แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print

 หัวข้อ 396: ปวดฟันกรามซี่ที่เคยรักษารากก่อนแล้ว ไปตรวจแล้ววุ่นวายมาก รบกวนทีค่ะ  (จำนวนคนอ่าน 3541 ครั้ง)
« เมื่อ: 01/14/10 เวลา 23:33:16 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

Lips Sealed อธิบาย ก่อนว่า เป็นซี่ กรามในสุดล่าง เคยรักษารากมาเมื่อหลายปีก่อน(น่าจะสี่ปีขึ้นไปนะคะ ทำตั้งแต่อยู่มอต้นน่ะค่ะ ลืมแล้ว = =) ครอบฟัน ใส่เดือย ค่ะ ปันจุบันเพิ่งจัดฟันมาได้ประมาณสี่เดือน
 
 
ประมาณปลายพฤษจิกา คือ ปวดฟันกรมซี่นั้นและค่อนข้างเสียวฟัน เลยต้นธันวาไปเปลี่ยนยางจัดฟัน เลยสอบถามหมอจัดฟัน ก็ทราบว่าไม่เกี่ยวกับการจัดฟัน (เพิ่งเริ่มจัด เหล็กยังเป็นเส้นเล็กแบบนิ่ม และไม่ได้ติดแบร็กเก็ตที่กรามซี่นั้น หมออธิบายประมาณนี้) แต่ก็ได้แนะนำให้ไปพบหมอรากฟัน แต่เนื่องจากยังจัดคิวไม่ได้ เลยปล่อยทิ้งไว้  
 
แต่ปวดมาได้อาทิตย์นึง คือ ค่อยๆเจ็บขึ้นเรื่อยๆ และเป็นตลอดเวลา กิน brufenไม่ค่อยอยู่ จนทนไม่ไหว เลยไปหาหมอรากฟัน คนละคลีนิคกับที่เคยรักษารากมาแล้ว หมอเอ็กเรย์ดูแล้ว บอกว่า ฟันที่รักษารากนั้นดูปกติดี ที่อุดดูสวยและดีอยู่ และรากเป็น ซีเชป (อันนี้ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่) และบางมากๆ หมอก็ไม่มั่นใจ ซี่ข้างๆเคยอุดฟันมาก่อนเหมือนกัน แต่รากก็ปกติดี ก็ลองให้กัด แท่งพลาสติก เทสดู สองสามครั้ง แต่ที่เจ็บมากๆ ก็คือซี่สุดท้ายอยู่ดี หมอแจ้งว่า รากอาจจะแตก(แต่มองไม่เห็นในฟิล์มเอ็กซเรย์ นะคะ) ไม่สามารถรักษารากซ้ำได้อีกด้วย คิดว่าต้องถอน แล้วทำรากเทียม ครอบฟันปลอม แต่ก็ไม่ได้แนะนำให้ทำทันที ให้กลับไปหาหมอคนที่เคยทำมาก่อนตรวจดูก่อน เพื่อความมั่นใจ ก็ให้ยาแก้อักเสบ และ brufen มา
 
กลับบ้านตอนปีใหม่ เลยนัดหมอคนเก่าไว้ แต่ หมอที่เคยรักษา ไม่อยู่แล้วน่ะค่ะ ไปเรียนต่อ มีเวลาไม่มากก่อนคลีนิคปิดยาวปีใหม่ เลยให้หมอท่านอีกเช็คแทน ทีนี้กินยาแก้อักเสบมาครบชุดห้าวัน แล้วก่อนตรวจ ปรากฎว่ามันไม่ปวดแล้ว ไปตรวจ หมอลองเคาะก็เฉยๆ หมอก็เลยอธิบายไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็บอกอีกว่าอาจจะเป็นซี่ที่อุดฟัน ข้างๆ ซี่กรามซี่นั้น เพราะปลายดำจางๆเล็กน้อยในฟิล์ม แต่ก็พูดแค่ว่าน่าจะ น่ะค่ะ (หมอคนก่อนก็น่าจะพูดประมาณนี้นะคะ แต่ก็บอกว่าไม่ชัวร์ เพราะน่าจะปกติดี เคาะ/เทส ซี่กรามแล้วเจ็บกว่า) หมอจึงบอกให้รอปวดอีกครั้ง ค่อยมาตรวจน่ะค่ะ
 
 
 
 
อยากทราบว่า ควรจจะรอให้ปวด แล้วไปตรวจซ้ำอีกครั้ง จะดีมั้ยคะ ถ้าไม่ตรวจกับหมอท่านเดิมจะได้หรือไม่ (กลับมาหอแล้วอ่ะค่ะ) แล้วไปหาหมอท่านที่ตรวจครั้งแรก หรือ จะไปที่อื่นดีคะ (แต่ก็ว่าจะลองตรวจในโรงพยาบาลเอกชนดูน่ะค่ะ ค่อนข้างเร็ว สะดวกดี)
 
แล้วเป็นไปได้มั้ยคะ ที่จะไม่ใช่รากแตก หรือ ซี่ก่อนนั้นต้องรักษาราก
 
ถ้ารากแตกจริงๆต้องถอน ควรจะ ทำรากเทียมหรือไม่
 
ถ้าต้องทำ รากเทียม ทำตอนนี้ หรือ หลังจัดฟันเสร็จแล้ว ?
 
อยากทราบเรื่อง รากเป็นซีเชป นี่เป็นยังไงอ่ะคะ ได้ยินมาหลายทีแล้ว
 
 
ทราบว่าค่าใช้จ่ายสูง อาจจะต้องคิดนิดนึงอ่ะค่ะ แม่ก็อยากได้คำอธิบายนิดหน่อย
 
 
 
 
รบกวนทีนะคะ  
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ส่งโดย: reimi
สถานะ: Newbie *
จำนวนความเห็น: 1  
   
202.12.74.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 01/15/10 เวลา 06:13:56 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

- เนื่องจากสาเหตุยังไม่แน่ชัด ถ้าถามใจหมอ ก็อยากให้ลองสังเกตอาการไปก่อน เผื่อโชคดีว่าไม่ปวดแล้ว ที่เล่ามาคุณหมอก็ได้ตรวจครบถ้วนดี เมื่อยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ก็อย่าเพิ่งไปถอนฟันซี่นั้นออกเลย น่าเสียดาย รวมทั้งซี่ข้างๆ ที่อุดไว้ด้วย อย่าเพิ่งไปรักษารากฟันมัน เผื่อบางทียังไม่เป็นอะไรจริง แนะนำว่าลองตรวจไปหาหมอเพื่อตรวจดูให้แน่ใจ อาจเปลี่ยนอีกซัก 2-3 หมอเพื่อคอนเฟิร์มผลการตรวจ เพื่อความสบายใจของเราด้วย  
- กรณีของหนู ถ้าไม่สามารถกลับไปหาหมอท่านเดิมก็คงไม่เป็นไร
- ฟันที่เคยรักษารากฟันมาแล้ว ถ้ามีอาการปวดซ้ำ มักเกิดจาก โรคภายในรากฟันไม่หาย หรือไม่ก็รากฟันแตก
- ฟันที่เคยอุดมาก่อน แล้วปวด มักเกิดจากฟันผุทะลุประสาทฟัน
- ทั้งนี้อาการปวดฟันมีหลายแบบ หลายสาเหตุ ที่เล่าไปข้างต้น มักมีอาการปวดแบบเฉียบพลัน ปวดมาก ปวดตลอดเวลา ปวดตอนกลางคืน เป็นต้น
- ถ้ารากฟันแตกจริง ก็จำเป็นต้องถอนออก เรื่องรากฟันเทียม แนะนำว่าทำหลังจัดฟันเสร็จแล้ว
- รากฟันแบบซีเชป หรือ c-shape คือ ปกติรากฟันจะมีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ อยู่ตรงกลางรากฟัน ถ้าเป็นฟันหน้า มี 1 ราก ก็มี 1 ท่อ (canal) ส่วนฟันกรามล่าง มี 2 ราก แต่อาจมี 2-3 ท่อ ยิ่งท่อมาก ก็ยิ่งรักษารากฟันยาก ดังรูปฟิล์ม

 
เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นเป็นสองรู (สีชมพูคือวัสดุอุดคลองรากฟัน)

 
รากฟันแบบซีเชป ก็คือ แต่ละรู อาจเป็น 2-3 รูก็แล้วแต่มันเชื่อมติดกันเป็นรูปตัวซี (C) ดังรูป

 
ระบายสี เพื่อให้ดูง่ายขึ้น จะพบว่าเป็นตัวซีหงาย
 

 
รากฟันแบบซีเชปทำให้รักษายากขึ้นเพราะหมอจะต้องทำความสะอาดผิวด้านในให้ทั่ว ถึง รากฟันปกติ ถูง่ายกว่า แต่รากฟันแบบซีเชปมันกว้าง ถูยาก และถูมากไปรากฟันก็จะบางเพราะรูใหญ่ เวลาจะอุดคลองรากฟันก็ต้องอุดให้เต็ม ก็ยากอีกเพราะรูใหญ่
- ค่าทำรากฟันเทียมประมาณ 50,000 บาท ขึ้นไป ถ้าพอมีสตางค์ก็แนะนำให้ทำ เพราะดีกว่าฟันปลอมทั้งด้านประสิทธิภาพและความสวยงามค่ะ
ส่งโดย: หมอหนิง
สถานะ: Executive Member *****
จำนวนความเห็น: 8400  
   
58.9.218.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 01/15/10 เวลา 19:18:45 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ ลบข้อความนี้

เรียนคุณreimi
 
ปัญหาอาการปวดฟันกรามของคุณไม่ใช่ปัญหาของตัวฟัน แต่เป็นปัญหาทางโปรแกรมการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมขากรรไกร การจะไปมุ่งแก้ที่ตัวฟันเป็นการรักษาที่ไม่ตรงประเด็นซึ่งอาจทำให้ต้องถูกถอ นฟันทิ้งโดยไม่จำเป็น
 
ถ้ามีปัญหาอาการปวดฟันหรือเสียวฟันโดยที่หมอฟันตรวจแล้วว่าสภาพฟันปกติ ขอให้พิจารณาปัญหาทางโปรแกรมที่รักษาได้โดยการนวดกดจุด
ส่งโดย: Supong Massage Email     124.120.229.*


Page(s) : 1 


แจ้งลบกระทู้ แจ้งเมื่อมีคนตอบกระทู้นี้ แนะนำกระทู้นี้ Print



Reply this Topic reserved for registed member only. Register



  • ข้อความและรูปภาพที่ท่านเห็นส่วนใหญ่ ได้ถูกส่งมาจาก ทางบ้าน
    ทางเว็บไซต์ Thaiclinic.com ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของข้อความและรูปภาพที่ถูกส่งมา

  • ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชนและส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
    เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง
    ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง

  • ถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมหรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล
    หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ webmaster@thaiclinic.com หรือ กดแจ้งที่ปุ่ม
    "แจ้งลบกระทู้"
    เพื่อให้ทีมงานทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันทำให้สังคมน่าอยู่ครับ

ThaiClinic.Com . All Rights Reserved.