หน้าแรกเว็บบอร์ด หน้าแรกเว็บบอร์ด
   For MD.
   Doctor Room l ห้องพักแพทย์
   Post reply ( Re: แพทย์เรียนรู้รูปแบบ online แม้จัดกิจกรรม onsite ตามปกติ )
ขอเชิญเพื่อนแพทย์พูดคุย แสดงความคิดเห็นครับ
หัวข้อ:
ใส่ชื่อ:
Email:
Add YABBC tags:
Add Smileys: <more...>
ข้อความ:

Disable Smilies




Topic Summary
จากคุณ: IQ โพสเมื่อวันที่: 09/17/23 เวลา 11:27:29
การสำรวจของ Docquity เผยว่า แพทย์เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ online สูงกว่ารูปแบบ onsite หรือการเข้าร่วมกิจกรรม ณ สถานที่จริง (3.9 ครั้งต่อเดือน เทียบกับ 3.0 ครั้งต่อเดือน)
รูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วยผู้ที่เน้นการเรียนในรูปแบบดิจิทัลหรือผ่านทาง online เป็นหลัก กับผู้ที่เน้นการเรียนรู้ ณ สถานที่จริงหรือ onsite เป็นหลัก อย่างไรก็ดีทั้งสองกลุ่มมีการเรียนรู้ผ่านรูปแบบดิจิทัลเหมือนกัน แต่มีการปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมในลักษณะที่แตกต่างกัน
แม้สังคมจะหันกลับมาจัดมีปฏิสัมพันธ์ ณ สถานที่จริงกันแล้ว แต่ 91.1% ของแพทย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบดิจ ิทัลต่อไป ตามข้อมูลจากรายงานฉบับใหม่ Docquity Pulse Check 2023: Decoding a Doctor's Learning and Engagement Habits เพื่อสำรวจพฤติกรรมการเรียนรู้และปฏิสัมพันธ์ของแพทย์ ชี้ให้เห็นว่าแพทย์เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้รูปแบบดิจิทัลบ่อยครั้งกว่า (3.9 ครั้งต่อเดือน) เมื่อเทียบกับกิจกรรมที่ดำเนินการ ณ สถานที่จริง (3.0 ครั้งต่อเดือน)
 
Docquity เป็นเครือข่ายดิจิทัลสำหรับแพทย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใ ต้ ประกอบด้วยแพทย์กว่า 400,000 คน ซึ่งคิดเป็นประมาณสองในสามของแพทย์ทั้งหมดในภูมิภาค จึงทำให้ Docquity ได้เรียนรู้มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการด้านการเรียนรู้ขอ งแพทย์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ด้วยกัน และปฏิสัมพันธ์กับบริษัทยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์
 
จากการสำรวจที่ทำขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ปี 2566 ในแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เฉพาะทางกว่า 2,500 คนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การศึกษานี้พบว่ารูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แพทย์ที่เน้นการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลกับแพทย์ที่เน้นการเรียนรู้ ณ สถานที่จริง อย่างไรก็ตามทั้งสองกลุ่มนี้ยังคงมีการเรียนรู้ทั้งแบบ online และ onsite ควบคู่กันไป โดยผู้ที่เน้นการเรียนรู้รูปแบบ onsite นั้นยังเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชั่น Docquity ในจำนวนครั้งที่ใกล้เคียงกับผู้ที่เน้นการเรียนรู้รูปแบบ online เพียงแต่ใช้เวลาน้อยกว่าในแต่ละครั้ง ขณะที่ผู้ที่เน้นการเรียนรู้รูปแบบดิจิทัลมีความยืดหยุ่นในการปฏิสัมพันธ์ผ่ านช่องทางต่าง ๆ มากกว่า
 
"Digital solutions ยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากแพทย์เพื่อรับมือกับข้อจำกัดของระบบส ุขภาพที่มีอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอุปสรรคด้านการเข้าถึงและด้านทรัพยากร" Indranil Roychowdhury CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Docquity กล่าว "การสำรวจของเราในปี 2566 นี้แสดงให้เห็นว่าแทนที่จะคำนึงถึงรูปแบบการเรียนรู้และการมีปฏิสัมพันธ์ของ แพทย์ โดยแบ่งการเรียนรู้เป็นแบบดิจิทัลหรือแบบ ณ สถานที่จริงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว อุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการผสมผสานรูปแบบการเ รียนรู้ทั้ง 2 รูปแบบ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อการเข้าถึงผู้เรียนทั้งสองกลุ่มนี้ได้อ ย่างมีประสิทธิภาพ"
 
การปฏิบัติ การเรียนรู้ และการทำงานร่วมกันรูปแบบดิจิทัล ช่วยรับมือกับความท้าทายของบริการด้านการดูแลสุขภาพ
 
สัดส่วนระหว่างแพทย์ต่อผู้ป่วยในเอเชียนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD [1] จึงมีการคาดการณ์ว่า 75.2% ของแพทย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเข้าร่วมการปรึกษาแพทย์ผ่านทางออนไลน์ (teleconsultation) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีที่จะถึงนี้
 
Docquity พบว่าการเติบโตของการบริการด้านสุขภาพในรูปแบบดิจิทัลสอดคล้องกับพฤติกรรมกา รเรียนรู้ของแพทย์ด้วย เช่น เมื่อมีตัวเลือกการเรียนรู้แบบ Hybrid แพทย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค (65.9%) เลือกที่จะเข้าร่วมในรูปแบบดิจิทัล เนื่องด้วยตารางการทำงานที่ค่อนข้างแน่นแพทย์กว่าครึ่ง (52.9%) จึงเลือกการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล เพราะต้องการความสะดวก
 
เครือข่ายระหว่างแพทย์ในรูปแบบดิจิทัลมีความสำคัญเช่นกันในการช่วยคลายความต ึงเครียดจากการทำงาน Docquity พบว่าแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปฏิสัมพันธ์กับแพทย์คนอื่น ๆ วันละครั้งหรือบ่อยกว่านั้น โดย 48.4% ของปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นเกิดขึ้นผ่านทางออนไลน์ โดยเป็นการพูดคุยหารือกันเกี่ยวกับผู้ป่วยเป็นหลัก (60.4%) ในขณะที่การปฏิสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนร่วมวิชาชีพและการสนับสนุนทางสังคม (20.4%) ก็เป็นอีกเหตุผลหลักเช่นกัน
 
การขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพต้องผสมผสานระหว่างรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์  
 
การศึกษาโดย Docquity ชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการเรียนรู้ของแพทย์สะท้อนให้เห็นถึงการมีปฏิสัมพันธ์ใน ลักษณะที่แพทย์มีความสนใจเป็นหลัก จากการที่แพทย์ทั้ง 2 กลุ่มยังคงเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแอป Docquity ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ชี้ให้เห็นว่าความสนใจในการเรียนรู้ของแพทย์ไม่ได้จำกัดแค่เพียงรูปแบบใดรูป แบบหนึ่งเท่านั้น ในขณะที่ผู้เรียนรู้ที่เน้นรูปแบบ ณ สถานที่จริงมีความโน้มเอียงไปทางปฏิสัมพันธ์แบบออฟไลน์กับตัวแทนในอุตสาหกรร มเป็นสัดส่วน 80.6%แต่ผู้เรียนรู้ที่เน้นรูปแบบดิจิทัลมีความยืดหยุ่นมากกว่าระหว่างปฏิสั มพันธ์แบบออนไลน์ (56.9%) กับออฟไลน์ (43.1%)
 
แพทย์มองว่าปฏิสัมพันธ์เช่นนี้ในช่องทางต่าง ๆ โดยทั่วไปแล้วมีประโยชน์ โดยให้คะแนน 7.1 จาก 10 คะแนน และส่วนใหญ่ระบุว่ามีปฏิสัมพันธ์กับช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ประมาณ 50% ของเวลาทั้งหมด
 
"ผลของการสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่าวงการบริการด้านสุขภาพได้ผ่านการเปลี่ยนแปล งสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวแล้ว" Roychowdhury กล่าวเพิ่มเติม "ส่วนแบ่งตลาดขนาดใหญ่ของความต้องการรูปแบบดิจิทัลและความต้องการที่แตกต่าง กันของแพทย์ชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญของบริษัทในอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับคุณภา พของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ด้วยการเพิ่มการเข้าถึงออนไลน์ให้มากที่สุ ด เสริมกับการปฏิสัมพันธ์รูปแบบออฟไลน์อย่างมีกลยุทธ์"
 
ด้านล่างนี้เป็นประเด็นสำคัญจาก Docquity Pulse Check ประจำปี 2566
 
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2208238/Docquity_Pulse_Check_PR_Image.j pg
 
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองเชิงลึกจากการสำรวจประเด็นสำคัญ ในเรื่องพฤติกรรมการเรียนรู้ของแพทย์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ และโอกาสสำหรับปฏิสัมพันธ์ในอุตสาหกรรม ได้จากรายงานฉบับเต็ม บทเฉพาะของแต่ละประเทศอยู่ในภาคผนวก
 
เกี่ยวกับด็อกควิตี้ https://docquity.com/
 
Docquity เป็นแหล่งรวมบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองและเป็นที่ไว้วางใจ โดยมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้วิสัยทัศน์การเชื่อมโยงแพทย์เข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรในวงกว้าง Docquity เป็นสื่อกลางช่วยให้แพทย์ได้เรียนรู้ เชื่อมโยงและเติบโต ร่วมกันกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการเข้าถึงและให้ความรู้กับแพทย์ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ในวิชาชีพแพทย์อีกด้วย
 
Docquity มีแพทย์ที่เป็นสมาชิกกว่า 400,000 คนในแพลตฟอร์ม และมีสำนักงานอยู่ในอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และไต้หวัน
 
[1]  OECD. (2022). Health at a Glance Asia/Pacific 2022. OECD iLibrary  
 
https://mma.prnewswire.com/media/2208238/Docquity_Pulse_Check_PR_Image.j pg" alt="" border="0">


  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved. !--BEGIN WEB STAT CODE-->

Powered by