องจากกำลังหลักเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน 2 กองร้อยกว่า 300 นาย ต้องไปประจำการที่กรุงเทพฯ จึงเหลือกองร้อยควบคุมฝูงชน 1 กองร้อยเท่านั้น ไม่เพียงพอต่อการรักษาความปลอดภัย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:24:01
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9560000149137
ศอ.รส. โกหกไม่ใช้กระสุนยางยิงมวลชน
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  2 ธันวาคม 2556 14:24 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศอ.รส. โกหกไม่ใช้กระสุนยางยิงมวลชน
หัวหน้าช่างภาพเดลินิวส์ โดนกระสุนยางยิงเข้าศรีษะ
 
   
ศอ.รส.พ่นน้ำลายยันคืนนศ.รามถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิตและบาดเจ็บ ตร.ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โกหกหน้าด้านตร.มีเพียงโล่และแก๊สน้ำตาสกัดการบุกรุก แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระสุนยาง -จริงได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย
   
  วันนี้(2 ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุม ว่า ขณะนี้สถานการณ์การชุมนุมในหลายๆพื้นที่ ผู้ชุมนุมเดินทางเข้าไปกดดันเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ราชการต่างๆ อาทิ บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล สะพานชัยมรุเชษ กระทรวงศึกษาธิการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และในช่วงบ่ายมาจะเดินทางมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้ชุมนุมพยายามทุกวิถีทางยกระดับสถานการณ์การชุมนุม อย่างไรก็ตามมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหารในการดูแลความสงบเ รียบร้อยทั่วบริเวณจุดสำคัญ
   
  พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีเกิดเหตุรุนแรงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น ได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตรโดยตรง ซึ่งท่านลงไปควบคุมดูแลพื้นที่ด้วยตนเอง และในพื้นที่การเข้าถึงยากลำบาก เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลมาขวางกั้นการปฏิหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไว้ ซึ่งได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้ให้การช่วยเหลือและนำคนเจ็บ ตลอดจนนักศึกษาออกมาจากมหาวิทยาลัยและสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว ทั้งนี้ พล.ต.อ.เอก อังสนานท์ รองผบ.ตร. ลงไปดูแลเรื่องการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพล.ต.อ. จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) ได้ลงพื้นที่ดูแลเรื่องการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ โดยในเวลา 14.00 น.จะมีการแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี ้ ทั้งนี้ ยืนยันว่ากรณีที่มีการระบุว่าในขณะเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เข้า ให้การช่วยเหลือนั้นไม่เป็นความจริง ตำรวจได้พยายามเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 55 ราย ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลการชุมนุมขณะนี้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ ้น 37 นาย
   
  ส่วนกรณีที่มีผู้ชุมนุมถูกยิงด้วยกระสุนจริงที่ขา ได้รับบาดเจ็บบริเวณสะพานชมัยมรุเชษนั้น โฆษกศอ.รส. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยืนยันตำรวจมีเพียงโล่และกระบอก และแก๊สน้ำตา เพื่อควบคุมสถานการณ์ ส่วนการใช้กระสุนยาง เป็นหนึ่งในขั้นตอนการปฎิบัติ แต่จะนำมาใช้หรือไม่นั้น ขอเวลาในการตรวจสอบว่ามีใครถูกยิงด้วยกระสุนยางหรือไม่
   
  เมื่อถามถึงกรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุม ระบุว่า ศอ.รส.มีท่าทีที่แข็งกร้าวกับกลุ่มผู้ชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ศอ.รส.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฎิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม และยึดหลักเจรจาเป็นหลัก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/03/13 เวลา 07:25:19
ปิดแล้ว! ศาลากลางพิษณุโลก-มวลชนฮือล้อม ขรก.กลับบ้าน ผู้ว่าฯ-รองฯ ปิดห้อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 ธันวาคม 2556 11:22 น.  
 
พิษณุโลก - มวลชนคนพิษณุโลกร่วมต้านรัฐบาล ฮือปิดศาลากลางฯ สำเร็จ พบห้องผู้ว่าฯ-3 รองผู้ว่าฯ ถูกล็อกกุญแจปิดอยู่ ขณะที่ ปภ.จว.พิษณุโลกรับดอกไม้ บอกด้วยเสียงสั่น ตาแดง พร้อมหยุดงานตามที่ประชาชนร้องขอ ยินดีปฏิบัติตาม
   
  เช้าวันนี้ (2 ธ.ค.) มวลชนชาวพิษณุโลกที่ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-ล้างระบอบทักษิณ เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ได้รวมตัวกันอยู่ด้านหน้าศาลากลาง เป่านกหวีดใส่ข้าราชการ พนักงานที่เดินทางเข้าไปภายในศาลากลาง พร้อมปราศรัยสาปแช่งไม่ให้มีความเจริญก้าวหน้า ต่อมามีมวลชนประมาณ 200 คนได้เดินผ่านหน้าจวนผู้ว่าฯ เข้าปิดประตูด้านข้างศาลากลางจังหวัดฯ ก่อนอ้อมไปด้านหลังศาลากลางเพื่อปิดประตู และมอบดอกกุหลาบแก่ข้าราชการ จากนั้นยังได้เดินอ้อมไปด้านข้างปิดประตูอีกด้านหนึ่งไม่ให้รถเข้าออก
   
  ต่อมากลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาลยังเคลื่อนไหวกดดันให้ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้ าที่ พร้อมปิดประตูเข้าออกศาลากลางเกือบทุกประตู พร้อมใช้ผ้าแพร-ลวดมัดประตูไว้ แล้วให้อาสาสมัครเฝ้าไว้ประตูละ 10-20 คน
   
  จากนั้นมวลชนได้ตั้งขบวน เป่านกหวีด กดดันให้ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่ เดินเข้าไปในศาลากลางจังหวัดฯ ซึ่งภายในมีข้าราชการปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ก่อนที่กลุ่มมวลชนได้เดินไปยังห้องทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ บนศาลากลางชั้น 2 ปรากฏว่า ถูกปิดล็อกกุญแจไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแต่อย่างใด เช่นเดียวกับห้องรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกทั้ง 3 ห้องไม่มีผู้มาปฏิบัติงาน
   
  ขณะที่ข้าราชการที่มาทำงานเริ่มที่จะเดินทางออกจากศาลากลางพิษณุโลก ตามคำเรียกร้องของมวลชนที่มาชุมนุมในครั้งนี้แล้ว
   
  ต่อมานายธีรพงษ์ เจริญยิ่ง สหภาพฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมมวลชนได้นำดอกไม้ไปมอบแก่นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก
   
  นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ปภ.พิษณุโลก กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ แต่ผมมาทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย อ.บางกระทุ่ม ที่ติดค้างอยู่ ก็ขอให้ทุกท่านพอใจ เพราะข้าราชการได้ทำตามที่ประชาชนร้องขอ คือ หยุดการปฏิบัติงาน เมื่อประชาชนร้องขอก็ยินดีปฏิบัติตาม
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ปภ.พิษณุโลก รับดอกไม้และขึ้นกล่าวกับผู้ชุมนุมด้วยเสียงสั่นเครือ ตาแดง เมื่อบอกว่า หยุดงานตามที่ประชาชนร้องขอ ยินดีปฏิบัติตาม
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 06:58:57
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯหรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 ธันวาคม 2556 04:33 น.  
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯหรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  แอคทิวิสต์โพสต์ - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์แอคทิวิสต์โพสต์ เปรียบเทียบการประท้วงในยูเครนและไทย ระบุจุดยืนของชาติตะวันตกต่อเรื่องนี้ไร้ มาตรฐานอย่างชัดเจน โดยจะมองว่าการชุมนุมเป็นเรื่องดีก็ต่อเมื่อตนเองมีส่วนได้ประโยชน์เท่านั้น  ไม่เกี่ยวข้องกับหลักนิติรัฐหรือประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
   
  ในบทความเรื่อง A Tale of Two Protests: Ukraine and Thailand นายโทนี่ คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกา รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่าในขณะที่ชาติตะวันตกแสร้งแสดงบทบาทสนับสนุนผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุน อียูในยูเครน แต่อีกด้านหนึ่งก็กลับตำหนิผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไทยที่ได้รับการหนุนหลังจ ากอเมริกา ทั้งที่ทั้งสองก็มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน
   
  นายโทนี ระบุว่าเมื่อมีคำถามว่าการประท้วงแบบไหนเป็นสิ่งดี บางคนอาจวัดกันที่วัตถุประสงค์ แต่ความเป็นจริงแล้วในส่วนของพวกชาติตะวันตก การประท้วงจะเป็นเรื่องดีก็ต่อเมื่อการชุมนุมนั้นรับใช้ผลประโยชน์ของพวกเขา  ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครนและไทย ซึ่งผู้ชุมนุมต่างก็พยายามบุกยึดอาคารราชการและเตรียมการขยายขอบเขตไปยังหน่ วยงานอื่นที่ยังไม่สามารถยึดได้ ด้วยต่างมีเป้าหมายขับไล่รัฐบาลของประเทศตนเอง ทว่าชาติตะวันตกกลับบอกว่าอันหนึ่งดีเลิศ ส่วนอีกแห่งไม่ใช่การชุมนุมอย่างสันติ
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯหรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  รางวัลโนเบลสำหรับผู้ประท้วงยูเครน
  บทความของนายโทนี อ้างถึงกรณีมีผู้ประท้วงราว 10,000 คนรวมตัวกันชุมนุมต่อต้านการตัดสินใจทิ้งข้อตกลงประวัติศาสตร์อันจะนำไปสู่ก ารเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)ของรัฐบาลเมื่อวันเสาร์(30พ.ย.) เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการปราบปรามผู้ประท้วงของตำรวจปราบจลาจลหนึ่งวันก่อนหน้า นี้ ที่เป็นผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและหลายคนถูกจับกุม
   
  สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเคียฟ รัฐบาลสหรัฐฯประณามปฏิบัติการของตำรวจ โดยเรียกมันว่าเป็นการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ขณะที่ทางกระทรวงการต่างประเทศอเมริกา ก็ระบุในถ้อยแถลงเวลาต่อมาว่า "เราเรียกร้องเหล่าผู้นำของยูเครน เคารพต่อสิทธิการแสดงออกและการชุมนุม เราเรียกร้องรัฐบาลยูเครน สนับสนุนสิ่งแวดล้อมทางบวกสำหรับประชาสังคมและเพื่อปกป้องสิทธิการของชาวยูเ ครนทุกคนในการแสดงมุมมองต่ออนาคตของประเทศในแนวทางที่สร้างสรรค์และเป็นไปอย ่างสันติในกรุงเคียฟ รวมถึงพื้นที่อื่นๆของประเทศ ความรุนแรงและการข่มขู่ไม่ควรเกิดขึ้นในยูเครน ณ วันนี้"
   
  นายโทนี ตั้งข้อสังเกตในบทความว่าเสียงชื่นชมจากฝั่งสหรัฐฯ มีออกมา แม้ว่าผู้ประท้วงชาวยูเครนทั้งจุดไฟเผาและใช้รถแทรกเตอร์ในความพยายามทะลายแ นวกั้นของตำรวจ รวมทั้งได้ปิดกั้นถนนสายหลักที่มุ่งสู่อาคารที่ทำการของรัฐบาล ขวางข้าราชการเข้าทำงาน ซึ่งเรื่องราวนี้ก็พบเห็นตามสื่อหลักต่างๆ
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯหรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  การชุมนุมที่แย่ของไทย
  ในทางกลับกัน นายโทนี บอกว่าสหรัฐฯ ก็ประณามอย่างโต้งๆต่อการประท้วงต่อต้านระบอบทักษิณ และรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า "รุนแรงและบอกว่าการบุดยึดหน่วยงานราชการหรือเอกชนเป็นที่ยอมรับไม่ได้ในแนว ทางของการคลี่คลายความแตกต่างทางการเมือง" นอกจากนี้แล้วในขณะที่ชาติตะวันตกเรียกมาตรการปราบจลาจลของยูเครนว่า "ความรุนแรง" แต่อีกด้านหนึ่งสื่อจากชาติตะวันตก กลับไม่พาดพิงคำว่า "การปราบปรามรุนแรง" ในแบบเดียวกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย ทั้งที่เมื่อมองดูแล้วรัฐบาลไทยก็ใช้วิธีการเดียวกับรัฐบาลยูเครนในการควบคุ มฝูงชน
   
  ทำไมชาติตะวันตกถึงปกป้องรัฐบาลไทย
  รัฐบาลของทักษิณและยิ่งลักษณ์ ได้รับการหนุนหลังจากชาติตะวันตกมานานเกือบทศวรรษ โดยเฉพาะในส่วนของทักษิณนั้น ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับตะวันตกเริ่มต้นขึ้นก่อนเข้ารับตำแหน่งในปี 2001 ด้วยซ้ำ
   
  นายโทนีอ้างข้อเขียนของนายทนง ขันทอง จากหนังสือพิมพ์ "เดอะ เนชัน" ระบุว่าก่อนเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก นายทักษิณได้พยายามแสวงโอกาสการลงทุนในวอลล์สตรีทและลอนดอนควบคู่กับการไต่เ ต้าทางการเมือง โดยคาร์ไลล์กรุ๊ปเคยตั้งให้เขาเป็นที่ปรึกษากลางปี 1998 นอกจากนี้ยังเคยพยายามใช้สายสัมพันธ์กับอเมริกาส่งเสริมภาพพจน์ทางการเมืองใ นช่วงที่เขาก่อตั้งพรรคไทยรัก ไทย เขาเชิญบุชผู้พ่อมาเยือนกรุงเทพฯ บอกว่าภารกิจของเขาคือเป็นพ่อสื่อระหว่างกองทุนจากสหรัฐฯกับธุรกิจไทยเขายัง เชิญเจมส์ เบเกอร์ เดอะเติร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯในยุคจอร์จ บุช มาเที่ยวไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีนั้นด้วย
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯหรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีปี 2001 ทักษิณเริ่มตอบแทนการสนับสนุนจากผู้อุปถัมภ์ชาวตะวันตกของเขา ในปี 2003 เขาส่งทหารไทยไปอิรักทั้งที่กองทัพและประชาชนคัดค้าน เขายังอนุญาตให้ซีไอเอใช้ไทยในโครงการส่งผู้ร้ายข้ามรัฐอย่างลับๆในปี 2004 นอกจากนี้แล้วทักษิณ ยังได้ผลักดันเอฟทีเอสหรัฐ-ไทยที่ได้รับการสนุนสนุนจากสภานักธุรกิจอาเซียน- สหรัฐอเมริกาโดยไม่ผ่านรัฐสภา และหลังถูกรัฐประหารปี 2006 ทักษิณก็ยังเป็นที่รักของสื่อตะวันตกอันเป็นผลจากสายสัมพันธ์กับบริษัทล็อบบ ี้ชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐ ที่ยกเขาเป็นบุรุษของประชาชนที่ต่อสู้กับชนชั้นนำ ในกรุงเทพฯ
   
  ทั้งนี้สภานักธุรกิจอาเซียน-สหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนเอฟทีเอสหรัฐฯ-ไทยเมื่อ ปี 2004 ประกอบด้วยตัวแทนบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งยกตัวอย่างเช่น 3เอ็ม,ไอบีเอ็ม,โบอิ้ง,ซิตีกรุ๊ป,เจเนรัล อิเล็กทริค, ล็อคฮีด มาร์ติน, เชฟรอน, ฟิลิป มอร์ริส ฯลฯ รวมถึงสถาบันการเงินอย่างโกลด์แมน แซค และเจพี มอร์แกน
   
  นายโทนีปิดท้ายว่าเป็นที่ชัดเจนว่าชาติตะวันตกได้ลงทุนทั้งเวลาและทรัพยากรอ ย่างมหาศาลไปกับระบอบทักษิณ และการประณามผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็เป็นแค่ความพยายามปกป้องการลงทุน ของตนเอง ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับหลักนิติรัฐหรือประชาธิปไตยแม้แต่น้อย
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯหรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
 สื่อนอกอ้างนักวิเคราะห์ชี้เวลานี้ภาระคลี่คลายวิกฤตการเมืองไทยอยู่ที่'กอง ทัพ'
 ขายหน้า! ดัชนีคอร์รัปชันชี้ “ไทย” สอบตกคะแนนความโปร่งใส - ร่วง 14 อันดับจากปีที่แล้ว
 สหรัฐฯ “เสียใจ” เหตุประท้วงในไทยคร่าชีวิตหลายศพ-วอน “ยิ่งลักษณ์-สุเทพ” เจรจาสร้างสันติ
 ทัวร์ฮ่องกงยกเลิกมาไทย หลายชาติเอเชียร้องพลเมืองในกรุงเทพฯระมัดระวัง
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 06:59:51
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 ธันวาคม 2556 03:14 น.  
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
  คนไทยในนิวยอร์กรวมตัวหน้ากงศุล ไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในการต่อต้านระบบเลวร้ายของทักษิณ รวมถึงขับไล่ รบ.ยิ่งลักษณ์ ในการนี้ได้ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้สภาสหรัฐชี้แจงสถานการณ์ในไทย และแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นด้วย
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(4ธ.ค.) เฟซบุ๊ก Pailin Kumsiri โพสต์รูปคนไทยในนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง รวมตัวแสดงพลังที่หน้ากงศุลไทย เพื่อไว้อาลัยแก่ประชาชน นักศึกษา ผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตในการต่อต้านระบบเลวร้ายของทักษิณ รวมถึงต่อต้านและขับไล่รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากนี้ยังมีการร่วมลงนามในหนังสือซึ่งจะส่งไปยัง United Nations Higher Commissioner for Human Rights, สมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐอเมริกา เพื่อชี้แจงสถานการณ์ในประเทศไทย เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นด้วย
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
   
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 คนไทยในนิวยอร์ก ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชีวิตต้านระบอบแม้ว
 ประมวลภาพ : “พุทธิพงษ์” นำขบวนผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนหน้า สตช.
 ประมวลภาพ : ม็อบ กปปส.บุกทำเนียบสำเร็จ ประกาศชัยชนะ
 ชมภาพมุมสูง : ม็อบบุกทำเนียบรัฐบาล
 “อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ภาพหมาเป่านกหวีด บอกอยากซื้อมาเลี้ยง
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:00:45
ชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณแห่รอบเมือง เรียกร้องขรก.อยู่ข้างประชาชน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 19:51 น.  
 
 
   
 
ชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณแห่รอบเมือง เรียกร้องขรก.อยู่ข้างประชาชน
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณแห่รอบเมือง เรียกร้องขรก.อยู่ข้างประชาชน
 
ชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณแห่รอบเมือง เรียกร้องขรก.อยู่ข้างประชาชน
 
   
พังงา - กลุ่มชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณสนับสนุน กปปส. จำนวนกว่า 1,000 คนร่วมรณรงค์แห่รอบเมืองพังงา พร้อมเรียกร้องให้ข้าราชการอยู่เคียงข้างประชาชน
   
  วันนี้ (3 ธ.ค.) นายวสิทธิ์ ประหยัดทรัพย์ ส.อบจ.พังงา และ ดร. วระชาติ ทนังผล อดีตรองนายก อบจ. ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณสนับสนุน กปปส. ได้นำขบวนรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียง และรถยนต์กระบะบรรทุกผู้ชุมนุม ออกจากศาลากลางจังหวัดพังงามุ่งหน้าอำเภอทับปุด เพื่อไปขอมอบนกหวีดและดอกกุหลาบให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ พร้อมกับขอความร่วมมือให้ส่วนราชการต่างๆในอำเภอทับปุดร่วมแสดงพลังด้วยการห ยุดงานแสดงอารยะขัดขืน โดยขบวนได้เข้าไปที่โรงเรียนทับปุดวิทยา ทั้งนี้ตลอดการแสดงพลังได้รับความต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้บริหาร คณะครู-อาจารย์ และนักเรียนได้ออกมาร่วมขบวนรวมกับกลุ่มมวลชนแล้วประมาณ1,000 คน
   
  จากนั้นได้เข้าไปที่ว่าการอำเภอทับปุด โดยนายอำเภอทับปุดได้ออกมารับดอกไม้และนกหวีด พร้อมกับได้นำน้ำดื่มออกมาแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม และได้เดินทางไปต่อได้เข้าไปที่ สภ.ทับปุด ซึ่งสร้างความตกใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ทาง ผกก.สภ.ทับปุดได้ออกมารับนกหวีดและดอกไม้พร้อมกับบอกกับผู้ชุมนุมว่า สภ.ทับปุดเป็นของประชาชนฉะนั้นตำรวจก็จะต้องอยู่เคียงข้างประชาชน สร้างความพึงพอใจให้กับกลุ่มผู็ชุมนุมเป็นอย่างมาก
   
  สุดท้ายทางแกนนำก็ได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมกลับสู่เวทีปราศรัยที่ศาลากลางจังหวัด พังงา มีประชาชน นักเรียน ข้าราชการ เข้าร่วมมากับขบวนเป็นจำนวนมาก โดยทางแกนนำได้แจ้งว่าการเคลื่อนไหวต่างๆของจังหวัดพังงาก็จะรอดูท่าทีของ คณะ กปปส. ส่วนกลาง ซึ่งทางกลุ่มพร้อมทำการสนับสนุนทุกภารกิจที่ส่วนกลางขอความร่วมมือ
 
   
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 มท.ภ.4 ให้กำลังใจนักกีฬาปันจักสีลัตทีมชาติไทยก่อนเดินทางแข่งซีเกมส์ที่เมียนมาร์  
 โจรใต้กราดยิงชาวนครศรีฯหาปูเปรี้ยวเสียชีวิต 4 สูญหายอีก 1 ที่ปัตตานี
 ญาติปราบปลื้มร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อส.ยะลาเหยื่อไฟใต้
 ชาวพังงาต่อต้านระบอบทักษิณแห่รอบเมือง เรียกร้องขรก.อยู่ข้างประชาชน
 นราธิวาสเตรียมพร้อมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช
 
     
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:01:42
“สมคิด” ซัดกลับ “จาตุรนต์” ย้ำทำเพื่อ นศ.-บุคลากร ตามมติ ทปอ.ไม่มีใครสั่ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 17:28 น.  
 
   “สมคิด” งัดข้อกฎหมายโต้ “จาตุรนต์” ชี้ รธน.เปิดช่องยุบสภาตั้งรักษาการได้ คาดอ่าน รธน.เหมือนกันแต่มองคนละมุม พร้อมยกตัวอย่างสมัย “ทักษิณ” ก็เคยทั้งยุบสภา ลาออก ย้ำข้อเสนอ ทปอ.เป็นมติเอกฉันท์ร่วมกันของอธิการมหา’ลัย 27 แห่ง ไม่ใช่แค่อธิการ ม.ธรรมศาสตร์ ลั่นคนเป็นอธิการบดีต้องมองรอบด้าน ตัดสินเพื่อประโยชน์ นศ.และบุคลากร แต่ไม่ฟังคำสั่งใคร ขณะที่นักวิชาการด้านวิทย์ สนับสนุนข้อเสนอ ทปอ.ให้ยุบสภา และตั้งรักษาการ เสนอให้มีการเจรจา 2 ฝ่าย โดยมีคนกลาง อาทิ “อานันท์ ปันยารชุน-นพ.ประเวศ วะสี” เน้นประเด็นการตั้งสภา
 
“สมคิด” ซัดกลับ “จาตุรนต์” ย้ำทำเพื่อ นศ.-บุคลากร ตามมติ ทปอ.ไม่มีใครสั่ง
ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
   วันนี้ (3 ธ.ค.) ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการศธ.ออกมาบอกว่าข้อเสนอของ ทปอ.ให้รัฐบาลยุบสภาและมีรัฐบาลรักษาการ ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญทั้งยังระบุว่าการประกาศให้มหาวิทยาลัยหยุดเรียนแล ะหยุดทำงานเป็นข้อเสนอของประธาน ทปอ.ว่า แถลงการณ์ของ ทปอ.วานนี้ (2 ธ.ค.) ซึ่งมีข้อเสนอดังกล่าวออกมานั้นเป็นมติเอกฉันท์ของ ทปอ.ซึ่งประกอบด้วย อธิการบดีของมหาวิทยาลัยทั้ง 27 แห่ง ไม่ใช่มติส่วนตัวของอธิการบดี มธ.เพียงคนเดียว ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือและเห็นว่าแนวทางดังกล่าวมีความเป็นไปได้ตามรัฐธ รรมนูญ พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีสามารถยุบสภาได้ตามมาตรา 108 และ ม.182(2) และ ม.181 ซึ่งระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่ารัฐมนตรีที่รับตำแหน่งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ และแม้จะยุบสภาแล้วนายกฯ ก็สามารถลาออกได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าห้ามนายกฯหรือรัฐมนตรีลาออก ซึ่งการที่เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2549 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภา และลาออกโดยได้ตั้งรองนายกฯ ขึ้นมารักษาการแทน เห็นได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้อยู่แล้ว
   
   “ในที่ประชุม ทปอ.ได้มีการพูดคุยใน 2 แนวทาง คือ แนวทางแรก นายกฯ และ ครม.ทั้งคณะลาออก เหลือรัฐมนตรี ที่เป็นคนกลาง และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายไว้ 1 คน เป็นนายกฯแล้วตั้งรัฐบาลใหม่ และแนวทางที่ 2.นายกฯ และ ครม.ลาออกทั้งคณะและให้ประธานวุฒิสภา เสนอชื่อนายกฯขึ้นโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ซึ่งทั้งสองแนวทางสามารถเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น คิดว่าการที่ นายจาตุรนต์ ออกมาบอกว่าข้อเสนอของ ทปอ.ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนั้น เชื่อว่านายจาตุรนต์ คงอ่านรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน แต่น่าจะเป็นการมองคนละมุม” ศ.ดร.สมคิด กล่าว
   
   ศ.ดร.สมคิด กล่าวต่อว่า ในส่วนของการประกาศหยุดเรียนและหยุดทำงานของ มธ.ทุกศูนย์นั้น ไม่ได้เป็นการทำตามคำสั่งใคร แต่ที่ต้องสั่งหยุดเพราะมีบุคลากรสอบถามและแจ้งเข้ามาว่าได้รับผลกระทบจากกา รในการเดินทาง ขณะที่อาจารย์จำนวนมากต้องเดินทางไปสอนที่ศูนย์ต่างจังหวัดด้วย ดังนั้น เพื่อไม่ให้การสอบและการเปิดเรียนของแต่ละศูนย์เกิดความเหลื่อมล้ำ จึงต้องสั่งปิดทุกศูนย์ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ มธ.เท่านั้นที่ประกาศหยุดเรียนทุกศูนย์ แต่มีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งเช่นกันที่ประกาศปิดเรียน
   
   “ยืนยันว่าอธิการบดี ไม่ได้ทำตามคำสั่งใคร แต่ตัดสินใจโดยนึกถึงประโยชน์ของบุคลากรและนักศึกษาเป็นหลัก เพราะคนเป็นอธิการบดี ต้องมองให้รอบด้าน” ศ.ดร.สมคิด กล่าว
   
   เวลาประมาณ 16.00 น.ที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย บัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย สมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมออกแถลงการณ์ต่อกรณีวิกฤตที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย มีเนื้อหา ดังนี้ 1.สนับสนุนแถลงการณ์ของ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ฉบับที่ 4 ที่ เสนอให้ “รัฐบาลยุบสภาและลาออก และในระหว่างยุบสภาจัดให้มีรัฐบาลรักษาการที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาบริห ารประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และให้ยอมรับอำนาจศาลและองค์กรอิสระ 2.ควรมีการพูดคุยกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล และคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) โดยมีคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนและของทั้งสองฝ่าย เช่น คุณอานันท์ ปันยารชุน และ ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี โดยมุ่งประเด็นการตั้งสภาที่มีสมาชิกประกอบด้วยผู้แทนประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยที่แท้จริง 3.ภารกิจการปฏิรูปประเทศไทยของสภาที่จัดตั้งขึ้น ให้มีเป้าหมายตามที่สรุปใน “แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย : ข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ที่เสนอโดย คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) และ 4 ขอประณามและให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:03:31
สสปน.เตรียมฟ้องรัฐทำชวดเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 19:06 น.  
 
  นายอรรคพล สรสุชาติ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ(องค์การมหา ชน) สสปน. เปิดเผยว่า สาเหตุที่ประเทศไทยขาดคุณสมบัติจากการเข้าประมูลสิทธิ์เสนอตัวเข้าชิงเป็นเจ ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 เนื่องจากกระทรวงต่างประเทศไทยไม่ได้ส่งคำยืนยันตอบกลับไปยังคณะกรรมการจัดง านมหกรรมโลก (บีไออี) โดยวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา นายวินเซนต์ กอนซาเลส ลอสเซอทาเรส เลขาธิการบีไออี ได้ส่งหนังสือ นายสมศักดิ์ สุริยวงศ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ถึงผลการสำรวจพื้นที่การจัดงานระหว่างวันที่ 28 มกราคมถึง 1กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลไทยได้นิ่งเฉย และไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับคณะจัดงาน
   ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อประมวลหาช่องทางการฟ้องร้องทางกฎหมาย เพื่อเอาผิดรัฐบาลกรณีเพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยให้ถูกถอนจากการประมูลสิทธิ์ในครั้งนี้ เพราะจากศักยภาพโครงสร้างประเทศพบว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่เหนือกว่าดูไบ และประเทศอื่นๆ ที่เสนอตัวอีก 3 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย ตุรกี บราซิล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:04:25
กลุ่มพลังมวลชนอ่างทองยังใช้ศาลากลางเป่านกหวีดไล่รัฐบาลปูต่อเนื่อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 18:12 น.  
 
อ่างทอง - กลุ่มพลังมวลชนชาวอ่างทอง ยังใช้สนามศาลากลางจังหวัดแสดงพลังเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาล และโค่นล้มระบอบทักษิณอย่างต่อเนื่อง
   
  เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (3 ธ.ค.) กลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดอ่างทอง โค่นล้มระบอบทักษิณ นำโดย นายสมประสงค์ เปาอินทร์ พร้อมมวลชนชาวอ่างทอง ยังคงมารวมตัวชุมนุมกันที่บริเวณศาลากลางจังหวัดอ่างทองอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปราศรัยแสดงจุดยืน และเป่านกหวีดไม่เอาระบอบทักษิณ และขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.เกือบ 100 นาย โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
   
  สำหรับการชุมนุมในครั้งนี้ต่อเนื่องจากหลายวันที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสงบ ทั้งนี้ ในวันนี้ นายสมประสงค์ เปาอินทร์ แกนนำได้มอบพระเครื่องให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ที่มาดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:06:12
พลัง นศ.ล้อมปิด ภจว.นครศรีฯ วอน ตร.หยุดใช้ความรุนแรง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 16:36 น.  
 
 
   
 
พลัง นศ.ล้อมปิด ภจว.นครศรีฯ วอน ตร.หยุดใช้ความรุนแรง
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พลัง นศ.ล้อมปิด ภจว.นครศรีฯ วอน ตร.หยุดใช้ความรุนแรง
 
พลัง นศ.ล้อมปิด ภจว.นครศรีฯ วอน ตร.หยุดใช้ความรุนแรง
 
พลัง นศ.ล้อมปิด ภจว.นครศรีฯ วอน ตร.หยุดใช้ความรุนแรง
 
พลัง นศ.ล้อมปิด ภจว.นครศรีฯ วอน ตร.หยุดใช้ความรุนแรง
 
   
นครศรีธรรมราช - นักศึกษาหลายพันคนเข้าปิดล้อมกองบังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เรียกร้องให้ตำรวจรับผิดชอบในคดียิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมทั้งหยุดใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ
   
  วันนี้ (3 ธ.ค.) ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นักศึกษาหลายพันคนจากหลายสถาบันการศึกษาในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งนำโดยองค์การบริหารนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช รวมทั้งนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนหลายแห่ง ได้ร่วมกันเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เข้าปิดล้อมกองบังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช
   
  เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์สื่อสารไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้ตำรวจหยุดยิงแก๊สน้ำตา รวมถึงการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมทั้งรับผิดชอบในคดียิงนักศึกษารามคำแหงเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก และยังเรียกร้องให้ตำรวจนครศรีธรรมราช ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันกับนักเรียน นักศึกษาและเพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมได้ทราบโดยทั่วกัน
   
  ขณะที่บรรยากาศตลอดเวลาเป็นไปอย่างตึงเครียด นายพิชัย บุณยเกียรติ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ร่วมปราศรัยอย่างดุเดือด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางกำลังชุดควบคุมฝูงชนมาป้องกันไม่ให้นักศึกษา ที่มาชุมนุมเข้าไปถึงตัวอาคาร โดยมีแนวประจันหน้าห่างเพียง 1 เมตรเท่านั้น และมีการเปิดเพลงมาร์ชตำรวจไทยเสียงดัง แข่งกับเสียงของรถปราศรัยจนนายพิชัย บุณยเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ปราศรัยขู่ว่า หากตำรวจยังไม่ปิดเสียงจากเครื่องขยาย ตนเอง และแกนนำพร้อมทั้งนักศึกษาจะบุกเข้าไปในตัวอาคาร และเรียกร้องให้ตำรวจมาปราศรัยแสดงจุดยืนร่วมกับพลังนักศึกษา แต่มีตำรวจสาวสวยจาก บก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้นำลูกอมมาแจกให้แก่นักศึกษาที่มาร่วมชุมนุมอย่างสนุกสนานเป็นสีสันอีกอาร มณ์หนึ่งระหว่างสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้ลงมาพบ และได้กล่าวต่อกลุ่มผู้ชุมนุม นักเรียน นักศึกษา โดยยืนยันว่า ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราชทุกนายเป็นตำรวจมืออาชีพ ล้วนเป็นลูกหลานของชาวนครศรีธรรมราช และจะแจ้งข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมไปยังผู้บังคับบัญชาต่อไป หลังจากนั้น ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง กลุ่มนักศึกษาจึงได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมชุมนุมกับประชาชนที่รออยู่แล้วก่อนหน้านี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:07:08
ชาว มข.ตะเพิดรัฐบาล แนะตั้ง รบ.เฉพาะกิจ นัดรวมพลังอีกเย็นนี้หน้า สภ.เมือง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 14:54 น.  
 
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - กลุ่มคณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร และนักศึกษาผู้รักชาติและประชาธิปไตย รวมพลังเป่านกหวีดกลางมหาวิทยาลัย ไล่รัฐบาล-โค่นระบอบทักษิณ ประณามตำรวจ-เสื้อแดงฆ่านักศึกษารามฯ จี้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจบริหารประเทศชั่วคราวจนกว่าจะปฏิรูปสังคมการเมืองสำเร ็จ นัดแสดงพลังต่อเย็นนี้ที่ สภ.เมือง
   
  เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (3 ธ.ค.) ที่ฝั่งตรงข้ามศูนย์อาหาร หรือคอมเพล็กซ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กลุ่มคณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นผู้รักชาติและประชาธิปไตย นัดรวมตัวเป่านกหวีดแสดงพลังขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยผู้ชุมนุมต่างชูป้ายข้อความหลากหลาย สื่อถึงการต่อต้านอำนาจการบริหารของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ถือว่าหมดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิงแล้ว
   
  บรรยากาศการชุมนุมเต็มไปด้วยความคึกคัก ป่าวประกาศเรียกร้องให้บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยออกมาร่วมเคลื่อนไห วไล่รัฐบาลร่วมกัน ผู้ชุมนุมได้ผลัดเปลี่ยนกันกล่าวปราศรัย ให้ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงการบริหารงานภายใต้ระบอบทักษิณที่เต็มไปด้วยการทุ จริต โกงกินผ่านนโยบายประชานิยม ทั้งยังพยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อล้างความผิดให้อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหนีคดีอยู่ต่างประเทศกลับมาอย่างไร้มลทิน ซ้ำยังพยายามแก้ไขกฎหมายหลายฉบับเพื่อคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ทั้งด้านบริหาร และนิติบัญญัติ
   
  ล่าสุดยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงยิงแก๊สน้ำตาทำร้ายกลุ ่มผู้ชุมนุมผู้รักชาติที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาล และเป็นที่น่าเสียใจกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ได้ยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงจนเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก
   
  ต่อมา ผศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข. อ่านแถลงการณ์ในนามกลุ่มคณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร และนักศึกษา มข.ผู้รักชาติและประชาธิปไตย โดยแถลงการณ์ระบุว่า ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศได้เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความไม่สงบ เกิดการปะทะในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร และนักศึกษา มข.รู้สึกกังวลใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
   
  จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลรีบเร่งดำเนินการให้เกิดความปรองดองขึ้นภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ประเทศชาติสูญเสียไปมากกว่านี้ และขอประณามเหตุความรุนแรงในมหาวิทยาลัยรามคำแหง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค้นหาความจริงเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผ ิดโดยเร็ว
   
  ทั้งนี้ คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร และนักศึกษา มข.ขอสนับสนุนข้อเสนอเรียกร้องของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเมื่อวันท ี่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา และขอร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชน อันเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสมในขณะนี้ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย และในห้วงที่มีการเปลี่ยนผ่านนี้ ให้จัดตั้งรัฐบาลรักษาการที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาบริหารประเทศ รวมทั้งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางจากทุกภาคส่วนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่มีคุณธรรมและมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ท รงเป็นประมุข
   
  ด้าน นพ.เชาวลิต ไพโรจน์กุล ตัวแทนอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมโดยสี้นเชิง แม้แต่การยุบสภาก็ไม่สมควร หากยุบสภาแล้วต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ นักการเมืองกลุ่มเดิมก็จะวนเวียนเข้าสู่สภาและบริหารประเทศกันใหม่ ปัญหาของประเทศชาติก็ไม่จบ
   
  ทางออกที่เหมาะสมที่สุดคือ เมื่อไล่รัฐบาลออกไปได้แล้วต้องเดินหน้าล้างระบอบทักษิณกันต่อ โดยการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมาบริหารราชการแผ่นดินชั่วคราวในช่วงเปลี่ย นผ่านเพื่อปฏิรูประเบียบกฎหมายของประเทศกันใหม่ ดังนั้นในตอนนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องขบคิด คือจะตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ด้วยวิธีการไหนโดยไม่ต้องเปลี่ยน รัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ
   
  ข่าวแจ้งว่า ภายหลังอ่านแถลงการณ์เสร็จ ได้ป่าวประกาศเชิญชวนคณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร นักศึกษา มข. และประชาชน เดินทางไปรวมตัวชุมนุมแสดงพลังขับไล่รัฐบาล โค่นล้มระบอบทักษิณที่ลานด้านหน้า สภ.เมือง เวลา 17.00 น.
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 07:08:10
ดัชนีคอร์รัปชันชี้ “เดนมาร์ก-กีวี” ทุจริตน้อยที่สุดในโลก ส่วน “ไทย” ร่วงมาที่อันดับ 102
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 ธันวาคม 2556 15:27 น.  
 
ดัชนีคอร์รัปชันชี้ “เดนมาร์ก-กีวี” ทุจริตน้อยที่สุดในโลก ส่วน “ไทย” ร่วงมาที่อันดับ 102
  เอเจนซีส์ – เดนมาร์กและนิวซีแลนด์ครองแชมป์ประเทศที่มีการคอร์รัปชันน้อยที่สุดในโลก ขณะที่อัฟกานิสถาน, เกาหลีเหนือ และโซมาเลีย ติดอันดับดินแดนที่มีการทุจริตโกงกินกันมากที่สุด ส่วนไทยภาพลักษณ์ยังคงย่ำแย่ ตกจากอันดับที่ 88 ลงมาอยู่ที่ 102 ในปีนี้ รายงานจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ระบุ
   
  ผลการศึกษาโดย Transparency International ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรในกรุงเบอร์ลินพบว่า ประเทศทั่วโลกร้อยละ 70 แล้วเผชิญปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับข้าราชการ “รับสินบน” และจากทั้งหมด 177 ประเทศที่มีการสำรวจ ไม่มีประเทศใดเลยที่ทำคะแนนได้สมบูรณ์ 100%
   
  ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index – CPI) ที่ Transparency International เผยแพร่เป็นประจำทุกปี ถือเป็นตัวชี้วัดความไม่ซื่อสัตย์ของพรรคการเมือง, ตำรวจ, กระบวนการยุติธรรม และส่วนราชการในประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาและขจัดวงจรความยากจน
   
  ฟินน์ ไฮน์ริช หัวหน้าคณะนักวิจัยให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า “การทุจริตคอร์รัปชันส่งผลกระทบต่อคนยากจนมากที่สุด... หากดูจากประเทศลำดับท้ายๆ ของรายนามก็จะพบว่า พลเมืองที่เดือดร้อนมากที่สุดในประเทศเหล่านั้นก็คือคนจน ประเทศเหล่านี้จะไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรความยากจนได้ หากไม่แก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน”
   
  สงครามกลางเมืองหรือเหตุความไม่สงบมีส่วนทำให้ภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเท ศตกต่ำลงอย่างมาก เช่นในกรณีของ ซีเรีย, โซมาเลีย และมาลี
   
  “การคอร์รัปชันมีส่วนเชื่อมโยงอย่างยิ่งกับเหตุจลาจลวุ่นวาย เช่น ในกรณีของ ลิเบีย และซีเรีย ซึ่งภาวะการคอร์รัปชันใน 2 ประเทศนี้ถือว่ารุนแรงขึ้นมากที่สุด” ไฮน์ริช ระบุ
   
  ในส่วนของอัฟกานิสถาน ไฮน์ริช ชี้ว่าเป็นเรื่อง “น่าเสียใจ... เพราะเราไม่ได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเลย”
   
  “ชาติตะวันตกไม่เพียงทุ่มงบประมาณสนับสนุนด้านความมั่นคงแก่อัฟกานิสถาน แต่ยังพยายามส่งเสริมเรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจช่วง 2-3 ปีมานี้เราพบว่า ชาวอัฟกานิสถานยังคงจ่ายสินบนอย่างแพร่หลายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก”
   
  อีกหนึ่งประเทศที่มีการทุจริตสูงที่สุดคือ เกาหลีเหนือ ซึ่งปกครองด้วยระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือหลายคนระบุว่า ภาวะภัยแล้งยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่โสมแดงทุจริตกันมากขึ้น
   
  “ถ้าต้องการอยู่รอด คุณจำเป็นต้องรู้จักใครสักคนในพรรคแรงงานเกาหลีที่ติดสินบนได้” ไฮน์ริช กล่าว
 
ดัชนีคอร์รัปชันชี้ “เดนมาร์ก-กีวี” ทุจริตน้อยที่สุดในโลก ส่วน “ไทย” ร่วงมาที่อันดับ 102
ตารางรายชื่อประเทศที่ได้คะแนนความโปร่งใสสูงสุด ตามดัชนี CPI ปี 2013
  พม่าจัดอยู่ในกลุ่มประเทศซึ่งมีพัฒนาการเชิงบวกมากที่สุด หลังจากรัฐบาลเผด็จการทหารยอมเปิดทางให้ประเทศก้าวสู่ยุคประชาธิปไตยเพื่อดึ งดูดนักลงทุนต่างชาติ และปฏิรูประบบบริหารราชการจนค่อนข้างโปร่งใสและตรวจสอบได้
   
  Transparency International ได้จัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี โดยอาศัยการเปรียบเทียบข้อมูลจากองค์กรระดับโลก เช่น เวิลด์แบงก์, ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งแอฟริกา, หน่วยวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ (Economist Intelligence Unit), มูลนิธิ Bertelsmann, องค์กรฟรีดอมเฮาส์ และอื่นๆ
   
  องค์กรแห่งนี้จะจัดลำดับความโปร่งใสของแต่ละประเทศโดยให้คะแนนจาก 0-100 คะแนน 0 นั้นหมายถึง “คอร์รัปชันสูงสุด” และ 100 หมายถึง “โปร่งใสที่สุด”
   
  ประเทศที่ได้คะแนนอยู่ระหว่าง 10-19 ได้แก่ อิรัก, ซีเรีย, ลิเบีย, ซูดาน, ซูดานใต้, ชาด, อิเควทอเรียลกินี, กินีบิสเซา, เฮติ, เติร์กเมนิสถาน, อุซเบกิสถาน และเยเมน
   
  เดนมาร์ก และนิวซีแลนด์ ได้คะแนนความโปร่งใสสูงสุด 91 คะแนน ส่วนประเทศอื่นๆ ที่มีคะแนนอยู่ระหว่าง 80-89 ได้แก่ ลักเซมเบิร์ก, แคนาดา, ออสเตรเลีย, เนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, สิงคโปร์, นอร์เวย์, สวีเดน และฟินแลนด์
   
  สำหรับประเทศไทยได้คะแนนความโปร่งใสเพียง 35 และจัดอยู่ในลำดับที่ 102 ของโลกเท่ากันกับเอกวาดอร์, มอลโดวา และปานามา ซึ่งถือว่าตกต่ำลงจากปีที่แล้วที่ไทยเคยได้คะแนน 37 และอยู่ในลำดับที่ 88 ของโลก
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 “ดับ 24” กลุ่มหัวรุนแรง “โบโกฮารัม” ขณะโจมตีอุกอาจ ฐานทัพอากาศ – สนามบินไนจีเรีย
 ดัชนีคอร์รัปชันชี้ “เดนมาร์ก-กีวี” ทุจริตน้อยที่สุดในโลก ส่วน “ไทย” ร่วงมาที่อันดับ 102
 อียิปต์ “แก้” รธน. ให้จัดการเลือกตั้งปธน.ก่อนได้ –พรรค “อิสลามิสต์” ส่อแววถูกห้ามลงแข่ง
 5 ชาติแอฟริกาตะวันออกลงนามข้อตกลงตั้งสหภาพการเงิน ปูทางใช้ “เงินสกุลเดียวกัน”
 เครื่องบินโดยสาร “โมซัมบิก แอร์ไลน์ส” ตกกลางอุทยานแห่งชาตินามิเบีย สังเวย 34 ศพ
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 12:13:36
เจ็บสาหัส! กก.ควบคุมฝูงขน 2 รับผิดชอบหนัาแนวสะพานอรทัย  
พ.ต.ท.วิเชียร มุริจันทร์ รอง ผกก.ควบคุมฝูงชน 2 โดนตะไลพลุบาดเจ็บที่คอหลอดลมทะลุ ยังอยู่ห้อง ICU เพราะพลุตะไลเฉียดหลอดลมนิดเดียว
 
พ.ต.ท.ชวลิต หรุ่นสิริ ผบ.ร้อย 2 กก.ควบคุมฝูงชน 2 ถูกระเบิดปิงปองที่เท้าและมือ ยังอยู่โรงพยาบาลตำรวจ
 

 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 12:26:23
ม็อบกบฎประชาธิปัตย์ทิ้งขยะเกลื่อน
 

 

 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/04/13 เวลา 13:02:20
สว สรรหา (หลุด) บอกว่ามีปฎิบัติพิเศษ -จัดการ-เสื้อแดงที่ราชมังคลา
 
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:51:18
สื่อนอกชี้โอกาส'ทักษิณ'กลับไทยเลือนลาง หลังม็อบราชดำเนินจุดติดแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  6 ธันวาคม 2556 00:30 น.  
 
สื่อนอกชี้โอกาส'ทักษิณ'กลับไทยเลือนลาง หลังม็อบราชดำเนินจุดติดแล้ว
  รอยเตอร์ - สื่อต่างประเทศระบุอนาคตการเมืองของไทยมืดมัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่แน่นอนคือ "ทักษิณ" คงจะไม่ได้กลับบ้านเร็วๆนี้ อ้างนักวิเคราะห์ชี้การชุมนุมต่อต้านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จุดติดแล้วและคง ไม่หยุดลงง่ายๆ ขณะที่หากมีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายทหารก็คงไม่เข้าข้างรัฐบาลเป็นแน่
   
  รายงานข่าวของรอยเตอร์เกริ่นว่าเมื่อหลายเดือนก่อน ย่างเข้่าสู่ปีที่ 3 แห่งการบริหารประเทศอันราบรื่นของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ น้องสาวของทักษิณ โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งทางการเมืองในไทยรอบใหม่แทบไม่มีให้เห็นแม้แต่น้อ ย ผลจากความพยายามสานสัมพันธ์กับเหล่าศัตรูของพี่ชาย ไม่ว่าจะเป็นพวกนายพลของกองทัพหรือนักการเมืองฝ่ายค้าน
   
  ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าที่ ทักษิณ จึงหวังว่าความพยายามกลับถิ่นเกิดของเขาจะถึงจุดลงเอยเสียที หลังจากหลบหนีโทษจำคุกในความผิดฐานคอรัปชันในปี 2008 อย่างไรก็ตามในรายงานข่าวของรอยเตอร์บอกว่าสถานการณ์ตอนนี้กลับตาลปัตรและโอ กาสที่อดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้จะได้กลับไทย ดูเหมือนจะเหลือน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย
   
  รอยเตอร์ระบุว่าผู้ประท้วงพากันเดินขบวนบนท้องถนนมานานหลายสัปดาห์ มีการปะทะกับตำรวจและประเทศโค่นล้มระบอบทักษิณ พร้อมกับตั้งสภาประชาชนขึ้นมาแทน อันเป็นสัญญาณว่าช่วงเวลาแห่งการฮันนีมูนของยิ่งลักษณ์หมดลงแล้ว
   
  สื่อมวลชนแห่งนี้ชี้ว่าความผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีหญิงรายนี้ ดูเหมือนจะเกิดจากกรณีที่พรรคเพื่อไทยของเธอพยายามรวบรัดผ่านกฎหมายนิรโทษกร รมซึ่งก่อความโกรธแก่ฝ่ายต่อต้าน ที่บอกว่ามันคือความเคลื่อนไหวล้างมลทินคดีอาญาแก่ทักษิณ
   
  แม้วุฒิสภาปฏิเสธพระราชบัญญัติฉบับนี้และยิ่งลักษณ์บอกว่าจะไม่หยิบยกขึ้นมา อีก แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณ ก็ได้ข้ออ้างความเคลื่อนไหวของพวกเขา "ทักษิณ คือผีของการเมืองไทยและผู้คนไม่สามารถก้าวข้ามเขาไปได้" รอยเตอร์อ้างความเห็นของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยโตเกียว "เขาลองโยนหินลงน้ำถามทาง ผ่านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่น้ำดันลึกมาก และเปิดโอกาสให้ผู้ประท้วงกำจัดภัยคุกคามต่อสถาบันเก่าแก่ด้วย"
   
  ขณะเดียวกันรอยเตอร์ก็อ้างคำสัมภาษณ์ของนายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บอกว่า "ความล้มเหลวของนิรโทษกรรมระเบิดใส่หน้าเขา สงครามต่อต้านทักษิณจุดติดแล้ว ทุกๆอย่างบ่งชี้ว่ามันจะไม่หยุดลงง่ายๆ"
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:53:31
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน  5 ธันวาคม 2556 15:39 น.  
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
"ฮีโร่กางเกงใน" วีรบุรุษที่ฮอตที่สุดบนโลกออนไลน์ขณะนี้!
  เชื่อว่าภาพในโซเซียลเน็ตเวิร์กที่โดนใจหลายๆ คนช่วงนี้ หนึ่งในนั้นคงต้องเป็นภาพ “ฮีโร่กางเกงใน” หรือ “วีรบุรุษกางเกงใน” ที่หลายคนเห็นภาพแล้วให้สรรพนามชายคนนี้ จนเขากลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เกิดกระแสแชร์ภาพเหล่านี้ในโซเซียลเน็ตเวิร์กมากมาย
   
   ภาพที่ว่านี้เป็นภาพชายคนหนึ่งใส่กางเกงในตัวเดียวลุยสู้ตำรวจอยู่กลางม็อบ โดยที่มือถือถังดับเพลิงฉีดใส่ตำรวจ ส่วนอีกภาพเป็นภาพเขานอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น พร้อมกระแสข่าวว่า เขาสู้กับตำรวจจนตัวตาย!
   
   มาวันนี้ชายคนในภาพ คือ “วีรชาติ เปรมกมล” หรือชื่อเล่นว่า “กบ” ชาวจังหวัดกำแพงเพชร วัย 33 ปีคนนี้ออกมาให้สัมภาษณ์กับเรา เพื่อยืนยันว่าเขายังไม่ตาย! พร้อมเผยเรื่องราวว่าทำไม "อดีตเสื้อแดง" อย่างเขาถึงกลับใจมาช่วยชาติในวันนี้
   
  อดีตเสื้อแดงกลับใจ
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
ยอมรับ คือ "อดีตคนเสื้อแดง"
  วีรชาติเล่าว่า “ก่อนชอบใคร ผมก็ต้องสืบเสาะก่อนว่าฝ่ายนั้นเป็นยังไง เมื่อก่อนผมเคยรักคุณทักษิณมาก เลยเคยเป็นเสื้อแดงมาก่อน ช่วงที่มีม็อบกลางเมืองปี 2553 ผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเสื้อแดงที่ออกไปชุมนุมกับเขาด้วย ช่วงที่เหตุการณ์ชุลมุน รถมอเตอร์ไซต์ผมถูกยิงพังไปคันหนึ่งที่ซอยรางน้ำและตัวผมถูกปืนยิงเข้าที่ก้ นได้รับบาดเจ็บ เพราะเข้าไปช่วยคน
   
   “คิดว่าทุกคนคงรู้แก่ใจว่าคุณทักษิณทำอะไรบ้าง ถ้าเขาทำดี เขาจะหนีไปทำไม ทำไมไม่กลับเมืองไทยมาสู้ความจริง ตอนนี้ผมเลยกลับมาเป็นเสื้อเหลือง เพราะอะไรถูกต้อง ผมก็ไปทางไหน ผมเป็นคนชอบความยุติธรรม รักความถูกต้อง ถ้าเห็นคุณทักษิณทำผิด ผมก็ไม่เอาเขาไว้”
   
  ลุยม็อบช่วยชาติ
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
วีรชาติกับพี่ชาย พี่โก๋ (คนซ้ายมือ) ที่ช่วยกันเอาหนังมาฉายในม็อบ
  จากเสื้อแดงกลับใจ ก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะเมื่อชายคนนี้ตัดสินใจเลือกข้างมาอยู่กลุ่มของประชาชน เขาก็ลงทุนลางานมาร่วมม็อบที่กกปส.จัดขึ้น แถมยังลงทุนซื้อเครื่องฉายหนังมาฉายหนังให้คนดูฟรีๆ อีกต่างหาก
   
   “ตอนนี้ผมทำงานเป็นพนักงานขับรถ สังกัดกรมสรรพากรครับ แต่ก็มาร่วมม็อบด้วย โดยใช้เวลาหลังเลิกงาน บางครั้งก็ลางานมา แต่โชคดีที่ที่ทำงานเข้าใจ เจ้านายบอกว่าถ้ารักประชาธิปไตยก็ไปเลย เขาไม่ว่า ตอนหลังกลับไปกรมสรรพากร เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์คนที่ทำงานผมมีแต่รูปผมเต็มไปหมด เพราะเขาชอบใจที่มีรูปผมขึ้นเวที และรูปผมใส่กางเกงในลุยม็อบ (หัวเราะ)
   
   “ผมออกไปชุมนุมประท้วงรัฐบาล เพราะเห็นว่าเขาไม่สมควรทำงานต่อไป รัฐบาลทำงานต่อไปไม่ได้แล้ว เขาบริหารงานผิดพลาด ไม่ได้ทำงานเต็มที่ ดูแล้วมีคนสั่งการมากจากเมืองนอก นายกฯ ไม่ได้ทำงานเอง เห็นเขาทิ้งข้าวให้เน่าเป็นหมื่นๆ ตัน ถามว่าเอาข้าวเหล่านี้มาให้ประชาชนคนจนๆ ไม่ดีกว่าเหรอ
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
ภาพที่แชร์ว่อนโลกออนไลน์
  “ช่วงที่มาม็อบ ผมก็เอาหนังมาฉายให้ประชาชนดูฟรี ไม่ได้คิดตังค์อะไรเลย ช่วยกันทำกับพี่ชาย ชื่อ พี่โก๋
  เขาขับวินมอเตอร์ไซต์แต่ก็เจียดเวลามาช่วยทำตรงนี้ด้วย เครื่องฉายหนังและเครื่องเสียงที่เอามาเป็นของผมทั้งหมดเลย รวมมูลค่าทั้งหมดแสนกว่าบาท แต่โชคดีที่ผมมีเครื่องเสียงอยู่แล้ว พอจะมาม็อบ เลยลงทุนซื้อเครื่องฉายหนังและจอหนังเพิ่มอีกสองหมื่นบาท ซึ่งผมใช้เงินส่วนตัวด้วยการเอารถมอเตอร์ไซต์ตัวเองและมอเตอร์ไซต์ของเพื่อน ไปจำนำ เพราะเพื่อนอยากช่วยด้วย แต่พอเงินเดือนออก ผมก็ไปเอาเงินไปไถ่รถออกมาแล้ว
   
   “แม้จะต้องเสียเงินซื้อเครื่องฉายหนังและ ซื้อแผ่นหนังใหม่ๆ ทุกวัน แต่ผมก็มีความสุข เวลาเห็นคนดูนั่งดูหนังแล้วหัวเราะ บางคนถามว่าถูกจ้างมาเหรอ ผมก็จะตอบว่า “เปล่าครับ มาเองฟรีๆ” รู้สึกสุขใจที่ได้ทำอย่างนี้”
   
  ไอ้อ้วนเสี่ยงตาย!
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
นอนจมกองเลือด จนหลายคนคิดว่าตาย
  วันที่วีรชาติต้องจำไปอีกนานคือ เหตุการณ์ที่เขาเสี่ยงตายสู้กับตำรวจในม็อบด้วยสภาพกางเกงในตัวเดียว แถมยังถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาลใส่เข้าที่หน้าผาก จนได้รับบาดเจ็บ กระทั่งหลายคนนึกว่าเขาจะไม่รอด
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
โชว์แผลเสี่ยงตายกลางหน้าผาก
  “วันเกิดเหตุ คือ วันที่ 1 ธันวาคม ผมไปลุยม็อบตั้งแต่เช้า เจอตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ แสบตาแสบตัวมาก เลยถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในแล้วใช้น้ำตักอาบน้ำอยู่ริมถนน จังหวะกำลังอาบน้ำอยู่ เห็นตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้ามาใส่ประมาณ 10 ลูก คนแตกฮือหนีกันใหญ่
   
  เหลือแค่ผมคนเดียวที่ยังอาบน้ำอยู่แถวนั้น หันไปเห็นป้าคนหนึ่งโดนแก๊สน้ำตายิงเข้าที่ตัวแล้วฟุบอยู่ที่พื้น เลยหยุดอาบน้ำและวิ่งเข้าไปช่วยเขา เอาน้ำล้างหน้าล้างตาให้ป้า สักพักตำรวจยิงแก๊สน้ำตาอีกสองลูกมาโดนป้าคนนี้อีก ผมชักฉุนว่าลูกเก่าก็จะทำให้ป้าตายอยู่แล้ว นี่ยังยิงซ้ำเข้ามาอีก เลยลากถังดับเพลิงไปฉีดใส่ตำรวจทั้งๆ ที่ยังใส่กางเกงใน จนตำรวจต้องหนีร่นไปข้างหลัง หมดถังดับเพลิงไป 15 ถัง
   
   “ตำรวจด่ากลับว่า “มึงเป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง หน้ากงหน้ากากไม่ใส่” แต่ตอนนั้นผมลืมตัวไปแล้ว ลืมว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า มีแค่กางเกงในตัวเดียว ขนาดคนใส่เสื้อผ้าครบเจอแก๊สน้ำตายังทนไม่ได้ แต่ทำไมผมทนได้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่กล้าทำอย่างนั้น เพราะรู้สึกโกรธว่าทำไมต้องซ้ำเติมคนแก่ เพราะเขาโดนแค่ลูกเดียวก็จะตายอยู่แล้ว นี่ยิงมาอีกสองลูก”
   
   ความที่วีรชาติเป็นคนกล้าอย่างนี้เอง ทำให้ตำรวจเห็นเขาเมื่อไหร่ เป็นต้องถอยกรูเมื่อนั้น แถมยังให้ฉายาเขาว่า “ไอ้อ้วน” ด้วย
   
   “พอผมลุยเข้าไป ตำรวจจะเรียกผมว่า “ไอ้อ้วนมันมาแล้ว ถอยๆ” จนแกนนำประกาศว่าพอแล้วนะ ตอนนี้เราพัก ผมเลยเดินกลับเข้ามา กะจะมาใส่เสื้อผ้า แต่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผมอีกสี่นัดที่หน้าผากและมันเกิดระเบิดขึ้น ผมเลยฟลุบทั้งยืน นอนนิ่งเลย เพราะเจ็บจากแรงระเบิด ตอนไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอบอกคุณต้องนอนโรงพยาบาลสามวันนะ เพราะแผลถูกยิงทะลุที่หน้าผากลึกมาก หมอต้องเย็บสี่เข็ม ผมบอกว่าถ้าหมอให้นอน ผมจะหนี หมอเลยต้องยอมให้ผมออกจากโรงพยาบาลมา
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
  “จังหวะที่ผมบาดเจ็บและไปโรงพยาบาลอยู่นั้น ตำรวจประกาศว่า “ไอ้อ้วนตายแล้วๆ เป็นไงล่ะ อยากเข้ามาไหม อยากเป็นอย่างไอ้อ้วนมั้ย” ทุกคนจึงไม่กล้าบุกเข้าไป เพราะกลัวตาย บางคนเห็นภาพผมนอนจมกองเลือดก็นึกว่าผมตายไปแล้ว มีคนเฟซบุ้คบอกว่า “ขอขอบคุณวีรบุรุษที่ช่วยเรา ไม่น่าจากไปไวเลย ขอให้ขึ้นสวรรค์” ตอนหลังทนายนกเขาต้องเรียกผมขึ้นไปพูดบนเวที เพื่อชี้แจงให้ประชาชนรู้ว่าผมยังไม่ตาย
   
   “พอกลับมาที่ม็อบ ผมยังมีพลาสเตอร์แปะอยู่กลางหน้าผาก ตำรวจเห็นผมก็บอกว่า “มันมาอีกแล้ว ไอ้อ้วนมาอีกแล้ว” ผมเอาถังดับเพลิงไปฉีดใส่ตำรวจอีกจนตำรวจบอกว่า “แกนนำบอกเขาหน่อยครับ ตอนนี้เราพักยกอยู่” แกนนำว่า “คุณเข้ามาข้างในนะครับ ไม่งั้นผมจะหาว่าคุณเป็นแดงปลอมแปลง” แต่พอแกนนำเห็นหน้าผมก็บอกว่า “อ้าวกบเองเหรอ ออกจากโรงพยาบาลได้ยังไง” เพราะผมไปโรงพยาบาลแค่สามชั่วโมงก็ออกมาลุยม็อบต่อเลย”
   
  เริ่มดัง
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
ยืนยันว่ายังสบายดีอยู่
  ภาพที่วีรชาติออกมาลุยม็อบสู้ตำรวจด้วยกางเกงในตัวเดียว กลายเป็นกระแสฮือฮาในอินเตอร์เน็ตและถูกแชร์ภาพออกไปมากมาย คนส่วนใหญ่ประทับใจที่เขากล้าหาญ กล้าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับตำรวจโดยที่ไม่ได้สวมหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาแต่ อย่างใด แต่แม้จะโด่งดังในโซเซียลเน็ตเวิร์ก เจ้าตัวกลับไม่ได้รู้ตัวล่วงหน้าเลยสักนิด เพราะไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ซและไม่มีโทรศัพท์มือถือ!
   
   “ผมไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเฟซบุ๊ซ เลยไม่รู้ว่ามีรูปตัวเองปรากฏในเฟชบุ๊ซและโซเซียลเน็ตเวิร์ก มีคนเอารูปไปแชร์มากมาย มารู้ว่าตัวเองดังตอนมีคนดึงผมไปถ่ายรูปแล้วบอกว่า “นี่ไงๆ กางเกงในตัวเดียว” ผมต้องถามว่ามันคืออะไรพี่ เขาเลยเปิดภาพผมในอินเตอร์เน็ตให้ผมดู และบอกว่าเป็นชาวต่างประเทศถ่ายไว้ได้ บางคนบอกว่ากบรู้ไหมว่าตอนนี้น้องดังไปทั่วโลกแล้ว หรืออย่างพี่เจ- เจตริน (เจตริน วรรธนะสิน) ก็บอกว่าอยากให้บัตรคอนเสิร์ตของเขาฟรีตลอดชีพกับฮีโร่กางเกงใน ซึ่งผมได้ยินอย่างนี้ ก็ดีใจครับ
 
เปิดใจ “ฮีโร่กางเกงใน” จากเสื้อแดงกลับใจ มาเป็นฮีโร่กลางม็อบ
เจ-เจตริน ชื่นชม
  “ล่าสุดมีคนโทรทางไกลจากมาเลเซียแล้วขอสายคุยกับผม เขาบอกผมว่า “พี่สอนลูกว่าให้เอาอย่างพี่คนนี้นะ เขาไม่กลัวอะไร สู้จนได้ชัยชนะ ผมตอบพี่เขาไปว่า ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนผิด ไม่ต้องกลัวเลย แต่ถ้าคนถูก ให้ความเกรงใจ ให้ความเคารพเขา ดังนั้นเราไม่ต้องไปกลัวรัฐบาล ผมไม่กลัวหรอก ถึงจะเป็นกระสุนจริง ผมก็ไม่กลัว เพราะถ้าผมไม่ไป คนแก่จะต้องเจ็บอีกเยอะ”
   
   พอกลายเป็นคนดังแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?
   “ผมมีความสุขที่ได้ทำความดีมากกว่า ส่วนตัวแล้วผมเองยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ผมก็จะยังไปลุยม็อบเหมือนเดิม มาฉายหนังให้คนดูเหมือนเดิม แต่คิดว่าสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ เวลาคนเห็นผม เขาจะอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ผมบอกกับคนอื่นเสมอว่า “ผมจะสู้แค่ตายนะพี่น้อง ผมจะปกป้องทุกคน ทุกคนเหมือนพี่น้องกัน”
   
   “แม้เรื่องนี้จะทำให้ผมมีปัญหากับภรรยาบ้าง เพราะคนอื่นอาจจะหวังดีหรืออาจมาให้กำลังใจผม แต่แฟนผมคิดไปอีกอย่าง เขาไม่เข้าใจ ตอนนี้เราเลยไม่คุยกัน ไม่รู้จะทำยังไงกับเขาดี แต่คงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เองครับ
   
   “อยากฝากบอกคนอื่นๆ ด้วยว่า สิ่งไหนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็ทำเถอะครับ ประเทศไทยเหมือนบ้านเราที่กำลังจะถูกคนอื่นยึด แล้วคุณจะมองดูคนอื่นเอาบ้านตัวเองไปขายเหรอ คุณจะแค่ยืนมองเฉยๆ เหรอ แต่ถ้าคุณอยากรักษาบ้านตัวเองไว้ คุณก็ต้องออกมาสู้ ผมมองว่ารัฐบาลไม่ดี ผมก็จะสู้ต่อไป
   
   “แม้ไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ แต่ผมก็จะอยู่เคียงข้างประชาชนต่อไปครับ”
   งานนี้บอกได้คำเดียวว่า หัวใจคุณมันน่ากราบจริงๆ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:54:33
รวบ 5 หนุ่มเขมร พกแผนที่ราชดำเนิน เปิดปากผู้ใหญ่บ้านปทุมฯ จ้างเผาก่อกวน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  5 ธันวาคม 2556 17:01 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
รวบ 5 หนุ่มเขมร พกแผนที่ราชดำเนิน เปิดปากผู้ใหญ่บ้านปทุมฯ จ้างเผาก่อกวน
ชาวเขมร ถูกจับได้พร้อมแผนที่ ที่เวทีราชดำเนิน
 
   
เวทีราชดำเนิน จับหนุ่มเขมร 5 คน ได้พร้อมแผนที่ตำแหน่งราชดำเนิน สารภาพมีผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดปทุมธานีจ้างให้มาเผาและก่อกวนเวทีราชดำเนิน
   
  รวบหนุ่มเขมร 5 คน พร้อมแผนที่รับจ้างเผาเวทีราชดำเนิน งาน 5 ธันวา อ้างมีผู้ใหญ่บ้านใน จ.ปทุมธานี จ้างมาเฟซบุ๊กSuthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) โพสต์ข้อความแจ้งว่า เวทีที่ราชดำเนินจับชาวกัมพูชาได้ 5 คน พร้อมแผนที่ชี้จุดตำแหน่งตรงราชดำเนิน ที่จะให้ก่อเหตุเผาก่อความวุ่นวายในงานวันที่ 5 ธันวาคม 2556 โดยทั้ง 5 คน บอกว่ามีผู้ใหญ่บ้านที่จังหวัดปทุมธานีจ้างให้มาเผาและก่อกวนเวทีที่ราชดำเน ิน
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 แก๊งมอเตอร์ไซค์ป่วนก.คลัง การ์ดโดนยิงมือ หามส่งรพ.แล้ว
 ราชดำเนินสว่างทั่วถนน “สุเทพ” นำมวลชนทุกเวทีจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวง
 รัฐสู้! “ปึ้ง” สั่ง ตร.ไล่จับผู้สนับสนุนกบฏเริ่มล่อบลูสกาย ไม่เจรจา “สุเทพ” ขู่เจอรวบแน่
 ปธ.วิปรัฐ ย้ำแนวคิดล้างนักการเมืองทุก 4 ปี ทำประชามติแก้ รธน. ลั่นพร้อมเสียสละเลิกเล่น
 รวบ 5 หนุ่มเขมร พกแผนที่ราชดำเนิน เปิดปากผู้ใหญ่บ้านปทุมฯ จ้างเผาก่อกวน
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:55:30
ผบช.ภ.9 สั่งเด้ง หน.ชุดควบคุมฝูงชน จ.ตรัง หลังขัดแย้งกลุ่มมวลชน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 ธันวาคม 2556 16:09 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ผบช.ภ.9 สั่งเด้ง หน.ชุดควบคุมฝูงชน จ.ตรัง หลังขัดแย้งกลุ่มมวลชน
 
   
ตรัง - แกนนำ กปปส.ตรัง ยืนยันจะยังคงกดดันไม่ให้ข้าราชการทุกสังกัดปฏิบัติงานรับใช้ระบอบทักษิณต่อ ไปอย่างไม่มีกำหนดคู่ขนานกับเวทีกลางที่ กทม. แต่มีการกำชับเยาวชนที่ร่วมชุมนุมต้องกลับบ้านก่อน 2 ทุ่ม ด้าน ผบช.ภ.9 สั่งย้าย หน.ชุดควบคุมฝูงชน ลดปัญหาขัดแย้ง
   
  วันนี้ (4 ธ.ค.) ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง หลังใหม่ นายปรีดิ์ปราโมทย์ เลิศวรภัทร แกนนำกลุ่มมวลชนโค่นระบอบทักษิณในจังหวัดตรัง เปิดแถลงข่าวว่า กลุ่มมวลชนได้ทำการปิดล้อมศาลากลางจังหวัดตรัง หลังใหม่ เพื่อไม่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการบนศาลากลาง ที่มีกว่า 30 หน่วยงาน เข้าไปทำงานได้ พร้อมทั้งยังมีการดาวกระจายกดดันให้ข้าราชการทุกสังกัด ทุกอำเภอ ในจังหวัดตรัง หยุดปฏิบัติงานให้แก่ทางรัฐบาลโดยไม่มีกำหนด จนกว่าแกนนำ กปปส.ที่กรุงเทพฯ จะมีคำประกาศออกมา
   
  นอกจากนี้ กปปส.ตรัง จะทำการกวาดล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินของจังหวัดตรัง ด้วยการตรวจสอบหัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการทุกคน ซึ่งหากพบว่ายังมีผู้ใดทำงานรับใช้ระบอบทักษิณอีก ก็จะมีมาตรการประณามให้ประชาชนได้รับรู้ และกดดันให้ออกไปจากจังหวัดตรัง รวมทั้งจะมีการยึดศาลากลางจังหวัด เพื่อทำการชุมนุม และทำกิจกรรมคู่ขนานไปกับเวทีที่กรุงเทพฯ อย่างไม่มีกำหนด ส่วนเด็กที่ออกมาร่วมชุมนุมจะให้กลับบ้านไปก่อนเวลา 20.00 น. และถ้าหลังจากนั้น ยังเห็นขับรถซิ่งกวนเมืองขอให้ตำรวจดำเนินการได้เลย
   
  อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผบช.ภ.9 ได้มีคำสั่งย้าย ร.ต.ท.ปราศรัย ร่วมพันธ์ รอง สวป.สภ.ห้วยยอด ในฐานะหัวหน้าชุดควบคุมฝูงชนที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง หลังใหม่ ไปช่วยราชการที่ ภ.9 หลังจากได้เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มผู้มวลชน เป็นเหตุให้ไม่พอใจในการปฏิบัติงานของตำรวจ จนถึงขั้นยกกำลังไปกดดันที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ซึ่งตั้งอยู่หน้าท่าอากาศยานตรัง ทำให้ต้องมีคำสั่งย้าย ร.ต.ท.ปราศรัย ออกนอกพื้นที่ในที่สุด ซึ่งได้สร้างความพอใจให้แก่กลุ่มมวลชนอย่างมาก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:56:20
วิชามารแพร่ข่าว ใส่ไฟ “สภาประชาชน” ล็อกชื่อล่วงหน้า
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 ธันวาคม 2556 17:03 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
วิชามารแพร่ข่าว ใส่ไฟ “สภาประชาชน” ล็อกชื่อล่วงหน้า
ภาพที่อ้างว่าเป็นรายชื่อ"สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย"
 
วิชามารแพร่ข่าว ใส่ไฟ “สภาประชาชน” ล็อกชื่อล่วงหน้า
การแถลงข่าวเปิดตัว"สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556” หรือ สปท.56 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2556
 
   
มือสกปรกแพร่ภาพติดโลโก้ช่อง 3 อ้างเป็นรายชื่อ “สภาประชาชน” ที่ล็อกไว้ล่วงหน้า ที่แท้เป็นรายชื่อกรรมการ “สปท.” ที่แถลงข่าวจัดตั้งเมื่อ 15 ก.ย. 56 ทำภารกิจรณรงค์ปฏิรูปประเทศ ไม่เกี่ยวข้องกับ “สภาประชาชน” ตามข้อเสนอ กปปส.แต่อย่างใด
   
  มีรายงานว่า ขณะนี้ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้มีการแพร่ภาพที่ถ่ายจากจอโทรทัศน์มีโลโก้ข องช่อง 3 พร้อมข้อความระบุว่าเป็น “สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” ตามด้วยรายชื่อบุคคลทั้งหมด 16 คน เช่น นายบรรเจิด สิงคะเนติ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายคมสัน โพธิคง นายสุริยะใส กตะศิลา นายชัยพันธุ์ ประภาสะวัต นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นายอุทัย ยอดมณี เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นรายชื่อที่มีการล็อกไว้ล่วงหน้าเพื่อมาเป็ นของสมาชิกของ “สภาประชาชน” ที่จะจัดตั้งขึ้นตามแนวทางของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไท ยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.เกิดความไม่มั่นใจที่จะเข้าร่วมต่อสู้
   
  อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว พบว่า เป็นรายชื่อกรรมการ “สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556” หรือ สปท.56 ที่มีการแถลงข่าวเปิดตัวที่ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนศรีอยุธยา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2556 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปประเทศและจัดทำข้อเสนอปฏิรู ปประเทศโดยยึดหลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วมควบคู่กับหลักการทางวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขและเสนอทางออกของชาติต่อไป (อ่านรายละเอียดข่าว ภาค ปชช.เปิดสภาปฏิรูปประเทศหยุดเหลื่อมล้ำ เลิกทุนสามานย์คืนอำนาจโดยแท้จริง)
   
  ขณะที่สภาประชาชนตามข้อเสนอของ กปปส.นั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ปราศรัยเมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า สภาประชาชนจะมาจากตัวแทนสาขาอาชีพต่างๆ และมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศชั่วค ราว และทำหน้าที่นิติบัญญัติ ออกกฎหมายเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ อาทิ การรื้อโครงสร้างตำรวจ การจัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เป็นต้น (อ่านรายละเอียดข่าว “สุเทพ” เผยพิมพ์เขียว “สภา ปชช.” ปฏิรูปประเทศ-ย้ำยังไม่ชนะ ต้องขจัด “ระบอบทักษิณ” ก่อน)
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:57:13
ตร.บางซื่อ วืด! ศาลไม่อนุมัติหมายจับ พล.อ.ปรีชา
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  4 ธันวาคม 2556 17:23 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ตร.บางซื่อ วืด! ศาลไม่อนุมัติหมายจับ พล.อ.ปรีชา
พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ
 
   
ศาลอาญายกคำร้อง สน.บางซื่อ เสนอขอออกหมายจับ “พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ” แกนนำโค่นระบอบทักษิณ มั่วสุมเกิน 10 คน บุกรุกสถานที่ราชการ ระบุกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ได้บุกรุกเข้าไป แค่ล็อกกุญแจจึงฟังไม่ขึ้น ให้ออกหมายเรียกก่อน
   
  วันนี้ (4 ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลไต่สวนคำขอที่พนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ขอออกหมายจับ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย, ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ หรือกระทำการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215, 310, 365 (1) (2) (3) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปสำนักงานใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 พ.ย.56
   
  โดยศาลไต่สวนพนักงานสอบสวนแล้วหนึ่งปาก ได้ความเพียงว่าก่อนที่ พล.อ.ปรีชา กับกลุ่มผู้ชุมนุมจะไปถึงบริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่บริษัท ปตท.ซึ่งเป็นที่ตั้งของกระทรวงแรงงานที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าทางบริษัท ปตท.ได้ให้พนักงานทุกคนกลับบ้านก่อนเวลา และสั่งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยปิดประตูทุกด้าน และใช้โซ่พันคล้องประตูล็อกด้วยแม่กุญแจอยู่ก่อนแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมเพียงนำโซ่ไปคล้องและล็อกกุญแจซ้ำ โดยมิได้บุกรุกเข้าไปในที่เกิดเหตุ เมื่อพิจารณาประกอบกับสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้ได้คลี่คลายความรุนแรงลง จึงชอบที่พนักงานสอบสวนจะไปดำเนินการออกหมายเรียก พล.อ.ปรีชา มาพบพนักงานสอบสวนเสียก่อน ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุสมควรจะออกหมายจับ ให้ยกคำร้อง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:58:39
คนรักอุดรยุติเวทีปราศรัย ซัดกันเอง! ส.ส.ไม่จริงใจนำมวลชนชุมนุม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 ธันวาคม 2556 17:37 น.  
 
  ความเคลื่อนไหวของสมาชิกชมรมคนรักอุดร ที่จัดเวทีปราศรัยสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลเมืองอุดรธานีเป็นวันที่ 2 ยังคงติดตามข่าวการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่กรุงเทพฯ ล่าสุด นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ระบุว่า จะยุติการจัดเวทีปราศรัยบริเวณทุ่งศรีเมือง เพราะเห็นว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.อุดรธานี บางส่วน ไม่มีความจริงใจในการนำมวลชนมาเข้าร่วมชุมนุม จึงเกรงว่าจะเกิดความแตกแยกในกลุ่ม นปช. แต่หากสถานการณ์ตึงเครียดที่กรุงเทพฯ ก็พร้อมจะเปิดเวทีปราศรัยสนับสนุนรัฐบาลอีกครั้ง
   ขณะที่หอการค้า จ.เชียงใหม่ เรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายต่อต้าน หาทางออกร่วมกัน เพื่อคืนความสงบให้กับบ้านเมือง หลังผลของการชุมนุมทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
   ส่วนชาว จ.กาญจนบุรี กว่า 60 คน มอบดอกไม้ให้ผู้ว่าราชการ จ.กาญจนบุรี รวมทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ก่อนร่วมกันฉีกกระดาษที่มีข้อความว่า สภาประชาชนโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ฆาตกร 100 ศพกับพวก ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ดังกล่าว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 06:59:49
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯ หรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 ธันวาคม 2556 04:33 น.  
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯ หรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  แอคทิวิสต์โพสต์ - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์แอ็กทิวิสต์โพสต์ เปรียบเทียบการประท้วงในยูเครนและไทย ระบุจุดยืนของชาติตะวันตกต่อเรื่องนี้ไร้มาตรฐานอย่างชัดเจน โดยจะมองว่าการชุมนุมเป็นเรื่องดีก็ต่อเมื่อตนเองมีส่วนได้ประโยชน์เท่านั้น  ไม่เกี่ยวข้องกับหลักนิติรัฐหรือประชาธิปไตยตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
   
  ในบทความเรื่อง A Tale of Two Protests: Ukraine and Thailand นายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่าในขณะที่ชาติตะวันตกแสร้งแสดงบทบาทสนับสนุนผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุน อียูในยูเครน แต่อีกด้านหนึ่งก็กลับตำหนิผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลไทยที่ได้รับการหนุนหลังจ ากอเมริกา ทั้งที่ทั้งสองก็มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน
   
  นายโทนีระบุว่า เมื่อมีคำถามว่าการประท้วงแบบไหนเป็นสิ่งดี บางคนอาจวัดกันที่วัตถุประสงค์ แต่ความเป็นจริงแล้วในส่วนของพวกชาติตะวันตก การประท้วงจะเป็นเรื่องดีก็ต่อเมื่อการชุมนุมนั้นรับใช้ผลประโยชน์ของพวกเขา  ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครน และไทย ซึ่งผู้ชุมนุมต่างก็พยายามบุกยึดอาคารราชการและเตรียมการขยายขอบเขตไปยังหน่ วยงานอื่นที่ยังไม่สามารถยึดได้ ด้วยต่างมีเป้าหมายขับไล่รัฐบาลของประเทศตนเอง ทว่าชาติตะวันตกกลับบอกว่าอันหนึ่งดีเลิศ ส่วนอีกแห่งไม่ใช่การชุมนุมอย่างสันติ
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯ หรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  รางวัลโนเบลสำหรับผู้ประท้วงยูเครน
   
  บทความของนายโทนี อ้างถึงกรณีมีผู้ประท้วงราว 10,000 คนรวมตัวกันชุมนุมต่อต้านการตัดสินใจทิ้งข้อตกลงประวัติศาสตร์อันจะนำไปสู่ก ารเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของรัฐบาลเมื่อวันเสาร์ (30 พ.ย.) เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการปราบปรามผู้ประท้วงของตำรวจปราบจลาจลหนึ่งวันก่อนหน้า นี้ ที่เป็นผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและหลายคนถูกจับกุม
   
  สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเคียฟ รัฐบาลสหรัฐฯประณามปฏิบัติการของตำรวจ โดยเรียกมันว่าเป็นการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ขณะที่ทางกระทรวงการต่างประเทศอเมริกา ก็ระบุในถ้อยแถลงเวลาต่อมาว่า “เราเรียกร้องเหล่าผู้นำของยูเครน เคารพต่อสิทธิการแสดงออกและการชุมนุม เราเรียกร้องรัฐบาลยูเครน สนับสนุนสิ่งแวดล้อมทางบวกสำหรับประชาสังคมและเพื่อปกป้องสิทธิการของชาวยูเ ครนทุกคนในการแสดงมุมมองต่ออนาคตของประเทศในแนวทางที่สร้างสรรค์และเป็นไปอย ่างสันติในกรุงเคียฟ รวมถึงพื้นที่อื่นๆของประเทศ ความรุนแรงและการข่มขู่ไม่ควรเกิดขึ้นในยูเครน ณ วันนี้”
   
  นายโทนี ตั้งข้อสังเกตในบทความว่าเสียงชื่นชมจากฝั่งสหรัฐฯ มีออกมา แม้ว่าผู้ประท้วงชาวยูเครนทั้งจุดไฟเผาและใช้รถแทรกเตอร์ในความพยายามทะลายแ นวกั้นของตำรวจ รวมทั้งได้ปิดกั้นถนนสายหลักที่มุ่งสู่อาคารที่ทำการของรัฐบาล ขวางข้าราชการเข้าทำงาน ซึ่งเรื่องราวนี้ก็พบเห็นตามสื่อหลักต่างๆ
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯ หรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  การชุมนุมที่แย่ของไทย
   
  ในทางกลับกัน นายโทนีบอกว่า สหรัฐฯ ก็ประณามอย่างโต้งๆ ต่อการประท้วงต่อต้านระบอบทักษิณ และรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า “รุนแรงและบอกว่าการบุดยึดหน่วยงานราชการหรือเอกชนเป็นที่ยอมรับไม่ได้ในแนว ทางของการคลี่คลายความแตกต่างทางการเมือง” นอกจากนี้ แล้วในขณะที่ชาติตะวันตกเรียกมาตรการปราบจลาจลของยูเครนว่า “ความรุนแรง” แต่อีกด้านหนึ่งสื่อจากชาติตะวันตก กลับไม่พาดพิงคำว่า “การปราบปรามรุนแรง” ในแบบเดียวกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย ทั้งที่เมื่อมองดูแล้วรัฐบาลไทยก็ใช้วิธีการเดียวกับรัฐบาลยูเครนในการควบคุ มฝูงชน
   
  ทำไมชาติตะวันตกถึงปกป้องรัฐบาลไทย
   
  รัฐบาลของทักษิณและยิ่งลักษณ์ ได้รับการหนุนหลังจากชาติตะวันตกมานานเกือบทศวรรษ โดยเฉพาะในส่วนของทักษิณนั้น ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับตะวันตกเริ่มต้นขึ้นก่อนเข้ารับตำแหน่งในปี 2001 ด้วยซ้ำ
   
  นายโทนีอ้างข้อเขียนของนายทนง ขันทอง จากหนังสือพิมพ์ “เดอะ เนชัน” ระบุว่า ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก นายทักษิณได้พยายามแสวงโอกาสการลงทุนในวอลล์สตรีทและลอนดอนควบคู่กับการไต่เ ต้าทางการเมือง โดยคาร์ไลล์กรุ๊ปเคยตั้งให้เขาเป็นที่ปรึกษากลางปี 1998 นอกจากนี้ยังเคยพยายามใช้สายสัมพันธ์กับอเมริกาส่งเสริมภาพลักษณ์ทางการเมือ งในช่วงที่เขาก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เขาเชิญบุชผู้พ่อมาเยือนกรุงเทพฯ บอกว่าภารกิจของเขาคือเป็นพ่อสื่อระหว่างกองทุนจากสหรัฐฯ กับธุรกิจไทย เขายังเชิญเจมส์ เบเกอร์ เดอะเติร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในยุคจอร์จ บุช มาเที่ยวไทยเมื่อเดือนมีนาคมปีนั้นด้วย
 
นักวิจัยต่างชาติเทียบชุมนุมไทย-ยูเครน ชี้สหรัฐฯ หรี่ตาเข้าข้างรบ.ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเพราะมีผลประโยชน์ร่วม
  เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีปี 2001 ทักษิณเริ่มตอบแทนการสนับสนุนจากผู้อุปถัมภ์ชาวตะวันตกของเขา ในปี 2003 เขาส่งทหารไทยไปอิรักทั้งที่กองทัพและประชาชนคัดค้าน เขายังอนุญาตให้ซีไอเอใช้ไทยในโครงการส่งผู้ร้ายข้ามรัฐอย่างลับๆในปี 2004 นอกจากนี้แล้ว ทักษิณยังได้ผลักดันเอฟทีเอสหรัฐฯ-ไทยที่ได้รับการสนุนสนุนจากสภานักธุรกิจอ าเซียน-สหรัฐอเมริกาโดยไม่ผ่านรัฐสภา และหลังถูกรัฐประหารปี 2006 ทักษิณก็ยังเป็นที่รักของสื่อตะวันตกอันเป็นผลจากสายสัมพันธ์กับบริษัทล็อบบ ี้ชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ที่ยกเขาเป็นบุรุษของประชาชนที่ต่อสู้กับชนชั้นนำ ในกรุงเทพฯ
   
  ทั้งนี้ สภานักธุรกิจอาเซียน-สหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนเอฟทีเอสหรัฐฯ-ไทยเมื่อปี 2004 ประกอบด้วยตัวแทนบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งยกตัวอย่างเช่น 3เอ็ม, ไอบีเอ็ม, โบอิ้ง,ซิตีกรุ๊ป, เจเนอรัล อิเล็กทริค, ล็อคฮีด มาร์ติน, เชฟรอน, ฟิลิป มอร์ริส ฯลฯ รวมถึงสถาบันการเงินอย่างโกลด์แมน แซค และเจพี มอร์แกน
   
  นายโทนีปิดท้ายว่า เป็นที่ชัดเจนว่าชาติตะวันตกได้ลงทุนทั้งเวลาและทรัพยากรอย่างมหาศาลไปกับระ บอบทักษิณ และการประณามผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลก็เป็นแค่ความพยายามปกป้องการลงทุน ของตนเอง ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับหลักนิติรัฐหรือประชาธิปไตยแม้แต่น้อย
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 16:14:33
จับการ์ดม็อบนกหวีดประชาธิปัตย์ พกกระสุนปืนลูกซองเตรียมก่อเหตุ
 
4 ธันวาคม 2556 go6TV - เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งจับกุมตัว นายเสน่ห์ มณีสม การ์ดนกหวีดประชาธิปัตย์ พร้อมของกลาง กล่องกระสุนปืนลูกซองยี่ห้อ วินเชสเตอร์จำนวน 4 นัด โดยมีความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนลูกซองไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญ าต รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคง หลังจากขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊ก สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผ่านจุดตรวจถนนดำรงรัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่ อไป
 

 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/06/13 เวลา 16:25:44
สุรพงษ์ เผย ฮ.ตำรวจ ถูกผู้ชุมนุมยิงใบพัดร้าว ควักค่าซ่อมนับล้าน
 
  ผบ.ตร. เผย เฮลิคอปเตอร์ตำรวจถูกยิง 2 นัดที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ใบพัดร้าวต้องเสียค่าซ่อมล้านกว่าบาท ขณะที่ สุรพงษ์ มั่นใจฝีมือผู้ชุมนุม เพราะตรวจสอบแล้วยิงมาจากภาคพื้นดิน ชี้ มีตำรวจถูกสะเก็ดระเบิดเจ็บ
 
http://hilight.kapook.com/view/94395
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:18:41
http://www.naewna.com/politic/80816
วันนี้ 7 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าอินสตาแกรมของดาราสาวเลือดรักชาติอย่าง สาวแตงโม ภัทรธิดา ได้โพสต์รูปภาพ ประชาชนของพระราชา ขณะยืนธงชาติ พร้อมข้อความในรูปภาพ "๙ ชูธงไปด้วยกัน ๙ .๓๙" ซึ่งภาพดังกล่าวต่างมีแฟนคลับเข้ามากดถูกใจเป็นจำนวนมากพร้อมแสดงความคิดเห็  นว่าให้ดาราสาวสู้ๆ บางคนก็บอกว่าแล้วไปเจอกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:19:45
วันที่ 6 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุ๊ก - ดวงตา ตุงคะมณี นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์อินสตาแกรม @tooktung ขณะไปร่วมงานวันพ่อ 5 ธันวา กับกลุ่มกปปส. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน พร้อมถ่ายรูปคู่กับแมว - จารุวรรณ ปัญโญภาส นักแสดงอาวุโส โดยทั้งคู่สวมเสื้อสีเหลือง และถือเทียนรอก่อนถึงเวลาถวายชัยมงคล ระบุข้อความว่า “ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
 
โดยก่อนหน้านี้ ตุ๊ก – ดวงตา ได้โพสต์รูปลงในอินสตาแกรม ขณะไปร่วมต่อต้านระบอบทักษิณ ทั้งๆ ที่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งต้องนั่งรถเข็นผู้ป่วยไปร่วมชุมนุม พร้อมระบุข้อความว่า ไปทำหน้าที่พลเมืองที่ดีของประเทศ เจ็บแค่ไหนก็ทนเสียงเรียกร้องของความถูกต้องและหัวใจไม่ได้ ต้องไป
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:20:35
6 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณทำเนียบรัฐบาลในช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามผลักดันที่จะเข้ายึดพื้นท ี่ โดยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว ไม่อยากต่อสู้กับประชาชน และดีใจมากเมื่อมีการเปิดประตูทำเนียบฯให้มวลมหาประชนชนเข้ามาในพื้นที่ต้อง ห้ามได้ ซึ่งไม่ได้เป็นยุทธศาสตร์ที่มีการวางแผนกันไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด
 
นายกรณ์ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ถูกกดขี่เรื่องเบี้ยเลี้ยงจากผู้บังคับบัญชา หลังจากที่ต้องควบคุมพื้นที่นานถึง 20 วันทั้งที่คำสั่งระบุว่ามาเพียง 4 วันเท่านั้น เบี้ยเลี้ยงที่ได้รับถูกหักค่าอาหารวันละ 200 บาท ที่เหลือก็ได้ไม่เต็มอีกด้วย
 
ข้อความที่นายกรณ์โพสต์ลงเฟซบุ๊ค
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:21:50
ทบ.ตบปาก “จตุพร” กุข่าวจัดชุดตามติด “ปู” เอาถึงตาย แนะ ปชช.ใช้เหตุผลรับข่าว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  6 ธันวาคม 2556 18:52 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทบ.ตบปาก “จตุพร” กุข่าวจัดชุดตามติด “ปู” เอาถึงตาย แนะ ปชช.ใช้เหตุผลรับข่าว
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก(แฟ้มภาพ)
 
   
รองโฆษก ทบ.ตอก “คางคกตู่” สร้างกระแสกุข่าว ทบ.จัดชุดเกาะติดนายกฯ เอาถึงตาย ชี้ไร้เหตุผล ขออย่าดึงไปเกี่ยว แนะ ปชช.ข่าวลือแยะ สอบถามกองทัพได้ ใช้เหตุและผลรับข่าว
   
  วันนี้ (6 ธ.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ขณะนี้ทางกองทัพบกมีการจัดกำลังทหารจำนวน 32 ชุด เพื่อติดตามนายกรัฐมนตรี บุคคลสำคัญ โดยมีภารกิจเอากันถึงตายว่า อาจเป็นเพียงการสร้างกระแสจากผู้ไม่หวังดี ขอชี้แจงว่า ทางกองทัพบกไม่มีเหตุผลใดที่จะไปดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ตนไม่อยากให้นำกองทัพบกไปเชื่อมโยงกับเรื่องทางการเมือง กองทัพบกยืนยันทำหน้าที่ภายในกรอบ และขอบเขตตามระบบงานราชการที่รับผิดชอบอยู่เท่านั้น  ขอชี้แจงต่อประชาชนว่า ข่าวสารข้อมูลต่างๆ ในช่วงนี้มีมากมายหลากหลายลักษณะ หากมีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบข้อมูลกับกองทัพบกก่อนได้  เพราะข่าวสารจำนวนมากในขณะนี้ยังมีความน่าเชื่อถือไม่เพียงพอ  ส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะของข่าวลือ  ซึ่งในหลายๆ ข้อมูลอยากให้มีการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนก่อนถูกนำเสนอ  มิฉะนั้นจะสร้างความสับสนให้สังคมได้ ดังนั้นขอให้ผู้บริโภคข่าวสารได้ใช้หลักเหตุและผลในการพิจารณาประกอบด้วย
   
   
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 "เอกนัฏ" จวก ตร.กุข่าว ตัดต่อภาพ ชุมนุมยืดเยื้อ ให้กปปส.เสียหาย ขออย่าหลงเชื่อ
 เวทีราชดำเนินแย้มอาจลากยาวถึงวันรธน. รับถ้ามาไม่มากพร้อมเข้าคุก
 "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ยันไม่เคยชวนม็อบใส่เสื้อเหลือง ถือรูปในหลวง ร่วมไล่รบ.
 มติว่าที่ กกต.เลือก “ศุภชัย“” นั่งประธาน เน้นช่วยคิดช่วยทำ เที่ยงธรรม พร้อมถูกตำหนิ
 “ภราดร” เชื่อ 2 วันนี้ไม่มีอะไร “ค้อนปลอม” หนุนทำประชามติ แนะสองฝ่ายเจรจา
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:22:41
UN จี้ไทยสอบ ตม.ขายโรฮิงญาให้แก๊งค้ามนุษย์ สหรัฐฯ จ่อลดระดับต่ำสุดเทียบเกาหลีเหนือ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  7 ธันวาคม 2556 02:31 น.  
 
UN จี้ไทยสอบ ตม.ขายโรฮิงญาให้แก๊งค้ามนุษย์ สหรัฐฯ จ่อลดระดับต่ำสุดเทียบเกาหลีเหนือ
  เอเจนซี - สหประชาชาติ และสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (6) เรียกร้องให้ดำเนินการสืบสวนรายงานของรอยเตอร์ที่พบว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยขนชาวโรฮิงญาให้แก๊งค้ามนุษย์กลางทะเล ขณะที่ประเด็นนี้ก็ส่อให้อเมริกาลดระดับไทยสู่ขั้นต่ำสุดด้านค้ามนุษย์ และอาจนำมาซึ่งโดนมาตรการคว่ำบาตรบางอย่าง
   
  รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (5) อ้างข้อมูลการสืบสวนยาวนาว 2 เดือนใน 3 ประเทศ เผยให้เห็นว่า มีการลอบนำตัวเหล่าผู้ลี้ภัยโรฮิงญาจากศูนย์กักกันผู้อพยพของไทย ขายให้แก่ขบวนการค้ามนุษย์ และส่งมอบกันกลางทะเล จากนั้นชาวโรฮิงญาเหล่านี้ก็จะถูกพาไปยังภาคใต้ และกักขังในค่ายลับกลางป่าติดกับชายแดนมาเลเซีย จนกว่าญาติๆ จะยอมจ่ายเงินค่าไถ่ ด้วยบางส่วนถูกทุบตี และบางคนก็ถึงขั้นเสียชีวิต
   
  “ข้อกล่าวหานี้จำเป็นต้องมีการสืบสวนอย่างเร่งด่วน” นางวิเวียน แทน โฆษกหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าวในถ้อยแถลง “เราได้ร้องขอประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้เสมอมา ต่อมาตรการปกป้องชั่วคราวแก่ผู้ลี้ภัย ในนั้นรวมถึงป้องกันการถูกทำทารุณ และแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง”
   
  ด้านสหรัฐฯ ก็ออกเรียกร้องแบบเดียวกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาว่า “เราทราบถึงรายงานที่กล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายผ ู้ลี้ภัยโรฮิงญาแก่ขบวนการค้ามนุษย์” แมรี ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอเมริการะบุ “เราเรียกร้องรัฐบาลไทยดำเนินการสืบสวนอย่างจริงจัง และโปรงใส่ในประเด็นนี้”
   
  รอยเตอร์อ้างคำสัมภาษณ์ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เกี่ยวกับค่ายคุมขังลับๆ ว่า มีค่ายแบบนี้อยู่จริง แต่นายตำรวจไทยยืนยันว่าไทยได้สอบสวน และดำเนินคดีต่อพวกค้ามนุษย์ และเจ้าหน้าที่ที่ให้การช่วยเหลือแล้วหลายราย
   
  นอกจากนี้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ยอมรับว่า มีนโยบายอย่างไม่เป็นทางการในการเนรเทศชาวโรฮิงญากลับไปยังพม่าจริง โดยเรียกว่าเป็นแนวทางปกติ หรือทางเลือกที่ 2 แต่เขาก็บอกว่าชาวโรฮิงญาเหล่านี้ได้ลงนามในหนังสือเมื่อพวกเขาตอบตกลงเดินท างกลับพม่า อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์บอกว่าจากที่ได้เห็นเอกสารเหล่านั้นไม่มีการแปลเป็นภาษาโรฮิงญาแต่อ ย่างใด
   
  “ในการควบคุมตัว จำเป็นต้องมีการแจ้งทางเลือกต่างๆ แก่พวกเขาในภาษาที่คนเหล่านั้นเข้าใจ” โฆษกหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าว “การตัดสินใจใดๆ ควรเป็นไปตามสมัครใจ และพวกที่เลือกออกจากค่ายก็ควรได้รับการปกป้องจากการถูกละเมิด และการหาประโยชน์จากพวกค้ามนุษย์”
   
  ข้อมูลระบุว่า ในปี 2013 ไทยได้จับกุมผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าชาวโรฮิงญาไ ด้ 9 ราย แต่ยังไม่มีรายใดถูกตัดสินว่ามีความผิด และเจ้าหน้าที่ 1 ใน 2 รายที่ถูกจับกุมก็ถูกถอนข้อหาในเวลาต่อมา
   
  รายงานกล่าวว่า ข้อมูลการจับกุมดำเนินคดีในไทยเผยให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายผ่อนคลายลง โดยสถานการณ์การค้ามนุษย์ (ทีไอพี) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประจำปี 2013 พบในปี 2012 ไทยดำเนินคดีผู้ต้องสงสัย 27 ราย ลดลงจาก 67 ราย ในปีก่อนหน้านี้ และในจำนวน 27 ราย มีเพียง 10 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 1 ราย ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด
   
  อีกด้านหนึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอชต์ ซึ่งมีฐานบัญชาการอยู่ในนิวยอร์ก ก็ออกมาประณามไทยต่อการส่งมอบชาวโรฮิงญาแก่ขบวนการค้ามนุษย์ และเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ ไทยอาจถูกลดระดับในบัญชีบังคับใช้กฎหมายค้ามนุษย์แย่ที่สุดในโลกของสหรัฐฯ
   
  หากมีการลดระดับจริงก็จะเป็นผลให้ ไทย ชาติพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ และประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หล่นไปอยู่ในระนาบเดียวกับเกาหลีเหนือ และอิหร่าน ชาติที่มีการต่อสู้ปัญหาค้ามนุษย์ย่ำแย่ที่สุดของโลก และเสี่ยงเจอมาตรการคว่ำบาตรจากอเมริกา “รัฐบาลไทยจำเป็นต้องต้องชี้แจงต่อเรื่องนี้แก่ประชาคมนานาชาติอย่างจริงจัง ” ฟิล โรเบิร์ทสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอชต์ ประจำภูมิภาคเอเชียระบุ
   
  ทางกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังรวบรวมข้อมูลสำหรับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์(Trafficking In Persons) ครั้งต่อไป ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในเดือนมิถุนายนปีหน้า ซึ่ง ไทย เสี่ยงถูกลดระดับสู่ (Tier 3) ถือเป็นระดับต่ำสุด เว้นแต่ว่าไทยจะดำเนินความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อกำจัดการค้ามนุษย์
   
  ทั้งนี้ การอยู่ในระดับ 3 ทางทฤษฎีจะทำให้ประเทศนั้นๆ เสี่ยงต่อการถูกสหรัฐฯ ลงโทษอาจด้วยมาตรการกีดกันทางการค้า หรือระงับความช่วยเหลือ แต่ในทางปฏิบัติ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมิตรเก่าแก่ของไทยอาจไม่ใช้มาตรการลงโทษกับไทย ทว่า การตกอยู่ในระดับเลวร้ายที่สุดน่าจะสร้างความขายหน้าแก่รัฐบาลไทยที่กำลังวิ ่งเต้นอย่างหนักเพื่อให้ได้เก้าอี้สมาชิกหมุนเวียนในคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:23:53
กลุ่มมหา'ลัยรัฐ ประกาศ!ระดมพลังบุกทำเนียบ 9 ธันวานี้/ จุฬาฯยันไม่ปิดเรียน 9 ธ.ค.ไม่ห้ามชุมนุม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  7 ธันวาคม 2556 14:06 น.  
 
  "มธ.-จุฬาฯ-มศก.-มศว-มก.-มหิดล" นัดศิษย์เก่า-ปัจจุบัน-คณาจารย์ ร่วมแสดงพลังเจ้าของประเทศไทย เดินหน้ามุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ จุฬาฯ นัดสวมเสื้อสีชมพู ขณะที่ มก.นัดสวมเสื้อสีเขียว ด้าน "หมอภิรมย์" แจงข้อความที่แชร์ไม่ใช่ในนามสถาบัน คาดเป็นนิสิตปัจจุบัน หรือศิษย์เก่า ย้ำสามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิ์์เสรีภาพ มหา'ลัยไม่ปิดกั้นขณะที่มติ จุฬาฯ ยันไม่ปิดเรียนแต่ไม่ห้ามร่วมชุมนุน
   
  รศ.ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ กลุ่ม มศว รักประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ทางกลุ่มมศว รักประเทศไทย กลุ่มมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ประชาชนย่าน อโศก สีลม เพชรบุรี คุยกันว่าเราจะรวมพลกันในวันที่ 10 ธ.ค. 56 แต่ เมื่อทางแกนนำเครือข่ายราชดำเนินโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศให้ประชาชนชาวไทยทุกคนออกมารวมตัวกันและออกเดินไปสู่ทำเนียบ ในวันที่ 9 ธ.ค. 56 เวลา 09.39 น. ตนและเพื่อนๆชาวมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีกลุ่มรักประเทศไทยจะรวมพลกันในเวลา 09.00 และเรื่องเคลื่อนขบวนในเวลา 09.39 น. มีการชักชวนกันให้คนออกมาเยอะๆ มารวมกันบนท้องถนนแล้วมุ่งหน้าไปสู่ทำเนียบ วันนั้นถือเป็นการกระทำการอารยะขัดขืนต่อรัฐบาลและประกาศจุดยืนว่า พวกเราไม่เอารัฐบาลที่มีแกนนำโดยคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกต่อไป พวกเราให้การสนับสนุนข้อเรียกร้องของ ทปอ. ถ้า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ลาออกก็ต้องยุบสภา ในวันนั้นจะมีผู้คนในชุมชนวิชาการและประชาชนเป็นจำนวนมากมาร่วมกันขับไล่ รัฐบาล และในวันนั้นคุณโสภณ สุภาพงษ์ นักวิชาการอิสระจะมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มมศว รักประเทศไทยและร่วมเดินกับประชาคมมศว ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันด้วย จึงอยากเชิญชวนคนไทยทุกคนมาแสดงจุดยืนของตัวเองในวันที่ 9 ธ.ค.56 ซึ่งถือเป็นวันเผด็จศึกรัฐบาล
 
กลุ่มมหา'ลัยรัฐ ประกาศ!ระดมพลังบุกทำเนียบ 9 ธันวานี้/ จุฬาฯยันไม่ปิดเรียน 9 ธ.ค.ไม่ห้ามชุมนุม
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก (facebook) ได้มีการแชร์ภาพและข้อความนัดหมายของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันมาร่วมแสดงพลังและเดินไปยังทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 9 ธ.ค. 56 เวลา 09.39 น. อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการนัดหมายใส่เสื้อสีชมพู ข้อความว่า “ในวันที่ 9 ธันวา ชาวจุฬาฯ ออกมาร่วมแสดงพลังเจ้าของประเทศไทย ขอเชิญชวนนิสิตเก่า-ปัจจุบัน คณาจารย์และบุคลากร พร้อมกันที่สนามหญ้าหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล เวลา 8.39 น. แล้วเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เวลา 9.39 น. (พร้อมใจใส่เสื้อสีชมพู) ..โอกาสสุดท้ายแพ้ไม่ได้แล้ว...”
 
กลุ่มมหา'ลัยรัฐ ประกาศ!ระดมพลังบุกทำเนียบ 9 ธันวานี้/ จุฬาฯยันไม่ปิดเรียน 9 ธ.ค.ไม่ห้ามชุมนุม
  ขณะเดียวกัน ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ มหาวิทยาลัยศิลปากร http://www.facebook.com/SilpakornU ว่า “ 9 ธันวาคม 2556 พลังสร้างสรรค์..จะขับเคลื่อนประเทศไทย ขอเชิญประชาคมศิลปากร นักศึกษาเก่า นักศึกษาปัจจุบัน คณาจารย์และบุคลากรทุกท่าน พร้อมกัน ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เวลา 8.30 น. เพื่อเคลื่อนขบวนร่วมกับพี่น้องประชาชน.. มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล"
 
กลุ่มมหา'ลัยรัฐ ประกาศ!ระดมพลังบุกทำเนียบ 9 ธันวานี้/ จุฬาฯยันไม่ปิดเรียน 9 ธ.ค.ไม่ห้ามชุมนุม
  รวมทั้งมีการแชร์ข้อความนัดหมายส่วนของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีข้อความว่า “มธ.ชาวธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม 2556 ด้วยปีกแห่งเสรีภาพ 8 โมง นัดหอใหญ่ 9 โมงเดินไปอนุสาวีรย์ฯ 10 โมงเจอกันทำเนียบ เตรียมน้ำอาหารและอุปกรณ์กันแก๊สไปด้วย”
 
กลุ่มมหา'ลัยรัฐ ประกาศ!ระดมพลังบุกทำเนียบ 9 ธันวานี้/ จุฬาฯยันไม่ปิดเรียน 9 ธ.ค.ไม่ห้ามชุมนุม
  ในส่วนของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) มีการแชร์ข้อความว่า “9 ธันวาคม 2556 เวลา 9.39 น. ลูกพระพิรุณ (คณาจารย์ บุคลากร นิสิต ศิษย์เก่า) พร้อมกันหน้าประตูวิภาวดีร่วมเดินไล่คนทรพีออกจากแผ่นดินมุ่งหน้าทำเนียบรัฐ บาล เสื้อสีเขียว โดยพร้อมเพรียงกัน”
 
กลุ่มมหา'ลัยรัฐ ประกาศ!ระดมพลังบุกทำเนียบ 9 ธันวานี้/ จุฬาฯยันไม่ปิดเรียน 9 ธ.ค.ไม่ห้ามชุมนุม
  ขณะที่ มีการแชร์ข้อความในส่วนของ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า “เจ้าของประเทศไทย โปรดแสดงตัว 9 ธันวาคม 2556 มหิดล ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน เสื้อสีน้ำเงิน ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านชาวถนนพระรามที่หกทุกองค์กร 9.00 น.พบกันหน้าตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ มหิดล 9.39 น.เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล อำนาจอธิปไตยเป็นของปวชนชาวไทย ออกมาแสดงตัว หรือ อยู่เงียบ ๆ ตลอดไป”
   
   
 
ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กรณีที่มีการส่งข้อความผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์คว่าจุฬาฯ นัดชุมนุมในวันที่ 9 ธ.ค.นัั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่ประกาศนัดรวมพลจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่คาดว่าจะเป็นการนัดรวมพลโดยกลุ่มศิษย์เก่าหรือนิสิตปัจจุบัน หรือจากคณะใดคณะหนึ่ง ซึ่งการแสดงออกดังกล่าวถือเป็นสิทธิ์เสรีภาพของแต่ละคณะ แต่ละกลุ่มสามารถแสดงออกได้ ทางจุฬาฯ ไม่ได้ปิดกั้น  
   
 
 
   
   
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีมติให้วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2556 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเปิดทำการเรียนการสอน การปฎิบัติงาน ตามปกติ ทั้งนี้ ผู้บริหาร คณาจารย์บุคลากร และนิสิตมีสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจที่จะแสดงออกทางการเมืองในฐานะประชา ชนได้อย่างอิสระ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:24:36
ร่วมด้วย! ศิริราช นัดสวมเสือเขียว-สัญลักษณ์น้ำเงินมุ่งสู่ทำเนียบ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  7 ธันวาคม 2556 20:15 น.  
 
ร่วมด้วย! ศิริราช นัดสวมเสือเขียว-สัญลักษณ์น้ำเงินมุ่งสู่ทำเนียบ
  ชาวศิริราช ร่วมด้วย! ชวน ปชช.ใกล้เคียงรวมตัวมุ่งสู่ฝั่งพระนครแสดงจุดยืน พร้อมนัดสวมเสื้อเขียวและสัญลักษณ์สีน้ำเงิน
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศจะนำมวลชนไปปิดล้อมทำเนียบในวันที่ 9 ธ.ค. นั้น ขณะนี้ได้มีการส่งต่อข้อความผ่านทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า “ชาวศิริราชและประชาชนใกล้เคียง ร่วมแสดงจุดยืนยึดมั่นในความถูกต้อง วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2556 เวลา 8.39 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก 9.39 น. เดินขบวนแสดงจุดยืนจากศิริราชไปฝั่งพระนคร” โดยระบุด้วยว่า สวมเสื้อสีเขียวพร้อมสัญลักษณ์สีน้ำเงิน
   
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 06:25:23
“ตั๊ก บงกช” ขึ้น ! ฉะเสื้อแดง จะเปลี่ยนระบอบกษัตริย์ มึงกับกูต้องตายกันไปข้างหนึ่ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 01:32 น.  
 
“ตั๊ก บงกช” ขึ้น ! ฉะเสื้อแดง จะเปลี่ยนระบอบกษัตริย์ มึงกับกูต้องตายกันไปข้างหนึ่ง
  “ตั๊ก บงกช” โพสต์ภาพแกนนำเสื้อแดง ลั่นถ้าคิดจะเปลี่ยนระบบกษัตริย์ ไม่มึงกับกูก็ต้องสู้กันตายไปข้างหนึ่ง
   
  หายหน้าไปเป็นคุณแม่เลี้ยงลูกอยู่นาน แต่ล่าสุด “ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล” ก็ทนไม่ไหวออกโพสต์ภาพของ “ชูพงศ์ ถี่ถ้วน" แกนนำเสื้อแดง พร้อมกับข้อความที่ต้องการเปลี่ยนระบอบกษัตริย์ เล่นเอาตั๊กขึ้นปรี๊ดๆ ฉะแหลก
   
  คนส่วนมากต้องการในหลวง ไอ้........แม่งดูมันพูด รองเปลี่ยนดูสิจะได้รู้ ว่ามึงหรือกู ต้องสุ้กันให้มันตายกันไปคนละข้างเอาสิ!!!
   
  สำหรับ ตั๊ก บงกช ก่อนหน้านี้เคยโพสต์ข้อความซัดกับเสื้อแดงกรณีการเสียชีวิตของ “อากง” นายอำพล ตั้งนพกุล ซึ่งถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 20 ปี ในคดีความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 จนได้ใจคนไทยไปทั้งประเทศ เพราะกล้าดีเดือดตอบโต้เสื้อแดงได้อย่างเจ็บแสบ จนเสื้อแดงทนไม่ไหวเคยรวมตัวกันมาขับไล่ตั๊กขณะถ่ายทำหนังอยู่ที่พัทยา แต่ตั๊กก็หาได้แคร์เพราะล่าสุดก็ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว ประกาศชัดเจนว่างานนี้ตั๊กสู้ตาย
จากคุณ: Prang โพสเมื่อวันที่: 12/08/13 เวลา 09:50:29
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:00:19
ลูกช้าง มช.นัดด้วย 09.39 น.พรุ่งนี้ ร่วมต้าน “ระบอบทักษิณ” คนเชียงใหม่เข้ากรุงบ่ายนี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 09:40 น.  
 
ลูกช้าง มช.นัดด้วย 09.39 น.พรุ่งนี้ ร่วมต้าน “ระบอบทักษิณ” คนเชียงใหม่เข้ากรุงบ่ายนี้
  เชียงใหม่/พิษณุโลก - เครือข่ายลูกช้าง มช.-คนเชียงใหม่ นัดรวมตัวแสดงประชามติ “ไม่เอาระบอบแม้ว” พรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) ลานศาลาธรรม ขณะที่ชาวเชียงใหม่-คณาจารย์เทคโนตีนดอย ตบเท้าเข้ากรุงบ่ายวันนี้ ร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์กับ กปปส. ด้านคนสองแควนัดพร้อมหน้าศาลากลางเช่นกัน
   
  เครือข่ายชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และคนเชียงใหม่ต้านคอร์รัปชัน ประกาศนัดหมายรวมตัวแสดงประชามติ “ไม่เอาระบอบทักษิณ” เช่นเดียวกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยรัฐทั่วประเทศ ตลอดจนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) วันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) เวลา 09.39 น.เป็นต้นไป ณ ลานศาลาธรรม มช.
   
  ขณะที่คณาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (เทคโนตีนดอย) ได้นัดสวมเสื้อสีเหลืองหรือน้ำเงิน เดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ ร่วมกับชาวเชียงใหม่ที่นัดหมายรวมตัวขึ้นรถบัสช่วงบ่ายวันนี้ (8 ธ.ค.)
 
ลูกช้าง มช.นัดด้วย 09.39 น.พรุ่งนี้ ร่วมต้าน “ระบอบทักษิณ” คนเชียงใหม่เข้ากรุงบ่ายนี้
  ส่วนที่ จ.พิษณุโลก ภาคประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้นัดหมายรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป แม้ว่านายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด จะสั่งห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้า-ออกศาลากลางจังหวัดและบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งการเข้าไปอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดๆ ในพื้นที่ควบคุม พร้อมติดป้ายข้อความ “ประกาศ พื้นที่ห้ามผ่านเข้า-ออก อาคารที่ทำการศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550” ตั้งแต่เช้าวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาก็ตาม
   
  ด้านกลุ่ม นปช.พิษณุโลก ที่ก่อนหน้านี้กำหนดระดมมวลชนในเครือข่าย เกษตรกรชาวนา มวลชนของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมตัวกันมายื่นหนังสือสนับสนุนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และต่อต้านแถลงการณ์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในเช้าวันเดียวกัน (9 ธ.ค.) ล่าสุดมีรายงานว่าจะเลื่อนไปเป็นวันที่ 11 ธันวาคม เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:01:39
เริ่มแล้วพลังนกหวีดสงขลาปักหลักหน้าศาลากลาง เคลื่อนคู่ขนานเวที กทม. (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 12:46 น.  
 
 
   
 
เริ่มแล้วพลังนกหวีดสงขลาปักหลักหน้าศาลากลาง เคลื่อนคู่ขนานเวที กทม. (ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เริ่มแล้วพลังนกหวีดสงขลาปักหลักหน้าศาลากลาง เคลื่อนคู่ขนานเวที กทม. (ชมคลิป)
 
เริ่มแล้วพลังนกหวีดสงขลาปักหลักหน้าศาลากลาง เคลื่อนคู่ขนานเวที กทม. (ชมคลิป)
 
   
สงขลา - มวลชนสงขลาเริ่มปักหลักหน้าศาลากลางจังหวัดตั้งแต่ช่วงบ่าย ต่อเนื่องถึงพรุ่งนี้ เตรียมพร้อมชุมนุมใหญ่ขนานเวที กทม. ด้านตำรวจส่งกำลังชุดควบคุมฝูงชนเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยภายในศาลากลาง
   
  วันนี้ (8 ธ.ค.) ความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางการเมืองที่ จ.สงขลา ล่าสุด กลุ่มมวลชนในนามของ กปปส. ได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ ซึ่งใช้เป็นเวทีรวมพลคนสงขลาขับไล่รัฐบาลโจรมาจอดบนถนนหน้าศาลากลางจังหวัดส งขลา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการชุมนุมของมวลชนจากทุกองค์กรที่นัดชุมนุมใหญ่อีกคร ั้ง ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันเคลื่อนขบวนใหญ่ในกรุงเทพฯ
   
   ขณะเดียวกัน ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้ส่งกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย จำนวน 155 นาย เข้าประจำการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในศาลากลางจังหวัด ร่วมกับกำลังของ อส. โดยประจำจุดบริเวณประตูเข้าออกทุกทาง รวมทั้งภายในตัวอาคารศาลากลาง
   
  นอกจากนี้ จะมีการปิดถนนหน้าศาลากลางจังหวัดทั้ง 2 เส้นทาง ซึ่งคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เป็นสถานที่รวมตัวเปิดเวทีปราศรัยแทนการบุกเข ้าไปภายในศาลากลางจังหวัด ทั้งนี้ ทางแกนนำยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าในวันพรุ่งนี้จะเข้ายึดศาลากลางจังหวัดหรื อไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
 
   
   
 
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
 มือปืนเหี้ยม! ฆ่าหนุ่มสวนยางพังงายิงพรุนทั้งตัว
 พัทลุงน้ำสูงกว่า 1.5 ม. หลายพื้นที่ถูกตัดขาด ตชด.434 มอบถุงพระราชทานฯ
 ชาวกระบี่ทยอยเดินทางเข้ากรุงร่วมขจัดระบอบทักษิณยกสุดท้าย
 ทภ.4 ร่วมวางพวงมาลารำลึกวีรชนกล้าหาญ เนื่องในวันวีรไทย
 
     
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:02:42
ย้อนรอย...คืนไล่ฆ่าที่หน้ารามฯ สะท้อนบ้านเมืองกลียุค
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  8 ธันวาคม 2556 15:20 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ย้อนรอย...คืนไล่ฆ่าที่หน้ารามฯ สะท้อนบ้านเมืองกลียุค
นายทวีศักดิ์ โพธิแก้ว นศ.รามฯ อายุ 21 ปี ถูกยิงที่ชายโครงขวาเสียชีวิต
 
   
หลังกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. ก็เกิดเหตุวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน ธาตุแท้ของความเป็นอันธพาลก็ปรากฏให้เห็น เริ่มตั้งแต่ออกมายั่วยุฝ่ายตรงข้าม บงการจ้างเด็กแว้นไล่กระทืบชาวบ้านและนักศึกษาที่แขวนนกหวีดและติดริบบิ้นสั ญลักษณ์ธงชาติไทย จนบาดเจ็บหลายคน นอกจากนี้ยังข่มขู่คุกคามผู้ที่ไปออกกำลังกายในการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. โดยถามว่า “มึงเสื้อไหน” สร้างความเอือมระอาไปทั่วย่านรามคำแหง
   
  กระทั่งสายวันที่ 30 พ.ย. กลุ่มนักศึกษารามคำแหง และชาวบ้านละแวกดังกล่าวที่ทนพฤติกรรมไม่ไหว หลังแดงฮาร์ดคอร์กลุ่มหนึ่งไปลบหลู่สัญลักษณ์ของชาวรามคำแหง จึงรวมตัวชุมนุมกันบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้วยความรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกกระทำมาก่อน เมื่อเจอคนเสื้อแดงที่เดินทางมาชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯ ก็เข้าไปไล่ให้ไปชุมนุมที่อื่น จนเกิดการปะทะกันเป็นระยะๆ ได้รับบาดเจ็บไปฝั่งละนิดละหน่อย
   
  ขณะที่ “ตำรวจมะเขือเทศ” กลับเมินเฉย จนชาวบ้านและนักศึกษารามคำแหง ที่พักอาศัยอยู่ละแวกหัวหมาก รู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
   
  ขณะที่คำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หรือตำรวจของประชาชน” ถูกกลืนหายไปจากความทรงจำ เมื่อผู้รักษากฎหมายรู้เห็นเป็นใจกับกองกำลังซึ่งมีรบ.ซ่องโจรอยู่เบื้องหลั ง การรวมพลังของประชาชนและนักศึกษารามคำแหง เพื่อตอบโต้กับพวกนิยมความรุนแรงก็เกิดขึ้นโดยปริยาย
   
  เย็นวันนั้น เหตุการณ์วุ่นวายไร้ขื่อแปเกิดขึ้นไปทั่ว ชาวบ้านและนักศึกษาบางส่วนที่ไม่พอใจคนเสื้อแดงก็ได้จับกลุ่มบริเวณหน้าปากซ อยรามคำแหง 61 พร้อมทั้งตะโกนขับไล่ให้เสื้อแดงออกไปจากสนามราชมังคลาฯ เพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมสุดถ่อยก่อนหน้านี้ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลจากกองบัญชาการตำรวจภูภรภาค 1 ประมาณ 20 นาย พร้อมโล่และกระบองคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ด้านทางหน้าทางเข้า การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีการ์ดเสื้อแดงหลายคนซุ่มสังเกตการณ์อยู่หลังแนวตำรวจ ซึ่งห่างกันกับผู้ชุมนุมต่อต้านเสื้อแดงประมาณ 100 เมตร
   
  ค่ำคืนนั้น...ไฟนีออนบริเวณทางเข้า กกท.ถูกดับสนิท เหมือนมีการเตรียมการบางอย่างไว้ คงมีเพียงแสงไฟสีส้มจากบนถนนรามคำแหงที่ส่องสว่างพอเห็นความเคลื่อนไหวของบา งสิ่งได้
   
  สองทุ่มกว่าๆ สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ได้ขว้างปาขวด ท่อน ไม้และก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล จนตำรวจต้องถอยไปอยู่แนวเดียวกับการ์ดเสื้อแดง ระหว่างนั้นเสียงพลุ เสียงประทัดยักษ์ถูกปามาจากแนวการ์ดเสื้อแดงและแนวตำรวจ ก่อนเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหนุ่มถูกยิงเข้าราวนมซ้าย กระสุนทะลุหลัง นอนหายใจรวยริน ก่อนที่เพื่อนๆ จะนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้กลุ่มนักศึกษาและชาวบ้านต้องหนีตายเอาชีวิตรอดกันจ้าละหวั่น
   
  ปากซอยรามคำแหง 61 จึงสงบเงียบไปสักพัก แต่พอสามทุ่มกว่าๆ เสียงพลุเสียงปะทัดยักษ์ก็ดังขึ้นอีก จากนั้นเสียงระเบิดปิงปองก็ดังสนั่นหวั่นไหวอีกหลายลูก และเสียงปืนก็ถูกรัวเข้ามาในซอยอีกหลายนัด แล้วก็เงียบไปอีก
   
  ต่อมาเมื่อ 4 ทุ่มกว่าๆ ชาวบ้านคิดว่าเหตุการณ์สงบแล้วจึงพากันออกมาหาข้าวหาปลากินเนื่องจากหน้าราม ฯ ร้านค้าได้ปิดไปหลายร้าน เปิดอยู่ไม่กี่ร้านที่อยู่ในซอยรามคำแหง 61 ระหว่างนั้นมีเฮลิคอปเตอร์บินวน 2 ลำ และมีรถบัส 2 ชั้นวิ่งเข้ามาจอดในแนวคนเสื้อแดง จากนั้นเสียงปืนรัวยิงใส่ชาวบ้านที่กำลังนั่งกินข้าวและน้ำชา-กาแฟ อย่างสนั่นหวั่นไหว สลับเสียงระเบิดปิงปองดังกึกก้องเหมือนแดนมิคสัญญี ทำให้ชาวบ้านที่กำลังกินข้าว กินน้ำชาต่างวิ่งหนีตายหาที่หลบซ่อนวิถีกระสุน ระหว่างนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกนับไม่ถ้วนจากมือปืนจากแนวการ์ดเสื้อแดง และตำรวจก็ยังดังต่อเนื่องจนถึงรุ่งสางของอีกวัน
   
  กระทั่งตอนเช้า ชาวบ้านเดินไปสำรวจภายในซอย พบว่ารถตู้ถูกยิงจนพรุน ร้านค้าหลายร้านเต็มไปด้วยรูกระสุน และรอยระเบิดปิงปองอีกจำนวนมาก นอกจากนี้มีระเบิดปิงปองที่ไม่ทำงานตกอยู่อีก 1 ลูก สร้างความตระหนกตกใจแก่ชาวบ้านที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นอย่างมาก
   
  เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนั้นยังอยู่ในความทรงจำของนายนาเซ เจ๊ะระหวัง อายุ 30 ปี เจ้าของร้านน้ำชาแบดีน หน้าปากซอยรามคำแหง 61 ที่รอดชีวิตในค่ำคืนนั้นมาได้ โดยเขาเล่าย้อนถึงเหตุการณ์คืนนั้นว่า ตนและภรรยาเปิดร้านน้ำชาตอนบ่ายโมง แต่ทราบว่ามีเหตุวุ่นวายแถวหน้ารามฯ กระทั่งตอนเย็นก็เห็นวัยรุ่นและนักศึกษามารวมกลุ่มโห่ไล่ตำรวจและการ์ดเสื้อ แดงที่อยู่ด้านหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทั่ง 2 ทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงปะทัดยักษ์และเสียงปืนดังขึ้นมาจากแนวการ์ดเสื้อแดงซึ่งอยู่แนวเดี ยวกับตำรวจทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คนหนึ่งถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย อีกคนถูกยิงเข้าหน้าอกซ้ายทะลุหลัง เพื่อนๆ จึงนำมาปฐมพยาบาลข้างร้านตน ตนเห็นว่าคนเจ็บอาการสาหัสมาก หน้าซีดและชักกระตุกและมาทราบตอนหลังว่าเขาได้เสียชีวิตแล้ว
   
  หลังมีคนเจ็บและคนตายก็ได้ยินเสียงปืนมาจากฝั่งเสื้อแดงเป็นระยะ แล้วเงียบไปอีกสักพัก จากนั้นลูกค้าก็มานั่งกินชากาแฟต่อเพราะเนื่องจากคิดว่าเหตุการณ์สงบแล้ว กระทั่ง 4 ทุ่มกว่าก็มีคนร้ายโยนระเบิดมาจากสะพานยกระดับรามคำแหง ระเบิดมาลงที่ด้านหน้าร้านของตน ทำให้ลูกค้าร้านตนบาดเจ็บ 1 ราย จากนั้นก็มีรถทัวร์คันที่ถูกเผาขับเข้ามาที่แนวการ์ดคนเสื้อแดงและตำรวจ ก่อนที่คนในรถทัวร์และข้างรถทัวร์จะระดมยิงปืนชุดใหญ่เข้าใส่ซอยรามคำแหง 61 อย่างคุ้มคลั่ง ตนกับภรรยา พี่สาว น้องสาว และน้องชายรวมถึงลูกค้าที่เหลืออยู่กว่า 10 คน ต้องหมอบกับพื้นในร้าน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ซึ่งน้องชายที่เคยเป็นทหารบอกว่าน่าจะมีอาวุธสงครามรวมอยู่ด้วย
   
  ส่วนการคุกคามชาวบ้านของคนเสื้อแดงตั้งแต่เริ่มชุมนุมนั้น นายนาเซเล่าว่า พวกเสื้อแดงจะใช้เด็กแว้นซิ่งรถกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 50 คัน ขับตามหาคนที่แขวนนกหวีดและผูกข้อมือธงชาติไทย เมื่อเจอแล้วจะรุมซ้อม ซึ่งลูกชายเจ้าของร้านข้าวหมก และลูกชายช่างตัดเย็บเสื้อผ้าก็ถูกลากไปรุมซ้อมจนได้รับบาดเจ็บ
   
  นายนาเซเล่าด้วยว่า ตอนนั้นภรรยาและน้องสาวตกใจมาก พวกเราได้แต่คิดในใจขอให้ตำรวจมาช่วย แต่ก็หมดหวังเพราะมันยิงมาจากแนวเดียวกับตำรวจ แถมตำรวจก็ไม่คิดห้ามปรามเหมือนเปิดทางให้พวกเดียวกัน นอกจากนี้ ระหว่างที่พวกมันยิงก็มีรถสายตรวจมาจอดที่หน้าปากซอยสักพัก ทำให้มันหยุดยิง แต่ตำรวจในรถก็ไม่ยอมลงมา แล้วรีบขับรถออกไป ทำให้พวกมันได้ใจยิงใส่เข้ามาอีกหลายนัด
   
  “เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกหวาดกลัวมากที่สุดในชีวิตเหมือนเข้ าไปอยู่ในดงสงครามยังไงยังงั้น พวกมันยิงใส่กะว่าจะให้ตายซึ่งดูได้จากรอยกระสุนที่อยู่ระดับหน้าอกและศีรษะ  อยากถามพวกมันกลับไปว่า เห็นประชาชนเหมือนกับผักปลา เหมือนของเล่นอย่างนั้นหรือ พวกเราไม่ได้ไปทำอะไรให้มันเจ็บช้ำมาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ผมอยากให้หาคนรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย” เจ้าของร้านน้ำชากล่าวทิ้งท้าย
   
  ด้านนายมะหมูด มิแหละหมัน วัย 30 ปี พ่อค้าลูกชิ้น ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ถูกยิงถล่มในซอยรามคำแหง 61 ย้อนเหตุการณ์เฉียดตายว่า เย็นวันนั้นตนขับรถกระบะจะไปขายของที่ตลาดรถไฟ ศรีนครินทร์ แต่ลืมของไว้ที่ห้องพัก จึงขับกลับมาบนสะพานยกระดับรามคำแหง เห็นรถตู้ตำรวจจอดอยู่บนนั้น 2 คัน มีตำรวจยืนอยู่ 3 นาย เมื่อขับรถลงมาข้างล่างพบว่าถนนถูกปิดหมด ตนจึงเข้าเข้าซอยเทพลีลาแล้วเข้ามาที่ห้องพักซึ่งอยู่ในซอยรามคำแหง 63 สักพักเพื่อมาบอกว่ามีผู้ชุมนุมต่อต้านเสื้อแดงถูกยิงตายที่ปากซอยรามคำแหง 61 จึงเดินไปดูกับเพื่อน ก็เห็นผู้ชุมนุมที่เป็นวัยรุ่นจับกลุ่มกัน ระหว่างที่เดินอยู่หน้าปากซอยรามคำแหง 57 ปรากฏว่าคนร้ายได้โยนระเบิดปิงปองมาจากสะพานยกระดับรามคำแหงจึงวิ่งหนีกลับเ ข้าห้องพัก
   
  นายมะหมูดเล่าถึงนาทีระทึกใจต่อว่า กระทั่ง 4 ทุ่มกว่าคิดว่าเหตุการณ์สงบแล้วจึงออกมาซื้อข้าวกับเพื่อนในซอยรามคำแหง 61 ระหว่างที่ยืนรอข้าวอยู่นั้นก็มีคนร้ายโยนระเบิดเข้ามาในซอย ถูกชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จากนั้นรถทัวร์คันที่ถูกเผาก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่แนวการ์ดเสื้อแดงและตำรวจ จากนั้นพวกที่อยู่ในรถทัวร์และข้างรถก็ระดมยิงใส่ไม่ยั้ง ตนและชาวบ้านในซอยกว่า 50 ชีวิต ต้องวิ่งหาที่หลบคมกระสุนกัน อลหม่าน โดยตนไปแอบอยู่หลังรถตู้ ก่อนเข้าไปหลบในห้องน้ำกับอีกหลายชีวิต ซึ่งมีหญิงสาวหน้าตาตื่นตกใจกลัวสุดขีดรวมอยู่ด้วย ระหว่างนั้นชาวบ้านที่อยู่บนคอนโดหัวหมาก สั่งให้พวกเรานั่งนิ่งๆ ในห้องน้ำและให้ปิดไฟ เพราะมันยังระดมยิงเข้าใส่ตลอดเวลา ผ่านไปเกือบ 20 นาที พอเสียงปืนเริ่มซาลงชาวบ้านก็นำบันไดให้เราปีนรั้วออกมาทำให้หนีรอดมาได้
   
  “ผมกลัวมาก คืนนั้นเหมือนบ้านเมืองเราไม่มีกฎหมาย เพราะคนร้ายเอาปืนมาไล่ยิงคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว โดยที่ตำรวจผู้รักษากฎหมายก็เหมือนเปิดทางให้โจรไล่ยิงคน อย่างไรก็ตาม อยากถามว่าทำไมต้องไล่ฆ่ากันอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อะไรเลย ทั้งนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให ้เร็วที่สุด” นายมะหมูดกล่าวด้วยสีหน้าที่ยังตื่นตระหนก
   
  เหตุการณ์ไล่ฆ่าที่หน้ารามฯ ผ่านมาอาทิตย์กว่าแล้ว แต่ความหวาดกลัวยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ผ่านวินาทีความเป็นความ ตายมาได้ และเสียงถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาลเพื่อไทยที่มาปราศรัยยั่วยุเสื้อแดงให้ ก่อเหตุร้าย และตำรวจที่รู้เห็นการไล่ฆ่า รวมทั้งเจ้าหน้าที่ กกท.ผู้ที่อนุญาตให้เสื้อแดงมาซ่องสุมกำลังไล่ฆ่าคน
   
  ...หวังว่าคำตอบนั้นคงไม่หายไปกับสายลม!!
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:03:50
สภา ปชช. 20 จว.อีสานลั่นระดมมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 16:30 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สภา ปชช. 20 จว.อีสานลั่นระดมมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณ
เวทีแถลงข่าวสภาประชาชน 20 จังหวัดอีสาน ยันพร้อมส่งมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณและปฏิรูปการเมืองไทย
 
สภา ปชช. 20 จว.อีสานลั่นระดมมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณ
 
สภา ปชช. 20 จว.อีสานลั่นระดมมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณ
นายชูชาติ ผิวสว่าง เลขาธิการสภาประชาชนภาคอีสาน
 
สภา ปชช. 20 จว.อีสานลั่นระดมมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณ
นายสน รูปสูง นักพัฒนาอาวุโส
 
สภา ปชช. 20 จว.อีสานลั่นระดมมวลชนร่วมโค่นระบอบทักษิณ
 
   
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - สภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสานประกาศพร้อมระดมมวลชนเข้ากรุงร่วมมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบ ทักษิณพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) เผยโดนใจแนวทางการต่อสู้ของ “กำนันสุเทพ” ที่ไล่รัฐบาลแล้วจะปฏิรูปประเทศใหม่ ไม่ต้องการให้เกิดผลแค่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ อัปรีย์ไปจัญไรมา
   
  วันนี้ (8 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ที่โรงแรมโฆษะขอนแก่น สภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสาน (สชอ.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวออกแถลงการณ์เชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่าในภาคอีสานออกไปร ่วมชุมนุมกับมวลมหาประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาลโค่นระบอบทักษิณในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) ทั้งที่กรุงเทพฯ และตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ภูมิลำเนา
   
  โดยสภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสานประกอบด้วย 1. สภาองค์กรชุมชน 20 จังหวัดภาคอีสาน 1,465 ตำบล 2. กลุ่มนักวิชาการอิสระภาคอีสาน 3. กลุ่มสื่อมวลชนอิสระภาคอีสาน 4. กลุ่มนักธุรกิจภาคอีสาน 5. กลุ่มแพทย์พยาบาลภาคอีสาน 6. กลุ่มเกษตรกรภาคอีสาน 7. กลุ่มเยาวชนภาคอีสาน 8. กลุ่มข้าราชการเกษียณในภาคอีสาน 9. กลุ่มเครือข่ายปัญหาที่ดินในภาคอีสาน 10. กลุ่มเครือข่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในภาคอีสาน และ 10. กลุ่ม NGOs และประชาสังคมภาคอีสาน
   
  นายชูชาติ ผิวสว่าง ในฐานะเลขาธิการสภาประชาชนภาคอีสาน กล่าวว่า จากการนัดหารือตัวแทนเครือข่ายองค์กรต่างๆ ในภาคอีสานมีมติเห็นด้วยกับมวลมหาประชาชนในการโค่นล้มระบอบทักษิณ อันเป็นที่มาของการคอร์รัปชัน ปล้นชาติปล้นแผ่นดินอย่างมหาศาล โดยใช้กลไกการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการสร้างผลประโยชน์ทับซ้อน จึงได้พิจารณาร่วมกันในวันนี้ (8 ธ.ค.) และมีมติร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า
   
  1. เห็นควรให้มวลมหาประชาชนนำพาประเทศไทยสู่การเปลี่ยนแปลง ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนอย่างแท้จริง 2. ให้สภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสานได้ส่งสารไปยังเครือข่ายให้จัดมวลชนมุ่งหน้าเข้าสู่ทำเนียบร ัฐบาล เข้าร่วมกับมวลมหาประชาชนในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) เวลา 09.39 น.ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 3. สภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสานพร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างมวลมหาประชาชนอย่างเข้มแข็ง และ 4. สภาประชาชน 20 จังหวัดภาคอีสานจะเข้าร่วมการชุมนุมในการโค่นล้มระบอบทักษิณในทุกเวที ทุกสถานที่ ทุกจังหวัด
   
  นายชูชาติระบุว่า การเคลื่อนไหวโค่นล้มระบอบทักษิณแล้วมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ท ั้งการเมือง สังคมในครั้งนี้พวกเราเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะระบบการเมืองไทยที่ผ่านมามุ่งแต่คดโกงหาประโยชน์ให้พวกพ้อง เราไม่ต้องการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเพราะการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการ เมืองเท่านั้น เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อประชาชน ประเทศชาติ ปัญหาจะวนเวียนเช่นเดิม
   
  เครือข่ายในพื้นที่พร้อมระดมพี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานขอ งรัฐบาลเข้าร่วมชุมนุมเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่มีการศึกษาต่างตื่นรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่ ยอมที่จะอยู่ภายใต้การครอบงำของระบอบทักษิณอีกต่อไป
   
  ด้านนายสน รูปสูง นักพัฒนาอาวุโส กล่าวว่า ขณะนี้ได้เกิดปรากฏการณ์ชนชั้นล่างตื่นตัวกับการเคลื่อนไหวไล่รัฐบาลโค่นล้ม ระบอบทักษิณของพี่น้องชนชั้นกลางที่กรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก พวกเขาเริ่มเห็นปัญหาแล้วว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาค่าครองชีพแต่อย่างใด บริหารงานเต็มไปด้วยการทุจริตฉ้อฉล ดังนั้น การเคลื่อนไหวชุมนุมในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) จะมีประชาชนชาวบ้านทั่วไปที่เคยหนุนรัฐบาลเพื่อไทยเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก
   
  นายสนกล่าวอีกว่า การออกมาป่าวประกาศโค่นล้มระบอบทักษิณแล้วจะทำการปฏิรูปประเทศใหม่ของนายสุเ ทพ เทือกสุบรรณถือว่าโดนใจพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างมาก แม้แต่ข้าราชการเองก็ตอบรับกับแนวทางการต่อสู้ครั้งนี้ เพราะลึกๆ แล้วพวกเขาก็รู้สึกอึดอัดกับระบอบทักษิณไม่น้อย แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกครอบด้วยระบบราชการ พวกเขาต้องการเห็นการปฏิรูปการเมืองการปกครองใหม่ที่โปร่งใสเป็นธรรม
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:08:54
ชาวขอนแก่นโค่นระบอบทักษิณ พร้อมรวมพลังใหญ่แต่เช้าพรุ่งนี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 17:04 น.  
 
 
ชาวขอนแก่นโค่นระบอบทักษิณ พร้อมรวมพลังใหญ่แต่เช้าพรุ่งนี้
  ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ชาวขอนแก่นโค่นล้มระบอบ “ปอบทักษิณ” ทุกสาขาอาชีพ นัดชุมนุมใหญ่ลานน้ำพุ บึงแก่นนคร 09.00 น.พรุ่งนี้ ก่อนเคลื่อนขบวนไปรวมพลังที่ศาลหลักเมือง ชุมนุมคู่ขนานกับมวลมหาประชาชนที่กรุงเทพฯ จนกว่าจะโค่นล้มระบอบทักษิณสำเร็จ
   
  วันนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวขอนแก่นที่ร่วมขับไล่รัฐบาลและโค่นล้มระบอบทักษิณมาอย่างต่อเนื่อง  ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับมวลมหาประชาชน บ้างก็นั่งรถยนต์โดยสารประจำทาง บ้างก็เหมารถตู้ไปกันเอง บางส่วนขับรถยนต์ส่วนตัวไป
   
  อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถไปร่วมเดินขบวนไล่รัฐบาลโค่นล้มระบอบทักษิณในกรุง เทพฯ ได้ ได้นัดรวมตัวแสดงพลังกันในพื้นที่ โดยเวลาประมาณ 09.00 น. พรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมประชาชนทั่วไปนัดรวมตัวกันที่ลานน้ำพุ บึงแก่นนคร
   
  ขณะที่กลุ่มบุคลากรทุกสาขาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณาจารย์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกาศนัดรวมตัวกัน 2 จุด คือ ด้านหน้าคอมเพล็กซ์ และลานพระรูปด้านหน้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ในเวลา 08.30 น. หลังจากรวมตัวกันเแล้วจะมีรถยนต์ขับเคลื่อนขบวนไปสมทบกันที่ลานน้ำพุ บึงแก่นนคร
   
  หลังจากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปชุมนุมแสดงพลังขับไล่รัฐบาลโค่นล้มระบอบทักษิณที ่ศาลหลักเมืองขอนแก่น หน้าสำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น โดยจะมีกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อประกาศให้รู้ว่าประชาชนไม่ยอมรับรัฐบาล และต้องการโค่นล้มระบอบทักษิณตลอดทั้งวัน โดยจะเป็นเวทีคู่ขนานกับมวลมหาประชาชนที่กรุงเทพมหานคร
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:10:20
ชาวกระบี่ทยอยเดินทางเข้ากรุงร่วมขจัดระบอบทักษิณยกสุดท้าย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 15:58 น.  
 
  กระบี่ - ประชาชนชาวกระบี่กว่า 1,000 คน เหมารถบัสเข้ากรุงเทพฯ สมทบมวลชนกลุ่ม กปปส. ร่วมชุมนุมขจัดระบอบทักษิณ ยกสุดท้าย
 
ชาวกระบี่ทยอยเดินทางเข้ากรุงร่วมขจัดระบอบทักษิณยกสุดท้าย
  วันนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ นำโดย นายประจักษ์ ขยันการ ตัวแทน กปปส.จังหวัดกระบี่ ทยอยเดินทางมาขึ้นรถบัสโดยสาร จำนวนกว่า 10 คัน ที่จอดรออยู่ที่บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อเดินทางไปร่วมการชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายที่กรุงเทพมหานคร ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศไว้
 
ชาวกระบี่ทยอยเดินทางเข้ากรุงร่วมขจัดระบอบทักษิณยกสุดท้าย
  โดยมีสมาชิกจำนวนกว่า 1,000 คน เดินทางมาขึ้นรถโดยสาร บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทางแกนนำต้องคอยประกาศให้ผู้โดยสารเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ และใจเย็น เนื่องจากรถมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่จะเดินทาง
 
ชาวกระบี่ทยอยเดินทางเข้ากรุงร่วมขจัดระบอบทักษิณยกสุดท้าย
  ทั้งนี้ ทางแกนนำระบุว่า ได้มีการจัดรถไว้ทั้งหมด จำนวน 30 คัน ไว้คอยบริการผู้ที่จะเดินทางเข้าร่วมชุมนุม โดยได้ออกเดินทางไปในช่วงเช้านี้แล้ว จำนวน 16 คัน แต่มีประชาชนอีกจำนวนมาก ที่มารอขึ้นรถ จึงต้องหารถมาเพิ่มเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ อย่างไรก็ตาม ได้มีประชาชนส่วนหนึ่งได้นำรถส่วนตัวไปกันเองด้วย เนื่องจากรถเช่ามีไม่เพียงพอ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:11:14
ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 16:51 น.  
 
 
   
 
ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
 
ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
 
ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
 
ชาวใต้ทะลักเข้ากรุงสบทบเวที กปปส. ล้มระบอบทักษิณ (ชมคลิป)
 
   
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - ประชาชน จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทะลักเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ รถไฟขาขึ้นกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเต็มหมดทั้ง 5 ขบวน โดยเฉพาะรถไฟฟรี
   
  วันนี้ (8 ธ.ค.) บรรยากาศที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเนืองแน่นไปด้วยประชาชนชาว จ.สงขลา ที่รวมตัวเดินทางขึ้นกรุงเทพฯ เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่จะนัดเคลื่อนพลครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้
   
  โดยรถไฟขาขึ้นกรุงเทพฯ ทั้ง 5 ขบวน ที่ออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงบ่ายเต็มทุกขบวน โดยเฉพาะขบวนรถไฟที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟฟรี มีประชาชนทั้งในพื้นที่ จ.สงขลารวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่นขนัดทั้ง 8 โบกี้ ทั้งที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 โบกี้ และสถานีหาดใหญ่อีก 4 โบกี้
   
  โดยทุกคนที่เดินทางเข้าร่วมชุมนุมต่างสวมชุด และเครื่องประดับที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้โดยสารตามปกต ิ ท่ามกลางเสียงการเป่านกหวีดแสดงพลังการเข้าร่วมชุมนุม อย่างไรก็ตาม ในวันนี้รถไฟขาขึ้นกรุงเทพฯ ล่าช้ากว่าปกติกว่า 1 ชั่วโมง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:11:57
พลังนกหวีดยะลา เคลื่อนขบวนทั่วเมืองชวนมวลชนร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 14:08 น.  
 
 
   
 
พลังนกหวีดยะลา เคลื่อนขบวนทั่วเมืองชวนมวลชนร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พลังนกหวีดยะลา เคลื่อนขบวนทั่วเมืองชวนมวลชนร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
 
พลังนกหวีดยะลา เคลื่อนขบวนทั่วเมืองชวนมวลชนร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ
 
   
ยะลา - กลุ่มมวลชนพลังนกหวีดยะลา ตั้งขบวนรณรงค์แห่รอบเมือง เชิญชวนให้ชาวยะลาออกมาร่วมแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลระบอบทักษิณในวันพรุ่งนี้ พร้อมราชดำเนิน
   
  เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันนี้ (8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ที่บริเวณวงเวียนศาลหลักเมือง หน้าศาลากลางยะลา กลุ่มพลังมวลชนม็อบนกหวีดยะลา ได้รวมตัวกันพร้อมด้วยรถยนต์ และรถจักรยานยนต์เพื่อร่วมกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวยะลา ออกมาร่วมแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลระบอบทักษิณ โดยขบวนรณรงค์ได้เริ่มจากบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดยะลา และขับรถไปตามท้องถนนในเขตเทศบาลนครยะลา ย่านการค้า ชุมนุม พร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงให้ชาวยะลารับทราบ
   
  โดยมีกำหนดการในการนัดรวมพลังกันในช่วงเย็นของวันนี้ และจะติดตามสถานการณ์การชุมนุมที่ราชดำเนินอย่างใกล้ชิด ซึ่งในรุ่งเช้าของวันจันทร์ที่ (9 ธ.ค.) จะมีการรวมพลังกันของกลุ่มมวลชนที่จะไประดมกำลังภาคประชาชนที่มีความคิดเห็น ไม่เอารัฐบาลระบอบทักษิณมาปิดล้อมศาลากลางจังหวัดยะลา เพื่อแสดงอารยะขัดขืนไม่ให้ข้าราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะปิดประตูทางเข้าออกทุกด้านตามที่ได้มีการหารือกันไว้กับกลุ่มแกนนำ
   
  พร้อมกันนี้ ขอให้สถาบันการศึกษาหยุดการเรียนการสอนเพื่อแสดงอารยะขัดขืนในการต่อตานระบอ บทักษิณเช่นเดียวกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 07:13:59
คนพิจิตรแห่เข้ากรุงไม่หยุด-เที่ยงคืนนี้บัส “เต็มออก เต็มออก”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  8 ธันวาคม 2556 18:30 น.  
 
 
   
 
คนพิจิตรแห่เข้ากรุงไม่หยุด-เที่ยงคืนนี้บัส “เต็มออก เต็มออก”
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คนพิจิตรแห่เข้ากรุงไม่หยุด-เที่ยงคืนนี้บัส “เต็มออก เต็มออก”
 
คนพิจิตรแห่เข้ากรุงไม่หยุด-เที่ยงคืนนี้บัส “เต็มออก เต็มออก”
 
   
พิจิตร - มวลชนชาวเมืองชาละวันแห่เข้ากรุงร่วมชุมนุมใหญ่กับ กปปส.ต่อเนื่อง แถมเที่ยงคืนนี้มีบัสเต็มออก เต็มออก จอดรอหน้าโรงแรมพิจิตรพลาซ่าอีก ขณะที่บางส่วนนัดรวมตัวสนามหน้าตึก อบจ.เปิดเวทีคู่ขนานกับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้
   
  วันนี้ (8 ธ.ค.) เครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดพิจิตรที่เห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศของ กปปส.ต่างพากันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศนัดหมายในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.)
   
  โดยมีทั้งขึ้นรถไฟฟรี ซื้อตั๋วรถบัสโดยสาร รถตู้ และเหมารถบัส ร่วมเดินทางกันเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะมีมวลชนไม่น้อยกว่า 1 พันคน
   
  นอกจากนี้ล่าสุดยังมีรายงานว่า เที่ยงคืนวันนี้ก็จะมีรถบัสจอดที่หน้าโรงแรมพิจิตรพลาซ่า เพื่อพามวลชนเข้าร่วมชุมนุมแบบเต็มออก เต็มออก อีกด้วย
   
  ขณะเดียวกัน ก็มีการประกาศเชิญชวนให้ผู้สูงอายุ เด็ก และสุภาพสตรี เคลื่อนไหวกันอยู่เฉพาะในเขตที่ตั้ง โดยให้ไปรวมตัวกันที่บริเวณสนามหน้าตึก อบจ.พิจิตรในวันพรุ่งนี้ เพื่อทำเวทีคู่ขนานกับเวทีราชดำเนิน ซึ่งมีการตั้งเป้าเรียกระดมมวลชนให้ได้ไม่น้อยกว่า 2 พันคน เพื่อขับเคลื่อนแสดงพลังอารยะขัดขืนไม่เอารัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่วนมีแผนจะไปปิดล้อมทางเข้าออกศาลากลางพิจิตรหรือไม่นั้น ยังไม่เป็นที่เปิดเผย
   
  ด้านนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ พล.ต.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรพิจิตร ก็ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.จำนวนกว่า 50 คน สลับสับเปลี่ยนตรวจตรายานพาหนะที่เข้าออกภายในศาลากลางจังหวัดพิจิตรอย่างเค ร่งครัด
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/09/13 เวลา 15:05:27
ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.6 จับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืน หน้าวัดปทุมฯ
 
วันที่ 09 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 13:05:29 น.
   
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 9 ธันวาคม ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.6 ร่วมกันทำการจับกุมนายกัมพล พานทอง อายุ 34 ปี ตำแหน่งกำนัน ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด .45 มม. จำนวน 1 กระบอก แม็กกาซีน จำนวน 1 อัน กระสุนขนาด .45 มม.จำนวน 48 นัด (บรรจุอยู่ในรังเพลิง 1 นัดและอยู่ในแม็กกาซีน 8 นัด) ซองพกหนัง จำนวน 1 อัน
และกระเป๋าสะพาย 1 ใบ จับกุมได้หน้าวัดปทุมวนาราม
 
จากการสอบถามผู้ต้องหารับสารภาพว่า เดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เบื้องต้นแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเขตพื้นที่ตามประ กาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ พ.ศ.2551 จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1386568543&grpid=03 &catid=&subcatid=
 

 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 06:58:54
เมืองเถื่อน! “ขวัญชัย” จูงอดีต ส.ส.เพื่อไทยต้อนแดงถ่อยปิดล้อม ขู่ทำร้ายกลุ่มคนเป่านกหวีด (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 14:08 น.  
 
เมืองเถื่อน! “ขวัญชัย” จูงอดีต ส.ส.เพื่อไทยต้อนแดงถ่อยปิดล้อม ขู่ทำร้ายกลุ่มคนเป่านกหวีด (ชมคลิป)
  อุดรธานี - บ้านป่าเมืองเถื่อน! “ขวัญชัย” จูงจมูกอดีต ส.ส.เพื่อแม้ว ต้อนฝูงแดงพร้อมอาวุธครบมือ ปิดล้อมกลุ่มคนอุดรรักชาติที่รวมตัวเป่านกหวีดแสดงพลังหลัง “ยิ่งลักษณ์” ประกาศยุบสภา ขณะตำรวจขอร้องให้กลุ่มคนเป่านกหวีดสลายตัว เลี่ยงเหตุรุนแรง
   
  คลิกเพื่อชมคลิป:
   
   
 
   
  เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (9 ธ.ค.) กลุ่มพลังมวลชนคนอุดรรักชาติประมาณ 50 คน รวมตัวแสดงพลังโค่นล้มระบอบทักษิณ ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และจะให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำธงชาติ ป้ายข้อความ พร้อมนกหวีดมาเป่า เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์การต่อสู้
   
  ต่อมานายขวัญชัย ไพรพนา นายศราวุธ เพชรพนมพร นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายศรีงาม นายอนันต์ ศรีพันธ์ และนายขจิต ชัยนิคม อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย สั่งให้นำมวลชนชายฉกรรจ์กว่า 100 คนเดินทางมาขับไล่กลุ่มพี่น้องชาวอุดรฯ ที่มารวมตัวเป่านกหวีดที่ด้านหน้าศาลากลาง โดยมีตำรวจปราบจลาจล และกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 200 นาย ค่อยรักษาความสงบ
 
เมืองเถื่อน! “ขวัญชัย” จูงอดีต ส.ส.เพื่อไทยต้อนแดงถ่อยปิดล้อม ขู่ทำร้ายกลุ่มคนเป่านกหวีด (ชมคลิป)
  โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำรถติดเครื่องขยายเสียง พร้อมนำมวลชนมาทำการปิดล้อมทั้งสองด้าน และมีการประกาศด่าทอกลุ่มนกหวีด และร้องโห่ขับไล่เป็นระยะ และที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ การนำมวลชนมาปิดล้อมของกลุ่มคนเสื้อแดงมีการนำกระบองไม้มาแจกชายฉกรรจ์ที่แต ่งชุดดำ มีผ้าแดงผูกคอใกล้กับกลุ่มผู้ชุมนุม และได้สังเกตพบรถโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผก 2499 อุดรธานี มีชายกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งอยู่บนรถพร้อมกับอาวุธลักษณะคล้ายปืนยาว 2 กระบอก กำลังทำท่าเล็งไปยังกลุ่มพี่น้องที่ยืนเป่านกหวีด
 
เมืองเถื่อน! “ขวัญชัย” จูงอดีต ส.ส.เพื่อไทยต้อนแดงถ่อยปิดล้อม ขู่ทำร้ายกลุ่มคนเป่านกหวีด (ชมคลิป)
  ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็พยายามเจรจาขอร้องให้ฝ่ายคนอุดรรักชาติถอยไปเพื่อเ ลี่ยงปัญหากระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ใช้ประตูหลังสำนักงานไปรษณีย์เป็นเส้นทางออกจากการปิดล้อม เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงมีจำนวนมาก และมีกระบองไม้เป็นอาวุธ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังร้องขอให้นายขวัญชัยและกลุ่มอดีต ส.ส.บอกกล่าวกับกลุ่มชายเสื้อแดงเก็บอาวุธเก็บกระบองไม้
 
เมืองเถื่อน! “ขวัญชัย” จูงอดีต ส.ส.เพื่อไทยต้อนแดงถ่อยปิดล้อม ขู่ทำร้ายกลุ่มคนเป่านกหวีด (ชมคลิป)
  ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น. นายขวัญชัย และกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ขับรถเข้ามาในกลุ่มคนเสื้อแดง แต่นายขวัญชัยไม่ยอมลงจากรถ โดยมีนายศราวุธ เพชรพนมพร อดีต ส.ส.ยืนพูดคุยกับนายขวัญชัยข้างรถ จากนั้นได้เดินมากล่าวกับมวลชนว่า ขณะนี้กลุ่มนกหวีดได้แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ขอให้พี่น้องเสื้อแดงที่มาในวันนี้ไปกินข้าวเที่ยงร่วมกันที่สถานีวิทยุชมรม คนรักอุดร
   
  หลังจากนั้นจึงได้ให้กลุ่มผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับ แต่ได้มีกำลังอีกส่วนหนึ่งยึดพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่ม นกหวีดกลับมาอีก โดยมีการนำเอารถประกอบอาหารไปจอดในบริเวณชุมนุม และประกอบอาหารเลี้ยงกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:02:17
สื่อนอกตีข่าวคนไทย “เรือนแสน” เดินขบวนไล่ระบอบทักษิณแม้ “ยิ่งลักษณ์” ประกาศยุบสภาแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 13:23 น.  
 
สื่อนอกตีข่าวคนไทย “เรือนแสน” เดินขบวนไล่ระบอบทักษิณแม้ “ยิ่งลักษณ์” ประกาศยุบสภาแล้ว
  เอเจนซีส์ – สื่อต่างประเทศรายงานข่าวคนไทยราว 100,000 คนจากทั่วทุกสารทิศร่วมเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยอมประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อหวังคลี่คลายวิกฤตการเมืองก็ต าม
   
  รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจประกาศยุบสภาในวันนี้ (9) หลังเผชิญการชุมนุมขับไล่นานนับเดือนจากประชาชนที่ต้องการฟื้นฟูระบอบประชาธ ิปไตยด้วยการแต่งตั้ง “สภาประชาชน” ขึ้นบริหารประเทศ ขณะที่เมื่อวานนี้ (Cool พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านได้ประกาศนำ ส.ส.ลาออกทั้งพรรค ซึ่งทำให้สถานการณ์การเมืองไทยยิ่งดูไร้ทางออก
   
  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกองทัพรัฐประหารเมื่อ 7 ปีก่อน ได้มีถ้อยแถลงผ่านสื่อโทรทัศน์เช้าวันนี้ (9) ว่า รัฐบาลจะยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ “โดยเร็วที่สุด” พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า “รัฐบาลไม่ต้องการให้มีการสูญเสียเลือดเนื้อ”
   
  แม้การเปิดทางไปสู่การเลือกตั้งใหม่ตามระบอบประชาธิปไตยอาจจะสร้างแรงกดดันต ่อฝ่ายผู้ประท้วงให้ต้องยอมประนีประนอมกับรัฐบาลบ้าง แต่แกนนำผู้ชุมนุมยืนยันว่า พวกเขายังไม่พอใจกับการเลือกตั้งใหม่ แต่ต้องการขจัดอิทธิพลของ “ระบอบทักษิณ” ให้หมดไปจากเมืองไทย
 
สื่อนอกตีข่าวคนไทย “เรือนแสน” เดินขบวนไล่ระบอบทักษิณแม้ “ยิ่งลักษณ์” ประกาศยุบสภาแล้ว
  สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตัดสินใจลาออกเพื่อมานำมวลชนขับไล่รัฐบาล ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า “ประชาชนจะยังต่อสู้ต่อไป เป้าหมายของเราคือการโค่นล้มระบอบทักษิณ แม้จะมีการยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น แต่ระบอบทักษิณก็ยังไม่ตาย... พวกผมไม่ได้ต้องการแค่ยุบสภา แต่ต้องการให้อำนาจอธิปไตยกลับมาเป็นของปวงชนอย่างแท้จริง”
   
  คนส่วนใหญ่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คือผู้ที่กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และทักษิณเองก็ยังเคยกล่าวถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า มีความคิดความอ่านเหมือนตนราวกับ “โคลนนิง” กันมา
   
  พรรคการเมืองของทักษิณชนะเลือกตั้งระดับประเทศทุกครั้งมาเป็นเวลากว่า 10 ปี และผู้เชี่ยวชาญการเมืองหลายคนก็ยังเชื่อว่า ในศึกเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป พรรคของยิ่งลักษณ์ก็คงจะคว้าชัยชนะได้อีกเช่นกัน
   
  ล่าสุด จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมายืนยันวันนี้ (9) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งถัดไปอย่างแน่นอน
   
  “ท่านนายกฯ จะลงสมัครอย่างแน่นอน เพราะท่านทำงานร่วมกับพรรคมาโดยตลอด การที่รัฐบาลประกาศยุบสภาวันนี้ เพราะเรามีความมั่นใจ และขอให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาต่อสู้กันในสนามเลือกตั้ง หยุดเล่นเกมการเมืองบนถนนเสียที”
 
สื่อนอกตีข่าวคนไทย “เรือนแสน” เดินขบวนไล่ระบอบทักษิณแม้ “ยิ่งลักษณ์” ประกาศยุบสภาแล้ว
  พรรคประชาธิปัตย์ให้เหตุผลในการนำ ส.ส.153 คน ลาออกจากสภาผู้แทนราษฎรว่า พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ผ่านระบบรัฐสภาได้อีกต่อไป ซึ่งท่าทีเช่นนี้ก็ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า ท้ายที่สุดแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจบอยคอตเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์การเมืองไทยเลวร้ายลงไปอีก
   
  ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิเคราะห์จากศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ให้ความเห็นว่า การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ไม่สามารถแก้ไขวิกฤตการเมืองไทยได้อย่างยั่งยืน หากว่าพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตเลือกตั้ง เหมือนเช่นที่เคยทำมาแล้วเมื่อปี 2006 ก่อน พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกรัฐประหารเพียง 5 เดือน
   
  “นี่เป็นเพียงทางออกระยะสั้น ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยอมกลับมาเล่นตามกติกาหรือเปล่า...  เราไม่ทราบว่าสุดท้ายพวกเขาจะบอยคอตเลือกตั้งอีกหรือไม่” ปวิน กล่าว
   
  “ผมว่าการหาทางออกให้ประเทศไทยยังไม่ได้คืบหน้าไปไหนเลย”
   
  สื่อมวลชนยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อคำถามที่ว่าพรรคของเขาพร้อมจะลงสนามเลือกตั้ง ซึ่งกำลังจะมีขึ้นภายใน 45-60 วันข้างหน้านี้หรือไม่
   
  “การยุบสภาเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา” อภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ ขณะร่วมเดินขบวนกับประชาชนหลายพันคนผ่านย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร วันนี้(9)
   
  “วันนี้เรามาเดินขบวน ผมจะร่วมเดินกับพี่น้องประชาชนไปยังทำเนียบรัฐบาลด้วย”
   
  ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประเมินว่า ช่วงสายของวันนี้ (9) มีประชาชนออกมาเดินขบวนขับไล่รัฐบาลตามถนนสายต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:04:02
มวลชนชาวพังงากว่า 10,000 คน รวมพลังขับไล่รัฐบาลรักษาการ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 18:17 น.  
 
มวลชนชาวพังงากว่า 10,000 คน รวมพลังขับไล่รัฐบาลรักษาการ
  พังงา - มวลชนชาวพังงา ไม่ยอมแพ้ รวมตัวกว่า 10,000 คน บุกศาลากลาง แสดงพลังขับไล่รัฐบาลรักษาการ ต้านระบอบทักษิณ
 
มวลชนชาวพังงากว่า 10,000 คน รวมพลังขับไล่รัฐบาลรักษาการ
  เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (9 ธ.ค.) กลุ่มมวลชนชาวจังหวัดพังงา รวมพลังกันที่บริเวณหน้าวัดประชุมโยธี เพื่อเดินขบวนไปที่ศาลากลางจังหวัดพังงา เพื่อแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิน ขณะที่ในเวลา 08.00 น. กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน ได้นำสติกเกอร์ธงชาติไทยไปแจกให้แก่นักเรียน-ครู ภายในโรงเรียน และได้นำเด็กนักเรียนเข้าร่วมการแสดงพลังด้วย
 
มวลชนชาวพังงากว่า 10,000 คน รวมพลังขับไล่รัฐบาลรักษาการ
  จากนั้นก็มีกลุ่มพลังจากต่างอำเภอ มาร่วมสมทบตลอดเส้นทางที่เดิน ก่อนจะเข้าสู่เวทีที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดพังงา โดยทุกหน่วยงานราชการในจังหวัดพังงา ก็ได้ปิดทำการทั้งหมด หลังจากที่รัฐบาลประกาศยุบสภาแล้ว กลุ่มมวลชนต่างส่งเสียงแสดงความดีใจ และต่างแสดงจุดยืนที่จะต่อต้านรัฐบาลรักษาการ เหตุจากมองว่ารัฐบาลชุดนี้ขาดความชอบธรรมในการรักษาการอีกต่อไป โดยทางแกนนำได้สลับกันปราศรัยตลอดเวลา พร้อมจะรอดูท่าทีของ กปปส.ส่วนกลางก่อนจะดำเนินการต่อไป
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:05:01
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 16:20 น.  
 
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - มวลชนหาดใหญ่นับพันคนออกมาเดินขบวนทั่วเมือง เพื่อแสดงพลัง เรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจให้กับประชาชน พร้อมปักหลักชุมนุมหน้าที่ว่าการอำเภอติดตามความเคลื่อนไหวเวทีราชดำเนิน รอประกาศชัยชนะไปพร้อมกัน
 
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
  วันนี้ (9 ธ.ค.) ที่ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กลุ่มม.อ.รักชาติ ประชาคมม.สงขลานครินทร์ นักศึกษา บุคลากร และประชาชนนับพันคน พร้อมกับอาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นธงชาติ นกหวีด มือตบ ได้รวมตัวกันเพื่อเดินขบวนรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาแสดงพลังขับไล่ระบอบ ทักษิณคู่ขนานไปกับเวทีราชดำเนิน โดยเริ่มเคลื่อนขบวนกันในเวลา 09.39 น.
 
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
  ทั้งนี้ได้แบ่งเส้นทางในการเดินออกเป็น 2 สาย ดังนี้ โดยกลุ่มประชาคมม.สงขลานครินทร์เดินขบวนจาก ม.อ.หาดใหญ่ ไปยังถนนสาย 3 แวะพักที่บริเวณโรงแรมลีการ์เดนพลาซ่า จากนั้นจะไปประกาศจุดยืนหน้า สภ.หาดใหญ่ ก่อนจะไปรวมตัวที่ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่
 
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
  และในส่วนของกลุ่มม.อ.รักชาติ ได้เคลื่อนขบวนจาก ม.อ.หาดใหญ่ ผ่านถนนเพชรเกษม ไปยังสำนักงานสรรพากร พื้นที่สงขลา 2 เพื่อเชิญชวนให้บุคลากรในสำนักงานออกมาร่วมแสดงพลัง จากนั้นจะเคลื่อนขบวนไปย่านธุรกิจใจกลางเมืองหาดใหญ่ และแวะพักที่บริเวณหน้าจัตุรัสหอนาฬิกา เทศบาลนครหาดใหญ่ เชิญชวนพี่น้องทั้งสองข้างทางเข้ามาร่วมขบวน จากนั้นเคลื่อนต่อไปยัง สภ.หาดใหญ่ หยุดแสดงพลังก่อนเคลื่อนต่อไปยังที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่เพื่อปักหลัก ซึ่งตลอดเส้นทางการเดินขบวนทั้ง 2ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทั้งสองข้างทางเป็นอย่างดี มีประชาชนออกมาโบกมือ ชูธงชาติ เป่านกหวีดตลอดเส้นทางการเดิน
 
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
  เมื่อถึงที่ว่าการอำเภอได้มีการกล่าวแถลงการณ์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ และข้อเรียกร้องจากประชาคมม.สงขลานครินทร์ ดังนี้ 1. นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ขอโทษประชาชน และแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการยุบสภา และลาออก เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชนซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ตามถ้อยคำแถลงของนายกรั ฐมนตรีที่พร้อมจะไม่ทำตัวเป็นเงื่อนไขในการทำให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุข  2. ในระหว่างยุบสภา ให้มีรัฐบาลรักษาการที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาบริหารประเทศ ตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางจากทุกภาคส่วนเพื่อปฏิรูปประเทศไทยทั้งในม ิติเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่มีคุณธรรม และมีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  3. ประณาม และให้ยุติการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับประชาชนเพื่อแสดงออกทางเมืองอย่า งสันติปราศจากอาวุธ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
 
ชาวหาดใหญ่ทวงคืนอำนาจ รัฐต้องลาออกเปิดทางตั้งสภาประชาชน (ชมคลิป)
  โดย นายนายชัยเดช ปาละวงศ์ ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอหาดใหญ่ เป็นคนออกมารับหนังสือแถลงการณ์ พร้อมทั้งกลุ่มมวลชนชาวหาดใหญ่ได้ประกาศจะปักหลักชุมนุมอยู่ที่ว่าการอำเภอแ ละติดตามความเคลื่อนไหวจากเวทีราชดำเนินเพื่อประกาศชัยชนะไปพร้อมๆ กัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:05:56
คลื่นมหาชนตะวันออกนับหมื่นทะลักเข้ากรุงโดนแกล้งสารพัด ลั่นไม่ชนะไม่กลับ! (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 17:17 น.  
 
คลื่นมหาชนตะวันออกนับหมื่นทะลักเข้ากรุงโดนแกล้งสารพัด ลั่นไม่ชนะไม่กลับ! (ชมคลิป)
  ศูนย์ข่าวภูมิภาค - คลื่นมหาชนตะวันออกนับหมื่นคนทะลักเข้ากรุงฯ โดนแกล้งสารพัด ไม่ชนะไม่กลับ! หลังทนทุกข์กันมาในทุกเรื่องราว
   
  เมื่อเช้ามืดวันนี้ (9 ธ.ค.) ตั้งแต่ 06.37 น.ได้มีประชาชนพากันมาขึ้นรถที่หน้าวัดจีน ริมถนนสุขุมวิท อย่างคับคั่ง เป็นคลื่นมหาชน (ประชาชน) จำนวนมากต่างได้ทยอยกันขึ้นรถเข้าไปยังกรุงเทพฯ ทุกคนพูดกันว่า ไม่ชนะไม่กลับ เพราะทนทุกข์กันมาในทุกเรื่องราว
   
  คลิกเพื่อชมคลิป:
   
   
 
   
  ผู้สื่อข่าวได้ออกตระเวนไปตามถนนสายต่างๆ ของตัวเมืองชลบุรี ได้พบว่าสุภาพสตรี และผู้ชายทุกเพศทุกวันออกมายืนริมถนนภายในตัวเมืองเพื่อที่จะอาศัยรถเพื่อนๆ  เข้า กทม.
   
  ภาพที่ 1 สุภาพสตรี 2 ท่านเป็นข้าราชการบำนาญมีชื่อเสียงได้พากันขึ้นของเพื่อนเข้า กทม.ได้ยืนริมถนนให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพด้วยความเต็มใจ...ก่อนจะขึ้นรถของเพื ่อนเดินทางเข้ากรุงไป
 
คลื่นมหาชนตะวันออกนับหมื่นทะลักเข้ากรุงโดนแกล้งสารพัด ลั่นไม่ชนะไม่กลับ! (ชมคลิป)
  ภาพที่ 2 - ภาพที่ 4 เป็นระหว่างที่ประชาชนรอรถมารับเพื่อเดินทางเข้า กทม.ของกลุ่มผู้รักชาติ ริมถนนสุขุมวิท หน้าวัดจีน (ใกล้สี่แยกเฉลิมไทย) ซึ่งได้มีรถบัสมารับไปแล้ว 3 คันรถบัสก่อนหน้านั้นช่วงเช้ามืด กับอีก 15 รถตู้ และรวมรถปิกอัพอื่นๆ ด้วย รวมแล้วเมื่อเช้านี้เฉพาะที่ในตัวเมืองชลบุรี มีประมาณคนที่เดินทางเข้ากรุงไม่น้อยกว่า 4,000 คนด้วยกัน
   
  สำหรับตามอำเภอต่างๆ นั้น ที่พนัสนิคม ได้เดินทางกันแต่เช้าก่อนเวลา 07.00 น. พัทยา บ้านบึง ศรีราชา บ่อทอง และอำเภออื่นๆ ต่างพากันเดินเข้ากรุงไปจำนวนมาก ส่วนทางด้านจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกนั้นมีทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กับผู้คนที่นิยมในพรรคการเมืองเก่าแก่ คือ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างพากันเดินทางเข้าไปที่เวทีราชดำเนิน หรือที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ประชาชนที่มาขึ้นรถประเภทเต็มออกๆ เพื่อจะไปลงที่แยกยมราช หรือจะไปที่เวทีพิษณุโลก หรือเวทีเก่าที่นางเลิ้งก็ได้ขึ้นไปด้วยกันโดยไม่มีการแบ่งแยกกันแต่ประการใ ด
 
คลื่นมหาชนตะวันออกนับหมื่นทะลักเข้ากรุงโดนแกล้งสารพัด ลั่นไม่ชนะไม่กลับ! (ชมคลิป)
  ถนนทุกสายที่ไหลเข้าไป กทม.ก็เพื่อไปชุมนุมขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเพื่อต้องการล้มระบอบของคนหน้าเหลี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยกันทั้งสิ้น
   
  สำหรับที่จังหวัดชลบุรี ได้มีการจัดเวทีปราศรัยที่หน้าลานพระรูป ร.5 หน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อมีการปราศรัยแต่เช้าเวลา 08.15 น.เป็นต้นมาจนถึงกลางคืนวันนี้
 
คลื่นมหาชนตะวันออกนับหมื่นทะลักเข้ากรุงโดนแกล้งสารพัด ลั่นไม่ชนะไม่กลับ! (ชมคลิป)
  คลื่นมหาชน (ประชาชน) จากชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กับที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีจำนวนมาก ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางเข้ากรุงของคลื่นมหาชนในครานี้ มีผู้ที่นิยมพรรคการเมืองเก่าแก่ กับผู้ที่เป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พันธุ์แท้จำนวนมากเกือบเท่าๆ กัน ในส่วน 4 จังหวัดของภาคตะวันออกน่าจะมีประชาชนมากกว่า 3 หมื่น หรือ 4 หมื่นคนขึ้นไป
   
  อย่างไรก็ดี คลื่นมหาชนที่จะเดินทางเข้าเมืองกรุง ได้ถูกวิชามารจากผู้มีอำนาจรัฐได้สั่งการให้ข้าราชการบางหน่วยงาน ให้ตัดตอนเรื่องพาหนะการเดินทาง ทำให้รถบัสที่จองไว้ถูกยกเลิกหลายคันด้วยกัน และอื่นๆ ทำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ากรุงต้องเดินทางด้วยรถตู้ และบางคนไปขึ้นรถเมล์ปรับอากาศด้วยตัวเอง แต่ผู้ที่เดินทางไปเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 ธ.ค.) ต่างก็เดินทางถึงกรุงเทพฯ กันโดยสวัสดิภาพ ไม่มีผลกระทบแต่ประการใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:06:54
มวลชนคนโคราช 5,000 คนบุกยึดศาลากลางฯ ทวงคืนอำนาจ ปชช.-ไล่ผู้ว่าฯ ขี้ข้าแม้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 17:36 น.  
 
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - มวลชนคนโคราชกว่า 5,000 คนเคลื่อนขบวนอารยะขัดขืนทั่วเมือง ก่อนบุกยึดศาลากลางจังหวัดฯ แสดงพลังทวงคืนอำนาจประชาชน โค่นล้มระบอบทักษิณ ไม่รับรัฐบาลรักษาการ จี้ตั้งสภา ปชช.ปฏิรูปประเทศไทย พร้อมขับไล่ผู้ว่าฯ ขึ้ข้า นช.แม้ว พ้นเมืองย่าโม บุกวางพวงหรีดถึงหน้าห้องทำงาน ก่อนปักหลักกินข้าวเที่ยงในศาลากลางฯ รอ “สุเทพ” ประกาศการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน
   
  เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (9 ธ.ค.) ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มพลังมวลชนคนโคราชทุกสาขาอาชีพ ทั้งอาจารย์ ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ แพทย์ พยาบาล นักศึกษา และประชาชน รวมกว่า 5,000 คน นำโดย นายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, ผศ.ดร.สามารถ จับโจร นักวิชาการประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนายชุป ชัยฤทธิไชย ทนายความ ได้รวมตัวกันชุมนุมแสดงพลังโค่นล้มระบอบทักษิณ เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลรักษาการลาออกคืนอำนาจให้ประชาชน หลังประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดตั้งรัฐบาลและสภาประชาชน นำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยโดยประชาชนอย่างแท้จริง
   
  ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง ธงชาติไทย นกหวีด และป้ายข้อความต่างๆ เคลื่อนขบวนไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มุ่งหน้าไปยังสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมาเป็นจุดแรก เพื่อทวงถาม นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา น้องชาย นายอัสนี เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้แสดงจุดยืนว่าจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชาชน หรือรับใช้ระบอบทักษิณต่อไป และให้ชี้แจงกรณีไม่สนับสนุนรถสุขาให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งนายสุรวุฒิไม่อยู่ มอบหมายให้รองนายกเทศมนตรีออกมาพบกลุ่มประชาชนแทน
   
  จากนั้นได้เคลื่อนขบวนมาที่หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้ชุมนุมได้เป่านกหวีดและชูธงชาติไทยเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมขับไล่รัฐ บาลโกงชาติและโค่นล้มระบอบทักษิณให้สิ้นซากไปจากประเทศไทยตลอดเส้นทางที่เดิ นผ่าน ต่อมา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินลงมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากที่ปักหลักรออยู่บริเวณประตูทางเข้า ศาลากลางจนเต็มถนนไปหมด เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรบนถนนหน้าศาลากลางไปโดยปริยาย ท่ามกลางการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) พร้อมโล่ มาตรึงกำลังคุมเข้มภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดกว่า 100 นาย และนำรถดับเพลิง รถควบคุมผู้ต้องหา มาจอดไว้จำนวนหลายคัน
   
  นายจักริน แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้เจรจาขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปพักรับประทานอาหารใต้ ร่มไม้ภายในบริเวณศาลากลางจังหวัด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน ทางด้าน นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา ได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า วันนี้ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ที่ศาลากลางจังหวัดเนื่องจากมีภารกิจอยู่ที่ต่างอำเภอ สั่งการให้ตนเปิดศาลากลางจังหวัดให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายในบริเวณศาลากลา งและขอร้องไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายในตัวอาคาร
   
  หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัด กลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 5,000 คนจึงพากันยกขบวนเดินเข้าไปในศาลากลางจังหวัดด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งทางจังหวัดได้จัดกำลัง อส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าไปตรึงกำลังคุมเข้มบริเวณประตูบันไดท างขึ้นอาคารศาลากลางจังหวัดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกขึ้นไปภายในตัวอาคารได้
   
  ต่อมาแกนนำได้ผลัดกันปราศรัย และอ่านแถลงการณ์ สรุปใจความได้ว่า พวกเราไม่ยอมรับรัฐบาลรักษาการหลังการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงขอเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนและสภาประชาชน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยโดยประชาชนอย่างแท้จริง
   
  นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แสดงจุดยืนอยู่ข้างประชาชนเลิกทำตัวเป็นขี้ข้า นช.ทักษิณ และที่สำคัญชาวโคราชไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกรณีนายวินัยไปร่วมกับกลุ่มคนเสื้อ แดงจัดงานวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน รวมถึงเปิดหอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วิดีโอลิงก์มาปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมสั่งสอนข้าราชการและนักเรียนเยาวชนของชาติ จึงขอเรียกร้องให้นายวินัยย้ายตัวเองออกไปจากจังหวัดนครราชสีมาโดยด่วน หากไม่ยอมย้ายออกไป ประชาชนจะขับไล่ออกไปเอง
   
  จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งตัวแทนนำพวงหรีดขึ้นไปวางบริเวณประตูหน้าห้องทำ งาน นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา บนชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ที่ตรึงกำลังเฝ้าบริเวณประตูบันไดทางขึ้นศาลากลางไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนข ึ้นไปบันทึกภาพการวางพวงหรีดหน้าห้องทำงานผู้ว่าฯ จนทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ผู้ชุมนุมไม่ยอมเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่ไม่ให้สื่อขึ้นไปบันทึกภาพเพื่อยืนยันการวางพวงหรีดดังกล่าว และพร้อมใจกันร้องตะโกนด่า “ขี้ข้าทักษิณๆ ๆ” และเป่านกหวีด ไล่เจ้าหน้าที่เสียงดังไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่อง
   
  ทำให้ พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกลุ่มสื่อมวลชนทุกแขนงเดินผ่านประตูเข้าไปภายในอาคารศาลากลางเพื่อขึ้น ไปบันทึกภาพการวางพวงหรีดหน้าห้องทำงานผู้ว่าฯ นครราชสีมา สถานการณ์จึงคลี่คลายลง พร้อมกันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำป้ายข้อความขนาดใหญ่ ระบุว่า “ศาลากลางเป็นของประชาชน” และ “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง” ขึ้นไปติดไว้บริเวณด้านหน้าบนอาคารศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
   
  ต่อมาทางแกนนำได้ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำอาหารและน้ำดื่ม แยกย้ายไปนั่งรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันตามใต้ร่มต้นไม้ภายในศาลากลางจังห วัดนครราชสีมา และ ปักหลักนั่งพักเหนื่อยเพื่อรอการประกาศแนวทางการต่อสู้ของมวลมหาประชาชนจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่กรุงเทพฯ ภายในวันนี้ (9 ธ.ค.)
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:07:49
ปชช.บุรีรัมย์ปักหลักเปิดเวทีหน้าศาลากลางจนกว่าประกาศชัยชนะ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 18:43 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ปชช.บุรีรัมย์ปักหลักเปิดเวทีหน้าศาลากลางจนกว่าประกาศชัยชนะ
กลุ่มพลังประชาชนบุรีรัมย์ ปักหลักตั้งเวทีที่หน้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์หลังเก่า จนกว่าจะประกาศชัยชนะ วันนี้ ( 9 ธ.ค.)
 
ปชช.บุรีรัมย์ปักหลักเปิดเวทีหน้าศาลากลางจนกว่าประกาศชัยชนะ
 
ปชช.บุรีรัมย์ปักหลักเปิดเวทีหน้าศาลากลางจนกว่าประกาศชัยชนะ
 
   
บุรีรัมย์ - กลุ่มพลังประชาชนบุรีรัมย์ ปักหลักตั้งเวทีที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีขับไล่รัฐบาล และติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ จนกว่าจะประกาศชัยชนะ ด้านอดีตประธานสภาทนายความ ชี้ รบ.ประกาศยุสภาไม่ใช่ทางออก เพียงยื้อเวลารอเลือกตั้งใหม่
   
  วันนี้ (9 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพลังประชาชนหลายสาขาอาชีพจังหวัดบุรีรัมย์ที่ออกมารวมตัวแสดงพลังขับไล ่รัฐบาล ต่อต้านระบอบทักษิณ โดยการเป่านกหวีดเดินอารยะรอบเมือง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุด ได้ปักหลักตั้งเวทีที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า โดยมีตัวแทนที่มาร่วมชุมนุมผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีการบริหารงานของร ัฐบาล และยืนยันไม่ยอมรับรัฐบาลชั่วคราว
   
  พร้อมกันนี้ ยังจะมีติดตั้งจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมได้ติดตามควา มเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ และรอสัญญาณหรือคำประกาศของ กปปส. ถึงแนวทางการเคลื่อนไหว พร้อมยันปักหลักชุมนุมจนกว่าจะมีการประกาศชัยชนะ
   
  ขณะที่ศูนย์ราชการจังหวัด และศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ได้มีการจัดกำลังตำรวจ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) คุมเข้มประตูเข้า-ออก เนื่องจากก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศจะเคลื่อนขบวนไปที่ศูนย์ราชการ แต่ล่าสุด ได้เปลี่ยนสถานที่มาปักหลักที่ศาลากลางจังหวัดหลังเก่าแทน
   
  นายพิลึก แสงใส อดีตประธานสภาทนายความบุรีรัมย์ ระบุถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ว่า ไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤตบ้านเมือง แต่เป็นเพียงการยื้อเวลาเพื่อรอเลือกตั้งใหม่ด้วยวิธีกลโกงต่างๆ ไม่ได้คืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมชี้ว่าควรให้มีการตั้งสภาประชาชน โดยเฟ้นคนที่มาความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาทำหน้าที่ จากนั้นให้สภาประชาชนเร่งออกกฎหมาย เชื่อว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี และยุติสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:09:10
ชาวแปดริ้วระบุยุบสภาไม่ใช่ทางออกการเมืองไทย ชี้ ส.ส.เก่าหน้าเดิมยังซื้อเสียงกลับมาได้อีก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 22:17 น.  
 
  ฉะเชิงเทรา - ชาวบ้านระบุนายกฯ ตัดสินใจยุบสภาไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาการเมืองไทยให้จบลงได้ง่าย เหตุจาก ส.ส.เก่าหน้าเดิมยังสามารถใช้เงินซื้อเสียงกลับเข้ามาใหม่ได้อีก ชี้ควรลาออกให้หมดจากอำนาจไป เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ระบุหลังจากนี้รัฐบาลยังคงมีอำนาจในการรักษาการได้อีก
   
  วันนี้ (9 ธ.ค.) นายประยูร อินทร์พิทักษ์ อายุ 48 ปี ภูมิลำเนา 279 ถ.เจ้าสำอาง เขตเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะว่ารัฐบาลยังคงมีอำนาจในการบริหารประเทศอยู่ และหากจัดการเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ ส.ส.เก่าหน้าเดิม ก็ยังจะสามารถซื้อเสียงกลับเข้ามารับตำแหน่งได้อีก ปัญหาทางการเมืองไทยแบบเก่าๆ จึงยังไม่จบ และจะวนเวียนเป็นอยู่อย่างนี้ โดยทางออกที่ประชาชนเรียกร้อง คือ รัฐบาลควรการลาออกให้หมดจากอำนาจทั้งคณะ เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง
   
  ขณะที่ นายวาทิน กีรติธนรัตน์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181/1 ถ.หน้าเมือง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การยุบสภาของรัฐบาลนั้นเป็นคนละประเด็นกันกับการเรียกร้องของประชาชนที่ออกไ ปร่วมชุมนุม ซึ่งรัฐบาลชุดนี้บริหารจัดการประเทศล้มเหลวมานานพอสมควรแล้ว การยุบสภาจึงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์อะไรดีขึ้น เนื่องจากปัญหามีสะสมมาอย่างยาวนาน หากไม่ได้รับการแก้ไขในเวลาอันรวดเร็วก็จะยิ่งทำให้ปัญหาของประเทศบานปลายมา กยิ่งขึ้น การยุบสภาจึงไม่ใช่ทางออกในเวลานี้
   
  ซึ่งความจริงแล้วรัฐบาลไม่มีศักยภาพในการบริหารจัดการประเทศมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีเหตุที่จะทำให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมได้มากเท่ากับการที่ร ัฐบาลไม่ยอมรับอำนาจของประชาชน อำนาจของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้อยู่เพื่อประชาชน ก็ควรที่จะออกไปได้แล้ว การลาออก หรือการออกไปอยู่ต่างประเทศจึงน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลชุดนี้  
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:11:25
กปปส.เหนือ-ใต้ยังปักหลักชุมนุม จี้"ปู"ลาออกจากรักษาการ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  10 ธันวาคม 2556 12:54 น.  
 
  บรรยากาศการชุมนุมของเครือข่าย กปปส.ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากมีฝนตกตั้งแต่เช้า ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากรัฐบาลรักษาการ และตั้งสภาประชาชน ตามข้อเรียกร้องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
   เช่นเดียวกับ จ.พัทลุง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา และสตูล ที่ยังปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง คู่ขนานกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่กรุงเทพฯ โดยข้อเรียกร้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
   ส่วนกลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาลทางภาคเหนือ ทั้ง จ.กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ยังจัดเวทีคู่ขนานโจมตีรัฐบาลเช่นกัน พร้อมถ่ายทอดสัญญาณการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ในกรุงเทพฯ เข้ามาในเวทีให้ผู้ชุมนุมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:12:23
“นิชา” สวน “ปู” 2 ปีเอาเปรียบคนอื่นตลอด ถามกลับให้ความเป็นธรรม “ร่มเกล้า” หรือยัง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  10 ธันวาคม 2556 15:22 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“นิชา” สวน “ปู” 2 ปีเอาเปรียบคนอื่นตลอด ถามกลับให้ความเป็นธรรม “ร่มเกล้า” หรือยัง
ภาพเมื่อ 19 มี.ค.2556 นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มกล้า ธุวธรรม ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เร่งรัดติดตามคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหารจากเหตุการณ์ความรุนแรงในเด ือนเมษายน 2553 แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
 
   
ภรรยา “พล.อ.ร่มเกล้า” โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้นายกฯ ยังถอยได้มากกว่านี้ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยถอย มีแต่ใช้อำนาจสร้างความได้เปรียบ ช่วงชิงชัยชนะให้พวกตัวเอง ถามกลับ “ปู” ร้องไห้ขอความเป็นธรรมให้ครอบครัวตัวเอง แล้วให้ความเป็นธรรมครอบครัวคนอื่นหรือยัง
   
  วันนี้ (10 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.53 น. นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม นายทหารที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อ วันที่ 10 เม.ย. 2553 ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Nicha Hiranburana Thuvatham ว่า “ประชาชนพร้อมเลือกตั้ง... แต่ไม่พร้อมให้คนขี้โกง/คนไม่เคารพกฎหมาย/คนที่เป็นต้นเหตุความขัดแย้ง เป็นคนจัดการเลือกตั้ง”
   
  “ประชาชนพร้อมเลือกตั้ง....แต่เลือกแล้ว ไม่ต้องการระบบเดิมที่ฆ่าคนได้ ทุจริตคดโกงได้ อำนาจเงินซื้อได้ทุกอย่าง ซื้อตำแหน่งข้าราชการ ซื้อความเป็นคน คนรวยก็ยิ่งรวยขึ้น คนจนก็ยิ่งจนลง ข้าวยากหมากแพง พี่่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนต้องมานอนกลางดินกินกลางถนนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เคยมีใครเหลียวแล ประชาชนต้องการชีวิตที่มีความสุขถ้วนหน้าของคนไทยทั้ง 65 ล้านคนคืนมา
   
  นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลถอยได้มากกว่านี้ เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมาท่านไม่เคยถอยเลย มีแต่ใช้อำนาจในมือสร้างความได้เปรียบ ช่วงชิงชัยชนะให้แก่พวกท่านฝ่ายเดียว และเป็นชัยชนะที่ไม่ได้สร้างความอยู่ดีมีสุขและเป็นธรรมแก่ประชาชน” นางนิชาระบุ
   
  ทั้งนี้ นางนิชาโพสต์ข้อความดังกล่าวหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลช นภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่สโมสรกองทัพบกด้วยน้ำคลอเบ้า อ้างว่าตนเองถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว (อ่านข่าว “ปู” บีบน้ำตาขอความเป็นธรรม “ตระกูลชินวัตร” ถามจะไม่ให้อยู่บนแผ่นดินไทยเลยหรือ)
   
  ต่อมา เมื่อเวลา 16.44 น. นางนิชาโพสต์ข้อความอีกว่า “วันนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ร้องไห้ขอความเป็นธรรมให้ครอบครัวของท่าน แล้วท่านได้ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวอื่นแล้วหรือยัง อย่างน้อยมีครอบครัวหนึ่งที่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรมจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ คือครอบครัวของพลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม
   
  “เขาตายเพราะอะไร? และเมื่อถึงวันที่ท่านขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านได้แสดงความพยายามหรือความจริงใจที่จะให้ความเป็นธรรมกับศพทหารที่ตายแล ะร่างทหารที่เจ็บพิการในเหตุการณ์รุนแรงปี ๕๓ อย่างไร
   
  “ดิฉันไปขอความจริงว่าใครฆ่า ท่านไม่ให้ความจริงดิฉันไปขอร้องให้ท่านสั่งการอธิบดี DSI เร่งรัดทำคดีตรงไปตรงมา ท่านก็ไม่ทำอะไรให้ ท่านอาจอ้างว่าให้เงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้ว แต่เงินเยียวยาซื้อชีวิต ซื้อความยุติธรรมไม่ได้ ท่านไม่ได้ทำหน้าที่ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกฝ่าย ซ้ำร้ายท่านยังสนับสนุนการนิรโทษกรรมเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตนและยังมาสอนให้เ ราอภัย....
   
  “ใครกันแน่ที่ถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว...แต่ดิฉันว่าไม่ใช่ท่านหรอก ท่านสูญเสียอะไรไปบ้าง? เมื่อเทียบกับสิ่งที่ท่านได้มาและคาดว่าจะได้ต่อไป”นางนิชาระบุ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:13:36
“ธีรยุทธ” เปรียบโกงระบอบแม้วหมาสมสู่ไม่เลือกที่ แนะให้สังคมตกผลึกสภาประชาชน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  10 ธันวาคม 2556 16:44 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ธีรยุทธ” เปรียบโกงระบอบแม้วหมาสมสู่ไม่เลือกที่ แนะให้สังคมตกผลึกสภาประชาชน
ธีรยุทธ บุญมี
 
   
“ธีรยุทธ บุญมี” แถลงข่าวหัวข้อ “การปฏิวัตินกหวีดมองเชื่อมโยงกับปัญหาอนาคตการเมืองไทย” เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ชี้นิยามการโกงใต้ระบอบทักษิณเป็นระบบสมจร เปรียบสุนัขสมสู่ไม่เลือกที่ แจงไทยเฉย 5 กลุ่มทำปฏิรูปประเทศเหลว มองขบวนนกหวีดมีความหวัง สู่การประชาภิวัฒน์ แต่ต้องอาศัยปัจจัยการยอมรับจากประมุข กองทัพ ประชาชน และเอกชน แนะ กปปส.ใช้เวลาให้คนส่วนใหญ่ได้ครุ่นคิดสภาประชาชน
   
 
  วันนี้ (10 ธ.ค.) ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวในหัวข้อ “การปฏิวัตินกหวีดมองเชื่อมโยงกับปัญหาอนาคตการเมืองไทย” เนื่องในวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ โดยมีรายละเอียดดังนี้
   
  1. คนไทยจะปฏิรูปประเทศไทยอย่างรอบด้านได้ไหม?
   
  ประเทศไทยเลยเวลาที่จะปฏิรูปมาเนิ่นนานแล้ว เพราะ
   
  • ตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2516 ประชาธิปไตยเลือกตั้งมีการใช้เงินและผลประโยชน์ซื้อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงขั้นการใช้นโยบายประชานิยม แจกเงินโดยตรงแก่ประชาชน
   
  • การคอร์รัปชันพัฒนาไปทุกรูปแบบ เป็นคอร์รัปชันด้วยนโยบาย เช่น การจำนำข้าว การเปิดเสรีรัฐวิสาหกิจ นักการเมืองกินเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% การส่งส่วยของตำรวจจากผู้น้อยไปสู่ผู้ใหญ่มีทุกระดับ การใช้เงิน การรับใช้ทางการเมือง หรือเรื่องสกปรกแลกตำแหน่งมีทุกวงการ หลังสุดถึงขั้นว่าเมื่อส่วนกลางจัดงบประมาณให้หน่วยงานต่างจังหวัด หน่วยงานจะต้องส่งคืนกลับ 10-20% ให้ผู้บังคับบัญชาที่อนุมัติ
   
  • ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเสื่อมทรามลงไปเรื่อยๆ คนทุกกลุ่มเลิกสนใจคุณธรรมหน้าที่ต่อบ้านเมือง มีการสมคบร่วมกันแย่งทึ้งประเทศชาติ เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะได้เปรียบไม่เสียเปรียบคนอื่นในทุกวงการ อย่างที่โบราณว่าไว้ว่า “ฝูงแร้งสมจร ฝูงแร้งด้วยกัน” (สมจร หมายถึง การร่วมประเวณีเยี่ยงสุนัข ในที่นี้คือการสุมหัวโกงกินประเทศชาติไม่เลือกสถานที่ เวลา กาลเทศะ) ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าเราอยู่ใต้ระบบสมจรของทักษิณ ใต้รัฐบาลสมจรหุ่นของทักษิณ และสภาก็คือขี้ข้าทักษิณมาสมจรกัน
   
  • การใช้อำนาจของนักการเมืองมีลักษณะเหิมเกริม ไร้ความละอายมากขึ้นเรื่อยๆ
   
  • ข้าราชการสมคบสยบยอมนักการเมืองเปิดเผยชัดเจนเกือบทั้งหมด
   
  • นโยบายจำนำข้าวเป็นดัชนีที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจประเทศล้มเหลวและเกิดปัญหาร้าย แรงในที่สุด
   
  ทั้ง 6 ปัจจัยนี้จะทำให้ประเทศและสังคมไทยแตกวิ่นเป็นกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์กลุ่มเล ็กและใหญ่กระจายไปทั่ว และจะแตกวิ่นในลักษณะภูมิภาค ท้องถิ่น ชนชั้น กลุ่มอาชีพ ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติมีชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่เคยเป็นมา ทั้ง 6 ปัจจัยเป็นเหตุผลให้ควรเร่งแก้วิกฤตการเมืองไทยอย่างจริงจัง ไม่ทำแบบขอไปที
   
  2. ทำไมประเทศไทยไม่เคยปฏิรูปสำเร็จ
   
  ที่ปฏิรูปไม่สำเร็จเพราะมีไทยเฉยเยอะ ที่เป็นไทยเฉยมี 5 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
   
  1) ชาวบ้านในเมือง รากหญ้าในชนบท เฉย ไม่ใช่เพราะโง่เง่าหรือขาดการศึกษา แต่เพราะต้องดิ้นรนทำกิน และปัจจุบันก็ตื่นตัวในเรื่องข้อมูลข่าวสาร สิทธิของตนเองมากขึ้น ทั้งในแนวเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรือในขบวนการนกหวีด
   
  2) ชนชั้นกลางเฉย เพราะต้องตั้งเนื้อตั้งตัว แต่ก็ดีขึ้น เช่น กลุ่มธุรกิจสีลม อโศก รัชดา กลุ่มอาชีพต่างๆ
   
  3) ผู้ดี ราชครูปุโรหิตทำหน้าที่สรรเสริญพระเจ้าอยู่หัวเฉยๆ แต่ไม่กล้าหาญพอจะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุ ในการรักษ์ความยุติธรรม ป้องกันการโกง การสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง และความอยู่ดีมีสุขของประชาชนแทนพระองค์
   
  4) ข้าราชการ เสนาอำมาตย์ เฉย ไม่นำพาต่อการโกงกินบ้านเมือง แม้คนเป็น 1-2 ล้านออกมาเรียกร้องก็ไม่นำพา กลับเริ่มเสวยสุขกับนักการเมืองโกงกินทั้งหลาย
   
  5) เจ้าสัวเฉย ไม่ยอมลงทุนเพื่อสร้างสรรค์การเมือง มีแต่ลงทุนเฉพาะทางธุรกิจเพื่อให้ครอบครัวร่ำรวย และออกมาคร่ำครวญเดือดร้อนอย่างน่าเห็นใจทุกคนเมื่อมีวิกฤตการเมือง
   
  3. มองพลังประชาชนอย่างมีความหวัง
   
  ขบวนนกหวีดที่เริ่มขึ้นเล็กๆ จากกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ที่อุรุพงษ์ กลุ่มกองทัพธรรมที่ผ่านฟ้า กลุ่มคัดค้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่สามเสน และราชดำเนิน จนเกิดเป็นคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไต ยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส.ทำให้การปฏิรูปประเทศไทยอย่างรอบด้าน มีโอกาสเป็นจริงขึ้นได้ เราสามารถอธิบายได้ว่าการแข็งขืนของ กปปส.หรือ “ขบวนนกหวีด” ครั้งนี้ โดยแก่นแท้ไม่ใช่ปัญหาว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่หรือเป็นขบถ
   
  แต่เป็นทั้งการใช้ “สิทธิและการปฏิบัติหน้าที่อันจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้” สิทธิและหน้าที่ที่ว่าก็คือ การต่อต้านล้มล้างรัฐบาลที่ฉ้อฉล หรือเป็นทรราช (tyrannicide) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีและปรัชญาการเมืองประชาธิปไตย และมีการกระทำที่เป็นจริงมาตั้งแต่สมัยประชาธิปไตยของกรีก โรมัน งานของนักคิดสำคัญๆ จำนวนมาก เช่น Juan de Mariana (จวน เดอ มาเรียนา), Hugo Grotius (ฮิวโก โกรเทียส), John Locke (จอห์น ล็อก) ซึ่งเป็นบิดาของการปฏิวัติประชาธิปไตยของอังกฤษ ล้วนยืนยันสิทธิในการขับไล่ล้มล้างรัฐบาลฉ้อฉลทั้งสิ้น เช่น Locke มองว่าสิทธิในการปฏิวัติของประชาชนเป็นการป้องกันให้พ้นจากระบบทรราช
   
  และถือว่าเมื่อมีการละเมิดผลประโยชน์ของประชาชนภายใต้สัญญาประชาคม ประชาชนมีสิทธิปลุกระดมเพื่อก่อการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนเป็นรัฐบาลที่รับใช้ผ ลประโยชน์ของประชาชน (ดูงาน Mariana, De rege et regis institutione (159Cool, Locke, Two Treatise of Government (1689), Grotius, Truth of the Christian Religion (1627) และ The Rights of War and Peace, including the Law of Nature and of Nations (1901))
   
  โทมัส เจฟเฟอร์สัน, เบนจามิน แฟรงคลิน ต่างใช้สิทธิและหน้าที่นี้ในการต่อสู้กับจักรวรรดิอังกฤษ ดังแฟรงคลินได้เสนอแบบเหรียญมหาลัญจกรของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีข้อความการขับไล่ทรราชเป็นพันธกิจศักดิ์สิทธิ์ต่อพระเจ้าในคำประกาศอิ สรภาพของอเมริกาที่เขียนไว้ว่า “เมื่อการใช้อำนาจไม่ชอบ การฉกฉวยดำเนินไปต่อเนื่องไม่ผันแปร ... จะเป็นระบบทรราชแบบสมบูรณ์
   
  จึงเป็นสิทธิเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะล้มล้างรัฐบาลเช่นนั้นเสีย” ในคำปรารภรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสปี 1793 ก็มีกำหนดไว้หลายมาตรา เช่น มาตรา 27 “... เมื่อรัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชน ประชาชนย่อมต้องลุกฮือขึ้นต่อต้าน โดยถือว่าเป็นสิทธิที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และเป็นหน้าที่ที่จักขาดเสียไม่ได้มากที่สุด” และยังมีคำยืนยันสิทธินี้ในรัฐธรรมนูญอีกหลายประเทศ และยังมีกำหนดไว้โดยนัยยะในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนด้วยเช่นกัน
   
  การใช้สิทธิดังกล่าวส่วนใหญ่ต้องมีการยกเลิกกฎหมายหรือละเมิดกฎหมายบางข้อ แต่ก็มีการอ้างได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชนสูงสุดของประเทศชาติ เช่น โทมัส เจฟเฟอร์สัน กล่าวว่า “การเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัดเป็นหน้าที่ที่สูงส่งอย่างไม่ต้องสงสัยของพลเ มืองที่ดี แต่การรักษาประเทศของเราจากอันตรายเป็นพันธกิจที่สูงกว่า การสูญเสียประเทศของเราโดยการติดยึดกับกฎหมายที่ตราไว้โดยสำนึกทางศีลธรรมขอ งเรา จะเท่ากับเป็นการสูญเสียระบบกฎหมายทั้งหมด ชีวิต เสรีภาพและทรัพย์สินทั้งหมดของเรา จึงเท่ากับเป็นการเสียสละเป้าหมาย (ประเทศและชีวิต) เพื่อรักษาเครื่องมือ (คือตัวบทกฎหมายบางข้อ-ผู้เขียน) ไว้อย่างไร้เหตุไร้ผลโดยสิ้นเชิง”
   
  อย่างไรก็ตาม ศาลมักเตือนว่าการใช้สิทธิดังกล่าว รัฐธรรมนูญ กฎบัตรต่างๆ มักพิจารณาให้ใช้ในสภาวะที่เป็นความจำเป็นที่เกิดขึ้นจริงๆ เป็นมาตรการสุดท้าย โดยการไตร่ตรองด้วยเหตุผลและสามัญสำนึก ไม่ใช่การโน้มน้าวจูงใจด้วยอารมณ์หรือความเคียดแค้นชิงชัง
   
  4. “การปฏิวัตินกหวีด” หรือ “ประชาภิวัฒน์”
   
  กปปส.ปฏิเสธการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทางเลือกของ กปปส.จึงเหลือเพียง 2 ทาง ทางแรกคือการกดดันให้เกิด “สุญญากาศ” ทางการเมือง เพื่อใช้มาตรา 3 มาตรา 7 แต่คาดว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่ยินยอม และหนทางดังกล่าวจะทำให้เกิดความอึดอัดไม่สบายใจของฝ่ายต่างๆ ที่จะตีความรัฐธรรมนูญหรือปฏิบัติตามแนวคิดดังกล่าว
   
  อีกหนทางไม่เคยเกิดในประเทศไทย คือการปฏิวัติของประชาชน ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนแปลง 2475 เป็นการปฏิวัติของทหารร่วมกับพลเรือน เพื่อล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ประชาชนมีส่วนเฉพาะการโค่นล้มระบอบเผด็จการ
   
  แต่ไม่มีส่วนในการออกแบบระบอบการเมืองที่ใช้กันต่อมา เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 การปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ประชาภิวัฒน์หรือ “การปฏิวัตินกหวีด” จึงอาจถือเป็นการ “ปฏิวัติประชาชน” ครั้งแรก เพราะเรียกร้องสภาที่ประชาชนมีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่เนื่องจากระบอบการเมืองที่ถูกล้มไป
   
  มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ชอบธรรม [หมายเหตุ การปฏิวัติกับประชาธิปไตยเป็นคนละสิ่งกัน การปฏิวัติไม่เคยเกิดจากประชาชนหมดทั้งประเทศออกมาใช้สิทธิแบบการเลือกตั้ง ไม่ว่าการปฏิวัติประชาธิปไตยของอังกฤษ (168Cool การปฏิวัติฝรั่งเศส (1789) การประกาศอิสรภาพของอเมริกา (1776) การปฏิวัติกำมะหยี่ (1989) ของเชกโกสโลวาเกีย การปฏิวัติสีส้ม (2004) ของยูเครน
   
  ล้วนเป็นประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งอ้างเจตนารมณ์ร่วม (General Will) ของประชาชนทั้งสิ้น อำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญของประเทศทั่วโลกก็มาจากตัวแทนของฝ่ายต่างๆ ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ทำการปฏิวัติทั้งสิ้น]
   
  จึงอธิบายได้ว่าประชาชนทำปฏิวัติได้ เพียงแต่ต้องทำให้คนเชื่อมั่นว่า “การปฏิวัติประชาชน” ครั้งนี้จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมาก มีสิทธิเสรีภาพที่ดีขึ้นกว่าเก่า มีความเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น ทำให้ประเทศมีสภาพที่ดีขึ้น และแก้ปัญหาเลวร้ายที่เรียกว่าระบอบทักษิณได้จริงหรือไม่ บ่อยครั้งการอ้างความเป็นตัวแทนของประชาชนก็ไม่เป็นจริง แม้ในสหรัฐเองตัวแทนจากหลายรัฐก็มาจากอภิสิทธิ์ชนเกือบทั้งหมด สวิตเซอร์แลนด์อาจเป็นข้อยกเว้นประเทศเดียว (ดู R.R.Palmer, The Age of the Democracy Revolution vol.I,II (1989)) ประเด็นสำคัญคือเนื้อหาและการปฏิบัติให้เป็นจริงมากกว่า
   
  5. ความยากลำบากที่สุดของการนำพาให้การปฏิวัติประชาชนสำเร็จ และไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในเมืองไทย
   
  การปฏิวัติประชาชนเกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะของประเทศไทยในครั้งนี้ซึ่งอาศัยเพียงนกหวีดเป็นอาวุธ และโดยประเพณีในการเมืองไทยต้องประกอบไปด้วยปัจจัย
   
  ก. การรับรองจากประมุขของประเทศ
   
  ข. การยอมรับจากกองทัพ ตำรวจ ข้าราชการ
   
  ค. ในปัจจุบันประชาชนซึ่งตื่นตัวในสิทธิประชาธิปไตยมีมากขึ้น การยอมรับของประชาชนทุกส่วนและภาคเอกชนก็เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง
   
  ผู้เขียนสนับสนุนแนวทางการปฏิวัติของประชาชน เพราะเป็นพัฒนาการอีกขั้นของการตระหนักถึงสิทธิอำนาจของประชาชน อยากให้ประสบความสำเร็จ ให้มวลมหาประชาชนกว่า 2 ล้านคนได้สมหวัง จึงขอออกแรงในทางความคิดเสนออย่างจริงจังและตั้งใจจริง ดังนี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:15:04
กปปส.ควรตระหนักว่า การประกาศทวงอำนาจสูงสุดคืออำนาจอธิปไตยคืนเป็นของประชาชน ซึ่งโดยนัยยะมี กปปส.เป็นตัวแทนถืออำนาจนั้น เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำคัญมาก ไม่เคยปรากฏมาก่อนในบ้านเรา เพราะมันหมายถึงการยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองอำนาจในการจัดการสิทธิเ สรีภาพในชีวิต ทรัพย์สิน ของแต่ละคน รวมทั้งทิศทางทั้งหมดของประเทศได้ จึงมีความจำเป็นที่ กปปส.ต้องตระหนักดังนี้
   
  ก. การเร่งรัดให้คนกลุ่มอาชีพต่างๆ ยอมรับการตัดสินใจของ กปปส.โดยไวเกินไป ยิ่งทำให้คนลังเล การใช้เวลาให้คนส่วนใหญ่ได้ครุ่นคิด ตริตรอง ทำความเข้าใจ และมีโอกาสได้ไต่ถามพูดคุยกับ กปปส.กระบวนการเกิดนโยบายหรือการจัดตั้งสภาประชาภิวัฒน์เพื่อร่างรัฐธรรมนูญ  ควรต้องเป็นการปรึกษาหารือเพื่อสร้างฉันทามติอย่างกว้างขวางจริงใจ จากนั้นอาจต้องผ่านประชามติและเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยจริงๆ โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน กปปส.ควรแสดง
   
  1) การมีเจตจำนงการเมืองที่แน่วแน่ (Political Will) ที่จะบรรลุภารกิจที่ตัวเองประกาศไว้ นั่นคือการแก้ไขการขยายตัวของการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นตัวฉุดดึงทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงของชาติ ให้ล่มสลายตามไปด้วย ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการกฎหมายที่เข้มงวด มีการสร้างหน่วยงานปราบคอร์รัปชันที่มีอำนาจสูง การปฏิรูประบบยุติธรรม เช่น ตำรวจ อัยการ ให้ทำงานสอดคล้องกัน พิสูจน์ลงโทษให้เห็นชัดเจน
   
  2) ต้องมีคำประกาศอุดมการณ์การเมืองที่ชัดเจน ผูกมัดตัวเอง ผูกมัดสังคมที่จะเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิเสรีภาพของประชาคมและชุมชน ท้องถิ่น จริงจัง ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงโดยไว
   
  3) ต้องมีอุดมการณ์เศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งควรเป็นเสรีนิยมที่เป็นธรรม ไม่ใช่เป็นประชานิยมเอียงซ้าย หรือชาตินิยมแบบอเมริกาใต้ ซึ่งนำความเสื่อมโทรมมาสู่เศรษฐกิจชาติอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความเป็นธรรม อำนาจในการจัดสรรแบ่งปันทรัพยากร ความมั่งคั่งที่กระจายอย่างยุติธรรมมากขึ้น
   
  4) ควรเน้นเนื้อหาการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค เน้นการเคารพการตัดสินใจในการดูแลผลประโยชน์ของท้องถิ่น
   
  5) เคารพภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเอาใจใส่เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน
   
  6) พัฒนาแลกเปลี่ยนระดับความรู้ของทุกภูมิภาคให้เท่าเทียมกัน ทั้งในด้านการศึกษา วิจัย การพัฒนา
   
  7) ดังที่ได้ย้ำหลายหนว่า การปฏิวัติเพื่อสถาปนารัฐธรรมนูญที่มีการอ้าง “อำนาจประชาชน” หรือเจตจำนงของประชาชน โดยไม่เคยเป็นประชาธิปไตย 100% ทุกที่ แต่ก็ต้องให้สภาประชาภิวัฒน์หรืออื่นๆ มีลักษณะเป็นระบบตัวแทนที่กว้างขวางที่สุด
   
  ข. กปปส.มีความสามารถในการโน้มน้าวจูงใจ แจกแจงเหตุผลให้กับมวลชนจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งก็คือลักษณะของขบวนการต่อต้านคัดค้านรัฐบาล (protest movement) เป็นทุนหรือเป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญ แต่แม้จะเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมอีกก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้
   
  แต่การจะได้มาซึ่งอำนาจอธิปัตย์โดยเฉพาะการยอมรับจากประมุขประเทศ และการสนับสนุนถึงขั้นให้ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน มารายงานตัว ยังต้องอาศัยการยอมรับ ความไว้วางใจในเจตจำนงทางการเมือง อุดมการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง บุคลิกท่วงทำนองประชาธิปไตย การเคารพซึ่งกันและกัน การอดทนต่อความแตกต่าง บุคคลเข้าร่วมหรือพร้อมจะเข้าร่วมที่มีคุณวุฒิ มีความสามารถด้านต่างๆ มาประกอบ ถ้าจะเปรียบเทียบก็คือ กปปส.และมวลมหาประชาชนเป็นเสมือนฐานราก ยังจำเป็นต้องมีส่วนอื่นๆ คือ เสา ฝา หลังคา รั้ว เพื่อประกอบเป็นโครงสร้างหน้าที่ที่สมบูรณ์
   
  ถ้าใช้ศัพท์การเมืองก็คือการมีองค์กรแนวร่วม (united front) ที่ประกอบด้วยบุคคลที่เสมือนเป็นทุนทางสังคม ทุนทางสัญลักษณ์ ทุนทางศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความสามารถและมีประสบการณ์ ซึ่งที่จริง กปปส.สามารถที่จะแสวงหาทรัพยากรเหล่านี้ได้ไม่ยาก
   
  ทั้งจากผู้เข้าร่วมชุมนุมอยู่แล้ว และจากพรรคประชาธิปัตย์ จากองค์กรภาคธุรกิจเอกชน 7 องค์กรที่ประกาศพร้อมจะเป็นคนกลาง บุคคลผู้อาวุโสในสังคม เทคโนแครตบางส่วน การเน้นคนเหล่านี้อาจถูกหาว่าเป็นอภิชนนิยม การเปิดทางให้ชนชั้นสูงเป็นใหญ่ (elitism แต่ถ้าเน้นเฉพาะหลักการให้การเลือกตั้งเป็นตัวสินในทุกสถานการณ์ ก็เป็นแนวธนานิยม moneyism คือแนวโน้มการให้อำนาจเงินเป็นใหญ่ไปอีกทาง) จึงควรมีองค์ประกอบจากตัวแทนรากหญ้า ผู้นำปัญญาชนการเมืองท้องถิ่นทุกจังหวัดด้วย
   
  โครงสร้างแนวร่วมประชาภิวัฒน์ที่ควรจะเป็น
   
  การต่อสู้ครั้งนี้อาจไม่บรรลุชัยชนะ หรือเราอาจผิดหวังกับผลงานของผู้ที่จะทำงานให้กับประชาชนในอนาคต แต่ที่สำคัญที่สุดคือได้เกิดประสบการณ์การใช้สิทธิอำนาจของประชาชน พลังที่แท้จริงของภาคประชาชน อำนาจต่อรองกับอำนาจการเมืองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ซึ่งคุ้มค่าแก่ความเหนื่อยยากทั้งปวงอยู่แล้ว และถ้ารักษาพลังนี้ได้เราก็อาจได้แนวร่วมของขบวนการตรวจสอบภาคการเมืองต่อต้ านคอร์รัปชั่นที่เข้มแข็งของประเทศในอนาคตได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 07:15:52
คนเชียงใหม่ตรึม! ไล่ “ระบอบแม้ว” เต็มลานศาลาธรรม มช.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  9 ธันวาคม 2556 12:25 น.  
 
ศูนย์เชียงใหม่ - ชาวเชียงใหม่กว่า 3,000 คนรวมตัวหน้าศาลาธรรมในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกาศจุดยืนจะต้องช่วยกันล้มล้างระบอบทักษิณให้ได้ แม้นายกฯ จะประกาศยุบสภาไปแล้วก็ยังยึดถือจุดยืนเดิมเพราะการเลือกตั้งไม่ได้แก้ปัญหา  
   
  วันนี้ (9 ธ.ค.) ตั้งแต่เวลา 10.00 น. คนเชียงใหม่หลากสาขาอาชีพไม่ต่ำกว่า 3,000 คนรวมตัวชุมนุมกันบริเวณหน้าศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อแสดงจุดยืนขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องให้เกิดการล้มล้างระบอบทักษิณ
   
  กลุ่มมวลชนซึ่งประกอบด้วยคณาจารย์ นักศึกษา และประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงได้เดินทางมาร่วมชุมนุม หลังจากมีการแจ้งข่าวสารผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊คถึงการนัดหมายช ุมนุมในวันนี้ โดยกลุ่มมวลชนจากเครือข่ายเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปได้นำรถพร้อมเครื่องขยายเ สียงมาประจำ ณ บริเวณดังกล่าวพร้อมทั้งเปิดการปราศรัยด้วยการเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมจากก ลุ่มต่างๆ ขึ้นมาปราศรัย พร้อมทั้งทำการแจกธงชาติและนกหวีดให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมการชุมนุม ขณะที่ประชาชนต่างทยอยเข้าร่วมการชุมนุมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมไปถึงการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมที่คอยดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่และช่วยอำน วยความสะดวกด้านการจราจรที่ติดขัดอย่างมากในจุดดังกล่าว
   
  จากนั้นในเวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดได้เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากศาลาธรรม มุ่งหน้าไปตามเส้นทางต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกไปชักชวนนักศึกษาและคณาจารย์ที่ยังคงทำการเรียนกา รสอนอยู่ให้หยุดกิจกรรมการเรียนการสอนชั่วคราวและมาเข้าร่วมการชุมนุม โดยหลังจากเคลื่อนไปตามเส้นทางต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดได้กลับมาที่บริเวณศาลาธรรมอีกครั้ง ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนออกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยังลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย บริเวณเชิงดอยสุเทพเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับระบอบทักษิณ รวมทั้งเพื่อสักการะครูบาศรีวิชัยซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเชียงใหม่อีก ด้วย
   
  ทั้งนี้การชุมนุมในวันนี้มีประชาชนจากหลายภาคส่วน รวมไปถึงอดีตอาจารย์และผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยพายัพและมหาวิทยาลัยแม่โจ้เข ้าร่วม ขณะในส่วนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งเป็นสถานที่จัดการชุมนุม นอกจากจะมีคณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาบางส่วนที่มาร่วมชุมนุมแล้ว ยังพบว่ามีคณาจารย์ในระดับผู้บริหารของมหาวิทยาลัย รวมถึงอดีตอธิการบดีเข้าร่วมในการชุมนุมอีกด้วย
   
  นอกจากนี้ในระหว่างการชุมนุม แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะทราบข่าวการประกาศยุบสภาของนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดยังไม่ได้ยุติการชุมนุม โดยระบุว่าแม้จะมีการประกาศยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่จำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปการเมืองเพื่อไม่ให้มีการคอร์รัปชั่นหรือซื้อเสี ยงเกิดขึ้นอีก
   
  ส่วนบรรยากาศโดยรอบบริเวณแม้จะมีข่าวว่าอาจมีมวลชนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยออกมา ต่อต้าน แต่ปรากฏว่ากิจกรรมต่างๆ สามารถดำเนินไปได้โดยไม่มีมวลชนกลุ่มอื่นออกมาเผชิญหน้าแต่อย่างใด
จากคุณ: Prang โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 09:22:52
สภาประชาชน
http://pantip.com/topic/31368147
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/11/13 เวลา 14:58:05
พบมือดีงัดฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์+ของบก.ปอท.รื้อค้นทรัพย์สินหน่วยงานศูนย์ร าชการเละ
 
http://www.dailynews.co.th/Content/crime/200877/%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8 %A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%87%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C+%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%81.%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97.%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B0
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:11:48
รอยเตอร์สตีข่าว'ยิ่งลักษณ์'ยังไม่พ้นวิบากกรรม ชาวนา26จว.ขู่ปิดถนนประท้วง'จำนำข้าว'
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ธันวาคม 2556 04:28 น.  
 
รอยเตอร์สตีข่าว'ยิ่งลักษณ์'ยังไม่พ้นวิบากกรรม ชาวนา26จว.ขู่ปิดถนนประท้วง'จำนำข้าว'
  รอยเตอร์ส - สื่อนอกรายงานข่าวนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวขู่ปิดถนนใน 26 จังหวัด เพิ่มเติมปัญหาปวดหัวทั้งที่เพิ่งประกาศยุบสภาและจัดเลือกตั้งใหม่ไปหมาดๆ พร้อมอ้างคำสัมภาษณ์เกษตรหมดศรัทธาต่อโครงการและจะเดินหน้าประท้วงจนกว่าจะไ ด้เงินค่าข้าว
   
  รายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอรระบุว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เพิ่งประกาศยุบสภาและจัดเลือกตั้งใหม่เมื่อวันจันทร์(9) หลังเจอการประท้วงยาวนานหลายสัปดาห์ในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามวิบากกรรมทางการเมืองของเธอยังไม่หมดแค่นั้น เพราะชาวนาซึ่งให้การสนับสนุนเธอและทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ผู้ออกนโยบายช่วยเหลือคนยากจนต่างๆนานาก่อนถูกรัฐประหารในปี 2006 ก็ขู่ออกมาชุมนุมเช่นกัน
   
  ในรายงานของรอยเตอร์ระบุว่ายิ่งลักษณ์ ชนะศึกเลือกตั้งเมื่อปี 2011 อย่างถล่มทลายจากแรงสนับสนุนจากชาวชนบท หลังจากให้คำมั่นซื้อข้าวทุกเมล็ดจากชาวนาในราคา 15,000 บาทต่อตัน ซึ่งเหนือกว่าตลาดอย่างมาก
   
  อย่างไรก็ตามโครงการรับจำนำข้าวนี้ทำให้ไทยหลุดออกจากตลาดการส่งออก เหลือไว้แต่สต๊อกข้าวเปลือกอันมโหฬารเนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถระบายข้าวออกไ ปยังต่างแดนได้มากพอ ขณะที่ธนาคารของรัฐที่ดูโลโครงการนี้ก็หมดงบสำหรับนำไปจ่ายแก่ชาวนาแล้ว
   
  "พวกชาวนารู้สึกโกรธมากและพวกเขากำลังรวมตัวกัน พวกเขาบอกว่าจะปิดถนนในจังหวัดต่างๆเหล่านั้น เพื่อเรียกร้องเงินที่ควรได้รับ หลังจากต้องอดทนรอมานานเกือบ 2 เดือนแล้ว" นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทยให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบนั้นน่าจะเป็นในทางภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ  
   
  รอยเตอร์ระบุว่าดูเหมือนพวกชาวนาของไทยกำลังเริ่มหมดความอดทน ขู่รวมตัวและปิดกันถนนหลวงอีกครั้ง ขณะที่พวกเขาไม่ศรัทธาต่อโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว "เราจะไม่หยุด เรากำลังรวมตัวและจะนัดชุมนุมในสัปดาห์นี้ เพราะเรายังไม่ได้เงินของเรา" วิเชียร พวงลำเจียก ประธานกลุ่มเกษตรกรอยุธยาบอกกับรอยเตอร์
   
  สื่อมวลชนดังแห่งนี้รายงานต่อไปว่าการรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่สูง เป็นผลให้ข้่าวสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดนานาชาติ และจนถึงตอนนี้ก็ยังมีข้างค้างสต๊อกอยู่จำนวนมหาศาล โดยข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติบอกว่าในปี 2012 ไทยมีข้าวค้างโกดังมากถึง 18 ล้านตัน
   
  ผู้คิดนโยบายของรัฐบาลไทย วาดฝันว่าพวกเขาจะสามารถดันราคาข้าวโลกให้สูงขึ้นจากการกักตุนสต๊อก แต่สุดท้ายแล้วผู้ส่งออกจากอินเดียและเวียดนามก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่าง และแซงหน้า ไทย ในฐานะผู้ส่งออกข้าวหลักของโลกไปเรียบร้อยแล้ว
   
  รัฐบาลไทยยอมรับว่าขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวเฉพาะระหว่างปี 2011 ถึงเดือนกันยายน 2012 ที่ 136,000 ล้านบาท จนในเดือนมิถุนายน ต้องเสนอลดการอุดหนุนลง 20 เปอร์เซ็นต์ ทว่าหลังถูกต่อต้านอย่างหนักจากชาวนาก็เลยต้องกลับลำจำนำในราคาเดิม ขณะที่รอยเตอร์รายงานปิดท้ายว่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ออกพันธบัตร 75,000 ล้านบาทเพื่อหาเงินมาจ่ายแก่ชาวนา ทว่ากลับระดมทุนได้เพียง 37,000 ล้านบาทเท่านั้น
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 รอยเตอร์สตีข่าว'ยิ่งลักษณ์'ยังไม่พ้นวิบากกรรม ชาวนา26จว.ขู่ปิดถนนประท้วง'จำนำข้าว'
 สื่อนอกตีข่าวผู้ชุมนุมไม่พอใจแค่'ปู'ยุบสภา เดินหน้าปฏิรูปประเทศ-ถอนโคนระบอบ'ทักษิณ'
 จีนหวังไทยคืนสู่เสถียรภาพเร็ววันหลังยุบสภา-มะกันหนุนกระบวนการประชาธิปไตย  
 บทวิเคราะห์เอเอฟพีระบุ ความเกลียดชัง “ทักษิณ” ของผู้ประท้วง ชี้ชัดว่าการเลือกตั้งไม่อาจยุติความขัดแย้งในไทย
 ใครคุมสื่อไทยจากมุมมองของ “อัลญะซีเราะฮ์”
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:14:42
บก.ลายจุด” ฟังไว้ “เต๋า” บอกถึงผมไม่ทำอะไรก็อาจจะมีคนทำแทน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 14:13 น.  
 
“บก.ลายจุด” ฟังไว้ “เต๋า” บอกถึงผมไม่ทำอะไรก็อาจจะมีคนทำแทน
  “เต๋า สมชาย” ลั่น “บก.ลายจุด” ไม่มีคุณค่าสำคัญที่ตนจะต้องไปโกรธหรือรู้สึกอะไรหลังอีกฝ่ายทวีตภาพพร้อมข้ อความตัดต่อด่าผู้ชุมนุม บอกถึงตนไม่ทำอะไรก็อาจจะมีคนอื่นๆ ทำแทน เชื่อใครทำดี-ชั่ว จริง-เท็จ ย่อมรู้อยู่แก่ใจและต้องรับผลกรรมไป
   
   ตกเป็นข่าวในโลกไซเบอร์หมวดการเมืองอีกครั้งในส่วนของ “เต๋า สมชาย เข็มกลัด” หลังถูกหนึ่งในคนเสื้อแดงคนดังที่รู้จักกันในชื่อของ “บก.ลายจุด” หรือ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ทวีตภาพพร้อมข้อความตัดต่อที่มีเนื้อหาต่อว่าไปยังการออกมาชุมนุมเพื่อชี้ให ้เห็นถึงการหมดความชอบธรรมของรัฐบาลของคนจำนวนมากว่าชักจะเลยเถิด ทั้งๆ ที่ตอนแรกเพียงแค่ต้องการจะคัดค้านในเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเท่านั้น
   
   อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีโอกาสได้เจอนักแสดงหนุ่มเมื่อถามถึงเรื่องนี้ออกไปเจ้าตัวก็ได้แสดง ความเห็นว่า...“ตอนที่เกิดเรื่องราวในโซเชียลผมอยู่ที่เวียดนาม เพื่อนก็ส่งมาให้ดูว่ามีคนแอบอ้าง ซึ่งผมบอกตรงๆ ว่าเขาแอบอ้างจริงๆ เพราะมันไม่ใช่คำพูดของผม ผมไม่ได้เป็นคนทำ อะไรที่ไม่ใช่คำพูดผม อะไรที่ผมไม่เกี่ยวข้องด้วยผมจะไม่ยุ่งเลย เพื่อนผมก็บอกว่าเขาลงอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ใช่การมาพาดพิงมันคือการแอบอ้างชื่อผม เอาหน้าผมมาลง ในทางกฎหมายมันผิดเต็มๆ อยู่แล้ว”
   
   “ผมก็ไม่อะไรนะ ผมถือว่าความจริงคือความจริง เดี๋ยวเวลาจะเป็นตัวบอกเอง สุดท้ายมันไม่เกี่ยวอะไรกับผม ผมพูดในฐานะประชาชนนะ ผมก็เป็นประชาชนคนนึงที่ออกสิทธิ์ออกเสียงด้วยตัวผมเอง ลุงผม ดร.เสรี วงษ์มณฑา ก็เป็นนักวิชาการที่มีสิทธิ์พูดในส่วนของนักวิชาการ แต่ในการกระทำที่เอารูปคนอื่นพร้อมข้อความที่เมคขึ้นมาเองนั้น ผมว่ามันผิดโดยสิ้นเชิง จริงๆ ทุกวันนี้ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นผมว่าคงไม่ใช่ผมที่ทำ ผมว่าคนช่วยผมเยอะนะ”
   
   ยังไม่บอกว่าจะทำอะไรอีกฝ่ายหรือไม่ แง้มถึงตนไม่ทำอะไรก็อาจจะมีคนทำแทน...“มันต้องดู ของอย่างนี้มันต้องดูกันไป อย่ารีบบอก เดี๋ยวเขารู้ตัว ปล่อยไปอย่างนี้เรื่อยๆ คุณจะทำอะไรคุณก็ทำไปเรื่อยๆ...(มีข่าวลือว่ากำลังตามล่าหาตัวอีกฝ่ายอยู่เพ ราะไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น) ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวก็มีคนเอามาให้ผมเอง (หัวเราะ) ผมก็ไม่ใช่ฆาตกรที่จะต้องไปตามล่าใครนะ ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่กระทำทั้งหมดในโลกนี้คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำม ันก็เท่านั้นเอง”
   
   “ผมมีครอบครัว ผมมีภรรยาลูกน้อย หน้าที่ของผมคือเลี้ยงลูกเท่านั้นเอง ผมจะไปตามล่ายังไง ผมจะไปทำอะไรใครเขาได้ แต่สิ่งที่จะบอกคือถ้าคุณทำจริงนะ คุณเอารูปผมไปแอบอ้าง คำพูดที่คุณเมคขึ้น ผมบอกเลยนะว่าอย่าทำ มันไม่ดี ผมเชื่อว่าคนในยุคนี้เขาไม่โง่ เขารู้ครับว่าคนนี้นิสัยยังไง ถามว่าจะฟ้องจะเอาเรื่องเขาไหม มันก็ไม่รู้จะไปทำเพื่ออะไร ผมว่าเสียเวลา คนพวกนี้วันนี้ธรรมชาติจะลงโทษพวกเขาเอง เชื่อผมเถอะ”
   
   ลั่นอีกฝ่ายไม่มีค่าพอที่จะให้ตนเองไปรู้สึกอะไรด้วย
   “ไม่ครับ คุณไม่มีความสามารถที่จะทำให้ผมรู้สึกได้ นอกจากภรรยาและลูกของผม เขาไม่ใช่คนสำคัญ ไม่มีความสำคัญอะไรในชีวิตผมเลย คุณทำอะไรคุณก็รับผิดชอบในส่วนที่คุณทำลงไปแล้วกัน แต่ถ้าคุณไม่รับผิดชอบ ก็มีคนรับผิดชอบแทนคุณเอง มันไม่มีผลกับชีวิตผมเลย แต่ก็กังวลนะ กลัวกรรมจะตามเขาไม่ทันจริงๆ (หัวเราะ)”
   
   สำหรับในส่วนของนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม เต๋า สมชาย นั้น ที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย พร้อมกับขึ้นเวทีปราศัยที่เวทีราชดำเนินมาแล้วโดยเหน็บไปยังอดีตนายกฯหนีคดี ของไทยว่า “ศาลตัดสินตนยังไปติดคุก แล้วพวกเขาเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่” กระทั่งกลายเป็นที่ฮือฮามาแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:17:12
“ปู” ปล่อยไก่ อ้างมีแต่วุฒิสภา คลอด พ.ร.ก.ตั้งสภา ปชช.ไม่ได้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 18:30 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ปู” ปล่อยไก่ อ้างมีแต่วุฒิสภา คลอด พ.ร.ก.ตั้งสภา ปชช.ไม่ได้
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
“ยิ่งลักษณ์” ยังเชื่อ เลือกตั้ง 2 ก.พ.ปีหน้า เป็นทางออกของประเทศ โวหลายพรรคตอบรับแล้ว อ้างตอนนี้มีแต่วุฒิสภา ออก พ.ร.ก.ตั้งสภาประชาชน ตามข้อเสนอ ป.ป.ช.ไม่ได้ เชื่อ กปปส.พบเหล่าทัพไม่กระทบ ยึดพระราชดำรัสทำตามหน้าที่
   
  วันนี้ (11 ธ.ค.) ที่กรมการขนส่งทหารบก เมื่อเวลา 17.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ว่า ภายใต้กฎหมายเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามหลักก็ควรที่จะปฏิบัติตามและจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งได้กำหนดไว้ คือวันที่ 2 ก.พ. 57 และวันนี้ก็ได้เห็นการตอบรับจากพรรคการเมืองมาบ้างแล้วที่จะลงสมัครรับเลือก ตั้ง ตนเชื่อว่าหากเราช่วยกันในการที่ให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศไทย ก็น่าจะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น
   
  ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอให้มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาประชาชนเพื่อกำหนดกติกาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง  นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจเรื่องนี้ คงต้องขอปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน แต่วันนี้เราไม่มีรัฐสภา มีแต่วุฒิสภา จึงไม่แน่ใจว่าในส่วนของวุฒิสภาจะออก พ.ร.ก.ได้หรือไม่ เพราะตามกฎหมายเราได้ยุบสภาไปเรียบร้อยแล้ว
   
  เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นปร ะชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ประกาศขอเข้าพบผู้บัญชาการเหล่าทัพในมุมมองของนายกฯ อยากให้กองทัพแสดงท่าทีอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพได้
   
  เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ ยังมั่นใจหรือไม่ว่ากองทัพจะไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นกองทัพ หรือข้าราชการทุกคน มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่และระเบียบของข้าราชการอยู่แล้ว ซึ่งมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุกอย่างต้องมีกติกามีระเบียบของตัวเองอยู่แล้ว เชื่อว่าข้าราชการทุกคนจะทำตาม
   
  เมื่อถามว่านายกฯ พร้อมจะอยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวเพียงว่าตอนนี้ยังมีเวลาเหลือ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:18:14
“เรืองไกร” เงิบซ้ำ! ศาล รธน.ชี้ “เทือก” ชุมนุมสงบ ไม่สั่งห้าม-เตรียมสางปมแก้ ม.190-กู้ 2 ล้านล.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 18:43 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“เรืองไกร” เงิบซ้ำ! ศาล รธน.ชี้ “เทือก” ชุมนุมสงบ ไม่สั่งห้าม-เตรียมสางปมแก้ ม.190-กู้ 2 ล้านล.
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง “เรืองไกร” ขอให้สั่ง “สุเทพ” ยุติชุมนุม ชี้เป็นการชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธ ตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง สั่งรับกรณีภาคประชาชนขอให้วินิจฉัยแก้ไข รธน.ม.190 จำกัดอำนาจรัฐสภาในการเห็นชอบหนังสือสัญญา และวินิจฉัย พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท กรณีมีการเสียบบัตรแสดงตนและลงคะแนนแทนกันขัด รธน.ม.169 วรรคหนึ่ง และ ม.170 หรือไม่ พร้อมเตรียมกำหนดกระบวนวิธีพิจารณา
   
  วันนี้ (11 ธ.ค.) นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 3 ไม่รับคำร้องกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา นายคมสัน โพธิ์คง คณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1-3 ยื่นขอให้วินิจฉัยการที่พรรคเพื่อไทยโดยนายจารุพงศ์ แถลงไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที ่มาของส.ว.และการที่นายกรัฐมนตรีใช้เวลาไม่ถึง 3 วันนับแต่ได้รับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.จากรัฐสภา นำร่างแก้ไขดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯโดยไม่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง และกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ายังไม่มีมูลกรณีในการทำฝ่าฝืนในรัฐธรรมนูญมาต รา 68 วรรคหนึ่ง
   
  นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งไม่รับคำร้องกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มผู้คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและขับไล่ระบอบทักษิณ นำมวลชนกระทำผิดกฎหมายรวมตัวกันเข้ายึดกระทรวงการคลัง ทำการตัดน้ำ ตัดไฟ ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่รัฐให้หยุดปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ เสนอระบบการปกครองใหม่ เช่น การจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ไม่ให้มีการซื้อเสียง กำจัดการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นสาเหตุให้ ส.ส.เข้ามาแสวงหาประโยชน์ การให้ประชาชนมีอำนาจทางการเมืองสามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ได้ เสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจเพื่อให้เป็นตำรวจของประชาชน ทำให้ข้าราชการอยู่ในระบอบคุณธรรมไม่เล่นพรรคเล่นพวก กำหนดให้ปัญหาพื้นฐานเช่นการคมนาคม ความเป็นอยู่ การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ โดยจะจัดตั้งสภาประชาชนที่มาจากทุกสาขาอาชีพ สร้างนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในฝันของประชาชนนั้น เข้าข่ายเป็นกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองและกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจใ นการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่มิได้บัญญัติไว้ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ และขอให้ศาลสั่งให้นายสุเทพ เลิกการกระทำที่จะตั้งสภาประชาชน และสร้างนายกฯและรัฐมนตรีในฝัน รวมถึงมีคำสั่งให้นายสุเทพเลิกกระทำการตามฐานความผิดในหมายศาลอาญาที่ 2363/2556 ที่ศาลได้มีออกหมายจับนายสุเทพด้วย
   
  โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายสุเทพ ผู้ถูกร้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเป็นการกระทำในนามประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ ส่วนการยึดสถานที่ราชการก็ไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว และสถานการณ์ตามคำร้องได้พัฒนาไปสู่การยุบสภาผู้แทนราษฎร และเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว จึงไม่มีมูลกรณีเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนญมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ส่วนประเด็นคำขออื่นไม่จำต้องพิจารณา
   
  นายพิมล ยังกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะตุลาการฯยังได้มีการพิจารณาคำร้องที่นายวันธงชัย ชำนาญกิจ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี กับพวกรวม 314 คน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ นายนิคม ไวยรัชพานิช ผู้ถูกร้องที่ 1-3 ดำเนินการเสนอญัตติและร่วมดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จำกัดอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาให้ความเห็นชอบการทำหนังสือสัญญาของฝ่ายบริ หารให้น้อยลง โดยกระบวนการพิจารณาแก้ไขของที่ประชุมรัฐสภาไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา มีการรีบปิดอภิปราย ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำล้มล้างการปกครองประเทศ และกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิถีทางที่มิได้บัญญ ัติไว้ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่งหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 2 เห็นว่ากรณีมีมูลเป็นกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีก ารที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามมารัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคสอง
   
  รวมถึงยังได้มีการพิจารณากรณีประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของสมาชิกรวม 2 คำร้องกรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1) ว่า ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน คมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.. มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 วรรคหนึ่งและมาตรา 170 หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรมีการกดบัตรแสดงตนและลงคะแนนแทนกัน และร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่ นดินตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมคณะตุลาการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่า ทั้ง 2 คำร้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1) จึงมีคำสั่งให้รับไว้พิจารณาวินิจฉัย
   
  โดยในส่วนของ พ.ร.บ.เงินกู้นี้ หลังจากนี้คณะตุลาการฯจะมีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาคดีว่าจะต้ องมีการเรียกข้อมูลเอกสารหรือต้องเรียกบุคคลใดมาชี้แจงหรือไต่สวนเพิ่มเติม หรืออาจจะต้องมีการเชิญนักวิชาการที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่ าวมาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ เนื่องจากในคำร้องมีประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการตราร่างพระราชบัญญัติที่ไม ่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ของสภาผู้แทนราษฎรมีการกดบัตรแสดงตนแทนกันและลงคะแนนแทนกัน ซึ่งแนวทางการพิจารณาคดีจะเป็นรูปแบบใดคงต้องรอการพิจารณาจากองค์คณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:19:03
ร้านขายยากรุงเก่าแขวน “นกหวีดยักษ์” หนุน “สุเทพ”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 17:19 น.  
 
พระนครศรีอยุธยา - ร้านขายยาในกรุงเก่า แขวนนกหวีดขนาดใหญ่สนับสนุน “กำนันสุเทพ” ขับไล่รัฐบาล โค่นระบอบทักษิณ
   
  วันนี้ (11 ธ.ค.) ที่ร้านขายยาอู่ทองเภสัช กลางตลาดหัวรอ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของร้านได้ลงทุนกว่า 1,000 บาท ใช้โฟมทำนกหวีดขนาดใหญ่สีเหลืองยาว 1.35 เมตร ติดลายธงชาติ เป็นชิงสัญลักษณ์ร่วมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และโค่นล้มระบอบทักษิณ และนำมาติดตั้งแขวนไว้ที่บริเวณกลางร้านซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมา ก
   
  นายกวีศิลป์ อัศวินธนรัชต์ อายุ 55 ปี เภสัชกรเจ้าของร้าน กล่าวว่า กระแสตอบรับดีมาก ครั้งแรกคิดว่าจะทำไปเพื่อร่วมประท้วงที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว แต่พอทำแล้วนำมาแขวนพบว่าได้รับความสนใจ โดยลูกค้าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดคนเสื้อแดง แต่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นความคิดเห็นต่างทางการเมือง และไม่ส่งผลต่อยอดขายยาแต่อย่างใด โดยครอบครัวของตนไปร่วมประท้วงกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.หลายครั้งแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 ที่ผ่านมา ก็ได้ไปร่วมกลุ่มเดินขบวนบุกทำเนียบรัฐบาลด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:19:50
“สดศรี” ชี้รัฐกู้แสนล้านจำนำข้าวหลังยุบสภาไม่ได้ หากอยู่นอกงบฯ ปี 57
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 17:29 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สดศรี” ชี้รัฐกู้แสนล้านจำนำข้าวหลังยุบสภาไม่ได้ หากอยู่นอกงบฯ ปี 57
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง
 
   
กกต.ชี้รัฐบาลกู้เงินแสนล้านสานต่อโครงการจำนำข้าว หลังมี พ.ร.ฎ.ยุบสภาไม่ได้ หากไม่อยู่ในงบฯ รายจ่ายปี 57 และต้องมาชี้แจง กกต.ก่อน
   
  วันนี้ (11 ธ.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมที่จะกู้เงินกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อสานต่อโครงการรับจำนำข้าวว่า เรื่องนี้คงต้องดูว่าเป็นโครงการต่อเนื่องที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ในเงินงบ ประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 หรือไม่ ซึ่งถ้าโครงการนี้อยู่ในงบประมานรายจ่ายประจำปี 2557 ก็สามารถทำได้ เพราะเป็นโครงการที่ดำเนินการก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา แต่ถ้าโครงการนี้ไม่ได้อยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และเป็นการกู้เงินภายหลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา รัฐบาลต้องมาชี้แจงต่อ กกต.เพื่อให้ กกต.เห็นชอบเสียก่อน มิเช่นนั้นจะกระทำมิได้
   
  ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า การกู้เงินครั้งนี้เป็นการกู้หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาเพื่อเตรียมหาเสียงเ ลือกตั้งนั้น เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่หากมีผู้ร้องมายัง กกต.ว่ามีหลักฐานการกู้เงินภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 นั้น กกต.ก็สามารถเรียกรายละเอียดต่างๆ มาประกอบการพิจารณาได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:20:54
“ประพันธ์” โวยพวกตัดต่อภาพ ยันไม่เคยพูดขวางเลือกตั้งเป็นกบฏ ชี้แค่ผิดอาญา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 15:58 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ประพันธ์” โวยพวกตัดต่อภาพ ยันไม่เคยพูดขวางเลือกตั้งเป็นกบฏ ชี้แค่ผิดอาญา
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง
 
“ประพันธ์” โวยพวกตัดต่อภาพ ยันไม่เคยพูดขวางเลือกตั้งเป็นกบฏ ชี้แค่ผิดอาญา
 
   
กกต.โวยชาวเน็ตปล่อยข้อความเท็จอ้างขวางเลือกตั้งเป็นกบฏ ยันไม่เคยพูด แต่เมินแจ้งจับ ชี้ถ้าขวางไม่ให้ไปโหวตก็ผิดกฎหมายอาญา วอนสองฝ่ายเจรจา
   
  วันนี้ (11 ธ.ค.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง แถลงข่าวชี้แจงกรณีมีการโพสต์ภาพตนเองในโซเชียลมีเดียและไลน์ พร้อมข้อความใต้ภาพระบุว่า “ต้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าใครขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งถือว่าขัดพระบรมราชโองการฯ เท่ากับเป็นกบฏ” ว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเท็จทั้งสิ้น ตนไม่เคยพูดหรือให้ข่าวอะไรในลักษณะนี้ทั้งสิ้น แต่จะไม่ไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ เพียงต้องการแจ้งให้ทราบว่าไม่เคยพูดเช่นนี้ จึงไม่อยากให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และเกิดความสับสน รวมถึงเกรงว่าอาจทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้ลุกลามบานปลายขึ้นไปอีก
   
  “ในฐานะที่เป็น กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแล้ว กกต.ก็ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้ง และหากมีผู้ขัดขวางการจัดการเลือกตั้ง เช่น ขัดขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ก็กำหนดโทษไว้เป็นโทษอาญาเท่านั้น” นายประพันธ์กล่าว
   
  นายประพันธ์ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีกระแสข่าวอยากให้ กกต.ชุดปัจจุบันและว่าที่ กกต.ชุดใหม่ลาออกเพื่อไม่ให้มีการจัดการเลือกตั้ง โดยเห็นว่าเป็นประเด็นของฝ่ายการเมือง กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งเท่านั้น เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาแล้วก็ต้องดำเนินการ แต่ปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้ส่วนตัวอยากให้ฝ่ายรัฐบาลและผู้ชุมนุมได้หันหน้ ามาพูดคุยกันอีกครั้ง
   
  สำหรับภาพที่มีการเผยแพร่นั้น พบว่ามีการลงชื่อนายประพันธ์พร้อมรูป แต่ระบุตำแหน่งว่าเป็นประธานกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ถูกต้อง สะท้อนให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะทำขึ้นเพื่อเผยแพร่เพื่อสร้างสถานการณ์ให ้เกิดความเข้าใจผิด และเป็นไปไม่ได้ที่จะการเผยแพร่จากสำนักงาน กกต.
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:22:03
ว่อนเน็ตคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยราชมังคลาฯ หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันรุนแรง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 13:48 น.  
 
ว่อนเน็ตคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยราชมังคลาฯ หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันรุนแรง
ภาพจากคลิปการปราศรัยของกลุ่ม “เด็กอาชีวะเสื้อแดง” ที่รู้จักกันในหมู่คนเสื้อแดงนาม “ตั้ง อาชีวะ” ความยาวเกือบ 25 นาที ซึ่งมีการปราศรัยข้อความที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2556 ที่เวทีเล็ก สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน
  ASTVผู้จัดการ - พบคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยที่เวทีเล็ก สนามกีฬาราชมังคลาฯ 27 พ.ย. 56 สุ่มเสี่ยงหมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงรุนแรงว่อนสื่อสังคมออนไลน์ หลักฐานชัดคือ “ตั้ง อาชีวะ” ซึ่งขึ้นปราศรัยที่เวทีใหญ่ นปช. ก่อน “ธิดา-จตุพร” จะขึ้นด้วย โดยมี อนุสรณ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แนะนำตัวให้อย่างหรู คลิปมัดอีกเสื้อแดงสะสมอาวุธก่อนเกิดเหตุสลดกับ นศ.ราม
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในโลกอินเทอร์เน็ต รวมถึงมีการเผยแพร่คลิปการปราศรัยของ “เด็กอาชีวะเสื้อแดง” ที่รู้จักกันในหมู่คนเสื้อแดงนาม “ตั้ง อาชีวะ” ความยาวเกือบ 25 นาที ซึ่งมีการปราศรัยข้อความที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง
   
  จากการสืบค้นข้อมูลของผู้สื่อข่าวพบว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวเดิมทีถูกโพสต์ในเว็บไซต www.thaivoice.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวมทีวีออนไลน์ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเป็นการปราศรัยในช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 ณ เวทีเล็ก สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรี ส.ส. และบุคลากรของพรรคเพื่อไทย จำนวนมาก ก่อนที่จะมีการถูกหยิบยกนำมาพูดถึงในเว็บบอร์ด ยูทิวบ์ เฟซบุ๊ก และสื่อสังคมออนไลน์กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในวงกว้าง
 
ว่อนเน็ตคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยราชมังคลาฯ หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันรุนแรง
ภาพคนเสื้อแดงนาม “ตั้ง อาชีวะ” ซึ่งไปขึ้นเวทีใหญ่ นปช. ราชมังคลากีฬาสถานในช่วงค่ำวันเดียวกัน (27 พ.ย.) โดยมีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษาประธานกรรมมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวแนะนำ
   
 
ว่อนเน็ตคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยราชมังคลาฯ หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันรุนแรง
ภาพจากคลิปวิดีโอกลุ่มที่อ้างตัวเองว่าเป็นเด็กอาชีวะเสื้อแดง เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ thaivoice.org ซึ่งมีที่ตั้งเว็บไซต์อยู่ในประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกลับปล่อยให้มีการเผยแพร่คลิปผิดกฎหมาย
  ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ระหว่างที่บุคคลที่คนเสื้อแดงนาม “ตั้ง อาชีวะ” กล่าวปราศรัยก็มีคนเสื้อแดงเดินมามอบเงินให้เป็นระยะๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะระบุว่า ในช่วง 20.00 น.ของวันดังกล่าว (27 พ.ย.) ตนมีคิวที่จะขึ้นเวทีใหญ่ในสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนที่นางธิดา และนายจตุพรจะขึ้นเวที
   
  ซึ่งเมื่อสืบค้นต่อไป ผู้สื่อข่าวก็พบว่าในช่วงเวลา 20.00 น.ของวันที่ 27 พ.ย. ณ เวทีใหญ่ของ นปช. ในสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานก็ปรากฏกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นนักศึกษาอาชีวะขึ้ นเวทีดังกล่าวจริง โดย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ซึ่งในวันดังกล่าวสวมเสื้อแดงเป็นพิธีกรบนเวทีได้กล่าวแนะนำ “ตั้ง อาชีวะ” และกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่เดินถือป้ายแสดงตนขึ้นมาบทเวที
 
ว่อนเน็ตคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยราชมังคลาฯ หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันรุนแรง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ปรึกษาประธานกรรมมาธิการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย พิธีกรบนเวที กล่าวแนะนำกลุ่มนักเรียนอาชีวะเสื้อแดง บนเวที นปช. เมื่อวันที่ 27 พ.ย.
  “น้องๆ นักเรียนอาชีวศึกษา ... ผมจะให้เวลาน้องพูดไปเรื่อยๆ จนกว่าน้องจะหนำใจนะครับ” นายอนุสรณ์กล่าวในเวลา 20.02 น. ก่อนที่ “ตั้ง อาชีวะ” จะเดินขึ้นเวทีพร้อมกับเสื้อสีแดงเลือดหมู ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ผู้สื่อข่าวพบเห็นในคลิปซึ่งพบว่าอาจมีความหมิ่นเหม่ ว่าจะหมิ่นสถาบัน โดยตั้ง อาชีวะ ได้ปราศรัยบนเวที นปช.ใหญ่ประมาณ 25 นาที
   
  ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังพบด้วยว่า ในคลิปวิดีโอที่ “ตั้ง อาชีวะ” ปราศรัยบนเวทีเล็ก ราชมังคลาฯ ในช่วงเย็นของวันที่ 27 พ.ย. 56 พิธีกรบนเวทีนอกจากจะกล่าวแนะนำเด็กอาชีวะเสื้อแดงแล้ว ยังมีการพูดถึงการสะสมอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยว่า “ลูกผู้ชายตัวจริง ไม่ต้องกลัวแม่งหรอกครับ มาเลย เตรียมไว้สปาต้า อีดาบ ถ้าไม่มีเดี๋ยวโกตี๋จัดให้” ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในเวลาต่อมาได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดการรุมทำร้ายและสังหารนักศึกษามหาวิทยา ลัยรามคำแหงตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. ถึง 1 ธ.ค. 56 จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
 
ว่อนเน็ตคลิป “อาชีวะเสื้อแดง” ปราศรัยราชมังคลาฯ หมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันรุนแรง
ในช่วงต้นคลิปยังมีหลักฐานการพูดการสะสมอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดงที่นำมาสู่เ หตุเศร้าสลดคือ การบาดเจ็บและเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงในช่วงปลายเดือน พ.ย. 56 ด้วย
  นอกจากนี้เมื่อสืบค้นไปยังจุดที่ตั้งของเว็บไซต์ thaivoice.org ผู้สื่อข่าวก็พบด้วยว่า ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทยอีกด้วย
   
  คลิป : น้องตั้ง อาชีวะ แดงราชมังคลา 27 11 56 กล่าวโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และมวลชนที่ออกมาต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม-ระบอบทักษิณ บนเวทีใหญ่ นปช. จากเว็บไซต์ Youtube
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 07:22:46
มวลชนสตูลติดป้าย “ศาลากลางประชาชนจังหวัดสตูล” ทับป้ายศาลากลาง (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  11 ธันวาคม 2556 11:11 น.  
 
มวลชนสตูลติดป้าย “ศาลากลางประชาชนจังหวัดสตูล” ทับป้ายศาลากลาง (ชมคลิป)
  สตูล - มวลชนต้านระบอบทักษิณสตูลนำป้ายข้อความ “ศาลากลางประชาชนจังหวัดสตูล” ติดทับป้ายเดิมที่หน้าศาลากลางจังหวัด แสดงออกเชิงสัญลักษณ์อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน พร้อมเรียกร้องนายกรัฐมนตรี และคณะออกจากรัฐบาลรักษาการ ด้านแกนนำ กปท.สตูล แสดงจุดยืนชัดไม่ต้องการตระกูลชินวัตรมาบริหารประเทศ
   
  คืนวานนี้ (10 ธ.ค.) กลุ่มคัดค้านระบอบทักษิณจังหวัดสตูล นำป้ายไวนิลขนาดใหญ่ เขียนว่า “ศาลากลางประชาชนจังหวัดสตูล” ไปติดทับกับป้ายเก่าของศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ขณะนี้ประชาชนชาวจังหวัดสตูล ต้องการทวงคืนอำนาจอธิปไตยและความเป็นประชาธิปไตยของประชาชนกลับคืนมาก และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลาออกจากการทำหน้าที่รักษาการ ซึ่งกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ที่ออกมาร่วมคัดค้านแสดงความคิดเห็นว่าจะไม่มีการอ อกไปเลือกตั้ง หากยังอยู่ในนามรักษาการ
   
  ด้านนายชำนาญ เมฆตรง หนึ่งในแกนนำคณะกรรมการนักเรียนประชาชนประชาธิปไตยต่อต้านระบอบทักษิณ กล่าวว่า การแสดงพลังจุดยืนของชาวสตูล จะรวมตัวในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน จนกว่าว่ารัฐบาลประกาศลาออกจากการรักษาการ ส่วนทางสตูลจะทำกิจกรรมตลอดเพื่อแสดงจุดยืนไม่ต้องการตระกูลชินวัตรมาบริหาร ชาติบ้านเมืองต่อไป ซึ่งล่าสุด ทางกรรมการก็ได้นำป้ายไวนิลไปติดที่ศาลากลางจังหวัดสตูล เดิมจากที่ว่าศาลากลางจังหวัดสตูล เป็นศาลากลางประชาชนจังหวัดสตูล เพื่อให้รู้ว่าได้ยึดพื้นที่ศาลากลางจังหวัดได้ ศาลากลางเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เป็นของใครคนหนึ่ง แม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
   
  ส่วนการรวมตัวก็จะทำคู่ขนานไปกับทางกรุงเทพฯ หากยุติทางกลุ่มมวลชนจังหวัดสตูลก็ยุติ หากยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ก็จะร่วมชุมนุมไปด้วยกัน เพราะประเทศไทยเป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ส่วนการยุบสภา และจะมีการเลือกตั้งใหม่นั้นใครจะไปหรือไม่ไปเลือกตั้งก็เป็นสิทธิของแต่ละค น ทางกลุ่มมิได้บังคับ แต่ทางกลุ่มยังยึดหลักอยู่ว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังคงรักษาการอยู่ก็ไม่รู้ว่าจ ะไปเลือกตั้งเพื่ออะไร เพราะการยุบสภาก็ยังคงมีรัฐบาลตระกูลชินวัตรดูแลอยู่ และหากจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเรื่องการจัดเวทีคู่ขนานกับทางกรุงเทพฯ ก็ต้องประชุมร่วมกับคณะกรรมการก่อน
จากคุณ: Prang โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 19:36:50
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/12/13 เวลา 23:42:08
ตัวอย่างความเสียหายหลังการชุมนุมของ กปปส.
 
สำรวจความเสียหาย ภายใน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็น 1 ใน 29 หน่วยงานภาครัฐภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ หลังถูกผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยึดนาน 9 วัน
 
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/90963.html
จากคุณ: Prang โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 01:03:32

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ได้แถลงแสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์การเมืองไทย โดยหวังว่าการเลือกตั้งจะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมือง ทั้งนี้ฝรั่งเศสสนับสนุนการหาทางออกที่สันติบทหลักการของกฎหมาย และประชาธิปไตย  
 
France is concerned about developments in the political situation in Thailand, which it is closely monitoring.
 
We call for an easing of the current political tensions in view of the forthcoming legislative elections.
 
We encourage Thailand’s political leaders to find a peaceful resolution that fully respects the institutional framework, the rule of law and democratic principles
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 06:56:34
“ลายจุด” ชักเสียว!? ขอโทษ “เต๋า-ส.ว.วันชัย” หลังแชร์ข้อความมั่วในสังคมออนไลน์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ธันวาคม 2556 12:07 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ลายจุด” ชักเสียว!? ขอโทษ “เต๋า-ส.ว.วันชัย” หลังแชร์ข้อความมั่วในสังคมออนไลน์
ข้อความจากเว็บไซต์เฟซบุ๊ก สมบัติ บุญงามอนงค์
 
   
แกนนำวันอาทิตย์สีแดง โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ “เต๋า สมชาย-ทนายวันชัย” หลังแชร์ข้อความมั่วบนทวิตเตอร์ อ้างลบแล้วแต่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ พร้อมแบนตัวเองงดโพสต์ 1 วัน
   
  วานนี้ (11 ธ.ค.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ได้เขียนข้อความผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก สมบัติ บุญงามอนงค์ ระบุว่า หลายวันมานี้ตนผิดพลาดไป 2 ครั้งบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เริ่มตั้งแต่เรื่องเอาภาพที่มีการแชร์กันในออนไลน์ ที่มีการอ้างว่าเป็นคำพูดของ นายสมชาย เข็มกลัด หรือเต๋า นักแสดง ไปแชร์ในเว็บไซต์ทวิตเตอร์แล้วหาที่มาของคำพูดนี้ไม่ได้ วันนี้ (11 ธ.ค.) ตนเอาข้อความของ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา ที่มีการแชร์และพูดถึงเรื่องการจัดการปัญหาการเมืองตอนนี้ด้วยวิธีการกระทืบ  แต่ข้อความมีไม่ครบตรงที่บอกว่า “แต่ผมไม่ทำเช่นนั้น”
   
  นายสมบัติ เขียนว่า หลังโพสต์ทั้งสองเรื่องนี้ประมาณ 2-3 นาที ก็มีคนส่งข้อความมาเตือนว่าข้อความดังกล่าวมีปัญหาขาดความสมบูรณ์ ตนจึงได้ลบข้อความเหล่านั้นออกไป ตนคิดว่าตนไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนี้ได้ และตนจำเป็นที่จะต้องชี้แจงและกล่าวคำ “ขอโทษ” ต่อทั้งนายสมชาย และนายวันชัย มา ณ ที่นี้ และจะหยุดโพสต์ข้อความในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก และ เว็บไซต์ทวิตเตอร์ เป็นเวลา 24 ชม.หลังจากนี้ สำหรับตนแล้วความผิดพลาดเป็นบทเรียนและเป็นสิ่งที่ต้องแสดงความรับผิดชอบและ ตนเสียใจต่อความผิดพลาดนี้
   
  อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นายสมบัติ ได้แชร์ภาพที่มีการตัดต่อว่านายสมชาย ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมจนทำให้นายสมชาย เมื่อทราบข่าวถึงกับไม่พอใจ พร้อมต่อว่าไม่ใช่เพื่อนเล่น ซึ่งล่าสุดนายสมชาย ก็ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าเป็นภาพตัดต่อ มีการพาดพิงที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า ตนอยากจะบอกว่าสิ่งที่กระทำทั้งหมดในโลกนี้คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำม ันก็เท่านั้นเอ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 06:57:55
คุก 13 ปี “เคนจิ” แดงปากน้ำ เปิดเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงฯ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  12 ธันวาคม 2556 13:53 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คุก 13 ปี “เคนจิ” แดงปากน้ำ เปิดเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูงฯ
ภาพจากเฟซบุ๊ก นายกิตติธน แย้มสมัย หรือ เคนจิ
 
   
ศาลอาญาจำคุก 13 ปี 4 เดือน “เคนจิ” เสื้อแดงชาวสมุทรปราการ เปิดเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง แต่รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 ปี 8 เดือน เจ้าตัวระบุไม่อุทธรณ์ เพื่อให้คดีถึงที่สุดและจะขอพระราชทานอภัยโทษ
   
  วันนี้ (12 ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 715 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาหมายเลขดำ อ.4345/2556 ที่พนักงานฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกิตติธน แย้มสมัย หรือเคนจิ อายุ 51 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ อาชีพรับจ้างเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) (3)
   
  คดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2556 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 22 มิ.ย. - 30 ส.ค. 2556 จำเลยได้เขียน พิมพ์ข้อความ ประกอบพระบรมฉายาลักษณ์ ในอันที่จะเป็นการดูหมิ่น และหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ และได้บันทึกข้อความลงในแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์และซีดี นอกจากนี้ จำเลยยังได้เปิดเว็บไซต์เพื่อจะใช้เผยแพร่โดยเมื่อวันที่ 1-2 ส.ค. 2556 จำเลยได้ใช้ชื่อล็อกอินว่า เคนจิ บนเว็บไซต์ที่จำเลยสร้างขึ้น ซึ่งได้มีการเผยแพร่ข้อความดูหมิ่น และหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ และข้อความอื่น โดยในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
   
  ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯ และ กระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีการนำข้อความเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันที่จะกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกฐานพยายามดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ฯเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน และฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ จำคุก 2 กระทงๆ ละ 5 ปี เป็นจำคุก 10 ปีจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสิ้น เป็นเวลา 6 ปี 8เดือน
   
  ภายหลังนายกิตติธนกล่าวว่า ตนไม่ติดใจที่จะยื่นอุทธรณ์สู้คดีอีก เพื่อที่จะให้คดีถึงที่สุดแล้วจะได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ โดยตนถูกคุมขังจะครบ 4 เดือนในปลายเดือน ธ.ค.นี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 06:58:48
ปชป.ข้องใจ พท.ปล่อยอาชีวะแดงหมิ่นสถาบัน บี้จ่ายจำนำข้าว และร่วมวงปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ธันวาคม 2556 13:35 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ปชป.ข้องใจ พท.ปล่อยอาชีวะแดงหมิ่นสถาบัน บี้จ่ายจำนำข้าว และร่วมวงปฏิรูป
ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(แฟ้มภาพ)
 
   
โฆษก ปชป.ลั่นต้องประณามอาชีวะแดงจาบจ้วงสถาบัน ติง รมต.อยู่บนเวทีแดงเพียบกลับปล่อย ข้องใจ พท.ปกป้องสถาบันจริงหรือไม่ บี้นายกฯ จัดการเร่งจับตัวลงโทษ นิ่งถือว่าไม่จงรักภักดี ชี้ยุบสภาแล้ว จำนำข้าวยังค้างจ่าย จี้จะแก้ยังไง ซัดยุบสภาหนีปัญหาแบบ “พี่แม้ว” ยกหลายฝ่ายชี้เลือกตั้งไม่ใช่ทางออก ต้องปฏิรูป บี้ พท.ทำตาม
   
  วันนี้ (12 ธ.ค.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากกรณีที่การเผยแพร่คลิปนักศึกษาอาชีวะขึ้นเวทีคนเสื้อแดงที่สนามรัชมังคลา กีฬาสถาน ซึ่งเป็นเวทีเล็ก ปราศรัยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นาน 20 นาที อย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยระบุว่าเมื่อปราศรัยในเวทีนี้เสร็จจะไปปราศรัยบนเวทีใหญ่ ต่อจากการปราศรัยของนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. คั่นเวลาก่อนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.จะขึ้นปราศรัย ซึ่งในเวทีใหญ่ได้มีรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวต้อนรับนักศึกษาคนนี้อย่างยิ่ง ใหญ่ แต่เมื่อได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่ กลับไม่มีการพูดเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และบนเวทีนี้ก็มีรัฐมนตรีอยู่หลายคน ทั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แต่กลับไม่ห้ามปราม
   
  “เรื่องนี้ถือว่าต้องประณาม และเป็นเรื่องที่ทำให้คนสงสัยว่าคนเสื้อแดงเป็นคนล้มเจ้าหรือไม่ หรือรู้เห็นกับการปราศรัยหรือไม่ ถ้าจะฟ้องผมก็ขอท้าให้ฟ้องเลย จะได้นำคลิปการปราศรัยดังกล่าวไปพิสูจน์ในศาล เพราะที่ผ่านมาเกิดความคลางแคลงใจว่าพรรคเพื่อไทยปกป้องสถาบันจริงหรือไม่ ขอเรียกร้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องเร่งจัดการกับรัฐมนตรีทุกคนที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่ทำจะถือว่ารู้เห็นเป็นใจ และต้องเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนักศึกษาอาชีวะดังกล่าวมาลงโทษ ถ้าไม่ทำถือว่าจงใจให้มีการจัดปราศรัยในเรื่องนี้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้ข้อหาไม่จงรักภักดีติดตัว และประชาชนจะออกมาไล่คนตระกูลชินวัตรให้ออกจากประเทศไทย” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
   
  นายชวนนท์กล่าวต่อว่า แม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะประกาศยุบสภาไปแล้ว แต่ปัญหาจากโครงการรับจำนำข้าวยังมีอยู่ โดยเฉพาะปัญหาที่ชาวนายังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว 1.5 ล้านตัน เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลจะให้ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปกู้เงินเพิ่ม แต่เมื่อยุบสภาไปแล้วก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ให้กับพรรคเพื่อไทย จึงอยากถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินรวมประมาณหลายหมื่นล้านบาทอย่างไร จะให้ชาวนารอจนถึงการเลือกตั้งเสร็จสิ้นในเดือน มี.ค. คงจะไม่ได้ นี่คือปัญหาจากนโยบายประชานิยม
   
  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้หลายฝ่ายกำลังมองว่ากา รเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 จะเกิดขึ้นหรือไม่ และการเลือกตั้งจะเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้จริงหรือไม่ เพราะการยุบสภาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เหมือนกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยหนีปัญหาด้วยการยุบสภามาแล้วเมื่อปี 2548 โดยหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะปรับทัศนคติว่าการเลือกตั้งที่ได้มาซึ่งเสียงข้างม ากไม่มีสิทธิกระทำการเหนือกฎหมายได้ ทั้งนี้ได้มีหลายฝ่ายเสนอทางออกให้กับประเทศ โดยเห็นตรงกันว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทางออก แต่ต้องมีการปฏิรูปประเทศ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ก่อนจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยร่วมเสนอทางออกประเทศ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 16-17 ธ.ค.นี้ โดยจะมีการออกแบบการนำเสนอโครงสร้างปฏิรูปให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อให้ประเ ทศไทยมีทางออกในวันข้างหน้าด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 07:00:09
นักธุรกิจยื่น จม.บี้ “ปึ้ง” นำ “นช.แม้ว” กลับมาลงโทษ วอนนานาประเทศปฏิเสธให้ที่พักพิง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ธันวาคม 2556 13:43 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นักธุรกิจยื่น จม.บี้ “ปึ้ง” นำ “นช.แม้ว” กลับมาลงโทษ วอนนานาประเทศปฏิเสธให้ที่พักพิง
สมเกียรติ หอมละออ (แฟ้มภาพ)
 
   
นักธุรกิจทำจดหมายเปิดผนึกถึง “ปึ้ง” เรียกร้องนำ “นช.แม้ว” กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย พร้อมยื่นจดหมายถึงสถานทูตสหรัฐฯ อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ปฏิเสธให้ที่พักพิงแก่ “ทักษิณ” นักโทษหนีคดีของไทย
   
  วันนี้ (12 ธ.ค.) นายสมเกียรติ หอมละออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย และนายพิชัยลักษณ์ ไชยวงศ์ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อคุณธรรม นำกลุ่มนักธุรกิจไปยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยมีนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ เป็นตัวแทนรับจดหมาย
   
  นอกจากนี้ กลุ่มนักธุรกิจยังเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวต่อ สถานทูตสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ เรียกร้องให้ปฏิเสธการให้ที่พักพิงแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมายังประเทศไทยหากพบว่ามีการเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งหลังจากนี้กลุ่มนักธุรกิจจะเดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสถานทูตของ ประเทศต่างๆ ให้ครบทุกแห่ง
   
  สำหรับจดหมายเปิดผนึกที่กล่มนักธุรกิจยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างป ระเทศมีเนื้อหาดังนี้
   
  “เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามที่รัฐบาลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้ศาลออกหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมาย โดยยังเป็นกระบวนการในชั้นกล่าวหาฝ่ายเดียว และได้มีความพยายามของรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่จะดำเนินการจับกุมนายสุเทพให้ได ้นั้น พวกข้าพเจ้าเห็นว่า การดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปโดยไม่ได้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่ามีความผิดตามกฎหมาย โดยศาลได้ให้โอกาส พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่แล้ว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หนีการจับกุมไปนอกประเทศ และประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาล
   
  ทั้งนี้ การหลบหนีคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ มิใช่เป็นคดีการเมือง แต่เป็นคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลอาญาพิพากษาว่า กระทำการทุจริตคอร์รัปชัน ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับภรรยาซื้อที่ดินจากการประมูลของหน่วยงาน ราชการในราคาถูก อันเป็นความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้กระทำความผิดกฎหมายอีกหลายคดี ทั้งคดีใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ คดีหลบเลี่ยงภาษี และอีกหลายคดีที่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล
   
  สิ่งที่น่าละอายอย่างยิ่ง คือ รัฐบาลได้ครอบงำกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมิได้นำพาที่จะดำเนินการเพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายที่จะนำ ตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาลงโทษ ตรงกันข้าม กลับปกป้องและให้ความคุ้มครอง พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นนักโทษตามคำพิพากษาให้พ้นจากการดำเนินการตามกฎหมาย การกระทำของรัฐบาลนับเป็นการกระทำที่ขัดต่อนิติรัฐ นิติธรรมอย่างร้ายแรง
   
  พวกข้าพเจ้าทั้งหลายจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยกา รสูงสุดปฏิบัติตามกฎหมาย โดยดำเนินการเพื่อให้ได้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาลงโทษ ซึ่งหากดำเนินการดังกล่าวได้ พวกข้าพเจ้าจะดำเนินการนำตัวนายสุเทพฯ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล เพื่อพิจารณาต่อไป”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 07:01:04
“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ลั่นขอเลือกข้าง เข้าใจหากถูกโกรธ-เกลียด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ธันวาคม 2556 19:17 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ลั่นขอเลือกข้าง เข้าใจหากถูกโกรธ-เกลียด
 
“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ลั่นขอเลือกข้าง เข้าใจหากถูกโกรธ-เกลียด
 
“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ลั่นขอเลือกข้าง เข้าใจหากถูกโกรธ-เกลียด
 
“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ลั่นขอเลือกข้าง เข้าใจหากถูกโกรธ-เกลียด
 
   
แร็ปเปอร์ดัง “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” ระบายความรู้สึกหลังถูกแฟนเพจโพสต์ด่าคิดต่างเรื่องการเมือง รับเลือกข้างที่จะทะเลาะกับรัฐบาลไม่สนใครจะโกรธ-เกลียด ลั่นไม่เคยบล็อกคนเห็นต่างนอกจากพวกหมิ่นในหลวง เผยที่ผ่านมาทะเลาะกับพ่อที่เป็นเสื้อแดงประจำ
   
   ถึงกับต้องโพสต์เฟซบุ๊กระบายความคิด-ความรู้สึกกันเลยทีเดียวในส่วนของแร็ปเ ปอร์คนดังอารมณ์ดี “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” (ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) เจ้าของเพลงฮิตที่หลายคนต้องเสียน้ำตาให้อย่าง “ราตรีสวัสดิ์” หลังถูกแฟนเพจหลายคนเข้ามาต่อว่าการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเมืองของ ตนเอง โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่าตนเลือกข้างในการที่จะต่อสู้กับรัฐบาลกับสิ่งที่ตนเองเ ห็นว่าผิด ซึ่งหากใครจะเกลียดตน ไม่ติดตามผลงานของตนก็เป็นสิทธิ์ของอีกฝ่ายที่จะกระทำได้
   
   “มีสมาชิกแฟนเพจผมหลายคนด่าผมเรื่องความคิดต่างเรื่องการเมือง อยากให้ทราบว่าการที่ผมทำอาชีพเป็นแร็ปเปอร์ไม่ได้แปลว่าผมจะหมดสิทธิ์แสดงอ อกว่าผมคิดแบบไหน นอกจากผู้ที่หมิ่นในหลวงแล้ว ผมไม่เคยบล็อกผู้เห็นต่างออกจากแฟนเพจนี้ ทั้งในความเป็นจริงผมแทบจะไม่อยากโพสต์เรื่องการเมืองลงในแฟนเพจหรือทำเพลงเ กี่ยวกับการเมืองด้วยซ้ำ”
   
   “เพราะโพสต์ทีไรคอมเมนต์ก็มีแต่คนเข้ามาด่ากัน และแนวคิดทางการเมืองล้วนเป็นเรื่องส่วนตัว ผมเลือกข้างครับ และผมจะยืนหยัดในสิ่งที่ผมคิด โดยไม่เบียดเบียนใคร ไม่สู้กับใครที่เป็นประชาชน ไม่ทะเลาะ ไม่ดูถูก ผมแค่จะสู้กับรัฐบาลในสิ่งที่ผมเห็นว่ามันผิด สิทธิ์ของทุกคนที่จะเกลียดหรือเลิกติดตามผลงานผม บล็อกผม และมันจะเป็นสิทธิ์ของผมที่จะแสดงออกและทำสิ่งที่เชื่อต่อไป หากวันนี้คุณคิดว่าเราถึงเวลาต้องจากกัน ..ยินดีที่ได้รู้จักครับ Peace up!!”
   
   ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าตัวยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กบอกเล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาตนเองมักจะมีความคิดทะเลาะกับผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นหนึ่งในคนเสื้อแดง อยู่เป็นประจำด้วยความเห็นที่แตกต่าง กระทั่งเกิดเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างนักศึกษารามกับคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม ที่สนามราชมังคลาฯ ในคืนวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั่นเองที่ทำให้ตนเองรู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมา
   
   “พ่อผมเป็นเสื้อแดง เป็นคนที่ผมมักทะเลาะกันประจำในเรื่องการเมือง ความคิดเห็นไม่ตรงกันเลยทำให้เราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ ความบังเอิญก็คือผมดันซื้อห้องให้พ่ออยู่ตรงรามคำแหง 63 ซอยที่อยู่ตรงข้ามสนามราชมังคลาชนิดว่าลากเส้นตรงไปถึงเลย ซื้อไว้ตั้งแต่ประเทศยังไม่มีเสื้อแดงด้วยซ้ำ พ่อผมเลยหลั่นล้ามาก ชุมนุมทีไรก็ใส่เสื้อแดงไปเยิ้วๆ ประจำ สถานการณ์ยิ่งหนักข้อผมยิ่งหักกับพ่อจนไม่ค่อยได้คุยกัน”
   
   “จนเมื่อวานที่หน้ารามเริ่มรบกัน เริ่มมีคนเจ็บ เริ่มมีการเผา เริ่มมีคนตาย เริ่มมีการทำลาย ณ จุดนั้นห้องพ่อผมถือว่าอยู่ตรงกลางสนามรบ พลันใจผมก็ลืมเรื่องสีเสื้อไปหมดสิ้น ผมคิดแต่จะทำยังไงให้เอาพ่อผมออกมาอย่างปลอดภัยแค่นั้นเอง มีการปิดถนน ผมได้แต่บอกพ่อว่าห้ามออกมาเยิ้วเด็ดขาด ไม่ได้ขอในฐานะประชาชนผู้เกลียดทักษิณ แต่ขอร้องในฐานะลูกคนหนึ่ง”
   
   “สุดท้ายเช้านี้พ่อผมก็ออกมาอยู่ห้องผมได้อย่างปลอดภัย ผมได้แต่นั่งคิดว่าเรากำลังมานั่งเกลียดอะไรกันอยู่ วันก่อนผมเกิดอุบัติเหตุเหยียบพื้นไม้ทะลุโดนไม้หนีบ ทุกคนแถวนั้นมาช่วยเอาขาผมออก มีป้าคนนึงบอกว่าเขาทำงานสาธารณสุขมาช่วยปฐมพยาบาล ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าคนพวกนี้เป็นเสื้อแดงผมจะเกลียดพวกเขาหรือเปล่า เราคือครอบครัว เราคือคนไทย ..เราลืมอะไรกันไปหรือเปล่า?”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 07:04:14
“มีชัยดอทคอม” ย้ำ “ปู” ลาออกรักษาการได้ กม.ไม่ห้าม ม.7 เปิดทางหาตำแหน่งว่าง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  12 ธันวาคม 2556 23:37 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“มีชัยดอทคอม” ย้ำ “ปู” ลาออกรักษาการได้ กม.ไม่ห้าม ม.7 เปิดทางหาตำแหน่งว่าง
มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (แฟ้มภาพ)
 
   
อดีต ปธ.วุฒิฯ ไขเจตนารมณ์ รธน.มาตรา 7 ย้ำนายกฯ-คณะรัฐมนตรีรักษาการลาออกได้ไม่มี กม.ห้าม เหน็บที รธน.ระบุชัดคำสั่งศาลผูกพันทุกองค์กร ยังแถลงไม่ยอมรับ พออยากอยู่ในตำแหน่งต่อถึงกับเถรตรงแปลรัฐธรรมนูญ ม.181 ผูกมัดไม่ให้ตัวเองลาออกจากตำแหน่งเชียวหรือ
   
  วันนี้ (12 ธ.ค.) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ตอบคำถามในเว็บไซต์ “มีชัยดอทคอม” เกี่ยวกับข้อสงสัยทางกฎหมายว่า นายกรัฐมนตรีลาออกในระหว่างรักษาการได้หรือไม่ โดยมีรายละเอียดของคำถามและคำตอบดังนี้
   
  “คำถาม - เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 คืออะไร - มาตรา 7 จะใช้ได้เมื่อได้ และขอบเขตการใช้อยู่ที่สถานการณ์ หรือบริบทแบบไหน พระราชดำรัส 25 เม.ย. 2549 จะเป็นบรรทัดฐานของการใช้หรือไม่ใช้ มาตรา 7 ไหม
   
  คำตอบ - มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้สำหรับกรณีที่เกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีบทบัญญัติเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะให้ทำอย่างไร ก็ให้ทำไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข เช่น ในกรณีมีการยุบสภา รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติรองรับไว้ว่า จะต้องทำอย่างไรกันต่อไป กล่าวคือ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งให้อยู่รักษาการต่อไป ก็ต้องรักษาการต่อไป จะไปใช้มาตรา 7 ก็ไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่มีบทบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเกิดตายไป หรือง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเบื่อขี้หน้าเต็มทีไม่อยากอยู่รักษาการต่อไป ลาออกเสียดื้อๆ ก็มีกฎหมายรองรับว่า รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งก็ขึ้นรักษาการต่อไป อย่างนี้ก็นำมาตรา 7 มาใช้บังคับไม่ได้อีก
   
  แต่ถ้านายกรัฐมนตรี ตาย หรือง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเบื่อขี้หน้าขึ้นมาพร้อมๆ กับรัฐมนตรีคนอื่นๆ จนไม่มีใครเหลืออยู่ สภาผู้แทนก็ไม่มีแล้ว เพราะยุบไปแล้ว อย่างนี้ก็จะเห็นได้ว่า ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตราใดบอกไว้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  บ้านเมืองจะต้องมีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องหาทางตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารประเทศให้จงได้ เหลือองค์กรอำนาจอะไร ก็ต้องใช้องค์กรอำนาจนั้นเท่าที่มีอยู่เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้
   
  ที่มีคนบอกว่าในระหว่างรักษาการนั้นลาออกไม่ได้น่ะ น่าจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง
   
  การลาออกเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าไม่อยากอยู่ในตำแหน่งอะไร ก็ไม่มีใครบังคับให้ต้องอยู่ต่อไปได้ ขนาดคนเป็นข้าราชการตำแหน่งเล็กๆ น้อยๆ วันดีคืนดีไม่อยากเป็นข้าราชการต่อไปจะลาออกเสียเมื่อไรก็ได้ อย่างมากที่ทางราชการจะทำได้ ก็คือ การยับยั้ง ซึ่งก็ทำได้เพียงชั่วคราวไม่เกินสามเดือน หลังจากนั้นก็ต้องยอมให้เขาออกไป แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีกฎหมายอะไรบังคับไว้ว่าใครจะยับยั้งได้ บทบัญญัติที่ให้รักษาการกันอยู่ต่อไปน่ะ ใช้เฉพาะกรณีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเท่านั้น ไม่ได้ใช้กับกรณีที่ต่างคนต่างทยอยลาออกหรือล้มหายตายจากไป อย่าว่าแต่เรื่องลาออกเลย ถ้าในระหว่างรักษาการ เกิดมีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งทำทุจริตคิดมิชอบเสียจนรับต่อไปไม่ได้ หรือเกิดเบื่อขี้หน้าขึ้นมานายกฯก็ยังมีอำนาจกราบบังคมทูลเพื่อเอาออกจากตำแ หน่งเสียได้ มิใช่หรือ
   
  ก็ทีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 126 ชัดๆ ว่า “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ” ยังมีรัฐมนตรีออกมาแถลงอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนู ญได้ แล้วพอมาตรา 181 บัญญัติว่า “คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” ถึงกับจะยอมผูกมัดจนแปลไปว่าลาออกก็ไม่ได้ทีเดียวหรือ”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 07:05:00
“สาทิตย์”ปูดข่าว ตร.รวบเสื้อแดงมือยิง นศ.รามฯได้แต่ปิดปากเงียบ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  13 ธันวาคม 2556 00:34 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สาทิตย์”ปูดข่าว ตร.รวบเสื้อแดงมือยิง นศ.รามฯได้แต่ปิดปากเงียบ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.
 
   
“สาทิตย์ วงศ์หนองเตย”ประกาศบนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อผู้ชุมนุมว่า ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิง นศ.รามฯเสียชีวิตได้แล้ว แต่ปิดสื่อ ชี้โยงมีความเกี่ยวข้องเสื้อแดงชุมนุม จี้สื่อตรวจสอบ บช.น.ต้องตรงไปตรงมา!
  เมื่อเวลา 20.50 น.วันที่ 12 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส.ขึ้นปราศรัยบนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่าขณะนี้ได้มีการจับกุมผู้ต้องหายิงนักศึกษารามคำแหงได้แล้ว โดยได้ควบคุมตัวที่ศูนย์สืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) ตรงข้ามโรงพยาบาลสงฆ์ แต่เหตุใดจึงไม่มีการแถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบ เพราะผู้ต้องหาคนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่สนามราชมั งคลากีฬาสถาน
  ดังนั้นจึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ต้องมีความตรงไปตรงมาโดยจะต้องแถลงข่าว นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากมวลมิตรผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลว่าขณะนี้มีความ ผิดปกติมีแผนเคลื่อนย้ายกำลังตำรวจเพิ่มเข้าไปยังบริเวณที่ชุมนุมดังกล่าว ถ้าเป็นเช่นนั้นคงต้องเก็บกระเป๋าใส่รถเพื่อไปช่วยตามแผนปฏิบัติการพระราม 6 –พหลโยธิน
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 20:55:10
ศิษย์เก่าเตรียมทหารแถลงไม่เห็นด้วย“เสธ.อ้าย” หนุน กปปส.ให้รัฐบาลลาออก-ตั้งสภาปชช.
 
วันที่ 13 ธันวาคม ที่โรงแรมเอเทรียม พล.ต.ต.มณเทียร ปะทีปะวณิช เตรียมทหารรุ่น 8 นำกลุ่มนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 7-13 ประมาณ 25 คน อาทิ พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี พล.ต.ต.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ พล.อ.สมชัย สมประสงค์ อดีตนักเรียนเตรียมนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ร่วมแถลงในนามศิษย์เก่าเตรียมทหาร ต่อกรณีที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ในนามศิษย์เก่าเตรียมทหารรุ่น 1-9 โดยสนับสนุนข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเท ศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่เสนอให้รัฐบาลลาออกและให้มีสภาประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1386920504&grpid=00 &catid=&subcatid=
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 21:00:51
กห. ออกโรงเตือน “เสธอ้าย” หยุดดึงสถาบันทหาร เอี่ยวการเมือง
 
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่กระทรวงกลาโหมพ.อ. ธนาธิป  สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึง จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ได้ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคล และกลุ่มเคลื่อนไหว   ทางการเมืองได้นำสถาบันหลักของชาติมากล่าวอ้าง รวมทั้งอาจมีการแอบอ้างชื่อ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ทั้งที่ยังรับราชการ และเกษียณอายุราชการไปแล้ว ทั้งโดยเจตนา หรือได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่า มีส่วนร่วมให้การสนับสนุน ทั้งมีแนวความคิดเช่นเดียวกับกลุ่มบุคคล และกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองของตน เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองนั้น
 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qa3hPVE13TVE9 PQ==&subcatid=
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 21:03:41
พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เปิดเบื้องหลัง ส.ส.ประชาธิปัตย์ลาออก - ลั่นไม่ขอยุ่งกับ "มาร์ค" อีก
 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5qazBNVGczTnc9 PQ==&subcatid=
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/13/13 เวลา 21:04:33
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยัน เลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นไปตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด เลื่อนไม่ได้  
 
http://news.voicetv.co.th/thailand/90993.htmlhttp://news.voicetv.co.th/t hailand/90993.html
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/14/13 เวลา 17:15:09
รอยเตอร์เผย 'อนุพงษ์'-'ประวิตร' หนุนม็อบสุเทพ
 
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุ สองพลเอกนอกราชการ อนุพงษ์ เผ่าจินดา กับประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่เบื้องหลังแกนนำผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล สุเทพ เทือกสุบรรณ
 
http://news.voicetv.co.th/thailand/91122.html
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:27:06
15 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. กลุ่มคณาจารย์แพทย์ ทันตแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์  5 สถาบันคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยขอยแก่น ซึ่งประกอบด้วย ศาสตราจารย์ 59 ราย แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์อีกกว่า 1,051 คน ได้ส่งตัวแทนขึ้นเวทีมวลมหาประชาชน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เพื่ออ่านแถลงการณ์และข้อเรียกร้องต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อหาทางออกและสนับสนุนให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
 
รายงานแจ้งว่า ข้อเสนอดังกล่าวระบุโดยสรุปว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 และประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยไม่ได้จัดให้มีกระบวนการปฏิรูปประเทศให้ล ุล่วงเสียก่อนนั้น ทางเครือข่ายคณาจารย์แพทย์และทันตแพทย์ 5 สถาบัน มีความเห็นว่า รัฐบาลจะไม่สามารถแก้ปัญหาข้อขัดแย้งอันเกิดเนื่องมาจากประชาชนจำนวนมหาศาลอ อกมาต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น และการขาดคุณธรรมจริยธรรมทางการเมืองได้
 
นอกจากนี้ หากปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างประชาชนจำนวนมหาศาลที่ต้องการเห็นการปฏิรูปปร ะเทศให้ชัดเจนก่อนให้มีการเลือกตั้ง กับประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลขยายลุกลามต่อไป อาจก่อให้เกิดความรุนแรงภายในประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และจะนำมาสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อชาติที่ยากจะเยียวยาในที่สุดจึงขอแสดงจุด ยืนและข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลรักษาการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
 
1. ขอสนับสนุนให้มีการปฏิรูปประเทศเพื่อมุ่งเน้นการป้องกันและขจัดการทุจริตคอร ัปชั่น ให้มีการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นและการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ให้เสร็จสิ้นก่อนมีการเลือกตั้ง 2. ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออกจากการรักษาการ เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการปฏิรูป 3. ให้จัดตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่เป็นกลางจากทุกภาคส่วน โดยไม่มีพรรคการเมืองและแกนนำเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อร่างกฎหมายในการปฏิรูปประเทศ
 
4. หลังจากออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อปฏิรูปประเทศไทยแล้ว ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปตามกติกาใหม่ 5. ให้ทุกพรรคการเมืองทำปฏิญญาต่อประชาชนว่า จะปฏิบัติตามแนวทางการปฏิรูปประเทศ จะร่วมกันพัฒนาประเทศ โดยปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น ทำการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นและ การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอย่างจริงจัง และ 6. ให้มีกระบวนการติดตามตรวจสอบในระยะ
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:28:43
วันที่ 13 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เต๋า – สมชาย เข็มกลัด นักร้องนักแสดงชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ค ประกาศหานายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง ที่แอบอ้างนำรูปของตนเองไปโพสต์ พร้อมใส่ข้อความซึ่งเป็นเท็จลงไปในภาพ จนทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง
 
ด้านนายสมบัติ ได้โพสต์เฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “สมบัติ บุญงามอนงค์” กล่าวขอโทษ เต๋า – สมชาย และทนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวขาดความสมบูรณ์ และได้ลบข้อความเหล่านั้นออกไปแล้ว และประกาศว่าจะไม่โพสต์เฟซบุ๊ตและทวิตเตอร์เป็นเวลา 24 ชม.
 
ข้อความที่นายสมบัติ โพสต์บนเฟซบุ๊คส่วนตัว
 
หลายวันมานี้ผมผิดพลาดไป 2 ครั้งบนโลก Social Network
 
เริ่มตั้งแต่เรื่องเอาภาพที่มีการแชร์กันใน Online ที่มีการอ้างว่าเป็นคำพูดของ เต๋า สมชาย เข็มกลัด ไปแชร์ใน Twitter แล้วหาที่มาของคำพูดนี้ไม่ได้
 
วันนี้ผมเอาข้อความของทนายวันชัย สว สรรหา ที่มีการแชร์และพูดถึงเรื่องการจัดการปัญหาการเมืองตอนนี้ด้วยวิธีการกระทืบ  แต่ข้อความมีไม่ครบตรงที่บอกว่า "แต่ผมไม่ทำเช่นนั้น"
 
หลัง Post ทั้งสองเรื่องนี้ประมาณ 2-3 นาทีก็มีคนส่งข้อความมาเตือนว่าข้อความดังกล่าวมีปัญหาขาดความสมบูรณ์ผมจึงไ ด้ลบข้อความเหล่านั้นออกไป
 
ผมคิดว่าผมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนี้ได้ และผมจำเป็นที่จะต้องชี้แจงและกล่าวคำ "ขอโทษ" ต่อทั้งคุณเต๋าและทนายวันชัยมา ณ ที่นี้ครับ
 
และจะหยุด post ข้อความใน Facebook และ Twitter เป็นเวลา 24 ชม หลังจากนี้
 
สำหรับผมแล้วความผิดพลาดเป็นบทเรียนและเป็นสิ่งที่ต้องแสดงความรับผิดชอบและ ผมเสียใจต่อความผิดพลาดนี้
 
สมบัติ บุญงามอนงค์
 
บก.ลายจุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:29:25
อธิการบดี ม.รามฯ ร้องสภาทนาย ศิษย์ถูกการ์ดแดงฆ่า-เจ็บ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  13 ธันวาคม 2556 16:56 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อธิการบดี ม.รามฯ ร้องสภาทนาย ศิษย์ถูกการ์ดแดงฆ่า-เจ็บ
ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีม.รามคําแหง
 
   
อธิการบดี ม.รามฯ ร้องสภาทนายความ ขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย และขอความเป็นธรรมให้ศิษย์ กรณีถูกการ์ดแดงทำร้ายตาย-เจ็บรวม 65 ราย
   
  วันนี้ (13 ธ.ค.) ที่สภาทนายความ ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคําแหง เดินทางเข้าพบนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ และนายนิวัติ แก้วล้วน เลขาธิการสภาทนายความ เพื่อขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย เนื่องในกรณีที่มีการปะทะบริเวณหน้า ม.รามคําแหง ทําให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
   
  ผศ.วุฒิศักดิ์กล่าวว่า ตนเดินทางมาเพื่อมาขอความร่วมมือจากสภาทนายความในเรื่องการให้ความช่วยเหลือ ด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหายทั้งนักศึกษาปัจจุบันและศิษย์เก่า ซึ่งอยู่ในขั้นรวบรวมตัวเลขว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือบ้าง
   
  ด้านนายเดชอุดมกล่าวว่า วันนี้ยินดีที่จะช่วยเหลือ ม.รามคําแหงอย่างเต็มที่ เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ต้องการช่วยเหลือด้านกฎหมายจํานวนประมาณ 65 ราย แบ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยทางสภาทนายจะไม่เข้าไปโดยพลการ แต่จะอยู่ในการความคุมของ ผศ.วุฒิศักดิ์ในฐานะอธิการบดี
   
  นายนิวัติกล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งเรื่องผู้บาดเจ็บ และความเสียหายของมหาวิทยาลัย ทั้ง นี้ในเรื่องของให้ความร่วมมือเกี่ยวกับการหาข้อเท็จจริงและให้ช่วยเหลือในทา งกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจะเป็นผู้เสียหาย ทางเราอาจจะต้องฟ้องเองภายใต้เงื่อนไขทั้งทางคดีแพ่ง คดีอาญาทั่วไป เรื่องที่ต้องระวังคือคนที่โดนหมาย เรียกจากเจ้าหน้าที่เพราะอยู่ใน 2 ส่วน คือ คดีอาญาทั่วไป และคดีอาญาที่มีเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตซึ่งอาจจะพลิกผันให้เป็นผู้ต้องหา หรือเป็นแค่พยานได้ ดังนั้น การให้ถ้อยคําใดๆ อาจเป็นข้อผู้มัดในภายหลัง เพราะฉะนั้นหากจะไปพบพนักงานสอบสวนตนอยากให้มีทนายความไปด้วยและต้องตั้งประ เด็นของคดีตั้งแต่แรก
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:30:08
TDRI เผยไทยถูกหั่นดัชนีคอร์รัปชั่นตกมาที่ 102 หวั่นกระทบ ศก.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  13 ธันวาคม 2556 18:39 น.  
 
  นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ดัชนีคอร์รัปชั่นของประเทศไทยที่ตกต่ำลง จากที่เคยอยู่อันดับ 88 ในปี 55 ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 102 จาก 177 ประเทศ ในปี 56 ถือว่าแย่กว่าประเทศโคลัมเบียที่มีภาพลักษณ์ของดินแดนมาเฟีย มีปัญหาค้ายาเสพติด และต่ำกว่าอีกหลายประเทศในเอเชียที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะส่งผลต่อประเทศหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ โดยเป็นห่วงว่า จะทำให้นักลงทุนไม่มาลงทุน ขณะที่ปัญหาทางการเมืองในปัจจุบันเหตุผลส่วนหนึ่งก็มาจากนักการเมืองมีปัญหา คอร์รัปชั่นด้วย
   สำหรับการลดคอร์รัปชั่นนั้น รัฐควรเลิกผูกขาดทางการค้า เช่น การค้าข้าว นอกจากนี้ ต้องเพิ่มความโปร่งใสโดยการแก้ไขกฎหมายข้อมูลข่าวสารของทางราชการให้เปิดเผย ข้อมูลของรัฐมากขึ้น ส่วนอีกข้อเสนอที่สำคัญคือ แก้กฎหมายให้คดีคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ ซึ่งจะทำให้นักการเมืองซึ่งทำผิดแล้วหนีออกไปต่างประเทศ หวังว่าเมื่อหมดอายุความแล้วจะกลับมาจะได้ทำไม่ได้
   นอกจากนี้ ประเทศไทยควรเข้าเป็นสมาชิกของอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนขององค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีกระบวนการตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัป ชั่นข้ามประเทศได้ หากประเทศไทยเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์กรนี้การทุจริตคอร์รัปชั่นจะทำได้ยากขึ ้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:30:52
ศาลอนุมัติจับ “ตั้ง อาชีวะ” พองขน หมิ่นเบื้องสูงฯกลางเวทีไพร่แดง
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  13 ธันวาคม 2556 20:20 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศาลอนุมัติจับ “ตั้ง อาชีวะ” พองขน หมิ่นเบื้องสูงฯกลางเวทีไพร่แดง
นายเอกภพ เหลือรา หรือ "ตั้ง อาชีวะ"ผู้ต้องหา
 
ศาลอนุมัติจับ “ตั้ง อาชีวะ” พองขน หมิ่นเบื้องสูงฯกลางเวทีไพร่แดง
หมายจับ
 
   
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ “ตั้ง อาชีวะ” อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/279 หมู่ที่ 2 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม.ฐานหมิ่นเบื้องสูงฯ ขณะปราศรัยพองขนบนเวทีราชมังคลากีฬาฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.
   
  วันนี้(13 ธ.ค.)ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นายเอกภพ เหลือรา หรือ "ตั้ง อาชีวะ" อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/279 หมู่ที่ 2 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม. ตามคำร้องของ พ.ต.ท.โกเมน สุภาพ พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีที่นายเอกภพ ปรากฏในคลิปวีดีโอ ขณะปราศรัยบนเวทีเล็กของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการปราศรัยในลักษณะหมิ่นสถาบันอย่างรุนแรง
   
  อย่างไรก็ตามตำรวจได้มีการขอความร่วมมือประชาชน หากผู้ใดพบเห็นคลิปวิดีโอดังกล่าว อย่าเผยแพร่หรือส่งต่อ เนื่องจากจะเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดเช่นเดียวกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:31:44
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  13 ธันวาคม 2556 23:29 น.  
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
  มารดาเหยื่อเผาในรถบัสเหตุปะทะหน้ารามฯ อัด ตร.โยนความผิดให้ลูกชาย เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา ด้านเพื่อนชี้ก่อนตายเป็นการ์ดขึ้นตรวจรถบัส แต่ลงจากรถทั้งหมดแล้ว ก่อนมีความชุลมุนปะทะกันเกิดขึ้น
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงหัวค่ำ วันที่ 13 ธ.ค. บรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เป็นไปอย่างคึกคักต้อนรับวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้เชี่ยวชาญทยอยขึ้นเวทีปราศรัย เนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ในการนี้ได้มี นางนฤมล คำพยัคฆ์ มารดาของนายสุรเดช คำแปงใจ ที่เสียชีวิตภายในรถบัสที่ถูกเผาหน้าสนามราชมังคลากีฬาสถานี จากเหตุการณ์ปะทะกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีร้องขอความเป็นธรรม หลังจากตำรวจกล่าวหาว่าผู้ตายขึ้นไปขโมยของ ว่า ตั้งแต่ไปแจ้งความต่อตำรวจว่าผู้ตายเป็นลูกชายตน ตำรวจทำหน้าที่เพียงแค่สอบปากคำว่าเป็นแม่ลูกกันเท่านั้น หลังจากนั้น ก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย
   
  รู้สึกคับแค้นใจอย่างมากที่ตำรวจทำคดีมักง่าย โยนความผิดให้คนตายที่ไม่มีปากจะพูด ด้วยการแถลงข่าวว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาซึ่งมีลูกชายตนรวมอยู่ด้วยร่วมกันลักทรัพย์บนรถบัสที่ถูก เผา ตนเชื่อว่าลูกตนต้องตายก่อนที่จะโดนไฟไหม้ เพราะถ้าขณะเกิดเหตุยังมีชีวิตอยู่ เขาต้องช่วยเหลือตัวเองหนีออกมาได้ก่อนที่ไฟจะไหม้ถึงท้ายรถ คงไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกไฟไหม้
   
  ด้านนายฉัตรมงคล ปิ่นนาค เพื่อนนายสุรเดช ที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ตนได้ชักชวนกันมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน โดยพวกตนได้ทำหน้าที่เป็นการ์ดอาสา จึงพากันเข้าไปในรถบัสเพื่อไปตรวจสอบภายในรถ ซึ่งทุกคนที่ขึ้นไปได้ลงมาจากรถทั้งหมดเมื่อบ่าย 3 ไม่มีใครตกค้างภายในรถบัส ซึ่งหลังจากลงมาก็มีความชุลมุนมีการปะทะกัน พวกตนจึงต่างคนต่างหนี และอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
แม่เหยื่อเผาหน้ารามฯ ขึ้นเวที คปท.ซัด ตร.โยนบาป เชื่อลูกตายก่อนโดนเผา
   
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 กรุงเทพโพลล์ เผยปชช.ส่วนใหญ่ชี้ไทยจำเป็นต้องปฏิรูปการเมือง
 ดุสิตโพล เผยส่วนใหญ่หนุนองค์กรอิสระ จัดเวทีแก้ขัดแย้ง แต่ไม่แน่ใจทำสำเร็จ
 “ภราดร” เชื่อ กปปส.รู้ข้อมูลวงปาหี่รัฐแม้ไม่ร่วม เย้ยม็อบคนลด อาสาช่วยให้มีเลือกตั้ง
 “นิติธร” เตือนยกพลบุกสถานทูตสหรัฐฯ-ทัพบก หากยังหลับตาอุ้ม รบ.
 “ดร.เสรี” แนะผ่าวังวนการเมือง ยาแรง กม.เลือกตั้ง ปลดแอก ขรก.-ตร.ชั้นผู้น้อย
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:32:51
โพลสำรวจพบประชาชนส่วนใหญ่ระบุฟรีทีวีไม่เป็นกลางในการรายงานข่าว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  14 ธันวาคม 2556 10:50 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
โพลสำรวจพบประชาชนส่วนใหญ่ระบุฟรีทีวีไม่เป็นกลางในการรายงานข่าว
 
   
นิด้าโพล สำรวจความเห็นประชาชน พบส่วนใหญ่เห็นว่าฟรีทีวีไม่เป็นกลางในการรายงานข่าว ชี้ภาพรวมช่อง 7 มีความเป็นกลางมากสุด รองลงมาคือ ช่อง 3 เชื่อเกิดจากการปรับเปลี่ยนแนวทาง หลังผู้ชุมนุมมวลมหาประชาชนเคลื่อนขบวนขอพื้นที่นำเสนอข่าว
   
  ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความเป็นกลางของสื่อฟรีทีวีในการรายงานข่าว” สำรวจระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค. จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพ เกี่ยวกับความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวการเมืองในช่วงที่ผ่านมาของสื่อฟรีทีว ีช่องต่างๆ
   
  ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นกลางในการรายงานข่าวของสื่อฟรีทีวี ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และ Thai PBS พบว่า ประชาชน ร้อยละ 38.13 เชื่อว่า ไม่เป็นกลางในการรายงานข่าว ขณะที่ ร้อยละ 38.05 เชื่อว่า รายงานข่าวอย่างเป็นกลาง และร้อยละ 23.82 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
   
  ส่วนความคิดเห็นต่อช่องฟรีทีวีที่มีความเป็นกลางในการรายงานข่าวมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 22.06 ระบุว่า เป็นช่อง 7 รองลงมาร้อยละ 16.39 ระบุว่า เป็นช่อง 3 ร้อยละ 13.75 ระบุว่า เป็นช่อง Thai PBS ร้อยละ 12.15 ระบุว่า ไม่มีช่องใดที่รายงานข่าวอย่างเป็นกลาง ร้อยละ 9.35 ระบุว่า รายงานข่าวอย่างเป็นกลางทุกๆ ช่อง ร้อยละ 2.96 ระบุว่า เป็นช่อง 9 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็นช่อง 5 ร้อยละ 1.20 ระบุว่า เป็นช่อง 11 และร้อยละ 19.82 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
   
  ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการสำรวจในครั้งนี้เพิ่มเติมว่า จากความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่องความเป็นกลางกับไม่เป็นกลางของข่าวฟรีทีวีนั้น คะแนนที่ออกมาใกล้เคียง และก้ำกึ่งกันมาก ถึงแม้ความเชื่อว่าไม่เป็นกลางจะสูงกว่า แต่ไม่ถึงกับมีนัยสำคัญ เพราะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสดงว่าข้อถกเถียงเรื่องรายงานข่าวฟรีทีวีมีปัญหายังไม่เด่นชัดอย่างที่บางฝ ่ายเป็นกังวลกัน
   
  ส่วนในประเด็นความเป็นกลางของฟรีทีวีทั้งหมด ประชาชนทั่วประเทศเชื่อว่าช่อง 7 และช่อง 3 รายงานข่าวอย่างเป็นกลางมากที่สุด ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการเปลี่ยนนโยบาย และปรับแนวทางการทำงาน ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมมวลมหาประชาชนร้องขอพื้นที่ข่าว พร้อมเคลื่อนขบวนมาเยี่ยมถึงสถานี ขณะเดียวกัน ทั้ง 2 ช่องยังมีอิสระ และยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีผู้ติดตามชมเป็นประจำมากอยู่แล้ว ขณะที่อันดับ 3 คือ Thai PBS แม้จะมีผู้ชมทั่วประเทศไม่มากเท่า แต่ผลสำรวจความเป็นกลางถือว่าสูงพอสมควร ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับสื่อฟรีทีวีที่เหลือ คือ ช่อง 9 ช่อง 5 ช่อง 11 ซึ่งบริหารงานโดยรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:36:36
เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สู่วันที่ 7 แล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  14 ธันวาคม 2556 11:20 น.  
 
 
   
 
เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สู่วันที่ 7 แล้ว
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สู่วันที่ 7 แล้ว
 
เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สู่วันที่ 7 แล้ว
 
เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สู่วันที่ 7 แล้ว
 
เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สู่วันที่ 7 แล้ว
 
   
ยะลา - เวทีคู่ขนาน กปปส.ยะลา ยังปักหลักชุมนุมต่อต้านรัฐบาลหน้าศาลากลางจังหวัดยะลาต่อเนื่อง แม้มวลชนจะบางตา พร้อมทั้งการให้ความสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม จากพ่อค้าประชาชนในจังหวัดยะลา
   
  คืนวานนี้ (13 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ จ.ยะลา โดยในช่วงค่ำกลุ่มเครือข่าย กปปส.จ.ยะลา ยังคงปักหลักชุมนุมติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องที่บริเวณถนนวง เวียนศาลหลักเมือง หน้าศาลากลางจังหวัดยะลา แม้ว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาร่วมจำนวนบางตาประมาณ 200 กว่าคน แต่ ก็ยังยืนหยัดที่จะชุมนุมต่อไป เพื่อเป็นเวทีคู่ขนานกับการชุมนุมที่ราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร
   
  ทั้งนี้ การปักหลักชุมนุมของกลุ่มมวลชน จ.ยะลา ถือเป็นวันที่ 7 แล้ว หลังจากที่ได้มีการชุมนุมกันมาตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่า มวลชนยังมีเป้าประสงค์ที่จะให้มีการจัดตั้งเวทีคู่ขนานไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจะประสบผลสำเร็จ
   
  อย่างไรก็ตาม ในทุกวันที่ชุมนุมจะได้รับการสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่ม จากพ่อค้า ประชาชนในจังหวัดยะลา เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับประทาน อีกทั้งมีการเปิดเวทีให้ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นจากนักวิชาการ ข้าราชการที่เกษียณ และประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารราชการของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
   
  โดยล่าสุด จากการสอบถามแกนนำผู้ชุมนุมก็ทราบว่า จะยังคงมีการปักหลักชุมนุมกันต่อไปอีกเพื่อเป็นเวทีคู่ขนาน และเพื่อให้ประชาชนได้ออกมาร่วมกันแสดงพลังของการรักชาติบ้านเมือง และแสดงอารยะต่อต้านรัฐบาลระบอบทักษิณ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:37:44
ปชป.โชว์หลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างเอกชนล็อบบี้มะกันตั้งฐานทัพในไทย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  14 ธันวาคม 2556 16:05 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ปชป.โชว์หลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างเอกชนล็อบบี้มะกันตั้งฐานทัพในไทย
ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต (แฟ้มภาพ)
 
ปชป.โชว์หลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างเอกชนล็อบบี้มะกันตั้งฐานทัพในไทย
เอกสารที่ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีฯ ได้ว่าจ้างบริษัท Davenport Mckesson Corporation เพื่อทำการล็อบบี้ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เห็นชอบการเข้ามาตั้งฐานทัพอากาศนาวี(Naval Air Defense Base)ในไทย (จากเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ http://www.fara.gov/docs/6199-Exhibit-AB-20131122-1.pdf)
 
ปชป.โชว์หลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างเอกชนล็อบบี้มะกันตั้งฐานทัพในไทย
 
ปชป.โชว์หลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างเอกชนล็อบบี้มะกันตั้งฐานทัพในไทย
 
ปชป.โชว์หลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างเอกชนล็อบบี้มะกันตั้งฐานทัพในไทย
 
   
โฆษก ปชป. งัดหลักฐานมัด “รัฐบาลปู” จ้างบริษัทเอกชนล็อบบี้สหรัฐฯ ให้มาตั้งฐานทัพเรือในไทย ชี้นอกจากจะกระทำการขัดรัฐธรรมนูญแล้ว ยังใช้อำนาจที่มีอยู่เอาอธิปไตยของไทยไปเร่ให้ต่างชาติอย่างน่าละอาย และยังจะชักศึกเข้าบ้านอีก เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายพรรคดำเนินการ “องอาจ” เฉ่งรัฐบาลไม่จริงใจ แค่ปาหี่ปฏิรูปประเทศ
   
  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศของไทย ออกมาแถลงปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ว่าจ้างบริษัท ดาเวนพอร์ต แมคเคสสัน ให้ล็อบบี้สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เพื่อให้สร้างฐานทัพเรือของสหรัฐฯ และศูนย์การจำหน่ายสินค้าในประเทศไทยว่า ตนได้หลักฐานมาจากเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ที่ได้เผยแพร่เอกสารของบริษัทดังกล่าว ที่ระบุยืนยันว่า บริษัท แมคเคสสัน ได้รับการว่าจ้างจากไทย เป็นเงินเบื้องต้น 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 6 แสนบาท ให้ทำหน้าที่วิ่งล็อบบี้ ในสภาสูงของสหรัฐฯ เพื่อขอให้ดำเนินการสร้างฐานทัพเรือ
   
  ทั้งนี้ เอกสาระบุอ้างว่า ประเทศไทยต้องการให้สหรัฐฯ เข้ามาสร้างฐานทัพเรือเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน และทะเลจีนใต้ ซึ่งไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าจริง เท่ากับรัฐบาลไทยดำเนินการลับหลัง มุบมิบ เอาอธิปไตยของชาติไปเร่ให้ต่างชาติมาตั้งฐานทัพในไทย ซึ่งผิด และขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะเรื่องใหญ่เช่นนี้ ต้องเอาเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา การจะยกอธิปไตยส่วนหนึ่งเพื่อใช้ตั้งฐานทัพเรือสหรัฐฯ จะทำให้ไทยเกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์จีน และสหรัฐฯ แน่นอน เพราะทั้ง 2 ชาติมหาอำนาจกำลังแผ่ขยายอิทธิพลในแถบทะเลจีนใต้ และส่งผลต่อดุลยภาพ และสันติภาพของภูมิภาคนี้
   
  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้ากรณีนี้ไม่เป็นความจริง จากเหตุที่บริษัทดังกล่าวแอบอ้างหรือไม่มีตัวตนจริง ประเทศไทยในฐานะผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบต่อการกระทำนี้ โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ จะต้องทำหนังสือประท้วงทางการสหรัฐฯ และกระทรวงยุติธรรม สหรัฐฯ เพื่อให้ยุติการเผยแพร่ข่าวสารเท็จนี้ และต้องแจ้งความเอาผิดต่อบริษัทดังกล่าว ที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย ที่สำคัญสุ่มเสี่ยงต่อดุลยภาพ และสันติภาพของภูมิภาคทะเลจีนใต้ ที่อ้างชื่อไทยเป็นตัวเชื่อม พร้อมกันนั้น ต้องออกหนังสือเชิญเอกอัครราชทูตของกลุ่มอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงจีน และสหรัฐฯ มารับฟังชี้แจง
   
  แต่หากกรณีนี้เป็นเรื่องจริง พรรคได้ให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อรัฐบาลนี้ กระทรวง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะผิด ม.190 ชัดเจน และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และนายสุรพงษ์ ยุติการทัวร์แอ่วเหนือ กลับมาทำหน้าที่รักษาการ ทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของชาติ ดีกว่านั่งในตำแหน่ง โดยไร้ประโยชน์
   
  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตประธาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมอบหมายให้ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจัดเวทีปฏิรูปเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) ว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ยังยืนกรานที่จะยึดแนวทางของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว หลังจากรัฐบาลนี้ลุอำนาจที่จะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล้างผิดคนโกง จนเป็นที่มาของการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง แม้นายกฯ จะยุบสภา เพื่อต้องการฟอกตัว ฟอกเท็จ จากสิ่งทำเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง เพราะเชื่อมั่นว่าจะหวนกลับสู่อำนาจได้อีกครั้ง โดยใช้กลไกในระบอบประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ก็เป็นเพียงการซื้อเวลาที่รอการระเบิดจริง
   
  นายองอาจ กล่าวว่า การที่นายกฯ ระบุว่าจะเอาอะไรก็เอา ขอให้บอกมา พร้อมเปิดเวทีหาทางออก ในวันที่ 15 ธ.ค. แต่ตัวเองกลับไม่แสดงความจริงใจเข้าร่วม ก็เป็นพฤติกรรมที่ชี้ชัดว่า ใส่ใจแค่การรับฟัง แต่ไม่ได้นำไปปฏิบัติในทิศทางที่ปฏิบัติได้จริง จึงเป็นเพียงการสร้างภาพผ่านสื่อฯ ที่ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ไม่จ้องปฏิรูปบ้านเมือง แต่เดินหน้าสู่การเลือกตั้งเท่านั้น ทั้งที่องค์กรภาคธุรกิจ ภาคเอกชน คณาจารย์ในวงการศึกษา ผู้รู้ และประชาชนเจ้าของประเทศ ต่างต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศก่อน
   
  ดังนั้น การจัดเวทีของรัฐบาล วันที่ 15 ธ.ค.นี้ จึงเป็นเพียงการปาหี่รอบใหม่ หลังจากที่จัดปาหี่มารอบหนึ่งแล้ว ในคณะกรรมการที่มี นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นประธานสภาปฏิรูป ที่วันนี้กลายเป็นเพียงคลื่นกระทบฝั่ง โดยไร้บทสรุปใดๆ ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เข้าร่วม เพราะไม่ต้องการเป็นตรายางประทับความชอบธรรมให้รัฐบาลเท่านั้น
   
  นายองอาจ ยืนยันว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า เราได้เสนอแนวทางการปฏิรูปมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันยังเสนออยู่ แต่ในทางตรงข้ามรัฐบาลพยายามสร้างภาพในการปฏิรูป ทั้งๆ ที่อันที่จริงมีโอกาส ทำได้มากกว่าภาคส่วนอื่น แต่รัฐบาลกลับไม่เอาจริงเอาจัง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา วันนี้ รัฐบาลกลับจะมาพูดเรื่องปฏิรูป จึงทำให้ประชาชนแสดงออกถึงความไม่เชื่อใจที่จะเข้าร่วมกับรัฐบาล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:38:40
จวก “ยิ่งลักษณ์” เกาะชื่อ “หมอประเวศ” อ้างคำพูดสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง แต่พูดความจริงด้านเดียว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  14 ธันวาคม 2556 12:18 น.  
 
จวก “ยิ่งลักษณ์” เกาะชื่อ “หมอประเวศ” อ้างคำพูดสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง แต่พูดความจริงด้านเดียว
(แฟ้มภาพ)
  “หมอชูชัย” จวก “ยิ่งลักษณ์” เกาะชื่อเสียง “หมอประเวศ” ยกคำพูดมากล่าวอ้างหวังสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง โดยพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว ไม่พูดความจริงทั้งหมดที่หมอประเวศเขียนบทความชื่อ “จากคัดค้านนิรโทษกรรม สู่การสร้างพลังพลเมืองเปลี่ยนแปลงประเทศ” พร้อมยัน “หมอประเวศ” จะไม่พูดอะไรที่ลดทอนพลังมวลมหาประชาชนและยุติ รวมทั้งจะไม่ออกมาพูดหรือเขียนอะไรเพราะไม่ต้องการถูกนำไปแอบอ้าง
   
  นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า การที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า “..ช่วงเวลานี้การเมืองควรจะมีการปฏิรูป แต่วิธีการจะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายยอมรับเรื่องการปฏิรูป โดยตนเห็นด้วยกับคำพูดของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่ระบุว่าสังคมไทยเรายังมีความเหลื่อมล้ำ ต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ใช่เปลี่ยนรัฐบาล และไม่ใช่การทะเลาะกัน แต่ต้องหันหน้าพูดคุยกัน..” นั้น เป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะในบทความชื่อ จากคัดค้านนิรโทษกรรม สู่การสร้างพลังพลเมืองเปลี่ยนแปลงประเทศ ที่ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี เขียน ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน มีข้อเสนอ 5 ข้อ โดยในข้อ 5 ได้เสนอว่าไม่ควรมุ่งล้มรัฐบาล แต่มีข้อตกลงร่วมกัน อย่างไรก็ตามข้อตกลงร่วมกัน 4 ข้อนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับไปดำเนินการแม้แต่ข้อเดียว เช่น รัฐบาลสัญญาว่าจะป้องกันปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และยินดีให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้ามาตรวจสอบ เป็นต้น
   
  นายแพทย์ชูชัย กล่าวต่อไปว่า หลังจากวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี ส.ว.ว่าไม่เคารพหลักนิติธรรม อีกทั้งการไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ จนถึงปรากฏการณ์มวลมหาประชาชนเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน และต่อเนื่องมาถึงปรากฏการณ์เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่พลเมืองหลายล้านคนทั่วประเทศออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และระบอบท ักษิณ อย่างไรก็ตาม อาจารย์หมอประเวศ วะสี ได้กล่าวแก่ตนและนายพิภพ ธงไชย กรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ภาคประชาสังคม นอกพื้นที่ ว่าจะไม่ออกมาให้สัมภาษณ์หรือเขียนบทความที่อาจถูกนำไปอ้างเพื่อลดทอนพลังกา รเคลื่อนไหวของประชาชน ดังนั้น คำกล่าวอ้างของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และไม่คำนึงถึงบริบท ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้เกียรตินำหนังสือของนายแพทย์ประเวศ วะสี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปที่เสนอสรุปผลมติสมัชชาปฏิรูปครั้งที่สอ ง 6 มติเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบหรือพิจารณา แต่มาบัดนี้กลับมาอ้างราษฎรอาวุโสว่าอย่าเปลี่ยนรัฐบาลและเชิญชวนให้ทุกฝ่าย ยอมรับการปฏิรูปและหันมาร่วมมือกันปฏิรูป
   
  “..ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังผลักดันให้คนที่มีปัญหาด้านสติปัญญา มีปัญหาด้านการรับรู้ สามารถพูดจาโกหกหลอกลวงประชาชนได้ตลอดเวลาโดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ ผมถือว่าคนคนนั้นได้กระทำการหยาบคายต่อแผ่นดินถิ่นเกิดเป็นที่ยิ่ง” นายแพทย์ชูชัย กล่าวทิ้งท้าย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 07:39:41
ชมรมนักธุรกิจ ปชต.หนุนปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง เสนอตั้งศาลสื่อมวลชน จี้โชว์หนี้ประชานิยม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  15 ธันวาคม 2556 15:42 น.  
 
ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์สนับสนุนปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง แก้ไขโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรมและการป้องกันการทุจริต เสนอจัดตั้ง “ศาลสื่อมวลชน” บังคับพรรคการเมืองเสนอภาระหนี้โครงการต่างๆ การหาเสียงเลือกตั้งต้องแสดงจุดยืนการปฏิบัติหน้าที่ ส่ง “ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” อย่างโปร่งใส พร้อมจี้หยุดนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสร้างความขัดแย้งอีก
   
  วันนี้ (15 ธ.ค.) ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย สีลมสีเขียว ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 12 ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย สีลมสีเขียว ซึ่งแถลงการณ์ในเรื่อง ร่วมสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง “ก่อน” การเลือกตั้ง โดยระบุว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ประเทศไทยจะได้ผ่านการปฏิรูปทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังมีกระบวนการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสร้างความเสียหายให้กับประเทศ จนเป็นเหตุมวลมหาประชาชนได้ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองกันมากมายทั่วประเท ศ
   
  ชมรมนักธุรกิจจึงขอแถลงจุดยืนสนับสนุนให้สังคมไทยได้นำปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศนั้น มาหาทางออกเป็นรูปธรรม โดยมีการปฏิรูปเพิ่มเติมในบางประเด็นดังต่อไปนี้
   
  1. โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีการกระจายอำนาจโดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการแบ่งสรรงบประมาณให้เป็นอำนาจของจังหวัด ให้มีการกระจายอำนาจโดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการแบ่งสรรงบประมาณให้เป็นอำนาจของจังหวัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการกระจายสิทธิ และกระจายอำนาจสำหรับจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยอาจกำหนดให้แต่ละจังหวัดมีอำนาจการจัดการงบประมาณจากส่วนหนึ่งของภาษีต่า งๆ ที่เก็บได้ในจังหวัดนั้น และอีกส่วนจากบางส่วนของภาษีส่วนกลาง แบ่งสรรตามจำนวนประชากรในแต่ละจังหวัด
   
  2. กระบวนการยุติธรรมและการป้องกันการทุจริตเพื่อแก้ไขการทำผิดกฎหมายแบบนอมินี  การกระทำทุจริต และการทำผิดกฎหมายที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายกับประเทศชาติอย่างมากมายหลา ยกรณี โดยการใช้ตัวแทนหรือนอมินี (Nominee) ในการกระทำแทน เช่น การซุกหุ้น การบริหารราชการผ่านผู้นำหุ่นเชิด กระบวนการทุจริตจำนำข้าว การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพื่อครอบครัวผู้นำ เป็นต้น
   
  3. ศาลสื่อมวลชน ในช่วงการเลือกตั้ง การเผยแพร่ “ข้อมูลเท็จ” และ “ความเท็จ” ผ่านสื่อสารมวลชนที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุของความแตกแยกในหมู่พี่น้องปวงชนชาวไทย เพราะ “ความจริง” ย่อมมีหนึ่งเดียว แต่ “ความเท็จนั้น” แล้วแต่จะแต่งขึ้น และเมื่อผ่านสื่อย่อมสร้างความแตกแยกในแผ่นดิน เพียงคดีหมิ่นประมาท ไม่อาจเยียวยาความแตกแยกในสังคมได้ จึงควรมีกระบวนการเร่งวินิจฉัย ให้โอกาสผู้เสียหายตอบโต้
   
  3.1. หากศาลตัดสินว่า ข้อมูลที่นำเสนอเป็นความจริงอยู่แล้ว ก็ไม่มีโทษ
   
  3.2. หากศาลตัดสินว่า ข้อมูลที่เสนอเป็นความเท็จ และทำให้เกิดความเสียหาย สื่อสารมวลชนนั้น จะต้องมีการนำข้อเท็จจริงกลับไปเผยแพร่เพื่อแก้ไขข้อมูลเท็จนั้นๆ ผ่านสื่อนั้นๆ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อความจริงที่ถูกต้อง หากสื่อมวลชนนั้นไม่ปฏิบัติ ก็ให้ยุติการออกอากาศหรือการเผยแพร่ของสื่อมวลชนนั้นต่อไป โดยทุกฝ่ายอาจยื่นต่อศาลได้ ทั้งจากพรรคการเมือง หน่วยงานราชการ หรือภาคประชาชน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเผยแพร่ของสื่อสารมวลชนนั้น
   
  4. การเปิดเผยงบประมาณที่จะต้องใช้รองรับนโยบายต่างๆ เพื่อควบคุมกำกับไม่ให้พรรคการเมืองหาเสียงโดยไม่รับผิดชอบต่อการสร้างภาระห นี้ให้กับประชาชนและลูกหลาน พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอภาระหนี้จากการขาดดุลงบประมาณ จากโครงการต่างๆ รวมกัน และระบุในการหาเสียงด้วย โดยรัฐบาลจะไม่สามารถก่อหนี้ได้ เกินกว่าที่ได้เปิดเผยไว้ตอนหาเสียง เว้นแต่มีสถานการณ์พิเศษ ซึ่งเห็นชอบโดยรัฐสภา และไม่มีคำสั่งยับยั้งโดยศาลปกครอง
   
  5. การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องแสดงความจริงใจในการบริหารงานผ่านรัฐสภา พรรคการเมืองจะต้องแสดงจุดยืนถึงการปฏิบัติหน้าที่ต่อรัฐสภา เช่น แนวทางการตอบกระทู้ของผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านแนวทางการออกกฎหมาย และการรับฟังความเห็นต่างในการออกกฎหมาย การรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภา เป็นต้น
   
  6. การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องเสนอ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” ในระบอบประชาธิปไตย ในอารยประเทศทั่วโลก ผู้บริหารราชการแผ่นดิน เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติและมีอำนาจระดับสูงสุดในการบริหารราชการ จะมีการแข่งขันวิสัยทัศน์ที่โปร่งใส เพื่อแสดงนโยบาย และตอบข้อซักถาม แต่ละพรรคการเมืองจึงควรส่ง “ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” อย่างโปร่งใส โดยอาจเลือกผู้จัดรายการจากแต่ละฝ่ายร่วมกันก็ได้ และเพื่อเป็นการได้ “ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” หากพรรคการเมืองใดส่ง “ผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” โดยมีเสียงของผู้แทนในสภาผู้แทนต่ำกว่า 1 ใน 10 จะมีผลให้ตำแหน่ง ส.ส.ของพรรคนั้นเป็นโมฆะ
   
  7. แก้ปัญหา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ อันเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้งในสังคมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จะต้องมีการทำให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ นี้ไม่สามารถกลับมาสร้างปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมได้อีก เช่น รัฐบาลยอมรับความจริงว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้ จะมีผลในการจัดสรร หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน อันเข้าข่ายเป็น พ.ร.บ.การเงิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 143(2) ซึ่งนายกฯ จะต้องรับรอง และให้นายกฯ ลงนามไม่รับรอง เพื่อให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้ตกไปเสียก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่
   
  หากครอบครัวชินวัตรยังไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลว่าผิดจริง คดีทุจริตจนถูกยึดทรัพย์ และมีเจตนาเรียกร้องความเป็นธรรม ขอให้แสดงหลักฐานและเหตุผลโต้แย้งต่อคำพิพากษาซึ่งได้รวมถึงคำให้การที่ครอบ ครัวชินวัตรได้เคยให้ต่อศาลไว้แล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อครอบครัวและยุติความขัดแย้งในสังคม
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 13:56:01
จับนักโทษเด็ดขาด ร่วมม็อบกบฏได้แล้ว พบมีคดีข่มขืน ฆ่าคนตายพ่วงเป็นแถว
 
13 ธันวาคม 2556 go6TV -  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ภายหลังผู้ชุมนุมออกจากกระทรวงการคลัง จากการตรวจสอบพื้นที่กรมบัญชีกลาง เจ้าหน้าที่พบเอกสารตกอยู่ชิ้นหนึ่ง คาดว่าเป็นของผู้ชุมนุม โดยเป็นหนังสือสำคัญปล่อยตัวผู้ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก ออกโดยทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช วันที่ 4 พ.ย. 2556 ระบุว่า นายศรชัย อนงค์ อายุ 24 ปี นักโทษเด็ดขาดชั้นดีมากเป็นจำเลยความผิดต่อชีวิต พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ลหุโทษ 3 คดี ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 2 ปี นับแต่วันที่ 14 มี.ค. 2555 ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 1 ครั้ง เหลือโทษ 1 ปี 9 เดือน
 
http://www.go6tv.com/2013/12/blog-post_9864.html
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/16/13 เวลา 16:52:06
จับทหารทัพฟ้า-ทัพบก รวม5 นาย พกอาวุธในพื้นที่มั่นคงที่แยกประดิพัทธ์ คาดเป็นการ์ดกปปส.
 
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม    มีรายงานจาก บก.น.2 กรณีเหตุที่ต้องรายงานด่วนแจ้งถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงภายในบช.น.ว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.บางซื่อ ร่วมกันตั้งด่านบริเวณที่เกิดเหตุจุดตั้งด่านความมั่นคงแยกประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ได้ทำการตรวจค้นระหว่างที่ขับรถจยย.เข้ามาบริเวณด่านมั่นคงดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ พ.จ.อ.พิชิตพล เจริญใจ อายุ 28 ปี สังกัดทหารอากาศ ส.ต.อัศราณุวัฒน์ ตรีรัตน์ศักดิ์ อายุ 33 ปี สังกัดทหารบก จ.อ.ต.เหนือขวัญเกล้า หินแก้ว อายุ 22 ปี สังกัดทหารอากาศ  พบอาวุธปืนบาเรตต้า ขนาด 9 มม. 3 กระบอก ซองกระสุน 7 ชิ้น พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. รวม 78 นัด
 
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1387014390&grpid=&a mp;catid=19&subcatid=1905
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/17/13 เวลา 16:37:07
นิวยอร์กไทมส์ชี้ 'ม็อบเสียงข้างน้อย' ในไทย ต้านประชาธิปไตย
 
นิวยอร์กไทมส์เสนอบทวิเคราะห์ ชี้กลุ่มผู้ชุมนุมในกรุงเทพเรียกร้องให้ประชาธิปไตยเดินถอยหลัง ไม่เอาเลือกตั้ง ปฏิเสธหลักการหนึ่งคน หนึ่งเสียง
 
บทวิเคราะห์ ชื่อ "In Thailand, Standing Up for Less Democracy" เขียนโดย Thomas Fuller ระบุว่า ขณะที่ทั่วโลกเกิดขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย เช่น ปรากฏการณ์อาหรับสปริง, การปฏิวัติสีส้มในยูเครน และการปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์ในเมียนมาร์ ในประเทศไทย ผู้ประท้วงกลับลุกฮือเรียกร้องให้ลดทอนความเป็นประชาธิปไตย
 
http://news.voicetv.co.th/thailand/91336.html
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 06:56:16
คปท.บุกทวงคืนธงชาติ ตร.แอบเก็บจากรั้วทำเนียบ แกนนำขู่ฟ้องลักทรัพย์
 ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  16 ธันวาคม 2556 14:16 น.  
 
คปท.บุกทวงคืนธงชาติ ตร.แอบเก็บจากรั้วทำเนียบ แกนนำขู่ฟ้องลักทรัพย์
  คปท.บุก สน.ดุสิต ทวงคืนธงชาติไทย หลังตำรวจแอบปลดไปจากรั้วทำเนียบโดยพลการ ด้าน ตร.คืนให้แล้ว 1 ผืน ยังเหลืออีก 7 ผืน แกนนำ คปท.ลั่นต้องคืนให้ครบภายใน 2 วัน ไม่เช่นนั้นเจอฟ้องลักทรัพย์
   
   
 
   
  เช้าวันนี้ (16 ธ.ค.) ผู้ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ประมาณ 100 คน ได้เดินทางไปที่ สน.ดุสิต เพื่อทวงคืนธงชาติไทยที่ตำรวจได้ปลดออกจากรั้วรอบทำเนียบรัฐบาล ซึ่งปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ได้คืนให้ 1 ผืน จาก 7 ผืนที่ตำรวจปลดเอาไป โดยแกนนำได้ยื่นคำขาดให้ตำรวจคืนธงชาติที่เหลือให้ครบภายใน 2 วัน ไม่เช่นนั้นจะฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 06:57:02
กทม.แจงส่งเทศกิจเข้า ม.รามฯ ช่วย นศ.-ไม่ใช่สไนเปอร์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  16 ธันวาคม 2556 15:46 น.  
 
  นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และโฆษกประจำตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีในสื่อออนไลน์ปรากฏภาพที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยระบุว่า นายไพโรจน์ จันทรรอด หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตพระโขนง ได้รับมือสไนเปอร์ออกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามข้อเท็จจริง 30 พฤศจิกายนนั้น เป็นการประชุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และในช่วงเย็นเกิดเหตุความไม่สงบขึ้น จนกระทั่งในวันที่ 1 ธันวาคม มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งติดอยู่ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทางกรุงเทพมหานครจึงได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อนำนักศึกษาทั้งหม ดออกมา แต่ในขณะเดียวกันมีผู้ถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่พร้อมกับบิดเบือนข้อมูล ซึ่งภาพที่เห็นเครื่องมือดังกล่าวนั้น ความจริงเป็นเครื่องวิทยุสื่อสารที่ใช้ในการประสานงาน ไม่ใช่สไนเปอร์แต่อย่างใด
   ทั้งนี้ นายวสันต์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบสื่อออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือใส่ร้ายผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งนอกจากเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครจะโดนใส่ร้ายแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารก็ถูกใส่ร้ายด้วยเช่นกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 06:57:58
เสื้อแดงเชียงใหม่กร่างจัด บุก “มช. -ร.ร.เรยีนา”กดดันห้ามเป่านกหวีด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  16 ธันวาคม 2556 18:22 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เสื้อแดงเชียงใหม่กร่างจัด บุก “มช. -ร.ร.เรยีนา”กดดันห้ามเป่านกหวีด
ขอบคุณภาพจาก facebook "คนเชียงใหม่รักในหลวง"
 
เสื้อแดงเชียงใหม่กร่างจัด บุก “มช. -ร.ร.เรยีนา”กดดันห้ามเป่านกหวีด
ภาพศิษย์เก่าของโรงเรียนที่ร่วมเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.56 ที่ผ่านมา แต่มีการนำไปอ้างอิงว่าเป็นกลุ่มครูและผู้ปกครองของโรงเรียน ที่ร่วมกันเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.56
 
เสื้อแดงเชียงใหม่กร่างจัด บุก “มช. -ร.ร.เรยีนา”กดดันห้ามเป่านกหวีด
หลังกลุ่มคนเสื้อแดงบุกโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัยแล้ว ได้พากันมากดดันผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
เสื้อแดงเชียงใหม่กร่างจัด บุก “มช. -ร.ร.เรยีนา”กดดันห้ามเป่านกหวีด
 
เสื้อแดงเชียงใหม่กร่างจัด บุก “มช. -ร.ร.เรยีนา”กดดันห้ามเป่านกหวีด
นายอภิชาติ อินสอน และนายภูมิใจ ไชยา เข้ายื่นหนังสือต่อรองศาสตราจารย์ธีรภัทร วรรณฤมล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
   
เชียงใหม่ - กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ใหญ่คับฟ้า รวมตัวบุกถึงหน้าโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กดดันห้ามเป่านกหวีดต่อต้านรัฐบาล หลังพบมีครูอาจารย์-บุคลากรเข้าร่วมชุมนุมต้านรัฐบาล จี้ มช.แสดงจุดยืนหลังยอมให้ม็อบต้านรัฐบาลใช้สถานที่พร้อมถามแนวทางจัดการผู้ชุ มนุมที่แอบอ้างชื่อสถาบัน
   
  บ่ายวันนี้ (16 ธ.ค.) กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ที่ประกาศตัวเป็นกลุ่มมวลมหาประชาชนเชียงใหม่ นำโดยดีเจอ้วน หรือนายอภิชาต อินสอน และนายภูมิใจ ไชยา ได้รวมตัวกันที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ อ่านแถลงการณ์กรณีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง และใช้ชื่อสถาบันเผยแพร่ข้อความต่อต้านรัฐบาล และขับไล่นายกรัฐมนตรีผ่านโซเชียลมีเดีย
   
  ทั้งนี้ จะยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการโรงเรียน และอธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ กรณีปล่อยปละละเลยให้บุคลากรในสังกัดออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งหากอธิการบดีของสถานศึกษาต้องการแสดงออกทางการเมืองก็ควรลาออกไปสมัครเป ็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะดีกว่า ไม่ควรเป็นเหมือนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่สร้างกระแสเกลียดชังระหว่างกันขึ้น และให้หยุดนำสถาบันการศึกษาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง
   
  นอกจากนี้ ทางกลุ่มขอยืนยันสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และขอให้เข้าสู่ระบบเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
   
  หลังจากรวมตัวที่ประตูท่าแพแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดง ได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย เพื่อเรียกร้องให้ทางโรงเรียนตรวจสอบกรณีที่มีอาจารย์และบุคลากรของโรงเรียน ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะต่อต้านรัฐบาล จากนั้นจึงเดินทางต่อมายังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อยื่นหนังสือดังกล่าว โดยกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสถาบันการศึกษาทั้งสองแห่งมีจ ำนวนไม่มากนัก
   
  โดยนายอภิชาติ อินสอน หรือดีเจอ้วน และนายภูมิใจ ไชยา หรือดีเจต้อม ได้เข้ายื่นหนังสือต่อรองศาสตราจารย์ธีรภัทร วรรณฤมล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
   
  ในหนังสือมีข้อเรียกร้องต่อทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งประกอบด้วย ขอให้มีการตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาจารย์ บุคลากร นักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย ที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะสนับสนุนกลุ่ม กปปส.ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นแกนนำ ขอทราบเหตุผลที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยอมให้กลุ่มดังกล่าวเข้ามาใช้สถานที่จั ดการชุมนุม ขอให้ระบุผู้ที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดกับภาพลักษณ์ของมหาวิทย าลัย กับมาตรการที่จะดำเนินการกับบุคลากรในหน่วยงาน และขอทราบแนวทางการปฏิบัติของมหาวิทยาลัยต่อเรื่องบทบาททางการเมืองในอนาคต
   
  สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มมวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลได้จัดการชุมนุมขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยอาศ ัยพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการจัดการชุมนุม ก่อนที่ในวันที่ 9 ธ.ค. จะมีการจัดการชุมนุมใหญ่ขึ้นที่บริเวณศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยในการชุมนุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมชุมนุมกว่า 3,000 คน และมีผู้ชุมนุมบางส่วนซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มศิษย์เก่าจากโรงเรียนเรยีนาเชลีว ิทยาลัยได้เข้าร่วมการชุมนุมด้วย ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องให้สถาบันการศึกษาทั้งสองแห่งชี้แจงจุดย ืนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในครั้งนี้
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 ชาวไร่ข้าวโพดฮือจี้รัฐช่วย ผู้ว่าฯ ลำปางโยนบาป กปปส.ยึดคลัง ทำเบิกเงินไม่ได้
 รถตู้ นร.ชนรถพ่วงกลางถนนพิษณุโลก ครู-นร.เจ็บระนาว
 ระทึก! ไฟไหม้โรงเรียนแม่แจ่มวอด-จนท.ต้องย้ายเด็กเล็กหนีตายวุ่น
 คน “ปากน้ำโพ” ประกาศตั้ง กปปส.จังหวัดฯ-เดินหน้าล้างระบอบแม้ว
 ห้ามหมด! เก๋ง-ปิกอัพ หมดสิทธิ์ขึ้น “ดอยสุเทพ” ช่วงปีใหม่ บีบขึ้นสี่ล้อแดง-รถตู้แทน
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 06:58:59
ดร.เจษฎ์” ชี้ ม.187 ออก พ.ร.ฎ.ใหม่เลื่อนวันเลือกตั้งได้-เสนอ “โหวตโน” สั่งสอนนักการเมืองชั่ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  16 ธันวาคม 2556 18:20 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ดร.เจษฎ์” ชี้ ม.187 ออก พ.ร.ฎ.ใหม่เลื่อนวันเลือกตั้งได้-เสนอ “โหวตโน” สั่งสอนนักการเมืองชั่ว
รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม
 
   
นักวิชาการ ม.สยาม เผยหนุนเลือกตั้ง แต่เห็นควรใช้มาตรา 187 เลื่อนวันเลือกตั้งได้โดยไม่ขัดกับมาตรา 108 โดยรัฐบาลออก พ.ร.ฎ.แก้แค่อารัมภบทหลายภาคส่วนห่วงใยอาจก่อให้เกิดปัญหา ขณะเดียวกันชี้ช่องประชาชน “โหวตโน” สั่งสอนนักการเมืองที่ไม่เหมาะสมได้ แต่ประชาชนต้องสามัคคีอย่างจริงจัง
   
  วันนี้ (16 ธ.ค.) เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา ได้สัมภาษณ์ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม ถึงกรณีที่มีการถกเถียงกันในสังคมว่าควรจะปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ว่า ตนสนับสนุนการเลือกตั้งแต่ เห็นว่าควรต้องขยายกรอบเวลาโดยใช้มาตรา 187 ตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้ประชาชนแสดงพลังสามัคคี สั่งสอนนักการเมืองด้วยการเข้าคูหากากบาทเลือกช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน หรือโหวตโน ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็นกระบวนการคัดสรร ให้ได้มาซึ่งคนที่ประชาชนเห็นว่าเหมาะสมจริงๆ ทั้งนี้ วิธีดังกล่าวจะเกิดประโยชน์และทำได้จริง ต่อเมื่อประชาชนรวมพลัง รณรงค์อย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการพลิกขั้ว เทคะแนนให้พรรคคู่แข่ง ดังนั้น สังคมควรมีการรณรงค์เรื่องอำนาจในคูหา เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์ของการแสดงเจตจำนงผ่านการกากบาทช่องไม่ประสงค์จ ะลงคะแนนอย่างแพร่หลาย จริงจัง
   
  “ทำอย่างไร คนในสังคมที่เห็นตรงกันจะร่วมกันผสานพลัง สามัคคีกัน ไปเข้าคูหากาช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน ทำอย่างไรประชาชนจะรณรงค์และสามัคคีกันอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้คือชัยชนะหน้าหนึ่งในทางการเมืองของประชาชนแล้วที่มีภาคประชาชนอ อกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง ต่อต้านรัฐบาล ไม่ว่ากลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือ กปปส.เหล่านี้คือชัยชนะหน้าหนึ่งของประชาชนที่มีอำนาจเหนือนักการเมืองหรือร ัฐบาล แต่ชัยชนะขั้นต่อไปคือ ทำอย่างไรที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องกรีธาทัพออกไป แต่ทำให้ 1 นาที ในคูหาเลือกตั้ง สามารถแสดงพลังเขี่ยนักการเมืองที่ไม่เหมาะสมออกไปได้เลย ทำให้ช่อง “ไม่ประสงค์จะลงคะแนน” เขี่ยนักการเมืองได้ใน 1 นาที เพื่อบอกให้พรรคการเมืองเหล่านั้น รู้ว่าคนที่ส่งมาไม่มีใครใช้ได้เลย” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
   
  รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ถ้าพรรคการเมืองเขาเจอแบบนี้ทั้ง 300 เขต 3 หน นี่ เขาต้องคิดหนักแล้ว ว่าจะต้องส่งคนที่ประชาชนต้องการจริงๆ และ 3,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการเลือกตั้งนี้ ไม่สูญเปล่า เพราะในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เงินเหล่านั้นเข้ามาหมุนเวียนในระบบ เกิดการจ้างงาน สร้างงาน เขาต้องเอาไปทำป้าย ไปเดินสาย มันก็กลับมาสู่ในด้านการสร้างงาน สินค้า และผลิตภัณฑ์ และที่นักการเมืองเขาเข้ามา เขามาเอามาจากประชาชนไปเป็นหมื่นๆ ล้านแล้ว
   
  “ดังนั้นประชาชนอย่าโดนหลอกว่า การไม่ประสงค์จะลงคะแนน ไม่มีความหมาย เพียงแต่ประชาชนต้องสามัคคีกันให้มาก ไม่เช่นนั้นคะแนนจะพลิกขั้วไปอีกฝ่าย ดังนั้น ประชาชนแต่ละเขตต้องประชุมหารือกัน หากต้องการคนที่จะทำเพื่อประชาชนจริงๆ” นักวิชาการรายนี้ระบุ
   
  รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวด้วยว่าในต่างประเทศจะมีการประชุมกลุ่มคะแนนเสียง เมื่อประชาชนต้องการจะเปลี่ยนแปลงนักการเมืองและพรรคการเมือง
   
  “ในหลายประเทศเกิดสิ่งที่เรียกว่าการประชุมของกลุ่มคะแนนเสียงแต่ละเขต เช่น เขตใหญ่ มีเขตย่อย 10 เขต ก็รวมพลังสามัคคีกัน ว่าจะไปกากบาทช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน ในกรณีปรกติ คือถ้าประชาธิปไตยเราเข้มแข็ง เราก็ไปเข้าคูหาปรกติ แต่ถ้าในกรณีที่เราต้องการล้มนักการเมือง ให้นักการเมืองถูกรื้อไปหมด ประชาชนก็ต้องสามัคคีกัน ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่อีก เราก็พร้อมจะเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะใช้เวลา 1 นาที นี้ให้มีอำนาจ แสดงให้นักการเมืองเห็นว่าอำนาจอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง แล้วเราไม่จำเป็นต้องเคลื่อนออกไปไหนเลย เพราะนักการเมืองจะเรียนรู้ว่าจะส่งคนเลอะๆ เทอะๆ มาไม่ได้ นี่คือ 1 นาทีที่มีพลัง เปรียบเหมือนใช้เวลาเพียง 1 นาทีแต่นักการเมืองตายหมดเลย” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
   
  ทั้งนี้ กรณีวันเลือกตั้งที่ถูกกำหนดว่าเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่าในความเห็นตนควรขยายกรอบเวลาโดยใช้มาตรา 187 ตามรัฐธรรมนูญ
   
  “พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งอ้างมาตรา 108 กับ 187 ที่บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎห มาย” ซึ่งขณะนี้ มาตรา 108 เขาทำไปแล้ว คือ ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน แต่หากเวลาน้อยแล้วยังเกิดปัญหา ยังมีหลายสิ่งที่ต้องแก้ไข ผมว่าเราสามารถใช้มาตรา 187 เพื่อขยายกรอบเวลาออกไปได้ ไม่เช่นนั้น หากเลือกตั้งกลับมาแล้วก็อาจเป็นปัญหา ซึ่งการใช้มาตรา 187 นั้น สามารถขยับกรอบเวลาที่เหมาะสมได้และไม่ขัดกับมาตรา 108” รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุ
   
  สำหรับรายละเอียดของการขยายกรอบเวลาการเลือกตั้ง รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า “รัฐบาลต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งก็เขียนคล้ายๆ กันกับพระราชกฤษฎีกาที่รัฐบาลเขียนไว้ตอนยุบสภา แต่ในรายละเอียดของการเลื่อนระยะเวลาการเลือกตั้งนั้น เมื่อตราออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกา รัฐบาลต้องแก้ไขในส่วนที่เป็นอารัมภบท โดยต้องเขียนอธิบายว่าหลายภาคส่วนในสังคม เห็นตรงกันว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 อาจจะก่อให้เกิดปัญหา จึงต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น เพื่อเลื่อนวันเลือกตั้ง ส่วนจะเลื่อนเป็นวันไหนก็ตกลงกันว่าเมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสม เมื่อตราเป็นพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งแล้ว จากนั้นก็ตั้งเป็นมาตรา 1 มาตรา 2 มาตรา 3 ตามปกติ”
   
  รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวด้วยว่า ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ในการเลื่อนกรอบระยะเวลาและทูลเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาก็คือรัฐบาล “การขยายกรอบเวลาต้องไปแก้ในส่วนอรัมภบท ว่าตามที่ได้มีการทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกาฯ ตามมาตรา 108 และ 187 นั้น การณ์กลายเป็นว่าหลายภาคส่วนในสังคมขณะนี้ แสดงความห่วงใยว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ อาจก่อให้เกิดปัญหา หากเสนอไปตามช่องทางนี้ เป็นสิ่งที่ทำได้” รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:00:11
ฮิวแมนไรท์วอชต์จวก DSI อ้างเอกสารคดี “ทนายสมชาย” หายระหว่างชุมนุม-เชื่อหวังปกปิดความจริงรัฐอุ้มฆ่า
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  17 ธันวาคม 2556 04:30 น.  
 
ฮิวแมนไรท์วอชต์จวก DSI อ้างเอกสารคดี “ทนายสมชาย” หายระหว่างชุมนุม-เชื่อหวังปกปิดความจริงรัฐอุ้มฆ่า
  รอยเตอร์ส - สื่อต่างประเทศตีข่าวฮิวแมนไรท์วอชต์ และครอบครัวทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่หายสาบสูญไปเมื่อ 1 ทศวรรษก่อน ตำหนิรัฐบาลไทยต่อความพยายามปกปิดครั้งใหม่ในคดีทนาย “สมชาย นีละไพจิตร” หลังอ้างเอกสารหายบางส่่วนระหว่างผู้ชุมนุมบุกยึดสำนักงานดีเอสไอ ทว่า ในคดีอื่นกลับไม่ได้รับความเสียหาย หรือถูกขโมยไปแม้แต่น้อย สับเละเป็นข้ออ้างที่ไร้ความน่าเชื่อถือสิ้นดี
   
  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานองค์กรฮิวแมนไรท์วอชต์ เผยว่า กรมสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ของกระทรวงยุติธรรม บอกแก่ผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่า เอกสารคดีทนายสมชาย นีละไพจิตร ได้สูญหายไป หลังจากผู้ชุมนุมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลบุกเข้าไปยังกองบัญชาการของดีเอสไอ และได้ทำลายตู้เก็บเอกสารไป 1 ตู้
   
  อย่างไรก็ตาม ในถ้อยแถลงที่ใช้หัวเรื่องว่า “New Cover-Up in Lawyer’s ‘Disappearance (การปกปิดครั้งใหม่ต่อการหายไปของทนาย)” ฮิวแมนไรท์วอชต์ อ้างคำพูดของดีเอสไอระบุว่า ไม่มีเอกสารคดีอื่นๆ ซึ่งถูกเก็บไว้ในโซนรักษาความปลอดภัยสูงสุดเดียวกันได้รับความเสียหาย และสูญหายไปแม้แต่น้อย ขณะที่ทางแกนนำผู้ประท้วงก็ปฏิเสธไม่เคยเข้าไปยังห้องเก็บเอกสาร และขโมยเอกสารใดๆ
   
  ในรายงานของรอยเตอร์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2004 นายสมชาย ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนมุสลิมคนดัง ถูกชายฉกรรจ์ 5 คน ซึ่งมีการกล่าวหาว่าเป็นตำรวจ ลักพาตัวจากบนถนนที่พลุกพล่านสายหนึ่งของกรุงเทพฯ ขึ้นรถเก๋งสีดำ จากนั้นก็ไม่มีพบเห็นเขาอีกเลย และก็ไม่เคยพบศพของเขาอีกด้วย ในเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อยู่ในอำนาจ
   
  รอยเตอร์ระบุว่า เหล่านักเคลื่อนไหวเชื่อว่าการหายไปของทนายสมชาย ซึ่งสันนิษฐานว่าคงถูกฆาตกรรมแล้ว น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่เขาเป็นทนายแก้ต่างแก่ชาวมุสลิม 5 คน ที่ถูกจับกุมตามหลังเหตุการณ์นักรบทางภาคใต้ บุกปล้นคลังอาวุธแห่งหนึ่งในเดือนมกราคม 2004 ปฏิบัติการจู่โจมที่เป็นสัญลักษณ์การคืนชีพของพวกกบฏแบ่งแยกดินแดน
   
  แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า “คำกล่าวอ้างของดีเอสไอว่าเอกสารคดีของสมชายหายไปเพราะผู้ประท้วงต่อต้านรัฐ บาลขาดความน่าเชื่อถือสิ้นดี นี่เป็นอีกหนึ่งหลักฐานอันชัดเจนที่บ่งชี้ว่า การได้รับละเว้นโทษแผ่ลามไปถึงกองกำลังตำรวจไทย ซึ่งมันกัดเซาะการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และหลักนิติรัฐ”
   
  รายงานข่าวของรอยเตอร์บอกว่า ครอบครัวของทนายสมชาย กังวลว่าดีเอสไอจะใช้การหายไปของเอกสารเป็นข้ออ้างสำหรับการหยุดสืบสวนคดี ซึ่งทางองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์หลายต่อหลายครั้งต ่อความล้มเหลวในการสืบค้นระบุตัวผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของทนายสมชาย โดยแม้เหล่านายกรัฐมนตรีของประเทศคนก่อนๆ ได้ออกมายอมรับว่า บางทีอาจมีตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่คดีนี้ก็ยังไม่ได้รับการสะสาง
   
  รอยเตอร์ระบุว่า คดีนี้มีการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่กองกำลังด้านความมั่นคงจำนวนหนึ่ง โดย พ.ต.ต.เงิน ทองสุก ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี เมื่อปี 2006 ฐานใช้กำลังประทุษร้ายทนายสมชาย ส่วนตำรวจอีก 4 นาย ที่ถููกกล่าวหาได้รับการชำระคดีเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในปี 2011 ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษายกฟ้อง ด้วยวินิจฉัยว่าพยานและหลักฐานยังไม่สามารถสรุปได้
   
  ทั้งนี้ พ.ต.ต.เงิน ได้รับการประกันตัวในศาลชั้นต้น และหายตัวไปหลังจากนั้น โดยทางครอบครัวบอกว่าเขาหายสาบสูญไปกับเหตุดินถล่มตั้งแต่ปี 2008 แล้ว
   
  นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของนายสมชาย และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุุษยชนบอกแก่รอยเตอร์ว่า ดีเอสไอ ไม่เคยแจ้งต่อครอบครัวเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวเลย และเธอได้ยินเรื่องนี้จากปากของผู้สื่อข่าว “มันบ้ามาก มีเพียงแค่เอกสารคดีทนายสมชายเท่านั้นที่ถูกขโมย ส่วนคดีอื่นๆ ยังอยู่ ฉันจะขอเข้าพบรัฐมนตรียุติธรรมภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง และร้องขอความรับผิดชอบจากพวกเขา”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:01:42
กปปส.ตรังเดินหน้าค้านทุกรูปแบบเลือกตั้ง 2 ก.พ.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  17 ธันวาคม 2556 10:48 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.ตรังเดินหน้าค้านทุกรูปแบบเลือกตั้ง 2 ก.พ.
 
   
ตรัง - แกนนำ กปปส.ตรัง ระบุพร้อมต่อต้านการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ทุกรูปแบบ และยังคงเปิดเวทีปราศรัยคู่ขนานกับส่วนกลางต่อไป จนกว่าจะมีการประกาศชัยชนะ
   
  วันนี้ (17 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ว่า ล่าสุด กปปส.ตรัง ได้มีการกระชับเวทีปราศรัยคืนถนนพระราม 6 ซึ่งอยู่หน้าศาลากลาง เพื่อให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ หลังจากที่มีการปิดเส้นทางดังกล่าวมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว โดยยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน ประมาณ 10 นาย ได้เข้ามาประจำการรักษาความปลอดภัยที่บริเวณประตูเข้าศาลากลางเหมือนเดิม
   
  นายปรีดิ์ปราโมทย์ เลิศวราภัชร แกนนำ กปปส.ตรัง ระบุว่า ในช่วงนี้อาจจะมีพลังมวลชนมาร่วมชุมนุมกันน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องไปประกอบอาชีพกรีดยางพารา แต่ตนขอยืนยันว่า แม้จะไม่มีผู้มาฟังการปราศรัยเลยก็ยังคงเปิดเวทีต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ขณะเดียวกัน ก็ยังคงมีการมารวมตัวหน้าศาลากลางเพื่อทำกิจกรรมกันต่อไปจนกว่า กปปส.ที่เวทีราชดำเนิน จะยุติการชุมนุม และประสบความสำเร็จ
   
  นายปรีดิ์ปราโมทย์ กล่าวถึงการจัดตั้งคณะกรรมการ กปปส.ตรัง ว่า ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา ยังไม่ประกาศว่าใครเป็นคณะกรรมการตำแหน่งใด และล่าสุด ตนได้นำรายชื่อ กปปส.ตรัง ไปมอบให้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่เวทีราชดำเนิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในวันที่ กปปส.ส่วนกลางสามารถเอาชัยชนะต่อรัฐบาลได้ ก็จะเปิดให้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่
   
  ส่วนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ขณะที่ กปปส. เห็นว่าควรจะเลื่อนออกไปก่อนนั้น ตนเองในฐานะแกนนำ กปปส.ตรัง เห็นว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงนี้ ดังนั้น ตราบใดก็ตามหากยังไม่มีการปฏิรูปการเมืองไทย กลุ่ม กปปส.ตรัง จะมีการต่อต้านในทุกรูปแบบ เพราะเห็นว่าเลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังมีการทุจริต หรือคอร์รัปชันกันเหมือนเดิม
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:02:37
นศ.รามฯ ขีดเส้น ตร.จับมือปืนการ์ดแดง-แม่เหยื่อเชื่อลูกตายก่อนถูกเผา (ชมคลิป)
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  17 ธันวาคม 2556 15:00 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นศ.รามฯ ขีดเส้น ตร.จับมือปืนการ์ดแดง-แม่เหยื่อเชื่อลูกตายก่อนถูกเผา (ชมคลิป)
นายอนิวัฒน์ นาคเป้า แกนนำนศ.รามฯ
 
นศ.รามฯ ขีดเส้น ตร.จับมือปืนการ์ดแดง-แม่เหยื่อเชื่อลูกตายก่อนถูกเผา (ชมคลิป)
ญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตรวมทั้งชาวบ้านย่านรามคำแหงกว่า 100 คน จี้ถามความคืบหน้าคดี
 
นศ.รามฯ ขีดเส้น ตร.จับมือปืนการ์ดแดง-แม่เหยื่อเชื่อลูกตายก่อนถูกเผา (ชมคลิป)
เวทีปราศรัยชั่คราว
 
นศ.รามฯ ขีดเส้น ตร.จับมือปืนการ์ดแดง-แม่เหยื่อเชื่อลูกตายก่อนถูกเผา (ชมคลิป)
นางนฤมล คำพยัคฆ์ นายพิมรา คำแปงใจ แม่พ่อเหยื่อที่ถูกเผาบนรถบัสเสื้อแดง
 
   
นศ.รามคำแหง ชุมนุมขีดเส้น สน.หัวหมาก รับผิดชอบคดีถูกการ์ดเสื้อแดงล้อมฆ่าภายใน 7 วัน พร้อมยกระดับการชุมนุมอีกครั้ง ชี้่เสื้อแดงเผารถทัวร์เพื่อสร้างสถานการณ์คืนเกิดเหตุ แม่เหยื่อถูกเผาบนรถทัวร์วอนขอความเป็นธรรม ยันลูกไม่ใช่หัวขโมย จี้สอบอาจถูกฆ่าก่อนเผารถเพื่ออำพรางคดี
   
   
 
   
  วันนี้ (17 ธ.ค.) ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งชาวบ้านย่านรามคำแหงกว่า 100 คน ได้นัดรวมกลุ่มเดินทางไปยัง สน.หัวหมาก เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์ความรับผิดชอบกรณีกลุ่มนักศึกษาและชาวบ้านถูกกลุ่ มคนเสื้อแดงทำร้ายและล้อมยิงจนบาดเจ็บและเสียชีวิต
   
  โดยนายอนิวัฒน์ นาคเป้า อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ อ่านแถลงการณ์ว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงที่นัดชุมนุมกันที่สนามรา ชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยทำร้ายและใช้มีดกรีดรูปพ่อขุนซึ่งเป็นป้ายคัดค้าน  พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สร้างความไม่พอใจแก่นักศึกษาเป็นอย่างมาก
   
  นายอนิวัฒน์กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 29 พ.ย.ได้มีการประชาสัมพันธ์ทางโลกออนไลน์และพูดกันปากต่อปาก จนนักศึกษาทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบันรวมตัวกันเป็นจำนวนมากเพื่อหารือถึงการก ระทำที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มคนเสื้อแดงดังกล่าว จากนั้นเมื่อวันที่ 30 พ.ย.เวลา 13.00 น. ทางนักศึกษาได้ทำหนังสือหารือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก และสน.วังทองหลาง เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับหนังสือและรับปากว่าจ ะเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้
   
  นายอนิวัฒน์กล่าวอีกว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไปได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น เมื่อกลุ่มมือที่ 3 พยายามปุกปั่นยุยงให้เกิดความรุนแรง โดยการปิดถนนหน้ามหาวิทยาลัย พร้อมทั้งสร้างสถานการณ์ทุบตีรถโดยสารและทำร้ายกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ในรถ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่วิธีการของนักศึกษารามคำแหง จากนั้นแกนนำนักศึกษาก็ได้เรียกนักศึกษาถอยเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย เหลือแต่เพียงกลุ่มผู้ไม่หวังดียืนอยู่นอกรั้ว จากนั้นกลุ่มคนที่แฝงมาอยู่นอกรั้วได้ปาระเบิดปิงปอง ปะทัดยักษ์และมีเสียงปืนดังขึ้นหลายครั้ง นักศึกษาจึงวิ่งมาออกันอยู่ที่ลาน สวป.ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อความปลอดภัย แต่ก็มีเสียงปืนดังขึ้นตลอดทั้งคืน กระทั่งเวลา 06.30 น.ของวันที่ 1 ธ.ค.ก็ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงวิ่งกรูกันเข้ามาทางหน้ามหาวิทยาลัยและปีนกำแพงเ ข้ามายิงและทำร้ายนักศึกษาจนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
   
  จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางประชาคมชาวรามคำแหงได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้ามาทำการคุ้มครองและช่วยเหลือนักศึกษาที่ถูกล้ อมยิงเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่มีตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับหนังสือและรับปากว่าจะมาดูแลคว ามปลอดภัยให้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแก่ประชา คมชาวรามคำแหงเป็นอย่างมาก จึงได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าวเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาตัวคนร ้ายมาดำเนินคดีและแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น
   
  นายอนิวัฒน์กล่าวว่า 1. ขอให้ตำรวจนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็วที่ 2. ขอให้มีการตรวจสอบการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร่งด่วน 3. ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งชี้แจงว่าเหตุใดจึงไม่สามารถเข้ามาดูแลความปลอดภั ยของนักศึกษาได้ และ 4. ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงท่าทีที่ชัดเจนถึงความรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เ กิดขึ้นของนักษาและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งชี้แจงถึงประประเด็นดังกล่าวภายใน 7 วัน หากยังไม่มีการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องจะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อเรีย กร้องความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต่อไป
   
  ทั้งนี้ ขอให้ ผกก.สน.หัวหมาก มารับหนังสือแถลงการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงภายในวันนี้ หากยังไม่มารับจะพิจารณาเคลื่อนขบวนไปที่ สน.หัวหมากทันที
   
  ด้านนางนฤมล คำพยัคฆ์ อายุ 36 ปี พร้อมด้วยนายพิมรา คำแปงใจ อายุ 41 ปี พ่อแม่ของนายสุรเดช คำแปงใจ อายุ 17 ปี ที่ถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกในรถบัสของกลุ่มเสื้องแดงในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมาก็ได้เข้าร่วมเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ลูกชายด้วย โดยนางนฤมลกล่าวว่า ตนทำงานเป็นแม่บ้าน ส่วนสามีเป็นช่างรับเหมาทาสี ครอบครัวตนมีลูก 3 คน ผู้ตายเป็นลูกคนกลาง อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุซึ่งเป็นวันที่ 30 พ.ย.ลูกชายเล่าว่า ขณะที่กำลังเดินซื้อของกับเพื่อนในตลาดนัดหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อเดินออกมาได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงปาระเบิดปิงปองใส่ แต่โชคดีที่ลูกชายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 1 ธ.ค.ตนได้โทร.ถามลูกชายว่าอยู่ที่ไหน เขาบอกว่ามาชุมนุมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเป็นการ์ดอาสาเพราะโกรธที่ถูกคนเสื้อแดงปาระเบิดใส่ จากนั้นก็ไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย กระทั่งมาทราบข่าวว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว
   
  “เมื่อรู้ข่าว ฉันในฐานะหัวอกคนเป็นแม่ร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตา เสียใจมากที่สุดในชีวิต และยิ่งตอนลูกตายไปแล้วยิ่งเสียใจมากกว่าอีกที่สื่อมวลชนบางสำนักกล่าวหาว่า ลูกชายขึ้นไปขโมยของบนรถทัวร์และสำลักควันเสียชีวิต ฉันอยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชายด้วย เพราะฉันเลี้ยงลูกมากับมือย่อมทราบดีว่าเขาไม่มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบด้วยว่าลูกชายถูกฆ่าตายแล้วเอาศพไปซ่อนในรถทั วร์หรือเปล่า” นางนฤมลกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
   
  นางนฤมลกล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่เพียงเรียกตนมาสอบถามประวัติลูกชายและตรวจดีเอ็ นเอเท่านั้น โดยไม่ได้บอกถึงความคืบหน้าทางคดี และตอนนี้ศพของลูกก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ
   
  ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กลุ่มนักศึกษาและชาวบ้านจะทำการเคลื่อขบวนไปที่ สน.หัวหมาก เพื่อทวงถามถึงเรื่องดังกล่าว แต่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีจะสร้างสถานการณ์ไปเผาโรงพักและลอบทำร้า ยผู้ชุมนุม ทางกลุ่มจึงมีมติรอดูท่าทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง
   
  ต่อมา พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 ได้เดินทางมารับมอบหนังสือแถลงการณ์แล้วเดินทางกลับทันที โดยรับปากว่าจะมาแจ้งผลภายใน 7 วัน ทำให้นักศึกษาและชาวบ้านแยกย้ายกันไป โดยที่ไม่เดินทางไป สน.หัวหมากแต่อย่างใด จากนั้นผู้ชุมนุมได้นำพวงหรีดที่เตรียมนำไปวางที่ สน.หัวหมากมาวางไว้ที่หน้ามหาวิทยาลัยแทน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:03:28
เมืองช้างนัดประชุมใหญ่ตั้ง “กปปส.จังหวัด” พรุ่งนี้ ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  17 ธันวาคม 2556 15:58 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เมืองช้างนัดประชุมใหญ่ตั้ง “กปปส.จังหวัด” พรุ่งนี้ ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
นายคราศรี ลอยทอง แกนนำกลุ่มรวมพลคนรักชาติ จ.สุรินทร์
 
   
สุรินทร์ - เมืองช้างนัดประชุมใหญ่ตั้ง “กปปส.จังหวัด” ขับเคลื่อนปฏิรูปพรุ่งนี้ เพื่อคัดเลือกกรรมการจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ 20 คน ย้ำต้องปฏิรูปประเทศก่อนจัดการเลือกตั้งเพื่อให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากการคร อบงำของทุนสามานย์ระบอบทักษิณ
   
  วันนี้ (17 ธ.ค.) นายคราศรี ลอยทอง ทนายความ แกนนำกลุ่มรวมพลคนรักชาติ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการประชุมหารือเบื้องต้นเพื่อดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตร ิย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จังหวัดสุรินทร์ โดยได้ข้อสรุปว่า ในหลายจังหวัดมีการจัดตั้ง กปปส.จังหวัด พร้อมส่งรายชื่อไปยัง กปปส.ส่วนกลางที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ แล้ว แต่ของจังหวัดสุรินทร์ยังไม่ได้จัดตั้ง กปปส.จังหวัดขึ้นอย่างเป็นทางการ
   
  ฉะนั้น ในส่วนของ จ.สุรินทร์จึงได้กำหนดประชุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) เวลา 18.00 น. ที่ร้านอาหารโคคา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อระดมและคัดเลือกประชาชนจากทุกสาขาอาชีพที่มีแนวความคิดเดียวกันกับ กปปส.มาเป็นคณะกรรมการ กปปส.จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 20 คน ก่อนนำรายชื่อส่งให้ส่วนกลาง โดยมีเงื่อนไขดังนี้ 1. ต้องมีอุดมการณ์เดียวกันกับ กปปส.ในการที่จะปฏิรูปประเทศไทย 2. ต้องมาจากหลากหลายสาขาอาชีพโดยสมัครใจ และผ่านการเลือกตั้งจากที่ประชุม และ 3. ต้องพร้อมทุ่มเทเวลาให้องค์กร
   
  นายคราศรีกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามดิ้นรนผลักดันให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.นี้ว่า ยังไม่สมควรที่จะมีการเลือกตั้งตราบใดที่ยังไม่ได้ปฏิรูปประเทศ เพราะเมื่อเลือกตั้งไปแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น การเมืองจะกลับไปสู่รูปแบบเดิมคืออยู่ภายใต้การครอบงำของทุนสามานย์ ซึ่งต้องยอมรับว่าขณะนี้การซื้อเสียงเลือกตั้งของประเทศไทยเปรียบเสมือนการข ายตรงที่มีการจัดตั้งสาขาย่อยครอบคลุมในทุกอำเภอ ตำบล จนถึงระดับหมู่บ้านหมดแล้ว เพียงแค่ทุนสามานย์ระบอบทักษิณกดปุ่มสั่งครั้งเดียวการเมืองไทยก็จะกลับไปเห มือนเดิม ฉะนั้นต้องปฏิรูปประเทศโดยประชาชนอย่างแท้จริงก่อนค่อยจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่เลือกตั้งก่อนแล้วมาปฏิรูปซึ่งแนวทางหลังนี้ไม่ทางที่จะปฏิรูปประเทศไ ด้สำเร็จ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:04:37
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  17 ธันวาคม 2556 21:39 น.  
 
 
   
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
ชาวบุรีรัมย์ทุกสาขาอาชีพ รวมตัวแสดงพลังถือธงชาติ ป้ายข้อความโจมตีต่อต้านรัฐบาลโกง และเป่านักหวีด ตะโกนขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ทั้งช่วงขาไป-กลับ ไม่ต้อนรับลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ วันนี้ ( 17 ธ.ค.)
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
กปปส.บุรีรัมย์เป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ไสส่ง “ปูเน่า” ทั้งขาไป-กลับ
 
   
บุรีรัมย์ - ประชาชน เครือข่าย กปปส.บุรีรัมย์ทุกสาขาอาชีพรวมตัวแสดงพลังถือธงชาติ ป้ายข้อความโจมตีต่อต้านรัฐบาลโกง และเป่านักหวีด ตะโกนขับไล่ส่ง “ปูเน่า” ทั้งช่วงเดินทางมาถึงและขากลับ ไม่ต้อนรับลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์
   
  เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (17 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในนาม กปปส.บุรีรัมย์ ประมาณกว่า 10 คน ได้พร้อมใจกันเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ปากทางเข้า บ.สระขาม ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังไม่ต้อนรับ และไม่เห็นด้วยกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ผ่านมา และไม่ต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการ และคณะลงตรวจราชการในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ วันนี้ (17 ธ.ค.)
   
  พร้อมถือธงชาติ และป้ายที่มีข้อความ “รวมพลคนบุรีรัมย์ ต่อต้านรัฐบาลโกง ร่วมประกาศชัยชนะของมวลมหาประชาชน” ก่อนจะร่วมกันเป่านกหวีดเพื่อแสดงสัญลักษณ์ให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้เห็น และทราบถึงเจตนารมณ์ที่ออกมาเคลื่อนไหว และไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่ม กปปส.บุรีรัมย์ได้ร่วมกันเป่านกหวีดแสดงพลังนานกว่า 10 นาที จึงพากันสลายตัวกลับไปก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะ จะเดินทางมาถึง และลงตรวจราชการในพื้นที่
   
  ทั้งนี้ การออกมารวมพลังเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.บุรีรัมย์ครั้งนี้ไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่า งเข้มงวด เพราะหวั่นจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างความวุ่นวายขึ้น
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะ ตรวจติดตามการซ่อมสร้างถนนสายบ้านสระขาม-บ้านเสลา ต.หนองโบสถ์ และติดตามการดำเนินงานด้านนโยบายพัฒนาสตรี และ OTOP ที่โรงเรียนบ้านหนองทองลิ่ม ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เสร็จสิ้นแล้ว คณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางกลับเส้นทางหลวงหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม เมื่อรถยนต์ขับมาถึงในเขตเทศบาลเมืองนางรอง ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้มีประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในนามเครือข่าย กปปส. ประมาณกว่า 50 คน พร้อมใจกันเดินทางมายืนรวมตัวกันสองฟากฝั่งถนน พร้อมกับถือธงชาติ และเป่านกหวีด ตะโกนขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไปๆ พวกเราไม่ต้อนรับ สร้างความสนใจให้แก่ประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาบนถนนเส้นทางดังกล่าว ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลกว่า 50 นายมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:05:29
“บิ๊กโนเบิล” ซัดรัฐประชานิยมมือเติบทำชาติล่มไม่ต่างกรีซ “ยะใส” เปรียบเลือกตั้งพิธีกรรมต่ออายุ “ระบอบทักษิณ”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  17 ธันวาคม 2556 19:45 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“บิ๊กโนเบิล” ซัดรัฐประชานิยมมือเติบทำชาติล่มไม่ต่างกรีซ “ยะใส” เปรียบเลือกตั้งพิธีกรรมต่ออายุ “ระบอบทักษิณ”
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
อภิปรายทางวิชาการ “ทำไมต้องปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง” เจ้าของอสังหาฯ ดังชี้ถ้าเลือกตั้งก่อนปฏิรูปประเทศไม่สำเร็จ รัฐใช้ประชานิยม ใช้เงินเกินตัว สร้างรัฐแห่งความกลัว ทำประเทศล่มจมไม่ต่างกรีซ นักวิชาการเผยรัฐบาลสืบทอดอำนาจ โกหกสีขาว เชื่อถือไม่ได้ “ยะใส” ลั่นเลือกตั้งครั้งนี้แค่พิธีกรรมต่ออายุ “ระบอบทักษิณ” ลั่น กปปส.ไม่ทำสัตยาบันรัฐบาลทรยศประชาชนเด็ดขาด
   
 
   
  วันนี้ (17 ธ.ค.) ที่คณะเศรษฐศาสตร์ เครือข่ายจุฬาเชิดชูคุณธรรมนำประชาธิปไตย (จคป.) จัดการอภิปรายทางวิชาการ หัวข้อ “ทำไมต้องปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง” ที่ห้องประชุม ตึกมหิตลาธิเบศร ห้อง 212 ดำเนินรายการโดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ มีผู้เข้าร่วมฟังการอภิปรายหลายร้อยคน
   
  มีผู้ร่วมอภิปราย เช่น นายสุริยะใส กตะศิลา หนึ่งในแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิป ไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ศ.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล นายกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานกรรมการบริหารบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ และ ผศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
   
  นายกิตติ ขึ้นเวทีอภิปรายในฐานะนักธุรกิจ กล่าวว่า รัฐบาลใช้นโยบายประชานิยม ใช้เงินเกินตัวมากมาย ผูกขาดอำนาจด้วยการสร้างรัฐแห่งความกลัว จะส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง และนำไปสู่การล่มสลายอย่างแน่นอน ไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศกรีซ จากความคิดเห็นส่วนตัวยืนยันว่า ถ้ามีการเลือกตั้งก่อนจะไม่มีทางปฏิรูปสำเร็จ เพราะไม่สามารถคาดหวังได้ว่าบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางการเมือง เป็นนักเลือกตั้ง จะดำเนินการปฏิรูปประเทศให้
   
  “เมื่อปฏิรูปแล้ว นักการเมืองต้องเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องไม่มีธุรกิจส่วนตัว ตัดตนเองออกจากผลประโยชน์อื่นๆ และทำเพื่อประชาชนไปตลอดชีวิต อย่างที่เราไม่เคยเห็นมหาตมะ คานธี ทำธุรกิจ” นายกิตติ กล่าว
   
  ผศ.ดร.วีระศักดิ์ กล่าวว่า การเข้าสู่การเลือกตั้งจะเป็นวิถีที่จะนำไปสู่การสืบทอดอำนาจของรัฐบาล และไม่เพียงพอที่จะสร้างสัญญาประชาคมที่แท้จริง จากในอดีตที่เคยเกิดกรณีการโกหกสีขาว หรือการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ เชื่อถือไม่ได้ ขณะที่นโยบายที่หาเสียงก็ทำไม่ได้จริง
   
  “ประเทศต้องการการปฏิรูปการกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ปฏิรูปการป้องกันการทุจริตและทำให้ราชการเป็นระบบวิชาชีพ ไม่เป็นทาส แต่รัฐบาลปัจจุบันไม่แสดงท่าทีสู่การปฏิรูป ยังไม่หยุดชวนทะเลาะ หยุดใส่ร้าย การแถ การข่มขู่คุกคาม การให้ข้อมูลบิดเบือน อย่างน้อยถ้าจะให้มีการเลือกตั้ง จะต้องปฏิรูประบบการเลือกตั้งก่อน หรือหาก กกต.เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองอาจทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการเลือกตั้ง เชื่อว่ามีกฎหมายมาตรา 108 ที่ให้อำนาจยับยั้งหรือเลื่อนการเลือกตั้งไปก่อนได้” ผศ.ดร.วีระศักดิ์ กล่าว
   
  นายสุริยะใส กล่าวว่า ถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งก่อน จะทำให้การปฏิรูปถูกปิดตาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงพิธีกรรมต่ออายุให้ระบอบทักษิณ ซึ่งเป็นภัยคุกคามการปฏิรูป และจะได้ระบอบการเมืองแบบเก่ากลับมาอีก ดังนั้น จึงขอประกาศยืนยันว่าจะไม่ทำสัตยาบันกับรัฐบาลที่ทรยศต่อประชาชนเด็ดขาด ทั้งนี้ กปปส.ไม่ได้ต่อต้าน แต่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม
   
  นายสุริยะใส กล่าวเรียกร้องให้ กกต.พิจารณาว่าควรจะให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ เชื่อว่าจะเห็นกรณีการทำให้บัตรเลือกตั้งกลายเป็นบัตรเสียเกิดขึ้นอย่างแพร่ หลาย และจะเป็นการนับหนึ่งความแตกแยกรอบใหม่ รัฐบาลที่จะกลับมาจะเผชิญความขัดแย้งหนักกว่าเดิม
   
  “จะต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันว่าไม่ปกติ คือ มีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ทั้งในเชิงปริมาณคนและข้อเรียกร้ อง ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างสีเสื้อ อีกทั้งการยุบสภาครั้งนี้ต่างจากที่ผ่านมา เป็นการยุบสภาหลังถูกประชาชนจับได้ว่ารัฐบาลจงใจฉีกรัฐธรรมนูญ ลักลอบออกกฎหมายเพื่อพวกพ้องตนเอง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการยุบสภาไม่ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ที่ชัดเจนคือรัฐบาลยังไม่ยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง” นายสุริยะใสกล่าว
   
  นายสุริยะใส กล่าวตอบคำถามผู้ร่วมฟังการอภิปรายว่า ขณะนี้ยังรอจับตาคำชี้ขาดของ ป.ป.ช.กรณีคดี ส.ส.-ส.ว.358 คน ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากถูกชี้มูลว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็จะพ้นการรักษาการทันที
   
  รายงานข่าวแจ้งว่า การเสวนาทางวิชาการจะมีอีก 2 เวทีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ 18 ธ.ค.และที่สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วันที่ 19 ธ.ค.นี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:06:24
วันนี้ 17 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อคืนที่ผ่านมา บรรยายกาศยังคงเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ โดยในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นปรากฏว่า "ต่าย" เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ศิลปิน นางแบบ นักแสดงรุ่นใหญ่และเจ้าของเพลงดังในอดีต"ฉันเลยโอเค" ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจกับกลับผู้ชุมนุมด้วย พร้อมพกนกหวีดและธงชาติ มาร่วมแสดงจุดยืน โดยมีประชาชนต่างให้ความสนใจและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับนักแสดงสาวรุ่นใหญ่ เป็นจำนวนมาก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:07:23
17 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.30 น. ระหว่างที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ได้เดินทางเข้ามาภายในรับโรงแรมทองธารินทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับจาก อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และข้าราชการในพื้นที่จังหวัดอีสานใต้ ได้มีหญิงไทย เชื้อสายจีนสูงวัย ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 62 ปี บุกเดียวเข้ากลางฝูงชนคนเสื้อแดงกว่า 2,000 คน ที่มาร่วมให้การต้อนรับและปกป้อง ได้วิ่งเข้าชี้หน้าประณามการทำงานของรัฐบาลที่หมดความชอบธรรม พร้อมเป่านกหวีดเพื่อขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่ามกลางความตกใจของการ์ดคนเสื้อแดงและคนเสื้อแดงจำนวนมากต่างกรูเข้าพยายาม ทำร้ายกว่า 20 นาที โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย รีบนำตัวออกจากที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วนหวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ ก่อนเดินเข้าร่วมชุมนุมขับไล่กับกลุ่ม กปปส.สุรินทร์ที่สามแยกเจริญโชคดังเดิม
 
หญิงคนสูงวัยไม่ทราบชื่อ กล่าวว่า ตนเป็นคนไทยเชื้อสายจีน รักในหลวงและผืนแผ่นดินนี้ ต้องทำความดีทดแทนบุญนายหลวง จึงบุกเดียวเข้ามาท่ามกลางคนเสื้อแดงเพื่ออยากจะมาดูหน้า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำอะไรก็ทุเรศไปหมด ตนเสียใจที่เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะคิดว่าสินค้าจะถูกลงกลับแพงทุกอย่าง โครงการจำนำข้าวก็เน่าหมด ตนเก็บกดกับพฤติกรรมการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้มานานแล้ว แถมปล่อยให้มีการหมิ่นสถาบันอย่างต่อเนื่อง แถมเป็นรัฐบาลโคลนนิ่งระบอบทักษิณ
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:08:46
16 ธ.ค.56 ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้เขียนในเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศภายใต้ระบบประชาธิปไตยโดย ระบุว่า  การปฏิรูปเป็นเรื่องดี แต่ข้อเสนอที่เห็นเกือบทุกข้อเสนอมีจุดอ่อน 2 ประการคือ 1.ไม่ได้มีที่มาจากประชาชนเท่าที่ควร หากเป็นเช่นนี้การปฏิรูปที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้รับการยอมรับและนำไปสู่การชุมน ุมของอีกฝ่ายในที่สุด กลายเป็นวงจรความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด 2. ไม่มีสภาพบังคับตามกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นเพียงการทำสัตยาบันว่ารัฐบาลน่าจะ “พิจารณา” ข้อเสนอปฏิรูป ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามประชาชนก็ต้องออกมาชุมนุมทวงถามอยู่เรื่อย ๆ
 
ดร.สมชัย ให้ข้อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตย โดยสรุปจากข้อเสนอแนะ“ข้อเสนอทางออกประเทศไทย...ผ่านข้อตกลงประกอบการยุบสภา ”ที่เคยเสนอไว้ก่อนแล้ว แต่ปรับให้มีสภาปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง แล้วให้ทำงานต่อเนื่องไปถึงหลังเลือกตั้ง แต่มีหน้าที่เพียงให้ข้อเสนอเท่านั้น โดยสุดท้ายองค์กรที่ตัดสินใจว่าจะปฏิรูปอย่างไรควรกลับไปที่ตัวแทนประชาชน
 
“ในที่นี้คือ ส.ส.ร. ที่มีสัดส่วนสมาชิกตามที่ประชาชนทั้งประเทศเลือกมา ส.ส.ร. จะทำการบรรจุการปฏิรูปไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้มีสภาพบังคับสูงสุดตามกฎหมาย และเพื่อตอบโจทย์ผู้ชุมนุมปัจจุบันให้รัฐธรรมนูญใหม่ต้องได้เสียงข้างมากแบบ  super majority คือ 2 ใน 3 เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้มีการปฏิรูปตามแนวทางเสียงส่วนน้อยด้วย เช่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ คอร์รัปชั่น และอื่นๆ”
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:09:37
วันนี้ 17 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ หมู่บ้านแห่งนึ่งในจังหวัดลำปาง ที่มีการนำป้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาติดระบุเป็นหมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย  โดยกลุ่มพลังลำปาง  โดยในภาพดังกล่าวเป็นภาพชายสองคน กำลังยืนอยู่บริเวณป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง ก่อนทำท่าฉีกป้ายภาพหน้าพ.ต.ท.ทักษิณ ที่บริเวณทิ้ง  พร้อมกันนี้ในภาพดังกล่าวยังมีข้อความระบุสั้น ๆ ว่า " เสื้อแดงลำปางแห่งหมู่บ้านเสื้อแดง กลับใจฉีกหน้าทักษิณซะแล้ว "
 
ทั้งนี้ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่และส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก โดยชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นว่า " กลับใจมาเป็นคนดีของชาติไทยเราดีกว่า..นะ นะ " และ " ขอแสดงความดีใจด้วย ท่านมองเห็นแสงสว่าง. หลังจากนี้ท่าน จะจริญขึันตลอดไป "
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 07:10:29
วันนี้ 17 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงาน ในโลกสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอผ่านเว็บไซด์https://www.youtube.c om/ ที่ใช้ชื่อว่า "เป่านกหวีดใส่รถนายก" ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมาเมื่อขบวนรถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ ขับผ่านเข้าเมืองตัวสุรินทร์ ก่อนเจอกลุ่มประชาชนในพื้นที่ดักรอและเป่านกหวีดใส่ขบวนรถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระยะประชิด โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรึงกำลัง ทั้งนี้มีรายงานว่าไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
 
โดยก่อนหน้าที่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีมวลชลจำนวนหนึ่งมา มายืนเป่านกหวีดขับไล่ขบวนรถของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะผ่านอำเภอนางรอง มุ่งหน้า เพื่อเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 17:21:42
NGO ด้าน ปชต. ดันเลือกตั้ง ย้ำหลัก 'หนึ่งคนหนึ่งเสียง'
 
ตัวแทนเอ็นจีโอด้านประชาธิปไตยและสิทธิพลเมือง สนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมย้ำหลักประชาธิปไตย "หนึ่งคนหนึ่งเสียง"
 
http://shows.voicetv.co.th/voice-news/91463.html
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 17:25:16
ข้าราชการโวยทรัพย์สินมีค่าสูญหาย หลังกลุ่มกปปส.ปักหลักชุมนุมที่ศูนย์ราชการ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม  ว่า   ภายหลังผู้ชุมนุมกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไ ตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นำโดยนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เคลื่อนขบวนออกจากพื้นที่ศูนย์ราชการอาคารบี  เพื่อไปร่วมชุมนุมใหญ่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล บริเวณลานด้านนอกและภายในอาคาร  ภายหลังจากหน้าที่กทม. สำนักงานเขตหลักสี่   เข้าทำความสะอาดพื้นที่ภายในตัวอาคารบีนั้น    ข้าราชการที่ทำงานอยู่ภายในอาคารดังกล่าวได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บางส่วนแล้วพ บว่า   บริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 บริเวณชั้น 4   สำนักงานจเรตำรวจ  และบริเวณชั้น 7 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)  มีทรัพย์สินสูญหายเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพวกคอมพิวเตอร์พกพาที่เก็บไว้ภายในลิ้นชักที่ทำงาน  รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ อาทิ โทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป ทั้งนี้ ได้มีข้าราชการที่ทรัพย์สินสูญหายจะเดินทางไปแจ้งความที่สน.ทุ่งสองห้อง
ต่อไป
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1386595429&grpid=02 &catid=&subcatid=
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 17:31:53
"ม็อบนกหวีด จ.ตรัง" สุดทนแฉ "กปปส.ส่วนกลาง" ยัดใส้รายชื่อแกนนำเก๊ ประกาศเลิกวงแยกทาง
 
นายปรีดิ์ปราโมทย์  เลิศวราภัชร แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ส มบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. จังหวัดตรัง จำนวน 9 คน ได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นแกนนำ หลังส่งรายชื่อให้ กปปส.ส่วนกลางประกาศรับรองการทำงาน แต่กลับถูกนักการเมืองแทรกแซง ด้วยการตั้งคนของ กปปส.ส่วนกลาง ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ยัดไส้เข้าไปเป็นตัวแทนในนามจังหวัดตรัง   โดยแกนนำระบุว่า ตนอุตส่าชุมนุมยืดเยื้อปิดหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง มาตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม  จนถึงปัจจุบัน แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจาก กปปส. ส่วนกลาง ไม่มาดูแลค่าใช้จ่าย ไม่มาส่งความช่วยเหลือ มีแต่มาขอให้พาคนขึ้นไปชุมนุมกรุงเทพ  พอส่งรายชื่อขึ้นไปก็โดนสับเปลี่ยนรายชื่อทั้งหมด  จึงรู้สึกว่าโดนหลอกลวง จึงประกาศถอนตัวเลิกเป็น กปปส. นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  
 
http://www.go6tv.com/2013/12/blog-post_18.html
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/18/13 เวลา 17:42:40
จับการ์ด กปปส. พร้อมปืน 9 มม. หลังพยายามหลบหนีด่านตรวจ
 
วันนี้เมื่อเวลา 07.00น. เจ้าหน้าที่ ตร.สน.บุคคโล ประจำแยกมไหสวรรย์ พบรถกระบะต้องสงสัย บรรทุกคนเต็มท้ายรถผ่านมา และหลบหนีการเรียกตรวจ จึงสกัดจับได้บริเวณแยกบุคคโล จากการตรวจค้นพบ อาวุธ
 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 06:57:19
"ทนง"เชื่อ ศก.ขยายตัวต่ำหากรัฐดื้อจัดเลือกตั้งท่ามกลางความขัดแย้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 12:50 น.  
 
  นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจประเทศไทย" ว่า การดำเนินนโยบายภาครัฐที่เร่งการเติบโตเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในอดีตที่ผ่านมา  กลายเป็นผลเสียกับประเทศ โดยไม่คำนึงถึงความสามารถ และศักยภาพการชำระหนี้คืนจากการกู้เงิน กลายเป็นความเสี่ยงด้านนโยบาย และระบุว่า นโยบายประชานิยมเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้ามีโอกาสขยายตัวร้อยละ 4.5 -5 แต่ถ้าหากรัฐบาลพยายามจัดการเลือกตั้ง โดยไม่แก้ไขกฎกติกา และความขัดแย้ง อาจส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 4 พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเป็นคนกลาง เพื่อปฏิรูปประเทศ และหากให้เหมาะสมควรทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง
   นายทนง ระบุถึงกติกาใหม่ เพื่อปฏิรูปประเทศว่า ควรเน้นแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นต้นตอความวุ่นวายทางการเมือง แม้อาจจะต้องเลื่อนจัดการเลือกตั้งออกไปอย่างน้อย 1-2 เดือน แต่ก็ไม่ควรจะนานถึง 12-18 เดือนตามแนวทางของ กปปส. ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะเข้าใจ และกลับมาเชื่อมั่นในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 06:58:23
าวสตูลชี้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ กปปส.กำหนดคัดเลือก คกก. 22.ธ.ค.นี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 13:30 น.  
 
ชาวสตูลชี้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ กปปส.กำหนดคัดเลือก คกก. 22.ธ.ค.นี้
  สตูล - ประชาชนสตูล ส่วนใหญ่อยากเห็นประเทศไทยสงบสุข เป็นของขวัญปีใหม่ และอยากให้มีการปฏิรูปประเทศไทยอย่างจริงจังก่อนเลือกตั้ง ด้าน กปปส.สตูล กำหนดวันคัดเลือกคณะกรรมการ ขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
   
  วันนี้ (18 ธ.ค.) หลากหลายความคิดของประชาชนชาว จ.สตูล ส่วนใหญ่มองการเมืองในประเทศไทย อยากให้มีการปฏิรูปประเทศใหม่ก่อนเลือกตั้งนี้ จึงอยากเห็นประเทศไทยสงบพร้อมกลับสู่ภาวะปกติในสิ้นปี เพื่อเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนทั่วประเทศ และเห็นคนไทยจับมือส่งรอยยิ้มอย่างมีความสุข ขณะที่คณะกรรมการนักเรียน ประชาชน ประชาธิปไตยต่อต้านระบอบทักษิณ จ.สตูล ได้กำหนดวันคัดเลือกคณะกรรมการ กปปส.จ.สตูล ขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
   
  นางอุษา สุขแต้ม ข้าราชการบำนาญกล่าวว่า การเมืองของประเทศไทยในขณะนี้ถือว่าล้มเหลวการบริหารของพรรคการเมืองที่ดูแล อยู่ รวมทั้งทางเวทีราชดำเนินยังคงมีการชุมนุมแบบยืดเยื้อเหมือนกับการแช่แข็งประ เทศ ส่วนตนเองมองว่า อยากให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อน โดยไม่คิดว่าในอดีตขึ้นอยู่กับบุคคลใด ซึ่งเห็นว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการซื้อสิทธิขายเสียงอยู่กันมาตลอด และทุกพรรคก็รู้เห็นกัน แต่อีกหนึ่งด้านผู้บริสุทธิ์ที่เป็นประชาชนเลือกมาโดยความชอบ ในตรงนี้ถือว่ามีน้อย จึงอยากให้มีการปฏิรูปประเทศไทยโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย
   
  เช่นเดียวกับ นายพล สุขแต้ม ข้าราชการบำนาญ กล่าวเช่นเดียวกันว่า การคอร์รัปชันก็มาจากบุคคลที่ประชาชนเลือกเข้าไป หากจะปฏิรูปใหม่ตามแนวคิดของนายสุเทพ ก็ต้องจัดการล้มล้างเรื่องแบบนี้ให้หมดไป เพราะการเมืองในขณะนี้ที่อีกฝั่งยังเดินหน้าทำหน้าที่รักษาการ และอีกฝั่งก็นัดรวมมวลชนลุกขึ้นสู้ ถือว่าสู้กันไปมาไม่รู้จุดจบ เป็นการแช่แข็งประเทศไทยที่ยังหาทางออกไม่ได้ ประชาชนเองก็ยังคงปวดหัวไม่รู้ว่าทิศทางประเทศไทยในสายตาต่างประเทศเขามองว่ าประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่ารักสงบนั้นเป็นจริงหรือไม่
   
  นายอดิพล ดำพิลา อายุ 38 ปี นักธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในไทย และต่างประเทศ (รองนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.สตูล) กล่าวว่า ตนเองก็อยากเห็นการปฏิรูปประเทศไทยก่อนจะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ.57 นี้ ซึ่งในปีที่ผ่านมา การซื้อสิทธิชายเสียงกันเยอะ แต่ กกต. ก็ทำอะไรไม่ได้เลย แต่มีคิดจะเดินหน้าแก้ไขประเทศไทยทั้ง 2 ฝ่ายกันก็ต้องทำอย่างจริงจังถือว่าให้จบสิ้นไปในส่งท้ายปีเก่า โดยอยากเห็นคนไทยหันมามีรอยยิ้มจับมือกัน และเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่คนไทยทั้งประเทศด้วย
 
ชาวสตูลชี้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ กปปส.กำหนดคัดเลือก คกก. 22.ธ.ค.นี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 06:59:31
สตูลระดมทุนหาค่ารถขึ้น กทม. 22 ธ.ค. ตามนัดกำนัน “สุเทพ”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 16:12 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สตูลระดมทุนหาค่ารถขึ้น กทม. 22 ธ.ค. ตามนัดกำนัน “สุเทพ”
 
สตูลระดมทุนหาค่ารถขึ้น กทม. 22 ธ.ค. ตามนัดกำนัน “สุเทพ”
 
   
สตูล - แกนนำ จ.สตูล จัดตั้งเวทีทำอาหาร หารายได้สมทบทุนเป็นค่ารถพามวลชนเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปรวมพลนัดหมายใหญ่ ตามกำหนดของกำนันสุเทพ ที่จะกดดันรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้ลาออก
   
  วันนี้ (18 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอุดมศรี จันทรัศมี อดีตแกนนำพันธ์มิตรจังหวัดสตูล ได้จัดตั้งเวทีทำอาหาร ขนมจีน น้ำชา โรตี ที่บริเวณบ้านวังตง หมู่ 8 ต.นาทอน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เป็นการหารายได้สมทบทุนเป็นค่ารถในการเหมารถหลายคัน พากลุ่มมวลชนชาวจังหวัดสตูลที่มีกำหนดการนัดหมายเดินทางไปที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 19 และ 20 ธันวาคมนี้ เพื่อไปรวมพลนัดหมายใหญ่ ตามกำหนดของนายสุเทพ ที่นัดหมายไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีรักษาการ ครั้งต่อไปในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
   
  ด้าน นางอุดมศรี เผยว่า การข่าวที่แจ้งว่ามีท่อน้ำเลี้ยงจัดเงินมาให้มีการขนคนขึ้นกรุงเทพฯ ซึ่งความจริงก็คือ คนสตูล ที่มีอุดมการณ์รักชาติ ต่อต้านการคอร์รัปชัน ไม่มีพรรคการเมืองใดที่มาหนุนเงิน ซึ่งเราจัดระดมทุนหาเงินกันเอง เพื่อเป็นค่ารถเดินทางไป และเมื่อได้เงินพอค่ารถก็เดินทางทันที โดยมีกำหนดวันเดินทางอยู่แล้ว ซึ่งเราจะหมุนไปแต่ละจุดในจังหวัดสตูล ส่วนใหญ่คือ ประชาชนเดินทางมาให้ ส่วนในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ เราก็จะจัดหาทุนอีกเป็นวันสุดท้าย ที่บริเวณหน้าวัดประช้าจีน เทศบาลตำบลคลองขุด อ.เมือง จ.สตูล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:00:32
“เพ็ญ” ซัด “เพื่อไทย” วัวลืมตีน มองฐานเสียงแค่นั่งร้าน แนะอย่ามัวหมกมุ่นเลือกตั้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 15:19 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“เพ็ญ” ซัด “เพื่อไทย” วัวลืมตีน มองฐานเสียงแค่นั่งร้าน แนะอย่ามัวหมกมุ่นเลือกตั้ง
จักรภพ เพ็ญแข (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
อดีตแกนนำเสื้อแดงโพสต์เฟซบุ๊ก ชม ปชป.ระบบพรรคเขาดี มองย้อนไป พท.เสื่อมลง รัฐประหารไม่พอ ขาใหญ่มองฐานเสียงแค่นั่งร้านให้ไต่เต้าเป็นรัฐบาล แล้วพอได้สมใจก็รื้อทิ้ง ความเป็นพรรคด้อยคุณภาพ แนะขยายฐานสาขา-สมาชิกพรรคจริงๆ เงินฟาดหัวให้น้อย-โชว์ฝีมือให้มาก ทำพรรคให้เปิดกว้าง และอย่ามัวหมกมุ่นเลือกตั้ง
   
  วันนี้ (18 ธ.ค.) นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งหลบหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอยู่ในต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจ “จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair” ระบุว่า เรียนจากคนที่เราไม่อยากเรียน วันนี้มีเหตุให้ชมเชยพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการชมจริงๆ ไม่ใช่ประชดประเทียด จึงต้องขอเตือนทุกๆ ท่านที่เกลียดพรรคประชาธิปัตย์อย่างเข้ากระดูกดำเอาไว้เสียก่อน ตนเองก็รังเกียจทัศนะและพฤติกรรมการเมืองของพลพรรคประชาธิปัตย์ไม่น้อยไปกว่ าใคร และแลเห็นพรรคนี้เป็นภัยอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทย แต่เรื่องที่จะชมวันนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อตัวเราเอง และสมควรจะนำเรื่องนี้มาคิดอย่างแยบคาย
   
  “ผมอ่านข่าวการประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์และผลสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างพร รคที่ปรากฏขึ้นแล้ว ก็นึกอยู่ในใจว่าระบบพรรคของเขา หรืออาจเรียกในภาพใหญ่ว่าความเป็นพรรคของเขา ดีกว่าของเรา การขยายฐานะและบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) มาเป็นคณะกรรมการกลาง การนำตัวแทนของท้องถิ่นและสาขาพรรค เข้ามาร่วมตัดสินใจโดยตรง จนเกิดเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคในแต่ละสมัย ตลอดจนการเลือกรองหัวหน้าพรรคประจำภูมิภาคจากผู้แทนสาขาพรรคโดยตรงจนครบทุกภ ูมิภาค ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิป ไตย ส่วนพฤติกรรมการเมืองเจ้าเล่ห์เพทุบาย กะล่อนลื่นไถล ทำตัวเป็นร่างทรงของเจ้าของระบอบ ทำเป็นแต่การทำลายล้างไม่รู้จักความสร้างสรรค์อย่างมนุษย์นั้น นับเป็นปกติของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ แต่เราควรแยกออกจากระบบพรรคของเขาให้ได้ เผื่อฝ่ายเราจะได้คิดอะไรของเราเองขึ้นมาบ้าง
   
  พรรคไทยรักไทยเริ่มต้นด้วยระบบพรรคที่ดีมาก นำเอาข้อเด่นและข้อด้อยของพรรคการเมืองทั่วโลกมาปรับและประยุกต์ใช้ จนเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่มีเหตุผล 2 ประการทำให้คุณภาพที่เคยมีลดลงอย่างรวดเร็วน่ากังวล หนึ่งคือการถูกทำลายอย่างเป็นระบบจากฝ่ายตรงข้าม ตั้งแต่การรัฐประหารถึงการยุบพรรค สิ่งที่เหลือจึงไม่เท่าเดิม และพยายามประติดประต่อขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง มองในมุมนี้ก็ออกจะน่าเห็นใจอยู่
   
  เหตุผลที่สองเป็นปัญหาของเราเองโดยแท้จริง นั่นคือ ผู้มีอำนาจในพรรคมองพรรคว่าเป็นแค่นั่งร้านที่นำไปสู่ความเป็นรัฐบาล เมื่อสร้างบ้านเสร็จ นั่นคือได้เป็นรัฐบาลสมใจแล้ว ก็รื้อนั่งร้านนั้นออกไปเลยทีเดียว ความจริงพรรคไม่ใช่นั่งร้าน แต่เป็นฐานรากของความเป็นรัฐบาล ในวันนี้เรารู้สึกกันแล้วมิใช่หรือว่า อุตส่าห์ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนจนได้เสียงข้างมากมาแล้ว 4 รอบ เหล่ามารแห่งระบอบเก่าก็ยังหน้าด้านกรูเข้ามาปฏิบัติการแย่งชิงอำนาจรัฐเอาด ื้อๆ อย่างนี้ได้ โดยไม่เกรงใจประชาชนเสียงข้างมากเลยแม้แต่น้อย
   
  เราจึงต้องหวนกลับไปแก้ปัญหาที่ฐานรากของระบบเลือกตั้ง นั่นคือทำพรรคให้มีความเข้มแข็งมั่นคงขนาดที่จะช่วยในการระดมมวลชน ประสานความร่วมมือในปฏิบัติการต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม สร้างความเข้าใจทางการเมือง และขยายอุดมการณ์ของเรา ไปจนถึงหน่วยที่เล็กที่สุดคือหมู่บ้านและลูกบ้านแต่ละคน เพราะนั่นล่ะครับคือสิ่งที่ฝ่ายเขาทำมาตลอดและยังทำอย่างเต็มที่อยู่ แถมยังทำด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเรามาก เราต้องยอมรับว่า ความเป็นพรรคของเราลดลงในเชิงคุณภาพและประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ ตามแผนที่เขาต้องการทำลายเรา ถึงความสามารถในอันที่จะชนะการเลือกตั้งยังคงมีมาก
   
  แต่ถ้าเราไม่อาจสร้างระบบป้องกันเสียงข้างมากและชัยชนะนั้นๆ โดยผ่านระบบพรรคของเราได้ สุดท้ายเราก็จะถูกปล้นกลับไปได้อีกโดยง่าย เหมือนที่นายสุเทพฯ และพวกพยายามกระทำอยู่ในขณะนี้ ระบบพรรคประชาธิปัตย์มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ถึงขนาดแบ่งบทเล่นได้ระหว่างผู้ร้ายหมายเลข 1, 2, 3 และเรื่อยไป โดยเอาพรรคเป็นกลไกกลางผสมผสานกิจกรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน แถมยังสร้างความภักดีจากสมาชิกพรรคจนถึงขั้นต้องเลือกพรรคของตนเท่านั้น ไม่ว่าการกระทำจะเลวร้ายถึงแก่นอย่างไรก็ตาม นี่คือความแข็งแกร่งของระบบพรรค
   
  สรุปแล้วพรรคเพื่อไทยดูแบบอย่างจากศัตรูได้ในเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้
   
  1. ขยายฐาน บริหารฐาน และบริหารสาขาพรรคและสมาชิกพรรคอย่างจริงจัง
   
  2. ใช้เงินให้น้อยลงในระบบรองรับการระดมมวลชน แต่กดดันให้ ส.ส. และผู้สมัครฯ แสดงฝีมือในการจัดการจัดตั้งให้มากขึ้น (ความจริงเขาก็ใช้ถึงวันละ 40 ล้านบาทในขณะนี้ ซึ่งแสดงว่าเขาก็หย่อนความสามารถทางธรรมชาติอยู่มากเหมือนกัน)
   
  3. ยึดพรรคเป็นเวทีกลางระหว่างคนของพรรคโดยตรง และแนวร่วม เพื่อแสวงหานโยบายและท่าทีที่ดีมาผลักดันเป็นเรื่องสาธารณะต่อไป พูดง่ายๆ ทำพรรคให้เปิดกว้าง และทำบรรยากาศให้คนเก่งกล้าซึ่งเห็นด้วยกับการต่อสู้ของเราอยากเดินเข้าพรรค เพื่อไทยมากยิ่งขึ้น
   
  4. อย่าหมกมุ่นเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ควรตั้งเป้าหมายที่การจัดตั้งรัฐทั้งรัฐทีเดียว”
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:01:28
กปปส.เตรียมฟ้องกลับ"ธาริต-ประชา"หลังสั่งอายัดบัญชีแกนนำ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 18:41 น.  
 
  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ออกคำสั่งอายัดบัญชีของแกนนำ กปปส. 18 คน และอายัดบัญชีครัวราชดำเนิน ซึ่งเป็นบัญชีรับบริจาคจากประชาชน เพื่อสนับสนุนการชุมนุม โดยดีเอสไออ้างอำนาจตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ซึ่งการจะอายัดบัญชีตามมาตรา 24 นั้น ต้องมีการเรียกธนาคารเจ้าของบัญชีเข้ามาชี้แจงว่า เงินในบัญชีเป็นเงินที่ได้มาอย่างผิดปกติหรือไม่ ซึ่งในส่วนของแกนนำ กปปส. ที่เป็นอดีต ส.ส.นั้น ตอนที่ลาออกจากตำแหน่ง ก็ได้ยื่นบัญชีต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบแล้ว ซึ่งก็ไม่พบว่า เงินในบัญชีเป็นเงินที่ได้มาแบบผิดปกติแต่อย่างใด โดยมองได้ว่าการที่ดีเอสไอออกคำสั่งระงับบัญชีของแกนนำ กปปส.นั้น เป็นการกระทำที่อยุติธรรม และเป็นการกลั่นแกล้ง ดังนั้นขั้นตอนต่อไปเราจะดำเนินการให้ดีเอสไอเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และจะฟ้องกลับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ
   นายสาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกแกนนำ 18 คน มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 26 และ 27 ธันวาคมนั้น ขอบอกดีเอสไอว่า ยังไม่ต้องออกหมายเรียก เพราะเมื่อเสร็จภารกิจแล้ว แกนนำ กปปส.จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอด้วยตัวเอง
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:02:14
ศาล รธน.ไม่รับคำร้องสมาคมทนายความฯ ฟ้อง กปปส.ยุติชุมนุม ชี้ทำตามกรอบรัฐธรรมนูญ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 19:11 น.  
 
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ไม่รับคำร้องสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอให้สั่ง กปปส. เลิกชุมนุม ชี้เป็นการชุมนุมในขอบเขตรัฐธรรมนูญ มีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ขณะเดียวกัน มีมติชี้ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 92 วรรคสอง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 กรณีชี้มูลอดีตเลขาฯ ก.พ.ผิดวินัยร้ายแรง
   
  วันนี้ (18 ธ.ค.) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารผลการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 257 วรรคหนึ่ง (2) ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 92 วรรคสอง กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่ ซึ่งคำร้องดังกล่าว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตเลขาธิการ ก.พ.ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลว่ามีความผิดวินัยและความผิดอาญาในขณะที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ.ซึ่งคุณหญิงทิพาวดี เห็นว่าการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและการพิจารณาวินิจฉัยชี้มูลของ ป.ป.ช.ไม่เป็นธรรมและขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งถูกจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ จึงขอให้ กสม.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องดังกล่าว โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 วรรคสอง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30
   
  นอกจากนี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังได้พิจารณาคำร้องที่ นายกิตติ อธินันท์ ในฐานะตัวแทนสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ กระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นป ระมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทาง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีที่ผู้ร้องได้กระทำการชุมนุมบริเวณ ถ.ราชดำเนิน โดยมีการปิดเส้นทางการจราจร อีกทั้งยังได้ดำเนินการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปปิดล้อมและบุกยึดสถานที่ราชกา ร สถานที่เอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ จนทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ รวมทั้งการที่นายสุเทพ ประกาศจะจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อใช้อำนาจอธิปไตยสร้างกฎเกณฑ์และกติกาในการปก ครองประเทศใหม่ จึงเห็นว่าการกระทำของนายสุเทพ ได้รับการสนับสนุนจากนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง
   
  โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เห็นว่า การชุมนุมของประชาชนตามคำร้องเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจาก อาวุธเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง โดยมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อันถือเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการเรียกร้องและแสดงพลังด้วยการสนับสนุนของประชาชนจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์ตามคำร้องได้พัฒนาไปสู่การยุบสภาและเข้าสู่กระบวนการเลือ กตั้งแล้ว จึงยังไม่มีมูลกรณีตามคำร้องดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:03:16
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 23:30 น.  
 
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
  เอ็นเอสเอ็นบีซี - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์เอ็นเอสเอ็นบีซี ตอบโต้บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่อ้างว่าการชุมนุมในไทยผิด แปลกจากชาติอื่นเพราะผู้ประท้วงต้องการเห็นประเทศลดความเป็นประชาธิปไตยลง ชี้ในสายตาของสื่อตะวันตกการชุมนุมจะเป็นประชาธิปไตยก็เมื่อตนเองได้ประโยชน ์ ขณะเดียวกันก็หรี่ตามองข้ามความร้ายกาจต่างๆนานาของระบอบทักษิณ ทั้งฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอรัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประท้วงจึงแสวงหาการปฏิรูปครั้งใหญ่
   
  ในบทความเรื่อง "New York Times Condemns Thailand’s Counter Color Revolution" ของนายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่านายโธมัส ฟุลเลอร์ ของนิวยอร์กไทม์ได้เขียนบทความในเรื่องสถานกาารณ์ทางการเมืองของไทยมานานหลา ยปี โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็คือบทความที่พาดหัวว่า "In Thailand, Standing Up for Less Democracy"
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี เล่าย้อนถึงเนื้อหาในบทความของนายฟุลเลอร์ ที่ระบุว่าในตอนนี้โลกเคยชินกับความไม่สงบทางประชาธิปไตย ในนั้นรวมถึงอาหรับสปริง รวมถึงปฏิวัติปฏิวัติผ้าเหลืองในพม่าและปฏิวัติสีส้มของยูเครน แต่หลายสัปดาห์แห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทยกลับหลุดออกจากวัตถุประสงค์ หลักหนึ่ง นั่่นก็คือผู้ประท้วงพากันรวมตัวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลดความเป็นประชา ธิปไตยลง
   
  อย่างไรก็ตามนายคาตาลัคซี ตั้งข้อสังเกตว่าราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อตัวนิวยอร์กไทม์สเอง ที่เป็นผู้ตีแผ่ธรรมชาติของการประท้วงที่เรียกกันว่า "อาหรับสปริง" ในรายงานพาดหัว "U.S. Groups Helped Nurture Arab Uprisings," โดยนายคาตาลัคซี บอกว่าในรายงานชิ้นนี้ นิวยอร์กไทม์ส ยอมรับเองว่ามีกลุ่มคนและตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติและการป ฏิรูปทั่วภูมิภาค ในนั้นรวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชน 6 เมษายนในอียิปต์ ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนบาห์เรนและเหล่านักเคลื่อนไหวรากหญ้าอย่างนายอันท์ซา ร์ กาดี แกนนำเยาวชนในเยเมน ที่ได้รับการฝึกหัดและสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มต่างๆ อาทิสถาบันรีพับลิกันนานาชาติและสถาบันเดโมแครตนานาชาติ สององค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมีฐานบัญชาการในวอชิงตัน และรวมถึงองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ "National Endowment for Democracy" (NED)
   
  นายคาตาลัคซี ให้รายละเอียดในบทความต่อไปว่าสถาบันต่างๆของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต ล้วนเกี่ยวข้องอย่างหลวมๆกับพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยสถาบันเหล่านี้จัดตั้งโดยสภาคองเกรสและได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่าน องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในปี 1983 สำหรับเป็นช่องทางอนุมัติการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา โดยทางเอ็นเอดี ได้รับเงินสนับสนุนจากคองเกรสปีละราว 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Freedom House ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศ
   
  ดังนั้นนายคาตาลัคซี จึงสรุปว่า "อาหรับสปริง" จึงไม่ใช่การลุกฮือสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างกว้างขวางทั่วภูมิ ภาคเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่างๆ ผลก็คือได้รัฐบาลภราดรภาพมุสลิมใน 2 ชาติที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ อิสราเอลและซาอุอาระเบีย สำหรับทำสงครามกับซีเรีย สงครามอันโหดร้ายที่เคยทำลายล้างลิเบียจนย่อยยับ ขณะที่ในมือของพวกหัวรุนแรงและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนศพ ท่ามกลางการสนับสนุนทางอาวุธและเงินทุนโดยตรงของชาติตะวันตก ในเรื่องนี้ทางคาตาลัคซีจึงค่อนขอดว่าหากการประท้วงในไทยเป็นแบบนั้น ก็อาจได้รับการยกย่องจากชาติมหาอำนาจว่าเป็นเรื่องดีก็ได้
   
  บทความของนายคาตาลัคซี ระบุต่อว่านอกจากข้อเขียนของนายโธมัส ฟุลเลอร์แล้ว เรายังได้เห็นการละเลยข้อเท็จจริงและการโฆษณาชวนเชื่อทั่วสื่อตะวันตกทั้งหล าย ในนั้นคือการมองข้ามประวัติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆของนายทักษิณ ชินวัตร อาทิการฆ่าตัดตอน 3,000 ศพใน 90 วัน ของ "สงครามยาเสพติด" ในปี 2003 โดยในนั้นจำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาแม้แต่น้อย นอกจากนี้นายคาตาลัคซี ยังเหน็บแนมนายฟุลเลอร์ ต่อความล้มเหลวที่ไม่ยอมรายงานเพิ่มเติมไปว่าความโหดเหี้ยมของนายทักษิณ ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับได้ของเหล่าสมุน แต่ปฏิบัติการฆ่าหมู่ในปี 2003 ยังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่ผู้สนับสนุนเขาอีกด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนับสนุนของทักษิณก็ยังต้องการให้เขาคืนสู่อำนาจ แม้ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา) ไม่สามารถลงเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในประเทศ นายคาตาลัคซีจึงชี้ว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าคนเหล่านี้จึงไม่มีความสามารถพ อสำหรับเข้าร่วมในศึกเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปอย่างจริงๆจังๆ การปฏิรูปที่มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทา งอาญาลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2011 ภายใต้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สโลแกนที่ชัดเจนตามตัวอักษร ด้วยการที่นายทักษิณบริหารประเทศผ่านการสไกป์และประชุมคณะรัฐมนตรีจากต่างแด น โดยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี บอกต่อไปว่าในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆของประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคนล้วนมาจากต่างแดน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีความผิดฐานคอรัปชันไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ ปี 2008
   
  นายคาตาลัคซี บอกว่าบทความของนายฟูลเลอร์ ก็เหมือนการ์ตูนล้อคอรัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวกและละเมิดหลักนิติรัฐในโลกที่ 3 แต่เขากลับเผชิญกับความยากลำบากในการเปิดใจหรือเขียนบทความตามข้อเท็จจริงว่ ามีการหลักฐานการคอรัปชันในรูปแบบ banana republic(ประเทศที่เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยกลุ่มบุคคล) โดยรัฐบาลไทย ที่ก็เคยปรากฎในข้อเขียนของเขาเอง
   
  ทั้งนี้นายคาตาลัคซี ปิดท้ายว่าการประท้วงในไทยจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับความต้องการเห็นประเทศลดคว ามเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลใดก็ตามที่บัญชาโดยนายทักษิณ ก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พร้อมระบุว่านายฟุลเลอร์เป็นคนมีไหวพริบและไม่ต้องสงสัยว่าเขาก็รู้เรื่องนี ้ แต่สิ่งที่เขียนก็คือทำตามอย่างเพื่อนนักเขียนของบีบีซี และมันเป็นแค่ผลการทำงานของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณว่าจ้างเท่านั้น
   
  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผลประโยชน์การเงินทางธุรกิจจึงอยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ดีในสายตาของสื่อ ตะวันตก อย่างเช่นอาหรับสปริงและการเดินขบวนบนท้องถนนสนับสนุนอียูในยูเครน แต่ในทางตรงข้ามการประท้วงที่มีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักชาติ และเคลื่อนไหวสนับสนุนอำนาจอธิปไตย บนท้องถนนในกรุงเทพฯ กลับเป็นเรื่องที่เลว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:03:47
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 23:30 น.  
 
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
  เอ็นเอสเอ็นบีซี - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์เอ็นเอสเอ็นบีซี ตอบโต้บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่อ้างว่าการชุมนุมในไทยผิด แปลกจากชาติอื่นเพราะผู้ประท้วงต้องการเห็นประเทศลดความเป็นประชาธิปไตยลง ชี้ในสายตาของสื่อตะวันตกการชุมนุมจะเป็นประชาธิปไตยก็เมื่อตนเองได้ประโยชน ์ ขณะเดียวกันก็หรี่ตามองข้ามความร้ายกาจต่างๆนานาของระบอบทักษิณ ทั้งฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอรัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประท้วงจึงแสวงหาการปฏิรูปครั้งใหญ่
   
  ในบทความเรื่อง "New York Times Condemns Thailand’s Counter Color Revolution" ของนายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่านายโธมัส ฟุลเลอร์ ของนิวยอร์กไทม์ได้เขียนบทความในเรื่องสถานกาารณ์ทางการเมืองของไทยมานานหลา ยปี โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็คือบทความที่พาดหัวว่า "In Thailand, Standing Up for Less Democracy"
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี เล่าย้อนถึงเนื้อหาในบทความของนายฟุลเลอร์ ที่ระบุว่าในตอนนี้โลกเคยชินกับความไม่สงบทางประชาธิปไตย ในนั้นรวมถึงอาหรับสปริง รวมถึงปฏิวัติปฏิวัติผ้าเหลืองในพม่าและปฏิวัติสีส้มของยูเครน แต่หลายสัปดาห์แห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทยกลับหลุดออกจากวัตถุประสงค์ หลักหนึ่ง นั่่นก็คือผู้ประท้วงพากันรวมตัวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลดความเป็นประชา ธิปไตยลง
   
  อย่างไรก็ตามนายคาตาลัคซี ตั้งข้อสังเกตว่าราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อตัวนิวยอร์กไทม์สเอง ที่เป็นผู้ตีแผ่ธรรมชาติของการประท้วงที่เรียกกันว่า "อาหรับสปริง" ในรายงานพาดหัว "U.S. Groups Helped Nurture Arab Uprisings," โดยนายคาตาลัคซี บอกว่าในรายงานชิ้นนี้ นิวยอร์กไทม์ส ยอมรับเองว่ามีกลุ่มคนและตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติและการป ฏิรูปทั่วภูมิภาค ในนั้นรวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชน 6 เมษายนในอียิปต์ ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนบาห์เรนและเหล่านักเคลื่อนไหวรากหญ้าอย่างนายอันท์ซา ร์ กาดี แกนนำเยาวชนในเยเมน ที่ได้รับการฝึกหัดและสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มต่างๆ อาทิสถาบันรีพับลิกันนานาชาติและสถาบันเดโมแครตนานาชาติ สององค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมีฐานบัญชาการในวอชิงตัน และรวมถึงองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ "National Endowment for Democracy" (NED)
   
  นายคาตาลัคซี ให้รายละเอียดในบทความต่อไปว่าสถาบันต่างๆของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต ล้วนเกี่ยวข้องอย่างหลวมๆกับพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยสถาบันเหล่านี้จัดตั้งโดยสภาคองเกรสและได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่าน องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในปี 1983 สำหรับเป็นช่องทางอนุมัติการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา โดยทางเอ็นเอดี ได้รับเงินสนับสนุนจากคองเกรสปีละราว 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Freedom House ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศ
   
  ดังนั้นนายคาตาลัคซี จึงสรุปว่า "อาหรับสปริง" จึงไม่ใช่การลุกฮือสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างกว้างขวางทั่วภูมิ ภาคเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่างๆ ผลก็คือได้รัฐบาลภราดรภาพมุสลิมใน 2 ชาติที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ อิสราเอลและซาอุอาระเบีย สำหรับทำสงครามกับซีเรีย สงครามอันโหดร้ายที่เคยทำลายล้างลิเบียจนย่อยยับ ขณะที่ในมือของพวกหัวรุนแรงและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนศพ ท่ามกลางการสนับสนุนทางอาวุธและเงินทุนโดยตรงของชาติตะวันตก ในเรื่องนี้ทางคาตาลัคซีจึงค่อนขอดว่าหากการประท้วงในไทยเป็นแบบนั้น ก็อาจได้รับการยกย่องจากชาติมหาอำนาจว่าเป็นเรื่องดีก็ได้
   
  บทความของนายคาตาลัคซี ระบุต่อว่านอกจากข้อเขียนของนายโธมัส ฟุลเลอร์แล้ว เรายังได้เห็นการละเลยข้อเท็จจริงและการโฆษณาชวนเชื่อทั่วสื่อตะวันตกทั้งหล าย ในนั้นคือการมองข้ามประวัติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆของนายทักษิณ ชินวัตร อาทิการฆ่าตัดตอน 3,000 ศพใน 90 วัน ของ "สงครามยาเสพติด" ในปี 2003 โดยในนั้นจำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาแม้แต่น้อย นอกจากนี้นายคาตาลัคซี ยังเหน็บแนมนายฟุลเลอร์ ต่อความล้มเหลวที่ไม่ยอมรายงานเพิ่มเติมไปว่าความโหดเหี้ยมของนายทักษิณ ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับได้ของเหล่าสมุน แต่ปฏิบัติการฆ่าหมู่ในปี 2003 ยังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่ผู้สนับสนุนเขาอีกด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนับสนุนของทักษิณก็ยังต้องการให้เขาคืนสู่อำนาจ แม้ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา) ไม่สามารถลงเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในประเทศ นายคาตาลัคซีจึงชี้ว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าคนเหล่านี้จึงไม่มีความสามารถพ อสำหรับเข้าร่วมในศึกเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปอย่างจริงๆจังๆ การปฏิรูปที่มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทา งอาญาลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2011 ภายใต้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สโลแกนที่ชัดเจนตามตัวอักษร ด้วยการที่นายทักษิณบริหารประเทศผ่านการสไกป์และประชุมคณะรัฐมนตรีจากต่างแด น โดยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี บอกต่อไปว่าในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆของประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคนล้วนมาจากต่างแดน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีความผิดฐานคอรัปชันไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ ปี 2008
   
  นายคาตาลัคซี บอกว่าบทความของนายฟูลเลอร์ ก็เหมือนการ์ตูนล้อคอรัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวกและละเมิดหลักนิติรัฐในโลกที่ 3 แต่เขากลับเผชิญกับความยากลำบากในการเปิดใจหรือเขียนบทความตามข้อเท็จจริงว่ ามีการหลักฐานการคอรัปชันในรูปแบบ banana republic(ประเทศที่เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยกลุ่มบุคคล) โดยรัฐบาลไทย ที่ก็เคยปรากฎในข้อเขียนของเขาเอง
   
  ทั้งนี้นายคาตาลัคซี ปิดท้ายว่าการประท้วงในไทยจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับความต้องการเห็นประเทศลดคว ามเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลใดก็ตามที่บัญชาโดยนายทักษิณ ก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พร้อมระบุว่านายฟุลเลอร์เป็นคนมีไหวพริบและไม่ต้องสงสัยว่าเขาก็รู้เรื่องนี ้ แต่สิ่งที่เขียนก็คือทำตามอย่างเพื่อนนักเขียนของบีบีซี และมันเป็นแค่ผลการทำงานของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณว่าจ้างเท่านั้น
   
  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผลประโยชน์การเงินทางธุรกิจจึงอยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ดีในสายตาของสื่อ ตะวันตก อย่างเช่นอาหรับสปริงและการเดินขบวนบนท้องถนนสนับสนุนอียูในยูเครน แต่ในทางตรงข้ามการประท้วงที่มีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักชาติ และเคลื่อนไหวสนับสนุนอำนาจอธิปไตย บนท้องถนนในกรุงเทพฯ กลับเป็นเรื่องที่เลว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:04:45
คปท.ดอดลุยหน้าสถานทูตมะกัน ชักธงชาติ อ่านแถลงไทยต้องปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  19 ธันวาคม 2556 16:29 น.  
 
คปท.ดอดลุยหน้าสถานทูตมะกัน ชักธงชาติ อ่านแถลงไทยต้องปฏิรูป
  คปท.แยกทัพ กปปส.ชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐฯ แจงข้อเสนอปฏิรูป ก่อนชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา
   
   
 
   
  วันนี้ (19 ธ.ค.) ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เมื่อเวลา 13.18 น. เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน ได้เดินทางมาชุมนุมที่บริเวณด้านหน้า เพื่อชี้แจงข้อเรียกร้องการปฏิรูปให้แก่สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ขบวนของ คปท.เป็นขบวนหน้าสุดของ กปปส.ที่เดินจากแยกนางเลิ้งไปยังแยกอโศก ก่อนที่ คปท.จะแยกมาชุมนุมบริเวณดังกล่าวในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ได้มีตำรวจจำนวนหนึ่งยืนกั้นมวลชนอยู่หน้าทางเข้าสถานทูตด้วย
   
  ต่อมาเวลา 13.25 น.ได้มีตำรวจระดับบังคับบัญชาเหตุการณ์ปีนรั้วเหล็กออกมาพูดคุยกับนายนิติธร  ก่อนที่นายนิติธรจะให้ผู้ชุมนุมตั้งเสาธงชาติหน้าสถานทูต โดยให้นักศึกษาชายและหญิงเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมระบุมาเพื่อประกาศว่าที่นี่ประเทศไทย ก่อนอ่านแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:05:49
อุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี อดีตตำรวจคูคต ลอบขนเอ็ม 79 ช่วงม็อบแดงปี 53
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  19 ธันวาคม 2556 14:26 น.  
 
 
   
 
อุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี อดีตตำรวจคูคต ลอบขนเอ็ม 79 ช่วงม็อบแดงปี 53
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี อดีตตำรวจคูคต ลอบขนเอ็ม 79 ช่วงม็อบแดงปี 53
 
อุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี อดีตตำรวจคูคต ลอบขนเอ็ม 79 ช่วงม็อบแดงปี 53
 
อุทธรณ์ยืนจำคุก 10 ปี อดีตตำรวจคูคต ลอบขนเอ็ม 79 ช่วงม็อบแดงปี 53
 
   
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 10 ปี “จ.ส.ต.ปริญญา” อดีตตำรวจคูคต ลอบขนระเบิดเอ็ม 79 ฝ่าด่านตรวจช่วงเสื้่อแดงชุมนุมย่านดอนเมืองปี 53 ชี้ผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับจำเลย
   
  ที่ห้องพิจารณา 604 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (19 ธ.ค.) เวลา 10.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1121/2554 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์ อายุ 40 ปี อดีต ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เป็นจำเลยในความผิดฐานมีกระสุน เครื่องกระสุน และอาวุธสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 55 และ 78
   
  โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2554 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2553 จำเลยมีลูกระเบิดยิงขนาด 40 มม.แบบเอ็ม 79 ชนิดระเบิดเจาะเกราะ และชนวนแบบเอ็ม 403 สภาพพร้อมใช้งาน รวมจำนวน 62 นัด ซึ่งแรงระเบิดมีอานุภาพสังหารชีวิต มนุษย์ สัตว์ และทำลายทรัพย์สินเสียหายในรัศมีฉกรรจ์ 5 เมตร ไว้เพื่อจำหน่ายราคาลูกละ 1,200 บาท อันเป็นความผิดตามกฎหมาย ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 1 ก.ค. 2522 และออกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 เหตุเกิดที่ แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. จำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด
   
  ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2556 ว่า จำเลยมีความผิดจริง ฐานครอบครองเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ ม. 55 และ ม.78 วรรค 1 ให้จำคุก 10 ปี และริบของกลาง ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ต่อสู้ว่าการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จากเส้นผมที่หมวกนิรภัยนั้นมีพิรุธ เนื่องจากก่อนตรวจพนักงานสอบสวนนำหมวกนิรภัยมาให้จำเลยสวมใส่ก่อน และพยานโจทก์เบิกความขัดกันในรายละเอียดเรื่องกล่องใส่ลูกระเบิด โดยพยานมีเวลาเห็นคนร้ายเพียง 2 นาทีเท่านั้น
   
  ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย และพลทหาร 1 นาย ที่ประจำด่านตรวจความมั่นคง เบิกความสอดคล้องกันว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทหารอากาศ ได้ตั้งด่านตรวจความมั่นคงที่ถนนวิภาวดี-รังสิต ย่านดอนเมือง ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีคนร้ายขี่จักรยานยนต์ทะเบียน พงน 68 กทม.ผ่านมาถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อจะขอตรวจ แต่คนร้ายขี่รถฝ่าด่านตรวจ แต่ไปเจอด่านตรวจของทหารอากาศที่อยู่ห่างประมาณ 50 เมตร คนร้ายจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางหมู่บ้านบัณฑิตโฮม ซอยวิภาวดี 1 ที่เชื่อมกับ ซอยวิภาวดี 2 แต่เป็นทางตัน คนร้ายจึงทิ้งรถจักรยานยนต์แล้ววิ่งหลบหนีไป นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกนาย ที่วิ่งตามคนร้ายไปในซอย พบถุงที่ใส่โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินตกอยู่ จึงตรวจดูพบกระเป๋ามีบัตรประชาชน บัตรประตัวข้าราชการตำรวจ ใบขับขี่รถ และบัตรชมรมยิงปืนชื่อจำเลย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามจับกุมจำเลยได้ ส่วนถุงพลาสติกที่อยู่กับรถจักรยานยนต์จำเลยภายในบรรจุลูกระเบิด M 79 จำนวน 62 ลูก
   
  ที่จำเลยอ้างว่า เจ้าหน้าที่มีเวลา 2 นาทีเห็นหน้าคนร้ายนั้น ศาลเห็นว่าพยานโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งด่านตรวจความมั่นคง ซึ่งอยู่ในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะต้องให้ความสนใจและสังเกตการณ์ผู้ที่ผ่านด่านตรวจทุกคัน มากกว่าการตั้งด่านปกติ ขณะเกิดเหตุคนร้ายใส่หมวกนิรภัยลักษณะครึ่งใบ แบบเปิดหน้าไม่มีสิ่งใดมาปิดบังใบหน้า ดังนั้นเจ้าหน้าที่ย่อมสามารถมองเห็นคนร้ายได้ โดยเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ เบิกความยืนยันว่า จดจำใบหน้าของจำเลยได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งพยานโจทก์ไม่เคยรู้จักกับจำเลยมาก่อน เชื่อว่าเบิกความตามจริง นอกจากนี้จากการตรวจ DNA จากเส้นผมจำนวนมากที่พบในหมวกนิรภัย เชื่อว่าเกิดจากจำเลยได้มีการสวมใส่หมวกนิรภะยมาก่อนเป็นระยะเวลานาน ซึ่งผลตรวจนั้นพบว่า DNA ตรงกับจำเลย ส่วนที่พยานประจำด่านตรวจทั้ง 3 ปากจะเบิกความแตกต่างกันบ้างนั้น เป็นในเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับกล่องบรรจุลูกระเบิดเท่านั้น ไม่ได้เป็นสาระสำคัญแห่งคดี อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
   
  ภายหลัง จ.ส.ต.ปริญญา ซึ่งถูกคุมขังอยู่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ กล่าวว่า จะปรึกษากับทนายความก่อนว่าจะดำเนินการยื่นฎีกาต่อไปหรือไม่ โดยขณะนี้ถูกจำคุกมาแล้ว 3 ปีเศษ
   
  อนึ่ง วันที่ 28 เม.ย.53 ที่ จ.ส.ต.ปริญญาถูกจับกุมนั้น เป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดง กับเจ้าหน้าที่ทหาร บริเวณใกล้อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นมีทหารเสียชีวิต 1 นายและได้รับบาดเจ็บหลายราย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:06:48
“ปู” ถูกเป่านกหวีดไล่หน้าโรงแรมในร้อยเอ็ด หวิดปะทะเสื้อแดง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  19 ธันวาคม 2556 14:45 น.  
 
ร้อยเอ็ด - กปปส.ร้อยเอ็ดหวิดปะทะเสื้อแดงหน้าโรงแรมที่พัก “ปู” ขณะรวมกลุ่มรอเป่านกหวีดไล่ ตำรวจต้องตั้งแผงกั้นให้แต่ละฝ่ายอยู่คนละฝั่งถนน
   
  เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่ม กปปส.ร้อยเอ็ดกว่า 100 คน ซึ่งทราบข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ จะเดินทางมาเข้าพักที่โรงแรมเพชรรัชต์ นัดรวมตัวพากันไปดักรอเพี่อเป่านกหวีด และถือป้ายแสดงสัญลักษณ์ขับไล่ให้ลาออกจากตำแหน่ง
   
  ขณะที่กลุ่ม กปปส.ร้อยเอ็ดเดินทางไปถึง ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 10 คนที่รอต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่หน้าโรงแรมเช่นกัน และเมื่อคนเสื้อแดงเห็นว่าพวกตนมีจำนวนน้อยก็ได้เร่งเรียกระดมกันมาเพิ่มจนม ีมากกว่า 200 คน เพื่อต่อต้านกลุ่มผู้ที่มาขับไล่ที่ถนนหน้าโรงแรม
   
  ผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มต่างตะโกนด่าทอกันไปมา ทำให้ พล.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย รวมทั้ง สห.จำนวนหนึ่งมาเฝ้าระวังป้องกันการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย ด้วยการนำแผงเหล็กมากั้นทั้งสองฝ่ายไว้คนละฝั่งถนน
   
  ปรากฏว่าในช่วงที่รอการเดินทางเข้าโรงแรมของคณะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งสองฝ่ายเกือบจะเกิดการปะทะกันขึ้น เพราะในขณะที่ฝ่ายหนึ่งเป่านกหวีด ทางฝ่ายคนเสื้อแดงก็ได้ใช้เครื่องเสียงติดรถยนต์เปิดเพลงกลบเสียงนกหวีด ทำให้ฝ่ายขับไล่ไม่พอใจ จะบุกเข้าไปปิดเครื่องเสียงจนหวิดปะทะกัน
   
  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอให้ฝ่ายคนเสื้อแดงปิดเครื่องเสียง และขอให้ฝ่ายขับไล่ยุติการเป่านกหวีด ให้รอจนกว่าขบวนนายกฯ รักษาการมาถึงจึงค่อยเป่านกหวีด เพื่อลดความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย
   
  จนกระทั่งเวลา 20 .30 น. ขบวนของนายกรัฐมนตรีรักษาการก็เดินทางมาถึง และเข้ามาที่โรงแรมที่พัก ท่ามกลางการเป่านกหวีดไล่ของฝ่ายขับไล่ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้เปิดเครื่องเสียงเชียร์ให้การสนับสนุน และเมื่อขบวนรถเคลื่อนผ่านเข้าไปในโรงแรมแล้ว ทั้งสองฝ่ายจึงสลายตัวกลับเมื่อเวลา 22.00 น.
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:07:33
เผย “ป้าเสรีชน” เมืองช้างใจเด็ด ลุยเดี่ยวชี้หน้าเป่าปรี๊ดไล่ “ปู” กลางฝูงแดงนับพัน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  19 ธันวาคม 2556 12:42 น.  
 
สุรินทร์ - ควันหลงปฏิบัติการเมืองช้างไล่ “ปูเน่า” เปิดตัว “ป้าเสรีชน” หญิงไทยเชื้อสายจีนสูงวัยใจเด็ดลุยเดี่ยวบุกงานเลี้ยงในโรงแรมกลางสุรินทร์ หวังชี้หน้าเป่านกหวีดไล่ “ยิ่งลักษณ์” ท่ามกลางมวลชนแก๊งเสื้อแดงเถื่อนนับพันคน จนถูกรุมทำร้ายร่างกาย
   
  วันนี้ (19 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีหญิงชาวไทยเชื้อสายจีนสูงวัย ไม่ทราบชื่อ อายุกว่า 60 ปี ได้บุกเดี่ยวเข้าไปในโรงแรมทองธารินทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อเป่านกหวีดขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการ ในระหว่างเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ที่บรรดาอดีต ส.ส.สุรินทร์พรรคเพื่อไทย และข้าราชการในพื้นที่จังหวัดอีสานตอนล่างร่วมกันจัดขึ้น ท่ามกลางความตกใจของกลุ่มการ์ดเสื้อแดง และคนเสื้อแดงจำนวนมากต่างกรูเข้าพยายามทำร้ายร่างกาย กว่า 20 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายจะรีบนำตัวออกจากที่เกิดเหตุหวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ เพราะมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารวมตัวคอยให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในครั้งนี้นับพันคนนั้น
   
  ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามทราบว่า หญิงไทยเชื้อสายจีนสูงวัยดังกล่าว คือ น.ส.แอ่ง แซ่ตั้ง อายุ 64 ปี ชาว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ประกอบอาชีพขายอาหารอยู่ในตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ ซึ่งขณะนี้ได้มีบรรดาแม่ค้าพ่อค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ และเพื่อนๆ จากกลุ่ม กปปส.สุรินทร์ นำดอกกุหลาบมามอบให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน
   
  น.ส.แอ่ง แซ่ตั้ง หรือ “ป้าแอ่ง” ของชาวตลาดเทศบาลเมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 17 ธ.ค. ตนได้บุกเข้าไปในโรงแรมทองธารินทร์ ซึ่งกำลังจัดงานเลี้ยงต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ข้างบน ตนได้เข้าไปในโรงแรมและกำลังเดินขึ้นไปชั้นบนสถานที่จัดงานเลี้ยง แต่คนเสื้อแดงเห็นว่าป้าสวมข้อมือธงชาติ จึงถามว่ามาทำไม จึงตอบกลับไปว่า อยากจะไปดูหน้ามันหน่อย เพราะมันสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเมือง ป้าจึงถูกเสื้อแดงกันเอาตัวออกมาข้างนอกโรงแรมและทุบป้าเข้าที่หน้าอกอย่างแ รง ซึ่งโชคดีที่นักข่าวเห็นเหตุการณ์ คนเสื้อแดงมันจึงไม่กล้าทำร้ายต่อ ไม่เช่นนั้นป้าคงถูกมันทำร้ายหนักแน่เพราะมันโหดมาก
   
  “ป้าตั้งใจจะเข้าไปหายิ่งลักษณ์ แต่ไม่ทันได้ขึ้นไปถึงห้องจัดเลี้ยงก็ถูกกันและเอาตัวออกมาเสียก่อน ขอยืนยันว่าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น พร้อมสู้เพื่อชาติและในหลวง” ป้าแอ่งกล่าวหนักแน่น
   
  นางพิรมย์ ชูเส้นผม อายุ 62 ปี แม่ค้าขายผลไม้ตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า ป้าแอ่งแกเป็นคนเก่งมาก สามารถบุกไปคนเดียวได้ ซึ่งป้าแอ่งเป็นคนรักพระเจ้าอยู่หัวมากและรักประเทศไทย การออกมาสู้ของเสรีชนคนไทยต่อต้านรัฐบาลโกงเพื่อปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ตนเช ื่อว่าต้องสู้ได้อยู่แล้ว หากปล่อยให้มีการเลือกตั้งก็เต็มไปด้วยการซื้อเสียงเพราะที่ผ่านมาใช้เงินซื ้อเสียงตลอด ฉะนั้นหากมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้พวกเราจะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะเลือกไปก็เน่าเหมือนเดิม ซึ่งการบริหารบ้านเมือง 2 ปีที่ผ่านมายังเละตุ้มเป๊ะเลย
   
  ด้าน นางรัตนา สุธรรมพอดี อายุ 61 ปี น้องสาวป้าแอ่ง กล่าวว่า พี่สาวเป็นคนโสด ยังไม่ได้แต่งงาน มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ภูมิลำเนาเดิมอยู่กรุงเทพฯ แต่มาตั้งรกรากทำมาหากินที่จังหวัดสุรินทร์ 8 ปีแล้ว หลังจากรู้ข่าวที่เกิดขึ้นก็รู้สึกเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของพี่สาวเป็นอย่า งมาก ได้แต่คอยเตือนให้ระวังตัว เพราะมีทั้งคนหวังดีและหวังร้าย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:08:21
“ตั๊น” ไม่กลัวบ้านบึ้ม! ลั่นเดินหน้าเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  19 ธันวาคม 2556 17:06 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ตั๊น” ไม่กลัวบ้านบึ้ม! ลั่นเดินหน้าเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น
จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี (ภาพจากแฟ้ม)
 
   
“จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี” แนวร่วม กปปส.ไม่หวั่นไหวถูกคนร้ายปาระเบิดขวดใส่บ้านพัก ขอบคุณที่เป็นห่วง ปล่อยให้ตำรวจทำคดี ลั่นขอทำหน้าที่คนไทยเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น ขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่
   
  วันนี้ (19 ธ.ค.) น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแนวร่วมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไต ยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ที่ถูกคนร้ายลอบปาระเบิดขวดเมื่อกลางดึกวันที่ 18 ธ.ค.ที่บ้านพักภายในซอยรามคำแหง 12 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนชื่อ "ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี” ว่า “ตั๊นขอขอบคุณทุกๆ ความห่วงใยและทุกๆ กำลังใจ เรื่องกรณีที่มีคนร้าย 4 คน ลอบปาขวดน้ำมันจุดไฟปาเข้าบ้านพักของตั๊นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ค่ะ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีคงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตั๊นขอทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึงที่อยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปล งไปในทางที่ดีขึ้นให้ดีที่สุด ขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการกันต่อไปค่ะ”
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:09:19
องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์เชื่อเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่นำประเทศพ้นวิกฤต
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  19 ธันวาคม 2556 17:17 น.  
 
  สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ยังไม่มีท ีท่าว่าจะยุติลงแม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจในอนาคตของประเทศแต่บรรยากาศความขัดแย้งยั งไม่มีการผ่อนคลายลงเลย และก่อความวิตกกังวลร่วมในสังคมของเรา องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้
   
  1.องค์กรวิชาชีพสื่อตระหนักดีถึงความสำคัญของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไต ย รวมทั้งการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติทา งการเมืองหรือวิกฤติของประเทศก็เป็นวิถีทางปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งที่ถูกกำหนดไว้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้ง และยังมีความแตกแยกในสังคมอย่างกว้างขวาง เต็มไปด้วยแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้งได้
   
  องค์กรวิชาชีพสื่อ มีความเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งในบรรยากาศดังกล่าว อาจจะไม่ช่วยนำพาประเทศออกจากความขัดแย้งตามที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องการ ในทางกลับกันจะทำให้เกิดเป็นวิกฤติของประเทศอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความขัดแย้งยิ่งทวีความรุนแรง ดังนั้นเพื่อให้การเลือกตั้งนำประเทศออกจากความขัดแย้งให้ได้ จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการสร้างความเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่าย ผ่านกลไกการหารือและตัดสินใจร่วมกันเพื่อร่วมสร้างกติกาการเลือกตั้งที่ทุกฝ ่ายยอมรับร่วมกันได้ โดยมีเป้าหมายร่วมคือหาทางออกให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ เพื่อไม่ความขัดแย้งที่รุนแรงกลับมาอยู่ในวังวนเดิมอีก
   
  อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี วิกฤติของประเทศในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาสของประเทศไทย ที่กำลังก้าวข้ามความเป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทนไปสู่ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่ว ม ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมสร้างหลักประกันที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยในทุกๆด ้าน เพื่อให้ประเทศของเราสามารถปลดเงื่อนไขของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อได้อย่างแท ้จริง ทั้งนี้อะไรที่จำเป็นต้องปฏิรูปทันทีก็ต้องลงมือทำเช่นเรื่องการทุจริตคอรัป ชั่น และควรเร่งดำเนินการปรึกษาหารือเพื่อให้การเลือกตั้งที่ทุกภาคส่วนในสังคมพอ ใจเกิดขึ้นโดยเร็ว
   
  2.รัฐบาลรักษาการ มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติและต้องไม่ใช้กลรัฐไปซ้ำเติมความขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องยึดมั่นในการดำเนินการใดๆต่อการชุมนุมให้เป็นไปโดยปราศจากความรุ นแรงในทุกกรณี ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ต้องไม่ดำเนินการ หรือสั่งการใดๆทั้งทางตรงทางอ้อมที่จะทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสีย โดยเฉพาะการนำมวลชนมาเผชิญหน้ากัน
   
  3.สำหรับ กปปส. ต้องยึดมั่นและรักษาแนวทางการชุมนุมเรียกร้องโดยสงบ สันติอหิงสา ปราศจากอาวุธ ให้เป็นแนวทางที่มั่นคงต่อไป การไม่ใช้ความรุนแรงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง รวมทั้งการใช้จำนวนมหาประชาชนจำนวนมากชุมนุมกดดันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางก ารเมืองก็เป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ แต่องค์กรวิชาชีพสื่อเห็นว่าแนวทางพูดคุยเจรจากับฝ่ายต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกันเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้องพิจารณา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ เราเชื่อมั่นว่าพลเมืองไทยจำนวนมหาศาลต้องการเดินไปด้วยกันบนเส้นทางปฏิรูปป ระเทศ พลังของพลเมืองไทยต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อคนไทยอยู่ร่ วมกันด้วยความอบอุ่น
   
  4.ผู้ปฏิบัติงานข่าวในองค์กรสื่อต่างๆ ต้องยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญทำหน้าที่อย่างต รงไปตรงมา เช่นเดียวกับสื่อของรัฐ ผู้มีอำนาจสั่งการจะต้องไม่ใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซงกองบรรณาธิการนำเสนอข่าวหร ือเผยแพร่รายการที่มีเนื้อหาสร้างความแตกแยกในสังคม และควรให้พื้นที่ในการเสนอข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นของทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม  
   
  ขณะเดียวกันทางด้านผู้ประกอบธุรกิจสื่อต้องตระหนักถึงสิทธิการรับรู้ข้อมูลข ่าวสารของประชาชนและต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ทางธุ รกิจ องค์กรสื่อจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจบานปลายกลายเป ็นความรุนแรง ทั้งสวัสดิภาพของนักข่าว ช่างภาพ ผู้ปฏิบัติงานในสนามข่าวทุกคน และการปฏิบัติหน้าที่ของกองบรรณาธิการ ทั้งนี้สื่อต้องไม่เป็นเป้าหมายการคุกคาม กดดันของฝ่ายใด เพราะการข่มขู่ คุกคาม กดดันสื่อ ด้วยการหวังผลใดๆ ก็ตามจะกระทบต่อข้อเท็จจริงที่สังคมควรได้รับรู้อย่างตรงไปตรงมาโดยเฉพาะในส ถานการณ์ไม่ปรกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบตามมาอีกมากมาย
   
  สุดท้ายนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อขอเรียกร้องประชาชนทุกฝ่ายได้ใช้ความอดทน อดกลั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าซึ่งอาจจะทำให้สถานการณ์มีความรุนแรงมาก ยิ่งขึ้น และต้องร่วมกันเรียกร้อง ผลักดันให้เกิดการสร้างบรรยากาศของความปรองดอง เพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้ประเทศของเราลุกยืนอย่างเข็มแข็งต่อไป
   
  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
  สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
  สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
  19 ธันวาคม 2556
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:09:57
หมอชนบทนครศรีฯ เตรียมเข้ากรุง ลั่น! ต้องการดูแลเหล่า ปชช. ผู้ชุมนุม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  19 ธันวาคม 2556 16:43 น.  
 
หมอชนบทนครศรีฯ เตรียมเข้ากรุง ลั่น! ต้องการดูแลเหล่า ปชช. ผู้ชุมนุม
  นครศรีธรรมราช - เครือข่ายแพทย์ชนบทภาคใต้ขยับนำขบวนรถฉุกเฉินเข้า กทม. พร้อมดูแลผู้ชุมนุม หลังสาธารณสุขเมินมองผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ยันหนุนแนวทางปฏิรูปนักการเมืองต้นตอปัญหาควรหยุด และปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง
   
  วันนี้ (19 ธ.ค.) ที่ จ.นครศรีธรรมราช นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล แกนนำเครือข่ายแพทย์ชนบทภาคใต้ เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ โดยเครือข่ายแพทย์ชนบทจากทั่วประเทศจะทำภารกิจเดิม คือ การร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ เพื่อเป็นอาสาสมัครเข้าปฏิบัติงานร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนแพทย์ทั้ง 7 สถาบัน ศูนย์เอราวัณ กทม. และหน่วยกู้ภัยต่างๆ เข้าร่วมกันดูแลสุขภาพความเจ็บป่วยของประชาชนในที่ชุมนุม เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ให้การดูแล สืบเนื่องจากมองผู้ชุมนุมว่าเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล จะเข้าดูแลเมื่อเกิดการปะทะกันเท่านั้น
   
  เมื่อผู้ชุมนุมระดมพลชุมนุมครั้งใหญ่ เราต้องเตรียมความพร้อมเนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีคนจำนวนมากมายอยู่ในที่เดียวกัน เราจึงระดมอาสาสมัครมาร่วมกัน ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ เช่นเดียวกับสายทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ในขณะที่ภาคกลางนั้น ได้ดูแลเป็นปกติอยู่แล้ว ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ชาวโรงพยาบาลชุมชนตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงมาจะมารวมกันที่สหกรณ์สุราษฎร์ธานี หรือโค-อ๊อป ในเวลา 08.00 น. จากนั้นได้ตั้งขบวนรถแอมบูแลนซ์ ออกจากสหกรณ์สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ทันที เมื่อไปถึงจะร่วมกันประชุมทีมแพทย์พยาบาล พร้อมเข้าให้การช่วยเหลือประชาชน ผอ.แกนนำแพทย์ชนบทรายนี้กล่าว
   
  นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล แกนนำแพทย์ชนบทภาคใต้ยังกล่าวต่อว่า ในส่วนของจุดยืนของเครือข่ายแพทย์ชนบทนั้นชัดเจนมาตั้งแต่ต้น โดยเรียกร้องให้นักการเมืองซึ่งมีไม่กี่คนควรเสียสละ ไม่เช่นนั้นจะแก้ปัญหาไม่ได้ นักการเมืองควรหยุดแล้วให้คนกลางเข้ามาทำงานแทน เข้ากระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นให้มาก ประชาชนมีช่องทางที่สามารถตรวจสอบได้โดยเฉพาะเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องมีกระบวนการดำเนินคดีที่รวดเร็ว บทลงโทษต้องหนักมากขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และยืนยันว่าเครือข่ายแพทย์ชนบทมีจุดยืนนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว คือ ให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 07:11:31
วันนี้ 19 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และส่งต่อภาพพ่อค้าแม่ค้าผลไม้ ในตลาดเมืองนนท์แห่งหนึ่งอย่างกว้างขวาง โดยในภาพดังกล่าวเป็นภาพร้านผลไม้ร้านหนึ่งกำลังขายผลไม้ให้กับลูกค้า แต่สิ่งที่น่าแปลกไปเมื่อร้านผลไม้ดังกล่าวไม่ได้ติดผลไม้บอกราคาอย่างเดียว  แต่ยังติดป้ายบอกว่า "ปฏิรูป ! ก่อนเลือก" และ "ร้านนี้ ไม่เอาระบอบทักษิณ" งานนี้ทำเอาประชาชนที่ที่มาเลือกซื้อสินค้าถูกใจและนับถือในความกล้าหาญของพ ่อค้าแม่ค้ารายนี้ ที่นำป้ายมาติดโดยไม่เกรงกลัวกลุ่มผู้สนับสนุนฝั่งตรงข้าม หรือ คนเสื้อแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จ.นนท์บุรี ที่เป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดง  อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวชาวโลกสังคมออนไลน์ต่างเข้ามากดถูกใจและแชร์ภาพดังก ล่าวอย่างมากมาย นอกจากนี้ยังถามหาว่าร้านนี้อยู่ที่ใด จะไปอุดหนุนอีกด้วย
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 14:34:08
จับการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุม เปิดห้องพักมั่วยาเสพติด อีกทั้งมีระเบิดขวดเตรียมก่อเหตุ!!
 
วันนี้ 19 ธ.ค.56 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี ได้ทำการจับกุมตัว  
1. นาย สุรนันท์ กรุงแก้ว อายุ 25 ปี
2. นาย วราวุฒิ พัฒนา อายุ 19 ปี
3. นาย รัตนโชค ภาคแก้ว อายุ 17 ปี
4. น.ส.นฤชล อมาตยกุล อายุ 25 ปี
 
พร้อมของกลาง  
1.วัตถุระเบิดแบบประดิษฐ์เอง จำนวน 4 ชิ้น  
2.ลูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด
3.อุปกรณ์การเสพยาเสพติด จำนวน 6 อัน
4.บัตร Security การ์ดต่อต้านนิรโทษกรรม จำนวน 1 ใบ
 
โดยพฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เพืื่อเข้าค้นห้องเลขที่ 133/33 หมู่ 5 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายสุรนันท์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 รับว่าเป็นเจ้าของห้องพัก ผลการตรวจค้นปรากฎว่าพบของกลางดังกล่าว และรับสารภาพว่านัดกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อมาเสพยาเสพติดที่ห้องพัก อีกทั้งรับว่าเป็นการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย
 
โดยกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาที่ 1 ครอบครองวัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษ
ผู้ต้องหาที่ 2-
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 14:36:52
ตร.เผยภาพ-ชื่อการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีหมายจับ 19 ราย
 
เฟซบุ๊กทีมโฆษกตำรวจเผยภาพและรายชื่อการ์ดผู้ชุมนุมที่มีหมายจับ 19 ราย ซึ่งจับกุมแล้ว 2 มอบตัว 1 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามจับกุม
 
เฟซบุ๊กทีมโฆษกตำรวจเผยภาพและรายชื่อการ์ดผู้ชุมนุมที่มีหมายจับ พร้อมระบุว่า จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า กลุ่มบุคคลตามภาพ จำนวน 19 ราย ที่มาเป็นการ์ดให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น พบว่ามีหมายจับติดตัว บางนายมีหมายจับข้อหาอุจฉกรรจ์ ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เพื่อติดตามจับกุมตัวบุคคลเหล่านี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/91601.html
 
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 14:41:00
จับผู้ต้องหา พร้อมระเบิดปิงปอง 900 ลูก!!!
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมคีรี ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ทำการจับกุมตัวน.ส.เบญจวรรณ ฐาพรพันธุ์ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางเป็น ระเบิดปิงปอง จำนวน 900 ลูก
 
จากการสอบสวน น.ส.เบญจวรรณฯ รับว่า เคยร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมศาลากลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช อีกด้วย
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/20/13 เวลา 14:51:14
BLUESKY มั่วนิ่มหลอกสาวกโง่ๆ! ฝรั่งยืนคู่กบฏเทือกโวย "เป็น NGO ทำไมถึงไปบอกว่าผมเป็นทูตจากสวิสเซอร์แลนด์?"
 
http://www.go6tv.com/2013/12/bluesky-ngo.html
 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:11:57

7
21 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ประชาชนจากหลายสาขาอาชีพ ในเขตอำเภอนางรอง และอำเภอใกล้เคียง ของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่ม กปปส.บุรีรัมย์” กว่า 100 คน ได้มารวมตัวกันชุมนุมบนถนนทางหลวงหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม บริเวณหน้าโรงพยาบาลนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พร้อมทั้งถือธงชาติไทย ป้ายด้วยข้อความต่างๆโจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และต่อต้านระบอบทักษิณ  
   
จากนั้นขบวนประชาชนกลุ่มดังกล่าว ได้จัดรถโฆษณา และออกเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาร่วมชุมนุมแห่รอบตลาดเทศบาลเมืองนางรอง ประกาศนัดหมายร่วมชุมนุมแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ-ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (22ธ.ค.) ที่กรุงเทพมหานคร จากหน้าโรงพยาบาลนางรองไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองนางรอง พร้อมกันนี้ ยังมีการเป่านกหวีด และโบกธงชาติไทย เพื่อเป็นการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ด้วย
 
พร้อมทั้ง ประกาศเชิญชวนปลุกกระแสให้พ่อค้า ประชาชน ออกมาร่วมกันแสดงพลังต่อต้านระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี โดยตลอดเส้นทางที่ประชาชนได้ร่วมกันเดินรณรงค์ก็ได้มีประชาชนตามบ้านเรือน ที่เดินทางผ่านได้ออกมาโบกมือและปรบมือให้กำลังใจในการแสดงพลังของกลุ่มประช าชนดังกล่าวตลอดเส้นทางด้วย
       
ซึ่งตัวแทน “กลุ่ม กปปส.บุรีรัมย์” ระบุว่า ในคืนนี้(21ธ.ค.) ได้จัดเตรียมรถบัส และรถตู้ไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อรองรับผู้ที่จะเดินทางเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.ที่กรุงเทพฯ ให้มากที่สุด ส่วนค่าเช่ารถบัส และรถตู้ นั้น ภาคประชาชนที่ร่วมเดินทางต่างร่วมกันบริจาคเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายกันเอง เพราะต่างมีอุดมการณ์ชัดเจน คือล้างระบอบทักษิณ ขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีรักษาการ ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศไทย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:12:47
21 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชัย มณีนุตร หรือ"เกษตรอ้อ"แกนนำสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยชัยนาท เปิดเผยว่าจากการประกาศจุดยืนที่จะต้องปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ของนายสุเทพ เลขาธิการ กปปส.และจะมีการเคลื่อนมวลชนเพื่อกดดันและขัดขวางการจัดการรับสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 22 ธันวาคมนั้น กรรมการ สภาประชาชนชัยนาทได้หารือและลงความเห็นว่าจะนำมวลชนเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับ กปปส.ที่ กทม.ในวันที่ 22 ธันวาคมด้วย โดยจัดรถบัสขนาด 60 ที่นั่งไว้ 2 คันรับมวลชน 2 จุดคือหน้าธนาคารกรุงไทย ถนนคงธรรม และหน้าโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม ถนนลูกเลือ นอกจากนี้ยังจัดรถตู้ไว้อีก 5 คันจอดที่หน้าวิทยาลัยเทคนิคชัยนาท ถนนพหลโยธิน รถเที่ยวแรกเริ่มตั้งแต่เวลา 06.00น.และหากมวลชนเต็มทั้ง 5 คันยังสามารถจัดรถเพิ่มได้อีกไม่จำกัดซึ่งจะมีการจัดรถแบบ"เต็มออก เต็มออก"มุ่งหน้าเข้า กทม.โดยมวลชนภาคเหนือและภาคอิสานจะเข้าร่วมที่จุดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว ออกเดินตามแผน ดาวกระจาย 10 จุดที่ กปปส.วางไว้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:13:44
20 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เดินทางไปตรวจราชการพื้นที่ภาคอีสานอีกครั้งหลังเข้า กทม.เมื่อเช้าวันนี้เพื่อเข้าประชุมสภากลาโหม ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต และเข้าหารือเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยเข้าพำนักที่โรงแรมตักสิลาแกรนด์ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมวสุ ที่ม็อบนกหวีด กลุ่มมหาสารคามรักชาติรวมตัวกันอยู่
 
รายงานระบุว่า การเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวโดนประชาชน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มมหาสารคามรักชาติ” มาชุมนุมขับไล่และเป่านกหวีดใส่ตลอดเวลา ซึ่งเกือบจะเกิดเหตุความวุ่นวายเมื่อเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรว จที่มาอารักขาและดูแลความปลอดภัย จนเกือบบานปลายกลายเป็นการปะทะกัน
 
รายงานระบุว่า แกนนำม็อบนกหวีดที่มหาสารคาม คือ นายพิสุทธิ์ จันทรจำนงค์ หรือ "สจ.ตั้ม" ลูกน้องของนายยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย และนางคมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:14:33
20 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สรุปข่าว กปปส.ให้แก่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศบนเวทีมวลมหาประชาชน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ยืนยันว่าไม่ได้หวั่นไหวต่อการทำหน้าที่ และได้เลือกข้างแล้ว เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่กลัวที่จะสู้เพื่อความถูกต้อง
 
ข้อความที่ ตั๊น จิตภัสร์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ค “ในเมื่อเราได้เลือกข้างแล้ว ขอให้เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์ อย่ากลัวที่จะสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง ตั๊นขอทำหน้าที่ของวันนี้ให้ดีที่สุด จะสู้เคียงข้างพี่น้องประชาชน.. ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆหัวใจรักชาติค่ะ”
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วานนี้(19 ธ.ค.) ตั๊น จิตภัสร์ ได้ขึ้นทำหน้าที่บนเวทีตามปกติ โดยมีช่วงหนึ่งหลังการปฏิบัติหน้าที่ ได้ปราศรัยกับมวลมหาประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่า ขอให้พี่น้องประชาชนออกมาให้มากที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.นี้ พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ขว้างระเบิดเพลิงไม่ได้ทำให้หวั่นไหว เมื่อเลือกเดินทางเส้นนี้ จะขอสู้เคียงข้างประชาชน ขอยืนยันว่าชาติต้องมาก่อน ผิดคือผิดถูกคือถูก ความยุติธรรมต้องคงอยู่ในสังคมไทยต่อไป ขอให้รัฐบาลหยุดการใช้อำนาจรัฐทำร้ายประชาชนอีกเลย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:15:21
20 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเกียรติ อ่อนวิมล นักวิชาการและสื่อสารมวลชนอาวุโส ทวีตข้อความผ่านทวีตเตอร์ส่วนตัวที่ชื่อว่า “Somkiat Onwimon &#8207;@somkiatonwimon” แสดงความคิดเห็นหลังจากได้เห็นภาพมวลมหาประชาชน และมวลชนมหาศาลที่คอยให้การต้อนรับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ตลอดเส้นทางตั้งแต่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินไปตลอดเส้นทางจนถึงสาธรว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม น่าจะรู้ตัวดีว่าจบชีวิตในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว
 
นายสมเกียรติ ทวีตว่า ไม่ได้มีความเกลียดชัง แต่อยากบอก น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าต้องคิดให้ได้ เนื่องจากพลังประชาชนมากมายขนาดนี้ ต่างจังหวัดก็มีมวลชนไม่น้อยที่สนับสนุนนายสุเทพ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อวานบรรยากาศการต่อต้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีตดีอาญาไปต่างประเทศก็มีจำนวนมากเช่นกัน
 
“มวลมหาประชาชน เป็นคำเฉพาะ เรียกมวลชนที่สนับสนุนคุณสุเทพฯและ กปปส. ผมเรียกถูกแล้ว เป็นนิยามศัพท์เฉพาะครับ คำว่า "mob" ใช้ได้เฉพาะกับมวลชนที่รุนแรงไร้ระเบียบเท่านั้น เช่นพวกเสื้อแดงและเสื้อเหลืองในอดีตที่ใช้ความรุนแรงก่อเหตุร้ายคุมไม่อยู่  ผมสนับสนุนแนวปฏิรูปประเทศของคุณสุเทพเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ทุกเรื่อง ไม่สนับสนุนให้เลื่อนการเลือกตั้ง อยากปฏิรูปหลังเลือกตั้ง
 
นายสมเกียรติ  ทวีตไว้ด้วยว่า การประเมินคนสนับสนุนนายสุเทพว่ามากมหาศาลกว่าที่มองเห็นวันนี้ เป็นการประเมินเชิงคุณภาพ จากนี้สังคมต้องช่วยกันเปลี่ยนทัศนะฝูงชนที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณและน.ส.ยิ่ งลักษณ์ ให้กลับมาสนับสนุนความดีความสุจริตยุติธรรมต้องให้ประชาชนทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนทุจริตคดโกงชาติ ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนต่ำคุณภาพที่จะนำประเทศไทย คนเสื้อแดงต้องไม่สนับสนุน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:16:01
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 23:30 น.  
 
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
  เอ็นเอสเอ็นบีซี - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์เอ็นเอสเอ็นบีซี ตอบโต้บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่อ้างว่าการชุมนุมในไทยผิด แปลกจากชาติอื่นเพราะผู้ประท้วงต้องการเห็นประเทศลดความเป็นประชาธิปไตยลง ชี้ในสายตาของสื่อตะวันตกการชุมนุมจะเป็นประชาธิปไตยก็เมื่อตนเองได้ประโยชน ์ ขณะเดียวกันก็หรี่ตามองข้ามความร้ายกาจต่างๆนานาของระบอบทักษิณ ทั้งฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอรัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประท้วงจึงแสวงหาการปฏิรูปครั้งใหญ่
   
  ในบทความเรื่อง "New York Times Condemns Thailand’s Counter Color Revolution" ของนายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่านายโธมัส ฟุลเลอร์ ของนิวยอร์กไทม์ได้เขียนบทความในเรื่องสถานกาารณ์ทางการเมืองของไทยมานานหลา ยปี โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็คือบทความที่พาดหัวว่า "In Thailand, Standing Up for Less Democracy"
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี เล่าย้อนถึงเนื้อหาในบทความของนายฟุลเลอร์ ที่ระบุว่าในตอนนี้โลกเคยชินกับความไม่สงบทางประชาธิปไตย ในนั้นรวมถึงอาหรับสปริง รวมถึงปฏิวัติปฏิวัติผ้าเหลืองในพม่าและปฏิวัติสีส้มของยูเครน แต่หลายสัปดาห์แห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทยกลับหลุดออกจากวัตถุประสงค์ หลักหนึ่ง นั่่นก็คือผู้ประท้วงพากันรวมตัวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลดความเป็นประชา ธิปไตยลง
   
  อย่างไรก็ตามนายคาตาลัคซี ตั้งข้อสังเกตว่าราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อตัวนิวยอร์กไทม์สเอง ที่เป็นผู้ตีแผ่ธรรมชาติของการประท้วงที่เรียกกันว่า "อาหรับสปริง" ในรายงานพาดหัว "U.S. Groups Helped Nurture Arab Uprisings," โดยนายคาตาลัคซี บอกว่าในรายงานชิ้นนี้ นิวยอร์กไทม์ส ยอมรับเองว่ามีกลุ่มคนและตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติและการป ฏิรูปทั่วภูมิภาค ในนั้นรวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชน 6 เมษายนในอียิปต์ ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนบาห์เรนและเหล่านักเคลื่อนไหวรากหญ้าอย่างนายอันท์ซา ร์ กาดี แกนนำเยาวชนในเยเมน ที่ได้รับการฝึกหัดและสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มต่างๆ อาทิสถาบันรีพับลิกันนานาชาติและสถาบันเดโมแครตนานาชาติ สององค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมีฐานบัญชาการในวอชิงตัน และรวมถึงองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ "National Endowment for Democracy" (NED)
   
  นายคาตาลัคซี ให้รายละเอียดในบทความต่อไปว่าสถาบันต่างๆของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต ล้วนเกี่ยวข้องอย่างหลวมๆกับพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยสถาบันเหล่านี้จัดตั้งโดยสภาคองเกรสและได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่าน องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในปี 1983 สำหรับเป็นช่องทางอนุมัติการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา โดยทางเอ็นเอดี ได้รับเงินสนับสนุนจากคองเกรสปีละราว 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Freedom House ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศ
   
  ดังนั้นนายคาตาลัคซี จึงสรุปว่า "อาหรับสปริง" จึงไม่ใช่การลุกฮือสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างกว้างขวางทั่วภูมิ ภาคเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่างๆ ผลก็คือได้รัฐบาลภราดรภาพมุสลิมใน 2 ชาติที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ อิสราเอลและซาอุอาระเบีย สำหรับทำสงครามกับซีเรีย สงครามอันโหดร้ายที่เคยทำลายล้างลิเบียจนย่อยยับ ขณะที่ในมือของพวกหัวรุนแรงและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนศพ ท่ามกลางการสนับสนุนทางอาวุธและเงินทุนโดยตรงของชาติตะวันตก ในเรื่องนี้ทางคาตาลัคซีจึงค่อนขอดว่าหากการประท้วงในไทยเป็นแบบนั้น ก็อาจได้รับการยกย่องจากชาติมหาอำนาจว่าเป็นเรื่องดีก็ได้
   
  บทความของนายคาตาลัคซี ระบุต่อว่านอกจากข้อเขียนของนายโธมัส ฟุลเลอร์แล้ว เรายังได้เห็นการละเลยข้อเท็จจริงและการโฆษณาชวนเชื่อทั่วสื่อตะวันตกทั้งหล าย ในนั้นคือการมองข้ามประวัติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆของนายทักษิณ ชินวัตร อาทิการฆ่าตัดตอน 3,000 ศพใน 90 วัน ของ "สงครามยาเสพติด" ในปี 2003 โดยในนั้นจำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาแม้แต่น้อย นอกจากนี้นายคาตาลัคซี ยังเหน็บแนมนายฟุลเลอร์ ต่อความล้มเหลวที่ไม่ยอมรายงานเพิ่มเติมไปว่าความโหดเหี้ยมของนายทักษิณ ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับได้ของเหล่าสมุน แต่ปฏิบัติการฆ่าหมู่ในปี 2003 ยังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่ผู้สนับสนุนเขาอีกด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนับสนุนของทักษิณก็ยังต้องการให้เขาคืนสู่อำนาจ แม้ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา) ไม่สามารถลงเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในประเทศ นายคาตาลัคซีจึงชี้ว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าคนเหล่านี้จึงไม่มีความสามารถพ อสำหรับเข้าร่วมในศึกเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปอย่างจริงๆจังๆ การปฏิรูปที่มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทา งอาญาลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2011 ภายใต้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สโลแกนที่ชัดเจนตามตัวอักษร ด้วยการที่นายทักษิณบริหารประเทศผ่านการสไกป์และประชุมคณะรัฐมนตรีจากต่างแด น โดยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี บอกต่อไปว่าในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆของประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคนล้วนมาจากต่างแดน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีความผิดฐานคอรัปชันไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ ปี 2008
   
  นายคาตาลัคซี บอกว่าบทความของนายฟูลเลอร์ ก็เหมือนการ์ตูนล้อคอรัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวกและละเมิดหลักนิติรัฐในโลกที่ 3 แต่เขากลับเผชิญกับความยากลำบากในการเปิดใจหรือเขียนบทความตามข้อเท็จจริงว่ ามีการหลักฐานการคอรัปชันในรูปแบบ banana republic(ประเทศที่เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยกลุ่มบุคคล) โดยรัฐบาลไทย ที่ก็เคยปรากฎในข้อเขียนของเขาเอง
   
  ทั้งนี้นายคาตาลัคซี ปิดท้ายว่าการประท้วงในไทยจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับความต้องการเห็นประเทศลดคว ามเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลใดก็ตามที่บัญชาโดยนายทักษิณ ก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พร้อมระบุว่านายฟุลเลอร์เป็นคนมีไหวพริบและไม่ต้องสงสัยว่าเขาก็รู้เรื่องนี ้ แต่สิ่งที่เขียนก็คือทำตามอย่างเพื่อนนักเขียนของบีบีซี และมันเป็นแค่ผลการทำงานของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณว่าจ้างเท่านั้น
   
  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผลประโยชน์การเงินทางธุรกิจจึงอยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ดีในสายตาของสื่อ ตะวันตก อย่างเช่นอาหรับสปริงและการเดินขบวนบนท้องถนนสนับสนุนอียูในยูเครน แต่ในทางตรงข้ามการประท้วงที่มีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักชาติ และเคลื่อนไหวสนับสนุนอำนาจอธิปไตย บนท้องถนนในกรุงเทพฯ กลับเป็นเรื่องที่เลว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:16:56
กปปส.หลาย จว.เตรียมเข้ากรุงสมทบชุมนุมใหญ่ 22 ธ.ค.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 12:49 น.  
 
  เครือข่าย กปปส.ในหลายจังหวัดเริ่มทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลกับกลุ่ม กปปส.ส่วนกลางแล้ว โดยที่ จ.สงขลา มวลชนทยอยเดินทางด้วยรถบัสตามจุดต่างๆ ทำให้บรรยากาศคึกคัก และบางคนที่ไม่ได้ไปร่วม ใช้การบริจาคเงินเป็นทุนการเคลื่อนไหวแทน
   ส่วนที่ จ.ตรัง กลุ่มต่อต้านรัฐบาลชุมนุมกันคึกคักหน้าศาลากลาง จ.ตรัง โดยแกนนำระบุว่า จะนัดชุมนุมใหญ่ใน จ.ตรัง เป็นคู่ขนานไปกับเวทีการชุมนุมในกรุงเทพมหานคร
   เช่นเดียวกับตัวแทนเครือข่ายประชาชน จ.กำแพงเพชร และแนวร่วมกลุ่ม กปปส. เดินทางไปยังสำนักงานการเลือกตั้ง จ.กำแพงเพชร เพื่อยื่นหนังสือกับนายธีรวัฒน์ สินธุบุญ ผู้อำนวยการเลือกตั้งจังหวัด เพื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศ ก่อนจะเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากเห็นว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้
   ส่วนที่เรียกตัวเองว่า กปปส.บุรีรัมย์ เร่งประสานงานเครือข่ายทั้ง 23 อำเภอ เพื่อเชิญชวนประชาชนให้เดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่กับ กปปส.ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเริ่มออกเดินทางวันพรุ่งนี้ โดยมีรถโดยสารมารอรับตามจุดนัดหมาย ที่คาดว่าจะมีจำนวนมาก
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:17:54
“หมอก้อง” ซัดกลับ “อ.นิธิ” ตอนเด็กแม่ไม่รัก-พ่อไม่อุ้ม?
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 10:53 น.  
 
“หมอก้อง” ซัดกลับ “อ.นิธิ” ตอนเด็กแม่ไม่รัก-พ่อไม่อุ้ม?
  นักแสดงหนุ่มดีกรีนายแพทย์ “ก้อง สรวิชย์” สวนกลับความเห็น “อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์” ไร้เหตุผล หลังแสดงความเห็นถึงคนที่ออกมาชุมนุมเรื่องการเมืองว่าเป็นพวกขาดความสุข โดดเดี่ยว ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวจึงถูกหลอกได้ง่าย ซัดกลับคิดได้แค่นี้ ระวังถูกสวนตอนเด็กแม่ไม่รัก-พ่อไม่อุ้ม
   
   ต้องบอกว่าชัดเจนกันเลยทีเดียวต่อการการแสดงความคิด-ความเห็นเกี่ยวกับเรื่อ งการเมืองในช่วงเวลา ณ ห้วงเวลาปัจจุบันในส่วนของนักแสดงหนุ่มดีกรีนายแพทย์ของช่อง 3 อย่าง “ก้อง สรวิชญ์ สุบุญ”
   
   โดยล่าสุดเจ้าตัวก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นกรณีที่หนึ่งในนักวิชาการ “ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์” ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงการออกมาชุมนุมของกลุ่มคนที่อยากเห็นการเมืองไทยเปล ี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วยการระบุว่าคนกลุ่มนี้จริงๆ แล้วเป็นกลุ่มคนที่ขาดความอบอุ่นในชีวิต ไม่ได้มีความสนใจเรื่องการเมืองจริงๆ เป็นคนที่โดดเดี่ยว ขาดความมั่นคง ไม่ได้มีความผูกพันอะไร จึงถูกหลอกได้ง่าย ด้วยการระบุว่านักวิชาการคนนี้มีปัญหาในการใช้เหตุผล
   
   ทั้งนี้ นักแสดงหนุ่มยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า การใช้เหตุผลดังกล่าวนั้นดูเพ้อเจ้อเป็นอย่างมาก ก่อนบอกให้กลับไปทบทวนในสิ่งที่แสดงความเห็นออกมาก่อนดีมั้ย เพราะไม่เช่นนั้นก็หลายๆ คนที่เห็นตรงข้ามอาจจะสวนกลับได้ว่าคนที่คิดเช่นนี้จริงๆ เป็นคนที่ไร้ความสุขเสียเอง รวมถึงตอนเป็นเด็กๆ อาจจะขาดความอบอุ่น แม่ไม่รัก พ่อไม่อุ้ม นั่นเอง
   
   “ผมว่าพี่มีปัญหาในการให้เหตุผลนะ.. เพราะตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้ายมันไม่มีความเป็นเหตุเป็นผลและเป็นจริ งเลย.. ดูมันเพ้อเจ้อชอบกล! ขอให้หลักเหตุผลพี่ง่ายๆ ข้อนึงละกันครับว่า “พี่คิดชั่ว พี่ใจต่ำ พี่โง่ดักดานกับตรรกะของพี่ ก็อย่าคิดว่าคนอื่นๆ เค้าคงเป็นเหมือนพี่ด้วย” ถูกอย่างนึงที่พวกผมขาดความสุข.. ก็ประเทศผมมันมีระบบที่เอื้อต่อพวกที่อ่อนหัดแต่โกงเก่ง ผมก็ต้องขอปฏิรูปก่อน ให้ระบบมันดีแล้วค่อยกลับมาเลือกคนดีใหม่ เหมือนเวลาที่พี่จะคุมกำเนิดน่ะครับ พี่จะสวมถุงยางก่อนหรือหลังภารกิจล่ะ? ผมจะคุมกำเนิดนักการเมืองชั่วผมก็ต้องแก้ระบบก่อนจริงมั้ย? กลับไปทบทวนให้ดีก่อนพูด ก่อนคิด ก่อนกระจายความคิด เดี๋ยวคนเค้าจะตอกกลับมาได้นะพี่ ว่าคนที่ไม่มีความสุขคือตัวพี่เอง เพราะเด็กๆ แม่ไม่รัก พ่อไม่อุ้มน่ะครับ”
   
   สำหรับหนุ่มก้องนั้นเจ้าตัวเรียนจบศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสา ธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.90 และจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้คะแนนเฉลี่ยสะสม 3.51 เกียรตินิยมอันดับ 1
   
   หลังจากสำเร็จการศึกษาได้เป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี เป็นระยะเวลา 1 ปี และเมื่อ 2 ปีก่อนได้ย้ายเข้ามาประจำอยู่ที่ บก.สูงสุด ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง มีหน้าที่ประจำในการเป็นแพทย์ทหารทั่วไป (General Practitioner) สังกัดกองตรวจโรค หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ปัจจุบันเจ้าตัวย้ายมาสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
   
   ในส่วนของเส้นทางบันเทิงนั้นเจ้าตัวก้าวสู่วงการบันเทิงด้วยการประกวด เมลสตาร์ชาเลนจ์ หลังจากนั้นได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่อง 3 มีผลงานมาแล้ว อาทิ ละครพริกไทยกับใบข้าว, เจ้าสาวผมไม่ใช่ผี โดยบทบาทที่ทำให้หลายคนจดจำนักแสดงหนุ่มคนนี้ได้ก็คือการรับบทเป็น “ไอ้วรรณ” ในละครเรื่อง “ดาวเรือง” นั่นเอง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:18:45
อดีตผู้ว่าฯ นำทีมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดพร้อมเข้ากรุง 22 ธ.ค.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 10:25 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อดีตผู้ว่าฯ นำทีมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดพร้อมเข้ากรุง 22 ธ.ค.
 
อดีตผู้ว่าฯ นำทีมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดพร้อมเข้ากรุง 22 ธ.ค.
 
อดีตผู้ว่าฯ นำทีมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดพร้อมเข้ากรุง 22 ธ.ค.
 
อดีตผู้ว่าฯ นำทีมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดพร้อมเข้ากรุง 22 ธ.ค.
 
อดีตผู้ว่าฯ นำทีมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดพร้อมเข้ากรุง 22 ธ.ค.
 
   
เชียงราย - ชาวเมืองพ่อขุนหลากหลายสาขาอาชีพร่วมประกาศตั้ง กปปส.เชียงราย ก่อนลงมติตั้งอดีตผู้ว่าฯ เป็นประธาน พร้อมประกาศนัดหมายร่วมเดินทางเข้ากรุง 22 ธ.ค.นี้
   
  วันนี้ (20 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงรายว่า เครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงรายที่เคยออกมาทำกิจกรรมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการ และต่อต้านระบอบทักษิณอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 100 คนจากหลายอำเภอ เช่น อ.เมือง อ.พาน อ.ขุนตาล อ.แม่สาย อ.พญาเม็งราย อ.แม่ลาว อ.เทิง อ.ป่าแดด อ.เชียงของ รวมถึงนายสำเริง ปุณโยปกรณ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายกนก วิศวกุล แกนนำเครือข่ายปกป้องสถาบัน นายสมาน ท่อทิพย์ อดีตประธานสาขาพรรคการเมืองใหม่ประจำ จ.เชียงราย นายเจริญ กาวิล ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ประจำ จ.เชียงราย รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้จัดประชุมเพื่อตั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็ นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จ.เชียงราย ตามแนวทางขับเคลื่อนของ กปปส.ส่วนกลาง
   
  นายกนกซึ่งเป็นผู้ดำเนินการประชุมช่วงแรกหารือเรื่องการจัดตั้ง กปปส.เชียงราย และเตรียมเดินทางไปร่วมการชุมนุมที่กรุงเทพฯ วันที่ 22 ธันวาคมว่า ปัญหาที่หมักหมมมานานจนเกิด พธม.ซึ่งตื่นตัวก่อนกลุ่มอื่น แต่ก็ยังเกิดการเมืองที่โกงกินและผูกขาดอำนาจไม่เห็นแก่ผู้ใด โดยเรื่องใหญ่ที่เพิ่งพบคือความเสียหายจากการรับจำนำข้าวที่สูงถึง 400,000 ล้านบาท และล่าสุดคือการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม และการที่ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่มาของการออกมาชุมนุม แต่ก็ยังต้องต่อสู้ต่อไปอีกโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา จนนำมาสู่การจัดตั้ง กปปส.จังหวัด แต่จะเป็นแค่คณะกรรมการชั่วคราวเท่านั้น เพราะมีความเร่งด่วน อีกทั้งมีเครือข่ายจำนวนมากที่ไม่ทราบข่าวจึงไม่ได้เข้าร่วม
   
  ต่อมาที่ประชุมเสนอให้นายสำเริง นายเจริญ นายกนก และแพทย์ชนบทที่ขับเคลื่อนกับมวลชนมานาน ได้ขึ้นเวทีเสวนาร่วมกันก่อนจะให้ที่ประชุมออกเสียงเลือกกรรมการเป็น กปปส.เชียงราย และนัดหมายเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ
   
  ซึ่งในเวทีการเสวนาได้อธิบายถึง กปปส.ว่า เป็นกรรมการชั่วคราว และจากนี้จะมีการตั้งสภาประชาชนเพื่อร่างรัฐธรรมนูญสำหรับปฏิรูปประเทศ ให้อำนาจประชาชนมากขึ้นกว่าให้อำนาจนักการเมือง
   
  นายสำเริงระบุว่า จำเป็นต้องขับเคลื่อนอย่างนี้ เพราะปัจจุบันข่าวสารผ่านสื่อสาธารณะ และสื่อของรัฐบาลมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์รัฐบาลเป็นหลัก ไม่ได้นำเสนอข้อมูลการขับเคลื่อน ยก เว้นสื่อบางสื่อ เช่น เอเอสทีวี เอฟเอ็มทีวี บลูสกาย และเครือข่าย ที่เหลือตกเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนบริโภคข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนคนที่เป็นไทยเฉย ที่ดูเพียงว่าฝ่ายไหนจะชนะ ก็ให้หันมาแยกแยะบ้างว่าฝ่ายใดผิดฝ่ายใดถูกมากกว่าจะลุ้นว่าฝ่ายใดจะชนะด้วย  
   
  ด้านนายเจริญกล่าวว่า เดิมตนเคลื่อนไหวอย่างสงบ แต่ที่ผ่านมาถูกด่าว่า “ไอ้...ยเจริญ ...มาเจริญ ควา...เฒ่า รู้ทั้งรู้ว่าเชียงรายเป็นถิ่นเสื้อแดงจะมาจัดกิจกรรมอย่างนี้อีกทำไม” จากนั้นก็ด่าว่าตนไม่มีมารยาทอีก ก็คงต้องดูกันเอาเองว่าใครไม่มีมารยาทกันแน่ ดังนั้นเมื่อถูกบีบให้ต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างนี้เพื่อความถูกต้อง ก็จะออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน แต่ตนไม่สามารถเป็น กปปส.ได้ เพราะมีระเบียบทั้งจากกฎหมายและระเบียบของพรรค
   
  จากนั้นที่ประชุมได้หาแนวทางตั้ง กปปส.เชียงราย ซึ่งมีทั้งผู้เสนอให้มีการตั้งอำเภอละ 2-3 คน ให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดเป็น กปปส.เชียงราย และให้เลือกบุคคลตามสาขาอาชีพเพื่อความหลากหลาย และป้องกันตัวเองได้ เช่น ทนาย หมอ พยาบาล เป็นต้น
   
  ท้ายที่สุดได้มีการลงมติกันให้ทุกคนเป็น กปปส.เชียงราย แต่หากผู้ใดไม่ประสงค์จะเป็นเพราะความไม่พร้อมในด้านต่างๆ ก็ให้ไปแจ้งชื่อถอนตัว แต่ยังคงเป็นสมาชิกที่พร้อมจะขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป
   
  ก่อนที่จะมีการเลือกประธาน กปปส.เชียงราย ปรากฏว่าผู้เข้าร่วมประชุมลงเสียงเป็นเอกฉันท์ให้นายสำเริงเป็นประธาน ส่วนนายกนกทำหน้าที่เลขานุการ กปปส. รวมทั้งมีตำแหน่งอื่นอีกตามลำดับ ขณะเดียวกันก็เตรียมจะเชิญที่ปรึกษาอีกหลายคน เช่น นายรัฐเขต แจ้งจำรัส ผู้ขับเคลื่อนเรื่องพลังงานในประเทศไทย นายสมาน ท่อทิพย์
   
  สุดท้ายที่ประชุมนัดหมายให้ไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ วันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งพบว่ามีมวลชนจาก อ.แม่สาย และต่างอำเภอที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมตั้ง กปปส.เชียงราย นัดหมายจะเดินทางไปอยู่แล้วอย่างน้อย 3 คันรถตู้ และกำลังระดมคนเพิ่มเติมกันอยู่ ส่วน อ.เมือง และพื้นที่ข้างเคียงมีคนลงชื่อจะเดินทางแล้วประมาณ 1 คันรถบัส ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้หารือเพื่อนัดหมายจะร่วมเดินทางไปพร้อมกัน ปรากฏว่ามีผู้สมัครจะเดินทางไปเพิ่มเติมอีกประมาณ 60 คน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:19:40
คนพิจิตรนัดรวมพล “ต้านระบอบแม้ว-ไล่ปู” ครั้งใหญ่เย็นนี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 10:30 น.  
 
พิจิตร - เครือข่ายภาคประชาชนต้าน “ระบอบแม้ว-ไล่รัฐบาลปู” จับมือนายก อบจ.พิจิตรเตรียมเปิดเวที “เรารักประเทศไทย” ระดมพลครั้งใหญ่เย็นวันนี้ พร้อมเลือก กปปส.จาก 12 อำเภอ 12 สาขาอาชีพร่วมขับเคลื่อนกับส่วนกลาง
   
  วันนี้ (20 ธ.ค.) นายเตชิต รัชตรุ่งโรจน์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/167 ถนนศรีมาลา อ.เมือง จ.พิจิตร ผู้ประสานงานเครือข่ายคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็ นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จ.พิจิตร เปิดเผยภายหลังพากลุ่มแกนนำเข้าหารือกับนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร ที่ประกาศสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนว่า วันนี้ (20 ธ.ค.) ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป กปปส.พิจิตรจะรวมตัวกันเพื่อเป่านกหวีดไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และคณะอีกครั้ง ที่บริเวณสนามหน้าที่ทำการ อบจ.พิจิตร ซึ่งคาดว่าจะมีมวลชนจาก 12 อำเภอมาร่วมในครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 2,000 คน
   
  ภายในงานจะจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ภาคประชาชนถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในปร ะเทศไทยอันเกิดจากระบอบทักษิณ ที่บริหารจัดการน้ำผิดพลาดจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่โครงการรับจำนำข้าว ที่ถือเป็นการทำนาบนหลังคน โดยใช้โครงการประชานิยม อีกทั้งจะกู้เงินจำนวนมหาศาล อ้างว่าเพื่อการลงทุน แต่ที่แท้เป็นการหารายได้ หาเปอร์เซ็นต์จากการรับเหมางานก่อสร้าง เพื่อจะนำมาใช้เป็นทุนในการซื้อเสียง และเป็นวังวนของระบอบทักษิณที่ทำลายวิถีชีวิตของคนไทย
   
  นอกจากนี้ก็จะมีการสรรหาตัวแทน กปปส.พิจิตรจาก 12 อำเภอ 12 สายงานอาชีพ ให้เป็นตัวแทนของชาวพิจิตรไปทำหน้าที่ร่วมกับ กปปส.ระดับประเทศอีกด้วย
   
  ด้านนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายก อบจ.พิจิตร กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นตัวแทนของชาวพิจิตร ถูกเลือกมาจากประชาชนลงคะแนนให้มากถึง 129,424 คะแนน เมื่อชาวพิจิตรมาชักชวนและเชื้อเชิญก็ต้องเลือกข้างความถูกต้องตามเสียงประช าชน จึงขออาสาเป็นผู้นำการจัดเวที “เรารักประเทศไทย” โดยให้การสนับสนุนด้านสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้มวลชนที่มาร่วมอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
   
  ดังนั้นในเย็นวันนี้จึงขอเชิญชวนผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มาร่วมในกิจกรรมของกลุ่ม กปปส.พิจิตรอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงพลังว่าชาวพิจิตรเลือกข้างความถูกต้อง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:20:20
นิด้าโพล ชี้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 14:08 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นิด้าโพล ชี้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
 
   
“นิด้าโพล” สำรวจประชาชนพบส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปฎิรูประเทศก่อนการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะมีความบริสุทธิ์-ยุ ติธรรมน้อย และจะไม่ราบรื่น
   
  ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้งใหญ่ 2 ก.พ. 57” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค.จากประชาชนทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 28.79 ระบุการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ว่าจะมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมในระดับน้อย รองลงมาร้อยละ 28.63 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 21.13 ระบุว่าจะมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรมในระดับน้อยที่สุดร้อยละ 8.29 ระบุว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่ในระดับมากที่สุด และร้อยละ 13.16 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
   
  ส่วนความคิดเห็นต่อความราบรื่นในการดำเนินการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.34 ระบุว่าการดำเนินการเลือกตั้งจะไม่ราบรื่น ขณะที่ประชาชนร้อยละ 32.70 ระบุว่าการดำเนินการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างราบรื่นและ ร้อยละ 11.96 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
   
  สำหรับความคิดเห็นต่อสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองหลังการเลือกตั้งในวัน ที่ 2 ก.พ. 57 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.21 ระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวายเหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 21.85 ระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะวุ่นวายมากขึ้นขณะที่ ร้อยละ 20.33 ระบุว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะดีขึ้น และร้อยละ 10.61 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
   
  ท้ายสุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นระหว่าง “การเลือกตั้ง” กับ “การปฏิรูปประเทศไทย” ว่าควรทำสิ่งใดก่อน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.33 ระบุว่าควรมีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง รองลงมาร้อยละ 36.28 ระบุว่าควรเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปประเทศไทย ขณะที่ร้อยละ 4.31 ระบุว่าอื่นๆ ควรทำควบคู่ไปพร้อมๆ กัน แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ และร้อยละ 13.08 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
   
  รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม นิด้า ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการสำรวจในครั้งนี้เพิ่มเติมว่า มีประชาชนจำนวนมากหรือประมาณครึ่งหนึ่งจากการสำรวจที่เห็นว่าการเลือกตั้งมี ความบริสุทธิ์ยุติธรรมในระดับน้อยและน้อยที่สุด ย่อมเป็นหลักฐานอย่างชัดเจนว่าปัญหาความไม่ยุติธรรมในการเลือกตั้งของสังคมไ ทยยังคงมีความรุนแรง และเมื่อการเลือกตั้งซึ่งเป็นวิธีการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองมีความบริสุท ธิ์ยุติธรรมน้อยเช่นนี้แล้ว ย่อมส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่บิดเบือนจากความเป็นจริง จึงมิอาจกล่าวได้ว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งทั้งหมดจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่ างแท้จริง ความเห็นของประชาชนที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้ก็สอดคล้องกับผลการวิจัยเกี่ยว กับการเลือกตั้งอื่นๆ เป็นจำนวนมากที่ทำมาก่อนหน้านี้ที่พบว่า การเลือกตั้งเต็มไปด้วยการซื้อขายเสียง การใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบคู่แข่งโดยใช้หน้าที่งานราชการบังหน้าการหาเสียง และการปฏิบัติหน้าที่แบบลำเอียงของผู้ที่บริหารจัดการเลือกตั้ง
   
  “ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่มีการต่อสู้อย่างแหลมคมและยืดเยื้อระหว่างภา คประชาชนกับรัฐบาล ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ประเมินว่าการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไม่อาจดำเนินการได้อย่างราบรื่น และอาจมีอุปสรรคหลายประการ เช่น กกต.ไม่สามารถรับสมัครผู้ประสงค์จะแข่งขันเลือกตั้งทั้งในแบบบัญชีรายชื่อ และแบบเขตเลือกตั้งได้ เพราะถูกขัดขวางจากประชาชนที่เห็นว่าควรปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง หรือแม้สามารถรับสมัครผู้เลือกตั้งได้แต่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในบางเขตห รือบางหน่วยเลือกตั้งเพราะว่าไม่มีใครสมัครเป็นกรรมการหน่วยเลือกตั้ง หรือผู้เลือกตั้งในบางพื้นที่ไม่สามารถเดินเข้าคูหาเพื่อลงคะแนนเสียงในวันเ ลือกตั้งได้ เป็นต้น”
   
  รศ.ดร.พิชายกล่าวอีกว่า แม้ว่าในกรณีที่ กกต.สามารถจัดการเลือกตั้งได้แต่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าความวุ่นวายทางการเม ืองก็ยังคงดำรงอยู่ เพราะว่าการเลือกตั้งภายใต้บริบทของสังคมไทยยังคงมากล้นไปด้วยการทุจริต และการซื้อขายเสียง ทำให้ผู้ชนะการเลือกตั้งถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมทางการเมือง และภายใต้บรรยากาศของการเมืองแบบแบ่งขั้วเช่นนี้ ไม่ว่าพรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็มีแนวโน้มที่จะถูกต่อต้านได้ทั้งสิ้น
   
  โดยมีประชาชนส่วนน้อยเท่านั้นที่มองโลกในแง่ดี โดยเชื่อว่าการเลือกตั้งจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองของไทยดีขึ้นขณะที่ประช าชนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเข้าใจธรรมชาติและความเป็นจริงทางการเมืองของสังคมไทย  พวกเขาจึงคาดการแนวโน้มจากสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันโดยเห็นว่าความวุ่นวาย ยังคงมีเหมือนเดิม และอาจจะมีมากกว่าเดิมเสียอีก การเลือกตั้งในทัศนะของคนส่วนใหญ่จึงไม่ใช่วิธีการที่มีประสิทธิผลสำหรับแก้ ไขปัญหาความขัดแย้งของการเมืองไทยในปัจจุบัน ดังนั้น รัฐบาลควรนำความคิดเห็นของประชาชนไปพิจารณาและตัดสินใจลาออกจากการเป็นรัฐบา ลรักษาการเพื่อเปิดทางให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้งอันเป็นเจตนารมณ ์ของประชาชนเสียงข้างมาก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:21:07
ทัพชาวโก-ลกร่วมพันขึ้นรถไฟเข้ากรุงร่วมไล่รัฐบาลทรราชแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 14:38 น.  
 
ทัพชาวโก-ลกร่วมพันขึ้นรถไฟเข้ากรุงร่วมไล่รัฐบาลทรราชแล้ว
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กองทัพมวลมหาประชาชนชาวสุไหงโก-ลก กว่าห้าร้อยแห่ขึ้นรถไฟเข้าร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลปูเน่าแล้ว ขณะที่เมื่อวานที่ผ่านมา ก็มีมวลชนกว่า 400 คน เดินทางเป็นทัพหน้าไปก่อน
 
ทัพชาวโก-ลกร่วมพันขึ้นรถไฟเข้ากรุงร่วมไล่รัฐบาลทรราชแล้ว
   
  นายสุรพล เพชรสงคราม หรือบิลลี่โก-ลก แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการนัดหมายมวลมหาประชาชนทั่วประเทศให้ไปรวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เพื่อรวมพลังขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.นี้นั้น ช่วงบ่ายวันนี้ (20 ธ.ค.) ชาว อ.สุไหงโก-ลก กว่า 500 คน ได้รวมตัวกันทยอยขึ้นรถไฟเข้ากรุงเทพฯ แล้ว
 
ทัพชาวโก-ลกร่วมพันขึ้นรถไฟเข้ากรุงร่วมไล่รัฐบาลทรราชแล้ว
   
  ทั้งนี้ ขบวนรถไฟที่ชาวสุไหงโก-ลก ใช้บริหารมีทั้งขบวนรถไฟฟรี และขบวนรถไฟที่จะต้องจ่ายเงินค่าตั๋ว ซึ่งมีทั้งตู้แอร์ และไม่มีแอร์ ทั้งตั๋วนอน ตั๋วนั่ง และตั๋วยืน โดยมี 2 ขบวนด้วยกันคือ ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณ กับขบวนรถเร็วสุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ซึ่งตามปกติขบวนรถเร็วจะออกก่อนช่วงก่อนเที่ยง แต่วันนี้ทราบว่าเสียเวลานานพอสมควร ขณะที่ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณ คาดว่าจะออกได้ในเวลาประมาณ 14.20 น.
 
ทัพชาวโก-ลกร่วมพันขึ้นรถไฟเข้ากรุงร่วมไล่รัฐบาลทรราชแล้ว
  “ในเรื่องค่าใช้จ่ายมีทั้งผู้เดินทางออกเอง หรือหากใครติดขัดก็จะมีผู้ช่วยกันสมทบ ส่วนคนที่ไม่มีจริงๆ ก็มีประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าในตลาดร่วมลงขันกันบริจาคให้อาหารการกินก็พร้อมทั้งในวันเดิ นทาง และยังมีเสบียงกรังหอบหิ้วกันไปด้วย เพราะเที่ยวนี้มีการพูดคุยกันว่าขอให้ปักหลักชุมนุมกันให้นานที่สุดเท่าที่จ ะนานได้ บางคนตั้งเป้าไว้ว่าจะอยู่กันให้ข้ามผ่านช่วงส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่เลยด้วย โดยมีการทำเต็นท์สุไหงโก-ลก ไว้รองรับแล้วบริเวณการชุมนุมของกองทัพธรรม ที่สะพานผ่านฟ้าฯ” นายสุรพลกล่าว
 
ทัพชาวโก-ลกร่วมพันขึ้นรถไฟเข้ากรุงร่วมไล่รัฐบาลทรราชแล้ว
   
  เป็นที่น่าสังเกตว่า การระดมพลเข้ากรุงเทพฯ ของชาวสุไหงโก-ลก ครั้งนี้ ไม่ค่อยมีคนที่จะนำรถยนต์ส่วนตัวเดินทางไป รวมถึงการเหมารถบัสก็ไม่มี เนื่องจากมีการพูดคุยกันว่าจะปักหลักร่วมชุมนุมกันยาวๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเที่ยวกลับว่าจะต้องเป็นเมื่อไหร่ นอกจากนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา (19 ธ.ค.) ก็มีชาวสุไหงโก-ลก เดินทางโดยรถไฟเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ แล้วกว่า 400 คน โดยตลอดเส้นทางมีการนัดแนะรวมพลกับประชาชนที่จะขึ้นตามสถานีรถไฟต่างๆ ด้วย เช่น สถานีตันหยงมัส ยะลา ปัตตานี หาดใหญ่ พัทลุง และทุ่งสง เป็นต้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:21:50
นักธุรกิจโคราชลั่นต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ขึ้นป้ายหนุนทั่วเมือง-ขณะ กกต.กระสันเลือก 2 ก.พ.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 17:10 น.  
 
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - กลุ่มนักธุรกิจโคราชออกโรงลั่นต้องปฏิรูปประเทศไทยก่อนเลือกตั้ง พร้อมใจขึ้นป้ายหนุนทั่วเมือง ร้องพรรคการเมืองในโคราชไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. และเสนอเพิ่มบทลงโทษนักการเมืองโกงถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต ขณะ กกต.โคราชกระสันพร้อมจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ.ทั้ง 15 เขต ยันไม่มีเลื่อน โวระดม ตร.รักษาความปลอดภัยทุกหน่วยเลือกตั้ง
   
  วันนี้ (20 ธ.ค.) ที่หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มนักธุรกิจ พ่อค้า และประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันประชุมหารือถึงทางออกของประเทศในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความขั ดแย้งอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ โดยที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าจะต้องปฏิรูปประเทศไทยก่อนจัดการเลือกตั้ง โดยเรียกร้องให้พรรคการเมืองในจังหวัดนครราชสีมาแสดงจุดยืนไม่ส่งผู้สมัครลง สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ก่อนที่จะมีการปฏิรูปเกิดขึ้น และเสนอให้มีบทลงโทษนักการเมืองและบุคลากรทางการเมืองที่ทำการทุจริตถูกตัดส ิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และให้คดีการทุจริตคอร์รัปชันไม่มีอายุความสิ้นสุด
   
  นอกจากนี้ กลุ่มนักธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมายังมีมติพร้อมใจกันขึ้นป้ายหน้าสำนักงานแ ละสถานที่ต่างๆ สนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง โดยจะเสนอเรื่องดังกล่าวถึงหอการค้าไทยต่อไป และเข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส.ส่วนกลางในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
   
  วันเดียวกันนี้ (20 ธ.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ชั้นล่างหอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.อัศวิน รัชฎานนท์ ประธาน กกต.ประจำ จ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครราชสีมา โดยมี ว่าที่ ร.ต.สุทัศน์ คำเป๊ก ผอ.กกต.นครราชสีมา และ กกต.จังหวัด หัวหน้าส่วน กกต.จังหวัด หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน กกต.จังหวัดฯ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาท ิตย์ที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2556
   
  พล.ท.อัศวิน รัชฎานนท์ ประธาน กกต.ประจำ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามี 32 อำเภอ มีหน่วยเลือกตั้ง 4,400 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,990,852 คน ที่เลือกตั้งกลาง 15 แห่ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้จำนวน 15 คน ขณะนี้ กกต.มีความพร้อมในการบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธ รรม โดยกำหนดที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดไว้ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถ.ราชสีมา-ปักธงชัย ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ณ อาคารลิปตพัลลภ และอาคารชาติชาย
   
  ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งนั้น ได้รับความร่วมมือจากตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาจัดกำลังเข้ามาสนับสนุนทั้ง  32 อำเภอในทุกหน่วยเลือกตั้ง โดยเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค. 2556 ที่กรุงเทพฯ ส่วนการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2556-1 ม.ค. 2557 ใช้สถานที่รวมแห่งเดียว คือชั้น 2 หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ หลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
   
  วันที่ 2 ม.ค. 2557 วันสุดท้ายยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตจังหวัด โดยใช้สำเนาทะเบียนบ้านอยู่นอกจังหวัดแต่จะขอใช้สิทธิในจังหวัดนครราชสีมาที ่จะต้องไปยื่นคำขอลงทะเบียน
   
  วันที่ 13-17 ม.ค. 2557 เป็นวันสุดท้ายยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าในเขต หมายถึงวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 อาจมีความจำเป็นไม่สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งได้ สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิล่วงหน้า ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กกต.จังหวัดฯ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ
   
  พล.ท.อัศวินกล่าวอีกว่า ในวันที่ 2 ก.พ. 2557 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่เนื่องจากประเทศไทยยังมีความขัดแย้งกันอยู่ นั้น ว่าไม่ต้องไปคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว ตอนนี้เราต้องยึดถือวันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นหลักก่อน ใครที่จะเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งได้ทุกคนไม่มีสิทธิ ยกเว้นว่าเป็นพระบรมราชโองการประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกาเลื่อนเท่านั้น ฉะนั้นตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ดังกล่าว ควรยืนยันวันที่ 2 ก.พ. 2557
   
  กรณีที่เข้าใจว่าจะสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้นั้น เลื่อนไม่ได้ เพราะเลขาฯ กฤษฎีกาที่ตีความข้อกฎหมายได้ยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่สามารถเลื่อนได้ เราต้องยึดหลักและยึดถือพระราชกฤษฎีกาที่ได้กำหนดชัดเจนแล้วให้มีการเลือกตั ้งวันดังกล่าว ใครจะมาเปลี่ยนแปลงหรือจะไปชี้นำไม่ได้
   
  “ส่วนการจะวิจารณ์ต่างๆ ก็ว่ากันไป อันนี้ขอให้เข้าใจ แต่ ณ เวลานี้ยืนยันได้เลยว่าเป็นการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาแน่นอน เราจะไม่ไปฟังคนอื่นแล้ว ต้องทำตามหน้าที่ที่ต้องยึดถือพระราชกฤษฎีกา ตอนนี้เราต้องมีจุดยืนว่าต้องเลือกตั้งได้วันที่ 2 ก.พ. 2557 ยังไม่เปลี่ยนแปลง” พล.ท.อัศวินกล่าว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:22:41
กลุ่ม กปปส.ชลบุรี กว่า 3 พันคนรวมตัวหน้าศาลากลางขับไล่รัฐบาลคึกคัก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  20 ธันวาคม 2556 23:46 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่ม กปปส.ชลบุรี กว่า 3 พันคนรวมตัวหน้าศาลากลางขับไล่รัฐบาลคึกคัก
 
กลุ่ม กปปส.ชลบุรี กว่า 3 พันคนรวมตัวหน้าศาลากลางขับไล่รัฐบาลคึกคัก
 
กลุ่ม กปปส.ชลบุรี กว่า 3 พันคนรวมตัวหน้าศาลากลางขับไล่รัฐบาลคึกคัก
 
   
ศูนย์ข่าวศรีราชา - มกลุ่ม กปปส.ชลบุรี และกลุ่มเสรีชนชลบุรีกว่า 3 พันคน ออกมาชุมนุมเป่านกหวีดที่บรืเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ขับไล่ “ยิ่งลักษณ์” และรัฐบาลรักษาการ พร้อมให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพื่อหลีกทางให้ปฏิรูปประเทศไทยก่อนแล้วค่อยกลับมาเลือกตั้ง
   
  เมื่อค่ำวันนี้ (20 ธ.ค.) ที่เวทีชั่วคราวปฏิรูปประเทศไทย สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี มีกลุ่ม กปปส.จังหวัดชลบุรี และกลุ่มเสรีชนชาวชลบุรีจำนวนมาก ออกมาเป่านกหวีดเพื่อต้องการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการให้ลาออกไป และให้เลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 2 ก.พ.57 ออกไป เพื่อหลีกทางให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนให้เรียบร้อยแล้วจึงมาเลือกตั้งกัน ใหม่ การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ
   
  ทั้งนี้ มีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายหยอง ลูกหยี ตลกชื่อดังระดับประเทศ อาจารย์ปู จิตรกร นักการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา สลับกันขึ้นปราศรัย เนื่องจากทุกฝ่ายไม่ยอมรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีรักษาการที่บริหารประเทศตกต่ำ เศรษฐกิจฝืดเคือง ทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่นในประเทศไทย
   
  และเชื่อว่าถึงแม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยุบสภาไปแล้ว แต่ยังรักษาการอยู่ก็จะมีการได้เปรียบและโกงการเลือกตั้ง และจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี และตั้งรัฐบาลกันอีก ก็จะทำให้ประชาชนที่ออกมาชุมนุมกันอีก ดังนั้น จึงอยากให้เลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 2 ก.พ.57 ออกไปก่อน แล้วจัดให้มีการปฏิรูประเทศไทยกันให้เรียบร้อยเป็นที่ถูกใจของทุกฝ่ายแล้วจึ งมาเลือกตั้งกันใหม่ โดยวันที่ 22 ธ.ค.56 ยังมีการนัดหมายไปร่วมชุมนุมกันใน กทม.อีกด้วย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:23:25
กปปส.ภูเก็ตเดินทางสมทบชุมนุมใหญ่ 22 ธันวาคม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 ธันวาคม 2556 07:51 น.  
 
กปปส.ภูเก็ตเดินทางสมทบชุมนุมใหญ่ 22 ธันวาคม
  ศูนย์ข่าวภูเก็ต -กปปส.ภูเก็ต ทยอยเดินทางร่วมสมทบเวทีชุมนุมใหญ่อาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.นี้ ขณะที่ กปปส.ที่ไม่ร่วมสมทบเฝ้าติดตามการถ่ายทอดสด และเตรียมเคลื่อนขบวนใหญ่จากตัวเมืองสู่จุดประวัติศาสตร์โคกชนะพม่า หรือโคกถลางชนะศึก แสดงสัญลักษณ์ชัยชนะ
 
กปปส.ภูเก็ตเดินทางสมทบชุมนุมใหญ่ 22 ธันวาคม
  เมื่อเวลา 19.30 น. วานนี้ (20 ธ.ค.) ที่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.จังหวัดภูเก็ต กว่า 80 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระเดินทางมาขึ้นรถบัส และรถตู้ จำนวน 3 คัน ที่จอดรอรับเพื่อออกเดินทางไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร หลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศยกระดับการชุมนุม และนัดรวมพลใหญ่ 22 ธ.ค.เพื่อร่วมขับไล่ระบอบทักษิณ และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง โดยทั้งหมดจะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร ในเวลาประมาณ 09.00 น. ในวันพรุ่งนี้ (21 ธ.ค.)
 
กปปส.ภูเก็ตเดินทางสมทบชุมนุมใหญ่ 22 ธันวาคม
  นายธีรวุฒิ ศรีตุลารักษ์ รองประธาน กปปส.จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางกลุ่ม กปปส.ภูเก็ต ได้จัดให้มีการเดินทาง 2 เที่ยว คือ ในคืนนี้ และวันพรุ่งนี้ (21 ธ.ค.) อีก 1 เที่ยว เพื่อความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการไปร่วมชุมนุม โดยในคืนนี้มีผู้ลงชื่อเดินทางไปร่วมสมทบกว่า 80 คน ทางกลุ่มได้จัดรถรถบัส 1 คัน และรถตู้ 2 คัน อำนวยความสะดวก ส่วนในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ได้จัดเตรียมรถบัสอีกจำนวน 3 คัน จะเริ่มออกเดินทางจากหน้าศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ขณะเดียวกัน ก็ทราบว่าในวันนี้มีประชาชนชาวภูเก็ตบางส่วนได้เดินทางไปล่วงหน้าแล้วด้วยรถ ส่วนตัว
 
กปปส.ภูเก็ตเดินทางสมทบชุมนุมใหญ่ 22 ธันวาคม
  ส่วนบรรยากาศที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ก็มีประชาชนจำนวนหลายร้อยคนที่ไม่ได้เดินทางไปสมทบการชุมนุมใหญ่ ยังคงเฝ้าติดตามการถ่ายทอดเวทีชุมนุมจากส่วนกลางเพื่อเตรียมร่วมเคลื่อนไหวร ่วมในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.นี้ เบื้องต้น ทางแกนนำมีการแจ้งว่าจะมีการรวมตัวตั้งขบวนที่หน้าศาลากลางจังหวัดในเวลา 09.00 น. และออกไปตามถนนเส้นต่างๆ ภายในตัวเมืองภูเก็ต และในเวลา 13.00 น. จะนำขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์เคลื่อนจากตัวเมืองไปยังโคกชนะพม่า หรือโคกถลางชนะศึก อำเภอถลาง ซึ่งเป็นจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ต ที่ในอดีตท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร (ย่ามุก-ย่าจัน) เคยเอาชนะข้าศึกศัตรูชาวพม่า เพื่อร่วมประกาศสัญลักษณ์แสดงถึงชัยชนะ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:24:16
กปปส.สตูลขนมวลมหาชนขึ้นรถตู้-บัส 10 คัน เข้ากรุงเทพฯ แล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 ธันวาคม 2556 11:31 น.  
 
กปปส.สตูลขนมวลมหาชนขึ้นรถตู้-บัส 10 คัน เข้ากรุงเทพฯ แล้ว
  สตูล - คณะ กปปส.สตูล ทยอยเดินทางขึ้นรถตู้ และรถบัส 10 คัน เพื่อร่วมอุดมการณ์ขับไล่รัฐบาลรักษาการกับกลุ่มผู้ชุมที่กรุงเทพฯ บริเวณลานหน้าวัดป่าช้าจีน หลังจากตั้งโต๊ะรับบริจาคเงินได้จำนวนหนึ่งเพื่อเหมาขบวนรถร่วมชุมนุมกับ “กำนันสุเทพ”
   
  วันนี้ (21 ธ.ค.) นางอุดมศรี จันทรัศมี แกนนำคัดค้านระบอบทักษิณจังหวัดสตูล มวลชนคนสตูลที่สนับสนุนการขับเคลื่อน คณะ กปปส.ทยอยเดินทางขึ้นรถตู้และรถบัส ที่มีการเตรียมไว้สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ จำนวน 10 คัน ที่บริเวณลานหน้าวัดป่าช้าจีน เขตเทศบาลตำบลคลองขุด อ.เมืองสตูล หลังได้เงินจากการตั้งโต๊ะรับบริจาค สามารถจัดหารถนำมวลชนที่มีแนวทางเดียวกันขึ้นไปสมทบในการขับไล่รัฐบาลรักษาก ารนายกรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมืองใหม่
   
  โดยบรรยากาศการเดินทางได้เริ่มกันตั้งแต่เช้า มวลชนที่เดินทางไปส่วนใหญ่นำอุปกรณ์ในการต่อสู้อย่างนกหวีด และธงชาติไทย เพื่อไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังในวันพรุ่งนี้ ในขณะที่มวลชนบางกลุ่มได้เดินทางล่วงหน้าแล้วไปก่อนหน้านี้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:25:08
กปปส.พิษณุโลกพร้อมเข้ากรุงหนุน “กำนัน” ไล่ “ตระกูลชินฯ” พ้นวงจรการเมืองไทย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 ธันวาคม 2556 12:16 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.พิษณุโลกพร้อมเข้ากรุงหนุน “กำนัน” ไล่ “ตระกูลชินฯ” พ้นวงจรการเมืองไทย
 
กปปส.พิษณุโลกพร้อมเข้ากรุงหนุน “กำนัน” ไล่ “ตระกูลชินฯ” พ้นวงจรการเมืองไทย
 
กปปส.พิษณุโลกพร้อมเข้ากรุงหนุน “กำนัน” ไล่ “ตระกูลชินฯ” พ้นวงจรการเมืองไทย
 
   
พิษณุโลก - พลังมวลชน กปปส.เมืองสองแคว พร้อมเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพฯหนุน “กำนันสุเทพ” ชุมนุมใหญ่พรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) พร้อมประกาศจุดยืนปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ไล่รัฐบาลรักษาการทั้งคณะ ให้ “ตระกูลชินฯ” ยุติบทบาททางการเมือง ประณาม DSI คุกคามเสรีภาพ ปชช.
   
  วันนี้ (21 ธ.ค.) นายสาคร สงมา ผู้ประสานงาน กปปส.พิษณุโลก เปิดเผยว่า หลังจากเดินรณรงค์ทั่วเมืองพิษณุโลก และตั้งเวทีที่ศาลหลักเมือง วานนี้ (20 ธ.ค.) ทำให้คนเมืองพิษณุโลก ตกลงเคลื่อนพลในนามเครือข่าย กปปส.พิษณุโลก ไปร่วมชุมนุมใหญ่กับ “กำนันสุเทพ” ในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) แน่นอนแล้ว 1 คันรถบัส พร้อมรถตู้ 2 คัน และยังมีมวลชนนั่งรถไฟฟรีจากพิษณุโลกมุ่งหน้าไปกรุงเทพฯ ในค่ำคืนนี้อีกจำนวนมาก
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินรณรงค์ของกลุ่ม กปปส.พิษณุโลก ซึ่งประกอบด้วย ขบวนนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม นิสิต มน. กลุ่มสหภาพการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กลุ่มเอ็นจีโอ ฯลฯ กว่า 300 คน ที่เดินไปตามถนนทั่วเมืองพิษณุโลก ก่อนเดินทางไปยื่นหนังสือให้แม่ทัพภาคที่ 3 ที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวมหาราช
   
  โดยมีการยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงแม่ทัพภาคที่ 3 เรื่อง การให้การสนับสนุนภาคประชาชนในการเคลื่อนไหวตามแนวทางประชาธิปไตย ขอเรียกร้องต่อสถาบันทหาร โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 3 สนับสนุนแนวทางการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนบนฐานคิดปฏิรูปสังคมการเมืองเพื่อ นำสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ และยุติธรรม
   
  โดย กปปส.พิษณุโลก ขอเรียกร้องดังนี้ 1.ขอให้สถาบันทหารแสดงบทบาทในการหนุนเสริมระบอบประชาธิปไตย ที่จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และนำไปสู่ความรุนแรง และนำสู่ผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ 2.คัดค้านการปฏิวัติรัฐประหารโดยการใช้กำลัง 3.ภาคประชาชนขอสนับสนุนสถาบันทหารในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
   
  อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 ได้ออกมารับหนังสือแทน แต่ไม่ได้บอกว่าจะอยู่ข้างใดชัดเจน
   
  ต่อมา กลุ่ม กปปส.พิษณุโลก ได้ตั้งเวทีที่หน้าอำเภอเมืองพิษณุโลก หรือศาลหลักเมือง เพื่ออ่านแถลงการณ์ยึดแนวทางปฏิรูปสังคมก่อนเลือกตั้ง พร้อมเชิญชวนระดมพลไปร่วมกับ “กำนันสุเทพ” กรุงเทพฯ 22 ธ.ค.56
   
  สำหรับเนื้อหาแถลงการณ์ปฏิรูปประเทศไทยก่อนการจัดให้มีการเลือกตั้ง ที่ประกาศเจตนารมณ์ โดยประชาชนคนพิษณุโลก ปฏิรูปประเทศไทย และ กปปส.พิษณุโลก เห็นว่า กรณีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา และยังคงบทบาทในการรักษาการ เพื่อการได้เปรียบทางการเมือง ถือว่าเป็นการกอดอำนาจไว้กับตัวเอง ไม่มีความจริงใจที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทย
   
  ส่วนการประกาศให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ภายใต้ระบบ กติกา โครงสร้างเดิม และนักการเมือง นักจัดการเลือกตั้งเดิม ไม่มีหลักประกันว่าจะมีตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นเพียงตัวแทนของทุน และระบอบที่ครอบงำการเมืองไทย ก็คือ ระบอบทักษิณ
   
  แนวทางการเมืองที่ตกอยู่ในวงจรอุบาทว์กับนักการเมืองกลุ่มเดิม และยังสุ่มเสี่ยงที่เกิดความรุนแรง เป็นรอยร้าวของสังคมที่จะนำสู่ความขัดแย้งของประชาชนคนไทย
   
  กปปส.พิษณุโลก และประชาชนคนพิษณุโลก ปฏิรูปประเทศไทย ขอประกาศจุดยืน ดังนี้
   
  1.ให้มีการเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดการจัดระบบการเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนของสังคม
   
  2.เรียกร้องให้รัฐบาลยุติบทบาทการเป็นรัฐบาลรักษาการ เพื่อคืนอำนาจที่แท้จริงให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ
   
  3.สนับสนุน และเข้าไปมีส่วนร่วมกับ กปปส.ที่กรุงเทพมหานคร อำนวยความสะดวกในการเดินทางสมทบกับมวลมหาประชาชนในวันที่ 22 ธันวาคม 2556 และจะร่วมต่อสู้ภายใต้ “สันติอหิงสา” อย่างต่อเนื่อง
   
  และเพื่อเห็นแก่ความสงบของประเทศ ขอให้ “ตระกูลชินวัตร” ยุติบทบาททางการเมืองทั้งทางตรง และทางอ้อม และขอประณามกลไกรัฐ โดยเฉพาะ DSI ที่คุกคามเสรีภาพในการแสดงออกของภาคประชาชน และเราเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:25:53
ชาวอุตรดิตถ์ เอาด้วย ควักกระเป๋าบริจาคช่วย “สุเทพ” ต่อเนื่อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 ธันวาคม 2556 12:24 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ชาวอุตรดิตถ์ เอาด้วย ควักกระเป๋าบริจาคช่วย “สุเทพ” ต่อเนื่อง
 
   
อุตรดิตถ์ - ชาวเมืองอุตรดิตถ์ ไม่ทิ้ง “กำนันสุเทพ” ควักกระเป๋าบริจาคเงินช่วยชุมนุมใหญ่ปฏิรูปประเทศไทย หลังถูก DSI สั่งอายัดบัญชี
   
  วันนี้ (21 ธ.ค.) นายโชตม์สุคุณ เลาหอารยะโกศล แกนนำ “เวทีประชาชนคนอุตรดิตถ์เลือกข้างเพื่อประโยชน์ประเทศ” กล่าวว่า นอกจากตั้งเวทีเพื่อให้ประชาชนอุตรดิตถ์ได้แสดงออกทางการเมืองแล้ว เครือข่ายภาคประชาชนชาวอุตรดิตถ์ ยังได้ตั้งตู้เพื่อบริจาคเงินจากประชาชนที่ร่วมเวที หรือทั่วไปที่ต้องการบริจาค โดยจะนำเงินทั้งหมดไปมอบให้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่ สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบที่มาของเงิน และกลุ่มผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังในการชุมนุมด้วย
   
  ปรากฏว่า ทุกคืนจะมีชาวอุตรดิตถ์ เดินทางมาร่วมบริจาคเงิน และสิ่งของอื่นๆ เช่น นกหวีด สายรัดข้อมือธงชาติไทย เพื่อขายให้แก่ผู้มาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเงินที่ขายของได้ส่วนหนึ่งได้นำมาจ่ายค่าไฟฟ้า ส่วนหนึ่งก็จะนำไปมอบให้แก่ นายสุเทพ เพื่อใช้ในการชุมนุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) ต่อไป
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 06:26:53
กลุ่ม กปปส.กระบี่ ทยอยเข้ากรุงไล่รัฐบาล รถไม่พอไปเครื่องบินแทน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 ธันวาคม 2556 17:14 น.  
 
กลุ่ม กปปส.กระบี่ ทยอยเข้ากรุงไล่รัฐบาล รถไม่พอไปเครื่องบินแทน
  กระบี่ - กลุ่ม กปปส.จังหวัดกระบี่ ยังคงเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 ธ.ค.อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้มีประชาชนรอขึ้นรถกว่า 300 คน แต่รถโดยสารไม่เพียงพอ บางคนตัดสินใจยอมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน เพื่อไปร่วมชุมนุม
   
  วันนี้ (21 ธ.ค.) ที่ลานประติมากรรมปูดำ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ กลุ่มสมาชิก กปปส.จังหวัดกระบี่ จำนวนกว่า 300 คน ได้ทยอยขึ้นรถบัสเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขับไล่รัฐบาลในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ แต่พบว่าจำนวนรถบัสที่มาจอดรอให้บริการมีเพียง 2 คัน ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร แม้จะต้องจ่ายค่าโดยสารเองคนละ 680 บาทก็ตาม ส่งผลให้ประชาชนส่วนหนึ่งต้องเดินทางกลับไปด้วยความผิดหวัง ขณะที่บางคนก็ตัดสินใจไปขึ้นเครื่องที่สนามบินกระบี่ แม้ว่าค่าโดยสารแพงกว่าก็ตาม
   
  โดยนางนิสา หรือป้าตุ๋ย หงษ์ยศ อายุ 68 ปี กล่าวว่า ตนไปร่วมชุมนุมมา 2 ครั้งแล้ว ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ได้ขึ้นรถทัวร์ไป เพราะรถไม่พอ แต่ก็จะยอมเสียค่าเครื่องบินเดินทางไปเองแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน  ในราคา 2,550 บาทก็ตาม เพราะตั้งใจไว้แล้ว และรับไม่ได้กับรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่สนใจข้อเรียกร้องของประชาชน และว่านายกรัฐมนตรีควรจะต้องลาออกจากการรักษาการ และให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพื่อจะได้ขจัดระบอบทักษิณ และนักการเมืองที่โกงกินออกไปจากประเทศ
   
  ขณะที่ นายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ ประธานคณะกรรมการ กปปส.จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การเดินทางขึ้นไปร่วมชุมนุมในวันนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมชุมนุมอีกไม่ต่ำกว่า 1 พันคน ทั้งเขตอำเภอเมือง แต่อำเภอรอบนอก ทุกคนพร้อมใจเสียสละเพื่อปกป้องประเทศชาติ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองก็ตาม แต่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องรถโดยสารมีไม่เพียงพอ เพราะจังหวัดใกล้เคียง ก็มาเหมารถโดยสารในพื้นที่จังหวัดกระบี่ไปหลายคัน ส่วนผู้ที่ตกค้างอยู่ระหว่างการประสานรถโดยสารมารับ
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/22/13 เวลา 15:35:41
'ชูวิทย์' แฉ 'ศิริโชค'โทรชวนบอยคอตไม่ลงเลือกตั้ง
 
 
'ชูวิทย์' โพสต์ข้อความระบุ'ศิริโชค'จากปชป.โทรมาชวนให้ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อบอยคอตการเลือกตั้ง ชี้ 'อภิสิทธิ์'ตั้งโจทย์ให้ยากเอง จึงบอกว่าการเลือกตั้งไม่ได้ตอบโจทย์ ทำไม 'อภิสิทธิ์' ไม่เลือกให้มันสั้นและง่าย
 
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I'm No.5 วันนี้ (22 ธ.ค.) ระบุ เมื่อวันพุธที่ 18 ที่ผ่านมา ช่วง 1 ทุ่ม คุณศิริโชค โสภา พรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรหาผม และแจ้งให้ทราบว่าโทรมาในนามหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ โดยคุณศิริโชคชวนให้ผมไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อบอยคอตการเลือกตั้ง และชักชวนให้ไปแถลงข่าวด้วยกันในวันเสาร์
 
ผมได้เอ่ยถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมอื่นๆจะเอาด้วยกับคุณอภิสิทธิ์หรือ? เพราะเห็นว่าบางพรรคก็เตรียมผู้สมัคร และยืนยันว่าจะส่งผู้สมัคร คุณศิริโชคบอกว่า ยังไม่ทราบ จะประสานงานกันอีกที ผมบอกว่า งั้นผมจะไปตรองดู และจะให้คำตอบ
 
หลังจากนั้น คุณศิริโชคก็ไม่ได้ติดต่อผมอีก ผมได้โทรไปหาคุณศิริโชคอีกครั้งในคืนวันพฤหัสบดี เพื่อสอบถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่างไร คุณศิริโชคได้ตอบว่า ตกลงยืนยันไม่ส่งผู้สมัครในครั้งนี้ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ให้คำตอบ คาดว่าคงจะลงเลือกตั้งทั้งหมด
 
ที่ผมนำเอามากล่าว เพราะมีคนกล่าวหาว่า ผมเอาเรื่องที่คุยกับคุณศิริโชคไปบอกพรรคเพื่อไทย
 
ขอเรียนให้ทราบอย่างลูกผู้ชายว่า ผมไม่มีนิสัยคาบข่าวไปบอกใครต่อใคร ไม่ใช่นิสัยดั้งเดิม และไม่ใช่นิสัยที่พ่อแม่สอนเอาไว้
 
คุณอภิสิทธิ์ต้องหัดไว้วางใจคนอื่นบ้าง ทุกๆพรรคล้วนมีจุดยืนของตัวเอง การจะลงหรือไม่ลงเลือกตั้งมีปัจจัยต้องพิจารณาหลายอย่าง ทั้งฐานเสียงของพรรค อนาคตของพรรค จำนวน ส.ส. และการเลือกตั้งก็เป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย
 
คุณอภิสิทธิ์ไปตั้งโจทย์ให้ยากเอง จึงบอกว่าการเลือกตั้งไม่ได้ตอบโจทย์ ส่วนที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เลือกทางที่ยาวและยาก แล้วทำไมคุณอภิสิทธิ์ไม่เลือกให้มันสั้นและง่าย ไปผลักทุกพรรคที่ลงเลือกตั้งว่าสนับสนุนระบอบทักษิณ การยกตัวเองเป็นเทพ แล้วคนอื่นเป็นมารไปเสียหมด ผมว่าไม่ใช่วิสัยที่ควรกระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์อย่างนี้ คุณอภิสิทธิ์ต้องหามิตร ไม่ใช่ไปเพิ่มศัตรู ทุกๆพรรคมีจุดยืน มีอุดมการณ์ของตัวเองเขาถึงไปตั้งพรรค
 
การที่ผมตัดสินใจจะลงหรือไม่ลง มันเป็นเหตุผล เป็นจุดยืนของพรรครักประเทศไทย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณอภิสิทธิ์ หรือระบอบทักษิณแต่อย่างใด หากไม่ได้ลง ไม่ได้หมายความว่าผมจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ หรือคุณสุเทพ หากลง ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไปสนับสนุนระบอบทักษิณ คุณอภิสิทธิ์ต้องหัดเปิดใจให้กว้างบ้าง
 
หวังว่าคุณอภิสิทธิ์คงเข้าใจ แม้แต่ผมเองไม่รู้เรื่องอะไรยังโดนหางเลขไปด้วย อากาศหนาวๆกำลังเย็นสบาย น่าจะพาครอบครัวไปเที่ยวทำสมองให้ปลอดโปร่ง อย่าไปหมกมุ่นกับการเมืองมากเกินไปเลยครับ
 
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/91846.html
 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:53:17
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 23:30 น.  
 
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
  เอ็นเอสเอ็นบีซี - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์เอ็นเอสเอ็นบีซี ตอบโต้บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่อ้างว่าการชุมนุมในไทยผิด แปลกจากชาติอื่นเพราะผู้ประท้วงต้องการเห็นประเทศลดความเป็นประชาธิปไตยลง ชี้ในสายตาของสื่อตะวันตกการชุมนุมจะเป็นประชาธิปไตยก็เมื่อตนเองได้ประโยชน ์ ขณะเดียวกันก็หรี่ตามองข้ามความร้ายกาจต่างๆนานาของระบอบทักษิณ ทั้งฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอรัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประท้วงจึงแสวงหาการปฏิรูปครั้งใหญ่
   
  ในบทความเรื่อง "New York Times Condemns Thailand’s Counter Color Revolution" ของนายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่านายโธมัส ฟุลเลอร์ ของนิวยอร์กไทม์ได้เขียนบทความในเรื่องสถานกาารณ์ทางการเมืองของไทยมานานหลา ยปี โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็คือบทความที่พาดหัวว่า "In Thailand, Standing Up for Less Democracy"
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี เล่าย้อนถึงเนื้อหาในบทความของนายฟุลเลอร์ ที่ระบุว่าในตอนนี้โลกเคยชินกับความไม่สงบทางประชาธิปไตย ในนั้นรวมถึงอาหรับสปริง รวมถึงปฏิวัติปฏิวัติผ้าเหลืองในพม่าและปฏิวัติสีส้มของยูเครน แต่หลายสัปดาห์แห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทยกลับหลุดออกจากวัตถุประสงค์ หลักหนึ่ง นั่่นก็คือผู้ประท้วงพากันรวมตัวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลดความเป็นประชา ธิปไตยลง
   
  อย่างไรก็ตามนายคาตาลัคซี ตั้งข้อสังเกตว่าราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อตัวนิวยอร์กไทม์สเอง ที่เป็นผู้ตีแผ่ธรรมชาติของการประท้วงที่เรียกกันว่า "อาหรับสปริง" ในรายงานพาดหัว "U.S. Groups Helped Nurture Arab Uprisings," โดยนายคาตาลัคซี บอกว่าในรายงานชิ้นนี้ นิวยอร์กไทม์ส ยอมรับเองว่ามีกลุ่มคนและตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติและการป ฏิรูปทั่วภูมิภาค ในนั้นรวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชน 6 เมษายนในอียิปต์ ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนบาห์เรนและเหล่านักเคลื่อนไหวรากหญ้าอย่างนายอันท์ซา ร์ กาดี แกนนำเยาวชนในเยเมน ที่ได้รับการฝึกหัดและสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มต่างๆ อาทิสถาบันรีพับลิกันนานาชาติและสถาบันเดโมแครตนานาชาติ สององค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมีฐานบัญชาการในวอชิงตัน และรวมถึงองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ "National Endowment for Democracy" (NED)
   
  นายคาตาลัคซี ให้รายละเอียดในบทความต่อไปว่าสถาบันต่างๆของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต ล้วนเกี่ยวข้องอย่างหลวมๆกับพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยสถาบันเหล่านี้จัดตั้งโดยสภาคองเกรสและได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่าน องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในปี 1983 สำหรับเป็นช่องทางอนุมัติการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา โดยทางเอ็นเอดี ได้รับเงินสนับสนุนจากคองเกรสปีละราว 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Freedom House ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศ
   
  ดังนั้นนายคาตาลัคซี จึงสรุปว่า "อาหรับสปริง" จึงไม่ใช่การลุกฮือสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างกว้างขวางทั่วภูมิ ภาคเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่างๆ ผลก็คือได้รัฐบาลภราดรภาพมุสลิมใน 2 ชาติที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ อิสราเอลและซาอุอาระเบีย สำหรับทำสงครามกับซีเรีย สงครามอันโหดร้ายที่เคยทำลายล้างลิเบียจนย่อยยับ ขณะที่ในมือของพวกหัวรุนแรงและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนศพ ท่ามกลางการสนับสนุนทางอาวุธและเงินทุนโดยตรงของชาติตะวันตก ในเรื่องนี้ทางคาตาลัคซีจึงค่อนขอดว่าหากการประท้วงในไทยเป็นแบบนั้น ก็อาจได้รับการยกย่องจากชาติมหาอำนาจว่าเป็นเรื่องดีก็ได้
   
  บทความของนายคาตาลัคซี ระบุต่อว่านอกจากข้อเขียนของนายโธมัส ฟุลเลอร์แล้ว เรายังได้เห็นการละเลยข้อเท็จจริงและการโฆษณาชวนเชื่อทั่วสื่อตะวันตกทั้งหล าย ในนั้นคือการมองข้ามประวัติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆของนายทักษิณ ชินวัตร อาทิการฆ่าตัดตอน 3,000 ศพใน 90 วัน ของ "สงครามยาเสพติด" ในปี 2003 โดยในนั้นจำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาแม้แต่น้อย นอกจากนี้นายคาตาลัคซี ยังเหน็บแนมนายฟุลเลอร์ ต่อความล้มเหลวที่ไม่ยอมรายงานเพิ่มเติมไปว่าความโหดเหี้ยมของนายทักษิณ ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับได้ของเหล่าสมุน แต่ปฏิบัติการฆ่าหมู่ในปี 2003 ยังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่ผู้สนับสนุนเขาอีกด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนับสนุนของทักษิณก็ยังต้องการให้เขาคืนสู่อำนาจ แม้ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา) ไม่สามารถลงเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในประเทศ นายคาตาลัคซีจึงชี้ว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าคนเหล่านี้จึงไม่มีความสามารถพ อสำหรับเข้าร่วมในศึกเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปอย่างจริงๆจังๆ การปฏิรูปที่มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทา งอาญาลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2011 ภายใต้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สโลแกนที่ชัดเจนตามตัวอักษร ด้วยการที่นายทักษิณบริหารประเทศผ่านการสไกป์และประชุมคณะรัฐมนตรีจากต่างแด น โดยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี บอกต่อไปว่าในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆของประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคนล้วนมาจากต่างแดน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีความผิดฐานคอรัปชันไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ ปี 2008
   
  นายคาตาลัคซี บอกว่าบทความของนายฟูลเลอร์ ก็เหมือนการ์ตูนล้อคอรัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวกและละเมิดหลักนิติรัฐในโลกที่ 3 แต่เขากลับเผชิญกับความยากลำบากในการเปิดใจหรือเขียนบทความตามข้อเท็จจริงว่ ามีการหลักฐานการคอรัปชันในรูปแบบ banana republic(ประเทศที่เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยกลุ่มบุคคล) โดยรัฐบาลไทย ที่ก็เคยปรากฎในข้อเขียนของเขาเอง
   
  ทั้งนี้นายคาตาลัคซี ปิดท้ายว่าการประท้วงในไทยจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับความต้องการเห็นประเทศลดคว ามเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลใดก็ตามที่บัญชาโดยนายทักษิณ ก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พร้อมระบุว่านายฟุลเลอร์เป็นคนมีไหวพริบและไม่ต้องสงสัยว่าเขาก็รู้เรื่องนี ้ แต่สิ่งที่เขียนก็คือทำตามอย่างเพื่อนนักเขียนของบีบีซี และมันเป็นแค่ผลการทำงานของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณว่าจ้างเท่านั้น
   
  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผลประโยชน์การเงินทางธุรกิจจึงอยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ดีในสายตาของสื่อ ตะวันตก อย่างเช่นอาหรับสปริงและการเดินขบวนบนท้องถนนสนับสนุนอียูในยูเครน แต่ในทางตรงข้ามการประท้วงที่มีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักชาติ และเคลื่อนไหวสนับสนุนอำนาจอธิปไตย บนท้องถนนในกรุงเทพฯ กลับเป็นเรื่องที่เลว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:54:27
"เด็กเพื่อแม้ว"แย่งเค้ก "พลพีร์"โวยอดีตส.ส.โคราชขนลูก-เมียลงสมัครไม่แบ่ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 00:16 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เด็กเพื่อแม้วแย่งเค้ก พลพีร์โวยอดีตส.ส.โคราชขนลูก-เมียลงสมัครไม่แบ่ง
วิรัตน์ รัตนเศรษฐ (แฟ้มภาพ)
 
   
ฟัดกันนัว "เพื่อไทย" เปิดศึกแย่งลงส.ส.โคราช อดีตส.ส."วิรัตน์"หวังกินรวบ 4 เขต ชนตอ "พลพีร์" ที่ย้ายจาก ชพน. เหตุมีสัญญาใจกับผู้ใหญ่ โร่ฟ้อง "เฮียเพ้ง"
   
  วันที่22ธ.ค.รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า แม้จะมีการจัดวางผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบแบ่งเขต ในส่วนของภาคอีสาน20จังหวัดเสร็จเรียบร้อย แต่ยังเกิดปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ใน จ.นครราชสีมา ที่มีถึง15เขตเลือกตั้งกันอย่างหนัก เนื่องจากนายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ อดีตส.ส.นครราชสีมา พยายามผลักดันกลุ่มคนของตัวเองให้ลงสมัครรับเลือกตั้งถึง 4เขต ประกอบด้วย ลูกชายนายวิรัตน์สองคนที่จะลงทั้งเขต 4และ7 นายวิรัตน์จะไปลงในเขต8 ส่วนนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา จะไปลงในเขต9
   
  ซึ่งเกิดปัญหาทับซ้อนกันทางพื้นที่ เพราะเขต9 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เจ้าของพื้นที่ที่เพิ่งย้ายมาจากพรรคชาติพัฒนา ได้รับสัญญาใจจากผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยว่าจะให้ลงสมัครในเขตดังกล่าว ทำให้อดีตส.ส.นครราชสีมาหลายคนไม่พอใจการกระทำนายวิรัตน์ จึงรวมตัวไปพบกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.อีสาน เพื่อขอคำอธิบาย
   
  โดยกลุ่มส.ส.นครราชสีมา ชี้แจงว่า อยากให้ยึดโควตาตามสัดส่วนเดิมของคนที่เคยลงส.ส. ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีส.ส.เพื่อไทย จะมีคนทั้งจากพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติพัฒนามาเติม เพื่อไม่ให้เกิดพื้นที่ทับซ้อน หากคนตระกูลใดตระกูลหนึ่งมีอัตราส่วนในจังหวัดมากเกินไปจะเกิดสภาพสภาผัว-เม ีย ทำให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาโจมตีได้ง่าย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:55:37
คนเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงแล้ว-เดินหน้าหนุน“กำนัน”ล้าง“ระบอบแม้ว”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  21 ธันวาคม 2556 23:00 น.  
 
 
   
 
คนเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงแล้ว-เดินหน้าหนุน“กำนัน”ล้าง“ระบอบแม้ว”
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
คนเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงแล้ว-เดินหน้าหนุน“กำนัน”ล้าง“ระบอบแม้ว”
 
คนเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงแล้ว-เดินหน้าหนุน“กำนัน”ล้าง“ระบอบแม้ว”
 
คนเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงแล้ว-เดินหน้าหนุน“กำนัน”ล้าง“ระบอบแม้ว”
 
คนเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงแล้ว-เดินหน้าหนุน“กำนัน”ล้าง“ระบอบแม้ว”
 
   
เชียงใหม่ - ชาวเชียงใหม่ตบเท้าเข้ากรุงเทพฯ หนุน “กำนันสุเทพ”ต้านระบอบทักษิณ เต็มที่เผยนัดรวมตัวกันผ่านเฟซบุ๊ค ไม่เคยเจอตัว แต่หัวใจเดียว-อุดมการณ์แน่วแน่ ควักกระเป๋าลงขันเช่าเหมารถบัสกันเอง ขณะที่ กปปส.จัดชุมนุมอารยะขัดขืนครั้งที่ 11 บ่ายนี้ (22 ธ.ค.)
   
  เมื่อเวลา 20.00 น.ที่ผ่านมา(21 ธ.ค.56) ชาวเชียงใหม่ทั้งจากตัวเมือง และอำเภอรอบนอก หลากหลายช่วงอายุ ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ กว่า 100 คน ต่างมายืนรอขึ้นรถบัสที่หน้าสวนสุขภาพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศนัดหมายในวันรุ่งขึ้น (22 ธ.ค.56) กรุงเทพฯ โดยต่างคนต่างเตรียมสัมภาระที่จำเป็นติดตัวไปด้วย
   
  จากการสอบถามทราบว่า ทั้งหมดเป็นกลุ่มคนชาวเชียงใหม่ ที่นัดหมายรวมตัวกันผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค เฟซบุ๊คในชื่อ กลุ่มคนเชียงใหม่ไม่เอาระบอบทักษิณ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยเจอหน้ากันจริงๆ เพียงแต่พบเจอ และรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊คเท่านั้น
   
  โดยมีการเช่าเหมารถบัสกันไว้ 2 คัน คันแรกมีผู้บริจาคออกเงินเช่าเหมาให้ทั้งคัน ส่วนคันที่สอง กลุ่มผู้ที่ร่วมเดินทางได้ช่วยกันควักกระเป๋าลงขันกัน เพื่อร่วมจ่ายค่าเช่ารถ ซึ่งทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เราตั้งใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อร่วมชุมนุมใหญ่กับ กปปส.ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - ล้างระบอบทักษิณ ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยความสมัครใจ และไม่มีใครบังคับ หรือจ้างเราเดินทาง
   
  ขณะเดียวกันในส่วนของเครือข่าย กปปส.เชียงใหม่ ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางเข้ากรุงเทพฯในค่ำคืนนี้ ก็ได้มีการประกาศนัดหมายรวมตัวแสดงพลังอารยะขัดขืนครั้งที่ 11 ตั้งแต่บ่ายโมงของวันที่ 22 ธ.ค.56 ณ ลานหอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
   
  อย่างไรก็ตามมีรายงานด้วยว่า ในวันที่ 22 ธ.ค.56 ซึ่ง กปปส.เชียงใหม่ นัดหมายรวมตัวแสดงพลังกันนั้น ฝ่ายปกครองในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-อบต.-เทศบาลฯต่าง ๆ นำคนเข้าร่วมเดินขบวนสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ด้วยเช่นกัน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:56:47
เปิดใจ “ศ.ดร.พิเชษฐ์” หอบเงินล้านมอบเวที กปปส.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 08:17 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เปิดใจ “ศ.ดร.พิเชษฐ์” หอบเงินล้านมอบเวที กปปส.
 
   
“ศ.ดร.พิเชษฐ์” ระบุเงินทองของนอกกาย ประเทศสำคัญกว่า มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำความดีเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ หวังเป็นจุดเริ่มต้นให้ ขรก.ขี้กลัวกล้าออกมาช่วยบ้านเมือง ย้ำไม่หวั่นดีเอสไอสอบ ปลุกนักธุรกิจ ถึงเวลาต้องออกมาช่วยกันลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้แล้ว
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศรา ได้สอบถามหาข้อเท็จจริงทำไม ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด ( มหาชน ) ถึงกล้าขึ้นเวทีราชดำเนิน เพื่อมอบเงินสดๆ จำนวน 1 ล้านบาท ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการต่อต้านรัฐบาล
   
  ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยคิดอยากจะดัง จากการขึ้นเวทีบริจาคเงินครั้งนี้เลย คิดแค่ว่ามันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำความดีเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ ถ้าเราช่วยกันทำกันคนละนิดคนละหน่อย ป่านนี้งานของ กปปส.สำเร็จไปนานแล้ว
   
  “เรื่องเงินหนึ่งล้านสำหรับผมมันจิ๊บจ้อยมาก และสิ่งที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นเมื่อวานก็คือ อยากจะใช้จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้น กระตุ้นคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการที่มีเป็นแสนเป็นล้านคน ที่มีความรู้สึกอึดอัดในใจแต่ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำอะไร ให้กล้าที่จะออกมาทำอะไรเพื่อบ้านเมืองของเราได้แล้ว ซึ่งสถานการณ์ของประเทศขณะนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพากำลังของข้าราชการ เพื่อร่วมกันผลักดันงานของประเทศให้เกิดความสำเร็จลุล่วงไปข้างหน้า ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดแบบนักวิทยาศาสตร์นะ ไม่ได้คิดแบบนักการเมือง ”
   
  เมื่อถามว่า หลังลงจากเวทีกังวลการถูกตรวจสอบเรื่องการเงินจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือไม่ ศ.ดร.พิเชษฐ์ ตอบว่า“ ผมไม่กลัวว่าจะถูกตรวจสอบอะไรจากการขึ้นบริจาคเงินครั้งนี้เรา เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ ผมเป็นข้าราชการมาก่อน ตอนนี้ก็เป็นข้าราชการบำนาญ ใครจะมาตรวจสอบผมก็ได้เลย ไม่มีปัญหาเพราะทุกอย่างเราทำโปร่งใส ยิ่งมาตรวจสอบยิ่งดีเลยยิ่งชอบ”
   
  เมื่อถามย้ำว่า ไม่กลัวที่จะถูกอายัดบัญชีด้วยหรือ ศ.ดร.พิเชษฐ์ ตอบว่า ไม่เคยกลัวเลย อายัดมาเลยไม่มีปัญหา ผมทำทุกอย่างโปร่งใส เพราะผมอยู่ในที่แจ้ง ไม่ได้อยู่ในที่มืด ผมมีโอกาสที่จะแสดงจุดยืนอะไรผมก็จะทำ และที่สำคัญเงินที่ผมนำไปบริจาคก็เป็นเงินส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเงินบริษัทของผม ที่อยู่ในตลาด ซึ่งก็หวังว่าทางผู้ถือหุ้นจะเข้าใจเรื่องนี้ด้วย
   
  “ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่นักธุรกิจ หรือข้าราชการทั้งหมด จะต้องออกมาช่วยกัน ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ตรงนี้สำคัญกว่าเรื่องเงิน ผมอยากให้สิ่งที่ผมทำเป็นการจุดกระแส ไปปลุกจิตสำนึกของพวกเรา ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองได้แล้ว ถ้าเราช่วยกันทำได้ บ้านเมืองเราคงเจริญกว่านี้เยอะ”
   
  เมื่อถามว่า มีแผนที่จะบริจาคเงินเพิ่มเติมหรือไม่ ศ.ดร.พิเชษฐ์ ตอบว่า ก็คงดูสถานการณ์ต่อไปก่อน ยังบอกอะไรไม่ได้ แต่ถ้าจะทำอีกก็คงจะต้องไปงัดกระปุ๊กออกมาอีก และคิดว่าถ้าหากเราช่วยกันบริจาคกันคนละเล็กละน้อย คนละแสนสองแสน จะทำให้ผู้ชุมนุม มีกำลังต่อสู้ได้มากขึ้น เราก็จะชนะได้เร็วขึ้น
   
  “แต่เรื่องเงินทองผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญนะ แต่สิ่งสำคัญในขณะนี้คือเราอยู่ในประเทศของเรา ควรแสดงจุดยืนของเรา ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้ มีคนจำนวนมาก ไม่กล้าที่จะพูดแสดงความเห็นอะไรออกมา ทั้งนักวิชาการ นักธุรกิจ ข้าราชการ เท่าที่รับฟังมาเขาอึดอัด แต่ก็ไม่กล้าพูดไม่กล้าทำอะไร ซึ่งการแสดงความเห็น เป็นสิ่งสำคัญมาก ในฐานะผู้นำความคิดเราต้องกล้าทำ เพื่อช่วยให้ประเทศไทย พัฒนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม เราต้องกล้าทำ” ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าวทิ้งทาย
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:57:36
พรึบกว่า 30 คันทั้งตู้-บัส/นำคนพิจิตรนับพันเข้ากรุง ร่วม“ไล่ปู-ล้างแม้ว”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 09:07 น.  
 
พิจิตร – ประธานสภาทนายความเมืองชาละวัน /เลขา กปปส.พิจิตร นำทีมมวลชนนับพัน ขึ้นรถตู้-บัส รวมกว่า 30 คัน มุ่งหน้าเข้ากรุง ล้อหมุนตั้งแต่เที่ยงคืน ร่วมชุมนุมใหญ่ “ไล่ปู-ล้างระบอบแม้ว” เดินหน้าปฏิรูปประเทศ
   
  เที่ยงคืนเศษที่ผ่านมา (22 ธ.ค.56) นายนิพนธ์ จันทเวช ประธานสภาทนายความจังหวัดพิจิตร และเป็นเลขาธิการ กปปส.พิจิตร,นายเตชิต รัชตรุ่งโรจน์ “ติ๋ว-ครูแอโรบิก”,นายอาวุธ เดชอุปการ แกนนำมวลชนลุ่มน้ำยม,ดีเจพะโล้, เปี๊ยกพันธมิตร,เกียรติ เสือป่า,ผู้ใหญ่ปราณี คลองคะเชนทร์ และแกนนำรุ่นใหม่อีกหลายคน ได้นำมวลชนชาวจังหวัดพิจิตร ราว 1 พันคน เดินทางด้วย รถบัส 11 คัน รถตู้ 20 คัน เข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กปปส.ที่ราชดำเนิน ที่จะมีการเคลื่อนพลครั้งใหญ่ในการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
  รักษาการนายกรัฐมนตรีและคณะอีกครั้ง
   
  ซึ่งการเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนไทยผู้รักชาติ หลากหลายอาชีพทุกเพศ ทุกวัย ต่างพร้อมใจกันสละทุนทรัพย์ สละเวลาเพื่อการขับไล่ระบอบทักษิณ และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยแต่ละคนที่จะไปจะต้องจ่ายค่ารถกันเอง รวมถึงต้องเตรียมเสบียงอาหารติดตัวไปด้วย มีทั้งข้าวเหนียว หมูทอด กล้วยน้ำว้า น้ำดื่ม นกหวีด มือตบ ธงชาติ และหลากหลายอุปกรณ์เพื่อการกู้ชาติ
   
  นอกจากนี้ยังมีผู้ที่เดินทางไปล่วงหน้ากันบ้างแล้วด้วยรถส่วนตัว แต่ทุกคนนัดหมายกันว่า เมื่อถึงกรุงเทพฯแล้วกลุ่มของจังหวัดพิจิตร จะนัดเจอกันที่สะพานปิ่นเกล้า เพื่อร่วมเดินทางไปตามจุดต่างๆที่แกนนำ กปปส.ได้ชี้แจงบนเวที
  สำหรับการออกศึกครั้งนี้ผู้ร่วมเดินทางที่อายุน้อยที่สุด คือ เด็กอายุ 3-4 ขวบ และคุณยายอายุ 82 ปี ซึ่งเดินทางไปชุมนุมในครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ทุกคนต่างมีอุดมการณ์เดียวกันว่าจะต้องปฏิรูประบอบการเมืองก่อนการเลือกตั้ง  
 
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:58:20
ศอ.รส.ชี้ม็อบต้านระบอบ “ทักษิณ” ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  22 ธันวาคม 2556 14:20 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศอ.รส.ชี้ม็อบต้านระบอบ “ทักษิณ” ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
รองโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.(แฟ้มภาพ)
 
   
ศอ.รส.ระบุการชุมนุมใหญ่ม็อบต้าน “ระบอบทักษิณ-ไล่รัฐบาลปู” ยังชุมนุมด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ มีเพียงเหตุวุ่นวายเล็กน้อยบริเวณหน้าบ้านพักนายกฯ ในซอยโยธินพัฒนา 3
   
  วันนี้ (22 ธ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทร์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. แถลงข่าวผลการประชุม ศอ.รส.ติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองว่า ภาพรวมแต่ละพื้นที่ยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่พบการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือมีการพกพาอาวุธแต่อย่างใด ส่วนจุดที่เกิดการปะทะเล็กน้อยบริเวณหน้าบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ ในซอยโยธินพัฒนา 3 สามารถเจรจากันได้ และเหตุการณ์ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนบริเวณจุดอื่นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางเข้าพื้นที่ และเริ่มมีการปราศรัยจากทางแกนนำ กปปส.แล้ว
   
  พล.ต.ต.อนุชากล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำในที่ประชุมให้จัดตำรวจจราจรกลาง และตำรวจท้องที่ คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่ประชาชน ประชาสัมพันธ์เลี่ยงเส้นทางในจุดที่มีการปิดการจราจร พร้อมให้ประสานกับรถกู้ชีพ หรือรถพยาบาลฉุกเฉินกรณีมีคนไม่สบายหรือได้รับบาดเจ็บ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าปฐมพยาบาล หรือนำตัวส่ง รพ.ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง ลดการกระทบกระทั่ง และให้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 06:59:22
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 15:04 น.  
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
  ศูนย์ข่าวภูมิภาค - คนชล-ตะวันออกกว่า 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ ไล่ “รัฐบาลปูทั้งคณะ” หลายคนพูดตรงกัน ที่ไปกรุงเทพฯ ครั้งนี้เพื่อจะชุมนุมสู้เพื่อปกป้องประเทศชาติ และสถาบันสูงสุด ด้วยทราบดีว่า คนพวกนั้นทำอะไรกันกับประเทศชาติ และให้ร้ายสถาบันสูงสุดอย่างไรบ้าง
   
  คลิกเพื่อชมคลิป
   
   
 
   
  13 ภาพที่เห็นนี้เป็นภาพถ่ายแต่เย็นวานนี้กับเช้าวันนี้..เริ่มเมื่อ 05.10 น. เมื่อรถบัส-รถตู้ที่จอด ณ ถนนสุขุมวิท อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้เริ่มบรรทุกผู้คนที่รักชาติ รักสถาบันสูงสุด ที่ตัวอำเภอเมืองชลบุรีเดินทางเข้า กทม. จากนั้นเวลาสายหน่อย ก็มีขบวนรถแรลลี่ของกลุ่มคนเมืองชลบุรีในนาม กปปส.ชลบุรี ที่ต่างนำรถส่วนตัวหลายยี่ห้ออีกประมาณ 50 คันมาจอด ณ ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ใกล้บริเวณลานพระรูป.ร 5 เพื่อเดินทางเข้าไปยัง กทม.
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
  ช่วงเช้ามืด ผู้สื่อข่าวได้พบกับข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเม ืองชลบุรี และข้าราชการแผนกอื่นๆ อีก (ขอสงวนชื่อ และนามสกุล) บอกว่า ไปกรุงเทพฯ คราวนี้ เพราะรู้ดีว่าประเทศชาติต้องการพวกเขา และเธอ ทุกวันนี้มองหน้ากันก็รู้แล้วว่า...คนที่มีอำนาจในปัจจุบันนั้น ได้ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมเช่นไรบ้าง
   
  ที่สำคัญที่สุดก็คือ การปล่อยให้มีการคอร์รัปชันกันอย่างกว้างขวาง เล่นพรรคเล่นพวก ลักหลับหักดิบออกกฎหมายตามอำเภอน้ำใจ ดังที่ได้ทราบกันดีอยู่ทั่วไปแล้ว...
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
  ดังนั้น การไปร่วมชุมนุมเพื่อ “ไล่ปูกับคณะ ”ออกไป จึงเป็นวัตถุประสงค์ของประชาชนชาวชลบุรี และประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออก หากนับจำนวนรถบัส กับรถตู้จำนวนมากที่บรรทุกผู้คนออกจากตัวเมืองชลบุรี รวมกับที่เดินทางเข้า กทม.ไปแล้วด้วยรถส่วนตัวและขึ้นรถเมล์ประจำทางไปแต่เย็นวานนี้ จะมีมากกว่า 2 หมื่นคน จากตัวเมือง กับทุกอำเภอในจังหวัดชลบุรีรวมกัน ส่วนจังหวัดอื่นๆ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี สระแก้ว และ จ.นครนายก แล้วนั้นคงเป็นไปตามเดิม ซึ่งคาดกันว่าน่าจะมีรวมๆ กันแล้วมากกว่า 4 หมื่นคน
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
  อย่างไรก็ดี จากการตระเวนสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวเช้านี้ตั้งแต่เวลาตี 4 ครึ่ง ของวันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นมา พบว่าในบริเวณแผงค้าขายในตลาดสด 3 แห่งของเมืองชลบุรี ประมาณแผงค้าขายถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ด้วยพ่อค้าแม่ขายทุกคนต่างพากันเดินทางเข้า กทม. เพื่อไปร่วมชุมนุมกัน
   
  สำหรับที่ศรีราชา บ่อทอง บ้านบึง พนัสนิคม เกาะสีชัง บางละมุง สัตหีบ นั้นมีประชาชนอีกจำนวนมากได้เดินทางเข้า กทม.ไปแล้วแต่เมื่อคืนนี้
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
  ประชาชน หรือคลื่นมหาชนที่รวมตัวกันเดินทางเข้า กทม. ครานี้ เฉพาะที่เมืองชลบุรีมีประมาณ 2 หมื่นคนนั้น ซึ่งมีความหลากหลายกันไป มีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพันธุ์แท้ก็มาก มีผู้ที่นิยมพรรคการเมืองประชาธิปัตย์ ก็ไม่น้อยกว่ากัน และอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยเดินทางเข้าไปชุมนุมมาก่อน แต่มีสิ่งหนึ่งก็คือ เห็นคล้ายๆ ตรงกันว่า เพื่อประเทศชาติ และสถาบันสูงสุดเป็นสำคัญที่ต้องปกป้องเอาไว้ นี่คือสิ่งที่เห็นตรงกัน
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
  หมดเวลาของ ”ปูกับคณะ”...แล้ว ต้องออกไปสถานเดียวเท่านั้น นี่คือสิ่งที่คนเมืองชล และคนภาคตะวันออกต่างพากันพูดถึงกัน ทุกคนต่างพากันทราบดีว่า หากไล่ปูกับคณะออกไปไม่ได้ ผลร้ายอะไรจะเกิดขึ้นต่อแกนนำใน กทม. และแกนหลักๆ ในตัวจังหวัด และตามภูมิภาคทั่วๆ ไป ซึ่งช่วงนี้มีการใช้อำนาจจากสีกากีไปกดดันบีบบังคับเจ้าของรถเมล์ ไม่ให้รับจองรถ และให้คืนเงินค่ามัดจำรถ ให้บอกยกเลิก ไม่ให้มารับคนเดินทางเข้า กทม.นี่คือสิ่งที่อำนาจมืดกระทำอยู่
   
  ดังนั้น ประชาชนจึงรวมพลังกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทั้งหาทางเดินทางเข้าไปกรุงเทพฯ เพื่อไล่ปูกับคณะออกไปให้จงได้ เมื่อเย็นวานนี้กับเมื่อเช้าวันนี้
 
คนชล-ตะวันออก 4 หมื่นยกพลเข้ากรุงฯ “ไล่ปูทั้งคณะ” พูดตรง-สู้เพื่อประเทศชาติและสถาบันสูงสุด (ชมคลิป)
   บางคนถึงกับรำพึงว่า หากไล่ด้วยคนมากเป็นล้านแล้ว ยังดื้อดันไม่ออกไป ประเทศชาติจะเสียหายมากกว่านี้เป็นแน่นอน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจตามต่างจังหวัดต่างบ่นว่า เบื่อกับการที่จะต้องเข้าควบคุมฝูงชน และการตั้งด่านสกัดกั้นประชาชนที่ต้องการไปร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องรับคำสั่งเจ้านาย
   ..........................
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 07:00:36
สุดถ่อย! แดงรักเชียงใหม่ 51 บุกยิงหนังสติ๊ก-ปาหินใส่มวลชนไล่ “ปู-โค่นแม้ว”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 16:41 น.  
 
ศูนย์เชียงใหม่ - คนเชียงใหม่จำนวนมากร่วมเวทีเป่านกหวีดที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คู่ขนานไปกับมวลมหาประชาชนที่กรุงเทพฯ ด้านเสื้อแดงแสดงพฤติกรรมถ่อยไม่เลิก แวะป่วนยิงหนังสติ๊ก ขว้างปาก้อนหิน และขวดน้ำใส่มวลชน โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ
   
 
  วันนี้ (22 ธ.ค.) ที่บริเวณหอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการรวมตัวกันของกลุ่มคนเชียงใหม่ และ กปปส.เชียงใหม่ เพื่อแสดงพลังอารยะขัดขืน ขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-โค่นล้มระบอบทักษิณ เต็มลานหอศิลป์ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. คนเริ่มทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละคนที่มาจะมีนกหวีดคล้องคอ พร้อมกับถือธงชาติไทยกันเกือบทุกคน
   
  พอเริ่มมีการเป่านกหวีด ปรากฏว่า เมื่อเวลา 15.00 น.พวกเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่เพิ่งร่วมขบวนสนับสนุนเลือกตั้งกับทางจังหวัดเชียงใหม่ มีการเคลื่อนขบวนมาจากข่วงประตูท่าแพ ขี่รถจักรยานยนต์ และขับรถกระบะมาจอดอยู่บริเวณประตูด้านทางเข้าลานหอศิลป์ พร้อมกับก่อกวนด้วยการขว้างก้อนหินขวดน้ำ รวมทั้งใช้หนังสติ๊ก ยิงลูกหินเข้าไปภายใน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
   
  ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงแต่เปิดเพลงของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับพวกที่มาก่อก วน จนสุดท้ายกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ 51 ก็แยกย้ายกันกลับไปไม่ได้เกิดการปะทะกันแต่อย่างใด ในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังคงทำกิจกรรมกันต่อ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 07:01:55
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 16:52 น.  
 
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กปปส.สงขลา จัดทัพมวลมหาประชาชนเคลื่อนขบวนทั่วใจกลางเมืองหาดใหญ่ เชิญชวนประชาชนไล่ระบอบทักษิณเพื่อปฏิรูปประเทศ โดยตลอดเส้นทางได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จากนั้นปักหลักหน้าโรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า พร้อมอ่านแถลงการณ์ 4 ภาษา ยืนยันต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
   
  วันนี้ (22 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. ที่บริเวณหน้าหอประชุมหาดใหญ่ (หอนาฬิกา) ได้มีการนัดระดมพลชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเท ศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จังหวัดสงขลา (กปปส.สงขลา) โดยเป็นการชุมนุมคู่ขนานกับการนัดชุมนุมใหญ่ที่ส่วนกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประชาชนชาวจังหวัดสงขลาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
 
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
  ซึ่งหลังจากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. กลุ่มมวลชนได้เคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าหอนาฬิกา ผ่านถนนเพชรเกษม ผ่านวงเวียนน้ำพุ หลังจากนั้นผ่านถนนเพชรเกษมขาออกมายังบริเวณตลาดกิมหยง จากนั้นมุ่งตรงไปยังถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 ตัดเข้าถนนนิพัทธ์ 2 ผ่านถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 อันเป็นการเดินขบวนผ่านย่านธุรกิจใจกลางเมืองหาดใหญ่ โดยกลุ่มมวลชนได้เคลื่อนขบวนเข้ามาปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณหน้าโรงแรมลีก าร์เดนส์ พลาซ่า
 
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
  โดยตลอดระยะทางการเคลื่อนขบวนของกลุ่มมวลชนมีการกล่าวปราศรัยจากแกนนำ กปปส.สงขลา ตลอดระยะทาง มีการเป่านกหวีด โห่ร้องของประชาชนที่เข้าร่วมเดินขบวนตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ ตลอดระยะทางการเดินขบวนของกลุ่มมวลชน ได้มีพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงผู้ประกอบการออกมาให้กำลังใจกลุ่มมวลชนที่เดินขบวนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกลุ่มมวลชนเคลื่อนขบวนผ่านบริเวณหน้าตลาดกิมหยง และย่านใจกลางธุรกิจเมืองหาดใหญ่
 
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
  ทั้งนี้ การเดินขบวนครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย โดยตลอดเส้นทางการเดินขบวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศบางส่วนร่วมเดินขบวนกั บกลุ่มมวลชนด้วย อีกทั้งยังสนใจถ่ายรูปการเดินขบวนของกลุ่มมวลชนตลอดเส้นทางการเคลื่อนขบวน
 
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
  กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. กลุ่มมวลชนทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อันเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการจอดรถปราศรัยเพื่อปักหลักชุมนุม โดยหลังจากปักหลักชุมนุมแล้วได้มีการอ่านแถลงการณ์ของ กปปส.สงขลา เป็นภาษาไทย มลายู อังกฤษ และจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับฟัง และรับทราบเหตุผลการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน
 
กปปส.สงขลา จัดทัพเคลื่อนมวลมหาประชาชนทั่วหาดใหญ่ “ไล่ปู-ล้างชินวัตร” ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง (ชมคลิป)
  โดยจากแถลงการณ์ของกลุ่ม กปปส.สงขลา ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากนายกรักษาการ รวมถึงรัฐบาลรักษาการ เพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศ โดยจะต้องมีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยังเรียกร้องให้จัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้า น โดยให้ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงองค์กรอื่นๆ ในจังหวัดสงขลา เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 07:02:54
ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชฯนำรถพยาบาลดูแลผู้ชุมนุม เชื่อทำสิ่งถูกต้อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 23:45 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชฯนำรถพยาบาลดูแลผู้ชุมนุม เชื่อทำสิ่งถูกต้อง
 
   
"นพ.พรเทพ" ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นำรถพยาบาลมาช่วยดูแลผู้ชุมนุมย่านหอศิลป์ฯ เผยไม่หวั่นกระทบงานเพราะใช้เวลาในช่วงวันหยุดมา เชื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง มั่นใจชาติรอดพ้นวิกฤตไปได้
   
   
   
  วันนี้ (22 ธ.ค.) นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และกรรมการชมรมแพทย์ชนบท ที่ได้เอารถพยาบาลเข้ามาช่วยดูแลผู้ชุมนุมย่านหอศิลป์ฯ ได้กล่าวว่า ชมรมแพทย์ชนบทส่วนใหญ่โรงพยาบาลอยู่ต่างจังหวัด ไม่ชำนาญพื้นที่ในกรุงเทพฯ แต่ก็มีแพทย์จำนวนหนึ่งทั้งจาก จุฬา รามา ศิริราช เป็นอาสาสมัครช่วยร่วมดูแลประชาชนที่ออกมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม
   
  เมื่อถามว่าหวั่นกระทบต่ออาชีพหรือไม่ นพ.พรเทพ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลไม่ได้ห้าม ในฐานะแพทย์ พยายามเป็นกลาง ช่วยเหลือในส่วนที่ทำได้ อีกทั้งไม่ได้เอาเวลางานมาทำ แต่ใช้เวลาพัก เช่น เสาร์ - อาทิตย์
   
  นอกจากนี้ นพ.พรเทพ ยังกล่าวด้วยว่า การแสดงพลังของประชาชนมากขนาดนี้ ถ้าเป็นคนผู้อื่นคงลาออกไปนานแล้ว แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี หลายคนคงพูดถึงมาเยอะเแล้ว เราในฐานะส่วนสนับสนุน ต้องอดทน ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยให้ชาติรอดพ้นวิกฤตไปได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 07:04:37
ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชฯนำรถพยาบาลดูแลผู้ชุมนุม เชื่อทำสิ่งถูกต้อง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 23:45 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชฯนำรถพยาบาลดูแลผู้ชุมนุม เชื่อทำสิ่งถูกต้อง
 
   
"นพ.พรเทพ" ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นำรถพยาบาลมาช่วยดูแลผู้ชุมนุมย่านหอศิลป์ฯ เผยไม่หวั่นกระทบงานเพราะใช้เวลาในช่วงวันหยุดมา เชื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง มั่นใจชาติรอดพ้นวิกฤตไปได้
   
   
   
  วันนี้ (22 ธ.ค.) นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และกรรมการชมรมแพทย์ชนบท ที่ได้เอารถพยาบาลเข้ามาช่วยดูแลผู้ชุมนุมย่านหอศิลป์ฯ ได้กล่าวว่า ชมรมแพทย์ชนบทส่วนใหญ่โรงพยาบาลอยู่ต่างจังหวัด ไม่ชำนาญพื้นที่ในกรุงเทพฯ แต่ก็มีแพทย์จำนวนหนึ่งทั้งจาก จุฬา รามา ศิริราช เป็นอาสาสมัครช่วยร่วมดูแลประชาชนที่ออกมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม
   
  เมื่อถามว่าหวั่นกระทบต่ออาชีพหรือไม่ นพ.พรเทพ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลไม่ได้ห้าม ในฐานะแพทย์ พยายามเป็นกลาง ช่วยเหลือในส่วนที่ทำได้ อีกทั้งไม่ได้เอาเวลางานมาทำ แต่ใช้เวลาพัก เช่น เสาร์ - อาทิตย์
   
  นอกจากนี้ นพ.พรเทพ ยังกล่าวด้วยว่า การแสดงพลังของประชาชนมากขนาดนี้ ถ้าเป็นคนผู้อื่นคงลาออกไปนานแล้ว แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี หลายคนคงพูดถึงมาเยอะเแล้ว เราในฐานะส่วนสนับสนุน ต้องอดทน ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยให้ชาติรอดพ้นวิกฤตไปได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 07:05:24
กปปส.อุดรธานีชุมนุมแสดงจุดยืนปฏิรูปการเมือง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  22 ธันวาคม 2556 21:03 น.  
 
อุดรธานี - กปปส.อุดรธานี ร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ที่ลานปูน สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ลั่นจะชุมนุมอย่างต่อเนื่อง จนกว่าประเทศไทยจะเกิดการปฏิรูปการเมือง
   
  เย็นวันนี้ (22 ธ.ค.56) ที่ลานปูนสนามทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุดรธานี กลุ่ม กปปส.อุดรธานี จำนวนกว่า 300 คน ได้ชุมนุมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ เพื่อการปฏิรูประเทศไทย โดยบรรยากาศของการแสดงพลังเป็นไปอย่างคึกคัก แต่ละคนนำนกหวีดห้อยด้วยสายคล้องลายธงชาติมาเป่า พร้อมถือธงชาติโบกสะบัด ทั้งได้ลิงค์สัญญาการถ่ายทอดสดบรรยากาศการชุมนุมกปปส.จากส่วนกลางมาใชพี่น้อ ง กปปส.อุดรธานีได้รับชมกัน
   
  บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีกำลังตำรวจมาเฝ้าดูแลความเรียบร้อย เพราะทางกลุ่มกปปส.มีการชุมนุมอย่างสงบและสันติ จากนั้นในเวลา 18.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันร้องเพลงชาติพร้อมๆกัน กับเวทีคู่ขนานไปกับมวลชน กปปส.ที่กรุงเทพฯ โดยยืนยันจะออกมาชุมนุมแสดงพลัง จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ส่วนการนัดหมายเคลื่อนไหวในครั้งต่อไป กลุ่มกปปส.อุดรธานี จะได้ติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหวทางกลุ่ม ผ่านทาง facebook กปปส.อุดรธานี
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 19:46:17
ม็อบ กปปส.รุมล้อมทำร้ายผู้ประกาศสาวช่อง+9+และช่อง+3
 
http://www.dailynews.co.th/Content/politics/203714/%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0 %B8%AD%E0%B8%9A+%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%AA.%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87+9+%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87+3
 
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 19:49:05
บก.น.4 จับแล้ว 2 นักศึกษา ต้องสงสัยฆ่าคนเสื้อแดงที่รามฯ ยึดปืนของกลาง ขอให้การชั้นศาล
 
ตร.จับ 2 นักศึกษาราม คำแหง โยงคดียิงเสื้อแดงดับหน้ารามฯ ช่วงกลุ่มนปช.ชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯ พร้อมอาวุธปืนใช้ก่อเหตุ เผยจนท.ตรวจเช็กจากวิถีกระสุนในจุดเกิดเหตุ ก่อนพบมาจากห้องพักแห่งหนึ่ง เลยคุมตัวเจ้าของห้องมาเค้น แล้วให้การเพื่อนนักศึกษาเป็นคนยิง จึงเชิญตัวมาสอบสวน แต่ขอให้การชั้นศาลเท่านั้น
 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE56YzJPVEl4TlE9 PQ==&subcatid=
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/23/13 เวลา 20:18:33
 
 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 06:59:14
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 23:30 น.  
 
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
  เอ็นเอสเอ็นบีซี - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์เอ็นเอสเอ็นบีซี ตอบโต้บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่อ้างว่าการชุมนุมในไทยผิด แปลกจากชาติอื่นเพราะผู้ประท้วงต้องการเห็นประเทศลดความเป็นประชาธิปไตยลง ชี้ในสายตาของสื่อตะวันตกการชุมนุมจะเป็นประชาธิปไตยก็เมื่อตนเองได้ประโยชน ์ ขณะเดียวกันก็หรี่ตามองข้ามความร้ายกาจต่างๆนานาของระบอบทักษิณ ทั้งฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอรัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประท้วงจึงแสวงหาการปฏิรูปครั้งใหญ่
   
  ในบทความเรื่อง "New York Times Condemns Thailand’s Counter Color Revolution" ของนายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่านายโธมัส ฟุลเลอร์ ของนิวยอร์กไทม์ได้เขียนบทความในเรื่องสถานกาารณ์ทางการเมืองของไทยมานานหลา ยปี โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็คือบทความที่พาดหัวว่า "In Thailand, Standing Up for Less Democracy"
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี เล่าย้อนถึงเนื้อหาในบทความของนายฟุลเลอร์ ที่ระบุว่าในตอนนี้โลกเคยชินกับความไม่สงบทางประชาธิปไตย ในนั้นรวมถึงอาหรับสปริง รวมถึงปฏิวัติปฏิวัติผ้าเหลืองในพม่าและปฏิวัติสีส้มของยูเครน แต่หลายสัปดาห์แห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทยกลับหลุดออกจากวัตถุประสงค์ หลักหนึ่ง นั่่นก็คือผู้ประท้วงพากันรวมตัวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลดความเป็นประชา ธิปไตยลง
   
  อย่างไรก็ตามนายคาตาลัคซี ตั้งข้อสังเกตว่าราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อตัวนิวยอร์กไทม์สเอง ที่เป็นผู้ตีแผ่ธรรมชาติของการประท้วงที่เรียกกันว่า "อาหรับสปริง" ในรายงานพาดหัว "U.S. Groups Helped Nurture Arab Uprisings," โดยนายคาตาลัคซี บอกว่าในรายงานชิ้นนี้ นิวยอร์กไทม์ส ยอมรับเองว่ามีกลุ่มคนและตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติและการป ฏิรูปทั่วภูมิภาค ในนั้นรวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชน 6 เมษายนในอียิปต์ ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนบาห์เรนและเหล่านักเคลื่อนไหวรากหญ้าอย่างนายอันท์ซา ร์ กาดี แกนนำเยาวชนในเยเมน ที่ได้รับการฝึกหัดและสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มต่างๆ อาทิสถาบันรีพับลิกันนานาชาติและสถาบันเดโมแครตนานาชาติ สององค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมีฐานบัญชาการในวอชิงตัน และรวมถึงองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ "National Endowment for Democracy" (NED)
   
  นายคาตาลัคซี ให้รายละเอียดในบทความต่อไปว่าสถาบันต่างๆของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต ล้วนเกี่ยวข้องอย่างหลวมๆกับพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยสถาบันเหล่านี้จัดตั้งโดยสภาคองเกรสและได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่าน องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในปี 1983 สำหรับเป็นช่องทางอนุมัติการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา โดยทางเอ็นเอดี ได้รับเงินสนับสนุนจากคองเกรสปีละราว 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Freedom House ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศ
   
  ดังนั้นนายคาตาลัคซี จึงสรุปว่า "อาหรับสปริง" จึงไม่ใช่การลุกฮือสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างกว้างขวางทั่วภูมิ ภาคเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่างๆ ผลก็คือได้รัฐบาลภราดรภาพมุสลิมใน 2 ชาติที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ อิสราเอลและซาอุอาระเบีย สำหรับทำสงครามกับซีเรีย สงครามอันโหดร้ายที่เคยทำลายล้างลิเบียจนย่อยยับ ขณะที่ในมือของพวกหัวรุนแรงและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนศพ ท่ามกลางการสนับสนุนทางอาวุธและเงินทุนโดยตรงของชาติตะวันตก ในเรื่องนี้ทางคาตาลัคซีจึงค่อนขอดว่าหากการประท้วงในไทยเป็นแบบนั้น ก็อาจได้รับการยกย่องจากชาติมหาอำนาจว่าเป็นเรื่องดีก็ได้
   
  บทความของนายคาตาลัคซี ระบุต่อว่านอกจากข้อเขียนของนายโธมัส ฟุลเลอร์แล้ว เรายังได้เห็นการละเลยข้อเท็จจริงและการโฆษณาชวนเชื่อทั่วสื่อตะวันตกทั้งหล าย ในนั้นคือการมองข้ามประวัติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆของนายทักษิณ ชินวัตร อาทิการฆ่าตัดตอน 3,000 ศพใน 90 วัน ของ "สงครามยาเสพติด" ในปี 2003 โดยในนั้นจำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาแม้แต่น้อย นอกจากนี้นายคาตาลัคซี ยังเหน็บแนมนายฟุลเลอร์ ต่อความล้มเหลวที่ไม่ยอมรายงานเพิ่มเติมไปว่าความโหดเหี้ยมของนายทักษิณ ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับได้ของเหล่าสมุน แต่ปฏิบัติการฆ่าหมู่ในปี 2003 ยังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่ผู้สนับสนุนเขาอีกด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนับสนุนของทักษิณก็ยังต้องการให้เขาคืนสู่อำนาจ แม้ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา) ไม่สามารถลงเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในประเทศ นายคาตาลัคซีจึงชี้ว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าคนเหล่านี้จึงไม่มีความสามารถพ อสำหรับเข้าร่วมในศึกเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปอย่างจริงๆจังๆ การปฏิรูปที่มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทา งอาญาลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2011 ภายใต้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สโลแกนที่ชัดเจนตามตัวอักษร ด้วยการที่นายทักษิณบริหารประเทศผ่านการสไกป์และประชุมคณะรัฐมนตรีจากต่างแด น โดยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี บอกต่อไปว่าในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆของประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคนล้วนมาจากต่างแดน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีความผิดฐานคอรัปชันไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ ปี 2008
   
  นายคาตาลัคซี บอกว่าบทความของนายฟูลเลอร์ ก็เหมือนการ์ตูนล้อคอรัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวกและละเมิดหลักนิติรัฐในโลกที่ 3 แต่เขากลับเผชิญกับความยากลำบากในการเปิดใจหรือเขียนบทความตามข้อเท็จจริงว่ ามีการหลักฐานการคอรัปชันในรูปแบบ banana republic(ประเทศที่เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยกลุ่มบุคคล) โดยรัฐบาลไทย ที่ก็เคยปรากฎในข้อเขียนของเขาเอง
   
  ทั้งนี้นายคาตาลัคซี ปิดท้ายว่าการประท้วงในไทยจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับความต้องการเห็นประเทศลดคว ามเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลใดก็ตามที่บัญชาโดยนายทักษิณ ก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พร้อมระบุว่านายฟุลเลอร์เป็นคนมีไหวพริบและไม่ต้องสงสัยว่าเขาก็รู้เรื่องนี ้ แต่สิ่งที่เขียนก็คือทำตามอย่างเพื่อนนักเขียนของบีบีซี และมันเป็นแค่ผลการทำงานของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณว่าจ้างเท่านั้น
   
  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผลประโยชน์การเงินทางธุรกิจจึงอยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ดีในสายตาของสื่อ ตะวันตก อย่างเช่นอาหรับสปริงและการเดินขบวนบนท้องถนนสนับสนุนอียูในยูเครน แต่ในทางตรงข้ามการประท้วงที่มีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักชาติ และเคลื่อนไหวสนับสนุนอำนาจอธิปไตย บนท้องถนนในกรุงเทพฯ กลับเป็นเรื่องที่เลว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:00:44
สาธิต” ยันอดีตคนขับรถ ไม่ใช่มือบึ้ม สน.ดินแดง งัดหลักฐานกล้องวงจรปิดยัน-แจ้งความกลับ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 ธันวาคม 2556 18:28 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สาธิต” ยันอดีตคนขับรถ ไม่ใช่มือบึ้ม สน.ดินแดง งัดหลักฐานกล้องวงจรปิดยัน-แจ้งความกลับ
สาธิต ปิตุเตชะ (แฟ้มภาพ)
 
   
รอง หน.ปชป.แถลงปฏิเสธอดีตคนขับรถตนเอง ไม่ใช่มือปาระเบิด สน.ดินแดง ยันเป็นกระบวนการบิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี งัดหลักฐานกล้องวงจรปิดยืนยันวันและเวลาที่เกิดเหตุ “อนุรักษ์” ยืนอยู่ที่หน้า ปชป.โดยมีพยานยืนยัน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกลับ ขณะที่ “อนุรักษ์” ยันตนไม่เคยเดินทางไปชุมนุมที่ สน.ดินแดง ในวันที่เกิดเหตุ แต่ได้ยืนอยู่หน้า ปชป.เพื่อจะไปเช่าพระกับน้องชาย จากนั้นร่วมม็อบประจำเวทีราชดำเนิน
   
  วันนี้ (24 ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำตัว นายอนุรักษ์ ภูทวีป ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้สงสัยในคดีปาระเบิดปิงปองที่ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.มาแถลงข่าวปฏิเสธไม่ได้เป็นคนปาระเบิดปิงปอง หน้า สน.ดินแดง โดย นายสาธิต กล่าวว่า จากการแพร่ภาพในโซเชียลมีเดียในเพจ อาทิ ดีเจกุ้ง ผู้พันนักสู้ตัวจริง และภาพในเว็บไซต์ยูทิวบ์ที่ใช้ชื่อว่า “ทีวีน่ารัก” และสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่มีเจ้าของเป็นทายาทของตระกูลที่ประชาชนออกมาขั บไล่ เผยแพร่ว่า ผู้ต้องสงสัยปาระเบิดปิงปองเป็นคนขับรถของตนนั้น ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นกระบวนการบิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายป้ายสีชัดเจน ที่ผ่านมากลุ่มผู้เผยแพร่ข้อความดังกล่าวมักจะมุ่งใส่ร้ายป้ายสีให้สังคมเกล ียดชังพรรคประชาธิปัตย์อยู่เป็นประจำ
   
  ทั้งนี้ นายอนุรักษ์ เคยเป็นคนขับรถของตน แต่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นแล้ว และตนมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ยืนยันได้ว่าในวันและเวลาที่เกิดเหตุ นายอนุรักษ์ยืนอยู่ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายธีระพงศ์ พรหมนวล เป็นพยานได้ และได้เดินทางไปพบ นายเอ็ม ไม่ทราบนามสกุล ที่อยู่ห่างจากพรรคประมาณ 4-5 กิโลเมตร ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ สน.ดินแดง แต่อย่างใด
   
  นายสาธิต กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ทนายความ พร้อมด้วยนายอนุรักษ์ เดินทางไปแจ้งความที่ สน.บางซื่อ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ใส่ร้าย ในข้อหามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสั่งให้ระงับข้อมูลที่เป็นเท็จทันที และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดตัวจร ิงในการปาระเบิดปิงปองโดยเร็ว
   
  ขณะที่ นายอนุรักษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.มาโดยตลอด แต่จะประจำอยู่ที่เวทีราชดำเนิน ไม่เคยเดินทางไปชุมนุมที่บริเวณ สน.ดินแดง โดยในวันเกิดเหตุเวลา 11.27 น.มีภาพวงจรปิดที่พรรคประชาธิปัตย์บันทึกไว้ชัดเจนว่าตนยืนอยู่หน้าพรรคประช าธิปัตย์ เพื่อเตรียมเดินทางไปเช่าพระกับน้องชาย จากนั้นได้ประจำอยู่ที่เวทีราชดำเนิน ไม่ได้ไปสถานที่เกิดเหตุแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:01:41
วันที่ 24 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวอลเตอร์ บราวโนห์เลอร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ออกมาแถลงปฏิเสธกรณีมีกระแสข่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เสนอเรื่องไปยังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี เพื่อขอให้ขึ้นบัญชี 14 แกนนำกปปส. เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากนโยบายของการออกวีซ่า ทางสถานทูตไม่สามารถแสดงความคิดเห็นและให้รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผู้ขอรับวีซ่าได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:02:42
วันที่ 24 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวอลเตอร์ บราวโนห์เลอร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ออกมาแถลงปฏิเสธกรณีมีกระแสข่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เสนอเรื่องไปยังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี เพื่อขอให้ขึ้นบัญชี 14 แกนนำกปปส. เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากนโยบายของการออกวีซ่า ทางสถานทูตไม่สามารถแสดงความคิดเห็นและให้รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผู้ขอรับวีซ่าได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:03:26
ชาวไทยกว่าพันใน LA ถือธงชาติไทยป้ายประท้วงไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  23 ธันวาคม 2556 11:35 น.  
 
ชาวไทยกว่าพันใน LA ถือธงชาติไทยป้ายประท้วงไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
  ศูนย์ข่าวภูมิภาค - ชาวไทยกว่า 1 พันคน ใน LA รักชาติรักแผ่นดินแม่เดินถือธงชาติไทยป้ายประท้วงไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์-พันธม ิตรฯ สหรัฐฯ คึกคัก...
   
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:04:18
อดีตแกนนำเสื้อแดงอุตรดิตถ์กลับใจ นำมวลชนหนุนกำนัน-ค้านเลือกตั้ง 2 ก.พ.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  23 ธันวาคม 2556 12:56 น.  
 
อุตรดิตถ์ - พบหนึ่งในอดีตแกนนำเสื้อแดงอุตรดิตถ์เปลี่ยนใจ นำมวลชนค้านเลือกตั้ง 2 ก.พ. หนุน กปปส. เผยเคยชวน “เสธ.แดง” ขึ้นเวทีมาแล้ว แต่เห็นแนวทางเสื้อแดงทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง-เพื่อวงศ์ตระกูล ตัดสินใจหันหลังให้
   
  รายงานข่าวจาก จ.อุตรดิตถ์แจ้งว่า ในการออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์ให้ปฏิรูปประเทศไทย ก่อนที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ของประชาชนชาวอุตรดิตถ์ ซึ่งล่าสุดมีมวลชนออกมารวมตัวทำกิจกรรมกันเมื่อวานนี้ (22 ธ.ค.) 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกประกาศตัวเป็น กปปส.อุตรดิตถ์ มีนายโชตม์สุคุณ เลาหอารยะโกศล แกนนำเวทีประชาชนคนอุตรดิตถ์ เลือกข้างเลือกประโยชน์ของประเทศ และนายพนัส ใจภักดี กลุ่มสันติธรรม จ.อุตรดิตถ์ เป็นแกนนำ ได้รวมตัวเดินรณรงค์รอบเมืองอุตรดิตถ์ พร้อมเป่านกหวีดเพื่อไม่ให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 หรือจนกว่าจะมีการปฏิรูปให้แล้วเสร็จก่อน
   
  นายโชตม์สุคุณกล่าวว่า เราไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้งว่าไม่ดี แต่ก่อนจะมีการเลือกตั้งควรให้มีการปฏิรูปทางการเมืองเสียก่อน เพราะมีการเลือกตั้งภายใต้ระบบเดิม ไม่โปร่งใส มีการซื้อสิทธิขายเสียง ตำรวจก็จะช่วยรัฐบาล และนักการเมือง ระบอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็จะกลับมาอีกครั้ง
   
  ส่วนมวลชนอีกกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเช่นกันนั้น มีนายธีรพงษ์ ศรีเดช อดีตแกนนำคนเสื้อแดง เป็นผู้นำมวลชนประมาณ 150 คน รวมตัวกันที่หน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก เพื่อร่วมกันร้องเพลงชาติ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไป
   
  นายธีรพงษ์กล่าวว่า เดิมเป็นหนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงอุตรดิตถ์ ช่วงปี 2553 เคยเชิญ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ถูกยิงเสียชีวิต มาขึ้นเวทีที่อุตรดิตถ์มาแล้ว แต่ต่อมาเห็นว่าแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต ้อง มุ่งไปที่ผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์ทางธุรกิจ และวงศ์ตระกูลมากกว่า จึงตัดสินใจออกมาทำเพื่อชาติบ้านเมือง หันมาสนับสนุน กปปส.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำแทน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:05:14
มาแล้ว! ชาวนาพิจิตรฮือปิดแยกโพทะเล ทวงเงินจำนำข้าว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  23 ธันวาคม 2556 13:32 น.  
 
พิจิตร - ชาวนาพิจิตรกว่า 2 พันคนฮือชุมนุมประท้วงปิดถนนทางหลวงสาย 117 ทวงเงินจำนำข้าวที่ค้างจ่ายกันมานาน เฉพาะเมืองชาละวันกว่า 2 พันล้าน พร้อมโทรศัพท์ตามเพื่อนร่วมชะตากรรม สมทบชุมนุมเพิ่มไม่หยุด ด้านผู้ว่าฯ หลบหน้า ส่งลูกน้องพบแทน
   
  วันนี้ (23 ธ.ค.) นายไพศาล เหลืองวิชชเจริญ นายอำเภอบึงนาราง จ.พิจิตร นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ รองนายก อบจ.พิจิตร และผู้นำท้องถิ่น ได้ร่วมกันเข้าเจรจากับกลุ่มชาวนาจาก อ.บางมูลนาก โพทะเล บึงนาราง กว่า 2 พันคน ที่มาชุมนุมประท้วงบริเวณสี่แยกโพธิ์ไทรงาม หรือสี่แยกโพทะเล จ.พิจิตร บริเวณริมทางหลวง 117 ตั้งแต่เช้า
   
  โดยกลุ่มชาวนาได้เปิดปราศรัยโจมตีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวนาเนื่องจากได้จำนำข้าวมานานหลายเดือนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับเงินจาก ธ.ก.ส.แต่อย่างใด
   
  อีกทั้งทุกวันนี้ต้องมีหนี้สินค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าใช้จ่ายที่ได้กู้ยืมมาลงทุนจนไม่รู้ว่าจะบากหน้าไปพึ่งใครได้ เนื่องจากเงินที่เรียกร้องก็เป็นเงินของพวกชาวนาเองที่จะต้องพึงได้จากการเก ็บเกี่ยวผลผลิต จึงออกมารวมตัวประท้วงเรียกร้องขอให้รัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าวให้แก่ชาวนาพิจิ ตรกว่า 15,000 ราย คิดเป็นเงินกว่า 2 พันล้านบาท
   
  ต่อมากลุ่มชาวนายังได้ขอให้คณะกรรมการข้าว ที่มีนายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธาน มาเจรจากับกลุ่มชาวนา แต่ปรากฏว่านายสุรชัยกลับส่งพาณิชย์จังหวัด การค้าภายใน และเจ้าหน้าที่ระดับล่างของ ธ.ก.ส.มาเจรจากับกลุ่มชาวนาแทน จึงทำให้ต่างหาข้อยุติไม่ได้ กลุ่มชาวนาจึงตัดสินใจปิดถนนทางหลวง 117 เส้นทางขาล่อง และกำลังพยายามจะปิดถนนเส้นทางขาขึ้นด้วย
   
  แต่ พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล รอง ผกก.สภ.บึงนาราง พร้อมด้วยกำลังตำรวจ นปภ.พิจิตร เกือบ 100 นายเข้าควบคุมสถานการณ์ ทำให้สามารถใช้เส้นทางขาขึ้นได้ แต่รถต้องวิ่งสวนทางกัน
   
  ล่าสุดชาวนาที่มาประท้วงต่างโทรศัพท์ตามพรรคพวกชาวนาด้วยกันให้มาชุมนุมร่วม กัน โดยประกาศว่าถ้ามีมวลชนมาถึง 5,000 คนก็จะปิดถนนทางหลวง 117 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักทั้งขาขึ้น-ขาล่องอย่างถาวร ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
   
  โดยขณะนี้ชาวนาได้ยกระดับการชุมนุมด้วยการปิดถนนทั้ง 6 เลนแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาเพื่อไม่ให้ปิดถนนทั้งหมด เพราะจะกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางนี้เป็นอย่างมาก
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:06:26
ศาลอุทธรณ์ชี้ นปช.เผาเซ็นเตอร์วัน ไม่ใช่จลาจลแต่เข้าข่ายก่อการร้าย
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  23 ธันวาคม 2556 19:41 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ศาลอุทธรณ์ชี้ นปช.เผาเซ็นเตอร์วัน ไม่ใช่จลาจลแต่เข้าข่ายก่อการร้าย
 
ศาลอุทธรณ์ชี้ นปช.เผาเซ็นเตอร์วัน ไม่ใช่จลาจลแต่เข้าข่ายก่อการร้าย
 
   
ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีความแพ่ง ให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าเสียหายให้ห้างเซ็นเตอร์วันกว่า 122,790,000 บาท ตามคำพิพากษาชั้นต้น จากเหตุการณ์ นปช.บุกขโมยทรัพย์สินและวางเพลิงเผาทรัพย์ แต่แก้อุทธรณ์จากพฤติการณ์ของ นปช.แค่จลาจล ถือเป็น “การก่อการร้าย”
   
  วันนี้ (23 ธ.ค.) ศาลอุทธรณ์ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีความแพ่ง ที่บริษัทพีเพิล พลาซ่า หรือห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท แอกซ่า ประกันภัย จำกัด ให้จ่ายค่าเสียหาย 122,790,000 บาท กรณีถูกวางเพลิงเผาทรัพย์และขโมยทรัพย์สินระหว่างการสลายการชุมนุมของคนเสื้ อแดง หรือ นปช.เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 โดยสรุปคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพยานและหลักฐาน พบว่า เนื่องจาก
   
  - หลังเกิดเพลิงไหม้แล้วได้มีรถดับเพลิงเข้าไปดับเพลิงแต่ได้ถูกขัดขวางจากผู้ ชุมนุม
  - พบลูกธนูที่พันด้วยผ้าตกอยู่บริเวณชั้นล่างของอาคารศูนย์การค้า
  - พบร่องรอยกระสุนปืนเป็นรูอยู่หลายรูบริเวณเสาด้านหน้าอาคาร
   
  ดังนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าการวางเพลิงเกิดจากกลุ่มมวัยรุ่นคึกคะนอง จักรยานยนต์รับจ้างและคนขับรถซาเล้งซื้อของเก่าที่มีเจตนาลักทรัพย์และพิจาร ณาโดยสรุปจากพยานหลักฐานเกี่ยวกับการวางเพลิงแล้ว พบว่า การวางเพลิงเกิดจากการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.บางส่วนที่ต้องการใช้ความรุนแรง และ/หรือข่มขู่ เพื่อผลทางการเมือง เพื่อต้องการส่งผลให้รัฐบาลและประชาชนหวาดกลัว การกระทำของกลุ่ม นปช.ที่วางเพลิงนั้น เข้านิยาม “การกระทำการก่อการร้าย”
   
  ก่อนหน้านี้ นายทวี ประจวบลาภ อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้เคยกล่าวถึงกรณีที่ศาลแพ่ง ได้เคยมีคำพิพากษาให้บริษัท เทเวศประกันภัย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกว่า 3 พันล้านบาท ให้กลับกลุ่มเซ็นทรัลฯ จากกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างการกระชับพื้นที่เมื่อ 19 พ.ค. 53 ของ ศอฉ.เช่นกัน โดยระบุว่าไม่ใช่ก่อการร้ายแต่เป็นเพียงการจลาจลจึงอยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์ท ี่คุ้มครอง เนื่องจากคดีแพ่งที่ศาลแพ่งตัดสินไปนั้น เป็นกรณีที่เซ็นทรัลฯ ยื่นฟ้องบริษัทเทเวศประกันภัยแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้ยื่นฟ้องบุคคลที่ถูกฟ้องในคดีอาญา
   
  โดยที่ศาลอาญามีอยู่ 2 คดี คือ คดีก่อการร้าย ซึ่งมีจำเลย 24 คน และมีแกนนำ นปช.อยู่ด้วย ส่วนอีกคดีเป็นจำเลยในคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์สินผู้อื่น ดังนั้นตามหลักกฎหมายเมื่อจำเลยในคดีแพ่งและจำเลยในคดีอาญาเป็นคนละคนกัน จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยในคดีอาญา อีกทั้งคำพิพากษาของศาลแพ่งก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงจำเลยที่ถูกฟ้องในคดีอาญาเ ลย สรุปแล้วไม่มีผลต่อคำพิพากษาในคดีอาญาทั้ง 2 คดี
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:07:39
7 องค์กรเอกชนดันออก พ.ร.ก.ตั้งองค์กรปฏิรูปทันที ทำเสร็จใน 1 ปี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  23 ธันวาคม 2556 14:27 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
7 องค์กรเอกชนดันออก พ.ร.ก.ตั้งองค์กรปฏิรูปทันที ทำเสร็จใน 1 ปี
อิสระ ว่องกุศลกิจ (แฟ้มภาพ)
 
   
7 องค์กรภาคเอกชนเสนอออก พ.ร.ก.ตั้งองค์กรปฏิรูปประเทศในทันที ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง โดยให้กรอบเวลา 1 ปี
   
 
  นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ภายหลังร่วมหารือในเวทีร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย กับเครือข่าย 7 องค์กรภาคเอกชนเป้นนัดสุดท้าย สรุปว่าจะต้องเดินหน้าปฏิรูปโดยทันที โดยมีการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง โดยมีการฝ่ายการเมืองและทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยอาจจะออกมาในรูปของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทั้งนี้องค์กรปฏิรูปจะต้องปราศจากอิทธิพลของฝ่ายการเมือง เป็นการดำเนินการเป็นวาระแห่งชาติ
   
  ขณะที่กรอบการปฏิรูป 7 องค์กรได้เสนอ ดังนี้ กติกาที่เข้าสู่อำนาจทุกฝ่ายจะต้องยอมรับ โดยเฉพาะระบบการเลือกตั้งปราศจากการซื้อเสียง ความโปร่งใสในการสรรหาผู้เข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ การถ่วงดุลอำนาจรัฐ ของผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้แทนประชาชน องค์กรอิสระและสถาบันการเมืองต่างๆ รวมไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
   
  การร่วมขจัดทุจริตประพฤติมอบชอบของราชการและเอกชน รวมถึงทุกภาคส่วนในสังคม ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจจะต้องมีความชอบธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรภายในสังคม  และลดความเลื่อมล้ำ รวมถึงประสิทธิภาพของประชาชนเพื่อให้ได้พึ่งพาตัวเอง
   
  ส่วนโครงการที่เป็นผลกระทบต่อประชาชน จะต้องเป็นโครงการที่มีวินัยทางการเงิน การคลัง มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยึดถึงผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก มีกระบวนการที่ยุติธรรม เสมอภาค เท่าเทียมกัน
   
  “7 องค์กรยังมีความเห็นว่า การปฏิรูปจะต้องทำทันที เพราะมีความจำเป็นไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร โดยทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม ขอวิงวอนทุกฝ่าย มีความสุขุม รอบคอบและใช้วิจารณญานที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาชาติ”
   
  นายอิสระกล่าวว่า 7 องค์กรขอเสนอว่า นักการเมือง คู่ขัดแย้งทางการเมือง ทุกฝ่ายต้องตระหนัก และหันมาเจรจาร่วมกันบนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอั นมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องมีความจริงใจเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ต้องปฏิรูปเพื่อไม่ให้ประเทศเข้า สู่ภาวะสิ้นหวัง และมองเห็นสถานการณ์เป็นโอกาสและหนทางแห่งทางเลือก จะต้องมีการปฏิรูปต้องเกิดขึ้นทันที ไม่ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ และภารกิจหลักรัฐบาลหลังเลือกตั้งสนับสนุนการปฏิรูปและทำให้เสร็จใน 1 ปี
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:08:40
ทบ.ฉะแดงกุข่าวปฏิวัติไร้ความจริง ติงอย่าปลุกเร้าแบบปี 53 รับยังสะเทือนใจ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 ธันวาคม 2556 14:56 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทบ.ฉะแดงกุข่าวปฏิวัติไร้ความจริง ติงอย่าปลุกเร้าแบบปี 53 รับยังสะเทือนใจ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก(แฟ้มภาพ)
 
   
รองโฆษก ทบ.ตอกกลับแก๊งแดงกุข่าวไร้ความจริง กปปส.สร้างสถานการณ์ให้กองทัพปฏิวัติ ยันทำตามหน้าที่ แนะจ้อสร้างสรรค์ อย่าปลุกเร้าให้ป่าเถื่อนแบบปี 53 รับยังสะเทือนใจอยู่
   
  วันนี้ (24 ธ.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกกล่าวถึงกรณีที่แกนนำ นปช.ระบุว่า กปปส.พยายามสร้างสถานการณ์เพื่อให้กองทัพทำการปฏิวัติรัฐประหารว่า ปัจจุบันเริ่มมีคนบางกลุ่มบางฝ่ายมีการพูดผ่านสื่อพาดพิงเกี่ยวกับท่าทีของก องทัพ ซึ่งอาจทำให้สังคมรู้สึกสับสนหวาดระแวง โดยบ่อยครั้งขัดต่อความเป็นจริงและอาจดูไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่ละเอียดอ่ อนอย่างในปัจจุบัน ทางกองทัพขอยืนยันถึงการทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบตามกรอบกฎหมายภายใต้ขอบเข ตอย่างเหมาะสมแบบมีขั้นตอนตามเส้นทางของงานราชการ โดยเฉพาะการทำให้ประชาชน ทุกคนมีความปลอดภัยการดูแลป้องกันไม่ให้มีเหตุมือที่ 3 เข้ามาฉวยโอกาส  และการเฝ้าดูแลรักษาอาคารสถานที่ตามที่ได้รับมอบ
   
  “การจะพูดหรือให้ข้อมูลอะไรควรเน้นไปในแนวทางเชิงสร้างสรรค์ ไม่ควรพูด เพื่อนำไปสู่ความรู้สึกที่ทำให้สังคมมีความขัดแย้งหวาดระแวง ซึ่งมีโอกาสที่จะนำไปสู่การปลุกเร้าให้มีการใช้ความรุนแรงขึ้นได้เหมือนใน อดีตเมื่อปี 53 ซึ่งผู้ให้ข้อมูลบางคนเองถือว่า มีส่วนร่วมอยู่ในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย สำหรับเหตุครั้งนั้นยังคงเป็นเหตุสะเทือนใจเนื่องจากมีความสูญเสีย และบาดเจ็บเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนทุกพวกทุกฝ่ายอย่าได้จินตนาการคาดเดาเหตุต่างๆ มากจนเกินพอดี แล้วไปมีกระทบพาดพิงองค์กรอื่น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความละเอียดอ่อนและมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประช าชนเป็นอย่างมาก” รองโฆษก ทบ.กล่าว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:09:44
กปปส.สองแควบุก กกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 ธันวาคม 2556 11:52 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.สองแควบุก กกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
กปปส.สองแควบุกกกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
 
กปปส.สองแควบุก กกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
กปปส.สองแควบุกกกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
 
กปปส.สองแควบุก กกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
กปปส.สองแควบุกกกต.ยื่นหนังสือให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
 
   
พิษณุโลก - กปปส.พิษณุโลกนำมวลชนยื่นหนังสือให้ กกต.พิษณุโลก ขอเลื่อนการเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความโปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม
   
  เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (24 ธ.ค.) คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)พิษณุโลก นำโดยนายทวี ทองถัน นำมวลชน 15 คนยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดพิษณุโลก ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อนเพื่อให้มีการจัดระบบการเลือกตั้งที่โปร่ง ใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งนี้มีนายจริน โสพันธ์ตระกูล เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ และมีนายชีวินรัฏฐ แก้ววัฒนะบวร ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง เป็นผู้มารับแถลงการณ์
   
  หลังจากอ่านแถลงการณ์เป็นที่เรียบร้อย และผู้อำนวยการการเลือกตั้งออกมารับหนังสือจึงแยกย้ายกันกลับ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 07:12:53
ม็อบข้าวโพดบุกล้อมศาลากลางเชียงใหม่ จับโกหกรัฐซื้อครึ่งโควตา
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  24 ธันวาคม 2556 14:57 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ม็อบข้าวโพดบุกล้อมศาลากลางเชียงใหม่ จับโกหกรัฐซื้อครึ่งโควตา
ม๊อบข้าวโพดล้อมศาลากลางเชียงใหม่
 
ม็อบข้าวโพดบุกล้อมศาลากลางเชียงใหม่ จับโกหกรัฐซื้อครึ่งโควตา
ม๊อบข้าวโพดล้อมศาลากลางเชียงใหม่
 
ม็อบข้าวโพดบุกล้อมศาลากลางเชียงใหม่ จับโกหกรัฐซื้อครึ่งโควตา
ม๊อบข้าวโพดล้อมศาลากลางเชียงใหม่
 
   
ศูนย์เชียงใหม่ - กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดแม่แจ่มบุกล้อมศาลากลางเชียงใหม่ ประกาศจะปักหลักพักค้างหากไม่ได้รับคำตอบ จับโกหกรัฐรับปากซื้อข้าวโพด 5 หมื่นตัน ซื้อจริงแค่ครึ่ง อ้างโควตาเต็ม
   
  ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันนี้ (24 ธ.ค.) กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นับพันคนชุมนุมปิดล้อมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังหลายร้อยนายรักษาความปลอดภัยโดยรอบ หลายหน่วยงานได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมเก็บข้าวของกลับบ้านแล้ว เนื่องจากแกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศจะปิดล้อมศาลากลาง โดยจะทำการพักค้างแรม หากข้อเรียกร้องที่ต้องการไม่ได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจ
   
  ทั้งนี้ แกนนำผู้ชุมนุมได้กล่าวปราศรัย พร้อมกับเสนอข้อเรียกร้องให้มีการขยายโควตา โครงการรับซื้อข้าวโพดและขยายเวลาโครงการ จากที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2556 ขยายออกไปเป็นวันที่ 30 มีนาคม 2557 เนื่องจากข้าวโพดมีผลผลิตออกมาแล้ว 5 หมื่นตัน แต่โครงการรับซื้อไปเพียง 2.8 หมื่นตันเท่านั้น รัฐบาลกลับออกมาบอกว่าโควตาเต็มแล้ว ทำให้เกษตรกรไม่พอใจเพราะผลผลิตยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกเกือบ 5 หมื่นตัน ดังนั้นเมื่อผลผลิตที่ออกมาจะเอาไปขายให้ใคร ทั้งที่รัฐบาลก็รับปากแล้วว่าจะรับซื้อในปริมาณ 5 หมื่นตัน และขอยืนยันว่าการมาชุมนุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองและไม่เกี่ยวกับสีใด ๆ ทั้งสิ้น
   
  “หากวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาให้แก่กลุ่มเกษตรกร ก็จะปักหลักพักค้างไปจนกว่ารัฐบาลจะมีคำตอบให้”
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 16:54:14
นครบาลดำเนินคดี4แกนนำกปปส. ชุมพล-พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล-สกลธี พามวลชนล้อมสน.ดินแดง
 
เมื่อวันที่ 24ธ.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ได้มีการชุมนุมโดยกลุ่ม กปปส. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่ม ปปปป. ชุมนุมที่บริเวณสะพานมัฆวาน และกลุ่ม คปท. ชุมนุมที่บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล นั้น เนื่องจากว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่าง ๆ ได้มีการเคลื่อนขบวนไปปิดสถานที่ต่าง ๆ ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ไปปิดบริเวณสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง และบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดินแดง รวมทั้งกลุ่ม คปท. ได้ปิดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งกรณีดังกล่าวกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้พยายามที่จะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใดพล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว สน.ดินแดง ได้ดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งไปปิดกั้น สน.ดินแดง ดังนี้  
 
1.นายชุมพล จุลใส  
2.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณฑ์  
3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  
4.นายสกลธี ภัททิยกุล กับพวก  
 
ซึ่งหากมีหลักฐานปรากฏเพิ่มเติมก็จะแจ้งดำเนินคดีภายหลัง ในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต 1.เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย 2.เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก ่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3.เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิดเจ็ดปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 1647/2556 จะได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี ต่อไป
 
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า และกรณีดังกล่าวได้มี ผู้จุดระเบิดเป็นประทัดยักษ์มาจากบริเวณอาคารจอดรถชั้น 3 ของโรงแรมปริ๊นสตั้น ซึ่งอยู่ด้านหลัง สน.ดินแดง จำนวน 3 ครั้ง เป็นเหตุให้กระจกที่อยู่บริเวณห้องสอบสวนของ สน.ดินแดง แตกจำนวน 2 บาน ซึ่งได้รับคำร้องทุกข์ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งกรณีนี้ปรากฎว่าทีวีวงจรปิดได้จับภาพคนร้ายไว้ได้ และขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ขอปิดเป็นความลับก่อน จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 1647/2556
 
รอง ผบช.น.กล่าวว่า สำหรับกรณีการที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดที่สนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งทาง สน.ดินแดง ได้ให้ผู้สมัครที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครเลือกตั้งได้ ไปลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ดินแดง และรอให้ทาง กกต. และดีเอสไอ มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อไป บช.น.ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 โดยต้องชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่สร้างความเดือดร้อน จึงขอความกรุณาอยู่ในความสงบเรียบร้อย เนื่องจากการกระทำที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนนั้น จะเป็นความผิดตามกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก ที่ สน.ดินแดง ที่ตอนแรกคล้ายเสียงปืนนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นประทัดยักษ์ และได้เปิดวีดีโอวงจรปิดให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบแล้ว  
 
 
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ.2550 ได้มีคดีเกิดขึ้นในกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งสิ้น 103 คดี และคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินคดี และได้มีการออกหมายจับไว้เรียบร้อยแล้ว 2 คดี คือ 1.คดีกบฏ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง 2.คดีมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ นายนิติธร ล้ำเหลือ, นายอุทัย ยอดมณี, นายพิชิต ชัยมงคล และนายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี สน.พญาไท ซึ่งทุกคดีกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินการตามกฎหมายทุกคดีโดยเคร่งครัด สำหรับคดีกบฏทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้โอนคดีดังกล่าวไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 17 คดี.
 

จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/25/13 เวลา 17:21:29
"ชูวิทย์" ถามละเมิดสิทธิคนอื่น แน่ใจเหรอว่าวิธีนี้กำจัดระบอบทักษิณได้
 
ชูวิทย์  กล่าวถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมปิดล้อมที่สนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และสน.ดินแดง ว่า  มวลมหาประชาชนทั้งหลายตื่นเถิด วิธีที่จะกำจัดระบอบทักษิณ หากคุณใช้วิธีจำกัดเสรีภาพ คุณแน่ใจหรือว่าวิธีการแบบนี้จะกำจัดระบอบทักษิณได้?
 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE56ZzNNamN6Tnc9 PQ==&sectionid=
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 06:59:29
ผู้ชุมนุม คปท. ได้รับประกันตัวแล้ว ถูกตำรวจซ้อมน่วม-นอนโรงพยาบาล 4 ราย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 02:59 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ผู้ชุมนุม คปท. ได้รับประกันตัวแล้ว ถูกตำรวจซ้อมน่วม-นอนโรงพยาบาล 4 ราย
 
ผู้ชุมนุม คปท. ได้รับประกันตัวแล้ว ถูกตำรวจซ้อมน่วม-นอนโรงพยาบาล 4 ราย
 
   
ผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 14 คนได้รับการประกันตัวแล้ว วงเงินประกัน 4 หมื่นบาท เผยมถูกตำรวจชุดจับกุมทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำทั้งตัว บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย ถูกส่งตัวไปเย็บแผล เอ๊กซเรย์ 6 ราย และต้องนอนโรงพยาบาล 4 ราย
   
  เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เปิดเผยว่า ผู้ชุมนุม คปท. ที่ถูกตำรวจจับกุมจากการปะทะกันที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) จำนวน 14 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้วเมื่อเวลา เวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา โดยตำรวจได้ตั้งข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ มั่วสุม ขัดขวางการเลือกตั้ง โดยคิดวงเงินประกันคนละ 40,000 บาท อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ปากคำและทำเรื่องประกันตัว แต่ถูกตำรวจชุดจับกุมทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำทั้งตัว ตำรวจชุดสอบสวนจึงส่งไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการและเอ็กซเรย์
   
  สำหรับผู้ต้องหาที่บาดเจ็บเล็กน้อยประกอบด้วย นายเกียรติศักดิ์ จำชาติ อายุ 32 ปี, นายวริท สุทธิโอภาส อายุ 50 ปี, นายณัฐพล มาลัยญาติ อายุ 21 ปี และ น.ส.นุชนภา ศรีแก้ว อายุ 57 ปี ส่วนผู้ต้องหาที่บาดเจ็บ ต้องทำการเย็บแผล เอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลคลองหลวง ได้แก่ นายชานนท์ ขันทอง อายุ 57 ปี, นายสมโภช ฤทธิ์สำแดง อายุ 31 ปี, นายชวลิต ถิราปันติคุณ อายุ 39 ปี, นายสุวัฒน์ คำใบ อายุ 46 ปี, นายสว่างชัย อธิคมพจน์ อายุ 45 ปี และนายนิพนธ์ รักษาบุตร อายุ 42 ปี อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ต้องหา 4 คนที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ได้แก่ นายนพคุณ ธนานิรมิตร อายุ 32 ปี, นายวิมล แถมพยัคฆ์ อายุ 57 ปี, นายวิชิต แดงสวัสดิ์ อายุ 43 ปี และนายสมบุญ รื่นพิทักษ์ อายุ 72 ปี
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:01:18
สาวทอมคนเป่านกหวีด “ไล่ปู” โร่ขึ้นโรงพัก ถูก ตร.ใน-นอกเครื่องแบบตามขู่
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 ธันวาคม 2556 15:47 น.  
 
 
   
 
สาวทอมคนเป่านกหวีด “ไล่ปู” โร่ขึ้นโรงพัก ถูก ตร.ใน-นอกเครื่องแบบตามขู่
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สาวทอมคนเป่านกหวีด “ไล่ปู” โร่ขึ้นโรงพัก ถูก ตร.ใน-นอกเครื่องแบบตามขู่
 
สาวทอมคนเป่านกหวีด “ไล่ปู” โร่ขึ้นโรงพัก ถูก ตร.ใน-นอกเครื่องแบบตามขู่
 
สาวทอมคนเป่านกหวีด “ไล่ปู” โร่ขึ้นโรงพัก ถูก ตร.ใน-นอกเครื่องแบบตามขู่
 
   
พิษณุโลก - สาวทอมใจเด็ด คนเป่านกหวีดไล่ “ปู” โร่ขึ้นโรงพักเขาค้อ แจ้งความลงบันทึกประจำวัน หวั่นไม่ปลอดภัย หลังตำรวจทั้งใน-นอกเครื่องแบบบุกถึงร้านกาแฟสถานที่ทำงาน ด้าน กปปส.เมืองมะขามหวานมอบรางวัล "เสรีชน ฅนเพชรบูรณ์" ให้กับมือ
   
  วันนี้ (25 ธ.ค.) น.ส.พัทชนันท์ หลีล้วน ที่ถูกโลกโซเชียลฯ ขนานนามเป็นสาวทอมใจเด็ด บุกเป่านกหวีดใส่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ ขณะเดินทางลงพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนายเสถียร เม่นบางพึ่ง ประธาน กปปส.เพชรบูรณ์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.วันชัย ศรีหสิงห์ พนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ
   
  โดยระบุว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมาตนเข้าไปเป่านกหวีดและบุกประชิดตัวถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ พร้อมถามว่า จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อไร และมาทำไม ซึ่งการซักถามและพูดคุยนั้นตนเองไม่ได้ประสงค์ร้ายแต่อย่างใด เพียงอยากทราบว่า นายกฯ รักษาการเขาจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เมื่อไร และมานอนพักที่เขาค้อทำอะไร ก็เพียงเท่านั้น
   
  หลังจากตนเองกลับเข้ามาที่ร้านขายกาแฟตามปกติ ก็มีคนแต่งชุดเครื่องแบบตำรวจมานั่งที่หน้าร้านขายกาแฟริมทาง ที่หมู่ 1 ต.เขาค้อ ซึ่งตำรวจที่มาได้พูดจาลักษณะข่มขู่ โดยสอบถามประวัติตน และขอดูบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้ตนคิดว่าตำรวจข่มขู่ และแสดงความไม่พอใจ
   
  กรณีที่เข้าไปเป่านกหวีดไล่นายกรัฐมนตรีรักษาการ ตนก็เกรงว่าอาจเกิดเหตุร้ายหรืออันตราย นอกจากนี้ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบห้อมล้อมบ้าน และถ่ายภาพบ้านพักของบิดาอีกด้วย จึงต้องมาร้องทุกข์เพื่อให้ตำรวจได้ลงประจำวันไว้ เพราะไม่เคยคิดโกรธเคืองกับใครมาก่อน
   
  สาวทอมใจเด็ดยังกล่าวด้วยว่า ตนเองเป่านกหวีดและสอบถามนายกฯ รักษาการก็เพราะอยากทราบว่าตัวท่านจะกลับเข้ากรุงเทพฯ วันไหน และเดินทางมาพักที่เขาค้อนั้นมาทำธุระอะไร และการเข้าไปนั้นตนเองก็เดินเข้าไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าดูแลความสงบก็มีอยู่เป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่ได้ กีดกันตนแต่อย่างใด เพราะตนเองมีเจตนาดี ไม่ได้คิดประสงค์ร้ายใดๆ ซึ่งหลังพูดคุยอาจทำให้ตำรวจไม่พอใจ แต่นายกฯ รักษาการก็ไม่ได้แสดงออกอะไร ถามมาก็ตอบไปเพียงเท่านั้น
   
  ขอย้ำว่าตนไม่ใช่คน อ.เขาค้อ แต่ได้มาทำงานช่วยเพื่อนขายกาแฟ เพราะบ้านตนเองอยู่ ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทำไมคนของรัฐที่อ้างตัวเป็นตำรวจถึงเข้ามาหาตนในลักษณะข่มขู่ และแสดงความไม่พอใจ จนทำให้ตนเองเกิดความกลัว แต่ยังได้ถ่ายคลิปของบุคคลดังกล่าว และดูทีท่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ตนเองก็จะเดินทางออกจาก อ.เขาค้อ เพราะหากอยู่ไปคงไม่ปลอดภัย
   
  ด้านนายเสถียร เม้นบางพึ่ง ประธาน กปปส.เพชรบูรณ์ ได้มอบรางวัล “เสรีชน ฅนเพชรบูรณ์” ให้แก่นาวสาวพัทชนันท์ คนเป่านกหวีดใส่นายกรัฐมนตรีรักษาการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วย
   
  ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางออกจากที่พักที่รีสอร์ตฟ้าใส จ.เพชรบูรณ์ เข้ากรุงเทพฯ เพื่อปฏิบัติภารกิจในตอนเช้าวันนี้ (25 ธ.ค.) กลุ่ม กปปส.เพชรบูรณ์ได้รวมตัวกันตั้งแต่เช้ามืด เพื่อบุกขึ้นเขาค้อรอเป่านกหวีดขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ถูกกำลังตำรวจที่คอยอารักขานายกรัฐมนตรีรักษาการอยู่หลายร้อยนายสกัดไม่ใ ห้ไปในพื้นที่ได้ จนกระทั่งมีเฮลิคอปเตอร์มารับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากที่พักไปได้ในที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:02:42
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  26 ธันวาคม 2556 17:44 น.  
 
 
   
 
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
 
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
 
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
 
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
 
กลุ่มประชาคม ม.อ.แถลงเรียกร้อง ตร.หยุดใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ(ชมคลิป)
 
   
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ประชาคม ม.อ.ออกแถลงการณ์ประณามเจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม คปท.โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ จัดตั้งสภาประชาชนปฎิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง พร้อมให้รัฐบาลชุดนี้ลาออกจากรัฐบาลรักษาการ เพื่อตั้งรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลาง
   
  วันนี้ (26 ธ.ค.) เมื่อเวลาเวลา 16.00 น. ที่บริเวณหน้าอาคารโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทางประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นัดหมายมารวมตัวกันออกแถลงการณ์ฉบับที่ 6 โดยมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และบุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ตามรายละเอียดแถลงการณ์ดังต่อไปนี้ แถลงการณ์ประชาคมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฉบับที่ 6 ตามผลบังคับใช้พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 ซึ่งให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
   
  โดยให้นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนั้น สถานการณ์ความขัดแย้งของบ้านเมืองยังคงดำรงอยู่ และอาจเล็งเห็นผลไปได้ถึงการใช้ความรุนแรงในการสนับสนุน หรือต่อต้านการจัดการเลือกตั้งในครั้งดังกล่าว โดยในวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ตั้งแต่ช่วงเช้า ได้มีเหตุการณ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุในการปราบปร ามมวลชนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ณ.สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ประกอบกับรายงานจากเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรในการส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บจากกร ะสุนจริงไปยังโรงพยาบาลราชวิถี ในเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นการขัดตามหลักสากลดังที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวอ้าง
   
  ในนามประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองดังกล่าว จึงมีความเห็น และข้อเสนอเพื่อการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดและขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้ 1.ทางประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ยุติความรุนแรง และขอปฏิบัติการสลายการชุมนุมแบบเกินกว่าเหตุต่อประชาชนที่ต่อสู้ และแสดงออกทางการเมืองแบบไม่มีอาวุธ ซึ่งทางประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอยืนยันจุดยืนการต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ และขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ศอ.รส แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
   
  2.ให้เร่งรัดการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง โดยมีการจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป ทั้งนี้ เพื่อความชอบธรรมของการออกแบบสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปนั้น ให้จัดตั้งโดยมีกระบวนการ และฐานะทางกฎหมาย เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วม สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูปจะต้องไม่ละเมิดวิถีทาง และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญถึงภาระผูกพันที่มีต่อรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง  ดังนั้น ทางประชาคมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขยายระยะเวลาการจัดการเลือกตั้งออกไปภายหลังการดำเนินการของสภาประชาชนเพื่อ การปฏิรูปเสร็จสิ้น 3.เนื่องจากปัญหาวิกฤตศรัทธา และการที่หลายภาคส่วนขาดความไว้วางใจในพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินของรั ฐบาลรักษาการ เช่น ความคลางแคลงใจในการเดินทางลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ของรักษาการนายกรัฐมนตรี อันอาจเป็นการแอบแฝงการหาเสียงก่อนเลือกตั้ง ดังนั้น ทางประชาคมฯ จึงมีความเห็นว่า รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันต้องลาออก เพื่อให้มีรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลางจากทุกภาคส่วนโดยไม่มีพรรคการเมืองเข้า มาเกี่ยวข้องเพื่อบริหารราชการแผ่นดินในระหว่างการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง  
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:03:49
ราชวิถีเผยการ์ดถูกยิงหัวออกจากไอ.ซี.ยู.แล้ว ต้องเฝ้าดูอาการต่อ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  26 ธันวาคม 2556 12:31 น.  
 
   ปะทะเดือดดินแดง บาดเจ็บแล้ว 32 ราย พบถูกกระสุนจริงยิงเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัส นำส่ง รพ.ราชวิถี 1 ราย ล่าสุดออกจากห้องไอ.ซี.ยู.แล้ว ที่เหลือบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา และกระสุนยาง สธ.เผยวางกำลังทีมกู้ชีพดูแลโดยรอบแล้ว พบนักข่าวญี่ปุ่นมีแผลที่ศีรษะด้วย แต่รู้สึกตัวดี
 
ราชวิถีเผยการ์ดถูกยิงหัวออกจากไอ.ซี.ยู.แล้ว ต้องเฝ้าดูอาการต่อ
   วันนี้ (26 ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.40 น. ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้าน การแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมือง กระทรวงสาธารณสุข (ส่วนหน้า) ว่า การดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนี้ สธ.ได้ทำงานร่วมกับศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ได้จัดส่งทีมกู้ชีพชั้นสูงเข้าไปดูแลที่บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงแล้ว โดยเป็นของ สธ.4 ทีม วางกำลังไว้ 2 ส่วน คือ พื้นที่ด้านเหนือบริเวณสวนป่า มีทีมจาก รพ.รามาธิบดี และ รพ.เลิดสิน และพื้นที่ด้านใต้ บริเวณมัสยิด เป็นทีมจาก รพ.ราชวิถี และบริเวณกองช่าง เป็นทีมจาก กทม.
   
   นพ.ณรงค์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีทีมกู้ชีพพื้นฐานจากมูลนิธิร่วมกตัญญูอีก 16 ทีม พร้อมด้วยทีมปริมณฑลเข้ามาช่วยเหลืออีก 8 ทีม แบ่งเป็นทีมจาก รพ.พระนั่งเกล้า 2 ทีม ประจำอยู่ที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี เพื่อดูแลผู้ชุมนุมที่เดินทางไปยังบริเวณหน้าบ้านนายกรัฐมนตรี และทีมโรงพยาบาลจากสมุทรสาคร ปทุมธานี และนครปฐม อย่างละ 2 ทีม เข้ามาเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ รพ.สงฆ์ รวมถึงเตรียมทีมสำรองอีก 30 ทีมอยู่บริเวณรอบนอก กทม.ด้วย สำหรับการประสานตัวรับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลผ่านสายด่วน 1669 รพ.ราชวิถี พบว่า มีการนำตัวผู้ป่วยส่ง รพ.ราชวิถี แต่เริ่มมีจำนวนมากขึ้น จึงกระจายไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ เช่น รพ.รามาธิบดี
   
   
   นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อเวลา 07.30-11.00 น. มีการรับส่งตัวผู้ป่วยผ่านเครือข่าย 1669 แล้วจำนวน 32 ราย แบ่งเป็นนำส่ง รพ.ราชวิถี 25 ราย รพ.รามาธิบดี 5 ราย รพ.พระมงกุฎเกล้า 1 ราย และ รพ.พญาไท 1 ราย ส่วนใหญ่ถูกบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง จำนวนนี้มีอาการสาหัส 1 ราย เป็นการ์ดถูกกระสุนปืนจริงยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ นำส่งตัว รพ.ราชวิถี ขณะนี้ได้ทำทีซีสแกน เพื่อพิจารณาการเตรียมการผ่าตัดช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เท่าที่ทราบจาก รพ.ตำรวจพบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 3 นาย
   
   นพ.อุดม เชาวรินทร์ ผอ.รพ.ราชวิถี กล่าวว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ขณะนี้มีจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะที่บริเวรหน้าอาคารกีฬาเวสน์ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง มารักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี แล้ว รวม 33 ราย  จำนวนนี้เหลือผู้บาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 ราย แบ่งเป็นชายที่ถูกยิงบริเวณศีรษะ 1 ราย ขณะนี้ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ออกจากห้องไอ.ซี.ยู.แล้ว แต่ยังต้องเฝ้ารอดูอาการต่อไป และนักข่าวญี่ปุ่น 1 ราย มีบาดแผลบริเวณศีรษะเช่นกัน เนื่องจากถูกตีเข้าที่บริเวณใบหน้า แต่ผู้ป่วยรู้สึกดี ส่วนที่เหลือบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา ซึ่งกลับบ้านไปหมดแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:05:15
มติ ป.ป.ช.ฟัน"สมศักดิ์-นิคม"ทุจริต จงใจขัด รธน.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  26 ธันวาคม 2556 16:37 น.  
 
  นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. ได้แถลงความคืบหน้าการพิจารณาข้อท็จจริงกรณีข้อกล่าวหา ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 383 คน ว่ากระทำการผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และร้องขอให้ถอดถอนจากตำแหน่ง กรณีเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ไต่สวนข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2556 โดยได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงรวม 6 ปาก ขอเอกสารหลักฐานจากศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภา และจากผู้ร้องเป็นจำนวนมากแล้ว พิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานตามที่ได้ในขณะนี้เพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหา ว่ามีผู้ถูกกล่าวหากระทำการส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 รวม 2 ราย คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา จึงมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหา โดยให้บุคคลทั้ง 2 มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่10 มกราคม 2557
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:06:22
หลาน “แม่กิมไล้” โวยลูกหนุน “แก๊งแดง” ทำตระกูลเดือดร้อน ถามอยากให้แม่ช้ำใจหรือไง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  25 ธันวาคม 2556 17:15 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หลาน “แม่กิมไล้” โวยลูกหนุน “แก๊งแดง” ทำตระกูลเดือดร้อน ถามอยากให้แม่ช้ำใจหรือไง
 
หลาน “แม่กิมไล้” โวยลูกหนุน “แก๊งแดง” ทำตระกูลเดือดร้อน ถามอยากให้แม่ช้ำใจหรือไง
นายปรีดา บุญประเสริฐ เจ้าของร้านแม่กิมไล้ สาขาหน้าเขาวัง ออกรายการช่องเสื้อแดง
 
   
ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - “เหน่ง แม่กิมไล้” หลานเจ้าของร้านขนมหม้อแกงดังเพชรบุรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ลูกชายออกทีวีประกาศแจกขนมหม้อแกงเสื้อแดง-เตรียมบริจาค 20 ล้าน ทำคนอื่นเดือดร้อนเพราะเหมารวม ถามทำไมชอบทำให้ยายเสียใจ ทั้งที่ให้ชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างที่มี ครวญตั้งแต่เกิดเคยขายแต่ขนม ไม่เคยขายชาติ
   
  วันนี้ (25 ธ.ค.) เฟซบุ๊ก “เหน่ง แม่กิมไล้” ชาว อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งระบุว่าเป็นหลานของนางกิมไล้ บุญประเสริฐ เจ้าของร้านขนมหม้อแกงชื่อดัง “แม่กิมไล้” โพสต์ข้อความระบุว่า “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง คุณจะชอบอะไรมันก็เรื่องของคุณ ไม่มีใครไปสั่งให้คุณชอบหรือไม่ชอบใครได้ แต่นี่คุณเล่นพูดรวมแบบนี้ คนอื่นเดือดร้อนกันหมด ที่ผ่านมายังสร้างเรื่องให้คนในครอบครัวเดือดร้อนไม่พอรึไง ยายกิมไล้เป็นแม่คุณ เขาให้ชีวิตคุณ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมี แล้วทำไมถึงชอบทำให้ยายกิมไล้เสียใจ อยากให้แกช้ำใจตายรึไงถึงได้ทำแบบนี้ ผมเป็นหลานคุณ ผมก็ไม่อยากจะมาก้าวร้าวใส่คุณ แต่สิ่งที่คุณทำมันทำให้ทุกคนในวงศ์ตระกูลเดือดร้อน
   
  “ชีวิตผมตั้งแต่เกิด เคยแต่ขายขนม ไม่เคยขายชาติ” เฟซบุ๊ก “เหน่ง แม่กิมไล้” ระบุ
   
  ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก “เหน่ง แม่กิมไล้” โพสต์ข้อความดังกล่าว หลังจากที่ในโซเชียลมีเดียได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ นายปรีดา บุญประเสริฐ หรือ ป๋าโก้ บุตรชายนางกิมไล้ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านแม่กิมไล้ สาขาหน้าเขาวัง ถนนเพชรเกษม ต.คลองกระแซง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ได้ออกรายการประชาคมเสื้อแดง ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเชียอัปเดต เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ตนแจกขนมหม้อแกงให้กลุ่มคนเสื้อแดงมาตลอด และตั้งใจจะบริจาคเงิน 20 ล้านบาทให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้งมีหน้าที่กระจายข่าวสารให้เพื่อนๆ และลูกค้าเข้าใจเสื้อแดงอีกด้วย ซึ่งภายหลังได้มีการนำวิดีโอคลิปดังกล่าวไปขยายผล ทำให้เป็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และส่วนหนึ่งยังจะไม่ซื้อสินค้าของแม่กิมไล้อีกด้วย
   
  นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก “Arunchay Chalermakas” ซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าของร้านแม่กิมไล้สาขาไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ระบุว่า “เบื่อนะเวลาขายดีก็จะมีผู้ไม่หวังดีมาก่อกวนและยิ่งเป็นญาติมันเซ็งนะ วันนี้เพิ่งรู้ข่าวเรื่องที่ร้านถูกโยงไปกับเสื้อแดง พูดเลยว่าตกใจและงงมาก ทุกวันนี้ค้าขายไม่เคยฝักใฝ่ฝ่ายใด ใครมาก็ขาย เราเป็นแม่ค้า ณ จุดนี้ไม่รู้จะพูดยังไง เอาเป็นว่าแล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคนว่าจะเสพข่าวนั้นหรือจะเชื่อเพื่อนตัวเ อง แต่อยากจะวอนผู้ประสงค์ไม่ดีขี้อิจฉาอยากเห็นคนอื่นล้ม เลิกคิดที่จะล้มคนอื่นด้วยการแต่งเรื่องหลอกลวง ช่วยกลับไปคิดทำตัวเองให้ดี ทำร้านให้ดีให้เท่าเทียมญาติพี่น้องสักที จากใจ จากร้านแม่กิมไล้ สาขาไร่ส้ม ท่ายาง บ้านลาด ถึงแม่กิมไล้เขาวัง”
   
  ทั้งนี้ เฟซบุ๊กดังกล่าวระบุอีกว่า พ่อโหน่ง (นายศุภกิจ บุญประเสริฐ เจ้าของร้านขนมหม้อแกงแม่กิมไล้ สาขาไร่ส้ม ทายาทรุ่นที่ 3 ของแม่กิมไล้) โมโหมากจะสั่งปิดร้าน เพราะนายปรีดาอยู่ก็ไม่เคยจ่ายค่าที่ แต่ที่นายปรีดาเอาไปพูดมารวมหมด และก๊อบเอารูปที่ร้านไปลง ซึ่งนายปรีดาเพิ่งมีปัญหากับแม่ เรื่องให้ขึ้นราคาขนมหม้อแกง ซึ่งทุกร้านตอนนี้ถาดละ 60 บาทหมดแล้ว แต่ร้านนายปรีดายังจะขาด 3 ถาด 100 บาท แต่ก็ยังขายไม่ดี เลยคิดว่าทำอย่างนี้แล้วได้โปรโมต แต่มันไม่ใช่ มันเหมือนโดนเหมารวมชื่อร้าน ถึงร้านนายปรีดาไม่ได้ถ่ายที่ร้านตน แต่คำว่าแม่กิมไล้เหมือนโดนเหมารวม
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:08:12
อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง “เทพไท” ไม่หมิ่น “ปลอดประสพ” เป็นคนระบอบทักษิณ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  25 ธันวาคม 2556 11:08 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง “เทพไท” ไม่หมิ่น “ปลอดประสพ” เป็นคนระบอบทักษิณ
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช
 
   
อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง “เทพไท” ไม่หมิ่น “ปลอดประสพ” เป็นคนระบอบทักษิณ ศาลชี้ให้สัมภาษณ์เชิงตั้งคำถาม ติชมด้วยความเป็นธรรม
   
  วันนี้ (25 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.858/2553 ที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและรักษาการรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกประจำตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีนายเทพไท ให้สัมภาษณ์ทำนองว่านายปลอดประสพเป็นคนในระบอบทักษิณ เป็นพวกล้มเจ้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2553
   
  คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล ้างกันแล้ว เห็นว่า จำเลยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีโจทก์ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับระบอบ คอมมิวนิสต์ จำเลยจึงให้สัมภาษณ์ในเชิงตั้งคำถามบ้างว่า โจทก์เป็นคนในระบอบทักษิณเป็นพวกล้มเจ้าจริงหรือไม่ เห็นว่าโจทก์เป็นนักการเมืองย่อมอยู่ในฐานะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และจำเลยพูดในลักษณะตั้งคำถาม ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง และเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม เป็นการพูดในสิ่งที่ตนมีส่วนได้เสีย จึงไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาทตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (1) พิพากษายกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
   
  ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยแสดงความคิดเห็นเชิงตั้งคำถามว่ากระบวนการล้มเจ้ามีจริงหรือไม่ โดยมีมูลเหตุมาจากคำให้สัมภาษณ์ของโจทก์ ไม่ใช่การให้ร้าย เป็นการติชมโดยสุจริตเป็นธรรม จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นฟ้องด้วย พิพากษายืน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:10:33
25 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ภาพและโพสต์ข้อความในโซเชียล มีเดีย เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงของมวลชน "คนเสื้อแดง" ที่บริเวณหน้าโรงงานเบียร์สิงห์ ที่ท่าพระ กรณีที่มีการแปลงข้อความ ตัอต่อ บิดเบือนการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ต่างประเทศของ "ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี" ที่จะเปลี่ยนนามสกุลเป็น "กฤดากร ณ อยุธยา" ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธ.ค.นี้ว่า "คนชนบทไม่มี่ความรู้เรื่องประชาธิปไตย" ปรากฎว่า เมื่อไปถึงหน้าโรงงานเบียร์สิงห์ ทางโรงงานได้จัดน้ำสิงห์มาแจก รวมไปถึงเบียร์กระป๋อง ซึ่งทันทีที่ทางโรงงานนำมาแจกจ่าย การชุมนุมประท้วงก็ยุติในทันที มวลชนคนเสื้อแดงต่างคนต่างขนทั้งน้ำดื่มและเบียร์กลับ ทั้งที่ยังไม่ได้มีการประท้วงยื่นแถลงการณ์หรือแสดงเจตนารมย์แต่อย่างใด
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:11:31
26 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เวทีการชุมนุมกปปส.ถ.ราชดำเนินได้มีชายชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมสังเกตุการณ์กับกลุ่มกปปส.ที่สนามกีฬาไทยญ ี่ปุ่นดินแดง ได้นำกระป๋องแก็สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนปืนชนิดเอ็ม16 ซึ่งตกอยู่บริเวณรถตำรวจที่จอดอยู่ด้านหน้าศูนย์เยาวชนไทยญี่ปุ่นดินแดง มามอบให้กับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส.และนายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.โดยชายคนดังกล่าวยังได้เปิดเผยอีกว่า นอกจากกระสุนปืนเอ็ม 16 แล้ว ตนยังพบกระสุนปืนชนิดลูกซองตกอยู่บริเวณที่ชุมนุมอีกด้วย  
     
จากนั้นนายเอกณัฏ ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ที่เวทีเก็บวัตถุดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานเพื่อ ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:12:21
26 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันได้มีการโพสต์ภาพเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ ่มผู้ชุมนุม คปท. โดยหลังจากเหตุการณ์สงบลงประมาณ 16.00 น. สารวัตรทหารได้นำกำลังส่วนหนึ่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น  ดินแดง พร้อมสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ปรากฎว่า สารวัตรทหารค้นพบยุทโธปกรณ์ซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อารักขาอยู่ภายใน จำนวนมาก จึงนำออกมาให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพเป็นพยาน ปรากฏว่าภาพคลังแสงถูกแชร์กันว่อนในโลกโซเชียลมีเดีย ส่วนผู้ชุมนุม 14 คนที่ถูกจับกุมตัวเข้าไปภายในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นนั้นได้มีการนำตัวออกไปทำก ารสอบสวนที่ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีแล้ว
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:13:19
26 ธ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเพจ V For Thailand ได้นำภาพของนายวีรชาติ เปรมกมล หรือ กบ นักสู้กางเกงในตัวเดียว อย่างที่หลายคนรู้จัก มาเผยแพร่ ซึ่งนอนลงกับพื้นเนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการไปชุมนุมที่บริเวณสนามกีฬา-ญี ่ปุ่น ดินแดง ซึ่งถูกยิงด้วยกระยางจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขณะนี้นายวีรชาติได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาอาการบาดเจ็บ  
 
ทั้งนี้มีรายงานว่า นายวีรชาติ รับการรักษาตัวได้ไม่นานก็กลับเข้ามายังพื้นที่การชุมนุมต่อ  
 
ข้อความที่เพจV For Thailandระบุ
 
"น้องกบ ล่าสุด ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว หลังจากที่ ถูกยิงด้วยกระสุนยางหลายนัดที่ลำตัว"
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 07:14:12
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  18 ธันวาคม 2556 23:30 น.  
 
นักวิจัยมะกันโต้นิวยอร์กไทม์ส 'ผู้ชุมนุมไทย'ไม่ต้องการลดปชต. แต่หวังโค่นความเลวร้ายระบอบ'ทักษิณ'และปฏิรูป
  เอ็นเอสเอ็นบีซี - นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองชาวสหรัฐฯ เขียนบทความลงบนเว็บไซต์เอ็นเอสเอ็นบีซี ตอบโต้บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่อ้างว่าการชุมนุมในไทยผิด แปลกจากชาติอื่นเพราะผู้ประท้วงต้องการเห็นประเทศลดความเป็นประชาธิปไตยลง ชี้ในสายตาของสื่อตะวันตกการชุมนุมจะเป็นประชาธิปไตยก็เมื่อตนเองได้ประโยชน ์ ขณะเดียวกันก็หรี่ตามองข้ามความร้ายกาจต่างๆนานาของระบอบทักษิณ ทั้งฆ่าตัดตอน ละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอรัปชัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประท้วงจึงแสวงหาการปฏิรูปครั้งใหญ่
   
  ในบทความเรื่อง "New York Times Condemns Thailand’s Counter Color Revolution" ของนายโทนี คาตาลัคซี นักค้นคว้าวิจัยทางการเมืองและนักเขียนชาวอเมริกัน รวมทั้งยังเป็นนักวิจัยภูมิศาสตร์ทางการเมือง เกริ่นว่านายโธมัส ฟุลเลอร์ ของนิวยอร์กไทม์ได้เขียนบทความในเรื่องสถานกาารณ์ทางการเมืองของไทยมานานหลา ยปี โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็คือบทความที่พาดหัวว่า "In Thailand, Standing Up for Less Democracy"
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี เล่าย้อนถึงเนื้อหาในบทความของนายฟุลเลอร์ ที่ระบุว่าในตอนนี้โลกเคยชินกับความไม่สงบทางประชาธิปไตย ในนั้นรวมถึงอาหรับสปริง รวมถึงปฏิวัติปฏิวัติผ้าเหลืองในพม่าและปฏิวัติสีส้มของยูเครน แต่หลายสัปดาห์แห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทยกลับหลุดออกจากวัตถุประสงค์ หลักหนึ่ง นั่่นก็คือผู้ประท้วงพากันรวมตัวบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ลดความเป็นประชา ธิปไตยลง
   
  อย่างไรก็ตามนายคาตาลัคซี ตั้งข้อสังเกตว่าราวกับเป็นเรื่องตลกร้าย เมื่อตัวนิวยอร์กไทม์สเอง ที่เป็นผู้ตีแผ่ธรรมชาติของการประท้วงที่เรียกกันว่า "อาหรับสปริง" ในรายงานพาดหัว "U.S. Groups Helped Nurture Arab Uprisings," โดยนายคาตาลัคซี บอกว่าในรายงานชิ้นนี้ นิวยอร์กไทม์ส ยอมรับเองว่ามีกลุ่มคนและตัวบุคคลจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติและการป ฏิรูปทั่วภูมิภาค ในนั้นรวมถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชน 6 เมษายนในอียิปต์ ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนบาห์เรนและเหล่านักเคลื่อนไหวรากหญ้าอย่างนายอันท์ซา ร์ กาดี แกนนำเยาวชนในเยเมน ที่ได้รับการฝึกหัดและสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มต่างๆ อาทิสถาบันรีพับลิกันนานาชาติและสถาบันเดโมแครตนานาชาติ สององค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมีฐานบัญชาการในวอชิงตัน และรวมถึงองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ "National Endowment for Democracy" (NED)
   
  นายคาตาลัคซี ให้รายละเอียดในบทความต่อไปว่าสถาบันต่างๆของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต ล้วนเกี่ยวข้องอย่างหลวมๆกับพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยสถาบันเหล่านี้จัดตั้งโดยสภาคองเกรสและได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่าน องค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาในปี 1983 สำหรับเป็นช่องทางอนุมัติการส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา โดยทางเอ็นเอดี ได้รับเงินสนับสนุนจากคองเกรสปีละราว 100 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Freedom House ก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงการต่างประเทศ
   
  ดังนั้นนายคาตาลัคซี จึงสรุปว่า "อาหรับสปริง" จึงไม่ใช่การลุกฮือสนับสนุนประชาธิปไตย แต่เป็นการประท้วงที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างกว้างขวางทั่วภูมิ ภาคเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลต่างๆ ผลก็คือได้รัฐบาลภราดรภาพมุสลิมใน 2 ชาติที่สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ อิสราเอลและซาอุอาระเบีย สำหรับทำสงครามกับซีเรีย สงครามอันโหดร้ายที่เคยทำลายล้างลิเบียจนย่อยยับ ขณะที่ในมือของพวกหัวรุนแรงและสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วหลายแสนศพ ท่ามกลางการสนับสนุนทางอาวุธและเงินทุนโดยตรงของชาติตะวันตก ในเรื่องนี้ทางคาตาลัคซีจึงค่อนขอดว่าหากการประท้วงในไทยเป็นแบบนั้น ก็อาจได้รับการยกย่องจากชาติมหาอำนาจว่าเป็นเรื่องดีก็ได้
   
  บทความของนายคาตาลัคซี ระบุต่อว่านอกจากข้อเขียนของนายโธมัส ฟุลเลอร์แล้ว เรายังได้เห็นการละเลยข้อเท็จจริงและการโฆษณาชวนเชื่อทั่วสื่อตะวันตกทั้งหล าย ในนั้นคือการมองข้ามประวัติด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆของนายทักษิณ ชินวัตร อาทิการฆ่าตัดตอน 3,000 ศพใน 90 วัน ของ "สงครามยาเสพติด" ในปี 2003 โดยในนั้นจำนวนมากไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาแม้แต่น้อย นอกจากนี้นายคาตาลัคซี ยังเหน็บแนมนายฟุลเลอร์ ต่อความล้มเหลวที่ไม่ยอมรายงานเพิ่มเติมไปว่าความโหดเหี้ยมของนายทักษิณ ไม่ใช่แค่เป็นที่ยอมรับได้ของเหล่าสมุน แต่ปฏิบัติการฆ่าหมู่ในปี 2003 ยังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่ผู้สนับสนุนเขาอีกด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผู้สนับสนุนของทักษิณก็ยังต้องการให้เขาคืนสู่อำนาจ แม้ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(หลังถูกพิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา) ไม่สามารถลงเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งไม่ได้อยู่ในประเทศ นายคาตาลัคซีจึงชี้ว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมว่าคนเหล่านี้จึงไม่มีความสามารถพ อสำหรับเข้าร่วมในศึกเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปอย่างจริงๆจังๆ การปฏิรูปที่มีเป้าหมายปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทา งอาญาลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2011 ภายใต้สโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" สโลแกนที่ชัดเจนตามตัวอักษร ด้วยการที่นายทักษิณบริหารประเทศผ่านการสไกป์และประชุมคณะรัฐมนตรีจากต่างแด น โดยที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
   
  ข้อเขียนของนายคาตาลัคซี บอกต่อไปว่าในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองสำคัญๆของประเทศที่มีประชากรราว 65 ล้านคนล้วนมาจากต่างแดน โดยอดีตนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีความผิดฐานคอรัปชันไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ ปี 2008
   
  นายคาตาลัคซี บอกว่าบทความของนายฟูลเลอร์ ก็เหมือนการ์ตูนล้อคอรัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวกและละเมิดหลักนิติรัฐในโลกที่ 3 แต่เขากลับเผชิญกับความยากลำบากในการเปิดใจหรือเขียนบทความตามข้อเท็จจริงว่ ามีการหลักฐานการคอรัปชันในรูปแบบ banana republic(ประเทศที่เศรษฐกิจถูกควบคุมโดยกลุ่มบุคคล) โดยรัฐบาลไทย ที่ก็เคยปรากฎในข้อเขียนของเขาเอง
   
  ทั้งนี้นายคาตาลัคซี ปิดท้ายว่าการประท้วงในไทยจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆกับความต้องการเห็นประเทศลดคว ามเป็นประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลใดก็ตามที่บัญชาโดยนายทักษิณ ก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พร้อมระบุว่านายฟุลเลอร์เป็นคนมีไหวพริบและไม่ต้องสงสัยว่าเขาก็รู้เรื่องนี ้ แต่สิ่งที่เขียนก็คือทำตามอย่างเพื่อนนักเขียนของบีบีซี และมันเป็นแค่ผลการทำงานของบริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณว่าจ้างเท่านั้น
   
  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผลประโยชน์การเงินทางธุรกิจจึงอยู่เบื้องหลังการประท้วงที่ดีในสายตาของสื่อ ตะวันตก อย่างเช่นอาหรับสปริงและการเดินขบวนบนท้องถนนสนับสนุนอียูในยูเครน แต่ในทางตรงข้ามการประท้วงที่มีแรงขับเคลื่อนจากผู้รักชาติ และเคลื่อนไหวสนับสนุนอำนาจอธิปไตย บนท้องถนนในกรุงเทพฯ กลับเป็นเรื่องที่เลว
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/27/13 เวลา 20:58:00
กฤษฎีการะบุเลื่อนเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ  
 
คณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งตามที่ กกต.เสนอได้ เพราะจะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ  
 
นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีหนังสือตอบกลับข้อหารือของนายกรัฐมนตรี กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เสนอให้รัฐบาลพิจารณาการเลือกตั้ง ว่า จากกรณีที่ กกต.เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ไม่สามารถทำได้ เพราะขัดกฎหมาย 2 ฉบับ ประกอบด้วย  
 
1.รัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ที่กำหนดว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 2 กุมพาพันธ์ 2557 แล้ว ถือว่าอยู่ในช่วงวันที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือ ไม่น้อยกว่า 45 วันและไม่เกิน 60 วันนับตั้งแต่วันยุบสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 ดังนั้นหากจะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป ก็จะเกิน 60 วัน  
 
2.หากจะออกพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ โดยให้เลื่อนเฉพาะกำหนดเวลาการเลือกตั้งไปเพียงอย่างเดียว ก็ไม่อาจทำได้ เพราะพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป จะต้องมีพระบรมราชโองการยุบสภาเสียก่อน จึงจะจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ แต่การจะออกพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ แล้วกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ถึง 2 ครั้งทำไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคท้าย บัญญัติว่า การยุบสภาผู้แทนราษฎรจะกระทำได้เพียงครั้งเดียว ในเหตุการณ์เดียวกัน
 
ขณะที่ข้อเสนอแนะของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่อ้างว่าการเลื่อนการเลือกตั้งสามารถทำได้ โดยอาศัยบทบัญญัติ มาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 โดยอาศัยเหตุพิเศษอันเนื่องจากการเกิดเหตุจราจลนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะการเลื่อนการเลือกตั้ง ให้อำนาจ กกต.เลื่อนได้เฉพาะกรณีเหตุพิเศษในหน่วยเลือกตั้งที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้งทั่งประเทศออกไปได้ตามอำเภอใจ  
 
http://news.voicetv.co.th/democracycrisis/92464.html
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:11:25
ทนาย คปท.เตรียมยื่น กสม.-ป.ป.ช. ฟันตำรวจทำรุนแรงมวลชน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 11:31 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทนาย คปท.เตรียมยื่น กสม.-ป.ป.ช. ฟันตำรวจทำรุนแรงมวลชน
ภาพมวลชน คปท.ถูกทำร้ายอย่างทารุณเลือดท่วมใบหน้าหลังถูกตำรวจจับกุม
 
   
ทนาย คปท.ระบุมวลชนที่ถูกตำรวจจับ 14 ถูกทำร้ายทารุณ 12 ต้องแอดมิดที่โรงพยาบาล 3 ราย เตรียมยื่นฟ้องต่อ กสม.และ ป.ป.ช.เล่นงานตำรวจ พร้อมจะดำเนินการให้หากผู้ชุมนุมต้องการแจ้งความเอาผิดตำรวจ
   
 
  น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความกลุ่มกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการประกันตัวผู้ชุมนุม 14 คน ที่ถูกตำรวจจับกุมขณะขัดขวางการจับสลากหมายเลขเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้ง 14 คน ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายระหว่างจับกุม 12 ราย ซึ่งต้องแอดมิดที่โรงพยาบาล 3 ราย และกลับมาเพียง 11 ราย ซึ่งหากผู้ชุมนุมประสงค์จะแจ้งความกลับ ทางทนายความก็จะดำเนินการให้ ส่วนขั้นตอนต่อไป คปท. ก็จะดำเนินการยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือ กสม. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ต่อไป
   
  นายสุวัฒน์ คำใบ 1 ในผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ อ้างว่าถูกตีด้วยกระบอง ทำให้มีบาดแผลตามร่างกาย และข้อเท้าขวาบาดเจ็บทำให้เดินลำบาก กล่าวว่า หากทางทนายความสามารถดำเนินการแจ้งความกลับให้ได้ ตนก็จะแจ้งความกลับเพื่อดำเนินคดีกับตำรวจเช่นกัน
   
   
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 "จิตตนาถ" รับไม่ได้ "เทือก"ลอยแพ คปท.แล้วมาเอาหน้า ชี้ "ประยุทธ"ได้ทีตีกิน
 กปปส. ไว้อาลัย “วสุ” วีรชนประชาธิปไตย “สุเทพ” กังขา ดต.ถูกยิงจากที่สูง คาดฝีมือชายชุดดำ
 กกต.ใช้ลานจอดรถโกลเด้นเพลส รับสมัคร ส.ส.เขต กทม.ชี้ที่โล่งไม่เสี่ยง เหมือนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
 สมาคมนักข่าวฯแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรง ของรัฐ-ม็อบ คปท.
 “บิ๊กตู่” แนะม็อบกลับบ้านไปสวดมนต์ ปูดมีพวกชอบใช้ความรุนแรงเหมือนปี 53
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:12:02
“วสิษฐ” จี้ สตช.ไขปริศนา “ชายชุดดำ” บนตึก-ตร.ทุบรถหวังยั่วยุจลาจลหรือไม่
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 12:36 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“วสิษฐ” จี้ สตช.ไขปริศนา “ชายชุดดำ” บนตึก-ตร.ทุบรถหวังยั่วยุจลาจลหรือไม่
พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร (ภาพจากแฟ้ม)
 
“วสิษฐ” จี้ สตช.ไขปริศนา “ชายชุดดำ” บนตึก-ตร.ทุบรถหวังยั่วยุจลาจลหรือไม่
ภาพชายชุดดำพร้อมอาวุธบนตึกที่มีการเผบแพร่ทางเครือข่ายสังคมออนไลน์
 
   
อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ จี้ สตช.ตรวจสอบชายชุดดำบนหลังคาตึกเป็นใครกันแน่ ตั้งข้อสังเกตชายในเครื่องแบบทุบรถประชาชนเป็นตำรวจปลอมหวังยั่วยุให้เกิดจล าจล อ้างเป็นเหตุใช้กำลังปราบปรามหรือไม่ ขณะเดียวกัน แนะ คปท.ตรวจสอบมีคนนอกแฝงตัวร่วมชุมนุมยั่วยุเจ้าหน้าที่ให้เกิดปะทะต่อสู้หรือ ไม่
   
  วันนี้ (27 ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.54 น.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Vasit Dejkunjorn ตั้งข้อสังเกตกรณีเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายนักศึก ษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ที่บริเวณสนามกีฬาศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเมื่อวานนี้ว่า หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง คปท.และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สนามกีฬาดินแดงเมื่อวานนี้ สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำโดยเร็วที่สุด คือ วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เห็นที่มาที่ไปจริงๆ ของเหตุการณ์
   
  สำหรับ คปท.ที่น่าสังเกตคือ มีผู้ร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากที่แกนนำไม่รู้จักและควบคุมไม่ได้ น่าสงสัยว่าเป็นคนนอกฝ่ายที่แฝงตัวเข้าไปยั่วยุและทำร้ายตำรวจเพื่อให้เกิดก ารปะทะต่อสู้
   
  สำหรับตำรวจ ที่น่าสังเกตคือ พฤติการณ์รุนแรงของผู้ที่สวมเครื่องแบบตำรวจหลายคนไม่เหมือนกับตำรวจ เช่น ผู้ที่ทุบทำลายยานพาหนะของอาสาพยาบาล และผู้ที่พยายามจะทำลายรถของตำรวจเอง เป็นต้น ส่วนคนในชุดดำที่อยู่บนหลังคาชั้น 3 ของอาคารซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ทำร้ายได้ทั้งผู้ชุมนุมและตำรวจก็เหมือนกัน เป็นตำรวจจริงๆ หรือเปล่า
   
  สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ควรปล่อยให้ข้อพิรุธเหล่านี้ผ่านไปเฉยๆ แต่ควรจะมีการสอบสวนให้กระจ่างว่ามีผู้ที่ไม่ใช่ตำรวจแต่แต่งกายคล้ายตำรวจส วมรอยเข้าไปอยู่ในที่เกิดเหตุ แล้วทำร้ายผู้ชุมนุมเพื่อให้เหตุการณ์ลุกลามไปเป็นการจลาจล เพื่อให้มีการใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรงหรือไม่ ในขณะเดียวกัน คปท.ก็ควรจะต้องระวังมิให้บุคคลนอกฝ่ายแฝงตัวเข้าไปยั่วยุหรือทำร้ายตำรวจด้ วยเหตุผลเดียวกัน
   
  ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิกเฉยไม่สอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประชาชนก็จะเชื่อว่าตำรวจเป็นตัวการหรือมีส่วนรู้เห็นให้ตำรวจปลอมฆ่าและทำร ้ายผู้ชุมนุม และจะโกรธแค้นจนต้องการตอบโต้ด้วยความรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรวมทั้งตำรวจเองไม่ต้องการ
   
  อีกอย่างหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรีบชี้แจงก็คือ อาวุธยุทโธปกรณ์ของตำรวจที่ถูกยึดได้และผู้ชุมนุมนำออกแสดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์สำหรับปราบจลาจล แต่มีกระสุนจริงและลูกระเบิดขว้างรวมอยู่ด้วย ตำรวจควรจะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าแต่ละอย่างคืออะไร มีไว้ด้วยเหตุผลใด ทำไมจึงมีกระสุนจริงและลูกระเบิดขว้างรวมอยู่ด้วย การชี้แจงโดยตำรวจจะมีน้ำหนักมากกว่าการชี้แจงของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:12:53
กปปส.กำแพงเพชรเปิดเวทีประณาม ตร.ทำร้าย ปชช.-กกต.ดื้อตาใส
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 10:36 น.  
 
กำแพงเพชร - เครือข่าย กปปส.เมืองกำแพงเพชรตั้งเวทีเฉพาะกิจเร่งด่วน ไล่รัฐบาลรักษาการ ประณามตำรวจทำร้าย ปชช.-จวก กกต.เดินหน้าเลือกตั้งจนเกิดเหตุเสียเลือด-น้ำตาขึ้น
   
  เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ธ.ค.) เครือข่าย กปปส.จังหวัดกำแพงเพชร เปิดเวทีเฉพาะกิจเร่งด่วนหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง เพื่อแถลงจุดยืนขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ ให้ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยก่อนให้มีการเลือกตั้ง
   
  นายสุวัฒน์ วัฒนศิริ แกนนำกล่าวว่า เดิมไม่มีกำหนดการชุมนุม แต่เมื่อเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มมวลชนตลอดวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทำการรุนแรง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจเปิดเวทีเฉพาะกิจ และขอตำหนิการทำหน้าที่ของ กกต.ที่เดินหน้าให้มีการเลือกตั้งในขณะนี้
   
  นอกจากนี้เราขอประณามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.กำแพงเพชร ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันจนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บนับร้อยคน และขอตั้งคำถาม กกต.กลาง ซึ่งทางเครือข่าย กปปส.เคยยื่นหนังสือผ่าน กกต.จังหวัดเพื่อส่งต่อให้ โดยขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่จะจัดการเลือกตั้งในภาวะที่บ้านเมืองวิกฤตในขณะนี้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาบานปลาย ควรมีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนแล้วจึงจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่ทำไมกลับเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดปัญหาถึงขั้นเสียเลือด เสียน้ำตาขึ้นได้
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:13:37
“วิทยา” เขกกะโหลกกลับ “ธาริต” แจ้งความจับฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 17:01 น.  
 
“วิทยา” เขกกะโหลกกลับ “ธาริต” แจ้งความจับฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
  นครศรีธรรมราช - “วิทยา แก้วภราดัย” หอบหมายศาล และหลักฐานขึ้น สภ.ปากพนัง แจ้งความกลับ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 และ ม.200
   
  วันนี้ (27 ธ.ค.) ที่ สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. พร้อมด้วยทนายความ และหลักฐานเอกสารเป็นหมายเรียกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเอกสารแจ้งความร้องทุกข์เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งบันทึกคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.จรูญ ดำจันทร์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ “ดีเอสไอ” ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 200 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานการยุติธรรม หลังจากที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ออกหมายเรียก และแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีต่อ นายวิทยา แก้วภราดัย ในข้อหาความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 หรือฐานเป็นกบฏ
 
“วิทยา” เขกกะโหลกกลับ “ธาริต” แจ้งความจับฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
  โดยนายวิทยา ได้นำบันทึกคำให้การความว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้น นายเรืองไหร ลีกิจวัฒนะ และนายกิตติ อธินันท์ ตัวแทนสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวหาว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนกระทำผิดกฎหมาย รวมตัวเข้ายึดกระทรวงการคลัง ตัดน้ำตัดไฟ ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ของรัฐให้หยุดปฏิบัติราชการ อีกทั้งเคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานที่ราชการ และอื่นๆ เป็นการเข้าข่ายเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง และการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติในรัฐธรรมนูญ
   
  ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง โดยมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จึงไม่มีมูลในการผฝ่าฝืนกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 1 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมเป็นเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร และผูกพันต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นของรัฐด้วย นายธาริต เป็นนักกฎหมาย ย่อมตระหนัก และทราบดีถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 216 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การออกหมายเรียกจึงไม่ชอบ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 200 ในฐานความผิดเป็นพนักงานในการยุติธรรม หนังสือคำร้องทุกข์กล่าวโทษระบุ
 
“วิทยา” เขกกะโหลกกลับ “ธาริต” แจ้งความจับฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:14:17
“ไทยรัฐ” ยอมรับพลาด มั่วภาพข่าวหน้า 1 แจงแล้วชายถือปืนไม่เกี่ยวเหตุปะทะดินแดง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 16:03 น.  
 
 
   
 
“ไทยรัฐ” ยอมรับพลาด มั่วภาพข่าวหน้า 1 แจงแล้วชายถือปืนไม่เกี่ยวเหตุปะทะดินแดง
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ไทยรัฐ” ยอมรับพลาด มั่วภาพข่าวหน้า 1 แจงแล้วชายถือปืนไม่เกี่ยวเหตุปะทะดินแดง
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 ธ.ค. 2556
 
“ไทยรัฐ” ยอมรับพลาด มั่วภาพข่าวหน้า 1 แจงแล้วชายถือปืนไม่เกี่ยวเหตุปะทะดินแดง
ภาพเมื่อ 28 พ.ย. 2551 ที่นายสุรพงษ์นำมาขยายผล
 
   
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - นสพ.ไทยรัฐกรอบเช้าวันนี้ ตีพิมพ์ภาพชายถือปืนในท่าพร้อมยิง ตามที่ “อ้ายปึ้ง” แถลงข่าวก่อนถูกจับได้ว่าเป็นภาพเก่าปี 2551 เอามามั่ว ผู้อ่านกังขา สุดท้ายตรวจสอบแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
   
  วันนี้ (27 ธ.ค.) หนังสือพิมพ์ไทยรัฐกรอบเช้าได้ลงภาพข่าว ชื่อภาพ “ช่วงชุลมุน” ระบุว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังป้องกัน พร้อมยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง สกัดผู้ชุมนุมกลุ่ม คปท.ที่พยายามฝ่าเข้ามาขัดขวางการจับสลากหมายเลขเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อข องบรรดาพรรคการเมืองที่สนามกีฬาไทย-ญึ่ปุ่น ดินแดง เหตุการณ์อยู่ในช่วงชุลมุน ขณะเดียวกัน มีภาพชายลึกลับไม่ทราบฝ่ายถืออาวุธปืนในท่าพร้อมยิงแพร่ว่อนเน็ต”
   
  อย่างไรก็ตาม ภาพข่าวดังกล่าวได้สร้างความกังขาแก่ผู้อ่าน เนื่องจากภาพดังกล่าวเป็นส่วนเล็กๆ ที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นำมาแสดงระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) ก่อนที่ในช่วงค่ำนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ ศอ.รส. จะปราศรัยระบุว่าเป็นภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2551 ที่ปากซอยวิภาวดีรังสิต 3 เป็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มมวลชนพันธมิตรฯ และกลุ่มคนเสื้อแดง และคนที่ถือปืนในรูป คือ นายโชคพิสิทธิ์ วรพัฒนาชัย ไม่ใช่คนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม กปปส.ในวันนี้ และบุคคลในภาพนี้ก็ได้เข้ามอบตัวสู้คดีในชั้นศาล และการที่ตนต้องเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่านายสุรพงษ์คนบ้าอำนาจได้ใส่ร้ายประชาชน จากสิ่งที่เราไม่ได้ทำ
   
  ภายหลัง เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ ได้นำเสนอข่าวเมื่อเวลา 14.24 น.ในหัวข้อ “ไทยรัฐแจง ภาพชายถือปืนไม่เกี่ยวม็อบปะทะตำรวจย่านดินแดง” ระบุว่า ตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ได้เผยแพร่ภาพข่าว กรณีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ ่น ดินแดง โดยมีการนำภาพข่าวชายลึกลับถือปืน ประกอบข่าวดังกล่าวนั้น ภายหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบแล้ว พบว่า ภาพชายลึกลับคนดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทางกองบรรณาธิการไทยรัฐจึงขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น มา ณ&#8203; ที่นี้ด้วย
   
  นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี หัวหน้าศูนย์ข้อมูล กองบรรณาธิการ และที่ปรึกษาฝ่ายบรรณาธิการเว็บไซต์ กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เปิดเผยกับผู้ที่เข้ามาสอบถามผ่านทวิตเตอร์ @chavarong ว่า ตนได้ตรวจสอบกับฉบับพิมพ์แล้ว พบว่าผิดพลาดจริง จะมีการตีพิมพ์ขออภัยฉบับพรุ่งนี้ (28 ธ.ค.) แต่ออนไลน์จะดำเนินการก่อน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:15:04
เครือข่ายแพทย์ 9 สถาบันประณาม รบ.ปู ทำร้าย ปชช.จี้ลาออก-ยกเลิกเลือกตั้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 16:05 น.  
 
  เครือข่ายแพทย์ 9 สถาบันออกแถลงการณ์จวกรัฐบาลรักษาการปู ใช้ความรุนแรงกับประชาชน ทำลายรถแพทย์อาสา ยื่น 5 ข้อเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรง หันมาคุ้มครองความปลอดภัยผู้ชุมนุม ยกเลิกวันเลือกตั้ง ดำเนินการปฏิรูปประเทศโดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และลาออกทันที เพื่อให้เกิดความเป็นกลาง
   
  วันนี้ (27 ธ.ค.) เครือข่ายแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 9 สถาบัน เพื่อการปฏิรูปประเทศ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มีใจความว่า ตามที่ปรากฏเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้รัฐบาลรักษาการของนางสาวยิ่งลัก ษณ์ ชินวัตร ได้ใช้ความรุนแรงโดยการระดมยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนปืนต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่เดินทางไปคัดค้านการจับสลากเลือกตั้งที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2556 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีกทั้งได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และทำให้แพทย์ พยาบาลอาสา เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัย และสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่แต่งเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจทำลายทรัพย์สินของผู้ มาชุมนุมโดยพลการ เช่น รถยนต์ของแพทย์พยาบาลอาสาที่เข้าไปช่วยเหลือให้การรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บจาก การชุมนุม เบื้องต้น นับว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ไร้มนุษยธรรมและปราศจากจิตสำนึกต่อความเป็นพี่น้องร่วมชาติ อีกทั้งเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อหลักกาชาดสากล
   
  เครือข่ายแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 9 สถาบัน ซึ่งประกอบด้วย แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เครือข่ายแพทย์ชนบท และ กลุ่มแพทย์อาสาอิสระ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามต่อการกระทำที่รุนแรงไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่แล้ว ยังจะเป็นการยั่วยุให้เกิดการประท้วงและต่อต้านรัฐบาลที่รุนแรงยิ่งขึ้น เครือข่ายฯ จึงขอแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันและเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้
   
  1.ขอให้รัฐบาล เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประชาชนผู้ออกมาชุมนุมและเรียกร้องสิทธิเสรีภาพอย่างบร ิสุทธิ์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
   
  2.ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค้นหาความจริงเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กร ะทำความผิดในการประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในเ หตุการณ์ครั้งนี้
   
  3.ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความคุ้มครอง รักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่แก่ผู้มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ ตามสิทธิของพลเมือง บุคลากรทางการแพทย์ที่อาสามาช่วยดูแลผู้ชุมนุมและสื่อสารมวลชน
   
  4.ขอให้รัฐบาลยกเลิกกำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 เนื่องจากจะเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้มีมวลมหาประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาล และก่อให้ให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบที่อาจลุกลามบานปลาย
   
  5.ให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม หลังจากมีการปฏิรูปประเทศแล้ว จึงกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปตามกติกาใหม่อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
   
  6.เครือข่ายฯ ยังคงยืนหยัดในเจตนารมณ์เดิมคือ ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออกจากการรักษาการโดยทันที เพื่อให้เกิดความเป็นกลางในการปฏิรูปประเทศ
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:15:45
กปปส.ข้องใจมีเตรียมการก่อเหตุวานนี้ บี้ “เหลิม-สตช.” แจงชายชุดดำโผล่ตึกแรงงาน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  27 ธันวาคม 2556 16:32 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.ข้องใจมีเตรียมการก่อเหตุวานนี้ บี้ “เหลิม-สตช.” แจงชายชุดดำโผล่ตึกแรงงาน
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกลุ่ม กปปส.(แฟ้มภาพ)
 
   
“เอกนัฏ” ตอกซ้ำ ศอ.รส.บิดเบือนโบ้ยผู้ชุมนุมทำร้าย ตร.งัดข้อมูล ปชช.เจ็บเพียบ มีตายจากกระสุนจริงมุมสูง ข้องใจวางแผนไว้แล้ว บี้ “เหลิม” เคลียร์ชายชุดดำโผล่บนตึกแรงงาน สตช.ต้องแจง ขอฝ่ายเกี่ยวข้องประเมินรับเลือกตั้งพรุ่งนี้ลดขัดแย้ง
   
 
   
  วันนี้ (27ธ.ค.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สม บูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ระบุว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และรัฐบาล พยายามบิดเบือนข้อมูลว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจากเหตุการณ์ท ี่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดของศูนย์เอราวัณ รายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม 148 คน พบเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 36 คน ประชาชน 112 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากกระสุนจริง เป็นวิถีกระสุน จากมุมสูง จึงตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีการวางแผนจัดเตรียม สะสมอาวุธ แก๊สน้ำตาจำนวนมากไว้ตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังปรากฏมีภาพชายชุดดำ อยู่บนดาดฟ้าตึกของกระทรวงแรงงาน ซึ่งผู้ชุมนุมไม่สามารถขึ้นไปยังจุดดังกล่าวได้ จึงขอตั้งคำถามไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ว่า มีชายชุดดำอยู่บนตึกได้อย่างไร และได้รับอนุญาตแล้วหรือไม่ รวมถึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ออกมาชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่
   
  นายเอกนัฏ ยังขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนในวันพรุ่งนี้ (28 ธ.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต นั้น กปปส.ขอประเมินสถานการณ์ก่อนกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหว และขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องประเมินเช่นกันเพื่อจะช่วยลดสถานการณ์ความขัดแย้ง  
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:16:39
"สัตว์นรก" กราดยิง คปท. กลางดึก เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 3
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 06:56 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สัตว์นรก กราดยิง คปท. กลางดึก เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 3
ขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วนจากเฟซบุ๊ก @นาคราช รักในหลวง หวงแผ่นดิน
 
สัตว์นรก กราดยิง คปท. กลางดึก เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 3
ภาพผู้เสียชีวิตจากเฟซบุ๊ก @นาคราช รักในหลวง หวงแผ่นดิน
 
สัตว์นรก กราดยิง คปท. กลางดึก เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 3
ภาพผู้เสียชีวิตจากเฟซบุ๊ก @ Cathay Mee
 
   
"สัตว์นรก" กราดยิง คปท. ตอนตี 3 การ์ดเสียชีวิต 1 ราย ชื่อ นายยุทธนา องอาจ ชาวชุมพร และบาดเจ็บอีก 3 ราย
   
 
   
  วันนี้ (28 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาประมาณ 03.20 น. มีรถกระบะ 1 คัน และ รถเก๋ง 1 คัน ขับมาจากทางแยกนางเลิ้ง มุ่งหน้ามายังหน้าวิทยาลัยพณิชยการพระนคร ซึ่งเป็นจุดที่มีการ์ดของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เฝ้ารักษาการอยู่ โดยคนร้ายได้เปิดกระจกจากรถเก๋งและกราดยิงเข้าใส่การ์ด ส่งผลให้มีผู้ถูกยิงทั้งหมด 4 ราย เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ นายยุทธนา องอาจ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 10 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร กระสุนเข้าชายโครงขวาทะลุซ้าย
   
  ส่วนผู้บาดเจ็บ 3 ราย 2 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลรามา คือ นายประวิท ทองแปรง อาการไม่สาหัส และ นายสุรพงษ์ สมแคล้ว อาการสาหัส อีก 1 ราย คือ นายเสน่ห์ โลหะศาสตร์ นำส่งที่โรงพยาบาลราชวีถี อาการไม่สาหัส พ้นขีดอันตรายแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:17:32
ด่วน! ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตของ จ. สงขลา พร้อมใจลาออกหลังถูกล่มที่รับสมัครเลือกตั้ง(ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 11:54 น.  
 
 
   
 
ด่วน! ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตของ จ. สงขลา พร้อมใจลาออกหลังถูกล่มที่รับสมัครเลือกตั้ง(ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ด่วน! ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตของ จ. สงขลา พร้อมใจลาออกหลังถูกล่มที่รับสมัครเลือกตั้ง(ชมคลิป)
 
ด่วน! ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตของ จ. สงขลา พร้อมใจลาออกหลังถูกล่มที่รับสมัครเลือกตั้ง(ชมคลิป)
 
ด่วน! ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตของ จ. สงขลา พร้อมใจลาออกหลังถูกล่มที่รับสมัครเลือกตั้ง(ชมคลิป)
 
   
 
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ด่วน! ผอ.กกต.ทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง จ.สงขลา รวมใจประกาศลาออกทั้งหมดแล้ว หลังถูกมวลชนกดดันหนักจนเวทีรับสมัคร ส.ส.แบ่งเขตล่มไม่เป็นท่า
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ที่ จ.สงขลา ว่า ภายหลัง กกต.สงขลาประกาศยุติการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ชั่วคราวไปเมื่อช่วงสายของวันนี้ (28 ธ.ค.) หลังมีมวลชนนำโดย กปปส.สงขลา บุกเข้าไปภายในสถานที่รับสมัคร ซึ่งอยู่ในสนามกีฬาติณสูลานนท์ จนเจ้าหน้าที่ กกต.ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้นั้น
   
  มีรายงานข่าวด่วนเพิ่มเติมว่า ล่าสุด ทางผู้อำนวยการ กกต.ประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 8 เขต ของ จ.สงขลา ได้รวมตัวกันแถลงข่าวว่าจะขอลาออกจากตำแหน่งกันทั้งหมดแล้ว โดยทั้ง 8 คน จะเข้ายื่นใบลาออกต่อ กกต.สงขลา ภายในวันนี้
   
  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ภายในสนามกีฬาติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์จนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าจะมีการยุติการรับสมัค รเลือกตั้งทั้งหมด และประกาศจะกดดัน และยกระดับการชุมนุมต่อไป หาก กกต.สงขลา จะยังคงมีการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 8 เขตในวันต่อๆ ไป หรือหากมีการย้ายสถานที่รับสมัครมวลชนก็จะกระจายกันไปปฏิบัติการต่อเนื่อง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:18:17
กกต.นครศรีฯ หยุดรับสมัคร ส.ส. แล้ว หลังมีผู้ชุมนุมคัดค้านเป็นจำนวนมาก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 12:12 น.  
 
 
   
 
กกต.นครศรีฯ หยุดรับสมัคร ส.ส. แล้ว หลังมีผู้ชุมนุมคัดค้านเป็นจำนวนมาก
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กกต.นครศรีฯ หยุดรับสมัคร ส.ส. แล้ว หลังมีผู้ชุมนุมคัดค้านเป็นจำนวนมาก
 
กกต.นครศรีฯ หยุดรับสมัคร ส.ส. แล้ว หลังมีผู้ชุมนุมคัดค้านเป็นจำนวนมาก
 
กกต.นครศรีฯ หยุดรับสมัคร ส.ส. แล้ว หลังมีผู้ชุมนุมคัดค้านเป็นจำนวนมาก
 
กกต.นครศรีฯ หยุดรับสมัคร ส.ส. แล้ว หลังมีผู้ชุมนุมคัดค้านเป็นจำนวนมาก
 
   
นครศรีธรรมราช - กกต.นครศรีธรรมราช ประกาศยุติการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตแล้ว หลังมีผู้ชุมนุมจำนวนมากเข้าปิดล้อมสถานที่รับสมัคร พร้อมกล่าวปราศรัยปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ผู้ประกอบการเจ้าของสถานที่รับสมัครประกาศไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่รับส มัคร เพราะเกรงผลกระทบที่เกิดขึ้น
   
  วันนี้ (28 ธ.ค.) ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากได้เข้าปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกต ั้ง ส.ส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 9 เขต ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ กกต.ได้ใช้อาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างโครงการเดอะคิวป์ ริมถนนนครศรี-ปากพนัง ต.ศาลามีชัย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่รับสมัคร จากเดิมจะใช้สถานที่ว่างเปล่าด้านหลังโครงการ แต่ไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากไม่มีผู้ประกอบการให้เช่าเต็นท์มาใช้ในการรับสม ัครเลือกตั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 300 นาย มาตั้งแถวรักษาความเรียบร้อย
   
  ตลอดเวลามีการปราศรัยถึงการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนที่จะมีการ เลือกตั้ง และกดดันให้เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถอนกำลังออกจากสถานที่รับสมัคร ขณะที่ กกต.นครศรีธรรมราช กกต.เขตทั้ง 9 เขต และเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างประชุมเพื่อหาข้อยุติในการรับสมัคร โดยไม่มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองไปปรากฏตัวเข้าสมัครกับ กกต. และ กกต.เองไม่สามารถดำเนินการในการสมัครได้ท่ามกลางผู้ชุมนุมจำนวนมาก
   
  ในเวลา 08.45 น. ปรากฏว่า นายสมพร ศรีเพชร นักธุรกิจเจ้าของโครงการอาคารพาณิชย์ดังกล่าวได้เข้ามาแจ้งต่อ กกต.ขอยกเลิกให้ใช้สถานที่ในการรับสมัคร เนื่องจากเกรงผลกระทบที่จะตามมาในภายหลังที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ขณะเดียวกัน บุตรสาวของนายสมพร ได้ขึ้นไปปลดป้ายสถานที่รับสมัคร หลังจากนั้น ได้ขึ้นป้ายสนับสนุนการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งขึ้นแทนสร้างความดีใจให้แก่ผู ้ชุมนุมต่างไชโยโห่ร้องกันอย่างต่อเนื่อง
   
  ภายหลังจากการประชุม นายมนัส เพ็งสุทธิ์ ประธาน กกต.นครศรีธรรมราช ได้ขึ้นบนรถปราศรัยชี้แจงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ระบุว่า กกต.ไม่สามารถดำเนินการสมัครต่อไปได้จึงต้องยุติการรับสมัครในวันแรก ซึ่งได้รายงานด่วนไปยัง กกต.กลางแล้ว ขณะที่ กกต.ทั้ง 9 เขตเลือกตั้งจะประชุมกันในเวลา 16.00 น. เพื่อสรุปการรับสมัครใน 4 วันที่เหลือว่าจะใช้สถานที่ไหน และจะดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งหาก กกต.แต่ละเขตเลือกตั้งไม่สามารถหาสถานที่ หรือไม่สามารถดำเนินการได้จะต้องทำบันทึกเสนอต่อ กกต.จังหวัดเพื่อเสนอไปยัง กกต.กลาง พิจารณาหาทางแก้ไข ต่อมา พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.นครศรีธรรมราช ได้สั่งยุติภารกิจ และถอนกำลังชุดควบคุมฝูงชนไปรวมกำลังที่ บกภ.นครศรีธรรมราช เพื่อรอคำสั่งอีกครั้ง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:19:07
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 10:57 น.  
 
 
   
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
มวลชนภูเก็ตปิดล้อมสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ยังไร้เงาว่าที่ ส.ส.ทั้ง 2 เขต
 
   
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่งรวมตัวปิดล้อมศาลาประชาคมสถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 2 เขต ของภูเก็ต เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง จนถึงขณะนี้ยังไร้แววผู้สมัครทั้ง 2 เขต
   
  เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันนี้ (28 ธ.ค.) ประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่งได้เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณศาลาประชาคมจังหว ัดภูเก็ต ซึ่ง กกต.ภูเก็ต กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต (ส.ส.) ทั้งเขตเลือกตั้ง 1 และเขตเลือกตั้ง 2 พร้อมป้ายข้อความเรียกร้องให้มีการปฎิรูปการเมืองก่อนให้มีการเลือกตั้ง โดยมี นายสุรทิน เลี่ยนอุดม อดีตนายกเทศบาลตำบลรัษฎา เป็นแกนนำ
   
  การเรียกร้องของชาวภูเก็ตในวันนี้ เป็นไปด้วยความสงบ มีเพียงการปราศรัยโจมตีการจัดให้มีการเลือกตั้ง และเป่านกหวีดแสดงสัญลักษณ์ความต้องการของประชาชนชาวภูเก็ตให้มีการปฏิรูปกา รเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง พร้อมทั้งมอบพวงหรีดแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการที่ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 ไปยัง กกต.ส่วนกลาง ผ่านทาง นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ประมาณ 40 นาย รอบๆ บริเวณศาลาประชาคม โดยไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด
   
  ขณะที่บริเวณด้านในศาลาประชาคมนั้น เจ้าหน้าที่ กกต.ได้เตรียมความพร้อมในการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 2 เขต ไว้อย่างเต็มที่ โดยมี นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ ประธาน กกต.ภูเก็ต และคณะกรรมการอีก 4 ท่าน มาดูแลความเรียบร้อย โดยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองใด เดินทางมาลงรับสมัครรับเลือกตั้งแม้แต่คนเดียว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าที่มีกระแสข่าวระบุว่า พรรคการเมืองใหญ่ฝ่ายรัฐบาลได้เตรียมตัวผู้ลงสมัครไว้ทั้ง 2 เขตแล้ว
   
  อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ทางนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ ประธาน กกต.ภูเก็ต ได้ประกาศยุติการรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตของภูเก็ตทั้ง 2 เขต เนื่้ืองจากเห็นว่าในวันนี้จะไม่มีผุ้สมัครรายใดเดินทางมาลงสมัครรับเลือกตั ้ง และเห็นว่ามวลชนคนภูเ็ก็ตยังคงปักหลักคัดค้านการเลือกตั้ง และจะกลับมารับสมัีครอีกครั้งหนึ่งในวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค.) แม้ว่าทางกกต.จะประกาศยกเลิกการรับสมัครในวันนี้แล้ว แต่มวลชนคนภูเก็ตยังคงปักหลักคัดค้านการเลือกตั้งอยู่ที่บริเวณศาลาประชาคมจ ังหวัดภูเก็ตเหมือนเิดิม และจะย้ายเวทีการคัดค้า้นจากหน้าสนามชัยมาอยู่ที่ศาลาประชาคมต่อไป
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:19:49
กปปส.บี้ ปู-ศอ.รส.-สตช. รับผิดชอบเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงการ์ด คปท.ดับ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 13:33 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.บี้ ปู-ศอ.รส.-สตช. รับผิดชอบเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงการ์ด คปท.ดับ
เอกณัฏ พร้อมพันธุ์ (แฟ้มภาพ)
 
   
โฆษก กปปส. ระบุเหตุกราดยิงการ์ด คปท.เสียชีวิตกลางดึกเริ่มไม่ปกติ มีการขนอาวุธสงครามเข้ากรุงก่อเหตุ เหมือนชายชุดดำยิงถล่มผู้ชุมนุมศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น เรียกร้อง "ปู-ศอ.รส.-สตช." แจงด่วน ย้ำ กปปส.จะยังไม่เคลื่อนไหวจนกว่าจะพ้นปีใหม่
   
  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สม บูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงการ์ด คปท. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บหลายราย เมื่อเวลา 03.30น.ของคืนที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบ คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงมายังบริเวณที่การ์ดและผู้ชุมนุม คปท.อยู่ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า ใน กทม. มีการนำอาวุธดังกล่าวเข้ามาได้อย่างไร ซึ่งเหตุการณ์นั้น เริ่มมีความไม่ปกติ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากเหตุปะทะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงโดยเฉพาะกรณีที่มีชายชุดดำอยู่บนอาคารกระทรวงแรงงาน
   
  อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทาง กปปส.ต้องมีมาตราการระมัดระวังดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้การดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมนั้นถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน ้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้ ศอ.รส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมารับผิดชอบความคุมสถานการณ์ และชี้แจงกรณีดังกล่าว รวมถึงนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
   
  นายเอกนัฏ กล่าวถึงการเปิดรับสมัครเลือกตั้งส.ส.เขต วันแรกว่า กปปส.ไม่ได้คัดค้านเรื่องการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังคงเป็นปัญหา โดยขณะนี้บางจังหวัดได้มีการยุติการรับสมัครแล้ว และเชื่อว่าจะมีตามมาอีกหลายจังหวัด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย
   
  อย่างไรก็ตามทาง กปปส. จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวจนกว่าจะพ้นช่วงเทศกาลปีใหม่ โดย กปปส.จะจัดกิจกรรมในวันที่ 30-1 ม.ค. ซึ่งเชื่อว่าจะมีประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางเข้าร่วม แม้ประชาชนกทม.อาจจะมีเดินทางออกนอกพื้นที่ในช่วงนี้ก็ตาม ทั้งนี้แกนนำกปปส.จะขอประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจเคลื่อนไหวอย่างไรในช่วง หลังเทศกาลปีใหม่
   
  สำหรับการชุมนุมที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีผู้ชุมนุมยังปักหลักอย่างต่อเนื่อง สำหรับกิจกรรมบนเวทีได้มีการเปิดเพลงขับกล่อมผู้ชุมนุมตั้งแต่ช่วงเช้า รวมถึงรายการข่าวสาร ซึ่งยังไม่มีการขึ้นเวทีปราศรัยจากแกนนำ
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:20:35
รอยเตอร์ระบุ"รบ.ยิ่งลักษณ์"สั่นคลอนเมื่อ ผบ.ทบ.เริ่มเปลี่ยนท่าที
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 16:44 น.  
 
  สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การลอบยิงผู้ชุมนุมกลุ่ม คปท.เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังการปะทะกันระหว่างตำรวจ และผู้ประท้วง เมื่อสองวันก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปฝ่ายละคน และบาดเจ็บจำนวนมาก
   รอยเตอร์ ระบุด้วยว่า การลอบยิงกลุ่ม คปท.ครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เปลี่ยนท่าทีครั้งสำคัญ คือไม่ยอมปฏิเสธว่าจะเกิดการรัฐประหารหรือไม่
   รอยเตอร์ รายงานด้วยว่า ท่าทีล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ นับเป็นการบั่นทอนครั้งใหญ่ต่อรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันมาหลายครั้ง ว่าทหารจะไม่ยึดอำนาจ โดยกรณีนั้นนับเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาล
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:21:14
"ประดิษฐ" เรียกแขก! กล่าวหามวลชนยิงขวางส่ง ตร.ไป รพ. พร้อมแหลตาย 2 ราย เจอ "หมอรามาฯ" ซัดกลับ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  28 ธันวาคม 2556 17:23 น.  
 
  "หมอประดิษฐ" เรียกแขก กล่าวหามวลชนยิงขัดขวางส่ง "ด.ต.ณรงค์" ด้วย ฮ.ไปยัง รพ.ตำรวจ ซัดไม่ถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม พร้อมแหลมีตำรวจตาย 2 ราย ทั้งที่ศูนย์ส่วนหน้า สธ.และศูนย์เอราวัณยืนยันตรงกันว่ารายเดียว ด้านหมอรามาฯ อาสาสมัครในพื้นที่ชุมนุม ตั้งคำถาม ปชช.โดนแก๊สน้ำตา กระสุนยาง เอาตัวเองไม่รอด จะขัดขวางได้อย่างไร ยันมวลชนไม่เคยขวางรถพยาบาล ซัดกลับแล้วใครยิงกู้ชีพอาสาและทุบรถพยาบาล อยากดูคลิปหรือไม่
 
ประดิษฐ เรียกแขก! กล่าวหามวลชนยิงขวางส่ง ตร.ไป รพ. พร้อมแหลตาย 2 ราย เจอ หมอรามาฯ ซัดกลับ
  วันนี้ (28 ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม ร่วมแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า สธ.ขอยืนยันว่าจะดูแลผู้บาดเจ็บทุกฝ่ายเท่าๆ กันตามหลักมนุยธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ แต่ต้องเน้นถึงความปลอดภัยของบุคลาการและเจ้าหน้าที่อาสา โดย สธ.ได้จัดทีมแพทย์อาสาตั้งเต็นท์พยาบาลสนาม เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งเบื้องต้นจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุมทางกา รเมือง โดยล่าสุดมีผู้บาดเจ็บ 157 ราย เป็นประชาชน 119 รายและมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากแก๊สน้ำตา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 38 นาย เสียชีวิต 2 นาย ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากการถูกกระสุนปืนทำร้าย
   
  นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า อยากขอร้องให้ผู้ชุมนุมและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน ้าที่พยาบาล เพราะเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตอนที่ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ถูกยิง เจ้าหน้าที่พยายามช่วยชีวิตและลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่เพื่อมารักษา แต่ถูกขัดขวางโดยการยิงปืน แม้กระทั่งลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ก็ยังมีการยิงใส่ โชคดีที่ไม่ถูกห้องเครื่อง เรื่องดังกล่าวไม่ต้องพูดถึงหลักกฎหมายสากล ให้นึกถึงหลักมนุษยธรรมก็พอแล้ว เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยนี้ ไม่ควรใช้ความรุนแรงแม้กระทั่งกับคนที่เข้าไปช่วยชีวิตคนที่ได้รับบาดเจ็บ
   
  ด้าน พล.ต.สุรชาติ เปิดเผยว่า ส่วนของทหารนั้นแม้ในสงครามก็มีหลักสากลที่ยึดถือปฎิบัติซึ่งเป็นไปตามอนุสั ญญาเจนีวา 1949 ว่าด้วยการดูแลรักษาทหารผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยในสนามรบ กล่าวคือให้ความคุ้มครองทหารที่ต้องออกจากการรบ เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ เช่นเดียวกับบุคคลากรทางการแพทย์ หรือบุคคลทางศาสนาและพลเรือนในพื้นที่การรบ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ใช่สถานการณ์การสู้รบที่แท้จริง แต่ตามหลักมนุษยธรรมสามารถนำมาเทียบเคียงได้ ดังนั้น การขัดขวางการช่วยชีวิต การขัดขวางการลำเลียงขนส่งผู้บาดเจ็บโดยเฮลิคอปเตอร์ ด้วยการยิง จึงเป็นการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง
 
ประดิษฐ เรียกแขก! กล่าวหามวลชนยิงขวางส่ง ตร.ไป รพ. พร้อมแหลตาย 2 ราย เจอ หมอรามาฯ ซัดกลับ
ภาพจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก ชมรมแพทย์ชนบท
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแฟนเพจเฟซบุ๊กชมรมแพทย์ชนบท ได้เผยแพร่ข้อความภาพที่นำมาจากเฟซบุ๊กชื่อ Rojjnee Lertbunrian โดยระบุว่า เป็นเฟซบุ๊กของ พญ.โรจนี เลิศบุญเหรียญ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่เข้าไปเป็นหนึ่งในแพทย์อาสาที่ช่วยเหลือผู้ชุมนุมจากเหตุปะทะบริเวณสนามก ีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ได้แสดงความเห็นต่อการแถลงของ นพ.ประดิษฐ เรื่องมวลชนขัดขวางการนำ ด.ต.ณรงค์ ส่งโรงพยาบาลและมีการยิงปืนใส่ ว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์อาสาที่ดินแดงได้เห็นเหตุการณ์เอง ไม่ได้รอฟังรายงานหรือข้อมูลในห้องแอร์ ขอแจ้งข้อเท็จจริงตอบท่านรัฐมนตรีแถลง
   
  1.แพทย์อาสาที่ออกไปในที่เกิดเหตุเค้าไปด้วยใจอาสา ไม่ได้รับคำสั่งใคร และเค้าเห็นคุณค่าของทุกชีวิต ไม่ว่าประชาชนหรือตำรวจที่เป็นผู้น้อยที่มาปฏิบัติหน้าที่ 2.ประชาชนอยู่นอกประตูแล้วโดนแก๊สน้ำตา กระสุนยาง อยู่ มีการขนย้ายตำรวจที่บาดเจ็บด้วยเฮลิคอปเตอร์กลางสนามกีฬา ไม่ทราบว่าประชาชนจะขัดขวางการขนส่งคนไข้ได้ไง ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด
   
  3.ทุกครั้งที่เราส่งคนไข้ออกไปด้วยรถพยาบาล ประชาชนจะช่วยแหวกทางให้รถโรงบาลออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้สนใจว่าคนไข้ในรถค ือใคร 4.การคุกคามหน่วยแพทย์พยาบาลที่อาสากู้ชีพถูกยิงขณะดูแลคนเจ็บในรถพยาบาลและ รุมทุบทำร้ายรถของอาสาพยาบาลที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ใครเป็นคนทำ? อยากดู clip ไหม
   
  อนึ่ง ข้อมูลจากการรายงานจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งศูนย์เอราวัณ กทม. และศูนย์ส่วนหน้า สธ.ยังคงให้ข้อมูลว่ามีการเสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย คือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ นายวสุ สุฉันทบุตร และรายล่าสุดคือนายจำเรียง จิตรวัตร การ์ด คปท. ไม่ได้มีรายงานตำรวจเสียชีวิต 2 รายแต่อย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 06:23:37
"สุเทพ" สงสัย "คำรณวิทย์" สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  29 ธันวาคม 2556 00:04 น.  
 
 
   
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
สุเทพ สงสัย คำรณวิทย์ สั่งยิงการ์ด คปท. ซัดเป็นสุนัขลอบกัด
 
   
"สุเทพ" ตั้งข้อสงสัย "คำรณวิทย์" สั่งการยิงการ์ด คปท. เพื่อแก้แค้นให้ตำรวจที่เสียชีวิต ซัดเป็นการกระทำของสุนัขลอบกัด พร้อมย้ำหลังปีใหม่ปิดกรุงเทพฯ ยึดทุกถนน สถานที่ราชการ และอาจรวมถึงบ้านนายกฯ - ครม.
   
  วันนี้ (28 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 21.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิไตย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามกีฬาดินแดง ตำรวจยังพอที่จะอ้างได้แม้ว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นว่าเจ้าหน้าที่กระทำก ารเพื่อรักษากฎเกณฑ์บ้านเมือง ทำตามคำสั่งรัฐบาลให้มาดูแลคุ้มกันกระบวนการสมัครเลือกตั้ง เมื่อประชาชนมาประท้วงจึงเกิดการเผชิญหน้า แต่การเสียชีวิตของ นายยุทธนา องอาจ การ์ด คปท. ไม่มีข้ออ้างใดๆเลยที่เจ้าหน้าที่ต้องทำอย่างนี้ ไม่ได้มีการเผชิญหน้า ไม่ได้มีการคุกคาม เพราะผู้ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง แล้วเป็นเวลาที่ผู้ชุมนุมหลับ มีเพียงอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่อยู่ ทำไมจึงเอาปืนไปยิงเขา
   
  "ผมสงสัยด้วยความสุจริตใจ ถ้าไม่ใช่การรู้เห็นของตำรวจ ไม่มีใครแบกเอ็ม 16 ไปยิงประชาชนในที่ชุมนุมได้อย่างแน่นอน สงสัยมากที่สุดคือ คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เพราะมีตำรวจบอกผมว่าในงานศพของตำรวจมีการคุยกันว่าต้องเอาคืน" นายสุเทพ กล่าว
   
  นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ถ้า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (ผบช.น.) สั่งการจริง คุณไม่ใช่ตำรวจอีกต่อไป แต่เป็นโจรของแผ่นดินนี้ มันเป็นการกระทำของสุนัขลอบกัด กระทำกับคนมือเปล่า อายุ 26 ปี ไม่มีโอกาสได้ต่อสู้เลย เสียทีที่เป็นถึง ผบช.น. ทำไมโหดร้ายขนาดนี้ ตนต้องตั้งข้อสงสัย และยินดีสู้คดีกับคุณ
   
  ที่พูดอย่างนี้เพราะรู้จักประวัติ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ว่าเคยทำอย่างนี้ที่ภาคใต้ กรณีฆ่าชาวมุสลิมที่มาเลย์เซียส่งตัวกลับมา สังหารหมด 5 - 6 คน เพื่อล้างแค้นให้ลูกน้อง วันนั้นต้องถูกย้ายออกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วพ.ต.ท.ทักษิณ เอามาชุบเลี้ยงเอาไว้ คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เพราะเขาพูดกันว่าถ้าตำรวจตายเขาต้องเอาคืน มีคนเตือนแล้วให้ระวังตำรวจจะมาแก้แค้น ตนยังบอกคนเตือนว่าจะแค้นอะไร ไม่มีใครไปฆ่า ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ เพราะภาพวีดีโอชัดเจนคนฆ่าคือคนที่อยู่บนดาดฟ้ากระทรวงแรงงาน ซึ่งคนที่เข้าไปได้ต้องผ่านตำรวจเข้าไป ไม่ใช่พื้นที่ที่ประชาชนเข้าไปได้ นอกจากตำรวจหรือคนที่ตำรวจอนุญาตให้ขึ้นไป
   
  เมื่อคืนตนเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ไปสอบสวนมาว่าคนที่อยู่บนดาดฟ้าเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม วันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ แต่กลับมีการยุยงปลุกปั่นให้พี่ตำรวจโกรธเคืองมวลมหาประชาชน หาว่าตายเพราะการกระทำของเรา ตนขอประณาม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ถ้ามีส่วนร่วมปลุกปั่นให้ตำรวจเกลียดประชาชน เป็นสิ่งที่ระยำที่สุด ไม่ควรเป็นตำรวจอีกต่อไป ตนอยากถามว่าถ้า ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ตาย แล้วโกรธมวลมหาประชาชน แล้วทำไมดาบยิ้มตายถึงไม่โกรธ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อีกทั้งเมื่อปี 53 แกนนำเสื้อแดงสั่งชายชุดดำฆ่าตำรวจ ทำไมวันนี้คุณยังคบอยู่กับคนพวกนั้น ทำไมมานึกเจ็บปวดเอาวันนี้ ตนขอถามเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
   
  นายสุเทพ กล่าวอีกว่า มีคนมารายงานว่าตำรวจลูกน้องของ พล.ต.อ.อดุลย์ พล.ต.ท.วรพงษ์ และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ วันนี้ขึ้นบัญชีหมายหัวต้องจัดการตน นายนิติธร และ นายชุมพล จุลใส (ลูกหมี) พิพากษากันโดยไม่ต้องผ่านศาลแล้วจะมีกฎหมายไปทำไมบ้านนี้เมืองนี้ จะฆ่าใครก็ได้ อย่างนี้ถึงได้บอกว่าพวกมึงมันขี้ข้าระบอบทักษิณ
   
  เลาขา ฯ กปปส. กล่าวด้วยว่า วันนี้หลายจังหวัดในภาคใต้ไม่มีใครสามารถไปสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตได้ พีน้องเราเหนียวแน่นจริงๆ ถ้าพี่น้องยังเหนียวแน่นอย่างนี้การสมัครเลือกตั้งคราวนี้ไม่สำเร็จแน่นอน และยังเชื่อว่าต่อให้มีการสมัครไปได้แต่ไม่มีวันที่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะได้ผู้แทนฯครบจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภา หรือตั้งรัฐบาลได้
   
  นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า แต่เราจะไม่รอถึง 2 ก.พ. พ้นปีใหม่เรานัดหมายปฏิบัติการยึดกรุงเทพ ปิดกรุงเทพ เพื่อให้รัฐบาลรักษาการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และการกระทำของเราชัดเจน เปิดเผย ไม่ต้องประชุมลับ แบบที่ตำรวจทำอยู่ เขามีแผนเอาทีมล่าสังหารทั้งหมดจากภาคใต้เพื่อปฏิบัติการพิเศษในการจัดการแก นนำและผู้ชุมนุม ตนรู้ดีพล.ต.อ.อดุลย์คิดอะไร สั่งการให้ใครทำ สิ่งที่จำทำล้วนแต่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น แต่ประชาชนจะทำตามสิทธิที่เรามีตามรัฐธรรมนูญ สู้อย่างสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ เราได้ซักซ้อมกันแล้วว่าเข้าพื้นที่ควบคุมกระทรวงต่างๆทำอย่างไร ปิดกรุงเทพฯทำอย่างไร คราวนี้ไม่ต้องซ้อมเล่นของจริงกันเลย
   
  หลังปีใหม่ทำการปฏิวัติโดยประชาชน ยึดอำนาจอธิปไตยมาเป็นของปวงชนชาวไทย พี่น้องต่างจังหวัดเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเดินทางเข้ากทม. ส่วนพี่น้องกรุงเทพฯคนที่ไม่พร้อมร่วมสู้กับเรา ให้เตรียมไปพักผ่อนต่างจังหวัด เพราะถึงตอนนั้นกรุงเทพฯจะเป็นอัมพาต ไม่สามารถไปไหนได้ แต่ต่อให้ไม่มาสู้กับเรา เราก็ไม่ทำร้าย ไม่เผาสถานที่ ร้านค้าเปิดขายได้ปกติ เราชุมนุมโดนสันติ เดือดร้อนอย่างเดียวคือรถยนต์วิ่งไม่ได้ จะเป็นถนนคนเดินทั้งกรุงเทพ และไม่ต้องกลัว เราไม่ยึดสนามบิน บขส. สถานีรถไฟ เราจะยึดแต่ถนนและสถานที่ราชการเท่านั้น อาจแถมบ้านนายกฯ บ้านคณะรัฐมนตรี บอกได้เลยจะไม่มีที่ให้ยิ่งลักษณ์หยั่งเท้าลงแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 20:47:32
โจ๋งครึ่ม! คลิปพฤติกรรมคนร้าย ทุบรถตำรวจกวาดทรัพย์สิน ที่กระทรวงแรงงาน (ชมคลิป) !!
 
วันนี้ (28 ธันวาคม 2556) ได้มีผู้เผยแพร่ภาพวีดีโอกลุ่มผู้ชุมนุมทุบกระจกรถตำรวจที่กระทรวงแรงงานเมื ่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ความยาว 7.55 นาที และได้ปล้นเอาโล่ เสื้อเกราะ ชุดตำรวจ รวมทั้งรื้อค้นกระเป๋าของตำรวจในรถไปด้วย
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1388226628&grpid=01 &catid=&subcatid=
 
  www.youtube.com/v/j005Ub3s_dA
จากคุณ: terminator โพสเมื่อวันที่: 12/29/13 เวลา 20:55:50
ผิดคิว ลูกพี่ๆ ผมเผารถมันแล้ว (ชมคลิป)
 
วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 14:06:53 น.
 
เป็นคลิปที่มีผู้ใช้ชื่อว่า โดยผู้ใช้ชื่อว่า สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย โพสต์ลงบนยูทูบ ใช้ชื่อว่า"เข้าแก๊งค์ไหนหัวหน้าตายหมด" ที่กำลังส่งต่อกันในโลกออนไลน์
 
คลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. มีผู้ชุมนุมรายหนึ่งกำลีงบอกกับนักข่าวว่ารถของเขาถูกตำรวจทำลาย ข้าวของถูกไฟไหม้เสียหายหมด โดยอ้างว่าถูกตำรวจทำ ไม่ใช่มือที่สาม
 
สักพักมีผู้ชายอีกคน สำเนียงหนุ่มเมืองใต้ออกเสียงทองแดงเดินมาจับไม้จับมือ พร้อมบอกชายคนดังกล่าวว่า
 
"ลูกพี่ ๆ ผมเผารถมันแล้ว ไม่พรื้อ(ไม่เป็นไร)"
 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1388297952&grpid=00 &catid=&subcatid=
 
 
 

จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:14:20
ผบ.ตร.ยอมรับชายชุดดำบนตึก ก.แรงงาน-ทุบรถเป็น ตร.จริง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 มกราคม 2557 10:10 น.  
 
  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า ชายชุดดำที่อยู่บนกระทรวงแรงงาน และกลุ่มคนที่ทุบรถกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา เป็นตำรวจจริง โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีคนยิงตำรวจก่อนวิ่งเข้าไปในรถคันดังกล่าว ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์จึงไล่ล่า ทำให้ปรากฏภาพตามคลิป
   ทั้งนี้ยังต้องรอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง ก็ต้องดำเนินคดี พร้อมทั้งสอบวินัย
   ส่วนการดูแลความปลอดภัยการเคลื่อนขบวนของกลุ่มคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในวันที่ 5 มกราคมนั้น จะมีการประชุมประชุมประเมินสถานการณ์ก่อน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:15:11
ผบ.ตร.ยอมรับชายชุดดำบนตึก ก.แรงงาน-ทุบรถเป็น ตร.จริง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 มกราคม 2557 10:10 น.  
 
  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า ชายชุดดำที่อยู่บนกระทรวงแรงงาน และกลุ่มคนที่ทุบรถกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา เป็นตำรวจจริง โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีคนยิงตำรวจก่อนวิ่งเข้าไปในรถคันดังกล่าว ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์จึงไล่ล่า ทำให้ปรากฏภาพตามคลิป
   ทั้งนี้ยังต้องรอตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง ก็ต้องดำเนินคดี พร้อมทั้งสอบวินัย
   ส่วนการดูแลความปลอดภัยการเคลื่อนขบวนของกลุ่มคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในวันที่ 5 มกราคมนั้น จะมีการประชุมประชุมประเมินสถานการณ์ก่อน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:17:45
“แจ๊ด” ปัดไม่รู้เรื่องตำรวจยิง ปชช. โยน “วรพงษ์” แจง
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  2 มกราคม 2557 13:39 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“แจ๊ด” ปัดไม่รู้เรื่องตำรวจยิง ปชช. โยน “วรพงษ์” แจง
(แฟ้มภาพ)พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.
 
   
ผบช.น.ปัดไม่รู้รายละเอียดกรณี ผบ.ตร.ออกมายอมรับว่าชายชุดดำที่ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุมบนดาดฟ้ากระทรวงแรงงานเป ็นตำรวจ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ โยน “วรพงษ์” ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ชี้แจงสื่อมวลชนเพื่อความชัดเจน ด้าน ศอ.รส.เตรียมแถลงบ่ายนี้
   
  เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (2 ม.ค.) ที่กองบัญชาการตํารวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ออกมายอมรับว่าชายชุดดํที่อยู่บนดาดฟ้าของกระทรวงแรงงาน และบุคคลที่ทุบรถย่านดินแดง เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจจริง โดย พล.ต.ท.คํารณวิทย์กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบเหตุการณ์ในวันดังกล่าวที่ดินแดง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.เป็นผู้บัญชาการ เหตุการณ์รับคําสั่งจากศูนย์อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่ได้เป็น ผบ.เหตุการณ์ จึงตอบไม่ได้ พูดไปก็ไม่ตรงกับความจริงเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เรื่องจริงก็ต้องเป็นเรื่องจริง เชื่อว่า พล.ต.อ.วรพงษ์น่าจะเตรียมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อให้เกิดความกระจ่างเร็วๆ  นี้
   
  ผู้สื่อข่าวถามว่า บช.น.จะต้องตรวจสอบหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจที่อยู่บนดาดฟ้าของกระทรวงแร งงาน และทุบรถที่ย่านดินแดงเป็นใคร พล.ต.ท.คํารณวิทย์กล่าวว่า ก็ต้องตรวจสอบ เอาข้อเท็จจริงมาให้ได้ เมื่อมีการขึ้นไปก็ต้องยอมรับ แต่ขึ้นไปเพื่ออะไร วางกําลังจุดสูงข่มหรือทําอะไร ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่อยากพูดอะไรมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจที่อยู่บนดาดฟ้าและทุบรถอาสาส มัครพยาบาลที่ย่านดินแดงเป็นตํารวจนครบาลหรือ ไม่ แต่อย่างที่บอกเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง และพล.ต.อ.วรพงษ์น่าจะชี้แจงได้
   
  พล.ต.ท.คํารณวิทย์กล่าวว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศพามวลชนเคลื่อนขบวนในวันที่ 5 ม.ค.และชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 คาดว่าไม่น่าจะมีเหตุรุนแรงอะไร ตํารวจก็มีหน้าที่อํานวยความสะดวกด้านการจราจร พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในจุดใดก็จะไปช่วยคลี่คลาย ฝากถึงพี่น้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่การจราจรติดขัดและอยากให้แกนนํ าประสานมาที่ตนก่อนว่าจะเคลื่อนขบวนไปในเส้นทางใดเพื่อดูแลความปลอดภัย เพราะขณะนี้ตนกังวลเรื่องการสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 เพื่อให้เกิดความรุนแรงมีโมเดลให้เห็นมาแล้วทั้งที่หน้ารามคําแหง เสียชีวิตกันทั้งสองฝ่าย เหตุการณ์ที่ดินแดงตํารวจตาย การลอบยิงการ์ด คปท. ดังนั้นหากมีการประสานเข้ามานอกจากจะได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ไม่เกี่ย วข้องหลีกเลี่ยง เส้นทางแล้วยังเป็นการวางกําลังดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบแน่อยู่แล้วและตํารวจไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ แต่ก็จะพยายามคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีที่สุด
   
  รายงานข่าวแจ้งว่า ศอ.รส.เตรียมแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้ ความคืบหน้าจะนำมารายงานให้ทราบต่อไป
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:18:36
กปปส.นครศรีฯ แจ้งความเอาผิด กกต. สมคบคิดเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 20:33 น.  
 
 
   
 
กปปส.นครศรีฯ แจ้งความเอาผิด กกต. สมคบคิดเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.นครศรีฯ แจ้งความเอาผิด กกต. สมคบคิดเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.
 
กปปส.นครศรีฯ แจ้งความเอาผิด กกต. สมคบคิดเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.
 
กปปส.นครศรีฯ แจ้งความเอาผิด กกต. สมคบคิดเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.
 
   
นครศรีธรรมราช - ตัวแทนกลุ่ม กปปส.นครศรีธรรมราช พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความเอาผิด กกต.นครศรีธรรมราช และผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 7 เขต ยกเว้น เขต 3 และเขต 8 ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สมคบคิดกับผู้สมัคร ส.ส.บางพรรค นัดหมายกันเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร และใช้เฮลิคอปเตอร์ตำรวจบริการรับส่งผู้สมัคร วีไอพี หนีกลุ่มมวลชน
   
  เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้(1 ม.ค.) กลุ่ม กปปส.นครศรีธรรมราช จำนวนประมาณ 200 คน ได้เดินทางไปยัง สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยให้ตัวแทนคือ นางสายเจือ มาลี พร้อมพยาน 7 ปาก เข้าแจ้งความเอาผิดกับ กกต.นครศรีธรรมราช ที่เปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตโดยผิดกฎหมาย หลังจาก กกต.ได้ใช้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และมีผู้สมัครเพียง 7 เขตเลือกตั้ง ขณะที่อีก 2 เขต คือเขต 3 และเขต 8 นั้น ผอ.กกต.ไม่ยอมเขารับสมัครเพราะไม่อยากฝ่าฝืนผิดกฎหมาย
   
  โดยตัวแทนกลุ่ม กปปส.ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีกับ กกต.นครศรีธรรมราช กกต.เขตเลือกตั้ง และผู้ที่ทำหน้าที่ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้ง เว้นเขต 3 และ เขต 8 ที่ไม่มีการรับสมัครโดยเจ้าหน้าที่มั่นใจว่า หากมีการสมัครถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนที่ดำเนินคดีนั้นได้ร้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาละเว้นหรือปฏิ บัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตามประกาศของ กกต.กลาง
   
  ขณะเดียวกันได้กล่าวหาเจ้าพนักงาน กกต.จังหวัดนครศรีธรรมราช บางราย ได้สมคบกับนายตำรวจระดับสูง และผู้สมัคร ส.ส.บางพรรคในการสมัคร โดยนัดหมายกับผู้สมัครไปในสถานที่ใหม่ โดยไม่เป็นไปตามการประกาศสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง พร้อมใช้กำลังตำรวจ อาวุธครบมือ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจ ก่อนจะมีการให้ปากคำของตัวแทนและพยานทั้ง 7 คน ที่สำคัญเป็นการแจ้งความเอาผิดกับ กกต. ม.157 เรื่องการเปลี่ยนสถานที่รับสมัครโดยไม่ได้ประกาศก่อนล่วงหน้า
   
  โดยเมื่อคืนวานนี้ (31 ธ.ค.56) ทาง ตชด.42 ได้เปิดเรือนรับรองให้บริการให้ผู้สมัคร ส.ส.มาพักตั้งแต่ช่วงกลางคืน กระทั่งรุ่งเช้าของวันเดียวกัน ก็มีการเปิดรับสมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ พร้อมกับทำการขนส่งผู้สมัคร ส.ส.และเจ้าหน้าที่ กกต.โดยใช้เฮลิคอปเตอร์คอยรับส่ง ให้การบริการราวกับว่าผู้สมัครเป็นแขกระดับวีไอพี ทำให้กลุ่ม กปปส.ที่ไปชุมนุมคัดค้านที่หน้า ตชด.เป็นจำนวนมาก โดยเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำที่ทำผิดกฎหมาย จึงมาแจ้งความเอาผิดกับ กกต.ของจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งคณะ
 
   
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 กปปส.นครศรีฯ แจ้งความเอาผิด กกต. สมคบคิดเปลี่ยนสถานที่รับสมัคร ส.ส.
 สลด! เต่ามะเฟืองหนักกว่า 80 กก.ตายเกยหาดหลังสวน
 กปปส.กระบี่ประกาศชัยชนะหลังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แม้แต่รายเดียว
 ชุมพรเปลี่ยนที่รับสมัคร ส.ส.2 แห่ง แต่ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.
 กปปส.สงขลาประกาศชัยชนะ หลังไม่มีพรรคการเมืองใดลงสมัคร ส.ส.ได้ (ชมคลิป)
 
     
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:19:20
"นิติธร"เชื่อ ตร.ถูกกดดันทำให้ต้องลงพื้นที่ตรวจสนามกีฬาฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  2 มกราคม 2557 17:18 น.  
 
  นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำเครือข่ายนักศักษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงในวันนี้ สืบเนื่องมาจากถูกกดดันจากภาคประชาชน ในพื้นที่ชุมนุมทุกเวที รวมถึงการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย และเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจรู้ข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำให้ตำรวจชั้นประทวนออกมาแสดงพลังรวมตัวกัน บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หาทางปกป้องในการปฏิบัติหน้าที่ และขณะนี้ คปท.เตรียมที่จะร่างหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชา ติ เพื่อให้สอบสวนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษก สตช.ถึงกรณีการออกมาแสดงท่าทีต่อเรื่องที่เกิดขึ้น
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:20:08
ชุมพรเปลี่ยนที่รับสมัคร ส.ส.2 แห่ง แต่ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 19:04 น.  
 
 
   
 
ชุมพรเปลี่ยนที่รับสมัคร ส.ส.2 แห่ง แต่ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ชุมพรเปลี่ยนที่รับสมัคร ส.ส.2 แห่ง แต่ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.
 
ชุมพรเปลี่ยนที่รับสมัคร ส.ส.2 แห่ง แต่ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.
 
ชุมพรเปลี่ยนที่รับสมัคร ส.ส.2 แห่ง แต่ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.
 
   
ชุมพร - รับสมัคร ส.ส.ชุมพร เปลี่ยนสถานที่ 2 แห่ง ถูก กปปส.ประท้วง เจ้าหน้าที่ กกต.ไม่กล้าทำงาน ครบกำหนดไร้ผู้สมัครทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง
   
  วันนี้ (1 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานการเปิดรับสมัคร ส.ส.เป็นวันสุดท้าย ที่ห้องประชุมพร กก.ตชด.41.ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ หลังจากวันแรกของการเปิดรับสมัครได้ใช้ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองชุมพร แต่ถูกกลุ่มมวลชน กปปส.ชุมพร ประท้วงปิดประตูเข้าออก และตัดน้ำตัดไฟจนต้องยุติการรับสมัครไปโดยปริยาย กกต.ชุมพร ต้องประกาศใช้สถานที่รับสมัครใหม่ที่ห้องประชุม กก.ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์
   
  สำหรับการเปิดรับสมัครวันสุดท้ายที่ กก.ตชด.41 ชุมพร บริเวณ ถนนเอเชีย 41 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร กลุ่มมวลชน กปปส.ชุมพร นำโดยชุมพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกหมี” แกนนำ กปปส.ส่วนกลาง และเป็นอดีต ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ และนายกฤษฏ์ แก้วรักษ์ นายวัฒนา ศรีอรุณ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ แกนนำ กปปส.ชุมพร จำนวนมากปักหลักชุมนุมอยู่ต่อต่อเนื่อง โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.ชุมพร และผู้สมัครรายใดเดินทางเข้าไปยังสถานที่เปิดรับสมัคร ภายใน กก.ตชด.41 ชุมพร ได้ แม้แต่คนเดียว โดยมีเจ้าหน้าที่ ตชด.ยืนรักษาการณ์ และนำแผงมาปิดกั้นทางเข้าออก ห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด
   
  ขณะที่แกนนำกลุ่ม กปปส.ชุมพร ได้ใช้รถขยายเสียงกล่าวโจมตี รัฐบาลระบอบทักษิณ กกต.และหน่วยงานรัฐที่ให้การสนับสนุนในการรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไ ปอย่างดุเดือด และยืนยันต้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง
   
  จนกระทั่งเวลา 16.30 น. หมดเวลารับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเป็นวันสุดท้าย ปรากฏว่า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต.ชุมพร เข้าไปปฏิบัติหน้าแต่อย่างใด ขณะที่ผู้ลงสมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ก็ไม่มีใครเดินทางมาสมัครแม้แต่คนเดียว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของผู้ชุมนุม ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน และประกาศจะเดินทางไปชุมนุมต่อที่เวที กปปส.ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ชุมพร ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.56-1 ม.ค.57 ก่อนหน้านั้น กกต.ชุมพร ได้ใช้ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองชุมพร ชั้น 3 อาคารกองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม เป็นที่เปิดรับสมัครวันแรกนั้น ได้มี ดร.รุจินาถ ศรีสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จากพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาตั้งแต่เวลา 06.30 น. และได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำของอาคารที่ใช้รับสมัคร และมีนายเกษม เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรคประชาราษฎร์ แต่งตัวอำพรางโดยใส่ชุดดำ คล้องคอด้วยสายนกหวีดธงชาติ เดินทางเข้าไปสมัคร แต่หลังจากได้เวลารับสมัคร และผู้สมัครทั้ง 2 พรรคการเมืองเข้าไปสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถูกกลุ่มมวลชน กปปส.ที่ทยอยเดินทางมารวมตัวประท้วงกันจำนวนมาก จนถึงขึ้นปิดประตูเข้าออกห้าม ยกเว้นสื่อมวลชน และผู้ที่แกนนำ กปปส.อนุญาตเท่านั้น พร้อมทั้งตัดน้ำตัดไฟ
   
  ทำให้ ดร.รุจินาถ ศรีสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จากพรรคเพื่อไทย นายเกษม เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรคประชาราษฎร์ ต้องยินยอมถอนใบสมัคร กลุ่มผู้ชุมนุมจึงยินยอมให้กลับบ้านได้ โดยตำรวจ นปพ.กว่า 50 นาย คุ้มกันออกจากสถานที่รับสมัครท่ามกลางเสียงโห่ร้องเป่านกหวีดของผู้ชุมนุมปร ะท้วงอย่างชุลมุนวุ่นวาย และ กกต.ชุมพร ได้ประกาศย้ายสถานที่รับสมัครไปอยู่ที่ กก.ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ ดังกล่าว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:20:57
กปปส.กระบี่ประกาศชัยชนะหลังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แม้แต่รายเดียว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 19:07 น.  
 
 
   
 
กปปส.กระบี่ประกาศชัยชนะหลังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แม้แต่รายเดียว
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กปปส.กระบี่ประกาศชัยชนะหลังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แม้แต่รายเดียว
 
กปปส.กระบี่ประกาศชัยชนะหลังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แม้แต่รายเดียว
 
กปปส.กระบี่ประกาศชัยชนะหลังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แม้แต่รายเดียว
 
   
กระบี่ - กลุ่มมวลชน กปปส.กระบี่ ประกาศชัยชนะ หลังปิดล้อมสำนักงาน กกต.สถานที่รับสมัครเลือกตั้ง จนทำให้ว่าที่ผู้สมัครไม่สามารถลงสมัครได้แม้แต่คนเดียว พร้อมคืนพื้นที่ให้ กกต.
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันนี้ (1 ม.ค.) ทางแกนนำ กปปส.จังหวัดกระบี่ ได้ขึ้นเวทีประกาศชัยชนะ หลังปิดล้อมสำนักงาน กกต.กระบี่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ทั้ง 3 เขต ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.56 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ถึงวันที่ 1 ม.ค.57 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย จนหมดเวลาของการรับสมัคร ปรากฏว่า ไม่มีผู้สมัครรายใดสามารถฝ่าวงล้อมลงสมัครรับเลือกตั้งได้แม้แต่คนเดียว ทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้แสดงความดีใจด้วยการเป่านกหวีด และส่งเสียไชโยโห่ร้องกันอย่างครึกครื้น พร้อมลุกขึ้นเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน
   
  หลังประกาศชัยชนะ ทางการ์ด กปปส.กระบี่ ก็ได้ตัดโซ่คล้องประตูทางเข้าสำนักงาน กกต.กระบี่ออกเพื่อคืนพื้นที่ให้ กกต.เข้าทำงานได้ตามปกติหลังจากนี้
   
  นายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ ประธาน กปปส.กระบี่ กล่าวว่า แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ของ กปปส.กระบี่ จะได้รับชัยชนะ แต่ทางกลุ่ม กปปส.กระบี่ จะร่วมต่อสู้ต่อไป เพราะประเทศไทยยังไม่ได้รับการปฏิรูป และว่าหาก ทาง กกต.จะจัดให้มีการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.อีก ทางกลุ่ม กปปส.ก็จะยึดแนวทางเดิม คือ จะชุมนุมไม่ให้ผู้สมัครเข้าสมัครเลือกตั้งได้อีกเช่นเดิม
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:21:36
ยอมแล้ว! กกต.ตรังประกาศยุติรับสมัคร ส.ส.แบ่งเขต หลังมวลชนกดดันหนักตลอด 5 วัน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 15:21 น.  
 
ยอมแล้ว! กกต.ตรังประกาศยุติรับสมัคร ส.ส.แบ่งเขต หลังมวลชนกดดันหนักตลอด 5 วัน
  ตรัง - กกต.ตรัง ยอมแพ้! ประกาศยุติการรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตแล้ว หลังถูกมวลชนปิดล้อมสถานที่รับสมัคร และกดดันอย่างหนักตลอด 5 วันที่ผ่านมา เผยไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์บานปลายจนอาจนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมหารือ กกต.กลางเพื่อดำเนินการหาทางออกต่อไป
   
  วันนี้ (1 ม.ค.) นายเสน่ห์ รักรงค์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า การเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบเขต ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา ณ โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง 2 ทุ่งแจ้ง ทาง กกต.ได้พยายามเข้าไปเจรจากับกลุ่มมวลชนจำนวนมากที่ไปรวมตัวกัน แม้กระทั่งในวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครนับตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจนำเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์รับสมัครเลือกตั้งออกมาจากโรงยิมเนเซียมทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินได้ ซึ่งถือเป็นการเปิดรับสมัคร ส.ส.ครั้งที่เหนื่อย และหนักมากที่สุดของตน เพราะต้องเจอกับแรงกดดัน และปัญหาต่างๆ สารพัด
   
  ทั้งนี้ แม้จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากเพียงใด เพื่อคุ้มกันให้ผู้สมัครสามารถเดินทางเข้าไปสมัครภายในโรงยิมเนเซียมได้ แต่ก็เกรงว่าอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง จนอาจทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กกต. ผู้สมัคร และมวลชน บาดเจ็บขึ้นมาได้ ซึ่งทาง กกต.ตรังเห็นว่าไม่คุ้มกับความเสี่ยง และผลที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง เช่น การลงพื้นที่หาเสียง การลงคะแนน หรือการนับคะแนนที่จะมีขึ้นหากมีการจัดเลือกตั้งในพื้นที่ ดังนั้น จึงได้ตัดสินใจยุติการเปิดรับสมัคร ส.ส. ทั้ง 5 วันที่ผ่านมา และรายงานปัญหาไปยัง กกต.กลาง เพื่อสั่งดำเนินการต่อไป ซึ่งอาจให้ขยายระยะเวลาการเปิดรับสมัคร ให้เปลี่ยนสถานที่รับสมัครใหม่ หรืออย่างหนึ่งอย่างใด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:22:31
กปปส.สงขลาประกาศชัยชนะ หลังไม่มีพรรคการเมืองใดลงสมัคร ส.ส.ได้ (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 19:04 น.  
 
  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - วันสุดท้ายของการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.สงขลา ไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถลงสมัครได้ ขณะที่กลุ่ม กปปส.สงขลา ประกาศชัยชนะของการชุมนุมทั้ง 5 วัน และยืนกรานหาก กกต.ขยายเวลารับสมัครอีกจะชุมนุมอีกเช่นกัน เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง
 
กปปส.สงขลาประกาศชัยชนะ หลังไม่มีพรรคการเมืองใดลงสมัคร ส.ส.ได้ (ชมคลิป)
  วันนี้ (1 ม.ค.) บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ จ.สงขลา ในวันสุดท้าย ตลอดทั้งวันจนถึงเวลาปิดรับสมัคร 16.30 น. ก็ยังไม่มีว่าที่ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดเดินทางมาสมัครได้ เนื่องจากถูกกลุ่ม กปปส.สงขลา ชุมนุมปิดล้อมสถานที่รับสมัครภายในสนามกีฬาติณสูลานนท์ จนถึงวินาทีสุดท้าย แม้ว่าจะมีว่าที่ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขตเลือกตั้งจะพยายามเดินทางมาสมัครในช่วงบ่าย แต่ก็ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดกั้นจนต้องกลับไป
 
กปปส.สงขลาประกาศชัยชนะ หลังไม่มีพรรคการเมืองใดลงสมัคร ส.ส.ได้ (ชมคลิป)
  ด้าน กกต.สงขลา ได้ส่งตัวแทนมายืนยันต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ยังไม่มีผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.สงขลาทั้ง 8 เขตเลือกตั้งแม้แต่คนเดียว ทางแกนนำกลุ่ม กปปส.สงขลา จึงได้ประกาศชัยชนะจากการชุมนุมปิดสถานที่รับสมัครตลอดทั้ง 5 วัน จนไม่สามารถรับสมัครได้ และยืนกรานหาก กกต.ขยายเวลารับสมัครก็จะชุมนุมอีกครั้งเช่นกัน เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:23:16
"สุเทพ" นัดเดินสายทั่วกรุง ก่อนปิดกทม. ยาว - จี้ ตร. ล่าชายชุดดำอย่าจับแพะ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 22:05 น.  
 
 
   
 
สุเทพ นัดเดินสายทั่วกรุง ก่อนปิดกทม. ยาว - จี้ ตร. ล่าชายชุดดำอย่าจับแพะ
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สุเทพ นัดเดินสายทั่วกรุง ก่อนปิดกทม. ยาว - จี้ ตร. ล่าชายชุดดำอย่าจับแพะ
 
สุเทพ นัดเดินสายทั่วกรุง ก่อนปิดกทม. ยาว - จี้ ตร. ล่าชายชุดดำอย่าจับแพะ
 
สุเทพ นัดเดินสายทั่วกรุง ก่อนปิดกทม. ยาว - จี้ ตร. ล่าชายชุดดำอย่าจับแพะ
 
   
"กำนันเทพ" นัดเดินขบวนทั่วกรุง 5 ม.ค. ก่อนดีเดย์ปฏิบัติการปิด กทม. ยาว 13 ม.ค.นี้ เล็งเพิ่มมาตรการเดือดตัดน้ำไฟบ้าน รมต.- สถานที่ราชการ ลั่นปิดเกมภายใน ม.ค.นี้ ดักคอ ผบ.ตร.- ผบช.น. อย่าจับแพะ เชื่อชายชุดดำเป็น ตร. จี้ล่าตัวภายใน 7 วัน เตือนสื่อรัฐ"จอดำ"หากยังรับใช้ระบอบแม้ว
   
 
  วันนี้(1ม.ค.) เมื่อเวลา 19.38 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยที่อนุสารีย์ประชาธิปไตย ว่า วันที่ 5-8 ม.ค.นี้ จะเริ่มเดินขบวนทั่ว กทม. เพื่อนัดหมายและเชิญชวนประชาชนให้มาเดินขบวนครั้งใหญ่ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ ์ ชินวัตร ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ เพื่อเริ่มปฏิบัติการยึดเมือง โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ขอให้ประชาชนในต่างจังหวัดเตรียมตัว ท่านมีเวลาเตรียมตัว 12 วันในการจัดกระเป๋า มาเที่ยวนี้สู้ยืดเยื้อ หากใครไม่สะดวกมาที่ กทม. ก็ปฏิบัติการในจังหวัดของท่าน วันที่ 13 ม.ค.นี้ จะไม่มีการปฏิบัติราชการอีกต่อไป
   
  นายสุเทพกล่าวต่อว่าการชุมนุมวันที่ 13 ม.ค.นี้ จะตั้งเวทีเยอะขึ้นเป็น 20 แห่ง เราจะยึดทั้งวันทั้งคืน หากใครต้องการมาเข้าร่วม อยากตั้งเวทีที่แยกใดก็สามารถติดต่อมาได้ เป็นการแบ่งงานกันทำ โดยระหว่างที่ปฏิบัติการยึดเมืองจะมีคนไปเฝ้าบ้านนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคนสำคัญ เผื่อสบช่องโอกาสจะได้จับกุมตัวรัฐมนตรีไม่ให้ไปรับใช้ระบอบทักษิณอีกต่อไป นอกจากนั้นจะทำการตัดไฟบ้านรัฐมนตรี และที่ทำการรัฐบาลทุกแห่ง ให้สถานที่ราชการระบบน้ำไม่ไหล ไฟดับทั้งหมด ส่วนสื่อมวลชนโดยเฉพาะช่อง 9 ช่อง 11 นั้นหากยังปักใจอยากรับใช้ระบอบทักษิณเห็นทีครั้งนี้จะต้องจอดำ
   
  “การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ไม่สำคัญแล้ว เพราะก่อนวันที่ 2 ก.พ.นั้น เราก็รู้กันแล้วว่าใครเป็นหมู่เป็นจ่า เราจะปิดเกมในเดือน ม.ค.แน่นอน” นายสุเทพกล่าว
   
  นายสุเทพกล่าวกล่าวถึงพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่ออกมาพูด ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ต้องไม่ตายฟรี ต้องทำให้ได้ ว่า แล้วไอ้ที่ใส่ชุดดำ 10 กว่าคน บนหลังคาตึกกระทรวงแรงงานเป็นใครต้องหาคำตอบ เพราะชายชุดดำมาอยู่บนหลังคากระทรวงที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ทำงาน ขอให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ทำอย่างที่พูดเพื่อจะได้รู้ว่าใครสั่งฆ่าตำรวจ 7 วันนับแต่นี้ ต้องมาตอบประชาชน ขอร้องอย่าจับแพะมา เพราะได้ข่าวกำลังไปที่แฟลตดินแดง เพื่อจับแพะ ขอให้เลิกเอาแพะมาอวดประชาชน เอาของจริงมาว่ากันดีกว่า หรือวิถีกระสุนที่ยิง ด.ต.ณรงค์ มาจากไหนให้เอามา และเชื่อว่าคนชุดดำบนหลังคากระทรวงแรงงาน ต้องเป็นตำรวจแน่นอน ใครเป็นคนบังบัญชาตำรวจหน่วยนั้น ในการนำกระสุนจริง อาวุธจริง หากตอบไม่ได้ ประชาชนจะตัดสินอดุลย์ แสงสิงแก้ว และวรพงษ์ ชิวปรีชา เอง
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:24:14
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 21:13 น.  
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong
  ถูกแชร์ว่อนเน็ตรับปีม้ากับภาพและข้อความของนางระพีพรรณ เมียอริสมันต์ ที่โพสต์โชว์ เตรียมเปิดสายการบินน้องใหม่เร็วๆนี้ พร้อมถูกตั้งคำถาม รวยมาจากไหน
   
  เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ของนางระพีพรรณ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และภรรยาของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่าตนและนายอริสมันต์เตรียมที่จะเปิดสายการบินน้องใหม่ในชื่อ New Gen Airways ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ ด้วยเครื่องบิน 737-400 และ 767-300 บินจากสนามบินดอนเมือง ไปยังหลายเมืองในประเทศจีน
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong
  ทั้งนี้ในเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ได้เขียนข้อความว่า
   
  ...ฝากสายการบินน้องใหม่ด้วยนะค่ะ..แต่ยังไม่เปิดเป็นทางการค่ะ.. อีกไม่นานได้พบกันแน่นอนค่ะ...
   
  หลังภาพและข้อความในเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ปรากฏขึ้น ได้ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ โซเชียลลีเดีย กันอย่างกว้างขวาง โดยคนจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นไปในเชิงลบ พร้อมกับตั้งคำถามว่า นายอริสมันต์รวยมาจากไหนถึงกับมาเปิดสายการบิน
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong
  สำหรับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้ถูกแจ้งความดำเนินคดี 5 คดี ได้แก่ คดีบุกรุกอาคารรัฐสภา คดีบุกรุกสถานีไทยคม คดีก่อการร้าย คดีปล้นอาวุธปืนจากทหาร และคดีบังคับจี้ตำรวจที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค
   
  โดยนายอริสมันต์ได้เคยหนีการจับกุมของศอฉ.ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วยการโรยต ัวลงมาจากโรงแรมเอสซี ปาร์ค ทำให้ตั้งฉายาว่า “ไอ้กี้ร์ ตะกายตึก”
   
  นอกจากนี้เมื่อไม่นานมานี้ นายอริสมันต์ยังมีความพยายามอัพเกรดวุฒิการศึกษาของตัวเอง เป็น “ปริญญาเอก” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สร้างความไม่พอใจให้กับนักศึกษาทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันในสถาบันแห่งน ี้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยได้พากันออกมาตำหนิอธิการบดีว่า เอาสถาบันไปรับใช้การเมือง
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/02/14 เวลา 20:24:38
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  1 มกราคม 2557 21:13 น.  
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong
  ถูกแชร์ว่อนเน็ตรับปีม้ากับภาพและข้อความของนางระพีพรรณ เมียอริสมันต์ ที่โพสต์โชว์ เตรียมเปิดสายการบินน้องใหม่เร็วๆนี้ พร้อมถูกตั้งคำถาม รวยมาจากไหน
   
  เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ของนางระพีพรรณ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และภรรยาของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่าตนและนายอริสมันต์เตรียมที่จะเปิดสายการบินน้องใหม่ในชื่อ New Gen Airways ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ ด้วยเครื่องบิน 737-400 และ 767-300 บินจากสนามบินดอนเมือง ไปยังหลายเมืองในประเทศจีน
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong
  ทั้งนี้ในเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ได้เขียนข้อความว่า
   
  ...ฝากสายการบินน้องใหม่ด้วยนะค่ะ..แต่ยังไม่เปิดเป็นทางการค่ะ.. อีกไม่นานได้พบกันแน่นอนค่ะ...
   
  หลังภาพและข้อความในเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ปรากฏขึ้น ได้ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ โซเชียลลีเดีย กันอย่างกว้างขวาง โดยคนจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นไปในเชิงลบ พร้อมกับตั้งคำถามว่า นายอริสมันต์รวยมาจากไหนถึงกับมาเปิดสายการบิน
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong
  สำหรับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้ถูกแจ้งความดำเนินคดี 5 คดี ได้แก่ คดีบุกรุกอาคารรัฐสภา คดีบุกรุกสถานีไทยคม คดีก่อการร้าย คดีปล้นอาวุธปืนจากทหาร และคดีบังคับจี้ตำรวจที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค
   
  โดยนายอริสมันต์ได้เคยหนีการจับกุมของศอฉ.ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วยการโรยต ัวลงมาจากโรงแรมเอสซี ปาร์ค ทำให้ตั้งฉายาว่า “ไอ้กี้ร์ ตะกายตึก”
   
  นอกจากนี้เมื่อไม่นานมานี้ นายอริสมันต์ยังมีความพยายามอัพเกรดวุฒิการศึกษาของตัวเอง เป็น “ปริญญาเอก” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สร้างความไม่พอใจให้กับนักศึกษาทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันในสถาบันแห่งน ี้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยได้พากันออกมาตำหนิอธิการบดีว่า เอาสถาบันไปรับใช้การเมือง
 
เมีย“ไอ้กี้ร์” โพสต์โชว์เตรียมเปิดสายการบิน คนงง...รวยมาจากไหน
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:00:09
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน  4 มกราคม 2557 06:31 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
ภาพจากเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ของนางรพิพรรณ พงศ์เรืองรือง ภรรยาของนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรองซึ่งโพสต์ภาพถ่ายกับสายการบิน “New Gen Airways”
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
จี้เพชร (13.5 กะรัต) ได้มาในปี 2552 - 2553 มูลค่า 7,700,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
แหวนเพชรเหลือง (2 กะรัต) พร้อมเพชรขาว (3.3 กะรัต) ได้มาในปี 2552 - 2553 มูลค่า 4,000,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
.แหวนไพลิน (15 กะรัต) พร้อมเพชร ได้มาในปี 2547 - 2549 และแหวนทองคำขาวฝังเพชรเม็ดใหญ่ ได้มาก่อนปี 2550 มูลค่า 3,000,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
ต่างหูไพลิน (ข้างละ 9 กะรัต) ได้มาในปี 2547 - 2549 พร้อมเพชร มูลค่า 2,500,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
แหวนเพชร (รวม 4 กะรัต) ได้มาในปี 2552 - 2553 มูลค่า 2,300,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
จี้บุษราคัม (26 กะรัต) พร้อมเพชร (7 กะรัต) ได้มาในปี 2547 - 2549 มูลค่า 2,150,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
แหวนเพชร ได้มาในปี 2552 - 2553 มูลค่า 1,640,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
แหวนเพชร (5 กะรัต) พร้อมทับทิม ได้มาในปี 2547 - 2549 มูลค่า 1,500,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
ชุดสร้อยคอทับทิมล้อมเพชร + ต่างหูทับทิมล้อมเพชร ได้มาก่อนปี 2550 มูลค่า 1,400,000 บาท
 
เมีย “กี้ร์” เปิดสายการบิน ยลโฉมกรุเครื่องเพชร “ปู” รูปธรรม “มีวันนี้เพราะพี่ให้”
แหวนเพชรรูปหยดน้ำ (4 กะรัต) ได้มาในปี 2547 - 2549 มูลค่า 1,250,000 บาท
 
   
ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์- หลายคนสงสัยว่าเป็น “ขี้ข้าระบอบทักษิณ” แล้วดียังไง ทำไมใครๆ ถึงอยากเป็นกันนักกันหนา บัดนี้มี “รูปธรรม” ที่จับต้องได้มาให้เห็นเป็นตัวอย่างกันชนิดที่เชื่อว่า คนเสื้อแดงที่ยังไปไม่ถึงจุดนั้นคงต้องน้ำลายหกไปตามๆ กัน
   
  ความสำเร็จของระบอบทักษิณที่นอกจากจะ “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ในรูปลักษณ์ของยศถาบรรดาศักดิ์แล้ว ยังมีรูปธรรมที่จับต้องในรูปลักษณ์ที่ “กินได้” อีกด้วย
   
  ตัวอย่างแรกคือ การโพสต์ข้อความและภาพของ “นางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง” อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย “ภรรเมีย” ของ “กี้ร์ตะกายตึก” อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) สายฮาร์ดคอร์ ผ่านเฟซบุ๊ค Rapipun Pongrueangrong ของนางระพีพรรณว่า “...ฝากสายการบินน้องใหม่ด้วยนะค่ะ..แต่ยังไม่เปิดเป็นทางการค่ะ.. อีกไม่นานได้พบกันแน่นอนค่ะ...”
   
  ทั้งนี้ สายการบินที่เมียกีร์ตะกายตึกเตรียมเปิดให้บริการเป็นน้องใหม่ในโลกการบินที ่มีชื่อว่า “New Gen Airways” ซึ่งให้บริการด้วยเครื่องบิน 737-400 และ 767-300 บินจากสนามบินดอนเมือง ไปยังหลายเมืองในประเทศจีน
   
  และฉับพลันทันทีที่ภาพและข้อความปรากฏบนโลกโซเชียลมีเดีย ก็ถูกแชร์หรือส่งต่อกันไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคำถามสำคัญในเชิงลบว่า เมียของกีร์ตะกายตึกไปร่ำรวยทรัพย์ศฤงคารมาจากไหนถึงขนาดเปิดสายการบิน เป็นของตนเอง ได้ หรือเป็นกิจการที่ไปเข้าหุ้นร่วมกับนักธุรกิจ นักการเมืองหรือเพื่อนพ้องน้องพี่คนเสื้อแดงรายใด
   
  เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนางรพิพรรณที่เคยเป็น อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พร้อมบุตรและคู่สมรสต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป. ช.) ในปี 2555 เอาไว้ว่า มีเงินฝากรวม 3,412,424.7 บาท มีทรัพย์สินอื่นคือ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 3,720,267.43 บาท รถยนต์ 3 คัน รวมทรัพย์สินทั้งหมด 11,722,692.13 บาท มีหนี้สิน 9,715,357.51 บาท
   
  แน่นอน ทรัพย์สินแค่นี้น้อยเกินกว่าที่จะเปิดธุรกิจการบินเป็นของตนเองได้
   
  หรือได้รับการอุปการคุณจากนายใหญ่หลังผ่านการรับใช้มาอย่างต่อเนื่องและยาวน านจึงมีวันนี้เพราะพี่ให้
   
  และในที่สุดความจริงก็เปิดเผยออกมาจากปากของนายอริสมันต์เองว่า นิว เจน แอร์เวย์ส ที่ภรรยาตนเองกล่าวถึงนั้น ไม่ได้เป็นสายการบินใหม่ แต่เป็นเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์ เพื่อรองรับธุรกิจนำเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับเมืองต่างๆ ในประเทศจีนเท่านั้น
   
  “ธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำดังกล่าวเป็นของเพื่อนสนิท โดยผมมาช่วยบริหารจัดการเท่านั้น ธุรกิจดังกล่าวมีการดำเนินการมานานหลายปีแล้ว เป็นรูปแบบการเช่าเครื่องเหมาลำสายการบินอื่น แต่เครื่องบิน New Gen ดังกล่าว เป็นการเช่าเครื่องโบอิ้ง 737-400 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 2 ลำจากต่างประเทศมาดำเนินการเองทั้งหมด ทั้งเรื่องลูกเรือ ช่างเครื่อง และใบอนุญาต เป็นต้น”กี้ร์ตะกายตึกแจกแจง
   
  อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าว ASTVผู้จัดการ ตรวจสอบในเว็บไซต์ของ นิว เจน แอร์เวย์ส ( www.newgenairways.com) พบว่า สายการบินนิว เจน แอร์เวย์ส เป็นชื่อทางการค้าของ บริษัท สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด โดยระบุข้อมูลว่าสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 222 ห้องเลขที่ 2337 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหมายเลข 1 (Terminal 1) สนามบินนานาชาติดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดอนเมือง กรุงเทพ 10210
   
  นิว เจน แอร์เวย์ส เป็นเครื่องหมายการค้าของ บ.สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด สายการบินใหม่ที่เปิดตัวเพื่อให้บริการขนส่งทางอากาศตามความต้องการของลูกค้ า โดยให้บริการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า เพื่อรองรับเที่ยวบินตามตารางบิน และเที่ยวบินแบบไม่ประจำ ธุรกิจนี้ดำเนินการโดยนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุน้อย ที่มีประสบการในการทำธุรกิจ
   
  บ.สบายดี แอร์เวย์ส ก่อตั้งโดยนักธุรกิจที่มีพื้นฐานในดำเนินการธุรกิจในอุตสาหกรรมการนำเที่ยวใ นประเทศจีน ในนามบริษัท นิว เจเนอเรชัน แทรเวล แอนด์ เทรด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวอันดับหนึ่งในประเทศไทยที่นำนักท่องเที่ยวจีนจาก 14 เมืองมายังเมืองไทย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 20,000 คนต่อเดือน หรือราว 700-900 คนต่อวัน จาก อู๋ซี, อิ๋นชวน, ไท่หยวน, ฉางซา, เทียนจิน, เจิ้งโจว, เฉิงตู เป็นต้น ก่อนหน้านี้บริษัทให้บริการผู้โดยสารผ่านสายการบินหลายแห่งในประเทศไทยและจี น ทว่า ประสบกับปัญหาในการหาที่นั่ง จึงทำให้เกิดความคิดที่จะทำสายการบินของตัวเองเพื่อตอบสนองกับตลาด โดยผู้ที่ริเริ่มความคิดและบริหารธุรกิจนั้นเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุน้อยที่มีประสบการณ์สู.ในแวดวงการเงิน การตลาด เทคนิค และการบริหารงานในอุตสาหกรรมการบิน” เว็บไซต์นิว เจน แอร์เวย์ส ระบุ
   
  พร้อมระบุด้วยว่า บริษัทฯ ให้บริการการเดินทางด้วยเครื่องบิน 2 รุ่น คือ โบอิ้ง 737-400 และ โบอิ้ง 767-300ER ไปยัง 15 จุดหมาย ประกอบไปด้วย 1. เมืองหลานโจว (มณฑลกานซู่) 2. เมืองเจิ้งโจว (มณฑลเหอหนาน) 3. เมืองกุ้ยหยาง (มณฑลกุ้ยโจว) 4. เมืองหางโจว (มณฑลเจ้อเจียง) 5. เมืองเฉิงตู (มณฑลเสฉวน) 6. เมืองอู่ฮั่น (มณฑลหูหนาน) 7. เมืองหนานจิง (มณฑลเจียงซู) 8. เมืองฉงชิ่ง 9. ไหโข่ว (มณฑลไห่หนาน) 10. เมืองอิ๋งชวน (มณฑลหนิงเซี่ย) 11. เมืองอู๋ซี (มณฑลเจียงซู) 12. เมืองคุนหมิง (มณฑลยูนนาน) 13. เมืองซีอาน (มณฑลส่านซี) 14. เมืองต้าเหลียน (มณฑลเหลียวหนิง) 15. เมืองหนานหนิง (มณฑลกว่างซี)
   
  บ.สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2555 ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 222 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 สนามบินดอนเมือง ชั้น 2 ห้อง 2337 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210 โดยระบุประเภทของธุรกิจเป็นการประกอบกิจการดำเนินการขนส่งคน สิ่งของ และไปรษณีย์ภัณฑ์ในราชอาณาจักร และส่วนต่างๆ ของโลก ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 200 ล้านบาท
   
  ทั้งนี้ บ.สบายดี แอร์เวย์ส ถือหุ้นโดยบุคคล 4 คน ประกอบไปด้วย
   
   1.น.ส.จุฑาทิพย์ วิลาด สัญชาติไทย ถือหุ้น 99,999 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.9995 มูลค่า 99,999,000 บาท
   
   2.น.ส.นิตยา ขจรเกียรติชัย สัญชาติไทย ถือหุ้น 99,999 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.9995 มูลค่า 99,999,000 บาท
   
   3.นาย ธีรวัฒน์ ลีลาภรณ์สกุล สัญชาติไทย ถือหุ้น 1 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.0005 มูลค่า 1,000 บาท
   
   4.นายฤทธิ์ประพา ผริตะโกมล สัญชาติไทย ถือหุ้น 1 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.0005 มูลค่า 1,000 บาท
   
  ขณะที่รายชื่อกรรมการมี 3 คน ประกอบไปด้วย
   
  1. นายตระกูลชัย เอ้กันหา
   2. น.ส.จุฑาทิพย์ วิลาด
   3. นายธีรวัฒน์ ลีลาภรณ์สุกล
   
  เมื่อสืบค้นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ต่อไป พบว่า กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ บ.สบายดี แอร์เวย์ส 2 คน ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทอื่นๆ ดังนี้ คือ
   
  นายตระกูลชัย เอ้กันหา นอกจากจะเป็นกรรมการ บ.สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด แล้วยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท เอส เอส ชาร์เตอร์ เอวิเอชั่น จำกัด
   
  น.ส.จุฑาทิพย์ วิลาด นอกจากจะเป็นกรรมการ บ.สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด แล้วยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับ บริษัท เจ.พี คอร์ท จำกัด, บริษัท เจ แอนด์ เจ มารีนา จำกัด, บ.ทรานส์เวิลด์ เอวิเอชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไทย-อาฟริกา เฟรนชิฟ เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ฟอร์ มอร์ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท อะโกร โกลบอล จำกัด
   
  นอกจากนี้ น.ส.จุฑาทิพย์ วิลาด ยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของบริษัท ฟอร์ มอร์ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทขายตรงในระบบหลายชั้นที่เน้นลูกค้าต่างจังหวัด โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างเช่น อาหารเสริม ของใช้ประจำวัน ผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับรถ
   
  และปรากฏว่า เมื่อมีข่าวดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณชน เฟซบุ๊กของนางระพิพรรณได้มีการลบโพสต์และภาพเกี่ยวกับสายการบินนิว เจน แอร์เวย์ส ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
   
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:01:15
อึ้งอีก! “เมียอริสมันต์” ขนเงินเฉียด 25 ล้าน ลงขันทำธุรกิจช่วงเป็น ส.ส.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 มกราคม 2557 05:07 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อึ้งอีก! “เมียอริสมันต์” ขนเงินเฉียด 25 ล้าน ลงขันทำธุรกิจช่วงเป็น ส.ส.
 
   
“สำนักข่าวอิศรา” ขุดเจอข้อมูลใหม่ “เมียอริสมันต์” ขนเงินเฉียด 25 ล้าน ลงขันทำธุรกิจอสังหาฯ ช่วงดำรงตำแหน่ง ส.ส. รวยไวสวนกระแส แจง ป.ป.ช. ไม่มีรายได้ ติดหนี้เพียบ
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศรา ได้สืบค้นข้อมูล นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยาของนายอริสมันต์ พบไม่ได้มีแค่ธุรกิจสายการบิน ของบริษัท สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด และธุรกิจเกี่ยวกับแฟรนไชส์ ลูกชิ้นเว้ยเฮ้ย กับราแมงเว๊ยเฮ้ย ของ บริษัท กู๊ดกาย คอร์ปอเรชั่น จำกัด เท่านั้น ยังปรากฏรายชื่อเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นบริษัททำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ในช่วงดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยด้วย
   
  ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัท เฮ้าส์ ออฟ ฮาร์ท พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 แจ้งทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แจ้งที่ตั้งสำนักงานเลขที่ 342/2 ซอยเสือใหญ่อุทิศ ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจการอพาร์ตเมนต์ หอพัก อาคารชุด แฟลต แมนชัน ศูนย์การค้า บ้านจัดสรร ที่พักต่างๆ
   
  รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2555 (ช่วงก่อตั้ง) มีจำนวน 4 ราย นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ถือครองหุ้นอยู่จำนวน 99,997 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท นายชนาธิป ชูศรี และ น.ส.ธภัทร ช่างไม้ ถืออยู่คนละ 100,000 หุ้น นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ถืออยู่ 3 หุ้น
   
  ต่อมา วันที่ 5 กันยายน 2555 บริษัทฯ แจ้งเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ เหลือเพียงแค่ 3 ราย คือ นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง นายชนาธิป ชูศรี และ น.ส.ธภัทร ช่างไม้ โดยหุ้นอีก 3 หุ้น ของ นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ที่ถือถูกนำมารวมกับ นางระพิพรรณ ทำให้สัดส่วนหุ้นที่นางระพิพรรณ ถือครองอยู่ เท่ากับ นายชนาธิป ชูศรี และ น.ส.ธภัทร ช่างไม้ คนละ 100,000 หุ้น
   
  อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทฯ จะแจ้งว่ามีทุนจดทะเบียนจำนวนมากถึง 300 ล้านบาท แต่มีการชำระเงินจริงแค่ 75 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินคนละ 25 ล้านบาทเท่านั้น
   
  โดยในส่วนของ นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง บริษัทฯ มีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งว่า ได้ชำระเงินค่าหุ้น จำนวน 24.999,250 บาท ไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 (ยังไม่รวมค่าหุ้นอีก 3 หุ้น ของ นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย)
   
  ล่าสุด บริษัทฯ ยังไม่มีการนำส่งงบดุลรายงานผลประกอบกิจการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับทราบ รวมถึงการแจ้งยกเลิกบริษัทฯ แต่อย่างใด
   
  เป็นที่น่าสังเกตว่า การปรากฏรายชื่อเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นบริษัท เฮ้าส์ ออฟ ฮาร์ท พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ของ นางระพิพรรณ เกิดขึ้นหลังจากการเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี
   
  ขณะที่การแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางระพิพรรณ แจ้งว่า ตนเอง และสามี ไม่มีรายได้ และรายจ่าย
   
  ส่วนทรัพย์สิน นางระพิพรรณ แจ้งว่า มีเงินฝากอยู่ 2,988,135.78 บาท ส่วนนายอริสมันต์ มีเงินฝากอยู่ 1.06 บาท ขณะที่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีเงินอยู่ 424,287.86 บาท ทำให้มีทรัพย์สินรวมกัน 11,722,692.13 บาท แต่มีหนี้สิน 9,715,357.51 บาท โดยในจำนวนหนี้สินนั้น มีหนี้ของนายอริสมันต์ รวมอยู่จำนวน 3,720,267.43 บาท
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:02:12
จับเท็จ “ไอ้กี้ร์-เมีย” แหล 25 ล้านลงขันตั้งบริษัทอสังหาฯ เป็นแค่ตัวเลข
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  5 มกราคม 2557 04:09 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
จับเท็จ “ไอ้กี้ร์-เมีย” แหล 25 ล้านลงขันตั้งบริษัทอสังหาฯ เป็นแค่ตัวเลข
 
   
เปิดใบเสร็จชำระค่าหุ้นเฉียด 25 ล้าน สวนคำให้การ “อริสมันต์-เมีย” ปมตั้งบริษัทอสังหาฯ ระบุชัดจ่ายเงินตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง พบ “ระพิพรรณ” ลงลายมือชื่อรับรองเอง
   
  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศรา ได้เกาะติดกรณีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (ภรรยา) ยอมรับว่าได้ร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัททำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จริง แต่ในขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่ได้มีการชำระเงินค่าหุ้นของบริษัทแต่อย่างใด เงินค่าหุ้นจำนวน 25 ล้านบาทที่ระบุไว้ เป็นเพียงแค่การแจ้งแค่ตัวเลขไว้เท่านั้นยังไม่ได้มีการลงเงินจริงมาแล้วนั้ น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อมูลเอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทพบว่า มีหลักฐานสำคัญหลายชิ้นที่ระบุว่านางระพิพรรณได้ชำระเงินค่าหุ้นให้กับบริษั ทฯ ไว้แล้ว ดังนี้
   
หลักฐานชิ้นที่ 1 หนังสือบริคณห์สนธิ บริษัท เฮ้าส์ ออฟฮาร์ท พร๊อพเพอร์ตี้ 2012 จำกัด ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 ระบุว่าผู้ที่เริ่มก่อการจำนวน 4 ราย ได้เข้าซื้อหุ้นไว้เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนนางระพิพรรณได้เข้าซื้อหุ้นไว้ จำนวน 99,997 หุ้น
   
หลักฐานชิ้นที่ 2 รายงานการประชุมตั้งบริษัท ในข้อ 4. เรื่องพิจารณาเรื่องหุ้น ซึ่งปรากฏชื่อ นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง เป็นประธานที่ประชุม ระบุว่า ประธานได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณากำหนดชนิดและจำนวนหุ้นของบริษัท รวมทั้งการเรียกชำระเงินค่าหุ้นในครั้งแรกด้วย โดยที่ประชุมได้พิจารณาแล้วจึงลงมติเป็นเอกฉันท์กำหนดให้หุ้นของบริษัท มีชนิดเดียว เป็นหุ้นสามัญ ชนิดระบุชื่อที่ต้องใช้เงินจนเต็มมูลค่า และให้เรียกชำระค่าหุ้นในครั้งแรกนี้ หุ้นละ 250 บาท รวมเป็นเงินที่เรียกให้ชำระค่าหุ้นในครั้งนี้ทั้งหมด 75 ล้านบาท จากการที่บริษัทฯ แจ้งทุนจดทะเบียน ไว้จำนวน 300 ล้านบาท แบ่งออกเป็นจำนวน 300,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท
   
  ส่วนวงเงินจำนวน 75 ล้านบาท ที่เรียกชำระครั้งแรก แบ่งออกเป็น 4 ส่วนคือ วงเงินจำนวน 25 ล้านบาท 2 ก้อน และวงเงินอีก 24.999,250 บาท และ 750 บาท โดยนางระพิพรรณ ชำระค่าหุ้นไว้เป็นจำนวนเงิน 24.999,250 บาท ส่วนผู้ถือหุ้นอีกสองราย ชำระกันคนละ 25 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 750 บาท คิดจากจำนวนหุ้น 3 หุ้น อยู่ในชื่อของนายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ก่อนที่จะถูกนำมารวมกับนางระพิพรรณในภายหลัง ทำให้วงเงินที่นางระพิพรรณชำระค่าหุ้นให้บริษัท คิดเป็นจำนวนเงิน 25 ล้านบาท เช่นกัน
   
หลักฐานชิ้นที่ 3 ใบสำคัญรับชำระเงินค่าหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งมีการระบุข้อความว่า บริษัทฯ ได้รับชำระเงินค่าหุ้นจากนางระพิพรรณ ไว้เรียบร้อยแล้ว
   
   
  หลักฐานชิ้นที่ 4 สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ณ วันที่ 5 กันยายน 2555 ระบุชัดเจนว่านางระพิพรรณเป็นผู้ครอบครองหุ้นบริษัท จำนวน 100,000 หุ้น (เดิมที่นางระพิพรรณ ถือหุ้นอยู่จำนวน 99,997 หุ้น ต่อมาได้รับโอนมาอีก 3 หุ้น รวมเป็น 100,000 หุ้น) ตามหมายเลขหุ้น ที่ 200001-299997 ลงวันที่ 21-08-55 และ 299998-300000 ลงวันที่ 05-09-55
   
   
   
  เป็นที่น่าสังเกตว่า คำชี้แจงของนายอริสมันต์ และนางระพิพรรณ ขัดแย้งกับข้อมูลที่ปรากฏไว้ในเอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแห่งนี้ ที่มีการยื่นให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้รับทราบอย่างเป็นทางการ ในช่วงการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ไว้อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการนำเงินจำนวนกว่า 25 ล้านบาท มาชำระค่าหุ้นให้บริษัท ซึ่งเอกสารหลายชิ้นยืนยันว่ามีการจ่ายเงินเกิดขึ้นแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:03:14
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  5 มกราคม 2557 16:23 น.  
 
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - เสื้อแดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย เหตุไม่พอใจคชป.จัดกิจกรรมรณรงค์ปฏิรูปประเทศไทย ดักขว้างปาสิ่งของ-รุมทำร้าย บาดเจ็บหลายคน ไม่เว้นแม้ผู้หญิง รถยนต์เสียหายอีกจำนวนหนึ่ง
   
   
 
   
  บ่ายวันนี้ (5 ม.ค.) กลุ่มเครือข่ายเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูป (คชป.) กว่า 100 คน รวมตัวกันที่หน้าโบสถ์คริสตจักรที่ 1 จ.เชียงใหม่ ถนนเจริญราษฎร์ ต.วัดเกตุ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนร่วมกันยืนเป่านกหวีด และโบกธงชาติที่บริเวณถนนริมฝั่งน้ำแม่ปิง พร้อมแจกใบปลิวเชิญชวนให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาร่วมกันแสดงพลังและจุดยืนผลักด ันให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากเปิดกระจกรถรับใบปลิวด้วยความเต็มใจ
   
  แต่ก่อนออกเดินทางไปตามถนนท่าแพ และไปรวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์นั้น กลุ่มแดงอิสระจำนวนหนึ่งมายืนดักรอที่บริเวณสะพานนวรัฐ ด้านทิศตะวันตก หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีตำรวจจำนวนมากเข้าดูแลความปลอดภัย ซึ่งทางกลุ่มเสื้อแดงยืนยันว่าจะไม่ให้กลุ่ม คชป.เดินทางผ่านจุดที่พวกตนปักหลักอยู่
   
  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานให้เปลี่ยนเส้นทางไปทางสะพานนครพิงค์แทน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน และเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์และขี่จักรยาน อย่างไรก็ตามแม้คชป.จะเปลี่ยนเส้นทางแล้ว แต่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ตามมาดักรอบริเวณซอยต้นโพธิ์ หลังวัดชัยศรีภูมิ ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย และขว้างปาสิ่งของ เช่น ขวด ก้อนหิน เข้าใส่ขบวนของคชป.ตลอดทาง รวมทั้งมีการผลักสมาชิกคชป.ซึ่งเป็นผู้หญิง ที่ขี่จักรยานร่วมขบวนจนล้มและทำร้ายร่างกายซ้ำ ซึ่งตำรวจช่วยเหลือไว้ได้ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย
   
  ทั้งนี้ สถานการณ์ส่อเค้าจะรุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และรถยนต์ถูกขว้างปาได้รับความเสียหายหลายคัน ทำให้แกนนำคชป.ตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมาย จากเดิมที่กำหนดจะสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ไปที่บริเวณสนามฝึกซ้อมยิงปืนหนองฮ่อแทน
   
  ข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่คชป.ยังเคลื่อนขบวนอยู่ มีสมาชิกคชป. 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ จะไปรอทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ แต่กลุ่มคนเสื้อแดงหลายสิบคนไปดักรออยู่แล้ว และเมื่อทราบว่าทั้ง 2 คนกำลังจะมาเข้าร่วมกิจกรรมของคชป. จึงได้กระชากจนรถล้มและรุมทำร้ายด้วยการใช้ไม้ทุบตี เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้น พบว่ารับบาดเจ็บเล็กน้อย
 
 
   
         
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
     
         
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
     
         
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
     
         
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
   
   
 
แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 
   
     
         
   
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 ผลฮอร์โมนระบุ “หลินฮุ่ย” จ่อคลอดภายใน 72 ชม.
 แดงเชียงใหม่โชว์ถ่อย ขว้างหิน-ทำร้ายผู้หญิง เหตุไม่พอใจขบวนรณรงค์ปฏิรูปประเทศ (ชมคลิป)
 แดงเชียงรายปักหลักเปิดเวทีต่อ ปราศรัยหมิ่นเหม่ไม่หยุด
 2 ยาย-หลานหนีตายวุ่นหลังไฟไหม้บ้าน แถมลามติดบ้านใกล้เคียงอีก
 “เพื่อไทย” เคาะปี๊บชวนคนเชียงใหม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง อ้างป้อง ปชต.
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:04:16
“ถาวร” ฟ้อง “ธาริต” จงใจกลั่นแกล้ง ไม่ฟังศาล รธน.-อ้างข้อหากบฏอายัดบัญชีแกนนำ
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  3 มกราคม 2557 19:11 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ถาวร” ฟ้อง “ธาริต” จงใจกลั่นแกล้ง ไม่ฟังศาล รธน.-อ้างข้อหากบฏอายัดบัญชีแกนนำ
ถาวร เสนเนียม (แฟ้มภาพ)
 
   
“ถาวร” แกนนำ กปปส.ยื่นฟ้อง “ธาริต” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จงใจกลั่นแกล้ง ทำผิด พ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ กรณีอ้างข้อหากบฏสั่งอายัดบัญชีธนาคารแกนนำ จนเกิดความเสียหาย ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุเป็นการชุมนุมโดยชอบ แต่ไม่ฟัง ชี้มุ่งเอาใจนักการเมือง หวังอยู่ในตำแหน่งต่อ
   
  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 3 ม.ค.นายถาวร เสนเนียม อายุ 66 ปี แกนนำ กปปส.ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เป็นจำเลยฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และกระทำผิดต่อ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 โดยนายถาวร ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า
   
  เมื่อระหว่างวันที่ 17-31 ธ.ค. 56 ต่อเนื่องกัน นายธาริต จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ  ที่ ยธ 0800/3924 ลงวันที่ 19 ธ.ค. 56 มายังโจทก์ โดยกล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ในหมู่ประชาชน หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย แต่หากจำเลยได้พิจารณาถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการชุมนุมของโจทก์กับพวกไว้ถึง 9 กรณีเห็นว่า การชุมนุมของโจทก์กับพวกเป็นสิทธิอันพึงกระทำของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และมีมูลเหตุตามสมควรที่บัญญัติไว้ จำเลยจึงต้องพิจารณาไม่ตั้งข้อกล่าวหาทางอาญาต่อโจทก์ แต่จำเลยหาได้ปฏิบัติหน้าที่โดยรับฟังพยานหลักฐานซึ่งเป็นคำวินิจฉัย/คำสั่ง ของศาลรัฐธรรมนูญไม่ กลับรีบร้อนตั้งข้อกล่าวหาและออกหมายเรียกโจทก์ตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 56
   
  นอกจากนี้ เมื่อระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค. 56 ต่อเนื่องกัน จำเลยยังได้บังอาจออกคำสั่งให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ระงับ/อายัดบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ และบัญชีกระแสรายวัน ของโจทก์ซึ่งเปิดไว้ ซึ่งเป็นไปตามหนังสือกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ 3ยธ 0800/3949 ลงวันที่ 19 ธ.ค. 56 เป็นไปตามที่จำเลยแถลงข่าว การกระทำของจำเลย หาได้คำนึงถึงกฎหมายไม่ เพราะพฤติกรรมของจำเลยอันสังคมไม่พึงประสงค์ มักทำหน้าที่เอาใจนักการเมืองผู้มีอำนาจ จนเสียความเป็นธรรม สามารถกระทำการใดทีไม่ถูกต้องตามที่มีการสั่งการ เพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในตำแหน่งต่อไป ทั้งที่ประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องมติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กับพวก รวมถึงโจทก์ซึ่งถูกกล่าวหาด้วย และได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 24 ธ.ค. 56 หลังจากวันที่จำเลยได้ใช้อำนาจหน้าที่ไป ทั้งที่กฎหมายยังไม่ได้รับรองอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่นั้นแล้วถึง 5 วัน กรณีจึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษ และได้รับความเสียหายทางธุรกิจ
   
  การกระทำทั้งหลายของจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานและพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีอาญา เป็นข้าราชการระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังเคยเป็นพนักงานอัยการมีความเชี่ยวชาญทางกฎหมาย แต่กลับเจตนากระทำการโดยมิชอบ ขัดต่อขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษ ระงับ/อายัดบัญชีธนาคารของโจทก์ โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม จึงขอให้ศาลได้โปรดใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยสถานหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 91, 157, 200 และ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 10(3) และวรรคสอง, มาตรา 21 วรรคหนึ่ง(2), มาตรา 24(3) (5) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 131
   
  ศาลรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลข ดำ อ.3/57 ไว้พิจารณา และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ครั้งแรกวันที่ 17 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.
   
  นายถาวร กล่าวภายหลังว่า ตนได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพียงคนเดียว ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม มาตรา 157 และมาตรา 200 ประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากนายธาริตได้กระทำการมิชอบและข้ามขั้นตอนของ พ.ร.บ.กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยอายัดทรัพย์สินของตนที่ได้มาโดยสุจริต อ้างว่า ตนได้ร่วมกระทำการกบฏ ซึ่งความเป็นจริงแล้วมีผู้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลได้ยกคำร้องไปถึง 9 ครั้งด้วยกัน พร้อมกันนั้นศาลยังระบุในคำวินิจฉัยอีกว่า การชุมนุมเป็นการชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพ
   
  เบื้องต้นทราบว่า มีข้อเสียหายคือ มีเช็คที่เบิกไม่ได้ประมาณ 2 แสนกว่าบาท และบัญชีของครัวราชดำเนินกว่า 7 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้ที่โดนอายัดบัญชีเช่นเดียวกับตน ทยอยมาฟ้องนายธาริตต่อศาลอาญาอีก
   
  สำหรับคดีนี้ตนจะขึ้นเบิกความเป็นพยานปากแรกในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ส่วนหลักฐานทางเอกสารจะเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า การชุมนุมของ กปปส.นั้นชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 6 คำวินิจฉัย พร้อมทั้งสมุดบัญชีและเอกสารที่โดนอายัด ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่โดนอายัดทั้งของตนและของคนอื่นนั้น เบื้องต้นทราบมาว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการอายัดทรั พย์ สำหรับส่วนการชุมนุมของ กปปส.ในวันที่ 13 ม.ค.นั้น ตนก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะทางฝ่าย นปช.เองก็จะมีการนัดชุมนุมต่อต้านการปิดกรุงเทพฯ เกรงว่าจะเกิดมีการปะทะกันเกิดขึ้น
   
  “อย่างวันที่ 19 ก.ย. 49 ในตอนนั้น พันธมิตรฯ ก็นัดชุมนุม ขณะที่อีกฝ่ายนึงก็นัดชุมนุมต่อต้านขึ้นมา ทหารเกรงจะมีการปะทะกันก็ออกมาปฏิวัติ ผมเป็นห่วงในเรื่องนี้เพราะการปฏิวัตินั้นไม่ดี” นายถาวรกล่าว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:05:14
เหตุ “บิ๊กกากี” ผิดคิว-วงแตก “มือมืด” ออกคำสั่งซ้อน ผบ.ตร.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 มกราคม 2557 06:59 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
เหตุ “บิ๊กกากี” ผิดคิว-วงแตก “มือมืด” ออกคำสั่งซ้อน ผบ.ตร.
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว
 
เหตุ “บิ๊กกากี” ผิดคิว-วงแตก “มือมืด” ออกคำสั่งซ้อน ผบ.ตร.
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา
 
เหตุ “บิ๊กกากี” ผิดคิว-วงแตก “มือมืด” ออกคำสั่งซ้อน ผบ.ตร.
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
 
   
รายงานการเมือง
   
   เริ่มมีความกระจ่างขึ้นดับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่บริเวณหน้าสนามไทย-ญี่ปุ่ น ดินแดง เมื่อ 26 ธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้มีคนบาดเจ็บมากกว่าร้อยราย และผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย เป็นตำรวจ 1 ราย และพลเรือนอีก 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตสาเหตุมาจาก “กระสุนปืน”
   
  หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเป็นที่ถกเถียงกันมาโดยตลอดว่า “กระสุนปืน” ที่ว่านั้นเป็นฝีมือของใคร
   
  และก็เป็น “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาฯ กปปส.ที่ตั้งข้อสังเกตภายหลังเหตุการณ์ว่ามี “คนชุดดำ” เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงประเด็น “ตำรวจจริง-ตำรวจปลอม” ที่เข้าไปปะปนกันชุลมุนชุลเกไปหมดจนไม่รู้ใครเป็นใคร และทิ้งปมสงสัยว่า “คนชุดดำ” ที่ว่านั้นเป็น “คนฝ่ายรัฐบาล” เช่นเดียวกัน
   
  ก่อนที่จะประกาศขีดเส้น 7 วันให้หาตัวกลุ่มบุคคลที่แต่งกายชุดตำรวจทุบรถของประชาชนบริเวณสนามไทย-ญี่ป ุ่น ดินแดง และชายชุดดำที่อยู่บนตึกกระทรวงแรงงาน
   
  สำทับด้วย “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้บัญชาการทหารบก ที่ออกมาพูดในทำนองเดียวกันว่า จากการตรวจสอบคลิปเหตุการณ์พบว่า มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะเห็นว่าหากไม่มีความรุนแรงจะไม่จบ โดยมีวิธีการเหมือนปี 53 แต่ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ทำในปี 53 ด้วยหรือไม่
   
  สวนทางกับความเห็นของ “ฝ่ายขี้ข้า” ที่เรียงหน้าออกมานั่งยันนอนยันว่า “ไม่มี๊...ไม่มีคนชุดดำ” นำคณะโดย “เฉลิม อยู่บำรุง” ที่ฝอยเป็นตุเป็นตะว่า “คนชุดดำ” ที่เห็นบนตึกกระทรวงแรงานเป็นคนจากฝ่ายผู้ชุมนุมที่ขึ้นใช้สถานที่ตรงนั้นเป ็นฐานในการยิงตำรวจ และออกโรงปกป้องว่า คงไม่มีตำรวจที่ไหนชั่วพอยิงตำรวจด้วยกัน
   
  ในทิศทางเดียวกัน “บิ๊กสีกากี” ก็โร่ออกมาแก้ตัวกันเป็นพัลวัน ทั้ง “บิ๊กย้อย-พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา” รอง ผบ.ตร. “บิ๊กแจ๊ด-พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” ผบช.น. และเจ้าของตำแหน่ง “ขี้ข้ารายล่าสุด” อย่าง “บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย” ในบทบาทโฆษก ศอ.รส.ที่กลัวจะน้อยหน้าคนอื่น กระชากเรตติ้งตัวเองด้วยการแต่งนิยายใส่ร้ายประชาชนแบบไม่กลัวโดนด่าว่า
   
  “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉากจากมวลชน ซึ่งแฝงตัวเข้ามาทุบรถเจ้าหน้าที่ โดยนำเสื้อเกราะและชุดตำรวจไปใส่ แล้วเข้าไปแฝงตัวทำลายทรัพย์สินประชาชน สร้างความเสียหายจนสื่อนำไปเสนอข่าว”
   
  ไม่เท่านั้น ยังอ้างว่าหนึ่งในผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมสารภาพว่า ถูกว่าจ้างด้วยเงิน 500 บาท ให้แฝงตัวเพื่อสร้างความเข้าใจผิดอีกต่างหาก
   
  แต่บรรดา “บิ๊กขี้ข้า” เหล่านี้ก็ต้องถูกตราหน้าว่า “บิ๊กขี้จุ๊” ทันทีหลังเปิดทำงานปีใหม่วันแรก เมื่อ “บิ๊กอู๋-พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” ผบ.ตร.ออกมาให้การสารภาพแบบสวนทางกับเพื่อนชนิดที่ต้องบอกว่า “วงแตก” เลยทีเดียว หลังถูกนักข่าวซักว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการหรือไม่ว่า “อะไรที่เป็นจริงก็ต้องจริง ผมยอมรับ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องวินัย... ทั้งนี้ผมจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน คนบนตึกกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นคนส่งขึ้นไป ส่วนคนที่ทุบรถก็ทราบแล้วว่าเป็นใคร”
   
  สิ่งที่ พล.ต.อ.อดุลย์ยอมรับออกมา เป็นการ “ตอกหน้า” บรรดาบุคคลรายนามข้างต้นอย่างจัง และถูกมองว่าเป็น “สุภาพบุรุษ” ที่ยอมรับความจริง แต่อาจจะช้าไปเสียหน่อย จนมองได้ว่า “จำนนต่อหลักฐาน” จึงต้องออกมาสารภาพแบบเสียไม่ได้มากกว่า
   
  คนแรกที่ร้อนรนออกมาก็เป็น “บิ๊กแจ๊ด” ที่โยน “เผือกร้อน” ให้ “บิ๊กย้อย” ในฐานะที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ เป็น ผบ.เหตุการณ์ในวันนั้นตามคำสั่งของ ศอ.รส. พร้อมออกตัวว่าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อเพื่อนโยนลูกมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว “วรพงษ์” ก็ต้องโร่ออกมา “แถ-ลง” ทันทีว่า เจ้าหน้าที่ที่ขึ้นไปประจำการบนตึกนั้นมีเพียงปืนที่ใช้ยิงแก๊สน้ำตา ปืนลูกซองที่ใช้ยิงกระสุนยาง และแก๊สน้ำตาประเภทขว้างชนิดแป้งและควันเท่านั้น ไม่ได้มีอาวุธปืนจริงแต่อย่างใด
   
  ขัดกับข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้จากแพทย์สถาบันนิติเวชชี้ว่า “ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์” ผบ.หมู่จราจร สน.ตลาดพลู ที่ถูกยิงเสียชีวิตนั้นถูกกระสุนที่มีวิถีมาจากที่สูง
   
  สารภาพไม่หมด บอกความจริงครึ่งเดียว
   
  ซ้ำร้ายยังไม่พูดถึงพฤติกรรม “ป่าเถื่อน” ของตำรวจที่ไล่ทุบรถของประชาชนนับสิบคันจนพังยับเยินที่หน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ ปุ่น ด้วยอาการ “บ้าคลั่ง” กรูกันออกจากเป็นกองร้อย จนชาวบ้าน-สื่อมวลชนเห็นท่าไม่ดีหนีกระเจิดกระเจิง เพราะตำรวจกลุ่มนี้ใช้ “กระสุนจริง” ยิงเปิดทางออกจากรั้วสนามไทย-ญี่ปุ่น ก่อนที่จะใช้กระบองไล่ทุบไล่ตี “คนล้ม” ราวกับมีความแค้นคั่งค้างมาแต่ชาติปางก่อน
   
  และจุดนี้เองที่ผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐถูกยิงด้วย “กระสุนจริง” ยังดีที่นำส่งโรงพยาบาลจนพ้นขีดอันตราย
   
  น่าสนใจกับการ “ผิดคิว” ครั้งนี้ของ พล.ต.อ.อดุลย์ คล้ายกับ “ตั้งใจ” ออกมาพูดเหมือนไม่ได้เตี๊ยมกับพรรคพวก แถมยังเป็นการ “ประจาน” องค์กรตัวเองในที่สาธารณะ ซึ่งไม่น่าจะหลุดออกมาจากปากของ “ผู้นำองค์กร” อย่าง ผบ.ตร.
   
  จนมองได้ว่าที่ “บิ๊กอู๋” ตั้งใจออกมาย้อนศรคำพูดของพรรคพวกแบบนี้เพราะอึดอัดอะไรบางอย่าง สาเหตุอาจเพราะ “ไม่ปลื้ม” กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่หน้าสนามไทย-ญี่ปุ่น “ตำรวจ” กลายเป็น “ศัตรู” ของ “มวลมหาประชาชน” แบบเต็มตัว สร้างกระแสเกลียดชังผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แบบมากขึ้นเป็นทวีคูณ โดยที่ตัวเองไม่ล่วงรู้ หรือเบรกสถานการณ์ได้เลย
   
  อาจจะ “อึดอัด” เพราะอยู่ในฐานะ “ผู้นำองค์กร” แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ฟังคำสั่ง
   
  โบราณว่า “หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก” โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงกับประชาชน หากไม่มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ตำรวจชั้นผู้น้อยมีหรือจะกล้าทำโดยพลการ
   
  คำถามมีว่าหากเรื่องแบบนี้ ผบ.ตร.ยังไม่รู้ แล้วใครกล้าเป็นผู้ออกคำสั่ง และใครกันที่อยู่ “เบื้องหลัง” ในการออกคำสั่งซ้อน ผบ.ตร.
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:06:27
นโยบาย 300 บาทบิดเบือนตลาดแรงงาน รับเหมาป่วนขาดคน ครม.ปูทิ้งทวนต่อสัญญา 150 วัน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 มกราคม 2557 15:51 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นโยบาย 300 บาทบิดเบือนตลาดแรงงาน รับเหมาป่วนขาดคน ครม.ปูทิ้งทวนต่อสัญญา 150 วัน
 
   
ผลพวงนโยบายค่าแรง 300 บาทบิดเบือนตลาดแรงงานอย่างรุนแรงจนกระทบงานก่อสร้างจำนวนมาก ครม.ปูทิ้งทวนต่ออายุงานก่อสร้างที่ทำสัญญาก่อน 1 ม.ค. 56 ไปอีก 150 วัน ตอกย้ำอีกหนึ่งนโยบายที่ไม่เวิร์ก เผยบางงานเลิกสัญญาแล้วต้องคืนค่าปรับ ส่วนงานก่อสร้างรถไฟฟ้าได้สิทธิ์ทั่วถึง ทั้งสีแดง, สีน้ำเงิน, สีม่วง, เขียว มูลค่ากว่า 1.7 แสนล้าน รับเหมารายใหญ่แห่ใช้สิทธิ์ทำคนไทยเสียโอกาสใช้รถไฟฟ้าช้าไปอีก 5 เดือน
   
  แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากกา รขาดแคลนแรงงานอันเนื่องมาจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยสัญญาที่ลงนามกับหน่วยงานก่อนวันที่ 1 มกราคม 2556 ให้ขยายอายุสัญญาออกไปอีก 150 วัน พร้อมทั้งงดหรือลดค่าปรับนับจากวันสิ้นสุดอายุสัญญารวมถึงกรณีสัญญาลงนามระห ว่างวันที่ 1 มกราคม 2556-22 เมษายน 2556 และยังไม่ได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายจะได้รับสิทธิ์ต่ออายุสัญญา 150 วันด้วย ส่วนที่ส่งมอบงานงวดสุดท้ายระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2556-22 เมษายน 2556 ได้รับสิทธิ์ลดหรืองดค่าปรับไม่เกิน 150 วัน กรณีหน่วยงานบอกเลิกสัญญาช่วงวันที่ 1 มกราคม 2556-22 เมษายน 2556 เนื่องจากผลกระทบขาดแคลนแรงงาน ให้ถือไม่เป็นผู้ทิ้งงาน โดยงานที่มีค่าปรึกษาควบคุมงาน ผู้รับจ้างต้องรับภาระค่าจ้างที่ปรึกษาในช่วงที่ขยายเวลาออกไป ทั้งนี้ ผู้รับเหมาต้องขอใช้สิทธิ์ตามมติ ครม.ภายใน 60 วันนับจากวันที่ ครม.มีมติ ซึ่งจะครบวันที่ 24 มกราคม 2557
   
  แหล่งข่าวกล่าวว่า นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาทส่งผลต่อตลาดแรงงานโดยตรง โดยมีแรงงานย้ายออกจากพื้นที่ไปจำนวนมาก ทำให้จำนวนแรงงานไม่สมดุลกับปริมาณงานก่อสร้างในแต่ละพื้นที่ ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ยิ่งได้รับผลกระทบหนัก โดยต้องหันไปพึ่งแรงงานค่าแรงสูงกว่า หรือลงทนซื้อเครื่องจักรเข้ามาทำงานเพิ่ม ทั้งนี้ นโยบายขึ้นค่าแรงถือเป็นเรื่องที่ดีในการยกระดับชีวิตคนไทยที่ใช้แรงงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ความสำเร็จของงานล่าช้าออกไปจากเดิม ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจล่าช้าไปด้วย ในขณะที่ค่อนข้างยุ่งยากในกรณีที่หน่วยงานได้บอกเลิกสัญญาและปรับผู้รับเหมา ไปแล้วเพราะต้องคืนค่าปรับ
   
  นายจเร รุ่งฐานีย์ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและงานก่อสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า โครงการของฝ่ายก่อสร้าง 4 สัญญาเข้าข่ายตามมติ ครม.ทั้งหมด ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสีแดง บางซื่อ-รังสิต สัญญา 1 (งานสถานีกลางบางซื่อและงานซ่อมบำรุง) วงเงิน 29,826 ล้านบาท (กิจการร่วมค้า SU (บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)), สัญญา2 (งานโยธาสำหรับทางรถไฟ) วงเงิน 24,102 ล้านบาท (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์) โครงการปรับปรุงทางระยะที่ 5 ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 8,070 ล้านบาท (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์) โครงการปรับปรุงทางระยะที่ 6 ระยะทาง 278 กม.วงเงิน 6,549 ล้านบาท (กิจการร่วมค้า เอ เอส เอส ที) โดยคาดว่าผู้รับเหมาจะยื่นสงวนสิทธิ์ทั้งหมด
   
  “ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันคือทำให้แรงงานเดิมที่เคยจ้างได้เกิดการโยกย้ายไปอยู่ที่อื่น หาแรงงานยากขึ้น และหากเป็นโครงการที่ยื่นประมูลก่อนมีมติปรับค่าแรงจะได้รับผลกระทบต่อต้นทุ นที่คำนวณค่าแรงอัตราเดิมไว้ เมื่อจ้างจริงจึงเกินงบ” นายจเรกล่าว
   
  ส่วนสัญญางานก่อสร้างฝ่ายโยธาการรถไฟฯ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในขณะนี้ส่วนใหญ่เข้าข่ายทั้งหมดซึ่งเป็นสัญญาเล็ก วงเงินไม่มาก โดยมีที่ทำงานไม่เสร็จตามสัญญาและถูกปรับแล้ว เช่น งานปรับปรุงทางรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย วงเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งได้สิทธิ์คืนค่าปรับ เป็นต้น
   
  ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า สัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในปัจจุบันทุกโครงการเข้าข่ายได้รับสิทธิ์ขยายอ ายุสัญญา 150 วัน คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สัญญา 1 (โครงสร้างทางยกระดับตะวันออก ช่วงบางซื่อ-เตาปูน-สะพานพระนั่งเกล้า) ระยะทาง 12 กม. วงเงิน 14,842 ล้านบาท (กิจการร่วมค้า ซีเคทีซี : บมจ.ช.การช่าง และโตคิว คอนสตรัคชั่น)
   
  สัญญา 2 (โครงสร้างทางยกระดับส่วนตะวันตก ช่วงสะพานพระนั่งเกล้า-คลองบางไผ่) ระยะทาง 11 กม. วงเงิน 13,050 ล้านบาท (บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น) สัญญา 3 (งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ) วงเงิน 5,050 ล้านบาท(กิจการร่วมค้าพีเออาร์ : บมจ.เพาเวอร์ไลน์-บมจ.แอสคอน-บจ.รวมนครก่อสร้าง) สัญญา 6(งานวางระบบราง) วงเงิน 3,585 ล้านบาท (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์)
   
  สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (หัวลำโพง-บางแค บางซื่อ-ท่าพระ) สัญญา 1 (งานออกแบบควบคู่งานก่อสร้างเส้นทางใต้ดิน ช่วงหัวลำโพง-สนามชัย) ระยะทาง 2.8 กม. วงเงิน11,441 ล้านบาท (บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์) สัญญา 2 (งานออกแบบควบคู่งานก่อสร้างเส้นทางใต้ดิน ช่วงสนามไชย-ท่าพระ) ระยะทาง 2.6 กม. วงเงิน 10,687 ล้านบาท (บมจ.ช.การช่าง)
   
  สัญญา 3 (งานก่อสร้างทางยกระดับ ช่วงเตาปูน-ท่าพระ) ระยะทาง 11กม. และงานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 1 แห่ง วงเงิน 11,284 ล้านบาท (กิจการร่วมค้าเอสเอช-ยูเอ็น : บริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น จำกัด-บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น) สัญญา 4 (งานก่อสร้างทางยกระดับช่วงท่าพระ-หลักสอง) ระยะทาง 10.5 กม. วงเงิน 13,334 ล้านบาท (บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น) สัญญา 5 (งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างระบบรางทั้งโครงการ วงเงิน 5,153 ล้านบาท (บมจ.ช.การช่าง)
   
  สายสีเขียวอ่อน (แบริ่ง-สมุทรปราการ) สัญญา 1 (งานโครงสร้างยกระดับจากสถานีสำโรง-สถานีเคหะสมุทรปราการ) ระยะทง 13 กม. วงเงิน 14,088 ล้านบาท (บมจ.ช.การช่าง โดยเบื้องต้นมีผู้รับเหมาทำหนังสือขอใช้สิทธิ์ตามมติ ครม. และคาดว่าน่าจะขอใช้สิทธิ์ทุกสัญญา
   
  นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า งานก่อสร้างของกรมทางหลวง ทั้งสำนักก่อสร้างทางที่ 1, 2, 3 สำนักก่อสร้างสะพานที่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ตามมติ ครม. เรื่องค่าแรง 300 บาทมีจำนวน 36 สัญญา วงเงินรวมประมาณ 16,000 ล้านบาท ซึ่งผู้รับเหมาเริ่มทยอยส่งหนังสือสงวนสิทธิ์เข้ามาแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:08:13
กปปส.ซัดพบพิรุธ ตร.หลายจุดเหตุปะทะศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  3 มกราคม 2557 12:54 น.  
 
  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงตอบโต้ข้อมูลของฝ่ายตำรวจ ที่ทางตำรวจระบุว่า การเสียชีวิตของตำรวจและผู้ชุมนุม บริเวณศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ไม่ได้มาจากการยิงของตำรวจ ที่อยู่บนอาคารกระทรวงแรงงาน เพราะไม่ได้อยู่ในทิศทางที่สามารถยิงได้ โดยตั้งข้อสงสัยถึงผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวชที่ระบุว่า ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ เสียชีวิตจากวิถีการยิงมุมสูง 45 องศา โดยตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจจึงไม่ประจำการภายในศูนย์เยาวชน เพราะมีภารกิจป้องกันผู้สมัครเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ของ กกต.
   รวมทั้งตั้งข้อสังเกตอีกว่า การปรากฏภาพว่า มีตำรวจอยู่บนอาคาร 1 ของกระทรวงแรงงาน อาจหมายถึงความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีเจ้าหน้าที่อยู่บนตึกอื่นๆ ของกระทรวงแรงงานอีกก็ได้ ซึ่งตำรวจมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง มากกว่าการหาข้อมูลมาแก้ไขความผิดพลาด จากการให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน และเพิ่งจะมีการตรวจสอบภายหลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมายอมรับว่า กลุ่มคนบนกระทรวงแรงงานนั้นเป็นตำรวจ
 
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:08:58
แกนนำ กปปส.สตูล เตรียมขนมวลชนหนุนปิด กทม.ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  4 มกราคม 2557 13:37 น.  
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
แกนนำ กปปส.สตูล เตรียมขนมวลชนหนุนปิด กทม.ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
 
แกนนำ กปปส.สตูล เตรียมขนมวลชนหนุนปิด กทม.ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
 
แกนนำ กปปส.สตูล เตรียมขนมวลชนหนุนปิด กทม.ยันปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
 
   
สตูล - แกนนำ กปปส.สตูล แถลงการณ์ควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง พร้อมรับบริจาคเงิน และน้ำดื่มจำนวนมากเพื่อสมทบทุนในการเดินทาง และเตรียมขนมวลชนขึ้นชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 11 ม.ค.นี้
   
  วันนี้ (4 ม.ค.) เครือข่าย กปปส.สตูล นำโดยนายจิรายุ ไข่สีทอง แกนนำทีมเปิดห้องแถลงการณ์ ที่โรงแรมพินนาเคิลวังใหม่ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ถึงท่าทีการตอบรับร่วมขนมวลชนขึ้นสมทบปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคม 2557 พร้อมกันทั่วประเทศ โดยนายจิรายุ ไข่สีทอง แกนนำ กปปส.สตูล บอกว่า ชาวสตูลไม่ได้นิ่งเฉย โดยวันที่ 10 มกราคม 2557 นี้ จะมีการนัดรวมพลเพื่อเปิดเวทีปราศรัยถึงความไม่ชอบธรรมของระบอบทักษิณ และเห็นว่าควรมีการปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้
   
  พร้อมทั้งตั้งโต๊ะรับบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนในการเดินทางขึ้นกรุงเทพมหานคร และรับบริจาคน้ำดื่มจำนวนมากยังจุดที่ตั้งบริเวณตลาดนัด ซอย 10 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ก่อนจะนัดพบเพื่อพร้อมใจกันเดินทางขึ้น กทม.ในวันที่ 11 มกราคม 2557 โดยขณะนี้มีมวลชนตอบรับขึ้น กทม.แล้ว 8 คันรถบัส โดยมวลชนท่านใดสนใจร่วมปิดกรุงเทพฯ เพื่อปฏิรูปประเทศใหม่ให้ติดต่อสอบถามได้ที่จุดรับบริจาคตามวันเวลาดังกล่าว  
   
  แกนนำ กปปส.สตูล กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการเคลื่อนไหวในจังหวัด วันที่ 13 มกราคม 2557 นั้น ขณะนี้ต้องคุยกับแกนนำในอำเภอต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งการแถลงการณ์ในวันนี้เพื่อประกาศในทุกคนรู้โดยทั่วกันว่า มวลชนสตูลพร้อมร่วมปิดกรุงเทพฯ กับเครือข่ายกำนันสุเทพแล้ว
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/06/14 เวลา 07:10:10
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต "เสก โลโซ" หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  5 มกราคม 2557 23:45 น.  
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
  ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กปปส.ภูเก็ตรวมตัวแสดงพลังคัดค้านการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องชื่อดัง เสก โลโซ หลังโพสต์เฟสบุ๊ค “อยากเตะก้านคอ” จนเจ้าภาพต้องประกาศยกเลิกท่ามกลางเสียงโห่ร้อง
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
  เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้( 5 ม.ค.57)ที่บริเวณทางเข้างานเทศกาลของดีเมืองภูเก็ตและงานกาชาดประจำปี2557 วงเวียนสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต กลุ่ม กปปส.ภูเก็ตกว่า 100 คน ได้รวมตัวชูป้ายแสดงพลังคัดค้านการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินนักร้องชื่อดัง “เสก โลโซ” หรือ นาย เสกสรร ศุขพิมายที่จะมาร่วมแสดงคอนเสิร์ตภายในงาน พร้อมทั้งมีการแจกเอกสารเชิญชวนผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรไปมาร่วมแสดงพลังต่อต ้าน
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
  การรวมตัวของกลุ่มกปปส.ภูเก็ตดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ เสก โลโซ ได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวด้วยข้อความว่า “เมื่อก่อนเลือกตั้งทีต้องขอให้ดารานักร้องมารณรงค์ชวนคนมาเลือกตั้ง วันนี้กูโพสต์บอกกูจะไปเลือกตั้งมึงมาคอมเม้นท์ด่ากู พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกันหมดHuh มึงมีสติกันบ้างไหม? ใครคิดต่างกับมึงไม่ได้เลยหรือไงสัส!!!พวกมึงบ้าไปแล้วมึงรู้ตัวบ้าง! มึงเป็นคนไทยกันมั้ยเนี่ย? กูอยากเตะก้านคอแม่งจริงๆ เหี้ยจริงๆสัสเอ๊ย!!!” จนข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ต่อๆออกไปอย่างแพร่หลายในโซเชียลเน็ตเวิร์ก และเมื่อมีข่าวจะมีการแสดงคอนเสิร์ตขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต กลุ่มกปปส.ภูเก็ตจึงมีการนัดหมายแสดงพลังต่อต้านกันขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่ านมา
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
  โดยหลัง 6 โมงเย็นมีกลุ่มกปปส.มาร่วมสมทบมากขึ้นอีกประมาณ 300 คน มีการนำธงชาติ นกหวีด สัญลักษณ์สำคัญมาร่วมแสดงพลัง แกนนำมีการสั่งผู้ชุมนุมให้จับตาสังเกตรถตู้และรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ที่คาด ว่าจะมาส่งนักร้องคนดัง แต่ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงยังไม่มีรถคันดังกล่าว
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
  กระทั่งในเวลาประมาณ 20.30 น. นางภาวินี อินทุสูต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางออกมาพบกับผู้ชุมนุม เพื่อขอเจรจาให้มีการแสดงคอนเสิร์ตต่ออย่างราบรื่นเพราะเป็นคืนสุดท้ายของงา นกาชาดประจำปี แต่หลังเจรจาผู้ชุมนุมไม่ยอมรับข้อเสนอจึงมีการเป่านกหวีดและโห่ไล่จนนายกเห ล่ากาชาดพร้อมเจ้าหน้าที่ต้องถอยกลับเข้าไปในงาน ผู้ชุมนุมจึงปักหลักสังเกตการณ์ต่อด้วยความสงบ ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีวี่แววของนักร้องคนดัง กระทั่งในเวลา 21.30 น.ที่บนเวทีกลางก็มีการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตของเสก โลโซท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ และผิดหวังของผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่วงอื่นๆก็ยังคงมีการแสดงต่ออย่างเป็นปกติ
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
  อย่างไรก็ตามที่หน้าโปรไฟล์เฟสบุ๊กของนักร้องคนดังที่ใช้ชื่อว่าSEK LOSO ยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหว มีเพียงการโพสต์เชิญชวนแฟนเพลงร่วมชมคอนเสิร์ตที่งานกาชาดภูเก็ต ซึ่งโพสต์ไว้ก่อนหน้าที่จะเกิดการคัดค้านดังกล่าว แต่ก็ยังมีแฟนเพลงไม่น้อยที่ยังหลั่งไหลเข้าให้กำลังใจ
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
 
กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต เสก โลโซ หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
   
   
   
 
 
 ข่าวล่าสุด ในหมวด
 กปปส.ภูเก็ตรวมตัวต้านคอนเสิร์ต "เสก โลโซ" หลังโพสต์ อยากเตะก้านคอฯ
 ประกบยิง ผู้ช่วย ผญบ. เสียชีวิต ที่ปัตตานี
 คนขับแท็กซี่-ตุ๊กตุ๊กภูเก็ตทำดีเก็บกระเป๋าเงินนักท่องเที่ยวส่งคืนเจ้าของ  
 กปปส.สตูล 7 อำเภอ เตรียมจัดทัพมวลมหาประชาชนหนุนกำนันสุเทพ 13 ม.ค.นี้
 เผยภาพสเกตช์คนร้ายยิงปืนขู่บ้าน “นายหัวชวน”
 
     
 
   
เครื่องมือจัดการเว็บ
 ส่งบทความนี้ต่อ
 พิมพ์หน้านี้
 ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จากคุณ: liveordie โพสเมื่อวันที่: 01/08/14 เวลา 06:59:03
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม  6 มกราคม 2557 17:22 น.  
 
 
   
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
   
 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
พยาบาลอาสา จี้เอาผิดตร.คลั่งทุบรถ-ลักทรัพย์ชาวบ้านช่วงเหตุการณ์ปะทะหน้า สนามฯไทย -ญี่ปุ่น ดินแดง (ชมคลิป)
 
   
พยาบาลอาสาพร้อมทนายเกือบ 10 ราย เดินทางร้องทุกข์บก.ปปป. ตร.ชุดปราบจลาจลคลั่งเดินแถวทุบรถและลักทรัพย์ชาวบ้าน ในวันปะทะที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง
  คลิกเพื่อรับชมคลิป...
   
 
   
  วันนี้ ( 6 ม.ค.) ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชก าร (บก.ปปป.) เมื่อเวลา 15.30 น. นางสุดารัตน์ ชัยศรีมาวงศ์ อายุ 42 ปี นายสมนึก ชัยศิริ อายุ 47 ปี นายสงวนศักดิ์ อังคลักขณา อายุ 40 ปี นายสุรพล เอียดสุวรรณ อายุ 50 ปี และผู้เสียหายอีก 3 ราย รวม 7 ราย พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายความกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิ ปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ( กปปส.) เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.รฐนนท์ ทิพย์คุณ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.รวมทั้งกำลังตำรวจชุดปราบจลาจล (ปจ.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลักทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์ โดยนำหลักฐานภาพถ่าย และคลิปวีดีโอ ช่วงที่ตำรวจซึ่งแต่งกายชุด ปจ.ทุบรถที่จอดในบริเวณสนามกีฬาดังกล่าว มอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
   
  นางสุดารัตน์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 16.30 น.ตนได้ขับรถยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ถอ 355 กรุงเทพมหานคร เพื่อลำเลียงน้ำเปล่าไปให้กับผู้ชุมนุมที่ถูกแก๊สน้ำตา เนื่องจากได้ทำหน้าที่เป็นรถอาสาพยาบาล โดยมีการติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่กระจกหน้ารถอย่างชัดเจน และจอดไว้ในบริเวณใกล้ประตู 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง อยู่ในแนวเดียวกับรถพยาบาลของ โรงพยาบาลต่างๆ ที่จอดรอรับผู้ได้รับบาดเจ็บการเหตุปะทะกันดังกล่าว ซึ่งช่วงที่ตนลงจากรถมาเพื่อรีบขนน้ำเปล่านั้น ยังคงมีการยิงแก๊สน้ำตาจากฝั่งของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งยังได้ยินเสียงดังคล้ายปืน ทำให้ต้องรีบวิ่งหลบหนีออกมาก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่หลังจากการปะทะกันสงบลงแล้ว จึงได้เดินกลับไปที่รถ และพบว่ารถถูกทุบทำลายเสียหายกระจกแตกทั้งคัน ประตูฝั่งคนขับพัง ยางล้อแตก ส่วนทรัพย์สินภายในรถ ประกอบด้วย ไอแพด เงินสดกว่า 30,000 บาท ภายในกระเป๋าสะพายสูญหายไป
   
  นางสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า หลังจากตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ แล้ว ก็ยังเห็นรถคันอื่นๆ ที่จอดอยู่ใกล้กัน รวมทั้งที่จอดอยู่บริเวณประตู 2 สนามกีฬาดังกล่าว ก็ถูกทุบได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ต่อมาได้มีผู้ชุมนุมพาตนไปตรวจสอบกระเป๋าสะพายที่ได้แจ้งว่าสูญหายไป โดยพบว่าถูกนำไปเผา แต่ยังไม่ไหม้ ภายหลังเกิดเหตุตนจึงได้รวมตัวกับผู้เสียหายอีกหลายราย เข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดง แต่ตำรวจกลับไม่รับแจ้งความ จากนั้นก็ปรึกษากับทนายความกลุ่ม กปปส.ก่อนจะมาแจ้งความที่ บก.ปปป.ดังกล่าว
   
  “เหตุที่เกิดขึ้น ฉันเสียความรู้สึกกับการกระทำของตำรวจมาก เพราะเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ทั้งที่รถไม่มีใครนั่งอยู่ มีเพียงขวดน้ำที่ลำเลียงมาเพื่อช่วยคนที่ถูกแก๊สน้ำตา มีการติดสติ๊กเกอร์ไว้ด้านหน้ารถอย่างชัดเจนว่า เป็นรถอาสาพยาบาล แต่ก็ยังมาทำกันได้ ” นางสุดารัตน์ กล่าว
   
  ขณะที่ นายสมนึก กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้นำรถยนต์โตโยต้า ทะเบียน ปว 1227 กรุงเทพมหานคร ไปจอดไว