แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 1425: อาการปวดฟันกรามจากการจัดฟัน  (จำนวนคนอ่าน 12576 ครั้ง)
« เมื่อ: 11/28/11 เวลา 22:02:26 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีคะคุณหมอหนิง  มีเรื่องกังวลและกลัวมากคะเนื่องจาก  
หนูเพิ่งจัดฟันได้13วัน โดยใส่เครื่องมือจัดฟันวันที่17/11/11ก่อนจัดฟันหนูทำการเคลียช่องปากให้เรี ยบร้อย   โดยผ่าฟันคุดสองซี่ด้านบน ซ้าย-ขวาและถอนฟันกรามบนสองซี่   ซี่ที่สองจากในสุดซ้าย-ขวาคะ   แต่ตอนนี้เริ่มมีอาการปวดฟันกรามซี่ในสุดล่างด้านซ้ายคะ    (ฟันกรามซี่นี้เคยอุดแบบสีเหมือนฟันมาสิบกว่าปีแล้วแตกเนื่องจากเคี้ยวถั่ว   ฟันจึงแตกเป็นรูเล็กๆตรงข้างๆระหว่างฟันกรามด้านหน้า     ไม่มีอาการปวดใดๆ   ลองใช้ไม้จิ้มฟันเคี่ยๆดูทำให้แปลกใจมากว่าทำไมฟันถึงกรวงเป็นรูโบ๋ตรงกลาง    ไม่แน่ใจว่าวัสดุอุดฟันหดตัวหรือหมดอายุหรือเปล่า  ตอนนี้ทำการอุดใหม่แล้ววันที่22/10/11 แต่เป็นการอุดแบบออนเลย์  โดยใช้วัสดุporcelainคะ  เนื่องจากรูอุดกว้างมากและต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้ฟันคะ    ฟันกรามคู่สบกันด้านบนก็ทำการแก้ใข อุดแบบเดียวกันคะ   ทำพร้อมกันเลยคะ   หลังอุดฟันอาการปรกติทุกอย่างคะ   )  
 ตอนแรกหนูไม่ทราบว่าทำไมถึงปวดทั้งๆที่ฟันก็ดูปรกติ  ปวดมาได้สามวันแล้วคะ  อาการปวดเริ่มจากปวดเล็กน้อยแล้วหายไป   แล้วก็ปวดอีกเพิ่มขึ้น  หนูลองใช้นิ้วกดบนตัวฟันแล้วเจ็บด้วยคะแต่เจ็บนิดเดียว  แต่เมื่อกี้เผลอกัดฟันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเลยคะ    สักพักอาการปวดก็เบาลง    
  วันนี้อาการปวดมันเพิ่มมากและรู้สึกว่ามีอาการแปลกๆด้วยคือรู้สึกว่าการสบฟั นมันแปลกๆผิดปกติ   ฟันซี่ที่อุดออนเลย์ด้านที่ติดกับฟันกรามอีกซี่มันนูนสูงขึ้นกว่าฟันซี่ข้าง ๆ   หนูเลยลองสองกระจกแล้วมองสังเกตุดูอย่างละเอียด   ลองเอานิ้วกดดูรู้สึกว่าเจ็บและวัสดุที่อุดมันมีการเคลื่อนไหวตามแรงนิ้วที่ กดลงเล็กน้อย     หนูคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดฟัน
คุณหมอหนิงคะ จะสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้างคะ   เพราะว่าตอนนี้เริ่มปวดมากขึ้นอีกแล้วคะ แถมตอนนี้มีเครื่องมือจัดฟันติดอยู่ด้วยคะทำไงดี แก้ไขอย่างไรดีคะ? หนูกลัวมากเลยคะ ทั้งกลัวและกังวลมากเพราะไม่รู้ว่าจะมีอันตรายร้ายแรงหรือเปล่าคะ ใจคอไม่ดีเลยคะ   [b][/b]
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.179.15.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 11/28/11 เวลา 23:17:52 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เริ่มแรกควรกลับไปหาหมอฟันเพื่อตรวจดูให้แน่ชัดก่อนว่าฟันที่อุดออนเลย์ไว้ มีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า มันหลุด หรือแตกหักอะไรหรือเปล่า หรือว่าฟันซี่ดังกล่าวมันผุทะลุประสาทฟันไปแล้วหรือยัง
 
อาการที่เล่ามายังไม่แน่ชัดว่าฟันผุทะลุประสาทฟัน อาจเกี่ยวข้องกับการสบฟันสูง จึงกัดฟัน/กดฟันแล้วเจ็บ อีกทั้งเครื่องมือจัดฟันอาจส่งแรงสู่ฟันทำให้เจ็บฟันแล้วเกิดการสบฟันได้อีก ด้วย
 
ฉะนั้น ควรกลับไปหาคุณหมอเพื่อตรวจดูเพิ่มเติมจะดีกว่าค่ะ ถ้าสัสดุออนเลย์ขยับ/หลุด ก็จะได้ยึดคืนเข้าไปใหม่ ถ้าวัสดุสบสูง ก็จะได้แก้ไข หรือถ้าตรวจดูแล้วว่าฟันผุทะลุประสาทฟัน ก็จะได้รักษารากฟันต่อไปน่ะค่ะ
 
ประมาณนี้นะคะ
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
58.9.143.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 12/01/11 เวลา 07:57:28 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ข้อมูลเพิ่มเติมคะ
เนื่องจากหนูได้ทำการอุดฟันแบบออนเลย์ที่เมืองไทยคะ  แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ต่างปะเทศและหนูจัดฟันที่ต่างปะเทศคะ   หนูจึงไม่สามารถกลับไทยเพื่อเช็กกับคุณหมอคนเดิมได้   หนูจึงได้ทำการแก้ไขเฉพาะหน้าโดยการที่นัดพบคุณหมอที่จัดฟันแบบฉุกเฉินเพราะ ปวดให้เค้าช่วยเช็กให้  ตรวจแล้วพบว่าการสบฟันของฟันกรามในสุดด้านซ้ายคู่นี้ มีบางจุดที่สูง (ทั้งๆตอนที่อุดฟันที่ไทย   คุณหมอรีเช็ดกรอแต่งฟันทุกอย่างแล้วหลังจากใส่วัสดุออยเลย์   และฟันก็เคียวได้ปรกติ ไม่มีจุดสูง แล้ว)  กรอบกับวัสดุจัดฟันที่คุณหมอจัดฟันติดไว้มันเกิดการเขยิบเลื่อนลงนิดนึง(เป็ นวัสดุใสๆที่ติดกับฟันกรามบนซ้าย ซี่ในสุดตรงฝั่งที่ถอนฟันกรามออก เพื่อยึดติดตัวไมโครอิมแพนท์ที่ฝังลงบนกระดูกขากรรไร) จากนั้นคุณหมอจึงกรอฟันแก้ไขจุดสูงของฟันรามบนและแก้ไขวัสดุใสๆที่มันเลื่อน ลงมาแล้วนั้น หนูรู้สึกได้เลยว่าสบายปากและโล่งขึ้นเยาะเลยเพราะว่ามันไม่มีอะไรกดซ้อนกัน อยู่  และอาการปวดก็เบาลงคะ   คุณหมอจัดฟันแจ้งว่า ให้รอดูอาการปวดภายในสองอาทิตย์ ถ้าไม่ดีขึ้นควรพบทันตแพทย์อีกที   แต่พอออกจากคลินิดได้ประมาณครึ่งชัั่วโมง ระหว่างเดินทางกลับบ้านก็เริ่มรู้สึกอึดอัดปาก เหมือนมีอะไรมากดที่ฟันอีกแล้ว   พอกลับถึงบ้าน หนูก็เลยอ้าปากแล้วลองใช้นิ้วกดลงบนฟันกรามล่างดูอีกที รู้สึกว่าวัสดุออนเลย์ที่อุดไว้มันเขยิบนูนสูงกว่าเดิมอีกประมาณ 1มิลคะ  ดังนั้นหนูเลยทำการนัดพบทันตแพทย์ อีกท่านนึงอีกครั้งในวันถัดมาคะ  หนูก็ได้แจ้งอาการต่างๆที่กิดขึ้นดังกล่าวกับคุณหมอ  จากนั้นคุณหมอทำการเช็กโดยการเคาะฟัน กรามล่างซี่ที่ปวดทีละด้าน  หนูก็ไม่มีอาการเจ็บและตอนนั้นก็ไม่มีอาการปวดด้วยคะ   เช็กฟันมองจากด้านนอกไม่เห็นมี่รอยรั่วแต่ไม่สามารถมองเห็นตรงกลางระหว่างซี ่ฟันได้คะ  ซึ่งเป็นจุดที่นูนสูงขึ้นมา    แต่คุณหมอเค้าต้องการx-ray เพื่อดูว่ามีการอักเสบหรือเปล่า นะคะ   แต่หนูไม่ได้x-rayคะ เพราะหนูทำการx-rayมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว  คือได้x-rayฟิลม์ใหญ่1ครั้งเพื่อดูโครงสร้างต่างๆและวางแผนจัดฟัน  และได้x-rayฟิลม์ใหญ่อีกครั้งหลังถอนและผ่าฟันคุดก่อนใส่เครื่องมือจัดฟัน    และได้x-rayฟิลม์เล็กสามฟิลม์ ที่ไทย เพื่อเช็กฟันกรามว่ามีผุเพิ่มขึ้นก่อนอุดออนเลย์   หนูกลั วอันตรายจากการx-rayบ่อยๆนะคะ
จากนั้นคุณหมอจะกรอฟัน กรามล่างเพื่อลบจุดสูงออกให้ หนูก็เลยสงสัยว่าทำไมถึงต้องกรอฟันออก    แล้วการที่วัสดุออนเลย์นูนสูงขึ้นนั้นเกิดจากอะไรกันแน่   สรุปแล้วหนูก็ไม่ได้ทำะไรกับฟันในวันนั้น  
คุณหมอหนิงคะ  
1 หนูควรทำการx-rayฟันกรามซี่นี้อีกรอบไหมคะ  แล้วx-rayบ่อยๆอันตรายต่อร่างกายมากไหมคะ
2ถ้าx-rayแล้ว  และในกรณีที่วัสดุออนเลยมันหลุดจะสามารถมองเห็นได้หรือไม่คะ
3เนื่องจากฟันซี่นี้อุดแบบออยเลย์ดังนั้นการแก้ไขฟันซี่นี้ต้องแก้ไขกับหมอท ี่ทำออนเลย์เฉพาะด้านได้เท่านั้นหรือไม่    
4 ฟันกรามอีกสองซี่บนด้านซ้ายและขาวที่อุดแบบออนเลย์ ในอนาคตถ้าฟันเคลื่อนที่มาชิดกันแล้งอาจจะมีปัญหาแบบเดียวกันกับฟันกรามล่าง ที่เป็นอยู่ตอนนี้หรือไม่คะ  
5ฟันกรามซี่นี้ควรแกไขด้วยการกรอออกไหมคะ เพราะมันขยับนูุนสูงขึ้น  หรือควรแก้ไขโดยการยึดคืนเข้าไปไหม่   หรือว่าควรลื้อวัสดุออนเลย์ออกไปเลยแล้วอุดแบบปรกดิทั่วไปใหม่อีกครั้ง  
6การที่วัสดุออนเลย์มันเขยิบนูนสูงขึ้นนี้ มีโกาสมี่จะหลุดแล้วเศษอาหารเข้าไปติดด้านในแล้วเกิดการอักเสบและผุได้ใช่ไห มคะ  ตั้งแต่เริ่มปวกฟันถึงตอนนี้ห้าวันแล้วน้ำหนักลดไปแล้วสองโลคะ  เพระไม่ค่อยกล้ากินด้วยเหตูดังกล่าว
7หนูตัดสินใจผิดใช่ไหมคะที่อุดแบบออนเลย์ เพราะคิดว่าอุดแบบออนเลย์จะดีกว่าอุดแบบปรกติทั่วไปที่ทำเสร็จภายในครังเดีย ว  และค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าด้วย  
ตื่นมาตอนเช้าวันนี้ยังมีอาการปวดอยุ่บ้างคะแต่ยังไม่ถึงกับต้องกินยาแก้ปวด  ไม่มีอาการเสียวฟัน ตอนนี้หนูอยู่ตปทคนเดียว ทั้งกลัวทั้งเครียด รักษาอย่างไรต่อดีคะ   ขอบคุณมากคะคุณหมอหนิง
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.179.15.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 12/01/11 เวลา 12:28:00 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

1. การเอ็กซเรย์จะช่วยประกอบการวินิจฉัยได้ การเอ็กซเรย์ฟัน 1 ครั้ง จะได้รับปริมาณรังสีน้อยมาก เมื่อเทียบกับการถ่ายเอ็กซเรย์ทางการแพทย์ชนิดอื่น น้อยกว่าการตากแดดแรงๆ ซะอีก
2. การเอ็กซเรย์จะช่วยตรวจการอักเสบในตัวฟัน เช่นดูว่ามีหนองที่ปลายรากฟันหรือเปล่า ส่วนวัสดุออนเลย์จะตรวจทางคลินิกใช้เครื่องมือตรวจเขี่ยดูมากกว่า
3. หมอเฉพาะด้านน่าจะมีความเชี่ยวชาญกว่า แต่ก็ไม่เสมอไป ถ้ามีความจำเป็นฉุกเฉินก็คงต้องแก้ไขกับคุณหมอท่านอื่น ซึ่งจะเชี่ยวชาญด้านนั้นหรือไม่ก็ตาม
4. บอกไม่ได้ อาจจะมีหรืออาจจะไม่มี
5. เบื้องต้นจะกรอที่ตัวออนเลย์ก่อน แต่ถ้าจุดสบฟันสูงอยู่ที่ตัวฟันเอง การกรอตกแต่งบ้าง เพื่อให้การสบฟันดีขึ้นก็ไม่แปลกอะไร การอุดฟันด้วยออนเลย์แสดงว่ารูผุใหญ่ ถ้าของเก่ายังดีอยู่ก็ไม่ต้องทำใหม่ การอุดฟันแบบปกติอาจเอาไม่อยู่ และหลุดได้ง่ายกว่าออนเลย์
6. การที่วัสดุออนเลย์ขยับมีรอยรั่ว อาจทำให้เชื้อโรคแทรกซึมเข้าไปข้างใต้ได้ ถ้าหลุดควรรีบกลับไปติดใหม่ ถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็สามารถผุต่อจนทะลุประสาทฟันได้
7. การอุดฟันด้วยออนเลย์เป็นวิธีการรักษาหนึ่ง ใช้ในกรณีที่รูผุมันใหญ่ จนที่การอุดฟันปกติทำไม่ได้ ไม่ถือว่าเป็นการเลือกที่ผิดหรอกค่ะ
 
แนะนำว่า ควรกลับไปหาคุณหมอเพื่อตรวจดูให้ชัดเจนและรักษาต่อไป เช่น ถ้าออนเลย์สูง ก็กลับไปแก้ไข ถ้าฟันสบผิดปกติก็แก้ไข ถ้าฟันเสียถึงปลายราก ก็อาจต้องรักษารากฟัน อย่างนี้เป็นต้น เนื่องจากแรงกดดันจากการจัดฟัน และการเคลื่อนที่ของฟัน อาจส่งเสริมอาการของฟันของคนไข้ด้วย จึงเป็นปัจจัยที่ยุ่งยากนิดนึง
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
101.109.181.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 12/04/11 เวลา 16:02:28 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

คุณหมอหนิงคะ  หนูนัดหมดฟันได้คิวเร็วสุดวันที่8/12/11   อีกหลายวันเลยคะ เพราะหมอคิวเต็มหมดเลย  วันนี้วันอาทิตย์ด้วย คลินิคหมอฟันปิดหมดทุกที่เลย  คือว่าวันนี้หนูปวดฟันอีกแล้วคะ และเหงือกรอบๆฟันกรามซี่นี้มันเริ่มปวมแดงด้วยคะ  ตอนนี้ทานยาพาราไปแล้วสองเม็ดอาการยังปวดอยูคะ  อย่างนี้ถ้าเปลี่ยนยาแก้ปวดระหว่างcelebre 200 mg กับmefenamic 500 mg  ควรทานตัวไหนก่อนดีคะ  (เป็นยาแกปวดที่เหลือที่หมอจัดให้ตอนถอนฟันนะคะ) ขอบคุณคะ
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.179.11.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 12/04/11 เวลา 18:46:48 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

mefenamic คือยาพอนสแตน ที่ใช้แก้ปวดท้องเมนส์น่ะค่ะ เคยทานไหมคะ ใช้ตัวนี้ก็ได้
 
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
61.90.69.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 12/05/11 เวลา 12:31:16 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

วันนี้ไปหาหมอมาแล้วคะ นัดกับหมอคนใหม่  แบบว่ารอไม่ได้แล้วคะ  
  คุณหมอทำการคาะๆๆ แล้วรู้สึกเจ็บฟันกรามล่าง ซ้าย ตรงบริเวณขอบฟันที่ติดกับฟันอีกซี่นึง   แล้วใช้เครื่องมือเขี่ยๆตรงบริเวณระหว่างซี่ รู้สึกเจ็บคะ   (หนูคิดเองว่าวัสดุมันรั่วแน่ๆถึงเจ็บ)   ผลจากx-rayหมอแจ้งว่าตรงบริเวณรากฟันมีการติดเชื้อ your tooth got inflection at nerve แล้วทำให้ฟันมันดันสูงขึ้นมานิดนึงคะ    
 แต่หมอไม่ได้แจ้งว่าฟันผุทะลุรากฟันคะ    คุณหมอแจ้งว่ามีสองทางเลือกคือถอนออก หรือรักษารากฟันคะ  ถ้ารักษารากฟันโอกาสสำเร็จ85% คะ  และหมอแจ้งว่าเคสแบบนี้แทบจะไม่เคยเจอมาก่อนเลยคะ     คุณหมอจัดยาให้คือ   ยา combination therapy amoxycillin 875 mg/ potassium clavulanate 125mg เม็ดใหญ่มากคะ     กลุ้มใจคะเพราะก่อนอุดฟันก็ปรกติ  และหลังอุดฟันออนเลย์ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคม  x-rayก่อนอุดก็ปรกติทุกอย่าง    แล้วทำไมถึงติดเชื้อได้ไง หนูมองดูภาพx-rayแล้วบริเวณภายในฟันมันก็ปรกติคะ  ที่ผิดปรกติก็ตรงรากฟัน  ตอนนี้กลุ้มใจกับฟันจริงๆคะ ไม่มีสาธิเรียนหนังสือเลยคะ
คุณหมอหนิงคะ  
1ตอนที่คุณหมอใช้เครื่องมือเขี่ยๆตรงบริเวณระหว่างซี่แล้ว รู้สึกเจ็บ   แสดงว่าตรงนั้นวัสดุอุดรั่วมันเลยผุต่อเนื่องใช่ไหมคะ    
2 การติดเชื้อที่รากฟัน มันเป็นไปได้ยังไงคะ เพราะฟันที่ผุก็อุดหมดแล้ว  
ตั้งแต่จัดฟันก่อนนอนหนุจะใช้tooth mouse ทาฟันทุกซี่ก่อนนอนแล้วก็หลับไปโดยที่ไม่ได้บ้วนทิ้ง ถ้าวัสดุอุดมันรั่วตรงบริเวณระหว่างซี่ฟัน น่าจะเป็นสาเหตุที่เกิดการติดเชื้อได้ไหมคะ  
3 สามารถเกิดจากตอนอุดฟันออนเลย์แล้วเชื้อโรคเข้าไปในฟันได้หรือไม่คะ  
4หรือว่าวัสดุออนเลย์บางจุดที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่ามันรั่วแล้วเชื้อโรค มันเข้าไปคะ   และถ้าเกิดจาดสาเหตุนี้ หนูรื้อวัสดุเก่าออก แล้วอุดทับใหม่ได้ไหมคะ   แล้วตรงที่อักเสบจะหายไหมคะ(หนูไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่แต่เผื่อทำได้  ถ้าการอักเสบลดลงแล้ว)
5รักษารากมีโอกาสสำเร็จ85%นี่มากพอที่จะรักษาไหมคะ  แล้วต้องรักษากี่รากคะเพราะฟันกรามหนูมีสามราก  
6รักษารากแล้วต้องครอบฟันใช่ไหมคะ     ซึ่งก็จะครอบเฉพาะซี่นี้ซี่เดียว   ไม่เกี่ยวกับฟันซี่อี่นไช่ไหมคะ
7สาเหตุรากฟันอักเสบสามารถเกิดจากการใส่เหล็กจัดฟันได้ไหมคะ  แรงดึงทำให้รากอักเสบ
8การที่ฟันนูนสุงขึ้น  ซึ่งเกิดจากการอักเสบใต้รากฟันนั้น  แล้วถ้าแก้ไขสิ่งที่มากระตุ้น  เช่น มีจุดสบสูง ก็กรอออกตอนนี้ยังสามารถทำได้ไหมคะ  
9แล้วจัดฟันต่อไปได้ไหมคะ  
หนูถามเยาะเลยคะ  รบกวนคุณหมอหนิงอีกแล้ว  แต่ถามแบบคนไม่รุ้จริงๆคะ แบบว่าหนูอยากเก็บฟันไว้ ทั้งไม่อยากถอนและไม่อยากรักษารากฟันนะคะ  พอจะมีทางไหมคะ ขอบพระคุณมากคะ
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.179.11.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 12/05/11 เวลา 16:09:11 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

1. ก็เป็นไปได้ หรือฟันอาจจะมีปัญหาข้างใต้ออนเลย์มาแต่เก่าก่อน แต่เพิ่งจะมาแสดงอาการตอนนี้ก็ได้ (เชื้อโรคบางทีมันแทรกซึมลงไปในเนื้อฟัน จุดไหนใกล้ประสาทฟัน มันก็อาจแทรกจนลงไปถึงและทำลายประสาทฟัน จนที่สุดก็ถึงปลายรากฟันและเกิดการอักเสบในที่สุด)
2. เชื้อโรคจะผ่านจากผิวเคลือบฟัน สู่เนื้อฟันและเข้าสู่โพรงประสาทฟัน จากนั้นก็เดินทางสู่ปลายรากฟัน ติดเชื้อที่รากฟัน หรือจะเรียกว่าทะลุประสาทฟัน (รากฟัน) ก็เป็นแค่สำนวนในการพูด ผลลัพธ์คือสิ่งเดียวกัน ส่วนสาเหตุ ก็เป็นไปได้หมด (ดังที่กล่าวไว้ในข้อที่ 1)
3. ได้
4. ถ้าตรวจเจอแรกๆ ว่ามีฟันผุตามขอบออนเลย์ ก็เปลี่ยนออนเลย์หรืออุดฟันซ่อมแซม ก็เป็นวิธีการหนึ่งในการหยุดปัญหา แต่ตอนนี้เชื้อโรคได้ลุกลามลงไปถึงปลายรากฟันแล้ว ก็ต้องรักษาด้วยการรักษารากฟัน หรือถอนฟัน การอุดฟันวิธีที่หนูเข้าใจ ไม่สามารถทำได้ ไม่เกิดประโยชน์
5. การรักษารากฟันเป็นทางเลือกในการรักษาฟันไว้ในช่องปาก ก่อนการถอนฟัน เป็นทางเลือกสุดท้าย จะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ เพราะท้ายที่สุด หากการรักษารากฟันไม่สำเร็จ ฟันซี่นั้นก็ต้องถูกถอนออกอยู่ดี จะเลือกวิธีการรักษารากฟันหรือไม่ก็ต้องอยู่ที่ความใส่ใจของตัวคนไข้เองด้วย  เพราะบางคนก็ไม่ต้องการเก็บฟันไว้ เลือกการถอนฟัน เพราะตัดปัญหาไปเลย ไม่ยุ่งยากด้วย อาการปวดก็หายไปทันที หรือคนไข้บางคนทุนทรัพย์น้อย ค่ารักษารากฟันค่อนข้างสูง บางครั้งต้องทำครอบฟันและเดือยฟันต่อเนื่องอีก ทำให้ไม่มีงบประมาณพอ คนไข้เหล่านี้ก็ต้องถอนฟันออก จะเห็นได้ว่ามีหลายปัจจัยที่มีส่วนในการตัดสินใจรักษาว่าจะเลือกการรักษาราก ฟันหรือการถอนฟัน ก็อยู่ที่ตัวคนไข้แล้วล่ะค่ะ ที่จะพิจารณา
6. ครอบฟันเฉพาะซี่นั้น ซี่เดียวค่ะ
7. แรงกระตุ้นจากเครื่องมือจัดฟันทำให้เกิดการอักเสบและฟันตายได้ ถ้าจะเกิด มักเกิดอย่างช้าๆ ไม่ใช่เฉียบพลัน และต้องเกิดจากแรงจัดฟันที่ผิดหลักวิธี
8. การกรอลบจุดสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้เท่านั้นแต่ไม่ใช่วิธีการรักษาที่ต้นเหต ุ เพราะต้นเหตุคือ มีการอักเสบที่ปลายรากฟัน เกิดหนอง ดันฟันให้ฟันลอยขึ้น ต้องกำจัดส่วนนั้นออก ด้วยการรักษารากฟัน หรือการถอนฟัน  
9. การรักษารากฟัน ก็ทำให้ฟันซี่นั้นยังอยู่ในช่องปาก สามารถจัดฟันได้อยู่ อาจเกิดความยุ่งยากเพิ่มขึ้น แต่ก็ดีกว่าการถอนฟันซี่นั้นออกไปเลย เพราะจะทำให้การจัดฟันยุ่งยากมาก
ปล. ถ้าอยากเก็บฟันไว้ ต้องรักษารากฟัน ไม่มีวิธีทางอื่นค่ะ
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
101.109.199.*


« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 12/13/11 เวลา 12:00:48 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีคะคุณหมอหนิง  
ตอนนี้ทานยามาครบตามที่คุณหมอจัดให้ห้าวันแล้วคะ  ช่วงที่ทานยาไม่มีอาการปวด   แต่หลังจากยาหมดแล้วยังมีอาการปวดตึงๆ ถ่วงๆอยู่   ทานยาแก้ปวดด้วยบางครั้ง  และใช้ถุงเจลร้อนประคบข้างแก้ม    อาการแบบนี้คือยังอักเสบอยู่ใช่หรือเปล่าคะ     หรือเป็นอาการทั่วไปที่เกิดหลังจากทานยาแก้อักเสบ  
   คือคุณหมอที่นี่คิวยาวมากคะ  ติอต่อคุณหมอใว้สองที่แต่ตอนนี้รอเป็นเวทติ้งลิสคะ     ไม่รู้ว่าจะได้คิวรักษาก่อนคริสมาสหรือเปล่า    เพราะหลังคริสมาสคุณหมอปิดยาวเลยคะ  เปิดอีกทีกลางมกราคมปีหน้าคะ  
ขอบคุณคะ
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.179.11.*


« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 12/13/11 เวลา 13:16:27 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้ายังไม่ได้รักษารากฟัน ยังไงก็จะมีการอักเสบอยู่ปลายรากฟันค่ะ การทานยาก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่คงไม่หายขาดจนกว่าจะได้เริ่มต้นรักษาค่ะ
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
125.24.82.*


« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 12/30/11 เวลา 16:34:13 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีคะคุณหมอหนิง
ตอนนี้กำลังรักษารากฟันซ้ายล่างซี่ในสุดอยู่คะ   ทำการรักษามาสองรอบแล้ว(เจ็บมากคะ)  นัดหมออีกรอบกลางเดือนหน้าคะ
   
หนูไปปรับลวดจัดฟันมาครั้งแรกวันที่   20 /12/11   มีอาการปวดฟันบ้าง แต่อาการก็หายไปภายในสองชั่วโมง    แต่มีฟันอยู่สองซี่คือฟันหน้า(เคยเกิดอุบัติเหตุกระแทกเมื่อ4ปีก่อน) หลังจากปรับเหล็กจัดฟันได้สี่วัน มีอาการเสียวที่ปลายรากฟัน  เป็นๆหายๆอยู่สามวัน แล้วอาการก็หายไปคะ (อาการแบบนี้มีอะไรผิดปรกติมั้ยคะ)  
 ส่วนฟันอีกซี่นึงคือฟันกรามล่าง ซี่ในสุด ด้านขวา (ฟันอุดด้านบดเคี้ยวแล้วคะ   อุดแบบสีเหมือนฟัน) เนื่องจากมีการปรับลวด แล้วสังเกตเห็นว่าฟันกรามเคลื่อนห่างจากฟันอีกซี่นึงประมาณ1มิล แล้วมีอาการปวดมากกว่าซี่อื่นๆ ต้องทานยาแก้ปวดเม็ดนึง แล้วอาการปวดก็ดีขึ้นไม่ปวดแล้ว    แต่เนื่องจากว่าฟันมีการเคลื่อนตัว ทำให้การสบฟันแปลกไปอีกแล้ว เกิดการกระแทกกับฟันคู่สบด้านบนบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานอนจะควบคุมไม่ได้  ตื่นมาก็จะปวดฟันอีก  ก็ได้แต่ทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการชั่วคราว   เอานิ้วกดลงบนฟันก็จะรู้สึกเจ็บแล้วคะ (ฟันจะอักเสบไหมคะ กลัวต้องรักษารากฟันอีก   ควรทานยาอม๊อกซี่แก้อักเสบกันไว้ไหมคะ)  แล้วทานปริมาณเท่าไรคะ? หนูควรป้องกันอย่างไรถึงจะแก้ปัญหานี้ได้คะ?   เพราะตอนนี้มีอาการปวดมากคะ
อีกอย่างนึงคือหนูมีอาการปวดหู ด้านขวาหลังจากปรับเหล็กจัดฟัน  ปวดอยู่สามวันแต่ปวดไม่มาก    ตอนนี้ไม่ปวดหูแล้วคะ  เป็นอาการผิดปรกติอะไรไหมคะ ?
 
 หนูเคยคุยปัญหาต่างๆเหล่านี้กับหมอจัดฟันแล้วในวันที่ไปปรับลวด   ว่าตอนนี้มีปัญหาอย่างนี้  จะแก้ไขอย่างไร     แต่หมอก็ขอรอดูอาการไปก่อน    
 
หนูควรเลิกจัดฟันไหมคะ  เริ่มท้อกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นแล้วคะ   เพราะเจ็บตัวมากๆ  เสียสุขภาพจิตกังวลอยู่ตลอดเวลา ค่ารักษาก็แพงมากด้วยคะค่าจัดฟันสามแสน ค่ารักษารากซี่ละเกือบสี่หมื่น(ไม่รวมครอบฟัน)
ขอบพระคุณมากคะคุณหมอหนิง
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.179.11.*


« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 12/30/11 เวลา 23:39:18 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

- เรื่องฟันหน้า อาการปวดฟันหลังจากปรับเครื่องมือจัดฟัน ในช่วงแรก เกิดขึ้นได้ เป็นปกติ
- เรื่องฟันกราม ต้องไปตรวจดูเพิ่มเติมว่าผิดปกติไหม แต่โดยปกติ หลังจากปรับเครื่องมือ ฟันมีการเคลื่อนที่ ก็อาจทำให้ดูเหมือนฟันโยกหน่อยๆ ได้ เรื่องยา ไม่จำเป็นไม่ควรรับประทาน โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ (ที่ชาวบ้านเรียกกันว่ายาแก้อักเสบ หรือยาอะม็อกซี่ ดังกล่าว)
- การทานยาควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกร ปกติจะทาน 1000 mg เช้า-เย็น หรือ 500 mg เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน
- การป้องกันอาการปวดฟันไม่มี คือต้องดูไปตามสภาพ สิ่งที่คนไข้ทำได้คือหมั่นดูแลรักษาความสะอาดช่องปาก และสังเกตอาการของตนว่าหากผิดปกติก็ควรพบหมอ เป็นต้น
- เรื่องการปวดหู จริงๆ แล้วการจัดฟันไม่เกี่ยวกับหู แต่อาจมีอาการเจ็บที่หน้าหู เป็นความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร เพราะข้อต่อขากรรไกรอาจถูกใช้งานมากผิดปกติ หรือถูกบังคับด้วยเครื่องมือจัดฟัน ทำให้ข้อต่อขากรรไกรมีอาการเจ็บ ควรพักผ่อนขากรรไกรไม่ใช้งานมันมาก หรือถ้ามีอาการมาก ควรปรึกษาคุณหมอ
- เรื่องล้มเลิกการจัดฟัน ตัวคนไข้เองเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ หรือควรปรึุกษาผู้ปกครอง หรือญาติเพื่อประกอบการตัดสินใจของตนค่ะ
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
58.11.35.*


« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 01/28/12 เวลา 14:32:52 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สวัสดีคะคุณหมอหนิง
ตอนนี้กำลังกลุ้มใจมากเกี่ยวกับฟัน  เกิดปัญหามากมากจนเครียดมาก  ตอนนี้กลับไทยมารักษารากฟันกรามอยู่สองซี่ยังไม่เรียบร้อยเลย   แล้วก็ปวดฟันกรามซี่ใหม่อีกแล้วคะ  เป็นซี่ที่ติดอยู่กับซี่ที่กำลังรักษารากอยู่   วันนี้มีอาการปวดและเหงือกปวมแดงอยู่ตรงโคนฟันคะ    เอาอีกแล้วคะ   ทำไมจัดฟันปัญหาเยาะขนาดนี้คะ    เครียด  วิตกกังวล  จิตตกจนทำอะไรไม่ถูกแล้วคะ  นอนร้องไห้ทุกคืนเลย  
ตอนนี้หนูนอนกัดฟันแล้วคะ เพราะเครียด  แล้ววัสดุที่อุดฟันกรามไว้มันน่าจะร้าวอีกแล้ว   หนูจะทำไงดีคะ     หนูไปหาหมอจัดฟันไนกรุงเทพ ปรึกษามาหลายที่แล้วก็ไม่มีหมอจัดฟันคนไหนทำที่กันฟันกระแทกให้ หนูต้องใช้กระดาษทิชชู่แล้วเอาพลาสติกใสห่อใว้แล้วยัดใส่ปาก แล้วเอาสกอตเทปติดใว้ข้างๆริมฝีปากไม่ให้มันเขยิบเคลื่อนที่เวลานอนทุกๆคืน   แต่ฟันก็ยังกระแทกกันเวลาหลับอยู่ดี    ทรมานมากคะ   หนูควรจะทำการแก้ไขอย่างไงดีคะ    ตอนนอนก็นอนไม่ได้  กินก็ลำบาก   ตอนนี้น้ำำหนักลดลงมาหกกิโลแล้วคะ  เครียจนอยากตายแล้วคะ  
ส่งโดย: catnamecoco
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 11  
   
58.9.28.*


« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 02/27/12 เวลา 12:41:39 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

- ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพฟัน ไม่ว่าจะเป็นฟันผุต้องอุด หรือฟันที่ต้องรักษารากฟัน คนไข้ก็ควรกลับไปรักษาต่อเนื่องจนกว่าจะครบ
- และต่อไปก็หมั่นดูแลให้ดี
- เรื่องเครื่องมือป้องกันการนอนกัดฟัน ระหว่างการจัดฟันนั้นใส่เครื่องมือได้ยากค่ะ เพราะมันจะติดขัดกับเครื่องมือจัดฟัน คุณหมอจัดฟัน เขาอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้ดวยน่ะค่ะ อย่างไรก็ดี คนไข้อาจไปหาคุณหมอที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบบดเคี้ยว ปัญหาการนอนกัดฟัน ได้ที่แผนกทันตกรรมบดเคี้ยว คณะทันตแพทย์ศาสตร์ ม.มหิดล อยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือ ของจุฬา อยู่แถวสยามสแควร์ ลองดูก่อนนะคะ
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8497  
   
115.87.153.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.