หน้าแรกเว็บบอร์ด หน้าแรกเว็บบอร์ด
   For MD.
   Doctor Room l ห้องพักแพทย์
   Post reply ( Re: เล่นหุ้นดีจริงหรือคะ )
ขอเชิญเพื่อนแพทย์พูดคุย แสดงความคิดเห็นครับ
หัวข้อ:
ใส่ชื่อ:
Email:
Add YABBC tags:
Add Smileys: <more...>
ข้อความ:

Disable Smilies




Topic Summary
จากคุณ: gundamwing โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 09:00:54
เคยได้ยินว่ามีแค่คนส่วนน้อยที่กำไร
แต่ส่วนใหญ่เล่นแล้วขาดทุน
จากคุณ: doreus โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 09:59:11
แล้วแต่คน ตามกฎ 80:20
จากคุณ: spiderman โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 10:21:33
อย่าใช้คำว่าเล่นเลยครับ ใช้คำว่าลงทุนดีกว่า เลือกหุ้นพื้นฐานดีๆลงทุนระยะยาว อย่าหวังรวยเร็วเลย คิดว่าได้กำไรปีละ 10% ก็ดีแล้วครับ
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 10:24:30
คนมักจะพูดกันแบบนั้น ว่ามีคนได้กำไรแค่ 20% นอกนั้นขาดทุน
 
แต่ผมว่าเขาแค่พูดให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นมากกว่า ผมเองได้กำไรทุกปี และคิดว่าที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่ก็น่าจะกำไร มันไม่ได้ยากขนาดนั้น
จากคุณ: <<GOOD LIFE<< โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 11:47:49
สำคัญที่ Mindset ครับ  
 
ลงไปดูว่า นิสัยเราเป็นแบบไหน  
 
การลงทุน กับการเล่นหุ้น วิธีคิดไม่เหมือนกัน  
 
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ครับ  
 
ทุกอย่างล้วนต้องใช้ความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง และทุ่มเท  
 
ความสำเร็จใดๆ เกิดได้ ด้วย  
 
1) การกำหนดเป้าหมายออกไปชัดๆ  
 
2) คุณต้องไว้วางใจ เชื่อมั่น คุณต้องศรัทธา ว่ามันจะต้องเกิดขึ้น  
 
3) คุณต้องทำชีวิตให้ สมควร หรือ คู่ควรที่จะได้รับมัน  
    ด้วยการ  
     - มุ่งมั่น  
     - เอาจริง  
     - มีวินัย  
 
4) แล้ววิธีการ เส้นทาง คำตอบ มันจะค่อยๆเผย ให้คุณเอง  
 
ขอให้โชคดีครับ
จากคุณ: doreus โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 12:22:55
on 09/03/18 เวลา 10:24:30, simath wrote:
คนมักจะพูดกันแบบนั้น ว่ามีคนได้กำไรแค่ 20% นอกนั้นขาดทุน
 
แต่ผมว่าเขาแค่พูดให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นมากกว่า ผมเองได้กำไรทุกปี และคิดว่าที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่ก็น่าจะกำไร มันไม่ได้ยากขนาดนั้น

เล่นมากี่ปีครับ ??
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 12:41:48
on 09/03/18 เวลา 12:22:55, doreus wrote:

เล่นมากี่ปีครับ ??

13 ปีครับ เล่นมาตั้งแต่สมัยมัธยม ที่ต้องใช้ชื่อพ่อเปิดพอร์ตแยกให้ต่างหาก พออายุถึงก็ย้ายมาเปิดพอร์ตตัวเอง
จากคุณ: doreus โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 12:56:14
on 09/03/18 เวลา 12:41:48, simath wrote:

13 ปีครับ เล่นมาตั้งแต่สมัยมัธยม ที่ต้องใช้ชื่อพ่อเปิดพอร์ตแยกให้ต่างหาก พออายุถึงก็ย้ายมาเปิดพอร์ตตัวเอง

ใช้Tf กี่ปีครับ กำไรทุกปีหรือกำไรสะสมปัจจุบันยังกำไรอยู่ครับ ผมว่าทำกำไรรายปีได้ทุกปีนี่เทพมากนะครับ ใช้เทคนิคอะไร เพราะพี่ดูจากกองทุน ltf ครับสมัยก่อนดีมากสมัยนี้ขาดทุน จนต้องขยายเวลาออกเป็นเจ็ดปี ผู้บริหารกองทุนแต่ละที่เขี้ยวลากดินมาก ยังง่อยเลย
จากคุณ: Something in the rain โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 13:11:43
ผมว่าหุ้นไม่ใช่zero some gameครับ  บวกหมดก็เป็นได้
แต่อย่างที่พี่doreusว่าแหละ 5ปีที่ผ่านมานี้ใครเล่นได้กำไรทุกปีถือว่าเก่งมากครับ ไม่เหมือนหลังเกิดhamburger crisisใหม่ๆ หลับตาจิ้มหุ้นตัวไหนก็บวกหมด
จากคุณ: 6699 โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 13:13:18
อาชีพหมอ ส่วนมากจะมีเงินเหลือเก็บ เป็นเงินเย็น อาจจะเอาเงินมาซื้อที่ดินเก็บไว้ดีหรือเปล่า  โอกาสที่จะกลายเป็นห้าเด้ง มีได้มากกว่าหุุ้น ห้าเด้ง คือ 500% แต่หุ้นโอกาสที่จะทำห้าเด้ง มีได้น้อยมาก ส่วนมากทำกำไรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ มากกว่าเด้ง กำไรหุ้นได้ 20 % คิดแล้วยังไม่ถึงเด้งเดียวเลย  
การพยายามหาเงินจากความผันผวนของราคา มีโอกาสสูงที่จะต้องจ่ายค่าเสี่ยงราคาแพง
 
แต่ถ้าหากจะเล่นหุ้น ก็ดี เห็นหมอหลายคนทำเงินได้จากตลาดหุ้น แต่มีไม่มากที่จะรวยแยะๆจากตลาดหุ้น ไม่เหมือนกับเล่นที่ดิน  
จากคุณ: doreus โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 13:24:32
ต้องเป็นเจ้าไงครับ คอยผันเงินออกจากระบบ zero-sum game เก่าไปแล้วครับ ตลกดี คนยังเชื่อเรื่องธรรมาภิบาลในตลาดหุ้น เอาเป็นว่าห้าปีมานี้ผจก กองทุน ตอนนี้เช้ามานั่งกำหนดตัวหุ้นกับราคาเป้าหมายรายวันนะครับ คิดว่าปลาซิวปลาสร้อย จะใช้เทคนิคอะไร ที่ดินก็เหอะ ผมว่าอืดมากยุคนี้นอกจากไปถือกลางใจเมืองเอาตังค์ที่ไหนซื้อ ไม่มีเงินก็จนไปเหอะ
จากคุณ: teetotal โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 14:15:22
http://prachaknote.blogspot.com/2011/07/blog-post_28.html
 
ผมเคยซื้อ cpall ก่อนแตกพาร์ ตอน 2551 ที่ 8.05  
พอ 17 ดีใจ ขายทิ้ง  
มาสะสมใหม่ ตอนนี้ ทุน 50++ (หลังแตกพาร์)
จากคุณ: <<GOOD LIFE<< โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 14:15:43
เพิ่งลงทุนมาไม่ถึง 10 ปี (เพราะเรียนนาน)    
   
มีประสบการณ์เด้งทั้งหุ้น และเด้งทั้งที่ดิน ครับ    
   
#ที่ดิน    
    -ต้องเป็นที่เจ๋งๆ อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและต้องมองเห็นก่อนใครพอสมควร    
    -ต้องใจเย็นๆมากๆ คือต้องรักจริง มีความสุขกับการได้เป็นเจ้าของ เอาไว้ชื่นชม    
    -ต้องลืมนึกถึงเรื่องขายไปเลย    
    -เพราะสภาพคล่องต่ำ อยากจะขายไม่ได้ง่ายๆ    
    -ต้องรอจนกว่าจะมีคนเห็นค่าและอยากได้ต่อ    
    -ไม่มีปันผลใดๆ    
    -เวลาขายต้องทำธุรกรรมเยอะแยะ มีค่าใช้จ่าย    
   
#หุ้น    
    -จริงๆแล้ว ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีหุ้นหลายสิบตัวที่ขึ้นมาเป็น 10-20 เด้ง และมีอีก 200 ตัวที่ขึ้นมา 2-3-4 เด้ง    
    -ทุกวันนี้ก็ยังพอมีอีกหลายตัวแต่ต้องรอนานขึ้นกว่าเดิม เช่น XO    
     ส่วน RPH ก็กำลังจะมา    
    -มีเงินปันผลโอนเข้าบัญชีตลอด    
    -สภาพคล่องสูง ขายง่ายกว่า    
    -ซื้อแล้ว สบายกว่า ไม่ต้องยุ่งยากไปบริหารจัดการ มีคนทำงานปวดหัวแทนเรา    
    -แต่ต้องศึกษาข้อมูลบริษัทและคอย monitorผลประกอบการอยู่ห่างๆ    
    -ที่สำคัญคือต้องอดทน หมั่นคอยฝึกจิต    
    -มองว่าหุ้นคือผู้รับใช้เรา ช่วยให้เรามีชีวิตที่สะดวกสบาย
จากคุณ: <<GOOD LIFE<< โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 14:16:52
on 09/03/18 เวลา 14:15:22, teetotal wrote:
http://prachaknote.blogspot.com/2011/07/blog-post_28.html
 
ผมเคยซื้อ cpall ก่อนแตกพาร์ ตอน 2551 ที่ 8.05  
พอ 17 ดีใจ ขายทิ้ง  
มาสะสมใหม่ ตอนนี้ ทุน 50++ (หลังแตกพาร์)

 
คุณ teetotal มอง CPALL หลังจากนี้ยังไงบ้างครับ
จากคุณ: eieiei  ^ Manipulate Way ^ โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 15:02:29
เคยมี บาง login ในนี้ แนะนำให้ซื้อ beauty ตอน 14 บาท  แล้วมันลงไปเหลือ หกบาทกว่านะคะ
 
การลงทุนมีความเสี่ยง  อย่าหลงเชื่อใครทั้งสิ้นค่ะ
 
 Grin Grin Grin
จากคุณ: <<GOOD LIFE<< โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 15:51:37
การลงทุนหุ้น  
   
-ที่สำคัญคือต้องเข้าใจธุรกิจอย่างถ่องแท้  
   
-เราต้องศึกษาจนเข้าใจ รู้จุดอ่อน จุดแข็งของกิจการ  
   
-ต้องประเมินมูลค่าเป็น ว่าควรมีราคาเหมาะสมเท่าไหร่  
   
-เวลาซื้อต้องให้มีส่วนต่างของความปลอดภัยจากราคาที่ประเมิน เช่นประเมินได้ 10 บาท อาจต้องซื้อที่ 7 บาท  
   
-ตัดสินใจอย่างเป็นอิสระด้วยตัวเอง อย่าเชื่อใคร    
   
-ต้องคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง    
   
-มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ไม่ลงทุนกระจุกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือตัวใดตัวหนึ่ง  
   
-หากลงทุนไปแล้ว ต้องคอย F/Uผลงานของกิจการ หากไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่เราคาดการณ์หรือพื้นฐานเปลี่ยน ต้องขายออกไป  
 
-แต่ถ้าดูแล้วราคาที่ตกลงมาต่ำกว่ามูลค่า โดยที่พื้นฐานระยะยาวไม่เปลี่ยน อาจต้องซื้อเพิ่ม  
   
-บริษัทไหนที่ไม่เข้าใจ อย่าไปยุ่งเกี่ยว เพราะหุ้นมีตั้ง 600 บริษัท  
   
-ในชีวิตจริงไม่มีใครเลือกซื้อหุ้นได้ถูกตลอด  
   
-ต้องมีความเชื่อความศรัทธาจริงๆว่า การลงทุนเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราค้นพบอิสรภาพทางการเงินได้  
   
-แล้วมันจะเกิดขึ้นจริงๆ ตามที่เราเชื่อ
จากคุณ: Hybrid VI โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 16:35:14
ได้หลายแสนล่ะครับ
แต่ตอนนี้ไปเล่น forex แทนล่ะครับ กำไรไวดี
จากคุณ: gundamwing โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 17:43:05
ขอบคุณค่ะ
จากคุณ: :: King of BANPU :: โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 17:59:52

BANPU 11 -> 20  Smile
 
จากคุณ: megacure โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 18:55:12
เป็นแพทย์ fulltime ผมแนะนำว่าควรลงทุนผ่านกองทุนรวม
 
แต่ถ้าเป็นแพทย์ part time เวลาว่างเยอะ ศึกษาและลงทุนเอง และกระจายความเสี่ยงให้เยอะเข้าไว้
 
Overconfidence bias เยอะนะวงการนี้ ถ้าทำบัญชีจะพบว่าหลายคนที่โม้ว่ากำไรที่จริงหนะขาดทุน ซื้อขายบ่อยจนลืมต้นทุนที่แท้จริง และไม่คิด transaction cost, inflation
จากคุณ: philosophy โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 20:24:50
ตอนนนี้ส่วนตัว  port อสังหา 95 %  portหุ้น+กองทุนรวม 5 %
 
 
ตอนนี้เล่นหุ้น เปิด 2  port
 
เก็งกำไร  กับ  VI  ปันผลซึ่ง ปีหนึ่งได้ราว 1  แสน
 
ต่างกับ port  อสังหา ปีหนึ่งได้  7 หลัก  หรือเป็นรายเดือนก็  xxx,xxx
 
ตอนนี้ก็เลย เอาเงิน ค่าเช่าอสังหา  ไปซื้อหุ้นใน set HD  
SCC  PTTGC  RATCH  KKP
 
+ตัวที่ชอบส่วนตัวก็ CK   BANPU
 
 
พยายามกระจายอุตสาหกรรม
 
ใช้ ดูพื้นฐานจาก
 
   JITTA  SCORE     STOCK redar  ข้อมูลจากนักวิเคราะห์
 
    ใช้ graph  ราย week  month กำหนดจุดเข้าซื้อ และขาย
 
การเก็งกำไร เนื่อจากอยู่ ในวงการหุ้นมานานเกิน 10ปี
 
แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ตั้งเป้าหมายผลก็คือ  ขาดทุนเวลา  แต่ได้ความรู้มาแทน  คือหมายถึงกำไรได้น้อยมากหลักหมื่นถึงแสนต่อปี
 
ครั้งนี้  จะต่างจากทุกครั้งเพราะ  ฝรั่งเป้นคน ขาย คายของออก
 
ผมก็ไล่เก็บของต่อจาก ฝรั่งอย่างเดียว
 
ตอนนี้กะก็บให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้   แต่อาจไม่ถึง 8หลัก
 
ตอนนี้ไปไล่เก็บหุ้นในเวียดนามผ่านกองทุนเวียดนาม
 
หุ้นลงมาจากเดิมราว 20 %  ทะยอยเก็บ
 
 
 
หลักการผม คือ  ไม่เก็บเป้นเงินตรา  เพราะ   ปัจจุบัน  มีการพิมพ์แบ็งค์เ้เข้ามาในโลกมากมาย
 
ทั้ง อเมริกา ญี่ปุ่น  ยุโรป   ดังนั้น  เงินตราโดยมูลค่า ต้องลดลง
 
แต่เรามองไม่ออก เพราะเงินได้กระจายไป ยังที่ต่างๆของโลกโดยเฉพาะจีน
 
 
ดังนั้น  หน้าที่เราก็คือ  มองหาทรัพย์สินที่จำกัดไม่สามารถผลิตเพิ่มได้
 
หนึ่งในนั้น  ก็คือ
 
ที่ดิน    ของเก่า โบราณ บริษัททจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาลสูงและปันผลดี
 
และสุดท้ายคือ  ทองคำ(สุดท้ายแล้วทองคำจะขึ้นไปอีกครั้ง  ตอนนี้คนยังเห็นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ มีค่ามากกว่าทองคำ ซึ่งจะขัดแย้งกับความเป็นจริง)
 
หากเงินไม่ได้กระจายไป และมนต์ขลัง ของอเมริกาเสื่อมลง คือหมายถึง  จีนผงาดเหนือ อเมริการได้ทั้งการค้า และ การศึกษา
มันก็จะเหมือนกับประเทศเวเนซูเอลา  ดอลล่าห์จะอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว
 
จาก ปี 2559   5.65 บาทไทยแลกได้ 1โบลิวาร์  ตอนนี้ผ่านมา 2ปี  0.00013 บาทแลกได้ 1โบลิวาร์
 
 https://www.google.co.th/search?source=hp&ei=YDSNW8iiI9atrQG2moGYAQ& amp;q=%E 0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E 0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2&oq=%E0%B8%84%E0%B9% 88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8% A5%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2&gs_l=psy-ab.3..0i13k1.1796.8266.0 .8940.18.16.1.0.0.0.213.2008.0j13j1.15.0....0...1c.1.64.psy-ab..2.16.236 8.6..0j35i39k1j0i131k1j0i10k1.355.yYR41JTRp5o
 
แต่ถึงตอนนั้นผมเชื่อว่า  อเมริการจะล้างไพ่ด้วยการสร้างสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาเพืือ นับ 1  ใหม่
 
สรุปกระจายความเสี่ยงดีที่สุด  (เฉพาะในแง่การลงทุน)
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 22:05:13
on 09/03/18 เวลา 12:56:14, doreus wrote:

 
ใช้Tf กี่ปีครับ กำไรทุกปีหรือกำไรสะสมปัจจุบันยังกำไรอยู่ครับ ผมว่าทำกำไรรายปีได้ทุกปีนี่เทพมากนะครับ ใช้เทคนิคอะไร เพราะพี่ดูจากกองทุน ltf ครับสมัยก่อนดีมากสมัยนี้ขาดทุน จนต้องขยายเวลาออกเป็นเจ็ดปี ผู้บริหารกองทุนแต่ละที่เขี้ยวลากดินมาก ยังง่อยเลย

 
รายปีครับ ถ้าใช้ของบัวหลวง จะมี itracker ย้อนดูได้สะดวก แต่ย้อนถึงแค่ปี 2013 เพราะก่อนหน้านั้นยังไม่มีบริการนี้
 
ถึงจะบอกว่ากำไรทุกปี แต่ก็ไม่ได้มากหรอกครับ และเป็นการคำนวนแบบรวมปันผลแล้ว บางปีก็ได้แค่ 3-4% เคยได้มากที่สุดประมาณ 20% แต่ตอนนั้นพอร์ตยังเล็กมาก คิดเป็นเงินก็ไม่ได้มากมายอะไร
 
ส่วนกองทุนรวม ถ้าไม่ใช่ LTF ผมไม่เคยซื้อกองหุ้นไทยเลยครับ ค่าธรรมเนียมแพงมาก แถมปันผลที่กองทุนได้รับก็หายไปในอากาศ เอามาเครดิตภาษีไม่ได้เหมือนอย่างหุ้น
 
ขนาด Peter Lynch เองยังบอกเลย การลงทุนหุ้นรายตัวให้ได้กำไรนั้น ง่ายกว่ากองทุนรวมมาก เพราะกองทุนมีข้อจำกัดในการลงทุนมากมาย แถมยังต้องหักค่าดำเนินการอีกด้วย
จากคุณ: simath โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 22:10:32
ไม่รู้ของเจ้าอื่นมีเหมือนกันหรือเปล่า ของบัวหลวงดูได้สะดวกดีครับ
จากคุณ: อาร์ตสุดติ่ง โพสเมื่อวันที่: 09/03/18 เวลา 22:11:19
Intouch ais rach bp ลงทุนมานานมาก
 
รอปันผลอย่างเดียว นานๆดูราคาที รุสึกว่ารวยขึ้นมามากมาย
จากคุณ: teetotal โพสเมื่อวันที่: 09/04/18 เวลา 07:47:12
on 09/03/18 เวลา 14:16:52, <<GOOD LIFE<< wrote:

 
คุณ teetotal มอง CPALL หลังจากนี้ยังไงบ้างครับ

 
ส่วนตัวผมคิดว่า ต้องจับตาดู ช่องทางการค้า ที่จะมาเป็นคู่แข่งครับ
เช่น central กับ JD ที่จะมาร่วมมือกัน ทำธุรกิจ
http://www.thansettakij.com/content/208989
และ ในส่วน super market ทาง central ก็มี tops  
ถ้าออก นวตกรรม อะไร ที่ ซื้อ online ส่งถึงบ้าน มาในรูปแบบ ที่ ลูกค้าถูกใจกว่า ก็ จะทำให้ cpall ต้องแข่งอีกครับ
 
ส่วน ช่องทาง จ่ายเงิน จ่ายค่าบริการ เติมเงินเกมส์
 ต่างๆ online ก็ แย่งไปเยอะแล้ว  
 
อีกไม่นาน หากจะซื้อของ อาจ จิ้มๆ ที่ มือถือ
แล้ว มีบริการ ส่งถึง office หรือ บ้าน  
ไม่ต้องเดินไปซื้อ  
จากคุณ: leuheang โพสเมื่อวันที่: 09/04/18 เวลา 08:32:41
จากประสบการณ์ลงทุนในหุ้น
 
ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ M I N D S E T
 
ส่วนตัวเป็นเมด
เราก็ต้องเอาข้อดีแบบเรามาใช้
 
ข้อดีหมอเมดคือ
- งานเยอะ, เวรเยอะ ไม่มีเวลาเที่ยว >>>>>>>>>> เงินเย็น
- มีความ "ปลอดภัยไว้ก่อน" >>>>>>>>กำไร 10-15%/ปี ก็ฟินแล้ว
- อ่าน textbook, guideline ตั้งเยอะยัง ok >>>> อ่าน 56-1, annual report ไม่กี่หน้าสบายมาก
 
 
 
ข้อเสียหมอเมด
- งานในเวลาเยอะ >>>>>>>>> ตามดูการเคลื่อนไหวราคาในตลาดลำบาก
- หมอเมด มักเตรียมตัวมาก่อนเสมอ  >>>> เรื่องงานที่ต้อง "ด้ น ส ด" ไม่ค่อยได้ทำ ไม่ค่อยถนัด
 
 
พอดูข้อดีข้อเสียของตัวเอง
ก็ตัดสินใจเป็น value investor
 
 
เพราะ value investor  
เ ข า ทํ า ง า น เ ห มื อ น ห ม อ เ ม ด ม า ก
 
 
 
ที่ผ่านมา 5 ปีก็ยังทำได้ตามเป้าครับ (เฉลี่ย 12.25%)
ไม่ถึงกับดีมาก แต่พอเพียงตามสไตล์หมอเมดครับผม ^ ^
จากคุณ: devilmanToT @.โหมดลั้นลา โพสเมื่อวันที่: 09/04/18 เวลา 11:16:06
กำไร 10 % ต่อไปก็รวยแล้วครับ  ก็ลองลงทุนซัก 1000 ล้าน  ได้กำไรปีละ 100 ล้าน ก็อยู่สบายแล้วครับ
จากคุณ: doreus โพสเมื่อวันที่: 09/04/18 เวลา 11:18:57
on 09/04/18 เวลา 11:16:06, devilmanToT @.โหมดลั้นลา wrote:
กำไร 10 % ต่อไปก็รวยแล้วครับ  ก็ลองลงทุนซัก 1000 ล้าน  ได้กำไรปีละ 100 ล้าน ก็อยู่สบายแล้วครับ

ถ้าพี่มีพันล้าน พี่ไม่เอาปีละร้อยล้านก็ได้ ขอแค่ปีละยี่สิบล้านพอแล้ว
จากคุณ: zinc โพสเมื่อวันที่: 09/05/18 เวลา 09:24:59
คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น คนไม่จนไม่รวยเล่นทั้งหวยทั้งหุ้น ว่างั้น
จากคุณ: positive โพสเมื่อวันที่: 09/06/18 เวลา 09:26:30
สำหรับผมไม่ใช่ เพราะรู้ตัวว่า วินัยไม่ได้ ความอดทนไม่ได้ ความโลภครอบงำ  
 
จะเล่น จะลงทุนแนวไหนก็ไม่ได้เลย ผ่านหลายสนาม แพ้หมด จำใจต้องเลิกขาด  
 
 
ปัจจุบัน อสังหาครับ  เหมาะดี  ยิ่งฟังเรื่อง ปัญหา Currency ในปัจจุบัน กับ วิกฤตเศรษฐกิจ ผมว่ามาสายนี้ก็ปลอดภัยดีนะครับ  ยุ่งยากหน่อย ไม่สบายเหมือนลงทุน online แต่ทำไปก็ชินครับ  
จากคุณ: หมอเมืองสยาม โพสเมื่อวันที่: 09/12/18 เวลา 19:39:04
   แพทย์เล่นหุ้น...ดีมั้ย ?   - " น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง ครับ  แพทย์กับหุ้นเหมือนน้ำกับน้ำมัน   ไม่มีที่จะเข้ากันได้ "


  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.