แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 38280: "เมอร์ค" พัฒนาแพลตฟอร์มผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19  (จำนวนคนอ่าน 151 ครั้ง)
« เมื่อ: 05/28/20 เวลา 10:49:09 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

-- เมอร์คจะช่วยพัฒนากระบวนการและยกระดับการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของเบย์เลอร์
 
เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ และวิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์ (Baylor College of Medicine) ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ประกาศขยายความร่วมมือในการพัฒนาแพลตฟอร์มผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อเร่งก้าวสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 1
 
"การผลิตวัคซีนมีความซับซ้อนมาก เราจึงร่วมมือกันพัฒนากระบวนการเพื่อเร่งผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของเบย์เลอร์" อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าว "เพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่ครั้งนี้ เราต้องผลิตวัคซีนจำนวนมหาศาลในระยะเวลาอันน้อยนิด และเราต้องการวิธีการมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อบรรลุผลสำเร็จ"
 
การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไม่มีแบบแผนหรือกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากตัววัคซีนมีความซับซ้อนและหลากหลายมาก ด้วยเหตุนี้ การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 จึงเป็นความท้าทายสำหรับทุกองค์กรที่กำลังแข่งขันกันพัฒนาวัคซีนที่มีประสิท ธิภาพและปลอดภัย ทั้งนี้ เมอร์คอาศัยองค์ความรู้จากการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในเลือด ตลอดจนร่วมมือกับคณะนักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์และศูนย์พัฒนาวั คซีนแห่งโรงพยาบาลเด็กเท็กซัส (Texas Children's Hospital) เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตวัคซีนโควิด-19 สองตัว หนึ่งในนั้นคือวัคซีน CoV RBD219-N1 ที่คาดว่าจะเข้าสู่การทดลองทางคลินิกปลายปีนี้ โดยเมอร์คจะช่วยทำให้การผลิตในปริมาณมากมีความยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้จะเน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ผลผลิต ความทนทาน ความยืดหยุ่น และความคุ้มทุน
 
ดร.ปีเตอร์ โฮเทซ คณะบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน วิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาวัคซีนแห่งโรงพยาบาลเด็กเท็กซัส ร่วมกับดร.มาเรีย เอเลนา บอตตาซซี กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งแรกระหว่างเรากับเมอร์คก่อให้เกิดกรอบการทำงานที่มีความสำ คัญยิ่ง ซึ่งช่วยให้เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมทำการผลิตวัคซีนป้องกันโรคเขตร้อนที่ถูกละเลยเพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึ งได้"
 
ดร.บอตตาซซี ผู้นำการพัฒนาวัคซีน และรองคณะบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน วิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์ กล่าวว่า "การขยายความร่วมมือครั้งนี้เพื่อครอบคลุมโรคระบาดสำคัญ จะช่วยให้เราสามารถเร่งพัฒนากระบวนการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีความยืดหยุ่นในราคาเอื้อมถึง และจะช่วยให้เกิดความก้าวหน้าโดยเร็วที่สุดในการผลิตวัคซีนในประเทศรายได้น้ อยถึงปานกลาง"
 
ทีมงานของเมอร์คและเบย์เลอร์จะพัฒนาแพลตฟอร์มผลิตวัคซีน CoV RBD219-N1 ซึ่งเดิมพัฒนาขึ้นเพื่อต้านโรคซาร์สในช่วงปี 2554-2559 นอกจากนี้ ทีมงานจะพัฒนาแพลตฟอร์มผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวที่สอง เพื่อย่นเวลาในการเข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 โดยความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนากระบวนการผลิตและขั้นตอนที่เหมา ะสม เพื่อนำไปสู่การผลิตนำร่องและการผลิตระดับอุตสาหกรรมในที่สุด
 
นักวิทยาศาสตร์ด้านการพัฒนากระบวนการและวิศวกรการผลิตทางชีวภาพของเมอร์ค และคณะนักวิจัยจากศูนย์พัฒนาวัคซีนแห่งโรงพยาบาลเด็กเท็กซัส ร่วมมือกันเป็นครั้งแรกในปี 2561 เพื่อยกระดับการพัฒนาและการผลิตวัคซีน รวมถึงยกระดับการตอบสนองต่อโครคระบาดอย่างโควิด-19 และเนื่องจากมีแพลตฟอร์มพัฒนากระบวนการของเดิมอยู่แล้ว ทีมงานจึงสามารถย่นเวลาในการเข้าสู่การทดลองทางคลินิกและบรรลุเป้าหมายสำคัญ ได้อย่างรวดเร็ว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในเวลาเดียว กับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาเข้าไปที www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้
 
วิทยาลัยแพทยศาสตร์เบย์เลอร์และศูนย์พัฒนาวัคซีนแห่งโรงพยาบาลเด็กเท็กซัส ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก NAID ในการพัฒนาวัคซีน CoV RBD219-N1 และกำลังจะเริ่มพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวที่สอง นอกจากนี้ เบย์เลอร์และโรงพยาบาลเด็กเท็กซัสยังร่วมมือกับ PATH สนับสนุนความก้าวหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศรายได้น้อยถึงปานกลาง
 
เกี่ยวกับ เมอร์ค
เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ โดยมีการดำเนินงานครอบคลุมด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และวัสดุสมรรถนะสูง พนักงานประมาณ 57,000 คนของบริษัทต่างทุ่มเทในการสร้างความแตกต่างที่ดีต่อชีวิตของผู้คนหลายล้านค นในทุก ๆ วัน ด้วยการนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตที่มีความสุขและยั่งยืนยิ่งขึ้น เมอร์คเป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีตัดต่อยีน ไปจนถึงการเสาะหากลวิธีใหม่ ๆ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่ท้าทายที่สุด ตลอดจนการคิดค้นอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยในปี 2562 เมอร์คทำยอดขายได้ 1.62 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ
 
การสำรวจทางวิทยาศาสตร์และการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ คือหัวใจหลักในความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมอร์ค ทั้งยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมอร์คนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.  2211 ปัจจุบัน ครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลา ดหลักทรัพย์ เมอร์คครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์เมอร์คทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของเมอร์คดำเนินงานภายใต้ชื่อ อีเอ็มดี เซโรโน ในวงการดูแลสุขภาพ, มิลลิพอร์ซิกมา ในวงการชีววิทยาศาสตร์ และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แมนซ์ แมททีเรียลส์
 
วีดีโอ - https://mma.prnewswire.com/media/1170810/Merck_B_Roll.mp4
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1170174/Merck_Baylor_College_of_Medicin e.jpg
ส่งโดย: IQ
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1028  
   
184.22.83.*


Page(s) : 1 




Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.