หน้าแรกเว็บบอร์ด หน้าแรกเว็บบอร์ด
   For MD.
   Doctor Room l ห้องพักแพทย์
   Post reply ( Re: รับจ๊อบเอกชน df โดนหัก 10% เป็นรายได้ 40(6) หรือ (1) ครับ )
ขอเชิญเพื่อนแพทย์พูดคุย แสดงความคิดเห็นครับ
หัวข้อ:
ใส่ชื่อ:
Email:
Add YABBC tags:
Add Smileys: <more...>
ข้อความ:

Disable Smilies




Topic Summary
จากคุณ: Hippo โพสเมื่อวันที่: 08/29/22 เวลา 19:10:13
ขอถามพี่ๆน้องๆในนี้ครับ  
รับจ๊อบผ่าตัด รพ.เอกชน จะมีหัก df 10% เข้าเป็นรายได้ของ รพ.
เราจะได้ 90% แต่ไม่มีหักภาษี ณ ที่จ่าย
รายได้เมื่อยื่นภาษีตรงนี้ควรเป็น 40(6) หรือ (1) ครับ
จากคุณ: DrBaby โพสเมื่อวันที่: 08/30/22 เวลา 08:53:01
40(6)ค่ะ แต่เวลาคิดยอดรายได้ ต้องเอา100%ของ DF มาคิดภาษีนะคะ
จากคุณ: Hippo โพสเมื่อวันที่: 08/31/22 เวลา 18:24:25
on 08/30/22 เวลา 08:53:01, DrBaby wrote:
40(6)ค่ะ แต่เวลาคิดยอดรายได้ ต้องเอา100%ของ DF มาคิดภาษีนะคะ

ขอบคุณครับ พอดีไปเจอคลิปนึงเขาบอกว่า 40(6) ใช้ได้เฉพาะกรณีมีชื่อแพทย์เป็นเจ้าของสถานประกอบการ เลยงงครับ  
Thanks
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 09/01/22 เวลา 11:43:45
ทำงานพาร์ทไทม์ ไม่ใช่หักภาษี 40(2) เหรอครับ
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 09/01/22 เวลา 11:46:50
ถ้า 40(6) คือเราเปิดคลินิกเอง หรือ มีนายทุนออกตังค์ให้เราทำ รพ./ คลินิก ...คือ ชื่อในป้ายที่แขวน/ ผู้ขอทำคลินิก เป็นเรา นั่นแหละ
จากคุณ: Hippo โพสเมื่อวันที่: 09/01/22 เวลา 16:11:43
on 09/01/22 เวลา 11:43:45, Dr._Panya wrote:
ทำงานพาร์ทไทม์ ไม่ใช่หักภาษี 40(2) เหรอครับ

อ้าว 40(2) เหรอครับ ชักงงเข้าไปใหญ่  
จากคุณ: DrBaby โพสเมื่อวันที่: 09/01/22 เวลา 21:15:11
สัญญารพ.เอกชนทำงานจะเป็น สัญญาเช่าสถานที่ทำงานประกอบโรคศิลป์แล้วแบ่งรายได้เข้ารพ. ถือเป็นค่าใช้จ่ายค่ะ Wink
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 09/03/22 เวลา 13:57:33
40(2) คือ ทางเรารับเงิน/ ค่าจ้าง (แบบไม่ประจำ) จาก รพ./ คลินิก
40(6) คือ ทางเราจ่ายเงิน (ค่าเช่า) ให้แก่ทาง รพ./ คลินิก  
 
ประมาณนี้ มั้งครับ
จากคุณ: pipolulu โพสเมื่อวันที่: 09/07/22 เวลา 18:34:25
ถามบัญชี รพ. ครับ
 
ได้คำตอบที่แน่นอนมากที่สุดครับ
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 09/12/22 เวลา 20:32:27
40(2) หมายถึงกรณีที่แพทย์รับเงินค่าจ้างจากโรงพยาบาล คือโรงพยาบาลเป็นผู้จ้างแพทย์มาทำ โดยตกลงอัตราไว้ชัดเจนว่าค่าจ้างเท่าไหร่ เช่น เวรนอน 10 ชั่วโมง โรงพยาบาลตกลงจ่ายให้ 5000 บาท แพทย์ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวตรงนี้เลย
 
40(6) ใช้กรณีที่แพทย์เป็นผู้เก็บค่าบริการจากคนไข้ เช่น แพทย์เก็บคนไข้ 10000 แล้วโรงพยาบาลขอหักเปอร์เซ็นเป็นค่าใช้สถานที่ 1000 บาท -> ตรงนี้ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลมักจะอำนวยความสะดวกให้แพทย์ โดยโรงพยาบาลจะช่วยไปเก็บเงินจากคนไข้ตามค่าแพทย์ที่แพทย์เรียกเก็บ แล้วนำเงินนั้นมาให้แพทย์หลังจากหักเปอร์เซ็นค่าเช่าสถานที่แล้ว
 
สังเกตว่าความต่างคือ กรณีแรก แพทย์ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งอะไรกับค่ารักษาเลย เพราะแพทย์เป็นแค่ลูกจ้างที่โรงพยาบาลจ้างมาทำงานตามอัตราที่ตกลงกันไว้ เงินที่แพทย์ได้คือได้จากโรงพยาบาล แต่กรณีหลัง แพทย์มีสิทธิ์กำหนดเรทเองได้ ว่าอยากจะเก็บคนไข้เท่าไหร่ แล้วโรงพยาบาลดำเนินการเก็บจากคนไข้ตามนั้น เงินที่แพทย์ได้ เป็นเงินที่มาจากคนไข้ เพียงแค่เงินไปผ่านระบบของโรงพยาบาลก่อนเท่านั้น
 
อีกอย่างคือ กรณีโรงพยาบาลเก็บเงินจากคนไข้ไม่ได้ จะด้วยไม่มีเงิน ประกันไม่จ่าย หรืออะไรก็ตาม ถ้าคิดแบบ 40(2) แพทย์จะยังต้องได้รับเงินตรงนี้อยู่ เพราะแพทย์เป็นลูกจ้างที่ทำตามที่โรงพยาบาลจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าคิดแบบ 40(6) แพทย์จะไม่ได้เงิน DF ในกรณีที่เรียกเก็บไม่ได้ เพราะเงิน 40(6) คือเงินที่มาจากคนไข้ ไม่ใช่โรงพยาบาลจ้างหมอ
จากคุณ: Hippo โพสเมื่อวันที่: 09/18/22 เวลา 19:21:29
on 09/12/22 เวลา 20:32:27, simath wrote:
40(2) หมายถึงกรณีที่แพทย์รับเงินค่าจ้างจากโรงพยาบาล คือโรงพยาบาลเป็นผู้จ้างแพทย์มาทำ โดยตกลงอัตราไว้ชัดเจนว่าค่าจ้างเท่าไหร่ เช่น เวรนอน 10 ชั่วโมง โรงพยาบาลตกลงจ่ายให้ 5000 บาท แพทย์ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวตรงนี้เลย
 
40(6) ใช้กรณีที่แพทย์เป็นผู้เก็บค่าบริการจากคนไข้ เช่น แพทย์เก็บคนไข้ 10000 แล้วโรงพยาบาลขอหักเปอร์เซ็นเป็นค่าใช้สถานที่ 1000 บาท -> ตรงนี้ในทางปฏิบัติ โรงพยาบาลมักจะอำนวยความสะดวกให้แพทย์ โดยโรงพยาบาลจะช่วยไปเก็บเงินจากคนไข้ตามค่าแพทย์ที่แพทย์เรียกเก็บ แล้วนำเงินนั้นมาให้แพทย์หลังจากหักเปอร์เซ็นค่าเช่าสถานที่แล้ว
 
สังเกตว่าความต่างคือ กรณีแรก แพทย์ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งอะไรกับค่ารักษาเลย เพราะแพทย์เป็นแค่ลูกจ้างที่โรงพยาบาลจ้างมาทำงานตามอัตราที่ตกลงกันไว้ เงินที่แพทย์ได้คือได้จากโรงพยาบาล แต่กรณีหลัง แพทย์มีสิทธิ์กำหนดเรทเองได้ ว่าอยากจะเก็บคนไข้เท่าไหร่ แล้วโรงพยาบาลดำเนินการเก็บจากคนไข้ตามนั้น เงินที่แพทย์ได้ เป็นเงินที่มาจากคนไข้ เพียงแค่เงินไปผ่านระบบของโรงพยาบาลก่อนเท่านั้น
 
อีกอย่างคือ กรณีโรงพยาบาลเก็บเงินจากคนไข้ไม่ได้ จะด้วยไม่มีเงิน ประกันไม่จ่าย หรืออะไรก็ตาม ถ้าคิดแบบ 40(2) แพทย์จะยังต้องได้รับเงินตรงนี้อยู่ เพราะแพทย์เป็นลูกจ้างที่ทำตามที่โรงพยาบาลจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าคิดแบบ 40(6) แพทย์จะไม่ได้เงิน DF ในกรณีที่เรียกเก็บไม่ได้ เพราะเงิน 40(6) คือเงินที่มาจากคนไข้ ไม่ใช่โรงพยาบาลจ้างหมอ

กระจ่างเลยครับ
จากคุณ: Little_boy โพสเมื่อวันที่: 09/21/22 เวลา 10:40:54
40(6) อีกเสียงครับ แต่คิดภาษี จาก 100% นะ  
เช่นค่าผ่าตัด คิดคนไข้ 10000 บาท หัก10% เข้ารพ. ถึงมือหมอจริง 9000 บาท  
 
แต่เวลายื่นภาษี ยื่น 10000 บาท (ไม่ใช่ 9000 บาทนะ ) หักค่าใช้จ่ายได้ 60% เหลือนำมาคำนวนภาษี แค่ 4000 บาท ครับ  
 
ปล. ผมทะเลาะกับสรรพากรมาเยอะครับ Grin Grin


  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved. !--BEGIN WEB STAT CODE-->

Powered by