แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 38190: ข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ช่วงโควิด-19 ระบาด  (จำนวนคนอ่าน 178 ครั้ง)
« เมื่อ: 04/15/20 เวลา 07:31:50 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

IQ-New_Research.jpg
รายงานวิจัยฉบับใหม่นำเสนอข้อเท็จจริงและข้อพึงปฏิบัติสำหรับผู้ใส่คอนแทคเล นส์ช่วงโควิด-19 ระบาด
 
     รายงานที่ผ่านการพิจารณาจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำตอกย้ำว่าการล้างมือเป ็นสิ่งจำเป็น พร้อมเตือนว่าการใส่แว่นหรือแว่นสายตาไม่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
     รายงานฉบับใหม่ที่ผ่านการพิจารณาจากนักวิทยาศาสตร์ด้านจักษุที่มีชื่อเสียงร ะดับโลก 5 ท่าน ได้รับการเผยแพร่เพื่อแก้ไขความเชื่อผิด ๆ และข้อมูลที่ไม่ถูกต้องซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดทั่วโลก โดยรายงานหัวข้อ “โควิด-19 ระบาด: ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์” ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Contact Lens & Anterior Eye ได้นำเสนอข้อเท็จจริงสำคัญ 5 ประการสำหรับผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์ หรือแว่น/แว่นสายตา ดังนี้
     1. สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า ผู้ใส่คอนแทคเลนส์มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะติดเชื้อโควิด-19 เมื่อเทียบกับผู้สวมแว่น/แว่นสายตา หากมีข้อสงสัยกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์
     2. การรักษาสุขอนามัยเป็นสิ่งจำเป็น การล้างมือให้สะอาดทั่วถึงและการเช็ดมือให้แห้งเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกัน การสวมใส่และการดูแลคอนแทคเลนส์อย่างเหมาะสม การรักษาความสะอาดของตลับใส่คอนแทคเลนส์ และการทำความสะอาดแว่น/แว่นสายตาเป็นประจำด้วยสบู่และน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญเช่ นกัน พฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและห่างไกลจากโรงพยาบาล
     3. แว่น/แว่นสายตาไม่ช่วยป้องกันเชื้อ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนข่าวลือที่ว่า การสวมแว่น/แว่นสายตาทุกวันช่วยป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้
     4. ห้ามใช้มือที่ยังไม่ได้ล้างสัมผัสใบหน้า ไม่ว่าจะใส่คอนแทคเลนส์ แว่น/แว่นสายตา หรือไม่ได้สวมใส่อะไรเลย คุณก็ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูก ปาก และดวงตาด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC)
     5. ถ้าคุณป่วย ควรหยุดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว ผู้ใส่คอนแทนเลนส์ที่ป่วยควรเปลี่ยนไปสวมแว่น/แว่นสายตาแทนชั่วคราว เมื่อคุณหายป่วยและปรึกษากับจักษุแพทย์แล้ว คุณสามารถกลับไปใช้คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ โดยต้องใช้คอนแทคเลนส์ใหม่และตลับใส่คอนแทคเลนส์ใหม่
     เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา CDC ได้เผยแพร่คำแนะนำที่ปรับปรุงใหม่เกี่ยวกับการใส่คอนแทคเลนส์ช่วงโควิด-19 ระบาด ซึ่งสอดคล้องกับรายงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Contact Lens & Anterior Eye โดย CDC ระบุว่า แว่นตาและคอนแทคเลนส์ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนตัว (PPE)
     "คนหลายล้านกำลังตั้งคำถามว่าโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดูแลดวงตาอย่างไร เนื่องจากผู้ใหญ่ราว 2 ใน 3 คนทั่วโลกต้องสวมใส่คอนแทคเลนส์ แว่นสายตา หรือแว่นตา แต่กลับมีข้อมูลผิด ๆ กระจายเป็นวงกว้างในช่วงนี้ ดังนั้น เป้าหมายของเราคือการแบ่งปันข้อเท็จจริงที่มีวิทยาศาสตร์สนับสนุน เพื่อขจัดความหวาดกลัวด้วยข้อเท็จจริง” ดร.ลินดอน โจนส์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและวิจัยด้านจักษุ (CORE) แห่งมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (ออนตาริโอ, แคนาดา) และหัวหน้าผู้เขียนรายงาน กล่าว “ผลการศึกษาของเราบ่งชี้ว่า คอนแทคเลนส์ยังคงเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาสายตาที่ยอมรับได้อย่างสมบูรณ์ในช่วง ที่โควิด-19 ระบาด ตราบใดที่ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ยังรักษาความสะอาดมืออย่างดี รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำในการใส่และดูแลคอนแทคเลนส์อย่างเหมาะสม"
     รายงานฉบับสมบูรณ์รวบรวมสิ่งที่ค้นพบจากแหล่งข้อมูลที่มีการอ้างอิงกว่า 100 แหล่ง โดยเป็นการเจาะลึกเรื่องสุขภาพดวงตาในแง่มุมต่าง ๆ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสายตา สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับนี้และรายงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใส่และดูแลคอนแทคเลนส์อย่างเหมาะสมได้ที่ COVIDEyeFacts.org
     รายงานวิจัยฉบับใหม่นี้ช่วยเติมเต็มและขยายความคำแนะนำของ CORE เกี่ยวกับการล้างมือและการใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัย ซึ่งเผยแพร่เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
     ดร.โจนส์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลดวงตา โดยเขียนรายงานวิชาการที่ผ่านการพิจารณากว่า 400 ฉบับ และบรรยายทางวิชาการกว่า 1,000 ครั้ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ในปี 2562 เขาได้รับการยกย่องจาก Expertscape ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีผลงานเผยแพร่มากที่สุดในสาขาการวิจัยคอนแทคเลนส์
     ผู้เชี่ยวชาญอีก 4 ท่านที่ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ประกอบด้วยนักวิจัย นักวิชาการ และแพทย์ที่ได้รับการนับถือจากทั่วโลก ได้แก่ ดร.คาเรน วอลช์ ผู้นำทีมการศึกษาวิชาชีพและนักวิทยาศาสตร์ทางคลินิกจาก CORE, ดร.มาร์ค วิลล์ค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำวิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์และทัศนวิทยาศาสตร์แห่ง UNSW (ซิดนีย์), ดร.ฟิลิป มอร์แกน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยูโรเลนส์แห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (สหราชอาณาจักร) และดร.เจสัน นิโคลส์ ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายวิจัยและศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์แห่งมห าวิทยาลัยอลาบามาเมืองเบอร์มิงแฮม (สหรัฐอเมริกา) และบรรณาธิการใหญ่วารสาร Contact Lens Spectrum
     เกี่ยวกับ CORE
     ศูนย์ศึกษาและวิจัยด้านจักษุ (Centre for Ocular Research & Education: CORE) ก่อตั้งขึ้นในปี 2531 ณ วิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์และทัศนวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา องค์กรแห่งนี้พัฒนาจากการมีบุคลากรเพียง 3 คน จนกลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยประยุกต์ที่ประสบความสำเร็จอ ย่างสูง โดยมีการร่วมมือกับกลุ่มผู้สนับสนุน หน่วยงานต่าง ๆ และแวดวงวิชาการ ทั้งในด้านชีววิทยาศาสตร์ขั้นสูง การวิจัยทางคลินิก และการศึกษา องค์กรแห่งนี้ดำเนินงานอย่างมีอิสระและมีคุณภาพสูงสุด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของความก้าวหน้ามากมายในด้านสุขภาพดวงตา ปัจจุบัน ทีมงาน 50 คนได้ให้บริการด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับดวงตา ทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค เทคโนโลยีดิจิทัล และอีกมากมาย โดยเน้นไปที่ดวงตาส่วนหน้า สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ core.uwaterloo.ca
     ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน
     Aimee J. Lewis
     McDougall Communications for CORE
     อีเมล: aimee@mcdougallpr.com หรือ โทร: +1-585-414-9838 (มือถือ)
     Mike McDougall, APR, Fellow PRSA
     McDougall Communications for CORE
     อีเมล: mike@mcdougallpr.com หรือ โทร: +1-585-545-1815 (มือถือ)
 
     รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1153965/CORE_Contact_Lens_Infographic.j pg
ส่งโดย: IQ
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 896  
   
124.122.221.*


Page(s) : 1 




Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.