แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 39627: เรียนแพทย์ที่ ม.เอกชน รังสิต อนาคตเป็นอย่างไรครับ  (จำนวนคนอ่าน 12582 ครั้ง)
« เมื่อ: 03/12/23 เวลา 01:48:22 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีครับพี่ๆและอาจารย์หมอทุกท่าน
 
พอดีในปีนี้ผมสอบไม่ติดคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยรัฐครับ
 
ตอนนี้จึงหาแพทย์เอกชนเรียน  
 
จากที่ดูเปรียบเทียบแพทย์เอกชนหลายๆที่แล้ว ม.รังสิต ค่อนข้างมีชื่อเสียงที่สุด
 
ผมจึงปรึกษากับที่บ้านแล้วไม่มีปัญหาเรื่องค่าเทอมแต่เค้าค่อนข้างไม่เห็นด้ วยกลัวจะไม่มีงานทำในกรุงเทพ
 
เค้าบอกผมว่าส่วนใหญ่แพทย์ที่เก่งและทำงานใน รพ เอกชนจะมาจากแพทย์ท้อป 3 สถาบันหลัก  (ที่บ้านผมไม่มีใครเป็นแพทย์ครับ ทำธุรกิจกงสีเป็นหลัก)
 
ซึ่งหลังจากที่ผมค้นหาข้อมูลใน Pantip หรือ เว็บต่างๆก็ยังไม่แน่ชัดเท่าไร
 
จึงอยากขอความเห็นจากพี่ๆที่เป็นแพทย์ที่ทำงานใน รพ หรือ ด้านๆอื่นครับว่าแพทย์ที่จบจากรังสิตนั้นจะหางานทำลำบากจริงไหมครับ
 
ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่งโดย: joeypastelzzz
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 2  
   
171.99.162.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 03/12/23 เวลา 06:31:49 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

  -เรียนแพทย์ที่ไหนก็ตาม แนวโน้มทั่วไปไม่สดใสเหมือนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เพราะจำนวนการผลิตแพทย์มากกว่าจำนวนประชากร จำนวนการเพิ่มของแพทย์ประมาณ 10% ต่อปี ดังนั้น แพทย์จะมีจำนวนเป็นสองเท่าทุก 7-10 ปี จำนวนประชากรเพิ่มไม่ถึง 1% ต่อปี
 
  -ประมาณหนึ่งในสามของแพทย์ที่เรียนอยู่ จะมีบิดา หรือมารดาเป็นแพทย์ ทำให้แพทย์พวกนี้ สามารถเรียนได้คะแนนดี ตั้งแต่เป็นนักศึกษา และเมื่อเข้าทำการศึกษาต่อก็มีแนวโน้มที่จะได้รับเลือกมากกว่า แพทย์ที่เป็นลูกกำพร้า  ไม่ได้มีบิดา หรือมารดาเป็นแพทย์  ยิ่งถ้าบิดา หรือมารดา เป็นผู้อำนวยการ มีโอกาสจะได้เข้าคณะในฝันได้เกือบ 100% รวมทั้งคู่ครองที่มักจะเป็นแพทย์อีกด้วย ได้ติดตามพ่วงไปด้วย
 
   -ถ้าเรียนแพทย์ที่รังสิต ส่วนมากจะรีบเรียนเฉพาะทางที่รพ.ในเครือข่าย เพราะไม่ต้องใช้ทุนสามปี ตอนนี้ เรียนเฉพาะทางจบแล้วก็เรียนต่อยอดต่อไปเลย เมื่อจบเฉพางสาขาต่อยอด เหมือนตอนกิ่งมะม่วง รากแล้วจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน แต่คนจะนับว่า จบจากที่ไหนเป็นที่สุดท้าย ในการทำงาน เพราะความรู้ในการทำงานใช้ความรู้ในตอนเรียนสุดท้าย  
 
   -ต้นทุนในการเรียนค่อนข้างมาก และเวลาในการเรียนค่อนข้างนาน เรื่องนี้ต้องเอามาคิดด้วย ที่รพ.มีแพทย์จบจากรังสิตคนหนึ่ง สาขาต่อยอดโรคหัวใจ  หมายความว่า ถ้าเป็นแพทย์ธรรมดา ไม่ได้จบสาขาต่อยอด ทางรพ.ไม่รับ เพราะไม่มีอัตรารับ เป็นเช่นนี้ทุกรพ.ในราชการ  แต่ถ้าเป็นสาขาที่ขาดแคลน อาจจะพิจารณารับ เป็นลูกจ้าง รอให้ตำแหน่างราชการมาก่อน ค่อยปรับเปลี่ยนให้ แต่ไม่รับปากว่าจะมาเมื่อไหร่
ส่งโดย: 6699
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1520  
   
223.205.223.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 03/12/23 เวลา 18:28:22 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ไม่น่าคุ้ม ตอนนี้หมอล้นตลาด จบที่ไหนมาก็หางานในกทม.ยากหมด ถ้าไม่นับ รับงาน part time ชม. ละ 500 ไปวันๆ ขนาดตอนนี้พวกเลข ว.60000 กว่ายังลำบาก ถ้าเพิ่งเริ่มเรียนกว่าจะจบเลข ว คง เกือบแสน ที่บ้านทำงานอะไรถึงมีเงินเรียน ก็ทำงานนั้นต่อไปน่าจะสบายกว่า
ส่งโดย: 123321
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 6  
   
49.228.116.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 03/12/23 เวลา 19:39:25 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

Inputตอนเข้าแพ้รัฐแต่output ไม่เกี่ยวขึ้นกับบุคคลในบางแง่ถ้าคุณเรียนไม่ได้เก่งมากโอกาสเรียนต่อเฉพาะท างต่อยอดอาจจะง่ายกว่าถ้าคุณต่อสถาบันตัวเอง เรื่องการทำงานถ้าในรพ เก่าแก่ดังๆอาจจะมีส่วนแต่ตอนนี้ต่อให้คุณจบtop3ก็ใช่จะเข้าไปได้ เค้าก็มีคนต่อคิวรอมากมาย เรื่องความคุ้มค่าอย่างที่หลายคนบอกคือหมอจบเยอะจนล้นละในภาคเอกชนและภาครัฐ ที่อยู่ในเมือง รวมถึงรายได้ที่ลดลงด้วย สรุปถ้าทางบ้านมีฐานะไม่ได้เดือดร้อนอะไรก็ไปเรียนเถอะ ยังไงผมมองว่าไม่เลือกงานหมอไม่ตกงานแต่อาจไม่ใช่งานและรายได้ที่ดีแต่ถ้าขน าดเอาทุนทั้งหมดของครอบครัวหรือกู้มา ไม่แนะนำครับ ขยันสอบใหม่น่าจะดีกว่าหรือเปลี่ยนสายไปเลย
ส่งโดย: Pola
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 9  
   
1.47.31.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 03/12/23 เวลา 22:44:02 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

หมอ รพ.รัฐที่ต่างจังหวัดงงตาแตก เมื่อ คห.บนๆ บอกว่า "หมอล้นแล้ว"  
ถ้าล้นแล้ว ช่วยกระเซ็นมาต่างจังหวัดด้วยเถอะครับ ผมอายุ 40 แล้วยังต้องมาหารเวรช่วยน้องเพราะคนไม่พออยู่เลย  Grin Grin
ส่งโดย: Hybrid VI
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 6180  
   
49.229.241.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 03/14/23 เวลา 10:04:51 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ


อนาคต ขึ้นกับบุคคล
 
และทรรศนะคติ
 
อย่ายึดติด
 
โดยส่วนตัว ไม่เคยมอง ว่า ใครจบจากสถาบันไหน
 
ดูที่การกระทำ และผลงานมากกว่า
 
แต่สังเกต ได้อย่างหนึ่ง  โดยส่วนตัว
 
หมอที่จบจากรังสิต มัก take action   ต่อ สิ่งเร้าที่พบเจอโดยเฉพาะทางวิชาการ มากกว่าแพทย์ มหาวิทยาลัยอื่น
 
เหมือนโชว์เพาเวอร์ อะไรประมาณนั้น
 
โดยส่วนตัว ผมมอง ว่าอาจเป็นปมในจิตใจ หรืออาจ เป็นสิ่งที่บ่มเพาะในสถาบัน พยายามสร้างชื่อเสียงให้สถาบัน  เพือหมอรังสิตรุ่นหลังๆก้ได้
 
แต่อย่างไรก็ตามหมอ ทุกสถาบันอนาคต ไม่ได้ดี เหมือนในอดีต  อันนี้จริง
ส่งโดย: philosophy
สถานะ: Senior Member ****
จำนวนความเห็น: 422  
   
110.168.250.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 03/14/23 เวลา 11:40:38 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ตอนนี้หมอล้นมากจริงๆ ทั้งกทม และ ตจว ไม่ต่างกับพยาบาล เภสัช ต่างจากสมัยก่อนที่ขาดหมอมากๆ จบจากไหนเกรดเท่าไหร่ ขอแค่เป็นหมอทุกคนอยากได้ตัวหมด
 
คำว่าล้นในที่นี้ หมายถึงล้นเมื่อเทียบกับตำแหน่ง เช่น รพA ควรมีหมอ 15 คน ถึงจะเหมาะสม แต่รัฐบาลเปิดตำแหน่งราชการให้แค่ 8 ตำแหน่ง
 
ใน รพ นั้นก็จะมีหมอเป็นราชการ 8 คน หรืออาจจะมีหมอลูกจ้างชั่วคราวรอเสียบกรณีได้ตำแหน่งเพิ่มอีกซัก 1-2 คน
 
โดยรวมแล้ว คนที่อยู่ในระบบ จะยังทำงาน overload ควงเวรหนักอยู่ แต่ก็จะมีหมออีกส่วน ที่ไม่มีโอกาสได้ทำงาน เพราะไม่มีตำแหน่งให้ลง
 
ถ้าอยากรู้สถานการณ์ ต้องปรึกษาหมอที่จบไม่นาน อายุ 25-35 เพราะหมอแก่ๆบางคนยังไม่รู้เลย ว่าตอนนี้กระทรวงไม่ได้มีตำแหน่งรองรับเหมือนสมัยก่อนแล้ว หมอตกงานก็มีไม่น้อย
ส่งโดย: Sucrea
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 10  
   
223.24.161.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 03/14/23 เวลา 11:47:48 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เดี๋ยวนี้ขนาดคนจบ พบ จากสถาบัน top3 ไปเรียนจนจบเฉพาะทางต่อยอดจากสถาบัน top3 ยังหาตำแหน่งทำงานไม่ได้ก็มี
 
เพื่อนเราคนนึงเป็นลูกหม้อสถาบันริมสวนตลอด ตั้งแต่ MD resident fellow จบมาไปทำงาน รพ ริมแม่น้ำโขง ตอนนี้เป็นลูกจ้างชั่วคราวมาสองปีแล้วยังไม่มีแนวโน้มจะได้บรรจุเลย
 
ถ้าที่บ้านพอมีเงิน มีทางเลือก ไปเรียนอย่างอื่นเถอะ
ส่งโดย: Sucrea
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 10  
   
223.24.161.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 03/14/23 เวลา 15:32:10 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ล้นจริงครับ โรงพยาบาลของคุณ hybrid vi ถ้าอยู่ๆเดินไปสมัคร เขาอาจจะไม่รับ หรือรับแค่บางสาขาที่ขาดแคลน นี่ขนาดโรงพยาบาลรัฐนะครับ เอกชน หรือคลินิกยิ่งหนักกว่า
ส่งโดย: 123321
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 6  
   
171.101.108.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 03/14/23 เวลา 21:20:11 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมขอขอบคุณอาจารย์แพทย์ทุกท่านนะครับสำหรับความเห็นต่างๆขอบคุณเป็นอย่างยิ่ งครับ
 
หลังจากที่ผมได้หาข้อมูลเพิ่มเติมและคุยกับที่บ้านตอนนี้ผมมีความคิดดังนี้ค รับ
 
1.ซิ่วแล้วเข้าคณะแพทย์ของรัฐบาลให้ได้อาจจะ 1-2 ปี  
ซึ่งถ้าหากผมเข้าเรียนช้ากว่าจะจบก็คงอายุ 26-27 และไม่รวมการเรียนต่อเฉพาะทาง
 
- ซึ่งผมมีคำถามครับว่า  
 
• อายุเรียนจบของแพทย์นั้นมีผลต่อโอกาสการเรียนต่อเฉพาะทาง และ การทำงานหรือ ไม่ครับ ? (แพทย์ที่ซิ่วจะมีโอกาสน้อยกว่าแพทย์ที่เรียนจบตั้งแต่อายุน้อยๆหรือไม่ครับ )
 
• เรียนคณะแพทย์ของรัฐบาลจะการันตีว่าเราได้เรียนต่อเฉพาะทาง 100% หลังจากใช้ทุนหรือไม่ครับ ? ผมสนใจด้านจิตเวช กับ Ortho ครับ
 
 
 
กับทางเลือกที่ 2 คือ
 
2.สอบเข้าแพทย์รังสิตในปีนี้เรียนให้จบและเรียนต่อเฉพาะทาง
 
• แพทย์ของ ม.เอกชน ไม่ต้องใช้ทุนทำให้เรียนต่อเฉพาะทางได้เลยใช่หรือไม่ครับ ?
(ในกรณีของรังสิตในเครือคือ รพ.ราชวิถี เลิดสิน นพรัตน์ หลังจากเรียนจบผมสามารถต่อ Resident ได้เลยหรือป่าวครับ)
 
ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ผมถามเยอะแต่เนื่องจากครอบครัวผมไม่มีญาติเป็นแพทย์ เลยจึงไม่ทราบว่าจะหาข้อมูลเชิงลึกที่มีแต่แพทย์รู้ได้ที่ไหน
 
ขอขอบคุณอีกครั้งครับผม
 
 
ส่งโดย: joeypastelzzz
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 2  
   
124.120.7.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 03/15/23 เวลา 01:42:37 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

1 อายุถ้าซิ่วแค่ 1-2 ปี ไม่มีนัยสำคัญมากนัก, ไม่มีอะไรการันตีเรียนต่อ ขึ้นอยู่กับความสามารถ เส้นสาย สาขาที่อยากเรียนมีคู่แข่งมากแค่ไหน มหาลัยที่จะเรียนต่อถ้าไม่ดัง อยู่ไกล คนก็สมัครน้อย หมอจบปีละ 3000 กว่าคน ตำแหน่งเฉพาะทางรวมๆไม่ถึง 2000 จิตเวชคนสมัครเกินมาหลายคน ออโถน่าจะพอมีที่ว่างตามตจว. แต่เรื่องเฉพาะทางไว้คิดตอนเรียนจะจบยังทัน เพราะการทำงานจริงต่างกับที่จินตนาการมาก
 
2 ต่อให้ไม่ต้องใช้ทุนรัฐบาลก็เรียนไม่ได้ เขานับตามปีที่จบ ถ้าสาขาที่กำหนดว่าต้องใช้ทุนครบ 3 ปี ถึงไม่ใช้ก็ต้องหาอะไรทำรอ
ส่งโดย: 123321
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 6  
   
171.101.108.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 03/16/23 เวลา 13:30:40 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

การจะรับคนมาเรียนแพทย์เฉพาะทาง เค้าดูจากองค์ประกอบหลายๆอย่าง เช่น จบแพทย์จากสถาบันไหน/ เกรดที่จบเท่าไหร่/ ใช้ทุน หรือ จบแพทย์มาแล้วกี่ปี่/ ไปใช้ทุนที่ไหนมา/ หนังสือรับรอง หรือ Feed Back จาก หัวหน้างานเดิม เป็นยังไงบ้าง/ รูปร่างหน้า บุคคลิกภาพ/ ทัศคติ(ตอนสัมภาษณ์) เป็นต้น ครับ
โดยเฉพาะ การมาสมัครเรียนต่อใน สถาบัน 3 กษัตริย์ หรือสาขายอดฮิต หรือสาขาหลัก( สูติ ศัลย์ เมด เด็ก) ครับ เพราะ จำนวนผู้สมัครมักจะเกินจำนวนที่จะรับได้ 1- 3 เท่า ครับ
 
เพราะงั้น องค์ประกอบข้อใดข้อนึง เราอาจจะด้อยกว่าข้ออื่น แต่ เราก็อาจจะมีดีในข้ออื่นๆมากกว่าคนอื่นเช่นกัน ครับ เพราะก็มีคนที่จบหมอรังสิต แต่ในเรียน สาขายอดฮิต ใน สถาบันหลัก เช่นกันครับ อิ อิ อิ
ส่งโดย: Dr._Panya male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1916  
   
119.76.4.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 03/16/23 เวลา 14:52:12 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้าสนใจ Ortho เรียน ม.รังสิต แล้วขึ้นชั้นคลินิก ราชวิถี หรือ เลิดสิน ก็ได้ครับ ก็จะมีโอกาสต่อแพทย์ประจำบ้านที่ รพ.ที่เราเรียนง่ายขึ้น เพราะว่าอ.รู้จักอยู่แล้ว แต่ถ้าคิดจะเป็น Ortho ในกทม ตอนนี้ก็ต้องจบ subboard ถึงจะพอหาที่ลงได้ ส่วนอีก 10+ ปี กว่าน้องจะจบ ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ หมออาจโดน AI แย่งงานไปซะครึ่งนึง  Grin
ส่งโดย: Innominate male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1943  
   
49.229.54.*


« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 03/28/23 เวลา 07:28:02 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

บวกลบคูณหารจากบ้านมาเรียบร้อยแล้วแน่ใจว่าจะเป็นหมอจริงๆก็ลุยเลยครับ
จะจบจากเอกชนหรือรัฐบาล จบเร็บจบช้า ไม่ได้การันตีว่าจะได้เรียนต่อเฉพาะทาง  
ในทางอุดมคติ เกรดดี, จบจาก รรพ เก่าแก่, อายุน้อย, มีทุนมาจากสามจังหวัดชายแดนใต้ เหล่านี้ช่วยได้ทั้งนั้นถ้าน้องทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะทุกสิ่งที่ยกมานั้นแสดงออกถึงการอุทิศให้กับการเรียนแพทย์ อุทิศให้กับวิชาชีพแพทย์ อย่างสูงมาก
แต่ถ้าทำไม่ได้จะไม่ได้เรียนต่อใช่มั้ย?? ไม่ใช่เลย!! แต่จะเหนื่อยกว่าคนที่ได้เปรียบพอสมควร การจะได้เรียนเฉพาะทางสำหรับคนรองบ่อน คือการไปอยู่ถูกที่ถูกเวลา ตอนเข้าเรียนหมอตั้งใจเรียนทำเกรด ทำ performance ให้ดีที่สุดตามกำลัง เรียนจบแล้วออกไปเพิ่มพูนทักษะ ทำงานให้ดี สร้างมิตร ผูกสัมพันธ์กับเพื่อนๆอินเทินและพี่สตาฟให้มากที่สุด สายตากว้างไกลมองหาโอกาสต่างๆที่จะช่วยให้เราได้เรียน ไป elective ตามที่ต่างๆจะช่วยให้เราได้รับรู้ทั้งสถานที่ๆฝึกอบรมนั้นๆและได้ข่าวสารเพิ ่มเติมของความเป็นไปของสาขาที่เราสนใจเพราะสาขาที่น้องสนใจนั้นมีสาขานึงที่ มีแนวโน้มคนมาสมัครเริ่มน้อยลงเทียบกับปีก่อนๆ เทรนด์กำลังจะเป็นเหมือนรังสีแล้ว
การหาที่เรียนเป็นเกมแห่ง connection เกมแห่งการสะสมข้อมูล แล้วเอาทุกอย่างมารวมกันเป็นที่ๆเรามีโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้เรียน
 
ขอให้โชคดี
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 03/28/23 เวลา 07:59:57 by Chadwick »
ส่งโดย: Chadwick
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
73.254.75.*


« ความเห็นที่ #14 เมื่อ: 03/28/23 เวลา 11:46:57 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ไม่รู้ว่า ค่าเทอม ของแพทย์ ม.รังสิต เดี๋ยวนี้ เป็นเท่าไหร่ แล้วหนอ
ส่งโดย: Dr._Panya male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1916  
   
124.120.19.*


« ความเห็นที่ #15 เมื่อ: 03/29/23 เวลา 10:51:47 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

แต่ ม.รังสิต มีสาวสวยๆ เยอะจริงๆ น่าเรียน...อยากจะย้อนกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง อิ อิ อิ
ส่งโดย: Dr._Panya male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1916  
   
124.120.19.*


« ความเห็นที่ #16 เมื่อ: 05/05/23 เวลา 22:28:44 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ก่อนอื่นก็ขอให้กำลังใจนะคะ
เพื่อนรุ่นเดียวกันที่เดิมเรียนคณะอื่นเปลี่ยนใจมาซิ่วเรียนคณะแพทย์และเรีย นต่อเฉพาะทางก็มีเยอะเลยทีเดียวค่ะ
 
ความต้องการอาจจะยากสักนิดที่ต้องการบรรจุรับราชการในกรุงเทพก็คงต้องเรียนต ่อเฉพาะทางก่อนจริงๆค่ะ
 
ยังไงก็ตามการรับราชการไม่ได้จำกัดที่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขสำนักปลัดกระทรว งเท่านั้น  อาจจะไปที่กรมการแพทย์(โรงพยาบาลราชวิถี รพ.มะเร็ง รพ.สงฆ์,... ) กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต  กระทรวงกลาโหม(รพ.ทหาร) กระทรวงมหาดไทย(รพ.ตำรวจ)  
 
การเป็นแพทย์รพ.รัฐ ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้เรียนต่อ 100% ค่ะ
ขั้นตอนสำคัญสองขั้นตอนคือ  1.ขอทุนจากต้นสังกัดให้ได้สาขาที่ต้องการ  
 2.สมัครและสอบให้ปลายทางรับเข้าเรียน  ซึ่งสองอันนี้แยกกันนะคะทำคนละส่วนแต่ต้องทำให้ได้ผลเป็นเช่นเดียวกันจึงจะ ได้เรียน
 
ทำไมต้องมีต้นสังกัด เพราะทรัพยากรและเก้าอี้ที่จะเข้าเรียนมีจำกัดค่ะ  เขาจึงมักพิจารณาคนที่มีต้นสังกัดก่อนเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชน
สาขาที่ต้องการเรียนก็มีความขาดแคลนแตกต่างกันอันนี้จำการจัดลำดับไม่ได้แต่ ว่าอันไหนที่ขาดแคลนกว่าจะขอทุนได้ง่ายกว่าค่ะรวมทั้งลดจำนวนปีที่กำหนดให้ฝ ึกงานหรือใช้ทุนก่อนสมัครเรียนด้วย
 
ทีนี้มันก็มีฟรีเทรนด้วยนะคะหมายถึงไปสมัครเรียนแบบไม่มีต้นสังกัดคือยินดีจ ่ายเงินเองทั้งหมด แต่อย่าเข้าใจผิดว่าจ่ายแล้วจะมีสิทธิ์ ยากกกกว่ามีต้นสังกัดเยอะเหมือนเหตุผลวรรคข้างบนค่ะ
 
 
ลองอ่านไฟล์ประกาศแพทย์สภาประกอบนะคะ
https://tmc.or.th/Media/media-2022-03-14-01-09-10.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 05/05/23 เวลา 22:32:58 by คุณแม่ลูกหนึ่ง »
ส่งโดย: คุณแม่ลูกหนึ่ง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 3888  
   
171.4.64.*


« ความเห็นที่ #17 เมื่อ: 05/26/23 เวลา 09:53:37 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ตอนนี้แพทย์ ล้นตลาดค่่ะ
ส่งโดย: luzeus
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1170  
   
183.88.217.*


« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 06/01/23 เวลา 16:00:07 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

"คนใน อยากออก... คนนอก อยากเข้า" แหละ อิ อิ อิ
ส่งโดย: Dr._Panya male
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1916  
   
110.169.43.*


« ความเห็นที่ #19 เมื่อ: 08/12/23 เวลา 23:33:09 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ส่วนตัวคิดว่าสถาบันมีผลบ้างตอนที่น้องจบมาแล้วไปเลือกสาขาเรียนต่อ ถ้าเป็นสาขายอดนิยมแบบ eye skin อะไรแบบนี้โอกาสได้เรียนในสถาบันท็อป 3 อาจยากหน่อย เพราะส่วนใหญ่รับเด็กสถาบันเดิมมาเรียน แต่ถ้าเรียนสาขาที่ไม่แข่งขันสูงมากต่อให้จบสถาบันรองแต่เกรดดีมากเป็นท็อปช ั้นปีของรุ่นก็มีโอกาสได้เรียนเฉพาะทาง จุฬา ศิริราช รามาได้ แต่ถ้าไม่ serious เลยจบที่ไหนก็ได้ขอให้มี board ก็สามารถไปสมัครใช้ทุนซักที่แล้วเรียนต่อเฉพาะทางสถาบันรองก็ได้ ถามว่าเอกชนในกทม ปัจจุบันมีแต่สามสถาบันหลักหรือไม่ ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด
 
ถ้าให้เชียร์ส่วนตัวคิดว่าซิ่วเรียนม.รัฐดีกว่าค่ะ วางแผนยาวๆ เพราะอนาคตแนวโน้มแข่งขันสูงขึ้น profile ก็มีส่วนสำคัญ
 
ถ้า ortho แข่งขันสูง profile ดี connection ต้องดีด้วย
จิตเวชปัจจุบันยังขาด สามารถเรียนเร็วได้
ส่งโดย: yokp
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 4  
   
49.228.18.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved. !--BEGIN WEB STAT CODE-->

Powered by