แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 37546: ผมควรoff training แพทย์เฉพาะทางไหมครับ  (จำนวนคนอ่าน 2234 ครั้ง)
« เมื่อ: 04/13/19 เวลา 09:54:18 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีครับ ผมเป็นหมอ อายุ 30 ปี  กำลังต่อแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ใน กทม  เป็นสาขา minor  ตอนนี้ training มาได้ 10 เดือน แล้วครับ แต่รู่สึกว่า ยิ่งเรียนยิ่งไม่ OK หมายถึง รู้สึกไม่ใช่ตัวเอง จริงๆ ผมเคยคิดจะ off traing ตั้งแต่ เดือนที่ 6 แล้ว แต่ที่บ้าน กับ สถาบัน ให้กลับไปมองใหม่ ต่อมา มันก็ทนเรียนให้พอผ่านครับ จน เริ่มซึมเศร้า ร้องไห้ เบื่อการทำงาน เลยไปพบจิตแพทย์ วินิจฉัย Major depressive order หรือ โรคซึมเศร้า ตอนนี้ ต้องกินยารักษาตัว และนัดติดตามอาการกับ อ.จิตแพทย์
    ตอนนี้ผมไม่มีอาการซึมเศร้าใดๆ แต่ยังคงต้องกินยารักษา ระหว่างนี้ผมก็ลองไปสมัครงานเอกชน เป็นคลินิก ในแหล่งท่องเที่ยว และเจ้าของตอบรับเข้าทำงาน แต่พอคุยกับคนรอบข้าง ที่ตอนแรก ให้ทำตามใจตัวเอง กลับพูดใหม่ว่าให้ เรียนต่อให้จบ และให้เช็คข้อดีข้อเสีย แล้วคิดดีๆ  คือปัญหาหลักๆของผมคือเงินครับ ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว รวมเงินรายเดือน ราวๆ 4 หมื่น ซึ่งตอนนี้ใช้เงินเก็บตัวเอง ใกล้จะหมดแล้ว หลังจากนี้คงต้องไปรับจ๊อบให้มากขึ้น  
ขอบอกก่อนว่า ผมคุยเรื่องเงินกับครอบครัวหมดแล้วครับ บางคนบอกว่า ทำไมไม่ลดเงินหละ แต่มันคือครอบครัวผม ที่จำเป็นจริงๆ พื้นฐานทางการเงินแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ก่อนหน้ามาเรียน ผมมีคลินิก กับรายได้ รพ. รวมราวๆ 1.5 แสนต่อเดือน แต่พอมาเรียน เหลือ 2 หมื่น ต่อเดือน จึงต้องเอาเงินเก็บมาใช้  
     
     มองอนาคตแล้ว.....(ตอนที่ลิสข้อดีข้อเสีย ไม่ได้ใช้อารมณ์ depress มาตัดสินใดๆ  และเอกชน นี่ไม่ใช่ รพ. หรือคลินิกความงาม ครับ  )
 
ข้อดีของการไปอยู่เอกชน  
-รายได้เรท 2 แสน อัพ ต่อเดือน  (ถ้าจบเฉพาะทางกลับไปอยู่ รพ.รัฐบาล ได้ประมาณ 6 หมื่นบาทต่อเดือน และจะค้างจ่ายราวๆ 3 หมื่น ได้จริง 3
 หมื่น)
-ได้ฝึกภาษา
-มีเวลาว่าง หยุดยาว 7-8 วันติด   พาครอบครัวไปเที่ยวได้  
-อิสระในการใช้ชีวิต
-ตอบโจทย์ชีวิต ในหลายๆด้าน  
-มีเงินเก็บ สามารถเกษียณอายุได้เร็วกว่าคนที่รับราชการ  
-เป็นคลินิกรุ่นพี่ ที่รู้จัก คุยกันได้  
-สวัสดิการ ที่พัก อาหาร การรักษา โอเค
-เพื่อนที่ทำงานรอบข้าง ดี  
 
ข้อเสีย  
-ไม่มีวุฒิเฉพาะทางติดตัว มีแค่ แพทย์ทั่วไป   >> Plan ว่า ก็ทำคลินิกระยะยาว ถ้าไม่ไหว ก็กลับมาเปิดคลินิกเล็กที่บ้าน ตอนนั้นน่าจะมีเงินเก็บระดับหนึ่ง
-ถ้าเรียนจบ 3 ปี เงินเก็บ เหลือ 0 บาท ต้องไปตั้งต้นนับ 1 ใหม่  
-ถ้า off training จะโดนปรับ 2 เท่าจริงๆได้เงินมาเรียน ราวๆ 3.5 แสน แต่ถ้าปรับสองเท่าจะโดน ประมาณ 7 แสน  แต่แบ่งจ่ายได้  (ถ้าออกเลยตอนเรียนจบ 3 ปี โดนปรับ ราวๆ 3 ล้านบาท)
-กรณีเรียนจบ ต้องใช้ทุนให้ต้นสังกัด ขั้นต่ำ 3 ปี นั่นคือ เรียน 3 ปี ทำงานคืน 3 ปี ดังนั้น 6 ปี ที่ต้องอยู่ใน loop ที่ไม่มีความสุข  
-ต้องมีหลายขั้นตอนที่ทำ เช่น ลาออกต้นสังกัด ลาออกราชการ  แต่จริงๆ ค่อยๆทำทีละขั้นตอนได้  
-สิทธิ์การรักษาจ่ายตรง จะใช้ไม่ได้ (แต่ paln ว่า จะซื้อประกันชีวิตแทน)
-อาจมีคนพูดถึงในแง่ไม่ดี เช่น เรียนไม่จบ บลาๆ  >> อันนี้คงปล่อยเขาไป เพราะเขาไม่ได้มีส่วนให้เงินกับชีวิตเรา  
-เอกชนทำงานคิดเป็นราย ชม. ทำ ติดกัน 20 กว่าวัน และหยุดยาวหลายวัน  คือ ขยันมากได้มาก  และทำ 9-24.00 น. แต่เป็นการนั่งตรวจในคลินิก คนไข้ไม่ได้มาตลอด จะกระจายมา ชม ละ 1-2 คน  
 
 ผมพยายามลิสข้อดีข้อเสีย มาตลอด และถามว่า ถ้าตามใจผมผมเลือกอะไร ผมตอบว่า อยากเลือกไป คลินิก ครับ  ผมรู้สึกว่า ชีวิตผม ต้องการแค่ เงิน เวลา ครอบครัว แต่ผู้ใหญ่ก็สอนให้อดทน เรียนให้จบ ถ้าจบไปอยากทำอะไรก็ทำได้  ชีวิตเลยรู้สึกว่า อยู่ในกรอบตลอดเวลา ในวัย 30 ไม่มีอิสระในชีวิต  
ผมควรทำไงดีครับ ระหว่างความสุขของตัวเองกับความสุขของคนรอบข้าง
ส่งโดย: doctoroh
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 1  
   
202.28.182.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 10:25:41 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมว่าจริตของน้องคงไม่เหมาะเป็นแพทย์เฉพาะทางหรอก ถึงเรียนไปก็เท่านั้นสิ่งที่ได้มาน้องก็คงไม่เอาไปใช้ในชีวิตจริง
และเป้าหมายของน้องคงเป็นเรื่องเงินมากกว่า ที่จะเป็นเรื่องการทำงาน
เมื่อน้องเลือกแล้ว ก็เหมาะแล้วที่จะไปตามนั้น เพราะดูแล้วน้องคงไม่ทนที่จะอยู่ในระบบหรอกและไม่เหมาะสมด้วย
แต่น้องต้องเข้าใจด้วยว่าชีวิตน้องก็คงทำหน้าที่ GP ไป รับจ็อบทำคลีนิคไปหรือทำคลินิคส่วนตัวไป
ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจจะประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้ แต่เบื้องต้นก็คงตอบโจทย์ของน้องแล้ว ระยะยาวคงไม่ต้องคาดหวังนะ
ก็ได้แต่หวังว่าน้องจะประสบความสำเร็จในชีวิตนะ
ส่งโดย: cmumed male
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 220  
   
49.230.13.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 10:35:34 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

อารมณ์/ เงื่อนไขแบบนี้ ก็น่าจะ Off training ดีกว่าครับ...กลับไปทำงานหาเงินเต็มที่ดีกว่าครับ เอาไว้มีเงินเก็บมากพออีกครั้งแล้วค่อยมาสมัครเรียนต่อเฉพาะทางในสาขาที่เรา สนใจ/ ชอบ/ พร้อม จริงๆอีกครั้ง ในภายภาคหน้าก็ยังได้ครับ
ส่งโดย: Dr._Panya
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 865  
   
171.97.62.248 fwd for 192.168.14.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 10:44:54 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สำหรับผมตอนเป็นdentกะfellow มาก็มีช่วงdepressเหมือนกันครับ ตอนtrainก็ไม่ได้รู้สึกชอบสาขาที่เรียนอยู่ เฉยๆมากสำหรับผม ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆแบบไม่มีความสุข   
 
แต่ตอนเรียนจบแล้ว รู้สึกว่าสาขาที่ไปเรียนตอบโจทย์ทุกอย่าง รู้สึกสนุกกับมัน ได้ทั้งเงิน แถมตอบโจทย์life styleอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 04/13/19 เวลา 10:49:01 by น้ำเน่าในเงาจันทร์ »



ส่งโดย: น้ำเน่าในเงาจันทร์ male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 5880   Email
   
110.77.137.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 11:34:43 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

อ่านจากวิธีเขียน แสดงว่าในใจมีคำตอบแล้ว  
 
ขอให้ไปทำตามหลักเหตุผลของตัวเองดีแล้วครับ ชอบทางไหน ไปทางนั้น  
 
ดีแล้วครับที่คุณ เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีโอกาสเลือก  
 
สู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ  
 
ส่งโดย: positive male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 815  
   
101.109.146.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 13:27:53 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 04/13/19 เวลา 11:34:43, positive wrote:
อ่านจากวิธีเขียน แสดงว่าในใจมีคำตอบแล้ว  
 
ขอให้ไปทำตามหลักเหตุผลของตัวเองดีแล้วครับ ชอบทางไหน ไปทางนั้น  
 
ดีแล้วครับที่คุณ เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีโอกาสเลือก  
 
สู้ๆนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ  
 

 
 
 
Agree   Agree
ส่งโดย: Any_Obtion
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 195  
   
124.121.238.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 17:06:45 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมก็เป็นแบบนี้ตอนเรียนเฉพาะทาง  ปี 1 โคตรอยากลาออก   ปี 2-3 โดนล่อเป็าอาจารย์ผู้ใหญ่  เกลียดเข้าใส้อัดให้อายได้ทุกวี่วัน ตอนนั้น depress เลย ท่องไว้ว่าสงบนะสงบนะ  บ้านผมก็ไม่รวยต้องส่งเสียพ่อแม่  ดีที่ภรรยาพอมีไม่เดือดร้อน  เรียนจบกลับมาขอบรรจุราชการใหม่รายได้ราชการ รวมไม่ถึง 40,000 บาทต่อเดือน  แต่ทำคลีนิก  งาน minor สบาย  ทำคลีนิดได้ดี  ไม่ถึง 10 ปี  บ้าน รถ ที่ดิน  เงิน ร้อยล้านในบัญชี  มันมาเอง    ตอนนี้ถึงไม่ทำอะไร  passive income ที่ได้ทนลำบากทำไว้ตอนนี้ก็ให้ค่าตอบแทนมากกว่า 500,000 บาทต่อเดือน รับราชการชิวๆ  อายุราชการยังแค่ 13 ปี  รอครบบำนาญ  อย่างน้อยพ่อแม่ลูกเบิกได้   แต่เอาเข้าจริง ตอนนี้อยากเลิกคลีนิก โคตรเหนื่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 04/13/19 เวลา 22:49:16 by gamma48 »
ส่งโดย: gamma48
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 486  
   
223.207.246.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 18:25:48 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

  ควรเทรนต่อมั้ย ? - " ถ้าถอดบทเรียนคนที่เทรนจบ  เยอะคนมีปัญหาแบบคุณ ครับ...."
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10310  
   
124.120.192.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 19:47:07 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมเป็นคนนึงที่ขอลาออกขณะเทรน ขอลาออกไปสามรอบด้วยซ้ำ
เพราะทนความหนักและเหนื่อยไม่ไหว
อาจารย์เรียกมาปลอบใจ แล้วก็  
หาไรทำที่เบี่ยงความสนใจคลายเครียดไปเป็นครั้งๆ  วันๆไป
ทนๆไปจนจบได้บอร์ด
อยากบอกว่า โคตรคุ้มครับ  
อนาคต มี GP เต็มเมืองแน่ๆ  
ตอนนี้ เร่งผลิตแพทย์กันจ้าละหวั่น
ถ้าเราไม่มีอะไรติดตัว
แล้วยิ่งอายุเยอะขึ้น จะลำบาก
จะไปรับจ๊อบจากคนอื่นเค้า
เค้าจะจ้างเราไปอีกกี่ปีก็ยังไม่รู้
มีบอร์ดแปะไว้อันนึง หางานไม่ยากเลย
เอาไว้หาเลี้ยงครอบครัว
ส่วนสิ่งที่เรารัก เราเลือกทำเป็น hobby
แต่มีรายได้หลักๆ แน่ๆทางนึง
ทนๆเรียนไป ก็ทรมานอีก สองปีอย่างมาก แล้วก็จบกันเเล้ว
และจะภูมิใจว่า เราผ่านมันมาได้
ถ้าเหนื่อยนักช่วงนี้ ก็ผ่อนๆ บ้าง  
อย่าไปตึงมาก
เอาใจช่วย  
 
ถ้าสุดๆจริงไปเรียนกฏหมาย  
เรียน hospital management แล้วไปสายบริหารก็ได้มั้งครับ  
อยู่บริษัทประกัน รีวิวเคส ค่าใช้จ่าย
หรือไปเป็นหมอฝ่ายบริหาร ทำงานคุณภาพตาม รพ.
#จากคนที่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
ส่งโดย: a_few_good_men
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 481  
   
182.52.10.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 21:15:04 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

น่าเห็นครับ   ขอให้โชคดี
ส่งโดย: crv01
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1887  
   
125.27.218.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 22:13:18 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

คนเราเกิดมา เขาว่าบุญเก่าทำมาไม่เท่ากัน
ไม่อยากออกความเห็น โดยถือตนเองเป็นตัวตั้ง

สติมาปัญญาเกิด....สติระเบิดไม่เกิดปัญญา
ส่งโดย: Dr.Mae
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 13  
   
182.52.183.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 04/13/19 เวลา 22:50:49 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

คิดว่ามีบอร์ดติดไว้ดีกว่าไม่มีค่ะ
ต่อไป GP ล้นแน่ๆ
ส่งโดย: jengirl
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 109  
   
104.237.80.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 04/14/19 เวลา 17:19:33 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ป่วยแบบนี้ไม่เเรียนก็ดีครับ Grin


ยามเมื่อมฤตยูรอท่าหน้าทวาร หมอเทียบเปรียบปานพระเจ้า
ยามเมื่อโรคสุมรุมเร้า หมอคือพระเจ้าจุติมา
ยามเมื่อโรคหายไข้เรื้อ หมอคือสามัญมนุสสา
ยามเมื่อคนไข้มรณา หมอคือผีห่าซาตาน..

ส่งโดย: know555 male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 16325  
   
1.46.70.*


« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 04/14/19 เวลา 18:25:46 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้าป่วย แล้วคิดว่าการเรียนทำให้อาการกำเริบบ่อย ลาออกเถอะครับ
คนเป็นซึมเศร้า สมาธิจะเสีย อ่านหนังสือก็ความจำไม่ดี ถ้าลากไปจนขึ้นปี 2 จะเสียเวลา
ส่งโดย: brownie
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 646  
   
184.22.247.*


« ความเห็นที่ #14 เมื่อ: 04/15/19 เวลา 15:48:54 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

อ่านไม่จบครับ แต่จะช่วยตอบ 555
"ถ้าใจไม่ถึง ไม่รักจริง รีบลาออกเลยครับ"
ส่งโดย: WeaReGroot
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 213  
   
124.122.44.*


« ความเห็นที่ #15 เมื่อ: 04/16/19 เวลา 15:14:18 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ขออนุญาตให้ความเห็นในข้อดีข้อเสียสองทางนี้ครับ
1.ลาออก คืนเงินครับ ผ่อนจ่ายอะไรก็ว่ากันไป อยู่เอกชนสบายเร็วแต่ต้องแลกกับเวลาและความขยัน แต่ที่สำคัญไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย นายจ้างไม่จ้างเราต่อถ้าตราบใดยังไม่ทำเงิน/ชื่อเสียงให้เค้ามากพอ แต่ถ้าเราขยันทุกอย่างจบ อยู่ที่ไหนก็ไม่อดตาย
2.ทนเรียนจบ  
   2.1 แบบปกติ อันนี้ไม่ได้สบายแน่นอนเพราะจบมาก็รอตกเบิก จะลาออกก็โดนสองล้าน ในจะปากท้องของคนในครอบครัวอีก ยิ่งถ้าสิ่งแวดล้อมการทำงานหลังจบมามีแต่เอารัดเอาเปรียบด้วยจะยิ่งลำบาก
   2.2 แบบพิศดาร (ผมเรียกเอง Grin Grin Grin) คือหาจ๊อบเสริมไปด้วยเพื่อสร้าง connection และทำให้เราไม่ดึงเงินเก็บมาใช้ให้มันหมดเร็วขึ้น แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อย่าลืมว่าเราต้องอึดกว่าเดิมมาาาาาาาาากกกกกกกก และเผลอๆอาจทำให้ตัวโรค MDD ที่เป็นอยู่แย่ลงได้อีก (คงต้องปรึกษา Psychi และติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ) ที่สำคัญสุดคือ Let it be ถ้าเรารู้หมดเราคงไม่ต้องมาเรียนแล้ว ต้องมาหาแล้วหละว่าทำไมเราถึงเลือกเรียน minor สาขานี้แต่แรก แล้วอะไรทำให้มันหมดไฟ โดนด่าเยอะ หรือนอนน้อย หรืองานหนัก หรือด้วยตัวโรคอะไรก็ว่าไป เจออะไรที่เป็นสาเหตุก็แก้ไขไปครับ  
 
ขอให้โชคดีในการเลือกนะครับ Smiley

คติเตือนใจ:

1. เป็นแพทย์ไทยต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย.....

2. เลือกในสิ่งที่รัก

ประจักษ์ในเป้าหมาย

ค้นหาแรงบันดาลใจ

กัดไว้ไม่ปล่อยมัน


ดร. นิศรา การุณอุทัยศิริ
ส่งโดย: MK ลุยงานอย่างเดียว male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 6788  
   
119.110.205.*


« ความเห็นที่ #16 เมื่อ: 04/18/19 เวลา 10:49:39 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

กรณีคือไม่ชอบแล้วนี่สิ  ผมว่าเราเลือกทางที่เราสบายใจที่สุดดีกว่า
 
แต่ถ้าคิดว่ายังพอเรียนต่อสาขานี้ไหว  อยากให้เข็นตัวเองจนจบนะ
 
เพราะ board จะเป็น GP เมื่อไหร่ก็ได้
 
แต่ GP ไม่สามารถเป็น board ได้เลย
ส่งโดย: JaJaaMD male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 6062   Email
   
119.110.236.*


« ความเห็นที่ #17 เมื่อ: 04/21/19 เวลา 19:02:19 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ทำไมผมกลับเห็นต่างเรียนเฉพาะทางโครตไม่คุ้มใช้แรงกายใจ
3 4ปี ถ้าเอาแรงกายใจไปใช้งานเอกชนหาตังแล้วเอาตังทำธรก
หรือลงทุนตลาดเงิน เงินเยอะกว่าเฉพาะทางแน่ๆ แถมสบายกว่า
ผมว่าอาชีพเรามองโลกได้แคบมากรู้เฉพาะในสาขาเรื่องธรก การเงินอ่อนมาก ผมเป็น gp แต่มั่นใจรายได้เยอะกว่าsubboard เกือบทั้งหมดที่อายุไม่ถึง50 ต่อเดือน
ส่งโดย: Xanz
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 49  
   
1.46.45.*


« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 04/22/19 เวลา 17:51:05 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 04/21/19 เวลา 19:02:19, Xanz wrote:
ทำไมผมกลับเห็นต่างเรียนเฉพาะทางโครตไม่คุ้มใช้แรงกายใจ
3 4ปี ถ้าเอาแรงกายใจไปใช้งานเอกชนหาตังแล้วเอาตังทำธรก
หรือลงทุนตลาดเงิน เงินเยอะกว่าเฉพาะทางแน่ๆ แถมสบายกว่า
ผมว่าอาชีพเรามองโลกได้แคบมากรู้เฉพาะในสาขาเรื่องธรก การเงินอ่อนมาก ผมเป็น gp แต่มั่นใจรายได้เยอะกว่าsubboard เกือบทั้งหมดที่อายุไม่ถึง50 ต่อเดือน

 
 
 
ขออนุญาต คุยสอบถามส่วนตัวได้ไหมคะ อยากคุยแนวทางคะ สะดวกติดต่อทางไหนดีคะ ขอบคุณคะ
ส่งโดย: wanwan123
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 24  
   
202.28.177.*


« ความเห็นที่ #19 เมื่อ: 04/22/19 เวลา 18:36:26 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

  เลิกเทรน  ดีมั้ย ? " เยอะคนที่เทรนจบมีปัญหาแบบคุณ  และเยอะคนที่จู่ๆเลิกเทรนก็มีปัญหาแบบคุณ"
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10310  
   
124.122.133.*


« ความเห็นที่ #20 เมื่อ: 04/23/19 เวลา 12:17:12 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

      เทรน(ให้)จบ ทำไง? - " ประสาทต้องแข็ง ครับ"
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10310  
   
171.96.189.*


« ความเห็นที่ #21 เมื่อ: 04/24/19 เวลา 12:53:02 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

       วิธีคิดพวกเทรนจบ ? - " กีต้าร์ขึ้นสายแล้วต้องเล่นให้จบ..".
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10310  
   
124.120.192.*


« ความเห็นที่ #22 เมื่อ: 04/26/19 เวลา 12:44:09 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

       จู่ๆเลิกเทรน ดีมั้ย ?  คำตอบ  " ทิ้งโอกาสทองเหมือนขยะ"
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10310  
   
115.87.151.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.