แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 38703: “มืออาชีพเขาทำงานแบบนี้นี่เอง” ของพี่เบิร์ด  (จำนวนคนอ่าน 313 ครั้ง)
« เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:37:17 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
.......................
บทสัมภาษณ์กับพี่เบิร์ด
..
 
วิชา “โมเมนต์ดอกไม้บาน” และ “มืออาชีพเขาทำงานแบบนี้นี่เอง” ของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์  
.
1
“มืออาชีพเขาทำงานกันแบบไหนนะ” เป็นคำถามที่ผมสงสัยมาตลอด และใช้เวลาไปกับการหาคำตอบด้วยการเรียนลัดจากคนทำงานมืออาชีพตัวจริง
.
และสำหรับผม พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ คือมืออาชีพตัวจริงครับ
.
ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์พี่เบิร์ดสองครั้ง เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีวันลืมเลยครับ
.
และผมใช้โอกาสนั้นในการพยายามค้นหาคำตอบว่า มืออาชีพอย่างพี่เบิร์ดทำงานอย่างไรถึงสามารถยืนหยัดบนงานที่เขารักได้ถึงทุ กวันนี้
.
และนี่คือเรื่องราววิธีคิดแบบ “มืออาชีพ” ที่ชื่อพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:37:40 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

2
พี่เบิร์ดเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ยังไม่มีชื่อเสียง อัลบั้มยังไม่วางแผงด้วยซ้ำ เคยไปถ่ายมิวสิกวิดีโอ “หาดทราย สายลม สองเรา” ที่เกาะเสม็ด สิ่งที่พี่เบิร์ดไม่เคยลืมก็คือ ภาพทีมงานเบื้องหลังมากมายลงเรือมาเพื่อทำงานให้พี่เบิร์ดคนเดียว
.
พี่เบิร์ดบอกว่าตัวเองตื่นเช้าแล้ว แต่มีคนอีกมากมายตื่นเช้ากว่าพี่เบิร์ดเพื่อมาเตรียมงานให้ก่อน เห็นคนขนของมาเหนื่อยเพื่อทำงานให้พี่เบิร์ด บางคนก็เหนื่อยจนต้องหลับไป บางคนก็ต้องทนแดดทนร้อนเพื่อทำงานให้นักร้อง Nobody ที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าจะดังหรือเปล่า เหนื่อยแล้วจะคุ้มไหมก็ไม่รู้
.
แต่พวกเขาทุกคน “ลงเรือลำเดียวกัน” กับพี่เบิร์ดหมด  
.
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่พี่เบิร์ดไม่มีวันลืมคือ วันที่ไปอัดเพลงอัลบั้มแรกที่ห้องอัดศรีสยาม ระหว่างที่พี่เบิร์ดไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาพี่เบิร์ดได้ยินพี่เต๋อ เรวัติ พุทธินันทน์ อ้อนวอนเจ้าของห้องอัดอยู่ว่า
.
“มันเหลืออีกเพลงเดียว ขอให้ลูกผมอัดเพลงเถอะ”  
.
ตอนนั้นพี่เบิร์ดยังไม่มีชื่อเสียง ยังไม่มีใครรู้จักธงไชย แมคอินไตย์ ยังไม่มียอดขายเป็นล้านมาการันตี
.
แต่อะไรกันที่ทำให้คนเหล่านี้ทุ่มเทเพื่อพี่เบิร์ด เพื่องานที่พวกเขามีจุดหมายเดียวกันว่าอยากทำออกมาให้ดีที่สุด
.
เป็นเพราะทุกคนขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธา” ที่มีต่อตัวพี่เบิร์ด ศรัทธาในการทำงานที่มีคุณภาพ  
.
นั่นทำให้พี่เบิร์ดเรียนรู้ว่า จะต้องไม่ลืมว่ามีคนมากมายทำเพื่อพี่เบิร์ดขนาดไหน และเมื่อเขาศรัทธาในพี่เบิร์ด พี่เบิร์ดเองก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สมกับที่ทีมงานศรัทธา
.
“เพราะถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเราในวันนี้” พี่เบิร์ดบอก
.

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:37:58 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

3
พี่เบิร์ดบอกว่า คนจะเรียกพี่เบิร์ดว่าซูเปอร์สตาร์แค่ไหน แต่พี่เบิร์ดไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น
.
คนอื่นในที่นี้รวมไปถึงทีมงานเบื้องหลังตัวเล็กตัวน้อยที่ทำงานเหนื่อยเพื่อ พี่เบิร์ด
.
ชีวิตการทำงานของเราก็เหมือนกันครับ เวลาที่เราเหนื่อยให้นึกถึงคนเบื้องหลังที่เหนื่อยไม่แพ้เรา แต่เขายังคงทำงานส่งให้เราไปอยู่เบื้องหน้าได้อย่างสวยงามอยู่
.
พวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในจุดที่คนอื่นมองเห็น แต่เป็นตัวเรานี่แหละที่ต้องเห็นคุณค่าของคนเหล่านั้น และทำให้คนอื่นมองเห็นมดงานตัวเล็กๆ เหล่านี้ด้วย
.
“ยิ่งเวลาทำคอนเสิร์ต เห็นฉากหน้าสวยงาม มีพี่ยืนอยู่เท่ๆ อยู่บนพื้นหมุน แต่ข้างล่างเวทีนี่คนงานทั้งร้อนทั้งเหนื่อย และยังไม่มีโอกาสได้มาเห็นภาพตรงหน้าที่คนดูเขามาให้กำลังใจแบบที่พี่เห็นอี ก
.
เพราะฉะนั้น พี่ต้องยืนให้ดี พี่บอกตัวเองว่าพี่ห้ามล้ม ถ้าพี่ล้ม พวกเขาตายเลยนะ”  
.
ผมชอบวิธีคิดของพี่เบิร์ดในการมองความสำเร็จร่วมกันในฐานะทีมมากครับ  
.
พี่เบิร์ดไม่ได้บอกว่าคนดูมาดูพี่เบิร์ดคนเดียว แต่ใช้คำว่าคนดูมาให้กำลังใจทีมงานทุกคน และยังนึกถึงด้วยว่า อยากให้ทีมงานที่ไม่มีโอกาสได้เห็นว่ามีคนมาให้กำลังใจแบบที่พี่เบิร์ดเห็น ได้รู้ว่ามีคนมาให้กำลังใจมากขนาดนี้ แปลว่าพี่เบิร์ดนึกถึงทีมงานเบื้องหลังอยู่เสมอ
.
ยิ่งสปอตไลท์ส่องลงที่พี่เบิร์ด พี่เบิร์ดยิ่งฉายแสงไปให้คนอื่นๆ ที่สปอตไลท์ไม่เคยส่องไปถึง
.
ไม่กอดเก็บความสำเร็จไว้คนเดียว ไม่เป็น One man show ไม่เทคเครดิตเอาดีเข้าตัว แต่ผายมือไปให้ทีมงานทุกคนได้รับคำชื่นชมไปด้วยถ้วนหน้าในฐานะทีมเดียวกัน
.
หัวหน้าทีมที่ดีเป็นแบบนี้ครับ
.
“ตลอดชีวิตในวงการบันเทิง พี่เห็นมาตลอดว่า มีคนมากมายทำเพื่อเราคนเดียว มันตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนที่เป็น Nobody มาตลอด พี่เกิดจากความรักของทุกคนที่มีให้ มันเลยเกิดความซาบซึ้ง ความศรัทธา ความกตัญญู เขาดูแลเรา เราต้องดูแลเขา พี่ไม่เคยลืมเลยว่าใครทำเพื่อเราขนาดนี้”  
.
ทุกความสำเร็จไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากคนมากมายที่ร่วมมือกัน
.
มองเห็นคุณค่าของคนทำงานด้วยกัน และทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นมีความหมายแค่ไหน

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:38:12 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

4
พี่เล็ก บุษบา ดาวเรือง ซึ่งทำงานใกล้ชิดพี่เบิร์ดมาตั้งแต่วันแรก เคยเล่าให้ผมฟังว่า เวลาซ้อมคอนเสิร์ต พี่เบิร์ดจะมาคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้ายเสมอ
.
ยิ่งตอนทำคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด ที่ศูนย์วัฒนธรรม ภาพที่พี่เล็กจำได้ไม่ลืมคือ สิ่งที่พี่เบิร์ดต้องทำเสมอก่อนกลับบ้านก็คือ การเดินขอบคุณทีมงานทุกคนที่มาช่วยกันทำงาน ลามไปถึงการเดินร่ำลาและขอบคุณ รปภ. ของศูนย์วัฒนธรรมเป็นรายคน พี่เบิร์ดทำแบบนี้ทุกวันกว่าจะได้กลับบ้าน
.
ซ้อมมาก็เหนื่อยมากแล้ว แต่พี่เบิร์ดไม่เคยลืมคนตัวเล็กๆ ที่มาร่วมกันทำงานเพื่อพี่เบิร์ดซึ่งก็เหนื่อยไม่แพ้กัน
.
พอถึงวันที่ผมได้สัมภาษณ์พี่หญิง รฐา โพธิ์งาม ผมก็จำได้ว่าพี่หญิงเคยเป็นแขกรับเชิญให้คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ผมก็เลยถามเรื่องนี้กับพี่หญิงว่าจริงหรือเปล่า
.
พี่หญิงเล่าให้ฟังว่า เวลามาซ้อม เคยคิดว่าตัวเองมาเช้าก่อนเวลานัดแล้ว แต่มาถึงจะเจอพี่เบิร์ดมาถึงก่อนคนอื่นเสมอ  
.
และไม่ใช่แค่มาถึงเฉยๆ แต่พี่เบิร์ดซ้อมล่วงหน้าก่อนที่จะซ้อมจริงแล้วด้วยซ้ำ เรียกว่าพี่เบิร์ดซ้อมก่อนซ้อมจริง ทำตัวเองให้พร้อมตั้งแต่ก่อนซ้อมแล้ว และยืนยันอีกเสียงว่า พี่เบิร์ดไล่เดินขอบคุณทีมงานก่อนกลับบ้านจริงๆ
.
พี่หญิงบอกว่า ความมีวินัยในการซ้อมของพี่เบิร์ดทำให้ทุกคนมีวินัยตามโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การมีวินัยจนเครียด แต่ทุกคนได้เห็นว่า พอมีวินัยแล้วงานมันออกมาดี คนทำงานกันง่ายขึ้นแบบนี้นี่เอง  
.
เช่นเดียวกัน การเห็นพี่เบิร์ดใส่ใจทีมงานทุกคนทำให้ได้เรียนรู้ว่า เราเป็นคนเบื้องหนัาก็จริง แต่อย่าละเลยคนเบื้องหลัง เราไม่ได้อยู่ข้างหน้าแค่คนเดียว แต่มายืนข้างหน้าได้เพราะมีคนข้างหลังอีกเต็มไปหมดที่ช่วยเหลือเราอยู่
.
“เห็นพี่เบิร์ดทำงานแล้ว พี่ถึงเข้าใจว่ามืออาชีพเขาทำงานกันแบบนี้นี่เอง” พี่หญิงบอก  
.
เป็นประโยคเดียวกับที่ผมคิดอยู่ในใจเหมือนกัน

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:38:29 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

5
ส่วนใหญ่เราจะเห็นพี่เบิร์ดจากหน้าเวที แต่กว่าจะมาอยู่หน้าเวทีนั้น พี่เบิร์ดต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
.
ผมถามพี่เบิร์ดว่า ระหว่างที่พี่เบิร์ดไม่มีคอนเสิร์ต พี่เบิร์ดทำอะไรบ้าง พี่เบิร์ดบอกว่า ใช้เวลาตอนที่ไม่มีคอนเสิร์ตไปกับการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมีคอนเสิร์ต ในเวลาต่อไป
.
พี่เบิร์ดมองการเป็นนักร้องเหมือนการเป็นนักกีฬาที่ต้องฝึกซ้อมร่างกายให้เค ยชินและก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเองตลอด ไม่มีนักกีฬาโอลิมปิกคนไหนอยู่เฉยๆ แล้วก็ไปโอลิมปิกได้ แต่เขาซ้อมอยู่ตลอด ซ้อมไปสี่ปีเพื่อวันที่ลงสนามแข่งขันจะได้ทำให้ดีที่สุด
.
วิธีการเตรียมความพร้อมของพี่เบิร์ดนั้นทำให้ผมทึ่งมากครับ สิ่งที่พี่เบิร์ดทำทุกวันก็คือ พี่เบิร์ดจะออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งสลับเดินบนสายพานเป็นเวลาสองชั่วโมงเกือบสามชั่วโมงเท่าเวลาคอนเ สิร์ตจริง โดยจินตนาการเอาเองว่าตลอดคอนเสิร์ตนั้นควรจะมีเพลงเร็วเพลงช้าอย่างไรบ้าง  
.
ถ้าช่วงไหนคิดว่าเป็นช่วงเพลงเต้นต่อๆ กัน พี่เบิร์ดก็จะวิ่งเร็วๆ ฝึกหัวใจให้เต้นแรงเหมือนกำลังเต้นบนเวที ถ้าช่วงไหนคิดว่าเป็นเพลงช้า พี่เบิร์ดก็จะเปลี่ยนเป็นเดินแทนเพื่อปรับการเต้นของหัวใจให้ตรงกับสิ่งที่จ ะได้เจอในคอนเสิร์ต ทำสลับไปเรื่อยๆ จนครบสามชั่วโมงเหมือนเล่นคอนเสิร์ต
.
เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง พี่เบิร์ดบอกว่าต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมรับกับคอนเสิร์ตทุกรูปแบบ มาแบบไหน พี่เบิร์ดก็พร้อมหมด ให้เล่นวันนี้ ตอนนี้ก็พร้อม
.
ยิ่งพอรู้ว่าจะมีคอนเสิร์ต พี่เบิร์ดจะปรับเปลี่ยนการออกกำลังให้เข้มข้นขึ้น เซ็ทลิสต์เพลงยังไม่ออกแต่พี่เบิร์ดก็จะจินตนาการเอาเองเหมือนเดิมว่ามันจะเ ป็นแบบไหนแล้วก็ปรับการออกกำลังกายตามนั้น ปรับแม้กระทั่งการตื่นนอนและการนอนครับ
.
พี่เบิร์ดลงรายละเอียดขนาดว่า ถ้าเล่นคอนเสิร์ตคืนวันเสาร์ก็ต้องเตรียมร่างกายแบบหนึ่ง ถ้าเล่นคอนเสิร์ตบ่ายวันอาทิตย์ก็ต้องเตรียมร่างกายอีกแบบหนึ่ง พี่เบิร์ดต้องให้เวลากับการปรับสภาพร่างกายจนพร้อมที่จะไปอยู่บนเวทีได้อย่า งเต็มประสิทธิภาพและเป็นมืออาชีพ
.
มืออาชีพเขาทำงานกันแบบนี้นี่เอง...

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:38:44 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

6
“พี่ไม่เคยเข้าใจคำว่าชื่อเสียงเลยนะ พี่เข้าใจแค่คำว่าความรับผิดชอบหรือความมีวินัย พี่แฉได้หมดว่าต้องทำอะไรบ้าง”
.
ผมถามกลับไปด้วยความอยากรู้ว่าต้องทำอะไร
.
“ต้องทำอะไรก็ตามที่แปลว่าดีครับ ดีต่อเรา ดีต่อใครๆ บางอย่างเราไม่อยากทำหรือว่าเกินกำลังเราก็ต้องหัด คิด พูด ทำ ให้ได้ มันไม่ได้วันนี้มันก็ต้องได้วันถัดไป เพราะว่าเราถูกมองอยู่ เราเป็นคนที่ถูกเลือก แต่เราจะเลือกให้เขามองดีหรือเราจะเลือกให้เขามองอย่างไร เราเป็นคนเลือกได้เองครับ”
.
ผมชอบวิธีคิดนี้มากครับ เราคือผู้ถูกเลือกให้รับหน้าที่ ขณะเดียวกัน เราก็มีสิทธิ์เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนให้สมกับที่ได้รับเลือกมา เลือกได้ว่าอยากให้คนมองเห็นสิ่งที่ดีหรือมองเห็นสิ่งที่ไม่ดี อยู่ที่การกระทำของเราหมด
.
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าที่พี่ซ้อมมีวินัยเป็นนักกีฬาโอลิมปิกขนาดนี้ พี่เบิร์ดทำเพื่ออะไร
.
“พี่ไม่ได้ฝึกให้ตัวเองทำแบบนี้เพื่อตัวพี่เองคนเดียว แต่เพราะเรามีทีมงานอีกเยอะเต็มไปหมดที่เขาเองก็ทำงานสุดความสามารถเพื่อพี่  เมื่อทุกคนมอบ The Best ให้พี่แล้ว เพราะฉะนั้น พี่เองก็ต้องมอบ The Best จากตัวพี่ให้กับพวกเขา”  
.
“และถ้าเป้าหมายของเราคือการทำให้คนอื่นมีความสุขเวลามาดูคอนเสิร์ต พี่ก็ต้องดูแล ‘เบิร์ด’ ของทุกคนให้ดีที่สุดเพื่อไปสร้างความสุขให้ทุกคน”
.
ผมอดคิดไม่ได้ว่า ในระหว่างที่ไม่มีคอนเสิร์ตและทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านนี้ พี่เบิร์ดจะทำอะไรอยู่
.
ถ้าเดาไม่ผิด ผมว่าตอนนี้พี่เบิร์ดคงกำลังซ้อมคอนเสิร์ตเองอยู่ที่บ้านอย่างเข้มข้นแบบนัก กีฬาโอลิมปิคเหมือนเดิม
.

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 01/29/21 เวลา 11:39:16 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

7
เรื่องสุดท้ายที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องของพี่เบิร์ดที่ผมไม่เคยลืม และผมก็อยากเล่าเรื่องนี้ไว้ให้มันคงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน
.
หลังการสัมภาษณ์ พี่เบิร์ดเดินมากอดผม ขอบคุณที่ผมถามคำถามสัมภาษณ์ที่ดีมาก และทำให้พี่เบิร์ดมีโอกาสได้พูดหลายเรื่องที่อยากเล่ามานาน และพาให้พี่เบิร์ดได้ทบทวนถึงเรื่องราวที่เคยมีมาในชีวิตว่ามีคุณค่าอย่างไร  แต่ไม่เคยมีคนถามคำถามดีๆ แบบนี้กับพี่เบิร์ด
.
แล้วพี่เบิร์ดก็ถามผมว่า “วันนี้ท้อฟฟี่มีความสุขไหม”  
.
แน่นอนครับว่าการได้พูดคุยกับพี่เบิร์ดทำให้ผมมีความสุขที่สุด ในฐานะนักสัมภาษณ์ ผมก็ไม่นึกเหมือนกันว่า ชีวิตจะเดินทางมาถึงการได้มานั่งคุยกับพี่เบิร์ดอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ และได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพี่เบิร์ด
.
“ถ้าวันนี้ท้อฟฟี่มีความสุข ท้อฟฟี่อย่าลืมไปบอกคุณพ่อคุณแม่นะว่าท้อฟฟี่มีความสุข ท่านจะได้รู้ว่าเมื่อเรามีความสุข เรานึกถึงท่าน”  
.
“มา! เรามาวิดีโอคอลหาคุณพ่อคุณแม่กันดีกว่า”  
.
แล้วพี่เบิร์ดก็จัดการให้ผมวิดีโอคอลหาคุณพ่อคุณแม่ผมครับ นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ผมแทบเป็นลม
.
“แม่ครับ เบิร์ดภูมิใจในตัวท้อฟฟี่มาก แม่เลี้ยงลูกมาดีมาก เขาเก่งมาก คำถามเขาดีมาก เบิร์ดอยากให้แม่ภูมิใจในลูกชายของแม่เหมือนที่เบิร์ดภูมิใจครับ”  
.
ผมเห็นแววตาเปี่ยมสุขของพ่อกับแม่แล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ถ้าใช้คำศัพท์ภาษาพี่เบิร์ดคงต้องบอกว่า “ดอกไม้มันบานเต็มไปหมด”
.
ถ้าถามว่าผมได้เรียนรู้อะไรจากพี่เบิร์ดในเหตุการณ์นี้ ผมขอเรียกมันว่า วิชา “โมเมนต์ดอกไม้บาน”  
.
ในชีวิตเราจะมีโอกาสเจอผู้คนมากมาย ถ้าเราทำให้ช่วงเวลาของเรากับคนตรงหน้าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เหมือนการทำให้ดอกไม้ในหัวใจของเขางดงามบานสะพรั่ง และทำให้มีเรื่องราวดีๆ มีพลังงานดีๆ ที่จะไปส่งต่อให้เป็นดอกไม้ที่บานในใจของคนอื่นๆ ได้ไม่รู้จบ
.
นั่นแหละครับ วิชา “โมเมนต์ดอกไม้บาน”  
.
โมเมนต์นั้นผมไม่ได้รู้สึกว่าพี่เบิร์ดทำให้ผมเพราะมันเป็นอาชีพของเขาที่ต้ องทำให้คนมีความสุข แต่พี่เบิร์ดพาผมไปเรียนรู้สิ่งที่ไกลกว่าคำว่า “มืออาชีพ” นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์"
.
“ดอกไม้จะบานเมื่อเราเป็นผู้ให้คนอื่นก่อน” พี่เบิร์ดสอนผมแบบนั้น  
.
.
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์
อ่านบทสัมภาษณ์ของผมกับพี่เบิร์ดได้ที่  
https://thestandard.co/talk-with-bird-thongchai-mcintyre/
https://thestandard.co/thongchai-mcintyre-dream-journey/
https://thestandard.co/bird-thongchai-mcintyre/
https://youtu.be/RBbunewf06g
https://youtu.be/OoMY_LhY5lc

"Whether you think you can,
or you think you can't--you're right."

-- Henry Ford--
ส่งโดย: <<GOOD LIFE>>
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 893  
   
125.25.221.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.