แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 37275: หมอgp ทำเอกขนหรืรพรัฐดีคะ  (จำนวนคนอ่าน 2210 ครั้ง)
« เมื่อ: 11/04/18 เวลา 08:34:07 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีค่ะ เป็นintern2ทำงานรพชมาได้ปนะมาน6เดือน รู้สึกไม่โอเคกับคาไข้ที่ไม่ฉุกเฉินแต่ชอบมาตรวจนอกเวลาหรือตอนดึก จิตตกมากค่ะอยากสอบถามว่ามีใค่เป็นgp ที่ได้ืำงานรพเอกจนอายุเยอะบ้างคะ มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนคะ คิดไม่ตกจริงๆค่ะ ถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ
ส่งโดย: Moopeemeepooh
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
223.24.159.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 11/04/18 เวลา 11:24:00 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ทำไมไม่เรียนต่อ
ส่งโดย: doreus
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10410  
   
1.47.194.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 11/04/18 เวลา 11:38:50 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

มีตัวอย่างมากมายครับ ว่า GP เอกชนโดนบีบให้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องมากแค่ไหน
 
ยา เครื่องมือ disposible เอามาใช้หลายครั้ง หลายคน เป็นต้น
 
อย่าเสี่ยงใน GP เอกชน ยกเว้นคุณมีอำนาจต่อรองพิเศษ เช่น ใน รพ. ระดับ high class หลายที่ ให้ราคาภาษา เช่น อาหรับ ญี่ปุ่น  German Chinese
ส่งโดย: megacure
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2064  
   
182.232.245.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 11/04/18 เวลา 14:26:02 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ให้คุณลองจินตนาการว่า ตอนอายุ 50ปี คุณบังเอิญตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง เช่น CA Breast
 
ต้องให้chemo งานการแทบจะไม่ต้องพูดถึง ทำไม่ได้อยู่แล้ว  เพราะต้องรักษาตัว
 
ถ้าบริษัทไหน ยังเลี้ยงคุณ แม้ว่าคุณจะป่วย ไม่สร้างผลกำไรให้บริษัทเค้าแล้ว ก็จงทำที่บริษัทนั้น
 
แต่ถ้าไม่มีบริษัทไหนจ้างคุณ เค้าแค่จ้างหมอคนใหม่มาแทน  คุณคงนึกภาพออกแล้วใช่มั้ยคะ
 
ว่าราชการจะดูแลคุณไปจนคุณทำงานไม่ได้ จนกว่าตายกันไปข้างนึง


ส่งโดย: IcedMatchaLatte
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 597  
   
182.232.195.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 11/04/18 เวลา 18:16:43 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 11/04/18 เวลา 14:26:02, IcedMatchaLatte wrote:
ให้คุณลองจินตนาการว่า ตอนอายุ 50ปี คุณบังเอิญตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง เช่น CA Breast
 
ต้องให้chemo งานการแทบจะไม่ต้องพูดถึง ทำไม่ได้อยู่แล้ว  เพราะต้องรักษาตัว
 
ถ้าบริษัทไหน ยังเลี้ยงคุณ แม้ว่าคุณจะป่วย ไม่สร้างผลกำไรให้บริษัทเค้าแล้ว ก็จงทำที่บริษัทนั้น
 
แต่ถ้าไม่มีบริษัทไหนจ้างคุณ เค้าแค่จ้างหมอคนใหม่มาแทน  คุณคงนึกภาพออกแล้วใช่มั้ยคะ
 
ว่าราชการจะดูแลคุณไปจนคุณทำงานไม่ได้ จนกว่าตายกันไปข้างนึง

เศร้าจัง เหมือนชีวิตนี้เกิดมาเพื่องาน แล้วก็ตายไป  Cry

This too, shall pass
ส่งโดย: Hippo
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2527  
   
171.4.233.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 11/04/18 เวลา 20:17:38 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ในพศ.นี้ GP ทำรพ.รัฐบาล น่าจะเหนือชั้นกว่ารพ.เอกชน  เพราะรายได้ไม่ต่างกันมาก แต่ผลกระทบระยะยาวต่างกัน สิทธิประโยชน์ต่างกัน  ทั้งการเรียนต่อ และความมั่นคงในชีวิต สวัสดิการของตัวเอง และคู่สมรส และพ่อแม่ ฐานะทางสังคมของแพทย์ท่านนั้น  
ในระยะยาว ยิ่งไม่น่าจะอยู่รอดได้ในรพ.เอกชน เพราะการผลิตแพทย์ปีละ 3000 คน ทำให้ รางวัลของการอยู่รพ.เอกชนอาจจะไม่ใช่ความร่ำรวยหรือการอยู่รอด แต่อาจจะหมายถึงความขมขื่นใจ เนื่องจากผู้ป่วยจะเลือกหมอที่มีประสบการณ์ และความชำนาญ หรือชื่อเสียงดี และค่าใช้จ่ายน้อย  ซึ่ง เรื่องเหล่านี้ ทางรพ.เอกชนให้ไม่ได้
ส่งโดย: 6699
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1209  
   
223.205.235.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 11/04/18 เวลา 22:08:28 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ทนใช้ทุนให้ครบแล้วไปเรียนต่อครับ.  2ปีแปบๆๆ
ส่งโดย: crv01
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1815  
   
110.77.172.4 fwd for 172.0.1.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 09:14:40 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เอกชนครับ  
 
ส่งโดย: positive male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 766  
   
101.109.46.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 11:13:29 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

จริงๆ อยากบอกมากเลย แต่เขียนในนี้คงไม่เหมาะ
ใจอยากจะบอกว่าคนที่ตอบๆเนี่ย ไม่ได้รู้จริงๆหรอก ส่วนใหญ่คนทีตอบก็เรียนต่อหรือเป็นหมอเฉพาะทางแหละ
 
ถ้าอยากได้คำตอบจริงๆ ต้องถามคนที่เค้าทำจริงๆ ทำเป็น GP เอกชนจริงๆ จะได้คำตอบที่ดีกว่า
 
ถ้าน้องอยากรู้ อีกทางคือ ลางานจากราชการ แล้วลองรับ parttime เอกชนดู ก็จะพอรู้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 11/08/18 เวลา 17:56:15 by gundamwing »
ส่งโดย: gundamwing
สถานะ: Junior Member **
จำนวนความเห็น: 53  
   
118.174.215.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 13:41:22 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ไม่ได้เป็น GP ถือว่าเป็นความเห็นหนึ่งให้น้องๆแล้วกันครับ
 
แต่ก็เห็นหมอ มาแล้ว ทุก ระบบ รวมถึงเอกชน  
 
1.หากเลือกได้ ควรเลือกเรียน ต่อ  เฉพาะทาง  หากใจรักในการเป็นแพทย์  ยิ่งหากยังอยู่ในระบบใช้ทุน ยิ่งมีโอกาสดีกว่า  
ลาออกไปอยู่เอกชน  แล้วไปขอทุนโรงพยาบาลรัฐ เพื่อไปเรียนต่อ
 
ยังอยู่ในระบบ  ก็ยังดีกว่าออกจากระบบไปแล้วแล้วมาขอทุนไปเรียน ยกเว้นแต่ว่าเก่งจริงๆ  ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีทุน  ให้ไป free  train เลย
 
2.หากเลือกไม่ได้  หรือคิดว่าไปขอทุน ก็สู้เพื่อนๆไม่ได้
 
ให้ลองพยายามใหม่  ลองไปหาอ่านประวัติของสตาร์บัคเสีย กว่าจะเป็นสตาร์บัคปัจจุบัน  ก่อนหน้านี้ธนาคารไม่เคยเห็นแม้นแต่เงาหัว
 
3.หากไม่ชอบการเป็นแพทย์
 
อย่างน้อยก็ควรหาตัวเองให้เจอแล้ว ทำในสิ่งที่ชอบพร้อมกับการประกอบอาชีพแพทย์เพื่อเลี้ยงชีพ ซึ่งหากเป็นแบบนี้  ควรไปอยู่ในระบบเอกชน รายได้เยอะกว่า เวลาทำงาน้อยกว่า
 
เมื่องานที่เราชอบสามารถเลี้ยงตัวเองได้  ก็ค่อยออกจากการเป็นอาชีพแพทย์
 
 
เอกชนไม่สามารถเลี้ยงดูเราได้ตลอดชีวิตครับ  เมื่อเราหมดคุณค่า หรือ  เมื่ออายุมากขึ้น  มักจะต้องถูกกดดันให้ออก หากคุณไม่มีความสามารถที่จะขึ้นไปทางสายบริหาร  เพราะสายบริการอย่างไรก็ต้องใช้แรง และแน่นอน สู้ความสดใหม่ของหมอรุ่นใหม่ๆไม่ได้  
 
ส่วนรัฐ  ถึงแม้น ความมั่นคงจะมีมากกว่า  แต่ก็ให้พยายามคิดว่า
 
แท้จริงแล้ว  รัฐก็มีวันล่มสลายไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพาะขึ้นอยู่กับผู้นำค่อนข้างมาก  ดู กรีก เวเนซุเอลา  เป็ฯตัวอย่าง
 
 
4. ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็น ธรรมชาติ เกิดขึ้น คงอยู่ และดับไป
 
ให้รู้เท่าทัน ให้มีควาสุขได้ในทุกๆ วัน ณ  ปัจจุบันที่มีอยู่ไม่ว่าอยู่ในสถาณการณ์เช่นใด้  อย่างน้อยก็จะมีมุมมองที่ดีให้เรามองดูเสมอ
 
อย่าคิดว่า  หากไปอยู่ที่นั่น ที่นี่ มีรายได้เท่านั้นเท่านี้แล้วมีความสุข
 
งานน้อยลง แล้วจะมีความสุขมากขึ้น  เป้นหมอเฉพาะทางแล้วจะมีความสุขมากขึ้น    
 
ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง  ตัวเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อตอบสนองต่อสิ่งร้า ภายนอก ได้    หากไม่ปรับตัวเปลี่ยนแปลงตัวเอง  ไปอยู่จุดไหนๆก็ไม่มีความสุข
 
 
จงมีความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่ในทุกๆวัน
 
 
 
 
 Wink Wink Wink
ส่งโดย: philosophy
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 338  
   
134.196.76.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 14:31:40 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ขอบคุณพี่มากๆนะคะสำหรับคำแนะนำ ขอบคุณจริงๆค่ะ  
 
หนูขอให้ประวัติเพิ่มได้ไหมคะ คือ  
คือหนูมีแฟนเป็นหมอเหมือนกันค่ะ ทำงานรพเดียวกัน เค้าเรียน fammed แบบ เทรนเอา ไม่ได้เป็นเด้นค่ะ  
เลยคิดว่าหากหนูออกไปทำเอกชน ก็อาจจะยังพอใช้สิทธิ์กันได้บ้างค่ะ
 
เรื่องเรียนต่อเฉพาะทางตอนเรียนอยู่ก็อยากเรียนนะคะ แต่พออกมาทำงานจริงๆแล้ว รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปอดหลับอดนอน กลับไปเครียดอีกแล้วค่ะ คือเป็นคนหัวไม่ได้ดีมาก ที่ผ่านมาแต่ละครั้งได้เพราะขยันอ่านเองล้วนๆค่ะ เลยไม่อยากเข้าไปวัฎจักรเดิมอีก แม่หนูก็เป็นพยาบาลก็อยากให้เรียนต่อค่ะ แต่ถ้าลาออกจริงๆเค้าก็รับได้ค่ะ  
 
หนูกังวลเรื่องความไม่มั่นคงเช่นเดียวกันค่ะ พี่พอมีคนรู้จักที่ออกไปทำเอกชนหรือทำพวกความงามไหมคะ อยากรู้ว่าพอแก่ตัวจะทำอะไรต่อค่ะ
 
on 11/05/18 เวลา 13:41:22, philosophy wrote:
ไม่ได้เป็น GP ถือว่าเป็นความเห็นหนึ่งให้น้องๆแล้วกันครับ
 
แต่ก็เห็นหมอ มาแล้ว ทุก ระบบ รวมถึงเอกชน  
 
1.หากเลือกได้ ควรเลือกเรียน ต่อ  เฉพาะทาง  หากใจรักในการเป็นแพทย์  ยิ่งหากยังอยู่ในระบบใช้ทุน ยิ่งมีโอกาสดีกว่า  
ลาออกไปอยู่เอกชน  แล้วไปขอทุนโรงพยาบาลรัฐ เพื่อไปเรียนต่อ
 
ยังอยู่ในระบบ  ก็ยังดีกว่าออกจากระบบไปแล้วแล้วมาขอทุนไปเรียน ยกเว้นแต่ว่าเก่งจริงๆ  ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีทุน  ให้ไป free  train เลย
 
2.หากเลือกไม่ได้  หรือคิดว่าไปขอทุน ก็สู้เพื่อนๆไม่ได้
 
ให้ลองพยายามใหม่  ลองไปหาอ่านประวัติของสตาร์บัคเสีย กว่าจะเป็นสตาร์บัคปัจจุบัน  ก่อนหน้านี้ธนาคารไม่เคยเห็นแม้นแต่เงาหัว
 
3.หากไม่ชอบการเป็นแพทย์
 
อย่างน้อยก็ควรหาตัวเองให้เจอแล้ว ทำในสิ่งที่ชอบพร้อมกับการประกอบอาชีพแพทย์เพื่อเลี้ยงชีพ ซึ่งหากเป็นแบบนี้  ควรไปอยู่ในระบบเอกชน รายได้เยอะกว่า เวลาทำงาน้อยกว่า
 
เมื่องานที่เราชอบสามารถเลี้ยงตัวเองได้  ก็ค่อยออกจากการเป็นอาชีพแพทย์
 
 
เอกชนไม่สามารถเลี้ยงดูเราได้ตลอดชีวิตครับ  เมื่อเราหมดคุณค่า หรือ  เมื่ออายุมากขึ้น  มักจะต้องถูกกดดันให้ออก หากคุณไม่มีความสามารถที่จะขึ้นไปทางสายบริหาร  เพราะสายบริการอย่างไรก็ต้องใช้แรง และแน่นอน สู้ความสดใหม่ของหมอรุ่นใหม่ๆไม่ได้  
 
ส่วนรัฐ  ถึงแม้น ความมั่นคงจะมีมากกว่า  แต่ก็ให้พยายามคิดว่า
 
แท้จริงแล้ว  รัฐก็มีวันล่มสลายไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพาะขึ้นอยู่กับผู้นำค่อนข้างมาก  ดู กรีก เวเนซุเอลา  เป็ฯตัวอย่าง
 
 
4. ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็น ธรรมชาติ เกิดขึ้น คงอยู่ และดับไป
 
ให้รู้เท่าทัน ให้มีควาสุขได้ในทุกๆ วัน ณ  ปัจจุบันที่มีอยู่ไม่ว่าอยู่ในสถาณการณ์เช่นใด้  อย่างน้อยก็จะมีมุมมองที่ดีให้เรามองดูเสมอ
 
อย่าคิดว่า  หากไปอยู่ที่นั่น ที่นี่ มีรายได้เท่านั้นเท่านี้แล้วมีความสุข
 
งานน้อยลง แล้วจะมีความสุขมากขึ้น  เป้นหมอเฉพาะทางแล้วจะมีความสุขมากขึ้น    
 
ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง  ตัวเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อตอบสนองต่อสิ่งร้า ภายนอก ได้    หากไม่ปรับตัวเปลี่ยนแปลงตัวเอง  ไปอยู่จุดไหนๆก็ไม่มีความสุข
 
 
จงมีความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่ในทุกๆวัน
 
 
 
 
 Wink Wink Wink

ส่งโดย: Moopeemeepooh
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
1.2.202.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 14:33:45 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ


 
on 11/04/18 เวลา 11:24:00, doreus wrote:
ทำไมไม่เรียนต่อ

 
 
เคยอยากเรียนนะคะ แต่รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปเครียดอ่านหนังสือ ไม่อยากแข่งขัน อยากเอาเวลามาใช้ชีวิต ค่อนข้างเบื่อกับเรื่องหมอๆแล้วค่ะ 555 แต่เวลาทำงานหนูก็ไม่ได้เป็นหมอพวกละเลยคนไข้นะคะ แค่ไม่อยากกลับไปวังวนที่ต้องอดหลับอดนอนอ่านหนังสือแล้วค่ะ Sad(
ส่งโดย: Moopeemeepooh
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
1.2.202.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 15:11:54 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 11/05/18 เวลา 14:31:40, Moopeemeepooh wrote:
ขอบคุณพี่มากๆนะคะสำหรับคำแนะนำ ขอบคุณจริงๆค่ะ  
 
หนูขอให้ประวัติเพิ่มได้ไหมคะ คือ  
คือหนูมีแฟนเป็นหมอเหมือนกันค่ะ ทำงานรพเดียวกัน เค้าเรียน fammed แบบ เทรนเอา ไม่ได้เป็นเด้นค่ะ  
เลยคิดว่าหากหนูออกไปทำเอกชน ก็อาจจะยังพอใช้สิทธิ์กันได้บ้างค่ะ
 
เรื่องเรียนต่อเฉพาะทางตอนเรียนอยู่ก็อยากเรียนนะคะ แต่พออกมาทำงานจริงๆแล้ว รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปอดหลับอดนอน กลับไปเครียดอีกแล้วค่ะ คือเป็นคนหัวไม่ได้ดีมาก ที่ผ่านมาแต่ละครั้งได้เพราะขยันอ่านเองล้วนๆค่ะ เลยไม่อยากเข้าไปวัฎจักรเดิมอีก แม่หนูก็เป็นพยาบาลก็อยากให้เรียนต่อค่ะ แต่ถ้าลาออกจริงๆเค้าก็รับได้ค่ะ  
 
หนูกังวลเรื่องความไม่มั่นคงเช่นเดียวกันค่ะ พี่พอมีคนรู้จักที่ออกไปทำเอกชนหรือทำพวกความงามไหมคะ อยากรู้ว่าพอแก่ตัวจะทำอะไรต่อค่ะ
 

 
เปิดคลินิกเลยครับ มีแฟนเป็น base ที่ รพ. หาคนเข้าคลินิกให้
 
ส่วนจะลาออกราชการดีมั้ย รอคลินิกรุ่ง คนไข้มากพอแล้วค่อยออกครับ
ส่งโดย: megacure
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2064  
   
182.232.245.*


« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 16:14:09 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 11/05/18 เวลา 14:33:45, Moopeemeepooh wrote:

 
 
 
เคยอยากเรียนนะคะ แต่รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปเครียดอ่านหนังสือ ไม่อยากแข่งขัน อยากเอาเวลามาใช้ชีวิต ค่อนข้างเบื่อกับเรื่องหมอๆแล้วค่ะ 555 แต่เวลาทำงานหนูก็ไม่ได้เป็นหมอพวกละเลยคนไข้นะคะ แค่ไม่อยากกลับไปวังวนที่ต้องอดหลับอดนอนอ่านหนังสือแล้วค่ะ Sad(

 
อ้างั้นคอนเซ็ปท์เดียวกันเลยครับ พี่ทำงานราชการ เปิดคลินิกตอนเย็น สมัยก่อนรายได้มากกว่าเฉพาะทางในเมืองอีกครับ เลยไม่ได้เรียน แต่เป็นผอ.รพ.นะครับ ก็อยู่ราชการเรื่อยๆจนครบยี่สิบห้าปีก็ลาออกได้เงินบำนาญ ระหว่างนั้นก็เปิดคลินิกความงามไปด้วย รายได้ก็ดีระดับนึง ชีวิตจัดว่ามีความสุขมาตลอด เคยไปอยู่เวรเอกชน รายได้ก็ดีแต่ไม่เท่าคลินิก แล้วรู้สึกถึงความเสี่ยงเลยเลิกทำ เทียบกับรุ่นน้องจบใหม่ที่รู้จักจบแล้วไปอยู่เอกชนสองปีไม่เวิร์กเลยไปรับจ้ างเป็นหมอทำคลินิกความงามอีกสองปี จากนั้นมีคลินิกเป็นของตัวเอง ตอนนี้ทรัพย์สินเค้าน่าจะมากกว่าพี่หลายเท่าเพราะอยู่ในกทม.พี่อยู่ตจว. รายรับเลยต่างกันมาก  
สรุปถามว่ารอดมั๊ยก็รอดแหละ มีความสุขมั๊ยมีความสุข อายุมากเกี่ยวมั๊ยตอนนี้คลินิกพี่ก็ดีเหมือนเดิม มีอาจารย์บางท่านเจ็ดสิบกว่าแล้วก็ยังทำอยู่คนไข้ก็ดีเหมือนเดิมครับ ไม่รู้ว่าจะช่วยได้บ้างหรือไม่
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 11/05/18 เวลา 16:15:28 by doreus »
ส่งโดย: doreus
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 10410  
   
171.98.74.*


« ความเห็นที่ #14 เมื่อ: 11/05/18 เวลา 23:06:53 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เพื่อนผมคนหนึ่งตอนแรกก็อยากเรียนเฉพาะทาง สุดท้ายเปลี่ยนใจไปเปิดคลินิกความงาม
 
ช่วงแรกๆก็ทำเอง ช่วงหลังไม่ค่อยได้ทำ อาศัยจ้างหมอคนอื่นมาประจำ ตอนนี้เที่ยวต่างประเทศแทบทุกเดือน เข้าไปเช็คความเรียบร้อยในคลินิกเป็นครั้งคราว
 
รายได้ตอนนี้เยอะกว่าคนที่เรียนจบ Subboard ทำเอกชน Fulltime เสียอีก
 
ไม่มีทางไหนถูกหรือผิดครับ ไปทางไหนก็เจริญได้ ขึ้นกับความพยายามและดวงอีกส่วนหนึ่ง
ส่งโดย: simath
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 191  
   
1.47.205.*


« ความเห็นที่ #15 เมื่อ: 11/06/18 เวลา 11:16:20 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

  ดีทั้งคู่ และ ไม่ดีทั้งคู่  เดินหน้ายุทธศาสตร์ทาง๒แพร่ง  เริ่มจาก part timeเอกชนก่อน....
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 9903  
   
171.96.191.*


« ความเห็นที่ #16 เมื่อ: 11/06/18 เวลา 12:05:57 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เป็น GP เอกชน มา 11 ปีแล้วค่ะ ให้กลับไปอยู่ รพช คงไม่เอาแล้ว  
อยู่เอกชนสบายกว่าเยอะ ไม่ต้องโดนบังคับอยู่เวร ทำนอกเวลาก็ได้ OT เพิ่มอีก consult ก็ง่ายกว่าอยู่ รพช เยอะ ว่าไปก็เซฟดี
 
แต่ทุกที่ก็ใช่ว่าจะดีนะ เลือกอยู่ รพ ใหญ่ๆ ระบบจะดีกว่า นี่ก็เปลี่ยนมาหลาย รพ แล้วเหมือนกัน แต่ภาพรวมก็คล้ายๆ กัน เงินดี แต่สวัสดิการแย่ ต้องภาวนาอย่าให้ตัวเองป่วย หยุดงานก็โดนหักเงิน วันหยุดตามปฏิทินไม่มี  
 
ส่งโดย: moulini
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 36  
   
180.222.145.*


« ความเห็นที่ #17 เมื่อ: 11/06/18 เวลา 13:34:59 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

อยู่รํฐถ้าป่วยหนักไม่ถึงขั้น แอทมิทก็ต้องมาทำงานนะครับ  
คิดว่าคุณป่วยเป็นโรคเรื้อรังเช่นเบาหวาน อย่าง จ่า drama addict ที่ป่วยเบาหวานน้ำตาล 500 แล้วโดนเวร 10 เวรต่อเดือนต้องลาออก  
ถามว่าราชกราดูแลดีจริงเหรอครับ จะหาใครมาแทนเวร GP ราชการได้เหรอครับ
ส่งโดย: bridge
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 340  
   
49.229.163.*


« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 11/06/18 เวลา 13:52:54 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เคยเป็นGPอยู่เอกชน สมัย9ปีก่อน  รายได้ตอนนั้น150-170Kต่อเดือน ทำอยู่2ปีปล้วมาเรียนบอร์ด  เจ็บป่วยของตัวเองรักษาฟรีหมด ของพ่อแม่มีส่วนลด50%  consult boardก็ง่าย อยู่กันแบบพี่ๆน้อง  บอกเลยความเสี่ยงน้อยกว่า รพช มาก
ขืนอยู่ รพช ต่อเคสที่จะโดยฟ้องอันดับต้นๆเลยคือเคสสูติที่คนไข้มาคลอดแล้วมีcomplicatio n  รพ ศูนย์ก็ไม่ค่อยรับrefer  ตอนนั้นเลยลาออกมาเป็นGP เอกชนเลย  ชีวิตก็ชิวๆ ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ น้องในเมือง  นัดเจอเพื่อนๆสมัย ม.ปลายได้บ่อย  แถมอยู่ในเมืองของกินก็มีให้เลือกเยอะกว่า ห้างก็มีให้เดิน  ไม่ต้องอยู่แบบอดๆอยากๆ ใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆเหมือนอยู่ รพช
 
ส่วนตัวเป็นคนชอบอยู่ในเมือง ชอบแสงสี  ไม่ชอบชีวิตเงียบๆยังกะผีหลอกในต่างอำเภอ ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตsubboardในจังหวัดใหญ่ แหล่งท่องเที่ยว  กะว่ารอซัก5ปี รอลูกโต จะย้ายกลับ กทม.  ชอบชีวิต กทม.เป็นที่สุด 555
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 11/06/18 เวลา 13:59:17 by น้ำเน่าในเงาจันทร์ »



ส่งโดย: น้ำเน่าในเงาจันทร์ male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 5818   Email
   
223.24.20.*


« ความเห็นที่ #19 เมื่อ: 11/06/18 เวลา 16:33:33 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมเป็น GP ที่ทำงานใน รพ.รัฐครับ ประสบการณ์ 10+ปี จะมาแชร์ประสบการณ์ละกัน
เป็นสถานะ GP ใน รพ.รัฐที่ไม่ใหญ่มาก ที่ specialist ไม่เยอะ คุณสามารถจะเป็นพี่ใหญ่ มีอำนาจในองค์กรแพทย์รองจาก ผอ. ได้ครับ (บางที่มีอำนาจเหนือ ผอ.ก็มีครับ)  
ถ้าไปเอกชน มี GP หลายๆ คน อยู่ไม่ยืดครับ จะโดนไปตรวจประกันสังคมบ้าง ไปทำงานฟรีโดยบอกว่าเป็นงานการกุศล แต่มีชื่อ รพ.โชว์หราเป็น sponsor บ้าง ฯลฯ GP ที่ รพ.เอกชนแทบจะไม่มีตัวตนครับ จะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกันมาก
ส่งโดย: Hybrid VI
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 5946  
   
182.232.177.*


« ความเห็นที่ #20 เมื่อ: 11/06/18 เวลา 20:02:30 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เรียนต่อครับ
ส่งโดย: WeaReGroot
สถานะ: Full Member ***
จำนวนความเห็น: 197  
   
27.145.176.*


« ความเห็นที่ #21 เมื่อ: 11/07/18 เวลา 10:50:24 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 11/04/18 เวลา 14:26:02, IcedMatchaLatte wrote:

ว่าราชการจะดูแลคุณไปจนคุณทำงานไม่ได้ จนกว่าตายกันไปข้างนึง

 
 
จริงเหรอ    เดี๋ยวนี้รักษา30บาทก็ได้เหมือนสิทธฺ์ข้าราชการมั้ง
 Grin


ยามเมื่อมฤตยูรอท่าหน้าทวาร หมอเทียบเปรียบปานพระเจ้า
ยามเมื่อโรคสุมรุมเร้า หมอคือพระเจ้าจุติมา
ยามเมื่อโรคหายไข้เรื้อ หมอคือสามัญมนุสสา
ยามเมื่อคนไข้มรณา หมอคือผีห่าซาตาน..

ส่งโดย: know555 male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 16256  
   
1.46.236.*


« ความเห็นที่ #22 เมื่อ: 11/07/18 เวลา 21:52:34 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

      ราชการ...นิยาม? - "สุสานคนเป็น"
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 9903  
   
171.96.190.*


« ความเห็นที่ #23 เมื่อ: 11/09/18 เวลา 10:06:19 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ลาออกมา 10 ปีแล้วครับ ไม่ได้ทำ รพ.เอกชน  แต่เปิดคลินิก GP  รายได้เดือนละ 8 แสน - 1 ล้าน เปิดแค่เช้ากับเย็น  ไม่ได้เปิดทั้งวัน   เรื่องสวัสดิการตอนแก่ที่ราชการจะเลี้ยง  ผมคำนวณดูว่า สู้ผมหาเงิน เก็บเงินตอนนี้ ซื้อประกันสุขภาพดีๆไว้ไม่ดีกว่าเหรอ  ตอนนี้ผมยังอายุไม่ถึง 40 ปี ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไร ก็ยังเปิดคลินิกได้อีกหลายปีอยู่

ส่งโดย: devilmanToT @.โหมดลั้นลา
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 2067  
   
101.108.16.*


« ความเห็นที่ #24 เมื่อ: 11/09/18 เวลา 11:07:29 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

       เอกชน....แนวคิด ? -"  หาเงินเป็นต่อไว้ก่อน "...
ส่งโดย: หมอเมืองสยาม
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 9903  
   
171.96.189.*


« ความเห็นที่ #25 เมื่อ: 11/09/18 เวลา 15:25:53 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

on 11/09/18 เวลา 10:06:19, devilmanToT @.โหมดลั้นลา wrote:
ลาออกมา 10 ปีแล้วครับ ไม่ได้ทำ รพ.เอกชน  แต่เปิดคลินิก GP  รายได้เดือนละ 8 แสน - 1 ล้าน เปิดแค่เช้ากับเย็น  ไม่ได้เปิดทั้งวัน   เรื่องสวัสดิการตอนแก่ที่ราชการจะเลี้ยง  ผมคำนวณดูว่า สู้ผมหาเงิน เก็บเงินตอนนี้ ซื้อประกันสุขภาพดีๆไว้ไม่ดีกว่าเหรอ  ตอนนี้ผมยังอายุไม่ถึง 40 ปี ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไร ก็ยังเปิดคลินิกได้อีกหลายปีอยู่

 
ยืนด้วยแข้งตัวเอง เจ๋งสุดแล้วฮับ  
 Wink



ส่งโดย: น้ำเน่าในเงาจันทร์ male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 5818   Email
   
110.77.137.*


« ความเห็นที่ #26 เมื่อ: 11/11/18 เวลา 09:30:17 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมกลับมองต่างนะ เดี๋ยวนี้ถึงหมอผลิตมาเยอะแต่ส่วนนึงไปสกิน ส่วนนึงทำงานอื่น แต่คนไข้มารพ มากขึ้นไม่เหมือนสมัยก่อนอาจมากถึง 3เท่าแต่หมอเราทำงานได้น้อยลงทุกคนพยายามไปเรียนต่อเพื่อสบายผมว่าเรียนต่ออ าจเสี่ยงกว่าไม่เรียนก็ได้นะถึงคนต้องการหมอเฉพาะทางแต่คนที่มีกำลังจ่ายจริ งไม่ได้มากขึ้น ผมว่าเอกชนเน้นวินิจฉัยแล้วส่งต่อ รพ รัฐมากกว่าชึ่งใช้gp แถมค่าแรงถูกกว่าด้วยการเรียนต่อตั้ง3ปีแถมโดนใช้งานโขกสับ ผมว่าบางทีการเป็นgpเอกชนบวกทำธุรกิจลงทุนน่าจะคุ้มกว่ามาก
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 11/11/18 เวลา 09:33:11 by Xanz »
ส่งโดย: Xanz
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
1.47.101.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.