แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 36594: คู่มือการให้บริการวางแผนครอบครัวสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉบับใหม่  (จำนวนคนอ่าน 459 ครั้ง)
« เมื่อ: 02/14/18 เวลา 15:05:06 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

องค์กรสุขภาพชั้นนำของโลกร่วมกันเผยแพร่คู่มือการให้บริการวางแผนครอบครัวสำ หรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉบับใหม่
 
คู่มือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารับบริการได้อย่าง ตรงจุดและนำไปปฏิบัติได้จริง
 
การวางแผนครอบครัวคือการลงทุนที่คุ้มค่าและสามารถช่วยชีวิตเด็กหญิงและสตรีห ลายล้านคนได้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้การวางแผนครอบครัวประสบผลสำเร็จทั่วโลกก็คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องมีความรู้และผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงจะมีการเผยแพร่คู่มือการให้บริการวางแผนครอบครัวสำหรับเจ้าหน ้าที่สาธารณสุข Family Planning: A Global Handbook for Providers หรือเรียกสั้นๆว่า Global Handbook ฉบับใหม่ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในระหว่างการประชุม 2018 Regional Consortium Meeting of the Implementing Best Practices (IBP) Initiative  
 
Global Handbook ซึ่งเขียนโดยใช้ภาษาเรียบง่ายเหมาะสำหรับการอ่านแบบรวดเร็ว ถือเป็นคู่มือมาตรฐานโลกว่าด้วยการวางแผนครอบครัวและหัวข้ออื่นๆที่เกี่ยวข้ องนับตั้งแต่เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี 2006 ปัจจุบันมีการเผยแพร่คู่มือไปแล้วกว่า 500,000 ชุดใน 13 ภาษา สำหรับคู่มือฉบับใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ร่วมกันเผยแพร่โดย Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health และองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และโครงการ Knowledge for Health (K4Health) Project ทั้งนี้ Global Handbook ได้รับการยอมรับจากองค์กรกว่า 125 แห่งทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของ IBP Initiative  
 
Dr. Ian Askew ผู้อำนวยการฝ่ายอนามัยการเจริญพันธุ์และการวิจัยของ WHO กล่าวว่า “Global Handbook ยืนยันว่าสตรีทุกคน ทั้งเด็กสาวแรกรุ่นและหญิงสาว สามารถใช้วิธีคุมกำเนิดได้เกือบทุกวิธีอย่างปลอดภัย การให้บริการคุมกำเนิดด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดไม่ใช่เรื่องยาก และสามารถทำได้โดยไม่กระทบต่อศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริก ารทุกคน”
 
Global Handbook ฉบับใหม่ล่าสุดมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ เช่น การใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิดประเภท LNG-IUD และการฝังยาคุมกำเนิด ซึ่งเป็นการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวระยะยาว รวมถึงการฉีดยาคุมกำเนิด DMPA-SC ที่สามารถฉีดได้เอง และวิธีใหม่อย่างการใส่ห่วงคุมกำเนิดที่มีการปล่อยฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เหมาะสำหรับสตรีที่ให้นมบุตร ส่วนข้อมูลอื่นๆที่มีการอัพเดทประกอบด้วย   
 
- ข้อเสนอแนะใหม่จาก WHO ครอบคลุมคำแนะนำในหัวข้อต่างๆ เช่น ความรุนแรงที่เกิดจากคู่สมรส ครอบครัวที่แบ่งหน้าที่กันทำ และการให้บริการบุคคลทุพพลภาพ  
- หัวข้อใหม่ที่เน้นย้ำว่า ผู้ให้บริการวางแผนครอบครัวควรเคารพ ปกป้อง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้เข้ารับบริการ  
- ข้อมูลใหม่ที่ช่วยแนะนำว่าควรใช้รายการตรวจสอบการตั้งครรภ์ (pregnancy checklist) หรือชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (pregnancy test) รวมถึงช่วยให้คำแนะนำแก่สตรีที่ต้องการฉีดยาคุมกำเนิดชนิดที่มีเฉพาะโปรเจสต ิน ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีสูง
 
Ellen Starbird ผู้อำนวยการสำนักงานประชากรและอนามัยการเจริญพันธุ์ของ USAID กล่าวว่า “ข้อมูลใหม่ที่เชื่อถือได้ที่เพิ่มเข้ามาใน Global Handbook จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการให้บริการ เพื่อรับประกันว่าความตั้งใจที่จะมีบุตร สภาพชีวิตความเป็นอยู่ และความพึงพอใจของผู้เข้ารับบริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจวางแผนครอบครัว”
 
Global Handbook ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 เผยแพร่ในภาษาอังกฤษ และอีกไม่นานจะมีการแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสและสเปน คู่มือแบบเป็นรูปเล่มทุกฉบับแจกพร้อมแผ่นภาพสรุปวิธีคุมกำเนิด “Do You Know Your Family Planning Choices?” ซึ่งสามารถนำไปติดผนังให้ผู้เข้ารับบริการได้อ่าน พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวเว็บไซต์ Global Handbook โฉมใหม่ที่ www.fphandbook.org ในวันนี้ด้วย
 
สามารถดาวน์โหลด Global Handbook หรือสั่งคู่มือแบบเป็นรูปเล่มได้ที่ www.fphandbook.org
 
เกี่ยวกับ Knowledge for Health (K4Health) Project  
K4Health แบ่งปันเครื่องมือและข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย เพื่อยกระดับการวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ทั่วโลก K4Health ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประชากรและอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งองค์การเพื ่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ #AID-OAA-A-13-00068 ร่วมกับ Johns Hopkins University โครงการนี้นำโดย Johns Hopkins Center for Communication Programs ร่วมด้วย FHI 360, IntraHealth International และ Management Sciences for Health   
 
ติดต่อ: Anne Kott (anne.kott@jhu.edu)  
The Knowledge for Health (K4Health) Project
ส่งโดย: IQ
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1058  
   
171.97.203.*


Page(s) : 1 




Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.