|
« เมื่อ: 04/19/12 เวลา 13:52:02 » |
|
ธุรกิจ : Global Corporate วันที่ 18 เมษายน 2555 06:36 จับตาอาการขั้นตรีทูตของโนเกีย โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ โนเกียออกอาการร่อแร่ มีกระแสเงินสดเหลือบริหารธุรกิจได้อีก 7 ไตรมาส ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดมือถือที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ โนเกีย ที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก มีกระแสเงินสดที่จะอยู่ได้อีก 7 ไตรมาส แต่นักลงทุนหมดความเชื่อมั่นลงเรื่อยๆ เมื่อเจ้าตลาดโทรศัพท์มือถือจากฟินแลนด์แห่งนี้ ไม่สามารถกระตุ้นให้ลูกค้า และนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นหันมาใช้และพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้กับมือถือรุ่นใหม่ๆ ของบริษัทได้ ล่าสุดบ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสเซส บริษัทจัดอันดับชั้นนำของโลก ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ของโนเกีย เกือบไปอยู่ที่ระดับ"ขยะ" โดยให้เหตุผลว่า ยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกร่วงลงอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้รายได้ของบริษัทปรับตัวลดลงไปมากถึง 35% มูดีส์ ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ระยะยาวของโนเกีย คอร์ป ลง1 ขั้นไปอยู่ที่ Baa3 เหนือกว่าระดับไม่ควรลงทุนแค่ 1 ขั้น หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มูดีส์ ได้ออกรายงานเตือนเกี่ยวกับผลกำไรบริษัท ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของโนเกีย ร่วงลงกว่า 20% มูดีส์ ให้แนวโน้มเชิงลบในการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้ ซึ่งหมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่มูดีส์จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ของโนเกียลงสู่ระดับ"ขยะ" หากยอดขายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของโนเกีย ไม่ได้สดใสอย่างที่บริษัทตั้งเป้าและรายได้ของบริษัทไม่กระเตื้องภายในปีนี้ มูดีส์ ระบุว่า ยอดขายมือถือของโนเกีย ร่วงลง 16% ในช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นจากบรรดาผู้ผลิตมือถือราคาถูก หรือมือถือรุ่นใหม่ๆจากค่ายมือถือสัญชาติจีน เมื่อปีที่แล้ว สตีเฟน อีลอป หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)ของโนเกีย ซึ่งเคยร่วมงานกับไมโครซอฟท์ในปี 2553 ประกาศว่า โนเกีย จะมุ่งไปที่การพัฒนาและทำตลาดมือถือระบบวินโดวส์ โดยมั่นใจว่า จะช่วยให้บริษัทสามารถกลับมาอยู่ในฐานะที่แข่งขันกับคู่แข่งในตลาดอย่าง แอปเปิล และซัมซุงได้ เมื่อวันพุธ (12 เม.ย) ที่ผ่านมา โนเกีย ออกมาเตือนว่า บริษัทอาจจะขาดทุนใน 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ หลังจากยอดขายมือถือระบบซิมเบียนไม่เป็นตามคาด ขณะที่ยอดขายมือถือระบบวินโดวส์รุ่นใหม่ของบริษัทก็ยังไม่มากพอที่จะชดเชยรา ยได้ส่วนที่หายไป ตลาดหุ้นเอง ก็ตื่นตระหนกกับการตัดสินใจของอีลอปเมื่อปีก่อน และราคาหุ้นของโนเกียร่วงลงอีกครั้งหลังการประกาศเตือนเกี่ยวกับการขาดทุน โดยนักลงทุนที่ยังถือหุ้นของโนเกียอยู่จะขาดทุนราว 2 ใน 3 ของการลงทุน เมื่อวันพฤหัสบดี (13 เม.ย) หุ้นโนเกียร่วงลงไป 7 % หลังจากทรุดลง 15 % ในแรกของการเปิดตลาด แม้จะเปิดตัวมือถือระบบวินโดวส์ใหม่หลายรุ่น แต่บริษัทขายได้น้อยกว่าที่คาดไว้ เมื่อลูกค้ายังคงใช้ไอโฟนของแอปเปิล หรือมือถือระบบแอนดรอยด์ของซัมซุงต่อไป โดยมือถือของทั้งแอปเปิลและซัมซุงมีแอพพลิชั่นจากเหล่านักพัฒนากลุ่มใหญ่ให้ เลือกดาวน์โหลดมากมาย เร็วเกินไปที่จะสรุปเกี่ยวกับโนเกีย ยังอยู่ช่วงกลางของการเปลี่ยนไปเป็นมือถือระบบวินโดวส์ แต่ก็ยังหาช่วงเวลาดีๆไม่เจอ ในอีก 6 เดือนนับจากนี้ จะเป็นช่วงวิกฤตสำหรับอนาคตในระยะยาวของบริษัท มือถือรุ่น Lumia 610 ต้องประสบความสำเร็จ โนเกีย ต้องมีมือถือรุ่นยอดนิยมวางตลาดในช่วงคริสต์มาส ปีเตอร์ คันนิ่งแฮม ของบริษัทคานาลิสต์ ให้ความเห็น ในไตรมาสแรก โนเกีย ขายมือถือ Lumia ได้มากกว่า 2 ล้านเครื่อง เทียบกับยอดขายคาดการณ์ของไอโฟน 31 ล้านเครื่อง และสมาร์ทโฟนของซัมซุง 37 ล้านเครื่อง เรียกว่า เทียบกันไม่ติด นักวิเคราะห์ กล่าวว่า เพื่อเพิ่มยอดขาย โนเกีย ต้องแก้ปัญหาไก่กับไข่ให้ได้เสียก่อน กล่าวคือ เพื่อขายมือถือให้ได้มาก จำเป็นต้องมีแอพพลิเคชั่นรองรับมากพอ แต่จะดึงดูดนักพัฒนาแอพพลิชั่นได้ ต้องขายเครื่องให้ได้มากด้วยเช่นกัน ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นสำหรับมือถือระบบวินโดวส์ มีราว 80,000 แอพพลิเคชั่น เทียบกับ 500 ล้านแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้ไอโฟนและแอนดรอยด์ โนเกีย ใช้เงินสดในไตรมาสแรกไป 700 ล้านยูโร เหลือเงินสด นับจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ 4,900 ล้านยูโร แต่เมื่อราคาหุ้นตกลง โนเกีย อาจไม่เหลือเวลาอีกแล้ว ก่อนที่เงินสดจะหมด และโนเกีย อาจเสียตำแหน่งผู้ผลิตมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้กับคู่แข่งอย่าง ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ในไตรมาสแรก หลังจากครองตลาดมานาน 14 ปี ดูเหมือนว่า การตัดสินใจทางกลยุทธ์ของโนเกียจะไม่ถูกต้อง อาจเป็นไปได้ว่ามือถือระบบวินโดวส์ กำลังจะได้รับความนิยม แต่ก็ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่ดี ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ความน่าเชื่อถือของบริษัทในตลาดหุ้นต่ำมาก และการทุ่มเดิมพันทั้งหมดลงไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพียงอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งที่ดี ทิโม รอธโธเวียส ประธานสหภาพผู้ถือหุ้นของฟินแลนด์ กล่าว http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/global/20120418/44719 4/%C2%A8%D1%BA%C2%B5%C3%92%C3%8D%D2%A1%C3%92%C3%A2%C3%91%E9%B9%B5%C3%83%D5%B7%D9%B5%C2%A2%CD%A7%C3%A2%C2%B9%C3%A0%C2%A1%C3%95%C3%82.html
|
|