หน้าแรกเว็บบอร์ด หน้าแรกเว็บบอร์ด
   For MD.
   Doctor Room l ห้องพักแพทย์
   Post reply ( Re: เรียน ENT เครียดขนาดนั้นเลยเหรอคะ )
ขอเชิญเพื่อนแพทย์พูดคุย แสดงความคิดเห็นครับ
หัวข้อ:
ใส่ชื่อ:
Email:
Add YABBC tags:
Add Smileys: <more...>
ข้อความ:

Disable Smilies




Topic Summary
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/01/19 เวลา 23:05:47
สวัสดีค่ะ พอดีหนูเป็นอินเทิร์นที่สนใจอยากจะเรียน ent เพราะเห็นว่าเป็นสาขาที่มีหัตถการ และงานไม่หนักมาก ก็เลยหาข้อมูลไปเรื่อยเปื่อย
 
จนมาเจอเปเปอร์อันนึงที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของ resident ในสถาบันใหญ่แห่งนึง ซึ่งข้อมูลที่น่าตกใจที่สุดก็คือ ent เป็นภาคที่มีเด้นซึมเศร้ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง คือเกินกว่า 50% มากกว่าตัวเต็งอย่างศัลย์หรือเมดเสียอีก
 
ทั้งๆที่ตอนเป็น นศพ คุยกับพี่เด้นเค้าก็บอกว่าชีวิตดี อาจารย์ไม่ดุ งานค่อนข้างสบาย (แต่เป็นคนละสถาบันกับในเปเปอร์นะคะ)
 
ตอนแรกคิดอยากเรียนเพราะคิดว่าเป็นคนเครียดง่าย ไม่น่าจะเหมาะกับเมเจอร์วอร์ด เจอแบบนี้เลยลังเลขึ้นมาเลยค่ะ
 
http://www.psychiatry.or.th/JOURNAL/59-1/04-Titawee.pdf
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/01/19 เวลา 23:14:02
Huh
จากคุณ: SantaNiCo โพสเมื่อวันที่: 07/01/19 เวลา 23:38:54
อ่านเปเปอรต้องวิเคราเคาะ ว่าข้อมูลเชื่อถือได้มั้ย
ทำที่ไหน.  บางที. รรพ. นั้นอาจไม่เด่นด้านentหรือ. มีอาจารย์ที่toxicก็เป็นได้. จริงมั้ย
 
เมดศัลย์. ไม่น่าเครียดกว่า.  หรืองานหนักกว่าเหรอคะ
จากคุณ: gamma48 โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 00:34:39
เครียดจริงตอนนั้นนี่เจออาจารย์ผู้ใหญ่ในภาคท่านหนึ่งอัดทุกวัน ตาม check ว่าผมทำอะไรบ่อยๆ แล้วจำเพาะต้องมาเจออาจารย์ท่านนี้คุมผ่าตัด และ topic ตลอด  อาจารย์เสนอไม่ให้ส่งสอบบอร์ด ตอนนั้นผมเป็นตัวล่อเป้าเลยทำอะไรก็ผิด โดนด่า  แต่ก็ดีใจนะที่ผ่านมาได้  โชคดีด้วยที่อาจารย์หัวหน้าภาคตอนนั้นไม่รุมด้วย  อาจารย์ท่านอื่นก็สงสาร เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ก็ช่วยจัดตาราง OPD activity ใหม่และจัด OR หลบอาจารย์ที่มีปัญหาให้ตั้งแต่ dent 2 จนจบ  แต่ก็ยังโดนอัดได้ตลอดทุกสัปดาห์ ตอนนั้นนับเวลาถอยหลังเขียนบนปฏิทินเลย ไม่อยากเดินขึ้นสยามินทร์ชั้น 15 เลย มีความคิดอยากลาออกตลอด  แต่คิดแล้วยังทราบซึ้ง อาจารย์ในภาคท่านอื่นๆ และ อาจารย์หัวหน้าภาค ที่ช่วยปกป้องกะผม และมาคุมสอนผ่าไธรอยด์  Tympanoplasty laryngectomy แทน และมีความเห็นต่างจากอาจารย์ท่านนั้นตกลงอนุมัติให้ส่งสอบบอร์ด
จากคุณ: Robocop โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 06:30:13
ชอบก็ ลุยเลยครับ  อย่าไปเครียดล่วงหน้า
 เรียนให้สนุก  ทำงานให้มีความสุข  
 
ทุกสาขา มีความเครียด มีความยาก   แต่ก็มีคนจบ ประสบผลสำเร็จ และพ่ายแพ้ก่อนกันทุกสาขานะครับ
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 07:40:20
on 07/02/19 เวลา 00:34:39, gamma48 wrote:
เครียดจริงตอนนั้นนี่เจออาจารย์ผู้ใหญ่ในภาคท่านหนึ่งอัดทุกวัน ตาม check ว่าผมทำอะไรบ่อยๆ แล้วจำเพาะต้องมาเจออาจารย์ท่านนี้คุมผ่าตัด และ topic ตลอด  อาจารย์เสนอไม่ให้ส่งสอบบอร์ด ตอนนั้นผมเป็นตัวล่อเป้าเลยทำอะไรก็ผิด โดนด่า  แต่ก็ดีใจนะที่ผ่านมาได้  โชคดีด้วยที่อาจารย์หัวหน้าภาคตอนนั้นไม่รุมด้วย  อาจารย์ท่านอื่นก็สงสาร เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ก็ช่วยจัดตาราง OPD activity ใหม่และจัด OR หลบอาจารย์ที่มีปัญหาให้ตั้งแต่ dent 2 จนจบ  แต่ก็ยังโดนอัดได้ตลอดทุกสัปดาห์ ตอนนั้นนับเวลาถอยหลังเขียนบนปฏิทินเลย ไม่อยากเดินขึ้นสยามินทร์ชั้น 15 เลย มีความคิดอยากลาออกตลอด  แต่คิดแล้วยังทราบซึ้ง อาจารย์ในภาคท่านอื่นๆ และ อาจารย์หัวหน้าภาค ที่ช่วยปกป้องกะผม และมาคุมสอนผ่าไธรอยด์  Tympanoplasty laryngectomy แทน และมีความเห็นต่างจากอาจารย์ท่านนั้นตกลงอนุมัติให้ส่งสอบบอร์ด

สยามินทร์ ชั้น 15 คืออะไรเหรอคะ
จากคุณ: SantaNiCo โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 07:50:16
ชื่อตึกไง. โอ๊ะ
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 09:23:59
on 07/01/19 เวลา 23:14:02, ragirl48 wrote:
Huh

...
คิดเปอร์เซ็นต์ ผิดรึเปล่าครับ
จากข้างบน มีคนเป็นโรคซึมเศร้าทั้งหมด 65 คน  
- เป็นเพศชาย 28 คน ก็ต้องเป็น 43.08 %
- เป็นเพศหญิง 37 คนก็ต้องเป็น 56.92 %
 
ชิมิ
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 16:55:56
      เครียด....ทำไง? - " เป็นกระผมหาสาวๆมาเสียบสด  ไม่ก็ชักคะเย่อตัวเอง ครับ"
จากคุณ: positive โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 18:29:23
น้องจะตัดสินใจว่าไม่เรียน ENT เพราะอ่านบทความนี้ และ กลัวว่าอาจจะเครียด  จากการเรียนมากเกินไป ?  
 
อย่าคิดมากครับ อย่างแย่ก็แค่ลาออก ไม่ได้หนักหนาอะไรครับ  Grin Grin Grin
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 18:35:57
เนื่องจากคาใจมาก วันนี้ลองถามพี่สตาฟที่เพิ่งจบ ent จากศิริราชมา พี่เค้าบอกว่าคน depress เยอะจริง ไปราวด์เช้า ทำแผลตั้งแต่ก่อนหกโมง ตอนเย็นกว่าจะได้ลงจากวอร์ดก็ประมาณสามสี่ทุ่มทุกวันแม้ไม่อยู่เวร เคสผ่าตัดยืนกัน 6-12 ชั่วโมงก็มีเป็นปกติ และอาจารย์ก็ค่อนข้าง strict มาก เช่นห้ามออกไปกินข้าวเที่ยงนอกโอพีดี ให้สั่งมากินเท่านั้น มีช่วงให้ elective แค่ปีละเดือนเดียว แถมยังเป็นบังคับเลือก(ภาคเลือกให้แล้ว) เท่ากับว่าไม่ได้มีช่วงพักเลยตลอดสามปี
 
เค้าว่าส่วนใหญ่ depress เพราะไม่คิดว่าจะงานหนักกว่าเมเจอร์วอร์ดอย่างพวกเมด เด็ก ออโถ พอเห็นเพื่อนวอร์ดอื่นพาน้องไปเลี้ยง หรือนัดไปกินข้าวกันตอนเย็นได้ก็ยิ่ง depress หนัก เพราะวอร์ดอื่นไปกินเลี้ยงจนกลับมาแล้ว แต่เด้นentยังอยู่บนวอร์ดหรือใน OR ทำได้อย่างเดียวคือทนจนจบสามปี เพราะพอเรียนจบเป็นสตาฟ งานก็สบายกว่าสาขาอื่นจริงๆ แต่กับสถาบันอื่นก็อาจจะไม่ได้หนักขนาดนี้
 
ฟังพี่เค้าบรรยายแล้วก็รู้สึกยอมแพ้เลย หาอย่างอื่นเรียนก็ได้ ปกติเป็นคนเครียดง่ายอยู่แล้วด้วย กลัวสภาพร่างกายและจิตใจจะสู้ไม่ไหว
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/02/19 เวลา 18:47:36
on 07/02/19 เวลา 18:29:23, positive wrote:
น้องจะตัดสินใจว่าไม่เรียน ENT เพราะอ่านบทความนี้ และ กลัวว่าอาจจะเครียด  จากการเรียนมากเกินไป ?  
 
อย่าคิดมากครับ อย่างแย่ก็แค่ลาออก ไม่ได้หนักหนาอะไรครับ  Grin Grin Grin

แต่หนูว่าถ้าเป็นแบบนั้นจะหนักหนามากเลยนะคะ เพราะถ้าต้อง off training ไป โอกาสที่จะได้กลับไปเรียนอย่างอื่นก็น่าจะเหลือน้อยแล้ว
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 07/03/19 เวลา 09:23:06
สำหรับผม ถือว่าผิดคาดจริงๆครับ เพราะผมคิดว่าในบรรดา Minor Wards ที่มีหัตถการ/ การผ่าตัดด้วยเนี่ย ENT น่าจะสบายที่สุดแล้ว
แต่ถ้าจากงานวิจัยชิ้นนี้ ถ้างานหนักขนาดนี้ ผมว่าเสียเวลา 3-4 ปี ไปเรียนสาขาใหญ่ๆ ดีกว่ามั้งครับ
 
ป.ล. แต่ว่า อาจจะเป็นเฉพาะ ENT. ศิริราช รึเปล่าครับที่เครียดมากๆๆขนาดนั้น ENT. จุฬาฯที่ผมเคยเห็นเมื่อสมัยเป็นนักเรียนแพทย์ ก็ดูจะ Chill Chill นะครับ
จากคุณ: know555 โพสเมื่อวันที่: 07/03/19 เวลา 11:43:59
ผมว่า คนทำวิจัยนี้ก็ดี หรือตัวน้องก็ดี ต้องคิดนะครับ
 
 
โรคซึมศร้าไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกนะครับ แต่เป็นปัจจัยภายในของบุคคลคนๆนั้นเองนะครับ   จะว่าเป็นยีนส์ที่บกพร่องของคนๆนั้นก็ว่าได้นะครับ  
 
ถ้าป็นคนปกติ ไม่ว่าคุณจะอยู่wardไหนอย่างไร มันก็ผ่านได้นะครับ  ไม่งั้นพี่ๆเขาผ่านกันมาได้ไง Grin
จากคุณ: SantaNiCo โพสเมื่อวันที่: 07/03/19 เวลา 12:13:32
เอาจริงๆถ้าใจเสาะมากขนาดนี้
พี่ก็แนะนำให้เรียนสาขาอื่นค่ะ
 
เพราะดูแล้วน้องไม่ได้รักent. เรียนเพราะคิดเอาเองว่าน่าจะสบายเฉยๆ
จากคุณ: Hippo โพสเมื่อวันที่: 07/03/19 เวลา 17:49:50
ent ในสถาบันใหญ่เจอแต่เคสมะเร็งโหดๆ เรียกว่าเยินเลยครับ
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 07/03/19 เวลา 18:55:50
      เครียด..train ? -"  ใครบอกชีวิตtrainไม่เครียด "
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 07/04/19 เวลา 11:51:41
      trainให้จบ , เคล็ดลับ ? - คำตอบ " ไปให้สุด "
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 07/04/19 เวลา 18:35:39
Smiley
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 07/04/19 เวลา 18:39:21
on 07/03/19 เวลา 11:43:59, know555 wrote:
ผมว่า คนทำวิจัยนี้ก็ดี หรือตัวน้องก็ดี ต้องคิดนะครับ
 
 
โรคซึมศร้าไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกนะครับ แต่เป็นปัจจัยภายในของบุคคลคนๆนั้นเองนะครับ   จะว่าเป็นยีนส์ที่บกพร่องของคนๆนั้นก็ว่าได้นะครับ  
 
ถ้าป็นคนปกติ ไม่ว่าคุณจะอยู่wardไหนอย่างไร มันก็ผ่านได้นะครับ  ไม่งั้นพี่ๆเขาผ่านกันมาได้ไง Grin

ปัจจัยภายนอกมีผลแน่ๆครับ ถึงขั้นโทษยีนส์แบบนี้เป็นการโยนความผิดให้ผู้ป่วยมากเกินไป สถาบันไหนที่ resident หรือ นศพ เป็น MDD กันมากๆสมควรมองว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติไหม ไม่ใช่คิดแต่จะโทษเด็ก
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 07/04/19 เวลา 18:51:54
on 07/03/19 เวลา 17:49:50, Hippo wrote:
ent ในสถาบันใหญ่เจอแต่เคสมะเร็งโหดๆ เรียกว่าเยินเลยครับ

 
ENT เป็นหนึ่งในสาขาที่เรียนแล้วไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เพราะสถาบันที่เปิดเทรนได้จะมีแต่สถาบันใหญ่ไม่กี่ที่ ซึ่งแต่ละที่ก็ทำผ่าตัดกันโหดมาก ของที่ดูไม่น่ายากอย่าง parotidectomy ก็ยังทำกัน 4 ชั่วโมงกว่า ส่วนพวกมะเร็งโหดๆก็ 10 ชั่วโมงอัพทั้งนั้น
 
ประเด็นคือ ถ้าเรียนจบไปอยู่เอกชน ก็มักจะทำไม่ได้ ต้องส่งให้โรงเรียนแพทย์อยู่ดี เรียนไปหนักหนาสาหัส ใช้จริงแค่นิดเดียว ไม่เหมือนพวกศัลย์ ออโถ เมด พวกนี้เรียนจบไปก็ทำได้เกือบหมด รายได้ในภาคเอกชนเลยจะดีกว่า ent มาก
 
ลองเทียบ df ของ appendectomy, TKA, Parotidectomy เห็นชัดเลยว่า parotidectomy ใช้เวลามากที่สุด แต่ได้ df น้อยที่สุด แถมมีโอกาสหน้าเบี้ยวอีก เรียกว่าความเสี่ยงสูงรายได้ต่ำ หัตถการของ ent เลยไม่ค่อยมีใครทำในโรงพยาบาลเอกชน
จากคุณ: positive โพสเมื่อวันที่: 07/05/19 เวลา 17:22:26
on 07/02/19 เวลา 18:47:36, ragirl48 wrote:

แต่หนูว่าถ้าเป็นแบบนั้นจะหนักหนามากเลยนะคะ เพราะถ้าต้อง off training ไป โอกาสที่จะได้กลับไปเรียนอย่างอื่นก็น่าจะเหลือน้อยแล้ว

 
 
 
ฟังดูแล้ว  
น้องคิดว่าถ้าได้เรียน ความเสี่ยงที่จะเครียดสูง  
อาจจะทนรับผลของความเครียดนั้นไม่ได้  
(เครียดในระหว่างเรียน เครียดจากการ off training )  
 
อย่ากังวลครับ ถ้ารับความเสี่ยงนี้ไม่ได้  แล้วจะไปแคร์ทำไมมากมายครับ
 
น้องลองพยายามลดความเสี่ยงดูก่อน  
ด้วยการเปลี่ยน สถาบัน หรือ  
เปลี่ยนสาขา เอาที่ชอบรองมา แต่เสี่ยงน้อยกว่า  
 
เอาที่ความเสี่ยงที่รับได้ แล้วค่อยไปเรียนก็ดีครับ  
 
 
 
จากคุณ: luzeus โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 09:28:26

 
ถ้าเครียดง่าย  
ถ้าไปเรียนต่อยิ่งเครียดค่ะ  
 
สูัๆ ค่ะ การตัดสินใจอยู่ในมือคุณ
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 09:43:28
on 07/03/19 เวลา 12:13:32, SantaNiCo wrote:
เอาจริงๆถ้าใจเสาะมากขนาดนี้
พี่ก็แนะนำให้เรียนสาขาอื่นค่ะ
 
เพราะดูแล้วน้องไม่ได้รักent. เรียนเพราะคิดเอาเองว่าน่าจะสบายเฉยๆ

รัก ent แต่ไม่ได้รักขนาดอยากจะแต่งงานกับ ent ค่ะ ทำงานหามรุ่งหามค่ำขนาดนั้นคงไม่ได้แต่งงานกันพอดี
จากคุณ: ragirl48 โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 09:47:46
on 07/03/19 เวลา 17:49:50, Hippo wrote:
ent ในสถาบันใหญ่เจอแต่เคสมะเร็งโหดๆ เรียกว่าเยินเลยครับ

พี่เค้าบอกว่า ent เป็นภาคที่มีคนลาออกทุกปี บางคนโดนซ้ำเด้น1 ซ้ำเด้น2 หรือเรียนจนจบแต่ไม่ยอมส่งสอบบอร์ดก็มีเยอะ
 
โดยเฉลี่ยจะมีคนที่ไม่ได้บอร์ดประมาณ 30% (ก็คือทั้งคนลาออกและไม่ส่งสอบรวมกัน) ส่วนตัวแล้วคิดว่าเสี่ยงเกินไปค่ะ ไม่มีอะไรรับประกันว่าเราจะไม่กลายเป็น 30% ที่ต้องกลับมาเป็น GP
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 10:09:07
อุตส่าห์คิดคร่าวๆว่า ถ้าวันึงข้างหน้า ลูกอยากจะเรียนต่อในสาขาที่ไม่เครียดมาก+ ไม่แข่งขันกันมากนัก+ รายได้ และความหนัก ปานกลาง
ก็ว่าจะแนะให้แผนก ENT. นี่แหละเป็นตัวเลือกนึงให้ลูกครับ....ถ้าขนาดเป็นบ้า/ สติแตก/ ฆ่าตัวตาย เนี่ยคงจะไม่แนะนำลูกแล้วมั้งครับ อิ อิ อิ
จากคุณ: SantaNiCo โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 11:38:37
on 07/06/19 เวลา 09:43:28, ragirl48 wrote:

รัก ent แต่ไม่ได้รักขนาดอยากจะแต่งงานกับ ent ค่ะ ทำงานหามรุ่งหามค่ำขนาดนั้นคงไม่ได้แต่งงานกันพอดี

อ้าว. ก็ไม่ได้บอกว่าให้ทุ่มเทถึงขั้นแต่งกับงาน
มาว่าแซะชั้นทำไมย่ะ
 
ปากดีแบบนี้ขอให้อยากเรียนอะไร. ก็ไม่ได้เรียน
หรือได้เข้าไปเรียนแกก็ทนไม่ได้เหมือนคนอื่นเขาหรอก
 
จากคุณ: justpi102 โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 16:21:57
เห็นแล้วถึงกับต้องเข้ามาตอบเลยครับ ผมเทรนเมดที่ศิริราช แต่มีรูมเมทเป็น ent
 
ต้องยอมรับว่า ent ศิริราช นั้น โหด หิน มากจริงๆ เพราะทุกวันที่ผมตื่นเช้ามาอาบน้ำแปรงฟันนั้น รูมเมทที่เทรน ent จะออกจากห้องไปแล้ว ส่วนตอนเย็นรูมเมทจะกลับมาถึงห้องประมาณ 4-5 ทุ่มตลอด กลับมาก็ไม่ค่อยพูดอะไร อาบน้ำแล้วนอนเลย น่าจะเพราะเหนื่อยมาก
 
ตอนนั้นตกใจกันพอสมควรเหมือนกัน เพราะตอนสมัครเรียนก็คิดว่าเมดศิริราชเทรนหนักมากแล้ว แต่เห็นความหนักและความเครียดของ ent แล้วผมยอมแพ้เลย
และความพีคคือเพื่อนผมคนนี้ถูกสั่งให้ต้องซ้ำเด้นสาม กลายเป็นเทรนสี่ปี - สงสารมันชิบหาย เทรนตั้งสี่ปี แถมหนักขนาดนี้ถ้าไปทางศัลย์หรือออโถไปเลยคงคุ้มกว่าเยอะ
จากคุณ: positive โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 16:22:57
ขอให้ได้คำตอบที่ดีเร็วๆนะครับ  
 
เป็นกำลังใจให้ครับ  
 
 Grin Grin Grin
จากคุณ: VGN โพสเมื่อวันที่: 07/06/19 เวลา 23:46:19
เกือบ 20 ปีทีผมจบมา  มีน้องจาก ENT ศิริราชมาร่วมงาน   เล่าเรื่องให้ฟัง.   ระบบยังคงไม่เปลี่ยนเป็นแบบระบบเจ้าขุนมูลนาย.  Resident เอาใจอาจารย์ไม่ถูกใจ ถูกหมายหัว กินหัว. ยิ่งอาจารย์บางท่านเรื่องมากงานจบแต่ใจไม่จบฝังใจไปเรื่อย  resident ก็เครียดสะสม. เทียบกับ ENT ที่อื่นไม่หนักกายไม่หนักใจ. ขนาด ENT ราชวิถี. หนักกายแต่ยังสบายใจ. แถม ENT ศิริราชมี ซ้ำ dent 1   2 ปี หรือ จะ ซ้ำ dent 3.  2 ปี. ไม่ส่งสอบบอร์ด มี คน โดนเรื่อยๆ.  เหนื่อยกายแล้วยังทรมานใจ.  ตัวผมเองก็โดนอาจารย์หญิงท่านหนึ่งกินหัวตลอด.
จากคุณ: VGN โพสเมื่อวันที่: 07/07/19 เวลา 16:31:54
on 07/06/19 เวลา 11:38:37, SantaNiCo wrote:

อ้าว. ก็ไม่ได้บอกว่าให้ทุ่มเทถึงขั้นแต่งกับงาน
มาว่าแซะชั้นทำไมย่ะ
 
ปากดีแบบนี้ขอให้อยากเรียนอะไร. ก็ไม่ได้เรียน
หรือได้เข้าไปเรียนแกก็ทนไม่ได้เหมือนคนอื่นเขาหรอก
 

 
ผมเห็นว่าถ้าน้องเขาได้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรก่อนเข้าไปทำงานก็ดี. เขาจะได้มีสิทธิ์เลือกว่าจะเรียนหรือถอยก่อน จะได้ไม่เสียช่วงเวลาของชีวิตไป. ถ้าเขายอมเรียนก็แปลว่าเขายอมรับเองแล้วว่าอาจต้องเจอชะตากรรมแบบนั้น โอกาส ซ้ำโอกาสลาออก โอกาสไม่ส่งสอบบอร์ดมากกว่าที่อื่น.  ซึ่งก็เป็นวัฒนธรรมของแต่ละที่ 20 ปีผ่านไปก็เหมือนเดิม และไม่อาจเปลี่ยนง่ายๆ
จากคุณ: entsiriraj โพสเมื่อวันที่: 07/07/19 เวลา 19:14:51
ส่วนตัวจบออกมาหลายปีแล้ว ได้คุยกับรุ่นน้องหลายคนคิดว่าระบบอะไรก็คงยังคล้ายๆเดิม
จะขอรวบรวมสิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหามาสาธยายให้ฟังตรงนี้เลยแล้วกัน เพราะว่าอัดอั้นมาหลายปีแล้ว ไม่รู้จะระบายที่ไหนดี
 
1.ENT ที่โรงเรียนแพทย์ริมน้ำมีจำนวนเตียงค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับที่อื่น วอร์ดชาย วอร์ดหญิง วอร์ดเด็ก วอร์ดพิเศษ ฯลฯ ซึ่งการทำงานซ้ำซ้อนมากๆ เช่น การไม่ยอมแยกสายทำงานให้ชัดเจน
- วอร์ดหญิง+เด็ก รวมเป็นสายเดียว ประมาณ 20-30 เตียง ใช้ R3 2-3 คน R2 2-3 คน R1 3-4 คน และคาดหวังให้ทุกคนต้องรู้ทุกเคส
ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะเคสเทิร์นเร็วมาก แอดมิดบางวันเป็นสิบเคส กว่าจะราวด์เสร็จก็ค่ำมืด
แล้วหลังราวด์ถึงจะเป็นเวลาทำวอร์ดเวิร์ค เช่น ทำแผล สรุปชาร์ท กว่าจะเสร็จก็ 3-4 ทุ่มทุกวัน
ซึ่งจริงๆแล้วหากแยกสายกันราวด์ มี R3เป็นชีพสายละ 1 คนก็พอ แบบนี้น่าจะทำงานเสร็จไม่เกินหนึ่งทุ่ม แต่ก็ไม่ทำ
- วอร์ดชาย ก็คล้ายๆกัน มีประมาณ 20 เตียง ใช้ R3 อยู่ในสายเดียวกัน 3 คน ไม่ยอมแยกสาย A สาย B เหมือนสาขาวิชาอื่นๆ
 
2.นอกจากราวด์เคสในวอร์ดตัวเองแล้ว ยังต้องราวด์เคสนอกวอร์ดด้วย
เช่น ถ้าวันพรุ่งนี้คุณจะเข้า OR เคสของวอร์ดหญิง แต่ตัวเองราวด์อยู่วอร์ดชาย ก็ต้องไปรับเคสที่วอร์ดหญิง
ต้องตามไปราวด์ทุกวัน แล้วรายงานเคสให้อาจารย์ทราบ เท่ากับว่าคนไข้หนึ่งคนจะมีคนราวด์สองคน คือเด้นวอร์ด และเด้นที่เข้า OR
นึกภาพนะ เหมือนคุณเป็นเด้นศัลย์ราวด์สาย colorectal แต่ทุกเช้าก่อนจะราวด์สายตัวเองต้องเดินไปราวด์เคส vascular ด้วย อะไรทำนองนั้น
 
3.เวรรับใบ consult ในเวลาราชการ กลางวันคุณต้องไปออก OPD เข้า OR แล้วค่อยออกไปเดินดูเคส consult หลังราวด์เย็นเสร็จ
คิดสภาพ กว่าจะราวด์เสร็จก็สองทุ่มแล้ว จะเคลียร์ใบหมดก็ห้าทุ่มเป็นปกติ (ย้ำอีกที นี่ไม่ใช่เวรนอกเวลานะ)
 
4.ความเครียด ความกดดัน มหาศาลมากๆ เหมือนถูกจับตาอยู่ทุกฝีก้าว ทำอะไรพลาดนิดหน่อยสามารถโดนกระทืบจมดินได้ทันที
 
5.อาจารย์คือพระเจ้า ต้องทำทุกอย่างให้อาจารย์พอใจ คอยเอาใจทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นอาจถูกซ้ำชั้นหรือไม่ส่งสอบบอร์ดได้ตลอดเวลา
 
6.วอร์ดอย่างออโถ เคสเยอะกว่า ENT มาก แต่เขาเหนื่อยน้อยกว่าเรา น่าจะเพราะแบ่งสายราวด์ตามอาจารย์ไปเลย ไม่ได้ต้องราวด์ซ้ำซ้อน
 
7.ทำงานอย่างหวาดระแวง ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา ต่อให้ตั้งใจทำงานแบบถวายหัวแต่อาจารย์ไม่ชอบหน้า ก็สามารถโดนสั่งให้ซ้ำชั้นหรือไม่ส่งสอบได้เสมอ
ตรงนี่น่าจะเป็นจุดที่ทำให้เครียดกว่าวอร์ดอื่นๆ คือทำงานหนักไปก็ไม่แน่ว่าจะได้สอบบอร์ด
 
8.เครียดกับงานวิจัยแบบทำเอาโล่ คือทำเอาโล่จริงๆไม่ได้เปรียบเปรยนะ ริมน้ำได้รางวัลงานวิจัยแทบทุกปี
อาจารย์ได้หน้า แต่สร้างความกดดันให้ Resident อย่างมหาศาล ผิดกับสถาบันอื่นที่ชิวกว่ามาก
 
9.ต่อหน้าอาจารย์ต้องพยายามเสแสร้ง ทำเป็นว่าชอบงานหนักๆ ชอบเรียนรู้ บลาๆๆ ยังไงก็ได้ให้อาจารย์พอใจ
 
10.เคสเป๊กที่มาจากคลินิกพิเศษ คลินิก หรือโรงพยาบาลเอกชน อาจารย์ชอบเซตเคสนอกเวลา ทั้งเย็นวันธรรมดา เช้าวันหยุด
หรือตามแต่อาจารย์จะสะดวก อาจารย์ได้เงินแต่เกณฑ์ Resident ไปทำงานเข้าเคสแถมยังต้องตามราวด์ให้ด้วย
ตรงนี้มองว่าเป็นการ Abuse มากๆ แต่บ่นอะไรไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกไป เดี๋ยวไม่ได้สอบบอร์ด
 
11.ระหว่างเทรนเราเคยเป็น MDD ต้องแอบไปปรึกษา Psychy ตอนช่วงวันหยุดเป็นประจำ
กว่าจะเทรนจบก็เสียน้ำตาไปหลายลิตร แต่ให้อาจารย์รู้ไม่ได้ ต่อหน้าก็ต้องเสแสร้งทำเป็นว่า happy กับระบบเน่าๆแบบนี้
 
12.เคยคิดอยากเสนอให้แบ่งสายราวด์ตามสาขาเหมือนอย่างศัลย์หรือออโถ แล้วไม่ต้องมีเด้นประจำวอร์ดมาราวด์ทับซ้อน
ถ้าแบบนี้จะลดงานได้มาก แต่สุดท้ายก็ได้แต่ทน เสนอไม่ได้ กลัวโดนหาว่าขี้เกียจ
 
13.สถาบันเก่าแก่แห่งนี้อาจจะดูดี ตรงที่สอบบอร์ดผ่าน 100% แทบทุกปี แต่บอกเลยว่าเป็นเพราะใครที่หัวอ่อนหน่อยจะโดนบีบให้ออกด้วยการซ้ำชั้นหรือไ ม่ส่งสอบ
ไม่ใช่เพราะ Academic ดีแต่อย่างใด ซึ่งตรงนี้เป็นความเห็นแก่ตัวของสถาบันเป็นอย่างยิ่ง เพราะอยากรักษาหน้า
อ้างว่าไม่อยากให้มีแพทย์เฉพาะทางที่คุณภาพต่ำ แต่ความจริงแค่อยากรักษาสถิติ และความเห็นแก่ตัวบ้าๆนี้ก็ทำลายชีวิตแพทย์มาไม่รู้กี่คนแล้ว
 
14.สำหรับเวลาราวด์ตอนเช้า โดยเฉลี่ยสำหรับ R1 คือ 6.00-6.15 น. และอาจจะ 5.30 น. สำหรับอาจารย์บางท่าน เนื่องจากอาจารย์ attending จะมาราวด์ทุกเช้า เวลา 7.00 น.
จึงต้องราวด์ให้เสร็จก่อนอาจารย์มา (ถามว่าทำไมไม่มาตอนเย็นเหมือนศัลย์ ก็เพราะอาจารย์มีงานนอกตอนเย็นไง เลยอยู่เย็นไม่ได้)
 
15.ถามว่า ถ้าช่วงไหนเคสในวอร์ดน้อย จะมาสายหน่อยได้ไหม คำตอบคือไม่ได้นะ อาจารย์ให้พยาบาลวอร์ดคอยสอดส่อง จดเวลาที่ Resident มาถึงวอร์ด
ต่อให้ไม่มีเคสเลยก็ต้องมาถึงก่อน 6.15 ไม่อย่างนั้นอาจมีผลต่อการเลื่อนชั้นหรือส่งสอบบอร์ดได้
 
ตอนนี้นึกออกแค่นี้ ถ้ามีอีกจะมาต่อ
 
สำหรับน้องที่อยากเรียน พี่แนะนำง่ายๆว่า สาขา ENT ไม่ได้แย่นะ น้องอยากเรียนก็เรียนได้ เพียงแต่ "เรียนที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่สถาบันเก่าแก่ริมน้ำแห่งนี้"
จากคุณ: BJS87 โพสเมื่อวันที่: 07/07/19 เวลา 23:29:03
เรื่องสิ่งแวดล้อมการเรียนมีผลมากค่ะ  
การที่คนพูดต่อๆกันมาว่าที่ไหนไม่ดี มักจะเป็นความจริงค่ะ เหมือนสุภาษิต ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้
การที่จะหลอกตัวเองว่า ชอบสาขาไหนแล้วก็ลุยเลย ไม่ต้องเลือกสถาบัน อยากจะขรรมค่ะ  
เพราะพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว (**สาขาอื่น สถาบันอื่นค่ะ) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะกลับไปเลือกสถาบันใหม่ หรือไปเรียนอย่างอื่นเลยด้วยซ้ำ  
 
อย่าเสี่ยงแล้วเอาช่วงเวลา เอาชีวิตดีๆไปแลกเลยค่ะ  
การสมัครเรียนต่อรอบสอง หรือวัยที่เพิ่มขึ้น การเรียนจะยิ่งเหนื่อยขึ้นมากค่ะ passion ก็หมดลงไปตลอด
 
น้องทำการบ้านมาดีนะคะ ที่สืบเรื่องราวภายในจนกระจ่างก่อนเข้าเรียน
พี่ยังเสียใจที่ตัวเองทำไมไม่สืบก่อน หมดน้ำตาไปเป็นลิตรๆแล้ว
เยอะขนาดที่ว่าตอนเรียน MD 6 ปี เคยร้องไห้แค่ประมาณ 2-3 ครั้ง
ตอน resident ปีแรก ร้องจนนับครั้งไม่ได้
ใครไม่เคยเจอ ไม่เข้าใจหรอก ไม่อยากให้ใครต้องมาโดนแบบนี้
จากคุณ: Dr._Panya โพสเมื่อวันที่: 07/08/19 เวลา 10:29:21
โห แสดงว่า ENT. training @ สถาบันใหญ่แห่งนี้ " หนักจริง โหดจริง เจ็บจริง" ต้องสำหรับคนที่ชอบสาขานี้อย่างสุดหัวใจ และหลงใหลในบรรยากาศการเรียนที่เจ้มจ้น/ เครียด ระดับสูงสุด เพราะถ้าขนาดมี " บ้า/ สติแตก/ Suicidal ideas" ก็คงจะไม่มีที่ไหน เรียนหนักกว่านี้แล้วมั้งครับ (เหมือนคนที่รู้จักคนนึงบอกว่า หนังที่เค้าชอบดูที่สุดคือ "หนังผี/ สยองขวัญ" และอีกคนบอกว่า "หนังเศร้า/ หนังซึ้ง" ...มีคนอย่างนี้ด้วยเหรอ 555)
แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าต้องเรียน สาขานี้ ณ ที่แห่งนี้ถึงจะสอบบอร์ดผ่านนะครับ
เพราะสถาบันอื่นๆ ที่เค้าเรียนไม่หนักขนาดนี้ เค้าก็สอบบอร์ดผ่านกันหมดทั้งนั้นนะครับ
 
ป.ล....ENT เป็นสาขานึง ที่มีการสอบตกบอร์ดน้อยมากๆๆๆ อยู่แล้วนะครับ
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 07/09/19 เวลา 11:54:42
   เทรนให้จบ  ทำไง? - " ทุกอย่าง(จะ)ประดังตรงหน้า ค่อยๆปรับตัว "
จากคุณ: Omo โพสเมื่อวันที่: 07/10/19 เวลา 21:19:39
เรียนสาขา minor เช่น ENT ไม่น่าเรียนหนัก
ถ้าเครียดมาก เรียนที่อื่นเลย มีอีกเยอะ อย่าแคร์
จบมาไม่ต่างกัน
เสียสุขภาพเปล่าๆ
จบมาแล้วต้องต่อสู้อะไรอีกมาก
จบบอร์ดก็ไม่การันตีว่าชีวิตจะสุขสบาย
จากคุณ: Gamma50 โพสเมื่อวันที่: 07/11/19 เวลา 00:30:02
ขอเตือนอีกหนึ่งเสียงค่ะ เรื่องENTลุ่มแม่น้ำ
 
ปัญหาอีกอย่างคือ "รุ่นพี่" ค่ะ
 
ก็เห็นบ่นว่าเครียดกัน Depress แต่พอมีอำนาจมากขึ้น เป็นChief ก็ลืมตัว
กดดันรุ่นน้อง เอาเปรียบรุ่นน้อง ด่ารุ่นน้อง ทำโทษ ปิดห้องคุย ห้องมืด ห้องดำ ไม่ช่วยเหลือกัน จ้องจับผิดกัน bullyกัน นินทา ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ blameกันตลอดเวลา  
 
สังคมที่นี่ แย่มากๆค่ะ  
งานENTไม่ใช่งานสบายอยู่แล้วค่ะ งานเรา Emergency นะคะ
แต่ที่นี่สามารถทำให้หนักขึ้นได้อีก ด้วยการราวซ้ำกันไปสี่รอบ คนเข้าเคส R1-3 เค้ากลัวงานสบายไปค่ะ
จำนวนคนไข้ก็เยอะ ขั้นตอนก็เยอะ งานเอกสารก็เยอะ รายละเอียดจุกจิกยิบย่อยเต็มไปหมด จ้องจับผิดกัน
งานก็ว่าหนักแล้ว ยังต้องมาหนักใจอีก
 
ถือว่าเป็นสถาบันที่โรคจิต สงครามประสาท
 
กว่าพี่จะจบมาได้ ต้องไปพบจิตแพทย์ที่รพ.เอกชน (เพราะไม่มีเวลาให้ไปตรวจในเวลานะคะ ลาไม่ได้ค่ะ ลาได้อยากเดียว คือลาออก กะ ลาตายค่ะ)
ก็อยากเตือนน้องเหมือนกัน อยากเป็นENT สวยๆ ไปเรียนที่อื่นค่ะ  
 
ถ้ามีใครมาถามพี่ พี่ตอบแบบนี้เสมอค่ะ
จากคุณ: SantaNiCo โพสเมื่อวันที่: 07/11/19 เวลา 08:26:54
ดูย้ำคิดย้ำทำอ่ะ.  ราววันละ3-4รอบ.  คนไข้ไม่ลำคาณบ้างเหรอ.  บางทีเขาก็อยากพักบ้างนะ
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 07/11/19 เวลา 11:18:51
    ...." เทรน(หนักๆ)สำเร็จ  ตัวของคุณจะเรืองแสงได้ "....
จากคุณ: Omo โพสเมื่อวันที่: 07/11/19 เวลา 15:18:29
ถ้าเราเป็นคนที่ training  
แล้วถูกรุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกัน bully  
เราจะอดทน ให้จบ
จบแล้ว.. ชีวิตใคร ชีวิตมัน
พร้อมสาบแช่งให้คนที่ bully คนอื่นรับกรรมทันตาเห็น
จากคุณ: ceftri-amol โพสเมื่อวันที่: 07/11/19 เวลา 16:40:44
- int. med. รรพ.ขนาดใหญ่ในภาคใต้ก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก  ไม่สอนวิชาการ เน้นใช้งานเท่านั้น มีสังคมลูกรักลูกชังสูง ใครลูกรักอาจารย์ก็โชคดีไป ใครลูกชังก็ซวยหน่อย อยู่ยาก มี bully ตลอด  มีคนลาออกทุกปี  
- การที่คนพูดต่อๆกันมาว่าที่ไหนไม่ดี มักจะเป็นความจริงค่ะ เหมือนสุภาษิต ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้  >> เป็นจริงกับที่แห่งนี้
- แนะนำสั้นๆว่า ไปเลือกเรียนที่อื่นดีกว่า มีที่อื่นดีกว่านี้มากๆๆๆๆ
จากคุณ: GSDTinTin โพสเมื่อวันที่: 07/14/19 เวลา 01:28:43
สักวันนึง อาจจะมีข่าวนสพ./dent ยิงสตาฟตายคาวอร์ด
 
ปืนเถื่อน คนท้องแก่ยังหาซื้อได้
 
ถ้ามีข่าวเมื่อไหร่จะไม่แปลกใจเลย
จากคุณ: luzeus โพสเมื่อวันที่: 07/16/19 เวลา 09:44:46

 
on 07/11/19 เวลา 00:30:02, Gamma50 wrote:
ขอเตือนอีกหนึ่งเสียงค่ะ เรื่องENTลุ่มแม่น้ำ
 
ปัญหาอีกอย่างคือ "รุ่นพี่" ค่ะ
 
ก็เห็นบ่นว่าเครียดกัน Depress แต่พอมีอำนาจมากขึ้น เป็นChief ก็ลืมตัว
กดดันรุ่นน้อง เอาเปรียบรุ่นน้อง ด่ารุ่นน้อง ทำโทษ ปิดห้องคุย ห้องมืด ห้องดำ ไม่ช่วยเหลือกัน จ้องจับผิดกัน bullyกัน นินทา ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ blameกันตลอดเวลา  
 
สังคมที่นี่ แย่มากๆค่ะ  
งานENTไม่ใช่งานสบายอยู่แล้วค่ะ งานเรา Emergency นะคะ
แต่ที่นี่สามารถทำให้หนักขึ้นได้อีก ด้วยการราวซ้ำกันไปสี่รอบ คนเข้าเคส R1-3 เค้ากลัวงานสบายไปค่ะ
จำนวนคนไข้ก็เยอะ ขั้นตอนก็เยอะ งานเอกสารก็เยอะ รายละเอียดจุกจิกยิบย่อยเต็มไปหมด จ้องจับผิดกัน
งานก็ว่าหนักแล้ว ยังต้องมาหนักใจอีก
 
ถือว่าเป็นสถาบันที่โรคจิต สงครามประสาท
 
กว่าพี่จะจบมาได้ ต้องไปพบจิตแพทย์ที่รพ.เอกชน (เพราะไม่มีเวลาให้ไปตรวจในเวลานะคะ ลาไม่ได้ค่ะ ลาได้อยากเดียว คือลาออก กะ ลาตายค่ะ)
ก็อยากเตือนน้องเหมือนกัน อยากเป็นENT สวยๆ ไปเรียนที่อื่นค่ะ  
 
ถ้ามีใครมาถามพี่ พี่ตอบแบบนี้เสมอค่ะ

 
 
 
ENT ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเหรอคะ หึหึ


  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.