แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 39027: RedHill Biopharma รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2021  (จำนวนคนอ่าน 50 ครั้ง)
« เมื่อ: 09/02/21 เวลา 10:24:58 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

- รายได้รวม 21.5 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 เพิ่มขึ้น 4.5% จากไตรมาสที่ 1 ของปี 2021 แม้จะมีความท้าทายด้านสภาพตลาด และมีดุลเงินสด [ 1 ] ราว 71.5 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2021
 
- ปริมาณการสั่งจ่ายยา Talicia® รายไตรมาสเพิ่มขึ้นกว่า 10% การสั่งจ่ายยา Movantik® รายไตรมาสเพิ่มขึ้น 5.6% ความครอบคลุมของยา Talicia และ Movantik เพิ่มขึ้นเป็นครอบคลุมชาวอเมริกันที่มีประกันสุขภาพเชิงพาณิชย์ 8 และ 9 คนจากทุก 10 คนตามลำดับ
 
- ยา opaganib อยู่ระหว่างการคัดเลือกขั้นสุดท้ายโดย Quantum Leap Healthcare Collaborative และ BARDA สำหรับการใช้ในโครงการทดลอง I-SPY COVID-19 ด้วยเงินทุนจาก BARDA
 
- ข้อมูลใหม่ขั้นก่อนคลินิกบ่งชี้ฤทธิ์ของ opaganib ในการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
 
- อยู่ระหว่างรอผลลัพธ์โดยรวมจากการศึกษาระยะ 2/3 สำหรับการรักษาโควิด-19 หลังจากขั้นการรักษาและติดตามอาการเสร็จสมบูรณ์แล้ว
 
- การศึกษาวิจัยระยะ 2 ในการใช้ยา opaganib รักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้บรรลุผลลัพธ์หลักแล้ว จากการประเมินเบื้องต้นในส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการศึกษาวิจัย การรักษา และการวิเคราะห์
 
- ฝ่ายบริหารจะมีการถ่ายทอดสดออนไลน์ในวันนี้ เวลา 8.30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก ( EST)
 
เทลอาวีฟ, อิสราเอล และราลี, นอร์ธแคโรไลนา--30 ส.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
 
RedHill Biopharma Ltd. (NASDAQ: RDHL) ("RedHill" หรือ "บริษัท") บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์เฉพาะทาง ได้รายงานผลประกอบการทางการเงินและข้อมูลการดำเนินงานสำคัญประจำไตรมาสที่ 2 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2021
 
Dror Ben-Asher ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ RedHill กล่าวว่า "เราได้บรรลุความก้าวหน้าที่สำคัญในด้านต่าง ๆ ในไตรมาสนี้ ยา opaganib อยู่ในแถวหน้าของสารที่มีศักยภาพเป็นยาเม็ดสำหรับการรักษาโควิด-19 อย่างมีประสิทธิผล ข้อมูลใหม่บ่งชี้ฤทธิ์ของ opaganib ในการยับยั้งเชื้อ SARS-CoV-2 สายพันธุ์ที่น่ากังวล รวมถึงสายพันธุ์เดลตาที่มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ข้อมูลโดยรวมจากการศึกษาระยะ 2/3 ชี้ว่าเรามียาเม็ดแบบให้ทางปากที่อาจเป็นยารักษาโควิด-19 ขั้นรุนแรงได้ ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์รักษาที่พึงประสงค์ตามนิยามของผู้เชี่ ยวชาญด้านสาธารณสุข" โดยคุณ Ben-Asher เพิ่มเติมว่า "นอกจากนี้ในเชิงพาณิชย์ เรายังคงเห็นผลของการทุ่มเทลงแรงของเรา อันได้แก่การเพิ่มขึ้นของการสั่งจ่ายยา Talicia และ Movantik โดยยอดการสั่งจ่ายยา Talicia ประจำไตรมาสและการครอบคลุมที่เพิ่มมากขึ้นของผู้จ่ายค่ารักษาในเชิงพาณิชย์ แสดงให้เห็นความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับความต้องการการรักษาการติดเชื้อแบ คทีเรียในกระเพาะอาหาร H. pylori ซึ่งช่วยลดความล้มเหลวในการรักษาจากการดื้อยาปฏิชีวนะ ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป"
 
Micha Ben Chorin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินบริษัท RedHill กล่าวว่า "จากมุมมองเชิงการเงิน การเติบโตของรายรับในไตรมาสที่สองแม้ว่าจะมีความท้าทายจากวิกฤตโรคระบาด แสดงถึงความเป็นเลิศในการดำเนินงานขององค์กรเชิงพาณิชย์ของเราในสหรัฐ การมีรายรับ 21.5 ล้านดอลลาร์พร้อมคงอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงกว่า 50% นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญในเส้นทางการเติบโตของ RedHill เพื่อเป็นผู้เล่นระดับแนวหน้าในวงการเภสัชกรรมเฉพาะทาง"
 
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2021 [2]
 
รายรับสุทธิ ( Net Revenues)  อยู่ที่ราว 21.5 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 เพิ่มขึ้น 0.9 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสแรกของปี 2021 รายรับที่มากขึ้นนี้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายรับจากยา Talicia® และ Movantik® แม้ว่าจะมีความท้าทายจากวิกฤตโรคระบาด
 
กำไรขั้นต้น ( Gross Profit)  อยู่ที่ราว 10.9 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นราว 51%
 
ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา  อยู่ที่ราว 10.3 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 เพิ่มขึ้น 2.8 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสแรกของปี 2021 โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ของเรา
 
ค่าใช้จ่ายด้านการขาย การตลาด และค่าใช้ทั่วไปและงานบริหารจัดการ  อยู่ที่ราว 25.5 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 เพิ่มขึ้น 4.5 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสแรกของปี 2021 การเพิ่มขึ้นนี้โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าช ดเชยแบบใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (share-based compensation) และการลงทุนด้านการตลาด
 
การขาดทุนจากการดำเนินงานและการขาดทุนสุทธิ  อยู่ที่ประมาณ 24.9 ล้านดอลลาร์และ 29.1 ล้านดอลลาร์ตามลำดับสำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 จาก 18.2 ล้านดอลลาร์และ 22.9 ล้านดอลลาร์ตามลำดับในไตรมาสแรกของปี 2021 การเพิ่มขึ้นนี้โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับความคืบหน้า ของโครงการพัฒนาเกี่ยวกับโรคโควิด-19 โครงการด้านการตลาด และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าชดเชยแบบใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ดังที่ได้ กล่าวข้างต้น
เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรมปฏิบัติการ  อยู่ที่ราว 18.9 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 เพิ่มขึ้น 6.6 ล้านดอลลาร์จากไตรมาสแรกของปี 2021 การเพิ่มขึ้นนี้โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียนในไตร มาสที่สอง
 
เงินสดสุทธิที่ใช้ในกิจกรรมด้านการเงิน  อยู่ที่ราว 18.9 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสที่สองของปี 2021 โดยส่วนใหญ่เป็นการชำระหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Movantik
 
ดุลเงินสด [ 1 ]  ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2021 อยู่ที่ราว 71.5 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลสำคัญด้านการค้า
 
Movantik ® (naloxegol)[3]
 
บริษัทให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ของ Movantik ทำให้ยาดังกล่าวมีผลประกอบการประจำไตรมาสที่แข็งแกร่ง โดยมียอดการสั่งจ่ายยาเพิ่มขึ้น 5.6%
 
บริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่มการเข้าถึงในตลาดของผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลร ายใหญ่ในสหรัฐ โดยยังคงมีการเพิ่มระดับการครอบคลุมของผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง  ในเดือนกรกฎาคม บริษัทได้ประกาศว่าผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของอเมริกา ซึ่งให้บริการการประกันสุขภาพแพ็คเกจ Blue Cross และ Blue Shield หลายราย ตลอดจนสมาชิกอีกกว่า 30 ล้านราย ได้เพิ่ม Movantik เป็นแบรนด์ที่สนับสนุนโดยไม่มีการจำกัดในรายการยาประเภท Commercial NetResults "A" โดยเริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2021 นอกจากนี้ เมื่อเดือนเมษายน Movantik ยังได้รับการเพิ่มในรายการยา Part D ของผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลรายใหญ่อีกรายโดยไม่มีข้อจำกัด ขณะนี้เกือบ 9 ใน 10 ของผู้ที่มีประกันสุขภาพในสหรัฐได้รับการครอบคลุมในการเข้าถึงยานี้ และเรายังคงมุ่งเพิ่มการครอบคลุมต่อไปสำหรับผู้ป่วยกลุ่มอื่นนอกจากนี้
 
ในเดือนกรกฎาคม 2021 บริษัทได้ประกาศว่า RedHill Biopharma Inc., AstraZeneca AB, AstraZeneca Pharmaceuticals LP และ Nektar Therapeutics ได้บรรลุข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิกับ Apotex, Inc. และ Apotex Corp. (Apotex) ซึ่งแก้ไขปัญหาคดีละเมิดสิทธิบัตรในสหรัฐ ในการที่ Apotex ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนยาใหม่ Abbreviated New Drug Application (ANDA) เพื่อขอการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) สำหรับการจำหน่ายยา Movantik ในรูปแบบสามัญ ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว Apotex ไม่สามารถจำหน่ายยา Movantik รูปแบบสามัญได้ในสหรัฐจนถึง 1 ตุลาคม 2030 (ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของ FDA) หรือก่อนหน้านั้นในกรณีเฉพาะ
 
Talicia® (omeprazole magnesium, amoxicillin และ rifabutin)[4]
 
Talicia มีผลประกอบการที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ โดยมีปริมาณการสั่งจ่ายยาเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ในเดือนกรกฎาคม บริษัทได้ขยายการครอบคลุมเชิงพาณิชย์ของยา Talicia อย่างมีนัยสำคัญ โดยประกาศว่า OptumRx บริษัทในเครือ UnitedHealth Group ผู้นำด้านประกันสุขภาพซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นคู่ค้ากับผู้ประกอบอาชีพด้านสุ ขภาพกว่า 1.3 ล้านรายและโรงพยาบาลกว่า 6,500 แห่ง ได้เพิ่ม Talicia ในรายการยาเชิงพาณิชย์ Commercial Formulary ให้เป็นแบรนด์ที่ไม่มีการจำกัดสำหรับการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะ อาหาร H. pylori โดยมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2021 ข้อตกลงนี้ได้ขยายการเข้าถึงยา Talicia โดยชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น 26 ล้านคน และเพิ่มการเข้าถึงยา Talicia โดยผู้ป่วยโดยรวมเป็นกว่า 8 ใน 10 ของชาวอเมริกันที่มีประกันสุขภาพเชิงพาณิชย์
 
Aemcolo® (rifamycin)[5]
 
บริษัทได้เพิ่มการส่งเสริมยา Aemcolo ในไตรมาสที่สองของปี 2021 ขณะที่การเดินทางไปเม็กซิโกได้เพิ่มมากขึ้น ขณะนี้มีการวางแผนสำหรับการสนับสนุนและต่อยอดแนวโน้มเบื้องต้นของยา Aemcolo ก่อนการจำกัดการเดินทางโดยโควิด-19 บริษัทคาดว่าแผนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสนใจในยา Aemcolo อีกครั้งหลังจากที่การเดินทางระหว่างประเทศจากสหรัฐกลับมาสู่ระดับสูง
ส่งโดย: IQ
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1257  
   
115.87.152.*


Page(s) : 1 




Reply this Topic reserved for registed member only. Register



clinic
  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved. !--BEGIN WEB STAT CODE-->