แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 38455: วัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ถือกำเนิดขึ้น ในขณะที่โลกมาถึงจุดเปลี่ยน  (จำนวนคนอ่าน 319 ครั้ง)
« เมื่อ: 09/05/20 เวลา 09:29:24 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผลสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า งานประเภทเข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น สัปดาห์ละ 5 วันอาจไม่มีอีกต่อไป
 
ซิกน่า อินเตอร์เนชันแนล มาร์เกตส์ ในเครือบริษัทซิกน่า (NYSE:CI) เผยแพร่ข้อมูลใหม่ล่าสุดจากการศึกษาผลกระทบทั่วโลกจากโควิด-19 หรือ Cigna COVID-19 Global Impact Study ซึ่งตอกย้ำว่าวัฒนธรรมการทำงานอาจเปลี่ยนไปอย่างถาวรเนื่องจากโควิด
 
งานวิจัยล่าสุดของซิกน่าซึ่งจัดทำขึ้นในเดือนมิถุนายน เป็นการติดตามสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกช่วงเกิดการระบาดใหญ่ ซึ่งพบว่าผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลก 18% รู้สึกว่าชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพิ่มขึ้น 5% จากการสำรวจเมื่อเดือนเมษายน โดยตัวเลขดังกล่าวในเกาหลี สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นเป็น 38%, 26% และ 25% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม มีผู้ตอบแบบสำรวจในจีนแผ่นดินใหญ่เพียง 5% เท่านั้นที่คิดเช่นนี้
 
งานวิจัยดังกล่าววัดระดับความเป็นอยู่ด้วยปัจจัยชี้วัดหลัก ได้แก่ ปัจจัยทางกายภาพ สังคม การเงิน ครอบครัว และการทำงาน, คะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่, การติดตามประเมินสุขภาพเสมือนจริง และการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตวิถีใหม่
 
งานประเภทเข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น สัปดาห์ละ 5 วันอาจไม่มีอีกต่อไป
 
ผู้ตอบแบบสำรวจ 60% สามารถทำงานจากที่บ้านได้ในขณะนี้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อทัศนคติของผู้คนที่มีต่อวัฒนธรรมการทำงานในอนาคต
 
ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่ง (53%) ระบุว่า ในอนาคต พวกเขาต้องการทำงานจากที่บ้านอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลางาน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นแตะ 67% ในสิงคโปร์, 56% ในสเปนและไทย และ 40% ในเกาหลี ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบหนึ่งในสี่ (22%) ต้องการมากกว่านั้น โดยระบุว่าต้องการทำงานในออฟฟิศไม่เกิน 20% ของเวลางาน
 
ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า ความต้องการทำงานที่ออฟฟิศเต็มเวลาอยู่ในระดับต่ำมากในขณะนี้ โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจไม่ถึงหนึ่งในสี่ (23%) ที่ต้องการกลับไปทำงานที่ออฟฟิศเต็มเวลา ซึ่งความต้องการดังกล่าวมีระดับต่ำสุดในสิงคโปร์และไทย (17%) และจีนแผ่นดินใหญ่ (19%)
 
เจสัน แซดเลอร์ ประธานซิกน่า อินเตอร์เนชันแนล มาร์เกตส์ กล่าวว่า "การระบาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของเราอย่างมาก แม้ว่าออฟฟิศยังคงมีบทบาทสำคัญในแง่ของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการทำงานร่ วมกัน แต่ประสบการณ์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การทำงานที่บ้านก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การทำงานที่บ้านมีความท้าทายหลายอย่าง และนายจ้างต้องคิดให้รอบคอบว่าจะสนับสนุนพนักงานที่ทำงานจากระยะไกลอย่างไร ด้วยการเช็กกับพนักงานเป็นประจำ"
 
ผู้คนกลัวติดเชื้อจึงเลี่ยงการทำงานในออฟฟิศและการเดินทางในชีวิตประจำวัน
 
การที่หลายบริษัทเริ่มกลับมาทำงานที่ออฟฟิศได้สร้างความวิตกกังวลครั้งใหม่ใ นหมู่พนักงาน โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 42% รู้สึกกังวลว่าจะติดเชื้อโควิดจากการเดินทาง การประชุมต่อหน้า หรือการอยู่ในออฟฟิศร่วมกัน ความกังวลนี้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54% ในสิงคโปร์ และ 51% ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ลดลงเหลือเพียง 19% ในฮ่องกง อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลังทำการสำรวจเสร็จสิ้นไปแล้ว
 
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจ 41% รู้สึกกังวลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันในที่ทำงาน เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม และการสวมหน้ากากอนามัย โดยผู้ตอบแบบสำรวจในไทยและสิงคโปร์กังวลมากที่สุด (47%) ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจในนิวซีแลนด์มีความกังวลน้อยที่สุด (26%)
 
ความต้องการของพนักงานไม่ได้รับการเติมเต็มอย่างเพียงพอ
 
ผลสำรวจตอกย้ำว่า พนักงานต้องการความช่วยเหลือแตกต่างกันเมื่อต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ความช่วยเหลือที่นายจ้างให้กับพนักงานในตอนนี้ก็แตกต่างกัน
 
นายจ้างส่วนใหญ่แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง โดยผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่ง (52%) ระบุว่า นายจ้างมีการจัดหาผลิตภัณฑ์ป้องกันและฆ่าเชื้อให้พนักงาน เช่น หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นแตะ 62% ในจีนแผ่นดินใหญ่, 58% ในไต้หวัน และ 55% ในสิงคโปร์และนิวซีแลนด์
 
อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจ 60% ระบุว่า ต้องการให้นายจ้างช่วยออกค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าผลิตภัณฑ์ป้องกันและฆ่าเชื้อ รวมถึงค่าสาธารณูปโภคจากการทำงานที่บ้าน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 73% และ 71% ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และสิงคโปร์ ซึ่งมีการใช้เครื่องปรับอากาศมาก ในทางตรงกันข้าม ผู้ตอบแบบสำรวจราวหนึ่งในห้า (19%) ระบุว่านายจ้างมีมาตรการที่เหมาะสมอยู่แล้ว โดยนายจ้าง 29% ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, 18% ในสิงคโปร์ และ 11% ในฮ่องกง ให้ความช่วยเหลือพนักงานในส่วนนี้
 
นอกจากนี้ การส่งเสริมสุขภาพจิตก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พนักงานต้องการ แม้ว่าผู้ตอบแบบสำรวจเกือบหนึ่งในสี่ (24%) ระบุว่านายจ้างส่งเสริมสุขภาพจิตอยู่ในขณะนี้ แต่ 50% ต้องการมากกว่านั้น โดยนายจ้างในนิวซีแลนด์ (40%) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (34%) เป็นผู้นำในการส่งเสริมสุขภาพจิต เทียบกับนายจ้างเพียง 15% ในเกาหลี และ 16% ในฮ่องกง
 
คุณแซดเลอร์กล่าวเสริมว่า "ขณะที่ตลาดทยอยเปิดและพนักงานเริ่มกลับเข้าออฟฟิศ ผลสำรวจของเราแสดงให้เห็นว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างความคาดหวังกับความเป ็นจริง และพนักงานคาดหวังให้นายจ้างอุดช่องว่างดังกล่าวด้วยการให้ความช่วยเหลือในส ิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอ และเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนกัน ในขณะที่เราเปลี่ยนผ่านไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การตรวจเช็กกันและกันเท่านั้น แต่นายจ้างยังต้องยกระดับความเป็นอยู่ของพนักงานอย่างครอบคลุม โดยเน้นไปที่การลดและจัดการความเครียดและความวิตกกังวลของพนักงาน"
 
ซิกน่านำเสนอข้อมูลด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้นายจ้างและพนักงานสามารถตรวจเช็กและสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่าง มีประสิทธิภาพ เช่น คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล และสุขภาพจิต รวมถึงแนวคิดสร้างสรรค์ในการติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และเพื่อนฝูง ตลอดจนแหล่งข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนจัดการความเคร ียดของตนเอง โดยนายจ้างสามารถดูข้อมูลได้ที่นี่ และพนักงานสามารถดูข้อมูลได้ที่นี่ นอกจากนั้นยังมีหลากหลายแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิตฟรีบนเว็บไซต์ของซิกน่า
 
วิธีการศึกษา
 
การศึกษาผลกระทบทั่วโลกจากโควิด-19 เป็นการศึกษาต่อเนื่องซึ่งจัดทำโดยซิกน่าร่วมกับกันตาร์ ในระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2563 และจะดำเนินต่อไปตลอดปี โดยนับตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงขณะนี้ มีการสำรวจออนไลน์ทั้งหมด 16,843 ครั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง เกาหลี นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ สเปน ไต้หวัน ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
 
การศึกษานี้ดำเนินการโดยใช้แบบสำรวจออนไลน์ โดยผู้ตอบแบบสำรวจได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการออนไลน์และมีการควบคุมคุณภ าพอย่างเข้มงวด นอกจากนั้นยังมีการกำหนดโควต้าอายุ เพศ และเมืองที่อาศัยตามสัดส่วนประชากรของแต่ละประเทศและดินแดน การตอบแบบสำรวจใช้เวลา 20-25 นาทีโดยไม่ต้องระบุตัวตน
 
เกี่ยวกับ ซิกน่า
 
ซิกน่า คอร์ปอเรชั่น คือบริษัทบริการสุขภาพระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อยกระดับสุขภาพ ความเป็นอยู่ และความสงบทางใจของผู้ที่เราให้บริการ ซิกน่านำเสนอทางเลือก ความสามารถในการคาดการณ์ ความสามารถในการใช้จ่าย และการเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพ ด้วยศักยภาพอันครอบคลุมและโซลูชันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล เพื่อส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการจัดหาโดยหรือผ่านบริษัทลูกของซิกน่า คอร์ปอเรชั่น ได้แก่ Cigna Health and Life Insurance Company, Cigna Life Insurance Company of New York, Connecticut General Life Insurance Company, Express Scripts หรือบริษัทในเครือ และ Life Insurance Company of North America โดยผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวครอบคลุมบริการสุขภาพครบวงจร เช่น การแพทย์ ทันตกรรม พฤติกรรมสุขภาพ เภสัชกรรม จักษุ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันทุพพลภาพแบบกลุ่ม ซิกน่ามีทีมขายในกว่า 30 ประเทศและดินแดน และมีลูกค้ากว่า 170 ล้านรายทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซิกน่าได้ที www.cigna.com และติดตามได้ทางเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์
 
โลโก้ - https://photos.prnasia.com/prnh/20200527/2814385-1LOGO
ส่งโดย: IQ
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 1001  
   
110.77.196.*


Page(s) : 1 




Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.