แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 38316: เส้นทางที่เลือกต่อจากนี้  (จำนวนคนอ่าน 1164 ครั้ง)
« เมื่อ: 06/19/20 เวลา 12:45:40 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ขณะนี้ เป็น intern 3 ใช้ทุน 2 ปีกำลังจะไปเรียนต่อสาขาขาดแคลนเกี่ยวกับสุขภาพจิต ในเดือนหน้าที่กำลังมาถึงค่ะ  คือก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าได้ทุนจังหวัดทางภาคอีสาน ไปเรียนสขาที่เป็นความใฝ่ฝันระหว่างเป็น นศพ  ระหว่างที่ใช้ทุนอยู่ ได้มีความฝันอยากเป็น ผอ โรงพยาบาล รพช ทำให้คิดว่าเรียน 4 ปีแล้วกลับมาใช้ทุน แน่นอนว่าตั้งใจที่จะทำงานใช้ทุนค่ะ ที่นี้จะสอบถามคือว่า ถ้าหากเราใช้ทุนไปซักพัก เราจะสามารถขอย้ายไป รพช ที่ขนาดใหญ่ ระดับ M2 ได้ไหมคะ แล้วระหว่างเราทำงานใน รพท กับรพช ขนาดใหญ่โอกาสความก้าวหน้า รายได้ ภาระงาน เวร ต่างกันมากไหมคะ คือพอมีโอกาสดูแลงานคุณภาพแล้วอยากทำงานต่อยอดสายบริหารด้วยค่ะ จะได้มีเวลาไปอบรมระยะสั้น อีกเรื่องหนึ่งคือพอจะมีคำแนะนำช่วงไปเรียนต่อไหมคะ พอดีเป็นเสาหลักของครอบครัว ไปเรียน รรพ การวางแผนการใช้เงิน ช่วงที่เรียนอาจจะต้องเซฟนิดนึง ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะคะ  CheesyTEXT
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 06/19/20 เวลา 19:15:14 by Capucino19 »
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.237.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 06/19/20 เวลา 19:36:43 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

คุณหมอมีฝัน 2 เรื่อง
1. เรียนต่อด้านสุขภาพจิต  
2. เป็นผู้อำนวยการ รพ.รพช
 
ฝันที่อยากเป็น ผอ.รพช เป็นความฝันที่ดีนะครับ  
เชื่อว่ามีหมอน้อยคนจะได้สัมผัสตรงนี้
ถ้ายอมออกไปอยู่ที่ไกลๆหน่อย ก็คงได้เป็นครับ สนุกดี
ได้ลองฝึกงานด้านบริหารบ้าง ทั้งงาน ทั้งคน  
โดยมี รพ.ของรัฐ เป็นโรงเรียนสอนวิชาให้เรา (self learning)
อันนี้ผมเองเคยเป็นผอ.มาแล้ว ยืนยันว่าเป็นเรื่องดี น่าลองดู
 
ส่วนฝันที่เรียนต่อเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต  
ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ เพราะคนเราป่วยทางกายบ้าง ใจบ้าง
แต่มิติทางใจ ยังไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับมันนัก  
หากคุณหมออยากสนใจเข้าไป explore ด้านนี้ ก็น่ายินดี
 
สำหรับผมไม่เคยเรียนด้านนี้ครับ (ผมเป็น GP)
แต่ก็สนใจใคร่รู้และค้นคว้าเรื่องทางจิตมากเป็นพิเศษ  
ก็พบว่า ความรู้ด้านนี้นั้น ทำให้เราเป็นแพทย์ GP ที่มีจุดเด่น
คือมันทำให้เรารักษาคนไข้ได้ดีขึ้นนะครับ  
เพราะเวลาเรามองคนไข้  
เราจะมองเห็นมิติิบางอย่างที่ศาสตร์ทางกายมองข้ามไป  
 
สรุปคือ คุณหมอมีแนวความคิดเหมือนผมสมัยหนุ่มๆมากเลยครับ
จึงรู้สึกว่าเหมือนกับคุยกับตัวเองในอดีต
หากอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าชีวิตปัจจุบันผมเป็นอย่างไร  
รบกวน pm มาหานะครับ  Grin
ส่งโดย: drstop
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 28  
   
124.122.94.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 06/20/20 เวลา 12:07:22 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ


ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน ในแง่ วิชาชีพ
 
 
หาก จะเป็น ผอรพช และรักสายบริหาร การไม่ไปเรียน อาจทำให้เกิดความก้าวหน้า ทางสาย  นี้มากกว่า  สิ่งที่ได้คืออายุราชการ+ประสบการการบริหาร  การรู้จักผู้คนที่ต้องพึ่งพาไปในสายนี้ โดยเฉพาะ ชมรมแพทย์ชนบท
 
ผอ รพช---->ผชชว(รอง สสจ)---->สสจ--------->ผู้ตรวจราชการ------->รองอธิบดี, อธิบดี ,ผู้อำนวยการสถาบัน---------->รองปลัดประทรวง สธ ,ปลัดกระทรวง สธ
 
 
 
แต่การไปเรียน   นั่นเป็นสายวิชาการ
 
คุณจะได้เครดิต ความน่าเชื่อถือ  เมื่อคุณเติบโตขึ้นในสายบริหาร
 
แต่วิชาการที่ได้เรียนมา มาใช้ได้แต่ไมามาก หนักไปทางบริหารคนมากกว่า
 
 
 
แต่อย่างไรก็ตามการเลือก หรือไม่เลือก อะไร
 
ให้เอาความสุข เราเป็นที่ตั้ง  หากเราชอบ ทำแล้วมีความสุข
 
ก็ให้เลือก ไปทางนั้น  และทำปัจุบันให้ดีที่สุด  ทุกอย่างจะ ดีเอง
ส่งโดย: philosophy
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 386  
   
58.11.90.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 06/20/20 เวลา 13:55:54 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ปัจจุบันมีความสุขดีค่ะ เป้าหมายตอนนี้คงเรียนให้จบก่อนค่ะแล้วกลับมาใช้ทุนก่อน สาเหตุหนึ่งที่ขอทุนร พจังหวัดเพื่อได้กลับมาทำงานใกล้ภูมิลำเนาด้วยค่ะ ขอสอบถามเพิ่มเติมนะคะ ปกติถ้าหากเป็นแพทย์เฉพาะทางแล้ว รายได้ในแต่ละเดือนจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างค่ะ มีค่าตอบแทนอื่นๆเพิ่มไหมคะ อยากวางแพลนอนาคตยาวๆเลย กลัวตัดสินใจแบบชั่ววูบแล้วมาเสียใจภายหลัง
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.236.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 06/20/20 เวลา 16:28:41 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

     ช่วงเทรนกระเป๋าแฟ่บ  ประหยัดยังไงดี ? - " มาม่าต้มโอวันติน ครับ "...
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 11233  
   
124.122.187.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 06/20/20 เวลา 18:58:20 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 06/19/20 เวลา 19:36:43, drstop wrote:
คุณหมอมีฝัน 2 เรื่อง
1. เรียนต่อด้านสุขภาพจิต  
2. เป็นผู้อำนวยการ รพ.รพช
 
ฝันที่อยากเป็น ผอ.รพช เป็นความฝันที่ดีนะครับ  
เชื่อว่ามีหมอน้อยคนจะได้สัมผัสตรงนี้
ถ้ายอมออกไปอยู่ที่ไกลๆหน่อย ก็คงได้เป็นครับ สนุกดี
ได้ลองฝึกงานด้านบริหารบ้าง ทั้งงาน ทั้งคน  
โดยมี รพ.ของรัฐ เป็นโรงเรียนสอนวิชาให้เรา (self learning)
อันนี้ผมเองเคยเป็นผอ.มาแล้ว ยืนยันว่าเป็นเรื่องดี น่าลองดู
 
ส่วนฝันที่เรียนต่อเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต  
ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ เพราะคนเราป่วยทางกายบ้าง ใจบ้าง
แต่มิติทางใจ ยังไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับมันนัก  
หากคุณหมออยากสนใจเข้าไป explore ด้านนี้ ก็น่ายินดี
 
สำหรับผมไม่เคยเรียนด้านนี้ครับ (ผมเป็น GP)
แต่ก็สนใจใคร่รู้และค้นคว้าเรื่องทางจิตมากเป็นพิเศษ  
ก็พบว่า ความรู้ด้านนี้นั้น ทำให้เราเป็นแพทย์ GP ที่มีจุดเด่น
คือมันทำให้เรารักษาคนไข้ได้ดีขึ้นนะครับ  
เพราะเวลาเรามองคนไข้  
เราจะมองเห็นมิติิบางอย่างที่ศาสตร์ทางกายมองข้ามไป  
 
สรุปคือ คุณหมอมีแนวความคิดเหมือนผมสมัยหนุ่มๆมากเลยครับ
จึงรู้สึกว่าเหมือนกับคุยกับตัวเองในอดีต
หากอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าชีวิตปัจจุบันผมเป็นอย่างไร  
รบกวน pm มาหานะครับ  Grin

ค่ะตอนนี้มีความคิดว่าจะทำงานไปซัก 2-3 ปีก่อนค่ะหลังจากเรียนจบปี67 หลักสูตร 4 ปี แต่คิดว่าอาจจะย้ายไปที่รพ ชุมชนนาดใหญ่ ที่ไม่ห่างตัวเมืองมาก เนื่องจากว่า เป้ฯห่วงครอบครัวด้วยค่ะ จริงๆ รู้สึกเสียดาย แต่ต้องเลือกเนื่องจากปีที่สมัคร ตำแหน่งจิตแพทย์ มักจะอยู่ในรพ ระดับ M2 ขึ้นไป จนถึง A ซี่งมีแต่ระดับ รพท รพศ  กรณีแบบนนี้ มีความเป็นไปได้ไหมคะหากจะย้ายออก ไปรพ ชุมชน ปล ยังได้คิดสร้างครอบครัวค่ะ ตัวคนเดียว ทางบ้านเข้าใจ สนับสนุนการตัดสินใจทุกอย่าง
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.236.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 06/20/20 เวลา 19:04:53 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 06/20/20 เวลา 16:28:41, หมอเมืองสยาม wrote:
               ช่วงเทรนกระเป๋าแฟ่บ  ประหยัดยังไงดี ? - " มาม่าต้มโอวันติน ครับ "...

ค่ะมองเห็นภาพ 4 ปีของการ training เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ นอกจากเรื่องความขยันที่ต้องมากขึ้น การวางแผนการเงินก็เป็นประเด็นสำคัญเลยทีเดียว คือหลังจากเรียนจบอยากเก็บเงินสร้างบ้าน รายได้หลังจบspecialist ใน รพรัฐ มีค่าตอบแทน ต่างจาก intern มากน้อยไหมคะ เพราคิดว่าเก็บระหว่างเรียนคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่  ><
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.236.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 06/21/20 เวลา 07:34:09 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ชีวิตการทำงาน เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ต่างกันตรงเส้นชัยไม่ได้มีจุดหมายเดียวกัน จะใกล้หรือไกลแล้วแต่ใจของแต่ละคน  มีหลายคนไปไม่ถึงเส้นชัย  
 
วิธีการยอมรับว่าดีที่สุด คือการรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา รู้จักชะลอเมื่อล้า รู้จักเร่งเมื่อมีแรง แต่ยังมีวิธีที่ดีกว่านั้นคือ หาม้ามาขี่  
 
-ผู้ใหญ่ เขาไม่มีเวลามาสนใจเราหรอก ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ ในโลกแห่งการต่อสู้ยุคนี้ ต้องสร้างความสำเร็จด้วยตัวเอง  
 
-คนที่แพ้ มองตัวเอง เพื่อหวังความสำเร็จในวันหน้า  
-คนที่ชนะ มองหาคนที่สร้างความสำเร็จให้แก่ตัวเอง  
-คนที่จะสร้างความสำเร็จให้แก่เรา คือม้าให้เราขี่ ต้องมองให้เห็น ใช้ให้เป็น ขี่ให้ได้
ส่งโดย: 6699
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1372  
   
223.205.223.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 06/21/20 เวลา 11:28:16 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ตอบเรื่องรายได้หลังจบ spacialist ให้กว้างๆ นะคะ  
ช่วงไปเรียนเงินเดือนจะ pause อยุ่ตรงนั้น  
 
จบมา มีเงินพตส 10000 บาท ไม่ทำเวช 10000 บาท  
ค่าเวรเเล้วเเต่ทางรพ กำหนดค่ะ ถ้าอยุ๋คนเดียวอาจจะกำหนดอยุ๋ไม่เกิน 15-20 เวรในเเต่ละเดือน เเต่ทั้งทั้งนั้นส่วนตัวคิดว่า บางสาขามันไม่ได้ เพราะ ถ้ามี emer มาก็ต้องรับ consult อยุ๋ดี อาจจะให้เก็บเป็น caseไป  
บางรพ.อาจจะมีคลินิกนอกเวลาให้ออก เป้นตรวจ GP หรือเฉพาะทาง อันนี้เเล้วเเต่ที่  
บางรพ อาจจะให้ staff ไปวน ER ซึ่งส่วนมากถ้าจบเฉพาะทางมาเเล้วความรู้ ER อาจจะหดไป ส่ววนนี้อาจจะต้องจ่ายเป็นค่าขายเวรให้น้องๆ  
ตอนไปเรียนก็มีภาระผ่านอาคารพานิช พ่อกับเเม่ช่วยบ้าง เเต่ไม่ได้ฟุ่มเฟือยกับมีเข้าช่วยนอกเวลาอาจารย์ได่ค่าขนมมาบ้าง อันนี้เเล้วเเต่สาขาค่ะ ส่วนเงินเวรก็เหมาๆ  ตามที่รรพจ่ายให้ค่ะ  
ก่อนไปฝากสลากออมสินไว้ ครบอายุช่วงไปเรียนพอดี กับได้ค่าปันผลประกันชีวิตออกมาก็ไม่ค่อยเดือดร้อน
ลองพิจารณาดูค่ะ  
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 06/21/20 เวลา 11:28:56 by Yaso »
ส่งโดย: Yaso
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 16  
   
223.205.230.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 06/21/20 เวลา 12:12:40 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

พตส จิตเวช 15,000
ช่วงเรียนทำ pt GP ได้เกือบทุกวัน
ส่งโดย: MmM female
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 20  
   
184.22.202.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 06/21/20 เวลา 15:38:18 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ขอสอบถามเพิ่มเติมนะคะ ถ้าศึกษาจบแล้วมาปฏิบัติงานที่ต้นสังกัด หากมีเหตุจำเป็นเราสามารถขอยื่นย้ายเมื่อปฏิบัติงานไปได้กี่ปีคะ
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.236.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 06/22/20 เวลา 06:54:04 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ปกติเรียนเท่าไหร่ ก็ควรจะอยู่นานเท่านั้น  
แต่เห็นคนที่เรียนเป็นหมอผิวหนัง หมอผ่าตัดตกแต่ง  ไม่เคยอยู่เกินหนึ่งปีเลย ส่วนมากมาอยู่เพื่อฝึกมือเพิ่มเติม หาประสบการณ์จนแก่กล้า  ก็ย้ายไปส่วนกลางหมด
 
การย้าย มีทางทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่ทำเรื่องช่วยราชการ ลาออกเพื่อสมัครสส. เมื่อเป็นสส.สอบตกกลับเข้ารับราชการใหม่ แต่ย้ายที่ใหม่อีกด้วย
หรือทำเนียน อยู่ได้สักพัก ก็ย้ายตามสามี หรือย้ายไปเพื่อดูแลพ่อแม่ สารพัดอย่าง  
ถ้าคุณหมอไม่อยากจะอยู่ ไม่มีใครอยากจะเก็บเอาไว้ เป็นหลักกว้างๆ
 
ประเทศไทยมี 76 จังหวัด มีหมอที่ยังมีชีวิต 61302 คน เฉลี่ยแล้ว จังหวัดหนึ่ง มีหมอ 806 คน ประเทศไทย มี 876 อำเภอ ดังนั้น อำเภอหนึ่งจะมีหมอ 69.9 คน ตอนนี้ จำนวนหมอเริ่มจะมีมาก อัตราการผลิตหมอเมื่อสิบปีก่อน ผลิตประมาณ 10% ของจำนวนหมอ แต่จำนวนประชากร เพิ่มปีละ 1% อัตราการเกิดของหมอ มากกว่า อัตราการเกิดของประชากร อัตราส่วนของหมอต่อประชากร เริ่มเข้าใกล้ หนึ่งต่อร้อยแล้ว ต้องระวังตัวนี้ เพราะมีผลต่อรายได้
 
ส่วนมาก คนที่เรียนต่อ จะอยู่ที่เดิม เพราะจะเอาความก้าวหน้าทางราชการ ให้ได้ซี 8 ก่อนอายุ 35 และได้เงินติดกระเป๋าอีกประมาณ 10 ล้าน และค่อยๆเก็บไป จนอายุ 40 ค่อยคิดเรื่องการก้าวหน้าทางราชการ ถ้าเป็นหมอที่จบการฝึกอบรมมาแล้ว เมื่อตั้งใจจะเป็นผู้อำนวยการระดับโรงพยาบาลจังหวัด  ใช้เวลาไต่เต้าประมาณ 5 ปี ในช่วงห้าปี ต้องทำใจเรี่องการประชุม กระสุนต้องพร้อม  อยู่แบบพร้อมจะปรากฏตัวทุกที่ มีการแสดงออกทุกเวที  แต่อย่าออกความเห็นขัดแย้งกับใคร ทำเพื่อก้าวหน้าของตัวเราเป็นอันดับแรก เพื่อส่วนรวมเป็นอันดับสอง  มีเพื่อนแค่ไหน ก็ไม่มากพอ แต่ศัตรูคนเดียว ก็เกินพอแล้ว ต้องพยายามไต่เต้าให้เป็น รองผู้อำนวยการให้ได้ เพราะคนที่จะเป็นผู้อำนวยการ จะต้องเป็นรองผู้อำนวยการ  ต้องสนิท และรู้จักผู้ตรวจของเขต ให้เขาจำเราได้ เพราะคนที่จะเสนอชื่อเราเป็นผู้อำนวยการ ไม่ใช่ผู้อำนวยการ แต่เป็นผู้ตรวจเขตนั้น ถ้ารู้จักปลัดกระทรวงได้ยิ่งดี จะได้เป็นผู้อำนวยการไวขึ้น
ส่งโดย: 6699
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1372  
   
223.205.249.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 06/22/20 เวลา 12:51:38 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เป็นหมอจิตเวชที่เป็นผอ รพ ชุมชน และพัฒนาต่อเป็น รพ จิตเวช
ส่งโดย: jumpoo
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 247  
   
1.46.98.*


« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 06/22/20 เวลา 19:11:59 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ตอบความคิดเห็นที่ 5 ครับ  
 
ถ้าเดินตามแผนนั้น  
จะต้องเลือกพักความฝันทีจะเป็น ผอ รพ เอาไว้ก่อนครับ
กว่าจะมามีเวลาอีกครั้งคงอายุเยอะแล้วครับ  
ยิ่งมีครอบครัวขึ้นมาด้วยตอนนั้น คงจะมาสายบริหารยากครับ  
 
หากจะทำสายบริหาร รพ  
น่าจะลองทำดูตอนอายุน้อยๆเลยครับ  
สมมติเรียนต่อจบ ใช้ทุนเรียบร้อยแล้ว  
ต้องรีบออกมาทำที่ รพช ที่เขายังขาดแคลนแพทย์ครับ  
เข้าไปแล้วก็น่าจะได้เป็น ผอ โดยเร็ว
 
แผนนี้จึงต้องใช้เวลารออีก 6 ปีเป็นอย่างต่ำ
 
แต่หากเลือกตัดความฝันที่จะเป็น ผอ ออก  
ก็มุ่งสร้างครอบครัว  และดูแลครอบครัวเต็มที่ได้เลยครับ  
พอทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยคิดต่ออีกทีครับ
ส่งโดย: drstop
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 28  
   
119.76.15.*


« ความเห็นที่ #14 เมื่อ: 06/23/20 เวลา 17:49:48 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 06/22/20 เวลา 19:11:59, drstop wrote:
ตอบความคิดเห็นที่ 5 ครับ  
 
ถ้าเดินตามแผนนั้น  
จะต้องเลือกพักความฝันทีจะเป็น ผอ รพ เอาไว้ก่อนครับ
กว่าจะมามีเวลาอีกครั้งคงอายุเยอะแล้วครับ  
ยิ่งมีครอบครัวขึ้นมาด้วยตอนนั้น คงจะมาสายบริหารยากครับ  
 
หากจะทำสายบริหาร รพ  
น่าจะลองทำดูตอนอายุน้อยๆเลยครับ  
สมมติเรียนต่อจบ ใช้ทุนเรียบร้อยแล้ว  
ต้องรีบออกมาทำที่ รพช ที่เขายังขาดแคลนแพทย์ครับ  
เข้าไปแล้วก็น่าจะได้เป็น ผอ โดยเร็ว
 
แผนนี้จึงต้องใช้เวลารออีก 6 ปีเป็นอย่างต่ำ
 
แต่หากเลือกตัดความฝันที่จะเป็น ผอ ออก  
ก็มุ่งสร้างครอบครัว  และดูแลครอบครัวเต็มที่ได้เลยครับ  
พอทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยคิดต่ออีกทีครับ

จะเป็นไปได้ไหมคะที่จะมีตำแหน่งจิตแพทย์ใรโรงพยาบาลระดับโรงพยาบาลชุมชน คือพิมพ์ตกไปค่ะ คือตอนนี้ยังไม่คิดมีครอบครัวค่ะ อยากจริงจังกับเรื่องงาน ก่อนจะหมดไฟ คือตอนแรกตัดสินใจไปเรียนคิดว่า กลัวตัวเองห่างกายจากการเรียน แล้วจะหมดไฟในการเรียน จึงรีบตัดสินใจมาเรียนเมื่อมีโอกาส แต่จริงๆแล้วพอทำงานไปซักพักกับชอบงานบริหารนอกจากงาน service ค่ะ
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.236.*


« ความเห็นที่ #15 เมื่อ: 06/23/20 เวลา 17:55:14 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 06/22/20 เวลา 06:54:04, 6699 wrote:
ปกติเรียนเท่าไหร่ ก็ควรจะอยู่นานเท่านั้น  
แต่เห็นคนที่เรียนเป็นหมอผิวหนัง หมอผ่าตัดตกแต่ง  ไม่เคยอยู่เกินหนึ่งปีเลย ส่วนมากมาอยู่เพื่อฝึกมือเพิ่มเติม หาประสบการณ์จนแก่กล้า  ก็ย้ายไปส่วนกลางหมด
 
การย้าย มีทางทำได้หลายอย่าง ตั้งแต่ทำเรื่องช่วยราชการ ลาออกเพื่อสมัครสส. เมื่อเป็นสส.สอบตกกลับเข้ารับราชการใหม่ แต่ย้ายที่ใหม่อีกด้วย
หรือทำเนียน อยู่ได้สักพัก ก็ย้ายตามสามี หรือย้ายไปเพื่อดูแลพ่อแม่ สารพัดอย่าง  
ถ้าคุณหมอไม่อยากจะอยู่ ไม่มีใครอยากจะเก็บเอาไว้ เป็นหลักกว้างๆ
 
ประเทศไทยมี 76 จังหวัด มีหมอที่ยังมีชีวิต 61302 คน เฉลี่ยแล้ว จังหวัดหนึ่ง มีหมอ 806 คน ประเทศไทย มี 876 อำเภอ ดังนั้น อำเภอหนึ่งจะมีหมอ 69.9 คน ตอนนี้ จำนวนหมอเริ่มจะมีมาก อัตราการผลิตหมอเมื่อสิบปีก่อน ผลิตประมาณ 10% ของจำนวนหมอ แต่จำนวนประชากร เพิ่มปีละ 1% อัตราการเกิดของหมอ มากกว่า อัตราการเกิดของประชากร อัตราส่วนของหมอต่อประชากร เริ่มเข้าใกล้ หนึ่งต่อร้อยแล้ว ต้องระวังตัวนี้ เพราะมีผลต่อรายได้
 
ส่วนมาก คนที่เรียนต่อ จะอยู่ที่เดิม เพราะจะเอาความก้าวหน้าทางราชการ ให้ได้ซี 8 ก่อนอายุ 35 และได้เงินติดกระเป๋าอีกประมาณ 10 ล้าน และค่อยๆเก็บไป จนอายุ 40 ค่อยคิดเรื่องการก้าวหน้าทางราชการ ถ้าเป็นหมอที่จบการฝึกอบรมมาแล้ว เมื่อตั้งใจจะเป็นผู้อำนวยการระดับโรงพยาบาลจังหวัด  ใช้เวลาไต่เต้าประมาณ 5 ปี ในช่วงห้าปี ต้องทำใจเรี่องการประชุม กระสุนต้องพร้อม  อยู่แบบพร้อมจะปรากฏตัวทุกที่ มีการแสดงออกทุกเวที  แต่อย่าออกความเห็นขัดแย้งกับใคร ทำเพื่อก้าวหน้าของตัวเราเป็นอันดับแรก เพื่อส่วนรวมเป็นอันดับสอง  มีเพื่อนแค่ไหน ก็ไม่มากพอ แต่ศัตรูคนเดียว ก็เกินพอแล้ว ต้องพยายามไต่เต้าให้เป็น รองผู้อำนวยการให้ได้ เพราะคนที่จะเป็นผู้อำนวยการ จะต้องเป็นรองผู้อำนวยการ  ต้องสนิท และรู้จักผู้ตรวจของเขต ให้เขาจำเราได้ เพราะคนที่จะเสนอชื่อเราเป็นผู้อำนวยการ ไม่ใช่ผู้อำนวยการ แต่เป็นผู้ตรวจเขตนั้น ถ้ารู้จักปลัดกระทรวงได้ยิ่งดี จะได้เป็นผู้อำนวยการไวขึ้น

ขอบคุณค่ะ คือตอนนี้ยังไม่คิดออกนอกระบบค่ะ มากสุดคือเรื่องย้ายค่ะ  แต่แค่คิดว่าการให้โอกาสตัวเองจะเป็นการทำผิดกฎหรือเปล่า กว่าจะไปถึงตำแหน่งนายแพทย์สสจ คงต้องใช้เวลา เลยคิดว่าตัดไปก่อน ตอนนี้คืออยากทำงานบริหารรพ ขนาดเล็กๆก่อนค่ะแต่ติดตรงตำแหน่งจิตแพทย์จะมีโอกาสลงถึงระดับ รพช ไหมคะ เพราะเห็นกรอบคือจะมีระดับ รพ ที่ขนาดใหญ่
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
223.206.236.*


« ความเห็นที่ #16 เมื่อ: 06/23/20 เวลา 19:39:42 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้าเป็นจิตแพทย์แล้ว ไม่ได้มา รพช เล็กๆหรอกครับ  
คงต้องประจำอยู่ที่ รพ ขนาดใหญ่  
และต้องทำหน้าที่ตรวจรักษาคนไข้จิตเวช  
ให้สมกับที่ใช้ทุนส่งไปเรียนมา
 
ถ้าจะเรียนจิตเวชแล้วทิ้งงานทางคลินิกมาทำ ผอ รพ เล็กๆ
มันไม่ make sense ในทางบริหารคนเลยครับ  
ผู้ใหญ่ในจังหวัดคงไม่สนับสนุนครับ  
 
ถ้าไม่งั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะให้คำตอบได้
คือต้องไปถาม นายแพทย์สสจ. ประจำจังหวัดที่เราหมายตาไว้
เพราะท่านคือคนที่จะอนุญาตให้เปิดตำแหน่งได้หรือเปล่าครับ
 
ชีวิตเดินมาถึงทางเลือกแล้วครับ  Grin
ไม่ว่าทางไหนก็ดีทั้งนั้นครับ ได้ช่วยคน  
แต่น่าจะเลือกสักทาง
ส่งโดย: drstop
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 28  
   
110.168.55.*


« ความเห็นที่ #17 เมื่อ: 06/26/20 เวลา 13:28:23 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

   เพิ่มรายได้(เยอะๆ)ช่วงเทรน ? - พับถุงกระดาษขาย ครับ
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 11233  
   
124.122.187.*


« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 06/26/20 เวลา 21:45:39 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

จะเก็บกระทู้นิไว้แล้วมาดูอีก 4 ปีข้างหน้าถ้าไม่โดนลบซะก่อน หลังจากเริ่มเปิดเทอมแล้ว ชีวิตมีแต่เรียน ดูแลคนไข้และสอบค่ะ เหนื่อยมาก ตอนนี้คงต้องตั้งใจเรียนก่อน อนาคตค่อยว่ากันใหม่ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ตอนนี้มาเน้น street food จริงจังละคะ&#128514; แต่ก็คงไม่ใช่ทุกวัน เรื่องรับ job อันนี้ยากค่ะสำหรับน้อง เพราะยังเป็นช่วงปรับตัว และยังแบ่งเวลาไม่ลงตัวเท่าไหร่ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีนะ
ส่งโดย: Capucino19
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 8  
   
180.183.68.*


« ความเห็นที่ #19 เมื่อ: 06/26/20 เวลา 22:02:38 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 06/26/20 เวลา 21:45:39, Capucino19 wrote:
จะเก็บกระทู้นิไว้แล้วมาดูอีก 4 ปีข้างหน้าถ้าไม่โดนลบซะก่อน หลังจากเริ่มเปิดเทอมแล้ว ชีวิตมีแต่เรียน ดูแลคนไข้และสอบค่ะ เหนื่อยมาก ตอนนี้คงต้องตั้งใจเรียนก่อน อนาคตค่อยว่ากันใหม่ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ตอนนี้มาเน้น street food จริงจังละคะ&#128514; แต่ก็คงไม่ใช่ทุกวัน เรื่องรับ job อันนี้ยากค่ะสำหรับน้อง เพราะยังเป็นช่วงปรับตัว และยังแบ่งเวลาไม่ลงตัวเท่าไหร่ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีนะ

สู้ๆค่ะ. คุณน้อง

ไม่เคยลี้หนีใจผู้ใด แรงมาเราก็แรงไป
กัดแกร่งแย่งชิงก้อนเงิน จนพบกับนาย . . .
ส่งโดย: SantaNiCo female
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1255  
   
101.51.110.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.